Go! Daddy (1)
posted on 15 Aug 2006 11:04 by bleaf-me in go-daddyTitle: Go! Daddy
Author: *b.leaf*
Paring: YunJae , Impiled YooSu
Type: AU, Multi-chaptered
Genre: Romance, Comedy, Drama
Rate: PG-13 (with some rudely words)

( Part 01/?? )
เครื่องยนต์รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่กำลังลั่นเสียงอื้ออึงน่ารำคาญ เรียกให้ฟันขาวเม้มกัดริมฝีปากสีแดงสวยของตนเองอย่างสุดจะทน ก่อนจะผุดตัวออกมานอกผ้าห่มผืนหนาที่ใช้ห่อตัวนอนตลอดคืน แล้วสะบัดมันออกไปให้พ้นทาง
ร่างบางกระทั้นฝ่าเท้าโครมครามจนบ้านสามชั้นสไตล์อบอุ่นแบบตะวันตกนี้แทบสะเทือน พาใบหน้าหวานสวยที่ดูขมวดมุ่นขุ่นมัวลงมายังชั้นล่าง มือเรียวยกขึ้นยีผมสีดำขลับยาวระไล้ลำคอขาวบางของตนจนยุ่งเหยิง
ในทันทีที่ดวงตากลมโตสีดำสนิทฉายภาพของเพื่อนร่างผอมสูง ซึ่งกำลังนั่งกกกอดเพื่อนตัวเล็กเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มและผมสีน้ำตาลทองอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขก เสียงหวานก็ตะโกนโหวกเหวกถามอย่างต้องการคำตอบ
คิม แจจุง กำลังโมโหร้ายเพราะเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นในเช้าวันหยุด!
"ยูชอน จุนซู ข้างนอกมีอะไรน่ะ? หนวกหูชะมัดเลย" แจจุงถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ใบหน้าหล่อเหลาในแบบผู้ดีของหนุ่มร่างสูงโปร่งเบือนกลับมามองรูมเมทของตนอย่างเสียไม่ได้ ยูชอนที่ยังคงอยู่ในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มถอนหายใจออกมาเซ็งๆไม่แพ้กัน "เสียงเรือกลไฟ..."
"ไอ้บ้า! ชั้นถามแกดีๆนะเว้ย"
"เอ้า! แกก็เห็นอยู่ทนโท่ไม่ใช่เรอะว่ามันคือรถบรรทุกน่ะ ไอ้ปกติ! ใครดีใครบ้ากันแน่วะเนี่ย"
"ยูชอนก็! อย่าไปกวนโมโหแจจุงสิ" สงครามน้ำลายที่กำลังเริ่มขึ้นเรียกเสียงหัวเราะใสๆจากจุนซูได้ แต่ก็ไม่วายประเคนหมัดเล็กลงไปบนแผ่นอกกว้างของคนรักให้ได้ร้องโอดโอยกันสักครั้งแทนระฆังหมดยกชก ร่างเล็กดิ้นขลุกจนหลุดออกมาจากอ้อมกอดแน่นๆของยูชอน ก่อนจะซอยฝีเท้าถี่ๆ วิ่งเข้ามาหาเพื่อนรักหน้าสวย
"ดูเหมือนว่าเราจะมีเพื่อนบ้านใหม่นะแจจุง" จุนซูยิ้มจนตาปิด แก้มกลมๆของเขาเรื่อสีชมพูอ่อนทุกครั้งที่ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้าง พลางเอื้อมมือมาจับข้อแขนแจจุงเอาไว้แล้วกระตุกมันเบาๆ "ไปดูกันมั้ย?"
