★ b.leaf ★ View my profile

go-daddy

Go! Daddy (7)

posted on 15 Aug 2006 11:25 by bleaf-me  in go-daddy

Title: Go! Daddy
Author: *b.leaf*
Paring: YunJae , Impiled YooSu
Type: AU, Multi-chaptered
Genre: Romance, Comedy, Drama
Rate: PG-13 (with some rudely words)

( Part 07/07 )

ริมฝีปากที่ถูกฉาบไว้ด้วยลิปสติกเนื้อดีสีแดงเข้มคลี่บางๆ หญิงสาวหันมายิ้มให้ พร้อมกับถอดแว่นตากันแดดที่หล่อนสวมอยู่ออก เผยให้เห็นใบหน้าสวยเฉี่ยวที่จะเป็นใครอื่นไปอีกไม่ได้ "ไฮ...ฮันนี่" หล่อนทัก ดวงตาสีเขียวเข้มมองมาทางแจจุงเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน ทว่ากลับให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างลิบลับ

"ม..มิสซาลทิส" แก้วนัยน์ตาสีมรกตสะกดให้แจจุงตัวนิ่งแข็ง รู้สึกว่าเลือดในกายพากันเหือดหายไปหมด มือเย็นเฉียบและสั่นรัว จุงโฮในอ้อมกอดตัวกระตุก หันมาโอบรอบคอคุณแม่ตัวปลอมไว้แน่น... ใช่...คุณแม่ตัวปลอม เพราะคุณแม่ตัวจริงกำลังยืนอยู่ตรงหน้านี้แล้วไม่ใช่หรือ?

"เฮ้ ทำไมเห็นพี่แล้วต้องตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะจ๊ะ" หล่อนถามเสียงหวาน ทว่าแจจุงไม่แน่ใจว่าเป็นการแสดงออกที่จริงใจหรือไม่

"ค..คือ...ยุนโฮฝากให้ผม...ผะ..ผ..ผม..."

"ไม่ต้องแก้ตัวหรอกจ้ะ" หล่อนยกมือปราม พยักหน้าเนิบๆ ช้าๆ ดูเยือกเย็นจนน่ากลัว "ยุนนี่ของเราสารภาพให้พี่ฟังหมดแล้ว"

จงใจย้ำคำว่า 'ของเรา' เสียงหนักแน่น แจจุงแทบหยุดหายใจ... หรือว่าตาบ้านั่น...!?!

"เข้ามาสิจ๊ะ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย"

.
.
.

"ทำไมต้องหน้าซีดขนาดนั้น? กลัวอะไรนักหนาหืม?" มิสซาลทิสเอ่ยกลั้วหัวเราะ ในขณะที่ทั้งหล่อน แจจุง และจุงโฮ นั่งกันอยู่พร้อมหน้าที่ห้องรับแขก แจจุงก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาหล่อน โบราณว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ หากว่าการหลบตาไม่ให้เจ้าของยุนโฮตัวจริงจับพิรุจในดวงตาเขาได้ แจจุงก็ยินดีที่จะตาตี่เสียตั้งแต่วันนี้

หญิงสาวมองแจจุงยิ้มๆ อย่างเข้าใจทุกอย่างดี "ยุนโฮกล้ามาก ที่โทรมาบอกพี่ว่าเขารักหนู...แจจุง"

เหมือนกับถูกทุบหนักๆ ที่ท้ายทอย แจจุงมึน พูดอะไรไม่ออก

มิสซาลทิสว่าต่ออย่างไม่อยากให้เสียเวลา "ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัวอะไร พี่มีอะไรจะบอกเธอ เกี่ยวกับจุงโฮ" ปรายตาไปมองเด็กน้อยที่ยังคงนั่งอ้อแอ้อยู่บนตักแจจุง "...แล้วก็ยุนโฮ เขาเป็นบอยเฟรนด์ของพี่ก็แต่ชื่อ ที่จริงแล้วพี่ก็รักเขาเหมือนน้องชายคนหนึ่ง เขาก็รักพี่เหมือนพี่สาวคนหนึ่งเท่านั้นเอง"

"ห..หา?"

