Can I Love You? (39)
posted on 13 Aug 2008 11:18 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
39. ตุ๊กตาสีเลือด
เคยไหม...เวลาคุณต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่คุณไม่เคยคาดคิดว่าจะมีวันมาถึง
เปรียบเหมือนวันสิ้นโลก
คุณจะไม่เคยทุกข์โศก พะว้าพะวัง และหวาดกลัว
จนกว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวแล้วจริงๆ
“ยุนโฮคะ เรา...”
ยองเอพูดขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากปล่อยให้ความเงียบที่ชวนอึดอัดปกครองอพาร์ตเม้นต์ที่เคยแสนสุขหลังนี้มากว่าหนึ่งสัปดาห์ พวกเขาไม่พูดคุยกัน หรือแม้แต่มองหน้ากัน เพียงแต่นอนหันหลังให้กันบนเตียงตัวเดิม
ไม่มีอีกแล้ว...ความฝันที่เคยวาดไว้ร่วมกัน ไม่มีคำปลอบโยน ไม่มีแววตาที่เคยมองมาอย่างอาทร
สุ้มเสียงแผ่วเบาราวระซิบของเธอฉุดให้เขาตื่นจากภวังค์แห่งห้วงทุกข์ จมปลัก และหลุดลอย น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกแปลกใจ ไม่รู้สึกถึงความเย็บวาบแล่นเข้ากอบกุมจิตใจอย่างเฉียบพลันทันทีที่ได้ยินคำพูดของเธอ
ไม่รู้สึกอะไรเลย
ราวกับตลอดเวลา เขาเฝ้ารอคอยเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งนี้
สิ่งที่พระคัมภีร์อาจเรียกว่า วันสิ้นโลก
“เราหย่ากันเถอะค่ะ”
ยุนโฮจับสายตาไว้ที่ดวงหน้าสวยสะพรั่งของเธอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปนานเท่าไหร่ เธอก็ยังคงเหมือนวันแรกที่เขาได้พบ คืองดงามได้อย่างน่าทะนุถนอมที่สุด โดยเฉพาะในวันนี้...ยองเอดูสวยมากยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา สวยที่สุดนับแต่แต่งงานกับเขา ช่วงเวลาแสนโหดร้ายที่เธอต้องทนอยู่กับผู้ชายที่ไม่เอาไหน
เขาทำร้ายเธอ
“ฉันจะย้ายออกนะคะ จีฮเยจะได้มาอยู่ คุณจะได้มีคนดูแล”
ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นปราดเข้าทำร้าย ประโยคนั้นของเธอทำให้ดวงตาของเขาเริ่มรื้นน้ำ น่าละอายที่เขาพูดอะไรไม่ออก ยากลำบากสุดใจเพียงจะขยับปากเอ่ยถ้อยคำง่ายๆ ว่าเขารู้สึกเสียใจมากเพียงไหน
ได้แต่เฝ้ามองเธอพับเสื้อผ้าลงกระเป๋าใบใหญ่ ไม่อาจฉุดรั้งเธอไว้ได้อีก
เวลานี้ คนรถของตระกูลลีเทียบรถยนต์สีดำคันสวยรอคอยอยู่แล้ว ก่อนที่เธอจะไป ยุนโฮเดินตามไปส่งถึงหน้าประตู ใช้ความพยายามสุดกำลังที่จะสะกดกลั้นน้ำตาให้หลั่งอยู่แต่ภายใน
หัวใจแทบหลั่งเลือด
ยองเอหันมาแค่นยิ้มให้เขาอย่างยากลำบาก “คุณได้คุยกับแจจุงหรือยังคะ?”
ยุนโฮนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายศีรษะช้าๆ
“ทำไมล่ะคะ?”