แม้จะอยากฟาดปากไอ้เพื่อนตัวดีที่กำลังนั่งทำหน้าทะเล้นอยู่บนโซฟา แต่ก็ยังแพ้ใจดวงตาเว้าวอนและท่าทางอยากรู้อยากเห็นสุดแสนจะน่ารักของเพื่อนตัวน้อยอยู่ดี แจจุงพยักหน้าตอบช้าๆอย่างไม่ให้เสียน้ำใจ ก่อนจะเดินตามแรงกึ่งจูงกึ่งลากของจุนซูที่ดูมีท่าทีกระตือรือร้นเต็มที่ออกไปแต่โดยดี
แหวกม่านบานเกล็ดพลาสติกสีครีมที่ติดอยู่ตรงกรอบบานหน้าต่างสีไม้ใกล้กับประตูบ้าน ดวงตาทั้งสองคู่สอดส่ายออกไปสำรวจบริเวณด้านนอก ถนนสายเล็กที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่เคยเปลี่ยนแปลงอันเคยดูเงียบเหงาในเวลาเช้าตรู่ ในยามนี้กลับคึกคักขึ้นมาด้วยพนักงานส่งของหลายชีวิตกำลังทำงานกันอย่างแข็งขัน ยกเครื่องเรือนหรูหรามีสไตล์ลงจากรถบรรทุกส่งของขนาดใหญ่ซึ่งจอดขวางกินพื้นที่ถนนเกือบทั้งหมด ก่อนจะขนเอาของใช้เหล่านั้นหายเข้าไปภายในประตูที่พวกเขาไม่เคยเห็นมันถูกเปิดใช้งานมาก่อน
"นั่นบ้านมิสซาลทิสนี่หน่า... เปิดบ้านให้เช่างั้นเหรอ?" จุนซูบ่นงึมงำถึงชื่อดีไซเนอร์สาวใหญ่ชาวอเมริกันเจ้าของบ้านหลังถัดไป แม้ว่าตั้งแต่ตัดสินใจย้ายเข้ามาร่วมหารค่าเช่ากับยูชอนและแจจุงในบ้านหลังนี้ก็จวนจะครบสองปีแล้ว ทั้งสามก็ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเพื่อนบ้านนามว่ามิสซาลทิสมาก่อนเลยสักครั้งก็ตาม
"ไม่แน่ มิสซาลทิสอาจจะกลับมาเกาหลีก็ได้นะ" แจจุงออกความเห็นบ้าง "ว่าแต่คนไหนล่ะ มิสซาลทิส?"
"นั่นสิ คนไหนกันนะ?"
โบ๊ะ!
"โอ้ย! ไอ้ยูชอน แกตีหัวชั้นทำไมเนี่ย!?" แจจุงโวยลั่น ทันทีที่ยูชอน ผู้ซึ่งยืนสังเกตพฤติกรรมเพื่อนกับคนรักของตนอยู่นานสองนาน ประเคนม้วนหนังสือพิมพ์ในมือลงบนกะโหลกกลมๆของเพื่อนร่างผอมเพรียว เล่นเอาจุนซูเองก็สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
"ก็เห็นอยากรู้ซะเหลือเกินนี่ ทำไมไม่ออกไปถามเค้าเองเล่า มาด้อมๆมองๆอยู่ทำไม ทุเรศลูกตาจริงแก" ยูชอนว่า เขาส่ายหน้าระอาใจให้กับพฤติกรรมถ้ำมองของรูมเมททั้งสอง...
แจจุงอมลมจนแก้มตุ่ย มือเรียวยกขึ้นลูบหัวตัวเองปอย พลางบ่นกะปอดกะแปดไปตามประสา "จะให้ไปถามได้ยังไงกันเล่า เค้าก็ได้หาว่าสอดรู้สอดเห็นเอาน่ะสิ"
โบ๊ะ!
"โอ้ย! ไอ้ยูช๊อน..."
"แล้วที่ทำอยู่นี่ไม่เรียกสอดรู้สอดเห็นหรือยังไง?" ยูชอนถอนหายใจยาวอย่างเอือมระอา ก่อนจะพาดแขนหมับลากจุนซูเข้ามากอดคอ "ไปที่รัก" ริมฝีปากอิ่มขยับพูด
ประโยคสั้นๆที่ฟังแทบไม่ได้ใจความทำให้จุนซูต้องขมวดคิ้ว "ไปไหนเหรอยูชอน?" เสียงเล็กเอ่ยถามเบาๆอย่างไม่แน่ใจในอารมณ์ของคนตัวสูงเท่าไหร่นัก
"ก็ไปถามให้รู้เรื่องน่ะสิว่าเพื่อนบ้านใหม่ของพวกเราเป็นใครกันแน่" พ่อหนุ่มมาดผู้ดียักคิ้วตอบ ก่อนจะลากจุนซูเดินออกนอกประตูบ้านไป โดยไม่สนใจอีกหนึ่งชีวิตที่ยังคงกุมศีรษะร้องครวญครางอยู่เลย
"เดี๋ยวเซ่...รอชั้นด้วย" แจจุงร้องเสียงอ่อย ก่อนจะวิ่งเหยาะๆตามเพื่อนทั้งสองของตนออกไป คล้ายจะชินชาเสียแล้วสำหรับนิสัยไร้ความยุติธรรมของยูชอน กับทุกเช้าที่แสนสดใสด้วยเสียงหัวเราะของจุนซู ตลอดเวลาสองปีที่ร่วมแบ่งปันชีวิตครึ่งหนึ่งเพื่อใช้ร่วมกับเพื่อนรักสองคนในบ้านเช่าที่แสนอบอุ่นหลังนี้
.