"ที่สำคัญ...จุงโฮไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของพี่ แล้วก็ไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของ จุง ยุนโฮ คนนี้ด้วย"

"ห๊าาาาาาาา!?" แจจุงอ้าปากค้าง อย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เป็นครั้งแรกที่เขาสะดุ้งพรวดขึ้นมองหน้ามิสซาลทิสอย่างไม่กลัวบาปกรรมอีกต่อไป จงใจให้เธอย้ำคำพูดให้เขาฟังชัดๆ อีกซักทีเสียด้วยซ้ำ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!?

แววตาของหญิงสาวดูเศร้าหมองลงไป เธอมองจุงโฮผู้ไม่รู้เดียงสาเหม่อๆ ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ "แม่แท้ๆ ของจุงโฮน่ะ คือแพทริเซีย-แอนน์ ซาลทิส น้องสาวแท้ๆ ของพี่เองค่ะ ส่วนพ่อของเขาก็คือจุง ยุนโฮ... ยุนโฮคนที่มีทั้งชื่อแซ่ แล้วก็หน้าตาเหมือนกับยุนโฮคนนี้อย่างกับแฝดคนละฝา แต่ทั้งแพ็ท ทั้งยุนโฮนั้น...เสียชีวิตไปแล้ว"

"เมื่อก่อนเราทั้งซาลทิสมีบ้านที่อบอุ่นในโตรอนโต้ แคนาดา ยุนโฮเป็นนักธุรกิจหนุ่มชาวเกาหลี เขารักกับแพ็ทน้องสาวของพี่ที่ในตอนนั้นเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ทั้งคู่อยากมีลูกมาก แต่แพ็ทไม่ค่อยแข็งแรงเลยทำให้มีลูกยาก แต่ทั้งคู่ก็พยายามนะ ทั้งบำรุงโน่นนี่ ทั้งทำกิ๊ฟท์ หมดเงินไปหลายแต่ก็คุ้มค่าที่ได้จุงโฮมา..." หล่อนคลี่ยิ้มเศร้า

"เคราะห์ร้ายของเด็กนะคะ แพ็ทน่ะเป็นโรคเลือดตั้งแต่เกิด เธอช็อคไปตอนคลอดจุงโฮ โชคดีที่เด็กปลอดภัย แต่อีกเดือนเดียวถัดมาสุขภาพของยุนโฮก็ทรุด กระทั่งเสียไปในที่สุด ทิ้งจุงโฮไว้กับพี่..."

น้ำเสียงสั่นเครือในลำคอของมิสซาลทิสทำเอาหัวใจของแจจุงหล่นวูบ เขาเลื่อนฝ่ามือมากุมมือของเธอไว้ให้กำลังใจ ตั้งใจฟังเรื่องราวเหล่านั้นต่อไปโดยไม่ขัดจังหวะ

"พี่ย้ายไปนิวเจอร์ซี่ย์ แล้วก็ขายบ้านเก่าที่โตรอนโต้ งานก็ยุ่งไม่มีเวลาดูหลานจนถึงขั้นต้องกระเตงเขาไปด้วยทุกที่ แจจุง...หนูรู้มั้ยว่าวันที่พี่ได้พบยุนนี่ พี่แทบลืมหายใจ เป็นวันหิมะตกที่จุงโฮร้องไห้ไม่หยุด ยุนนี่ยังเป็นเด็กผู้ชายอายุย่างสิบเก้า เขาหล่อมากๆ ถึงหน้าตาจะดูเกเรเกตุง แต่จริงๆแล้วก็อ่อนโยนมาก เขาเดินเข้ามาเล่นกับจุงโฮ... จุงโฮหยุดร้องไห้ทันที" น้ำตาปริ่มจนหญิงสาวต้องใช้หลังมือกำจัดมันออกไป "เรื่องที่น่าตกใจไม่ใช่แค่นั้นหลังจากเขาแนะนำตัวกับพี่... จุง ยุนโฮ... เหมือนทั้งชื่อ ทั้งหน้าตา อย่างกับคนคนเดียวกัน แตกต่างกันก็ตรงอายุเท่านั้นเอง ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะ..."