“เขาคงไม่อยากเจอผมอีก” ยุนโฮกล่าว “แจจุงรักคุณนะ ยองเอ”
ริมฝีปากสีชมพูสวยเม้มสนิทจนเกือบเป็นเส้นตรง รู้สึกร้อนผ่าวที่แอ่งตาอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันก็รักเขาค่ะ” เธอว่า “ถ้าคุณเจอเขา ฝากขอโทษด้วยที่วันนั้นฉันพูดกับเขาไม่ดี”
“เขาไม่มีวันโกรธคุณ” ชายหนุ่มละล่ำละลัก ยากเหลือเกินที่จะฝืนทนทำเป็นเข้มแข็งต่อไปไหว ใบหน้าหล่อเหลาของเขาส่อแววความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งขึ้นมาชั่ววินาทีหนึ่ง ความรู้สึกต่างๆ ที่ประเดประดังพรั่งพรูสุดจะระงับได้ ยองเอมองแล้วให้รู้สึกปวดใจ
มือเรียวบางของหญิงสาวเลื่อนขึ้นแตะที่ข้างใบหน้าเขา
“ยุนโฮ ตอบฉันตามจริงนะคะ...คุณเคยรักฉันบ้างไหม?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนปลายมีดแหลมคมทิ่มแทงลงกลางหัวใจ เขาไม่รู้จะบอกความจริงเธอได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าอะไรคือความจริง อะไรคือสิ่งที่เขาคิดไปเอง ยูชอนบอกว่าเขาหลอกตัวเองว่ารักยองเอมาโดยตลอด พยายามที่จะมีความสุขบนความจริงที่ตนไม่สามารถออกแบบมันขึ้นมาตามแต่ใจตัวเองได้ พ่อของเขาบังคับเขาให้แต่งงานกับเธอ เขายอมทำเพราะเขารักเธอ หรือเพียงแต่หลอกตัวเองว่ารักเธอกันแน่
เพียงแต่ครุ่นคิด ยุนโฮไม่เคยกล้าที่จะเปิดหัวใจตัวเองออกดู เพราะพ่อเลี้ยงดูเขามาอย่างฝังหัวว่าการทำตัวอิสระจนปราศจากความรับผิดชอบนั้นเป็นเรื่องไม่น่าให้อภัย สิ่งที่พ่อสั่งสอนถือเป็นคำสั่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่คนเป็นลูกพึงจะมีได้
เขาถูกเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นแต่ภายในกรอบ มีความหวังเพียงอย่างเดียวคือถ้าเขายอมทำทุกอย่างตามใจพ่อ จีฮเยผู้เป็นน้องสาวจะไม่ต้องมีชีวิตที่ไร้อิสระเช่นเขา
แต่เมื่อได้ลองมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ตัวเองทำ ยุนโฮตระหนักได้แล้วว่าความหวังดีโดยไม่รู้ของตนทำร้ายคนที่รักเขาไปมากมายเท่าไหร่
ยอมทนเจ็บเอง ทุกอย่างจะจบ
คิดเพียงเท่านั้นโดยไม่เคยคำนึงถึงผลที่จะตามมาว่า แจจุง ยองเอ จีฮเย ยูชอน และหลายคนที่รักและเป็นห่วงเขาจะต้องทนเจ็บปวดมากกว่าร้อยเท่าพันเท่าที่ต้องเห็นเขาทนทุกข์ทรมาน
ชายหนุ่มจิกปลายเล็บบนฝ่ามือตัวเองจนกำปั้นพลอยสั่น เขาอยากจะกรีดร้องแต่ก็ทำไม่ได้ อยากจะร่ำไห้ออกมา หากน้ำตาก็เอ่อท่วมอยู่แต่เพียงในใจ
เขามันโง่เอง
“ใช่...” ยุนโฮรำพัน “ผมอาจจะไม่ได้รักคุณอย่างนั้น”
ได้ฟังเพียงเท่านี้ ยองเอก็จำต้องเบือนหน้าหนี เธอเงยหน้าขึ้น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ยามฟังเขาพูดต่อไปว่า “แต่ตลอดเวลาเกือบเจ็ดปีที่เรารู้จักกัน ที่คุณคอยอยู่เคียงข้างผม ผมรู้สึกผูกพันกับคุณทางใจจริงๆ ผมอยากจะดูแลคุณตลอดไป คุณเป็นคนเดียวที่ผมอยากให้เป็นแม่ของลูกผม มันอาจจะดูเป็นความรู้สึกที่คาบกึ่งน่าเคลือบแคลงจนเกินไป ความรักของผมคงไม่เพียงพอสำหรับคุณ”