.
.
"ขอโทษนะครับคุณน้า ผมขอรบกวนเวลาซักครู่ได้มั้ยครับ?" เสียงนุ่มทุ้มกล่าวอย่างสุภาพ พร้อมๆกับที่ปลายนิ้วชี้แตะสะกิดเบาๆลงบนไหล่ของพนักงานส่งของร่างเล็ก เรียกให้คุณน้าคนที่ว่าหันมามองหน้าร่างสูงอย่างหวาดๆ
"มีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ?"
"เปล่าหรอกครับ" ยูชอนยิ้มให้เขา มือที่เหลือก็ยังไม่วายฉุดกระชากลากถูจุนซูให้เข้ามาใกล้ตัวเพื่อเพิ่มความมั่นใจ "แค่เห็นพวกคุณน้าขนของกันดูวุ่นวายใหญ่เลย ใครจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้งั้นเหรอครับ?"
"อ๋อ..." คุณน้าคนส่งของมองตามมือยูชอนที่ชี้ไปยังบ้านสไตล์ตะวันตกหลังที่เขากำลังรับผิดชอบงานอยู่ ก่อนจะยิ้มใจดีจนตาที่หยีอยู่แล้วปิดสนิท "ก็มิสซาลทิสนั่นแหละครับ เธอย้ายกลับมาจากนิวเจอร์ซี่ย์ พร้อมกับสามีแล้วก็ลูกชาย"
"เอ๋? มิสซาลทิสแต่งงานแล้วเหรอครับ!?"
"ผมเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากนักหรอกครับ เอาไว้คุณชายลองถามกับเจ้าตัวเองแล้วกันนะว่าเป็นยังไงมายังไง ผมต้องเร่งงานต่อให้เสร็จก่อนที่มิสซาลทิสจะเข้ามาดูบ้านช่วงบ่ายๆนี่แหละครับ"
"อ..อ่า ครับ งั้นผมไม่รบกวนคุณน้าแล้วครับ ขอบคุณมากนะครับ" ยูชอนกล่าวขอบคุณโดยไม่ลืมที่จะโค้งให้คู่สนทนาเป็นการปิดท้าย
ลมเย็นยามเช้าพัดพาเอาเศษใบไม้แห้งให้ปลิวไปตามพื้นหญ้าสีเขียวขจีซึ่งทอดตัวอยู่บนสนามเล็กๆ หน้าบ้านทรงสูงสไตล์ยุโรปหลายหลังที่สร้างขึ้นเรียงรายกันอยู่เลียบไปตามแนวถนนสายสงบ ผนังสีแดงอิฐก่อขึ้นสูง ฉลุหน้าต่างกระจกกรอบไม้ขัดเงาเข้าชุดกับประตูในแบบเดียวกัน แต่ละหลังตั้งระยะห่างกันไม่ถึงสามเมตรด้วยซ้ำ จะมีสิ่งที่ขีดเส้นแบ่งความเป็นส่วนตัวอยู่ก็เพียงแค่รั้วเหล็กดัดลายกั้นเอาไว้เท่านั้น
เพียงแค่คล้อยหลังคุณน้าคนส่งของไป สามสหายก็ล้อมวงเข้ามาสุมหัวกันแทบจะในทันที
"ไม่แปลกใจที่เป็นมิสซาลทิส" ยูชอนยกมือขึ้นลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้นมาอีกครั้งราวกับกำลังปรึกษาภารกิจกู้โลกเสียมากกว่า "แต่เรื่องลูกของมิสซาลทิสนี่สิ...แปลก"
"คนเรามีลูกมันเป็นเรื่องแปลกขนาดนั้นเลยเหรอยูชอน?" คำถามไร้เดียงสาของจุนซูหยุดทุกความคิดเอาไว้ชั่วขณะ ทั้งสามหันมาแลกสายตากันอย่างงุนงง
"แต่ชั้นว่ายังมีเรื่องที่แปลกกว่านั้น..." แจจุงที่เงียบอยู่นานตัดสินใจพูดสิ่งที่ตนคิดออกไปบ้าง เรียกให้เพื่อนรักสองคนที่เหลือหันกลับมาจ้องเขาด้วยแววตาใคร่รู้ "ก็คือที่พวกเราสามคนใส่ชุดนอนมายืนบ้าอยู่กลางถนนนี่ไงล่ะ"
ทั้งสามถอนหายใจดังๆ ออกมาพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะตัดสินใจพับแผนปฏิบัติการแอบดูคนข้างบ้านเอาไว้ชั่วคราว แล้วเดินตามกันหายเข้าประตูบ้านของพวกเขาไปอย่างปลงๆ รอจนกว่าเวลาบ่ายจะมาถึง
.