"ถึงจะฟังดูไม่น่าเชื่อ...แต่ผมเชื่อครับ" แจจุงบีบมือหล่อนแน่นขึ้นไปอีก เรียกรอยยิ้มสวยๆ จากมิสซาลทิสได้กว้างขึ้น ผิดจากแจจุงที่มีสีหน้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

"ยุนนี่เค้าเหงา มาอยู่ที่วู้ดบริดจ์คนเดียวไม่มีใคร เลยแวะมาเล่นกับจุงโฮทุกวัน พี่กับเค้าจากคนไม่รู้จัก ก็กลายเป็นคนคุ้นเคย มีความสุขมากๆ เหมือนได้น้องชายคืนมาเลยล่ะ" สาวผิวแทนว่าต่อ "...ยุนนี่บอกว่าถูกชะตากับจุงโฮ พอดีกับระยะนั้นเขามีปัญหากับเพื่อนที่หอพัก พี่ก็เลยชวนให้เค้ามาอยู่ด้วยกันซะเลย แล้วก็ตอบแทนค่าที่อยู่โดยการเลี้ยงจุงโฮให้... กระทั่งเจ้าหนูพูดคำแรก เขาเรียกยุนนี่ว่าพ่อ เป็นคำแรกที่พูดได้ พี่อาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของยุนนี่นักหรอก แต่เขาถึงกับน้ำตาซึมเชียวนะ ตอนนี้เองที่พี่กับยุนนี่คิดว่าเด็กเค้ายังต้องการครอบครัว สุดท้ายเลยกลายเป็นยุนนี่เป็นคุณพ่อ แล้วจุงโฮก็ได้ผู้หญิงไม่เอาไหน เลี้ยงเด็กไม่ได้ งานบ้านไม่เป็นอย่างพี่เป็นแม่... ยุนนี่เค้าน่ารักเนอะ ว่ามั้ย?"

"ครับ น่ารักมาก" แจจุงพยักหน้าช้าๆ รู้สึกผิดอยู่ลึกๆ ที่เขาเคยมองยุนโฮผิดไป...มาก ไม่อยากคิดเพิ่มเติมให้ปวดใจไปมากกว่านี้ว่าหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งที่ยอมแสดงตัวว่าเป็นพ่อของเด็กน้อยตัวเล็กๆ จะต้องสูญเสียอิสระในการใช้ชีวิตไปมากแค่ไหน ยังไม่วายต้องมาถูกคนใจแคบมองเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกินอีก คิดเท่านี้ก็เกลียดตัวเองแล้ว

"พี่รักยุนนี่นะ แต่ก็รักเหมือนน้องชายคนหนึ่ง เห็นหน้าแล้วก็อดให้นึกถึงน้องเขยตัวเองไม่ได้ ถึงแม้นอนเตียงเดียวกันมันจะหลอนๆ พิกลก็เหอะ" ถึงตรงนี้สาวสวยหัวเราะแห้งๆ "แต่รายนั้นก็ช่างเอาใจคนแก่ เห็นพี่เมื่อย ทำงานหนัก ก็เลยนวดจับเส้นให้บ่อยๆ"

"นวดจับเส้น!?"

"ใช่จ้ะ" ยิ้มตอบ พลางทำท่าประกอบ "มือหนักตีนหนักอย่างกับควาย แต่มันก็หายปวดสนิทดีนะ"

แจจุงยิ่งสงสัยหนักไปใหญ่ อ๋อ...ที่แท้ต้นตอของเสียงดังโหยหวนครวญครางนั่นก็มาจากการนวดแผนโบราณตำรับยุนโฮเองเรอะ ถึงว่า...มันฟังดูทรมานพิลึก เหะ... แต่ก็ยังมีอีกปมที่ค้างคาในหัวอก แจจุงนั่งนิ่งๆ มึนๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถามออกไป ตายเป็นตายวะงานนี้ "อ..อ่า...แล้วที่...จ..จูบกัน?"