“ผู้หญิงต้องการแค่รักเดียว” ยองเอพูด “ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนแบบนี้ พ่อของคุณบังคับให้คุณแต่งงานกับฉัน ฉันรู้ดีค่ะ”
“คุณจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ใครๆ ก็รักคุณ คุณต้องได้เจอคนที่ดี”
หากยองเอส่ายหน้าช้าๆ “แต่ฉันคงไม่มีวันรักใครได้เท่าที่รักคุณ และคงไม่มีใครที่ทำให้ฉันเจ็บปวดได้เท่าที่คุณทำ”
ไหล่กว้างของยุนโฮเริ่มไหวสะท้าน ยามที่เธอเผยรอยยิ้มขมขื่นนั้น เธองดงามเหมือนนางฟ้า แต่ก็เป็นนางฟ้าตกสวรรค์ที่จำต้องลงมาเปื้อนฝุ่นคลุกดินด้วยน้ำมือเขา
เขามันไม่เอาไหน ดูแลเธอไม่ได้ รักเธออย่างจริงใจไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“ผม...ผมขอกอดคุณได้ไหม?” ยุนโฮเอ่ยในที่สุด
ยองเอไม่ตอบ เพียงแต่ยิ้ม แล้วอ้าแขนออก
ชั่ววินาที ยุนโฮรั้งเธอเข้ามากอดไว้ทั้งกาย โอบรัดเธอแน่นเหมือนเธอเป็นดั่งฝ่ามือของพระผู้เป็นเจ้าที่เอื้อมลงมาฉุดเขาขึ้นจากขุมนรก ยุนโฮตั้งต้นร้องไห้ น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงความอ่อนแอต่อหน้าเธอ ครั้งแรกที่เขายอมให้เธอเห็นน้ำตา
ยองเอลูบหลังยุนโฮ พลางกล่าวว่า “ตอนที่อยู่ด้วยกัน คุณน่าจะกอดฉันอย่างนี้บ้าง”
.
.
.
น่านฟ้าของกวางจูปรอดโปร่ง ความเย็นเฉียบอวลอยู่ในอากาศ เศษหิมะพร่างพรมกิ่งไม้จนกลายเป็นสีขาว ใบของมันร่วงหล่น ทุกอย่างขาวโพลน ว่างเปล่า
เขาก้าวเท้าลงจากรถยนต์ ทันทีกับที่แม่วิ่งออกมาจากบ้าน ตรงเข้าโอบกอดเขาไว้
“ผมเหนื่อยเหลือเกินครับแม่” ยุนโฮหลั่งน้ำตา
แม่กอดเขา จูบเขา ลูบแขนให้เขารู้สึกคลายหนาว แม้ว่าแม่ของเขาจะจุ้นจ้านน่ารำคาญไปบ้าง แต่แม่เป็นคนเดียวที่ไม่เคยถือโทษโกรธเขา ไม่ว่าเขาจะทำอะไรลงไปก็ตาม
“โธ่...ยุนโฮ...ยุนโฮลูกแม่...”
หลังจากได้พบกัน แม่ก็ปลอบโยนเขาจนกระทั่งน้ำตาเหือดหาย คุณนายจองประคองลูกชายคนโตเข้ามาในบ้าน รินชาให้ดื่มเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น หล่อนจับมือเขา ให้เขาเอนกายลง นอนหนุนศีรษะบนตักหล่อน โดยที่ไม่เอ่ยถ้อยคำใดๆ หล่อนใช้มือลูบเส้นผมของเขาอย่างอ่อนโยน
ทันใดนั้น จองซึงฮุนก็กระทืบเท้าปังๆ เข้ามาในห้องรับแขก ทันทีที่เห็นคนเป็นลูกชาย เขาตะหวาดเสียงดัง เลือดฉีดใบหน้าจนแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว
“กลับมาทำไม จะไปไหนก็ไปเลย!”
ยุนโฮค่อยๆ หยัดกายขึ้นช้าๆ ปรายสายตามองสีหน้าของพ่อ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทุกครั้งที่ได้มองใบหน้าของคนที่แสนเคารพรักนี้ เพียงเพราะหวังอยากได้สายตาที่มองมาอย่างเอื้ออาทรรักใคร่สักครั้ง หากก็ไม่เคยได้รับแม้แต่ความเวทนาสงสาร
เขากระตุกรอยยิ้มเล็กๆ รู้สึกสมเพชชะตากรรมตัวเองเหลือใจ “ผมคงไปไหนไม่ได้แล้วล่ะครับ คงต้องตายอยู่ในกรอบที่พ่อขีดเส้นเอาไว้ให้ผมนี่แหละ”
“นี่แกประชดฉันหรือ ชีวิตแกฉิบหายก็เพราะตัวแก โทษฉันได้หรือ!?”