.
.
แจจุงละสายตาออกจากนิตยสารบนตักทันทีที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถยุโรปแล่นเข้ามาเทียบฟุตบาทฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะคืบโผเข้าไปเกาะขอบหน้าต่างบานเดิม แล้วแหวกช่องว่างเล็กๆ ระหว่างซี่ม่านบานเกล็ดจนกว้างพอจะให้ดวงตากลมๆ ของตนสอดส่ายผ่านไปได้ ท่าทีพรวดพราดโครมครามของแจจุงนั้นเรียกความสนใจจากคู่รักหวานเจี๊ยบที่กำลังนั่งชี้นกชมไม้กันอยู่ไม่ไกลให้กลับมาจับจ้องที่เขาอีกครั้ง
"มันคิดว่ามันเป็น เชอร์ล็อค โฮมส์ หรือยังไงนะ" ยูชอนบ่นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงระอาแกมรำคาญ
"แต่ชั้นว่าแจจุงพยายามจะเป็น นางฟ้าชาร์ลี ซะมากกว่าน้า" จุนซูเสริม ก่อนที่คนทั้งคู่จะค่อยๆ ย่องตามแจจุงออกไป
"ชั้นได้ยินเสียง Mercedes-Benz SL65 เครื่องยนต์ AMG 6,500 ซีซี ทวินเทอร์โบชาร์ท V12 SOHC 36 วาล์ว มาจอดอยู่ในรัศมี 10 เมตรถัดจากบ้านเรา"
แจจุงเริ่มร่ายยาวทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเพื่อนๆ เดินเข้ามาสมทบ กล่าวโชว์ภูมิประสิทธิภาพหูที่ตนเองมั่นใจนักมั่นใจหนาอย่างไม่มีลังเล ภาพของ คิม แจจุง คนสวยเจ้าของตำแหน่งเดือนคณะอักษรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในยามนี้ดูไม่จืด มือเรียวขาวจับแยกแหกเกล็ดม่านพลาสติกจนแทบฉีก พลางเอาหัวเล็กๆ มุดชอนไชเข้าไปแทบจะทั้งหัว ใบหน้าหวานสวยที่ใครๆ ต่างก็ยกย่องกันนักหนาแนบกระจกหน้าต่างบ้านอย่างไม่ค่อยอยากรู้อยากเห็นเล้ย...
แจจุงเอ๋ย ชั้นภูมิใจมากที่มีเพื่อนอย่างแก!
"จุนซู...เพื่อนนายนี่มันหูดีเหมือนตัวอะไรซักอย่างเลยนะ" นอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ยูชอนยังพูดค่อนขอดเพื่อนสนิทกับแฟนหนุ่มของตนซะอีก เอ... ต้องเรียกแฟนสาวสิถึงจะถูก
"ตัวอะไรซักอย่าง? ตัวอะไรเหรอ ยูชอน?" รายนี้ก็ช่างไร้เดียงสาประดุจผ้าขาว หันกลับมาจ้องตาคนตัวสูงด้วยดวงตากลมป๊อกบ้องแบ๊ว เล่นเอายูชอนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ให้กับความไม่ทันใครของแฟนตัวเล็ก
ยูชอนกัดฟันตอบ "ปลาคาร์ฟมั้งจ๊ะที่รัก"
"เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าปลาคาร์ฟมันมีหูด้วย"
ผ่าง!