มิสซาลทิสนิ่งไปสามวินาที ก่อนจะกรี๊ดเสียงแหลมจนแจจุงยังสะดุ้ง "อู๊ยยยยยยยยยยยย" หล่อนเอามือตบๆ ไปบนหมอนอิงข้างตัว "มันก็แค่ kissๆ กันตามประสา ตามธรรมเนียมน่า ไม่ได้เน้นๆ deepๆ เหมือนอย่างหนูแจจุงหรอกจ้ะ" กระทุ้งแขนกระเซ้า เรียกสีเลือดที่เคยซีดหายกลับมาจนซ่านใบหน้าหวานของหนุ่มหน้าสวย...

ตาบ้านั่นสารภาพทุกอย่างหมดแล้ว? ...นี่มันคงจะสารภาพทุกอย่างจริงๆ!!

"เอ่อ...แล้วสรุปมิสซาลทิส..ก็ยังโสด?"

"เยส!"

"ยุนโฮ...ก็...ก็ยังโสด?"

"That's right."

สวรรค์ทรงโปรด... แจจุงค่อยๆ ฉีกยิ้มระรื่นออกมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ สีหน้าของมิสซาลทิสที่มองมาอย่างหยอกล้อนั่นทำเอาทนนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องดิ้นไปดิ้นมาบนโซฟาให้สะใจ แจจุงกระชับกอดจุงโฮก่อนจะหอมหัวเหน่งเจ้าหนูไปทีหนึ่ง เขาสัพยอก "แสบนักนะพ่อเราน่ะ"

"คิกๆ"

.
.
.

ยุนโฮเดินเซๆ ราวกับปูนาขาเกตัวใหญ่ซะไม่มี... สมองของพ่อหนุ่มออกจะทำงานได้ผิดปกติจากเดิมไปซักหน่อย เนื่องด้วยเพราะถูกข้อสอบต่อยจนแทบน็อค แหม่...ถ้าแอนตาซินอยู่แถวนี้ คงจะแจกทองให้เขาแล้วเข็มละสลึง บนท้องฟ้าแจ่มใสในมุมมองนี้มีดวงพร่างพราวระยิบเชียว วัตถุแม่สีเคลื่อนไหวอยู่รอบกาย โลกสีน้ำเงินใบโตที่ทุกวันเคยเหยียบ ในวันนี้มันกลับเปลี่ยน position มาหมุนติ้วๆอยู่บนไหล่ หลังจากออกจากห้องสอบก็ตระหนักดีว่า ไม่ดี.ด๊อก ก็คงได้โซ้ยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอฟเอฟย้อมใจเกรดเฉลี่ยเทอมนี้เป็นแน่แท้ คิดแล้วกลุ้ม!

ทันทีที่สองขาพาเอาร่างกายเหี่ยวๆ กลับมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็ผลักโพละเข้าไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย... เสียงหัวเราะร่วนดังแว่วๆ มาจากด้านใน ยุนโฮยักไหล่ไม่คิดม๊าก... เสียงผีบ้านผีเรือนล่ะมั้ง ชายหนุ่มคิดสยองๆ ถอดรองเท้าเตะไปทาง โยนกระเป๋าไปทาง หมายใจจะตะกายไปให้ถึงตู้เย็นหาเบียร์ซักกระป๋อง ทว่าเมื่อหยุดฝีเท้าลงที่หน้าห้องนั่งเล่นยุนโฮก็ถึงกับต้องชะงักเพราะสายตาทั้งสามคู่ที่มองมายังเขายิ้มๆ

หนุ่มหล่อที่เพิ่งถูกข้อสอบข่มขืนมาหมาดๆ ไม่อาจเข้าใจความนัยที่ส่งผ่านมาจากสายตาเหล่านั้น... สมเพชตูล่ะสิ! สมเพชตูใช่ม้ายยยยยย?