ซึงฮุนฟังให้เดือดดาลอย่างที่สุด ใช้นิ้วเฉดศีรษะสั่งสอนยุนโฮอย่างแรงจนคนเป็นภรรยายังต้องกรีดร้อง
“คุณ อย่าทำลูก!”
“ไม่เป็นไรหรอกครับแม่” ยุนโฮว่าต่อ เขาไม่ใช่คนที่จำเป็นต้องกลัวเกรงกับอะไรอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงอนาคตข้างหน้า ชีวิตของเขาไม่เหลืออะไร ไม่มีอะไรจะต้องได้ต้องเสียอีกแล้ว “ถ้าพ่อเขาทำแล้วสบายใจก็ปล่อยเขาทำไปเถอะ”
“ยุนโฮ!”
ชายหนุ่มร่างสูงสูดหายใจเข้าช้าๆ ก่อนจะผ่อนออกมาอย่างยากเย็น ทุกครั้งที่หายใจ เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั้งภายใน แรกเริ่มเดิมทีคิดว่าเป็นโรคร้าย หากในวันนี้กลับตระหนักแล้วว่าเป็นเพียงบาดแผลภายในที่เรื้อรัง
“พ่อครับ” ยุนโฮพูด “ผมขอพูดอะไรแบบเห็นแก่ตัวบ้างได้ไหม?”
จองซึงฮุนสะบัดหน้าหนี พลันร้องเหอะ “จะอะไรก็เชิญ!”
ยุนโฮแค่นรอยยิ้มขมขื่น ใบหน้าหล่อเหลาแลดูหม่นหมองเกินไป ขณะที่เขาเอ่ยต่อว่า “พ่อไม่รู้หรอกว่าผมต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง เพื่อสังเวยความไม่รู้จักพอของพ่อ พ่อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นอย่างนี้น่ะหรือครับ พ่อไม่เคยรักผม พ่อไม่เคยรักจีฮเย พ่อไม่รักลูกของพ่อสักนิดเลยใช่ไหม?”
ตอนนี้เองที่ในดวงตาแข็งกร้าวสีดำสนิทของจองซึงฮุนถูกแววความร้าวรานทาบฉาย น้ำนัยน์ตาสั่นระริก
“แกว่าฉันไม่รักแกหรือ แกคิดอย่างนั้นได้ยังไง?” ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ส่วนคุณนายจองเสียน้ำตาไปแล้ว
“ผมก็คิดแบบพ่อนั่นแหละครับ” ยุนโฮย้อน “พ่อเองก็ไม่เคยรู้เหมือนกันว่าผมรักพ่อ ผมแค่รักพ่อ ถึงยอมเป็นแบบนี้ ผมไม่เคยต้องการสิ่งที่พ่อต้องการยัดเยียดให้ ผมและจีฮเย...เราไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าแค่พ่อแสดงออกว่ารักเราบ้างเท่านั้น”
ร่างสูงเอนกายลงนอนอีกครั้ง แนบแก้มกับตักอันแสนอบอุ่นของคนเป็นแม่ แล้วค่อยๆ หลับตา ปล่อยให้น้ำตารินไหล
เขาหรือจะไม่รักยุนโฮ?
ไม่เลย เขารักยุนโฮสุดหัวใจ...
ยุนโฮเปรียบเสมือนเทพบุตรที่สวรรค์ประทานมาให้ เป็นลูกชายที่แสนดี เป็นเจ้าชายของเขา
ตลอดชีวิตเขามีความหวังเพียงอย่างคือเลี้ยงยุนโฮให้เติบโตมาอย่างพรั่งพร้อม ไม่ให้ต้องอายขายขี้หน้าลูกผู้ดีที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง ไม่ต้องการเห็นยุนโฮเป็นขี้ข้าใคร
ระลึกอยู่แต่เพียงในใจ เขาบอกตัวเองว่ารักลูก
แล้วผลงานที่เห็นอยู่ตำตานี้ล่ะ...เพียงเพราะเขารักลูกเท่านั้นล่ะหรือ...