เพียงเท่านั้นก็พอจะทำให้ ปาร์ค ยูชอน นักศึกษาผู้มีผลการเรียนดีเด่นประจำคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอันเลื่องชื่อ ต้องยืนฉงนค้างไม่ต่างอะไรกับเทวรูปหน้าศาลเจ้า ประกอบกับเสื้อยืดลายสายรุ้งคาดที่สวมอยู่ทำให้ดูเผินๆ ราวกับผ้าสามสีก็มิปาน สามารถเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่เจ้าพ่อปาร์คได้มากโข
ในขณะที่ยูชอนกำลังยืนทบทวนสรีระและลักษณะทางกายภาพของสัตว์เลือดเย็นอยู่นั้น แจจุงกับจุนซูก็สวมบทบาทนางฟ้าชาร์ลีทันที จุนซูผู้เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์คว้ากล้องส่องทางไกลออกมาจากที่ไหนไม่รู้พลางเอาแนบตา ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าจึงชัดเจนแจ๋วแหววราวกับเกิดขึ้นอยู่ใกล้ๆ
"คนนั้นหรือเปล่า มิสซาลทิส?" ร่างเล็กพึมพำ เมื่อสายตาจับอยู่กับร่างไม่เตี้ยไม่สูงของสาวใหญ่ผิวสีน้ำผึ้ง เส้นผมสีน้ำตาลบลอนด์หยักเป็นลอนยาวสลวย และเมื่อเธอถอดแว่นตากันแดดสีดำสนิทออกก็พบว่าหล่อนมีนัยน์ตาสีเขียวสุดแสนเซ็กซี่ จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากอวบอิ่ม และโหนกแก้มสูงตามแบบฉบับสาวตะวันตก ทำให้ผู้หญิงที่ดูกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วอย่างเธอสวยสง่าเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
ที่สำคัญ... ทรวดทรงองค์เอวกับหน้าอกตู้มๆของเธอ ก็พอจะเรียกสติสตางค์ของว่าที่ผู้พิพากษาหนุ่มให้กลับมาสนใจเธอได้ไม่ยากเย็น ยูชอนฉกกล้องส่องทางไกลเด็กเล่นที่จุนซูถืออยู่ขึ้นมาส่องทันที "มิสซาลทิสเหรอ? สวยอย่างกับนางเอกหนังเอวีแน่ะ!"
โบ๊ะ!
"ไอ้จกกะเปรตเอ้ย เอากล้องมานี่!" แจจุงได้ทีเอาคืน ฟาดม้วนหนังสือพิมพ์เจ้ากรรมม้วนเก่าเข้ากับกะโหลกโหนกๆของยูชอน พลันรีบแย่งกล้องส่องทางไกลมาจากมือเพื่อนอย่างรวดเร็ว สอดแนมสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นโดยภาพรวมแล้วก็สามารถบ่งบอกได้ว่า เธอผู้นั้นคือมิสซาลทิส ดีไซน์เนอร์สาวใหญ่เพื่อนบ้านของเขาอย่างแน่นอน ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหล่อนจะมีอายุขึ้นเลขสามแล้ว เพราะยังดูสวย ว่องไวและทันสมัยอยู่
แต่ความแปลกใจหาได้จบอยู่เพียงเท่านั้นไม่
"ล..แล้วนั่น ลูกชายมิสซาลทิสงั้นเรอะ!?"
สามหนุ่มสามมุมประสานเสียงขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน ทันทีที่ประตูรถสปอร์ตคันงามถูกเปิดออก หนุ่มร่างสูงที่ดูจะมีอายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขาก็ก้าวเท้าออกมา ด้วยรูปหน้าเรียวรีและคมสันค่อนไปทางหนุ่มเอเชียมากกว่าตะวันตก สวมแว่นตากันแดดมียี่ห้อไว้ติดใบหน้า เส้นผมถูกตัดสั้นสีน้ำตาลพลิ้วไปพร้อมกับแรงลม ผิวของเขาขาวเนียนกำลังพอดี ประกอบกับรูปร่างที่ดูจะแข็งแรงกำยำไม่หยอกนั่น เสริมให้เสื้อผ้าดีไซน์เก๋ดูดีขึ้นอีกหลายเท่า
"ช..ใช่แน่เหรอ? ทำไมเป็นหนุ่มขนาดนั้นล่ะ" จุนซูละล่ำละลักอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
"แต่ก็ได้ยินมาว่าลูกชายเค้าเป็นลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน" ยูชอนเองแม้จะไม่อยากเชื่อ แต่ก็คงต้องเชื่อ "นายคิดว่าไงแจจุง?"