"ฮัลโหล แด๊ดดี้" ทั้งสามประสานเสียง พร้อมกับยิ้มจนแก้มปริ

"ฮัลโหล" ยุนโฮตอบมึนๆ พร้อมๆ กับที่แจจุงโถมตัวเข้ามาสวมกอดเขาไว้แน่นๆ ก่อนหอมแก้มอีกฟอดใหญ่ เล่นเอายุนโฮผู้ทำอะไรไม่ค่อยจะถูกอยู่แล้ว วางตัวเก้ๆกังๆเข้าไปอีก "จ..แจ?"

"ชั้นรักนายที่สุดเลย ยุนโฮ"

"อ..อะไรกันเนี่ย?" ชายหนุ่มเกาหัวแกรก จากที่เคยฉลาดก็กลับกลายเป็นโง่เง่าเต่าตุ่นไปซะงั้น "แล้วดวอน... งานเสร็จแล้วเหรอ? ทำไมงวดนี้กลับเร็วจังครับ?"

ดวอน-มารีย์ยิ้ม หล่อนตอบด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ "ยังหรอก คืนนี้จะบินไปปารีสต่อ งวดนี้ไปยาวสามเดือนเลย เลยแค่กลับมาเอาของ กับมอบกรรมสิทธิ์ให้ใครบางคน"

"กรรมสิทธิ์?" ยุนโฮโหมดโง่ยกกำลังสอง

"พี่ยกเธอกับจุงโฮให้หนูแจจุงไปแล้วนะ ต่อไปนี้ก็อยู่กันสามคน พ่อแม่ลูก พี่จะได้หมดห่วงซ๊ากที" หญิงสาวแถลงไข

"เห..." ยุนโฮเลิกคิ้ว หันมาสบตาแจจุงที ก่อนจะได้รับจุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากเป็นรางวัล ร่างสูงหัวเราะ "ผมงงจริงๆครับ ตามไม่ทันเลยเนี่ย..."

"ไม่ต้องงงแล้วคุณพ่อ" แจจุงกระซิบ ร่างบางกระชับกอดคนที่ถูกกระแซะเย้าว่าคุณพ่อแน่นขึ้นอีก กระทั่งยุนโฮยอมกอดตอบ "ต่อไปนี้จะอยู่ให้นายกอดทุกวันเลย... เนอะ..จุงโฮ"

"ดาดิ๊! มามะ! คิกๆๆ" หนูน้อยจุงโฮดูจะมีความสุขมากเป็นพิเศษ ตะกายไปนั่งบนตักป้าดวอน ก่อนจะตบไม้ตบมืออย่างถูกอกถูกใจ มองดูคุณพ่อคุณแม่แลกจูบกันหวานหยดจนมดแทบแตกรัง เจ้าตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะวาดภาพครอบครัวอันแสนสุขในสมองที่กำลังเจริญเติบโตด้วยความรัก...

ครอบครัวของน้องจุงโฮ... แด๊ดดี้ยุนนี่... หม่ามี๊จุงจี้... กับน้องจุงโฮ... โอ๊ะ! แล้วที่ลืมไม่ได้... ป้าดวอน พี่มิกกี้ กับพี่จุนซูผู้น่ารัก คิกๆ

.
.
.