“ผมถามตัวเองอยู่ทุกวันว่าพระคุณของพ่อเมื่อไหร่จะชดใช้หมด” ยุนโฮเอ่ย ทั้งที่เปลือกตาคู่นั้นยังคงปิดสนิท “ถ้าชดใช้ได้หมดจนสมใจพ่อแล้ว ผมจะได้มีชีวิตเป็นของตัวเองเสียที”
จองซึงฮุนยืนนิ่งแข็งเป็นหิน ไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาได้เช่นกัน นอกจากหัวใจที่แสนเจ็บร้าวทรมาน
.
.
.
‘คุณแจจุง นั่นคุณหนูจะไปไหนคะ?’
‘ฉันอยากหลบไปสักพัก เมียงยอไม่ต้องห่วง’
‘แล้วถ้าคุณชายจองมาล่ะคะ ดิฉันจะบอกเขาว่ายังไง?’
‘บอกเขา...บอกเขาว่า...ฉันขอโทษ...’
แจจุงเงี่ยหูฟังเสียงคลื่นซัดฝั่ง ปล่อยให้ฟองคลื่นสีขาวลูบไล้ปลายเท้าของตน ทะเลยามเย็นน้ำเริ่มขึ้นสูง แสงอาทิตย์สีแดงฉานทาบฉายผืนฟ้า สะท้อนผิวน้ำพราวประกายระยิบระยับ
ณ จุดสิ้นสุดของสายตา บนหาดทรายกว้างที่เดิมแห่งนี้ เขายังคงเห็นรอยเท้าของยุนโฮ...
แจจุงค่อยๆ หลับตาลงอย่างแช่มช้า สูดหายใจเข้าปอด พยายามซึมซับกลิ่นอายบรรยากาศอันผาสุกของสถานที่ที่ทำให้เขาตกหลุมรักจองยุนโฮเป็นครั้งที่สอง
ในมืออันสั่นพร่ากำปากกา และกระดาษเขียนจดหมายไว้มั่น หลังจากปล่อยให้เวลาผ่านพ้นไปเนิ่นนาน ในที่สุดก็จรดปลายปากกาลงบนกระดาษ
‘ยุนโฮที่รัก
ขณะที่ผมกำลังเขียนจดหมายฉบับนี้ เราคงอยู่ห่างกันไกลพอสมควร ไกลพอที่เราจะไม่ต้องเจอหน้า ไกลพอที่จะทำให้เราไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดทุกทีที่อยู่ใกล้กัน ผมเหนื่อยเกินกว่าจะหายใจ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปในสภาพนี้ มันทรมานเหลือเกิน
‘มีความจริงเพียงไม่กี่อย่างที่เหมือนดังจินตนาการ’
คุณพูดถูก ความจริงไม่มีอะไรสวยงามและง่ายดายไปหมดเหมือนในฝัน เราปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกไม่ได้มอบทางเลือกไว้สำหรับทุกคน พระเจ้าก็ไม่มีอำนาจมากพอจะโรยกลีบกุหลาบไว้บนถนนทุกเส้น ตลอดชีวิตของผมจมปลักอยู่แต่ในโลกแห่งความฝัน เพราะผมไม่ต้องการเผชิญกับสิ่งโหดร้ายอีกซ้ำสอง
ผมได้แต่หลอกตัวเองว่าโลกใบนี้ยังบริสุทธิ์
เชื่อว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์
ทุกคืนที่เสียงกระซิบอันไร้ที่มาตอกย้ำซ้ำๆ ตรงข้างหูว่าอดีตเป็นสิ่งเลือนราง ผ่านมาแล้วก็พ้นไป ทุกวันผมเชื่อเช่นนั้น...ฝังหัว...ผมเป็นคนน่าสงสาร มีชีวิตที่แสนชอกช้ำ เป็นคนที่ถูกสาป
ด้วยความไม่รู้...แสร้งทำเป็นไม่รู้...ผมฉุดคุณลงนรก ทำชีวิตคุณพินาศ ทำให้ยองเอเสียใจ
แท้จริงแล้ว...ผมเป็นคนบาป
คิมแจจุงไม่ใช่คนที่คุณควรรัก ควรเห็นใจสงสาร คิมแจจุงไม่ใช่มิตรที่จริงใจของยองเอ ไม่ใช่คนที่ผู้หญิงแสนดีอย่างลียองเอต้องเสียสละอะไรเพื่อเขา
ยุนโฮ...ผมรักคุณ...