ลูกแก้วดวงกลมสีนิลจ้องชายหนุ่มคนที่กำลังตกเป็นประเด็นถกเถียงไม่วางตา เห็นเขามีท่าทีตื่นอกตื่นใจกับบ้านใหม่หลังเบ้อเริ่มของตนไม่น้อย พลางรี่เข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่แล้วหอมแก้มอีกฟอดใหญ่ ดูยังไง๊...ยังไงก็เหมือนเด็กติดแม่ไม่มีผิด แจจุงพยักหน้าหงึกหงักย้ำความคิดของเพื่อนทั้งสอง "ลูกชาย ใช่ๆ ลูกชาย ต..แต่ว่า..."
"แต่อะไรเหรอแจจุง?" จุนซูยืดตัวขึ้นมาเอาแก้มกลมๆแนบแก้มของแจจุง พยายามจะสอดสายตาผ่านเลนส์ของกล้องส่องทางไกลด้วยอีกคน กระทั่งร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงผ้าเนื้อหนาสีขาวเลื่อนฝ่ามือขึ้นถอดแว่นตากันแดดออกเท่านั้น แจจุงก็โพล่งประโยคเด็ดออกมาแทบจะในทันที
"แต่ว่า...ล..หล่อเป็นบ้าเลยอ๊ะ!" พูดเองเขินเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงไปดิ้นสปินอะรูนี่ย์อยู่กับพื้น พาเอาเพื่อนฝูงถอนใจออกมาอย่างระเห็ดระเหี่ยในอารมณ์ หากบรรดาพ่อแม่พี่น้องหัวคะแนนที่โหวตให้คนคนนี้ได้เป็นเดือนประจำคณะมาเห็นเข้า คงถึงขั้นกัดลิ้นตายเป็นแน่แท้
เห็นทีว่าเพื่อนบ้านคนใหม่คงจะมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิดซะแล้ว
.
.
.
ไม่รู้จะเรียกว่าเห่อเพื่อนบ้านได้สนิทปากหรือเปล่า เพราะตั้งแต่สองแม่ลูกเดินโอบกันผ่านบานประตูไม้หายเข้าบ้านไป แจจุงก็เอาแต่นั่งท้าวคางอยู่กับพนักพิงของโซฟาตัวโตในห้องทำงานส่วนตัวของเขา ซึ่งแน่นอนว่าถูกยกให้แบบเต็มๆ เพียวๆ เนื่องด้วยความใจดีของสองเกลอที่แท้จริงคงไม่อยากให้เขาไปเป็นก้างขวางคอเสียมากกว่า ยูชอนและจุนซูจึงแบ่งห้องทำงานที่กว้างขวางกว่าห้องนี้เล็กน้อยที่ชั้นสองของบ้าน
นิตยสารเล่มโปรดที่มักจะหยิบฉวยขึ้นมาอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจนั้น กลับถูกโยนทิ้งขว้างไปลงกองอยู่กับพื้นพรมใต้โต๊ะชุดรับแขกอย่างไม่ใยดี ส่วนหนังสือเรียนเล่มหนาเตอะเคยวางอยู่ตรงไหน องศาใด ก็ยังคงปักหลักอยู่ที่เดิมอย่างนั้นไม่ขยับ น่าสนใจที่เมื่อมองจากมุมที่เขานั่งอยู่ผ่านบานกระจกโปร่งใสทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดพอเหมาะที่ประกอบกันจนกลายเป็นกระจกบานใหญ่ ก็จะสามารถมองเห็นภายในห้องนั่งเล่นของบ้านข้างๆ ได้อย่างชัดเจน
...บ้านของมิสซาลทิสกับคุณลูกชายสุดหล่อ...
ภายในห้องนั่งเล่นสไตล์อบอุ่นแบบตะวันตก หมายถึงตะวันตกแท้ๆเลยทีเดียว พื้นบ้านปูพรมสีเข้ม เข้ากับวอลเปเปอร์บุพนังที่มีสีตัดกันอย่างลงตัว เตาพิงที่มีไม้ฟืนก่อไว้พร้อมใช้งาน โซฟาบุผ้าเนื้อดีชุดใหญ่มากๆ ซึ่งพอสำหรับทุกคนในครอบครัวและรองรับแขกผู้มาเยือนได้สบาย ณ มุมห้องตกแต่งไว้ด้วยชั้นวางของกระจุกระจิกกับตู้หนังสือไม้โบราณ โทรทัศน์จอแบนที่ราคาคงจะสูงลิบลิ่ว เครื่องเสียง ตู้ปลา กับเปียโนตัวเล็กๆ ดูจะเข้าชุดกันไปเสียหมดเสริมให้ห้องนั่งเล่นห้องนั้นยิ่งน่านอนน่านั่งเข้าไปใหญ่
ติ๊งหน่อง!