หกเดือนผ่านไป ไวเพราะฟิคโกหก

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงเคาะประตูแบบไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่องนั้น ปลุกยุนโฮกับแจจุงที่กำลังนอนกกกอดกันอย่างสบายใจอยู่บนเตียงนุ่มในเช้าวันหยุดให้ตื่นขึ้น เจ้าหนูจุงโฮซึ่งถูกบำรุงอย่างครบครันด้วยหลากหลายเมนูฝีมือแจจุง ตัวโตขึ้นมากภายในระยะเวลาไม่นานนั่งเล่นของเล่นอยู่กับพื้นข้างเตียงคนเดียวไม่ขี้แย เด็กชายหันมามองแด๊ดดี้ตัวดีที่เพิ่งขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะกลับมาเล่นของเล่นต่อไม่สนใจ

"มอร์นิ่งครับจุงโฮ" ยุนโฮทักลูกชาย

"มอร์นิ่ง..." เสียงเล็กตอบชัดถ้อยชัดคำ

ยุนโฮวิ่งลงบันได เร่งฝีเท้าไปให้ทันเสียงเรียกจากประตูซึ่งดูจะยิ่งทวีความหนักหน่วงรุนแรงในการเคาะขึ้นทุกชั่วขณะจิต กระทั่งมาถึง ชายหนุ่มยื่นมือออกไปดึงประตูให้เปิดออก พร้อมๆ กับที่แจจุงอุ้มจุงโฮลงบันไดตามมา ภาพเบื้องหน้าและเสียงที่แผดลั่นเข้ากระทบแก้วหูก็ถึงกับทำให้ต้องอ้าปากค้าง

"อุแว้! อุแว้!"

"ย..ยูชอน!?"

ยูชอนกับจุนซูยืนหน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่กอยู่ตรงนั้น ในอ้อมแขนของหนุ่มร่างสูงทรงถั่วงอกปลูกในที่มืดอันแสนคุ้นตาอุ้มทารกแรกเกิดไว้อย่างระมัดระวัง แต่ถึงกระนั้นก็ยังดูเก้กังพิการพิกลอยู่ดี ยูชอนยิ้มเจื่อน ผิดกับจุนซูที่มีคราบน้ำตานองหน้า ยุนโฮผู้ซึ่งแบกรับความสงสัยไว้เต็มประดาโพล่งถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

"ย..ยูชอน นายเอาลูกใครมาอุ้มน่ะ?"

ผู้ถูกถามเค้นเสียงตอบช้าๆ ผ่านลำคออันแห้งผากประดุจเอากระดาษทรายมาครูดหิน "หลานชั้น... ชื่อชางมิน... ลูกพี่ลูกน้องเอามาฝากเลี้ยงเจ็ดวัน ส่วนตัวเค้าไปเที่ยวฮ่องกง"

"ชั้นเลี้ยงเด็กไม่เป็น" จุนซูสารภาพ น้ำหูน้ำตาไหลพราก หน้าแดงก่ำไม่แพ้ทารกที่สุดที่รักของเธออุ้มอยู่เล้ย...

"แล้วพวกนายจะทำยังไง?" แจจุงถามบ้าง ในขณะที่เขาอุ้มน้องจุงโฮมายืนอยู่ข้างหน้าเพื่อนรักบ้านใกล้ทั้งสองคน ไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไรว่าทารกผู้แสนบริสุทธิ์นี้จะมีชีวิตรอดไปได้ ภายในระยะเวลาเจ็ดวันอันตรายใต้เงื้อมมือเพื่อนของเขาสองคนนี้

จุงโฮดูจะตื่นตาตื่นใจ เอื้อมมือไปจิ้มๆ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในกกผ้าสีขาวที่พี่มิกกี้ของเจ้าหนูกำลังพยายามกล่อมอยู่ ตัวอะไรหว่า? เกิดมาเพิ่งเคยเห็น...

สิ้นคำของแจจุง ยูชอนกับจุนซูก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้ายุนโฮกับแจจุงในทันที เล่นเอาทั้งคุณพ่อและคุณแม่ตกอกตกใจกันยกใหญ่

"โปรดรับการคารวะจากเราด้วยเถอะยุนโฮ" ยูชอนอ้อนวอนอย่างจนปัญญา ก่อนที่จุนซูจะร้องออกมาจนสุดเสียง

"รับเราเป็นศิษย์ด้วยเถอะนะ แจจุง!! ขอร้องงงงงงงงงงงงง"


////////////////////////////////////// The End