นี่คือสิ่งที่ผมอยากบอกให้คุณรับรู้ และจดจำเอาไว้
คุณอาจจะจินตนาการไม่ออกว่าความรักของผมเริ่มต้นจากตรงไหน เหมือนในนิยาย เพียงแค่พบหน้าคุณผมก็ตกหลุมรักคุณ น่าตลกที่ผมเป็นคนเช่นนี้ เป็นคนที่ถูกความฝันครอบงำจนไม่อาจลืมหูลืมตา ผมแยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือความจริง อะไรคือความฝัน กระทั่งได้รักคุณ
การได้รักคุณเป็นสิ่งเดียวที่เรียกได้ว่า ‘จริง’ ที่สุดในชีวิต คุณทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ สุขชนิดที่คนอย่างผมไม่ควรจะได้รับ
แปลกเหลือเกินว่าทำไม คนเลวอย่างผมถึงมีพร้อมทุกอย่าง เบื้องใต้หน้ากากและภาพลักษณ์ที่อ่อนแอดูน่าสงสาร คุณจะปฏิเสธได้หรือว่าผมเป็นคนที่น่าอิจฉาแค่ไหน ผมเกิดในชาติตระกูลที่ดี มีทรัพย์สินเงินทองที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด ทุกคนรักผม จุนซูรักผม เมียงยอรักผม
คุณพ่อรักผมสุดหัวใจ
แม้แต่คุณ...คุณก็ยังรักผม...
ควรหรือที่ผมจะเป็นคนที่คุณสมควรรักจนต้องตกอยู่ในสภาพนี้
ยองเอต่างหากที่น่าสงสาร ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเห็นเธอ แม้ดูภายนอกเธอจะเป็นผู้หญิงที่มีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่แท้ที่จริงแล้วภายในคงกลวงโบ๋ เธอไม่มีใครนอกจากคุณ แต่ผมก็ยังแย่งสิ่งเดียวที่เธอรักมา
ผมไม่ใช่คนดี ยุนโฮ
ผมเลว...เลวมาก...เลวจนไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้
ผมแกล้งทำเป็นลืมตัวเอง หลอกตัวเอง จนลืมเลือนสิ่งที่ผมเป็น
แต่ตราบาปเป็นสิ่งที่ในที่สุดผมก็ไม่มีวันขจัดมันออกไปจากหัวใจ มันยังคงหลอกหลอน ทุกนาทีที่หัวใจยังเต้น ผมไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก
ยองเอต่างหากที่บริสุทธิ์ เธอเกิดมาพร้อมมัน และเธอไม่ควรต้องได้รับสิ่งเลวร้ายเหล่านั้นเป็นการตอบแทนทั้งๆ ที่เธอไม่เคยทำอะไรผิด ผมไม่อาจทนมีความสุขในเวลาที่เธอกำลังทุกข์อย่างแสนสาหัสได้
ผมขอโทษ ยุนโฮ คุณเป็นคนดีที่สุดเท่าที่ผมเคยพบ ขอโทษที่ผมทำให้คุณต้องสูญเสียทุกอย่าง คุณควรจะมีชีวิตที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกที่น่ารัก อยู่กับภรรยาที่แสนดีอย่างยองเอไปจนแก่เฒ่า
ผมไม่น่าเดินเข้ามาในชีวิตคุณ
ผมรักคุณ ยุนโฮ...
และผมมีอะไรบางอย่างต้องบอกให้คุณรู้ไว้
ผมทำผิดต่อยองเออย่างไม่น่าให้อภัย ผมผิดต่อคุณ ผิดต่อทุกคน… จอมปลอม โกหก หลอกลวง ช่วงชิงทุกอย่างที่เธอรัก ทุกอย่างที่เป็นของเธอ
ผมนี่แหละเป็นคนฆ่าลียองอิล พี่ชายแท้ๆ ของลียองเอ
ผมฆ่าเขาเอง...’
To be continued...