คิดอะไรเพลินๆ ไปเรื่อยเปื่อยจนเกือบจะหลับคาท่านั่งผิดมนุษย์มนานั่นไปเสียแล้ว แต่เสียงกริ่งหน้าบ้านที่ลั่นขึ้นสามารถฉุดแจจุงให้หลุดออกจากห้วงความคิดได้อย่างทันควัน ร่างบางสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะบิดขี้เกียจอีกหลายตลบ พยายามขจัดความเมื่อยล้าและผีขี้เกียจในตัวให้หลุดออกไป ป่านนี้ยูชอนคงกำลังเคร่งเครียดอยู่หน้าจอโปรแกรม msn messenger แชทกับบรรดาเพื่อนรักจากต่างแดนของเขา ส่วนจุนซูก็คงกำลังร้องไห้ร้องห่มอยู่กับนิยายภาษาต่างด้าวที่เขาชอบ แจจุงตระหนักถึงหน้าที่ในทันทีว่าคงไม่สามารถเกี่ยงให้ใครไปเปิดประตูได้ นอกจากตัวเขาเอง
"กำลังไปคร้าบ..."
ตะกล้าใบโตถูกยื่นมาให้พร้อมๆ กับรอยยิ้มจริงใจอย่างหยิบยื่นไมตรี เป็นมิสซาลทิสจริงๆ ที่กำลังยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้าเขา แจจุงยิ้มตอบพลางโค้งให้หล่อนอย่างนอบน้อม ก่อนจะรับตะกล้าของฝากใบใหญ่นั้นไว้แทนสินน้ำใจตามธรรมเนียมของชาวตะวันตกเขา
"สวัสดีจ้า พี่เป็นเพื่อนบ้านใหม่ แวะมาทักทายค่ะ" ถึงแม้สำเนียงจะยังฟังดูทะแม่งๆ แต่ก็นับว่าเชี่ยวชาญภาษาอยู่ไม่น้อย มิสซาลทิสกล่าวเป็นภาษาเกาหลี โดยไม่ลืมที่จะโค้งคำนับให้แจจุงแบบเกาหลี๊...เกาหลีอีกด้วย
"สวัสดีครับ ยังไงเชิญเข้ามาก่อนนะครับ"
"ขอบคุณมากจ้ะ รบกวนด้วยนะจ๊ะ"
.
.
.
บ่ายคล้อย... แจจุง จุนซู ยูชอน รวมถึงมิสซาลทิส นั่งกันอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาที่โต๊ะรับแขก บทสนทนาเรียบๆ ที่ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมายถูกเริ่มขึ้นอย่างเป็นกันเอง ด้วยต่างฝ่ายก็ดูจะคุยเก่งกันพอตัวอยู่ บทสนทนาที่เคยดำเนินอย่างเรียบๆ จึงเปลี่ยนมาเป็นการด้นแร๊ปสดจนน้ำไหลไฟดับแทน แจจุงแนะนำตัวเองอย่างรวบรัดได้ใจความ ส่วนยูชอนก็จะหนักไปทางโม้เรื่องชาติกำเนิดจากต่างประเทศของตัวเองเสียส่วนใหญ่ ผิดจากจุนซูที่ขุดเอาประวัติตระกูลออกมาเล่าจนหมดเปลือก พ่อแม่ชื่ออะไร ทำงานที่ไหน ชอบกินเนื้อหรือกินผัก ชอบกินโค้กหรือเป๊บซี่มากกว่ากัน จนดูไม่มีทีท่าว่าการแนะนำตัวของหนูแกจะหยุดลงง่ายๆ แจจุงเลยจัดการปิดประเด็นยาวเหยียดนั้นลงสั้นๆ
"สรุปว่า คิม จุนซู อายุ 19 ปี เรียนอยู่ปี 2 คณะอักษรศาสตร์ เป็นเพื่อนสนิทผมเองล่ะครับ มิสซาลทิสล่ะครับ แนะนำตัวบ้างสิครับ?"
กระทั่งทุกคนแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อย ถึงแม้จุนซูจะดูมีเรื่องที่อยากพูดอยู่อีกก็เถอะ ก็ถึงคราวที่แขกคนสำคัญจะแนะนำตัวบ้าง มิสซาลทิสยิ้มสดชื่น พลางส่งมือมาเชคแฮนด์ทุกคนอย่างเป็นกันเอง "ชั้นชื่อ ดวอน-มารีย์ ซาลทิส นะจ๊ะ เพิ่งกลับมาจากวู๊ดบริดจ์ นิวเจอร์ซี่ย์แน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนจ้ะ"
"อันที่จริงมิสซาลทิสอยู่ที่นี่มาก่อนพวกเราอีกนะครับ พวกผมต่างหากที่ต้องฝากเนื้อฝากตัว" เป็นน้ำเสียงสุขุมและท่าทางวางมาดในแบบฉบับยูชอน เรียกรอยยิ้มขำๆ จากใบหน้าคมสวยของดีไซเนอร์สาวใหญ่ได้ไม่น้อย
"อยู่ก็แต่บ้าน คนไม่ได้อยู่ด้วยนี่จ๊ะ พี่เดินทางไปโน่นมานี่บ่อยๆ ไม่ค่อยได้อยู่ติดบ้านกับครอบครัวนักหรอก" หญิงสาวว่า นัยน์ตาของเธอดูเศร้าลงไปหลายขุมทันทีที่พูดเรื่องหน้าที่การงานของเธอ "ถึงมันจะได้พบเจออะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เยอะก็เถอะนะ"
จุนซูบุ้ยปากทำแก้มป่อง มือเล็กๆเอื้อมไปกุมมือของมิสซาลทิสเอาไว้ให้กำลังใจ ไม่ว่าแจจุง ยูชอน หรือแม้แต่ตัวเขาเองล้วนเข้าใจความรู้สึกเหงาที่ต้องอยู่ไกลบ้าน ไกลครอบครัวด้วยกันทั้งนั้น ถึงจะเป็นในกรณีศึกษาที่ค่อนข้างแตกต่างก็เถอะ "ไม่เป็นไรนะครับมิสซาลทิส ลูกชายคุณก็โตเป็นหนุ่มแล้ว อีกไม่นานก็เรียนจบ อนาคตมิสซาลทิสก็คงไม่ต้องทำงานหนักอย่างทุกวันนี้แล้วล่ะน้า"
ถ้อยคำให้กำลังใจซื่อๆในแบบ คิม จุนซู คงจะพอช่วยบรรเทาความหนักใจในความคิดของใครต่อใครได้ แต่ทว่านั่นกลับทำให้มิสซาลทิสถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก สาวใหญ่ยกมือขึ้นลูบผมตัวเองปอย พลางมองจุนซูอย่างไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก หล่อนแยกเขี้ยวยิ้มเหี่ยวแห้งด้วยไม่แน่ใจว่านั่นเป็นเพราะระดับความรู้ภาษาเกาหลีอันยังไม่แตกฉานดีของหล่อน หรือว่าเป็นจุนซูเองกันแน่ที่กำลังสับสน
"ลูกชาย? เป็นหนุ่ม?"
"ใช่ครับ! ว่าแต่ทำไมเค้าไม่มาด้วยล่ะครับเนี่ย?" จุนซูผู้ไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราวกับชาวบ้านเขายังคงยืนยันความคิดตัวเองต่อไป ใบหน้าจิ้มลิ้มชะเง้อชะแง้มองหาหนุ่มร่างสูงผู้ถูกกล่าวถึง ผิดจากยูชอนกับแจจุงที่ดูจะจับความผิดปกติอะไรบางอย่างได้แล้วเรียบร้อย
"เอ่อ... ลูกชายพี่... พี่เลี้ยงเค้าจะพาบินตามมาวันพรุ่งนี้น่ะจ้ะ วันนี้ยังไม่มาหรอก ที่สำคัญเค้าก็ยังไม่เป็นหนุ่มเลยด้วย เพิ่งจะขวบกับอีกสองเดือนเท่านั้นเอง"
"เอ๋? ล..แล้ว...?"
สีหน้าตื่นตะลึงราวกับถูกผีอำของจุนซูในยามนี้เรียกให้มิสซาลทิสระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างเข้าใจทุกอย่างดี "ถ้าหมายถึงยุนโฮล่ะก็... เค้าเป็นบอยเฟรนด์ของพี่นะคะ"
"ว่าไงนะ!?" อีกครั้งที่สามเกลอตะเบ็งเสียงออกมาพร้อมเพรียงกันด้วยใบหน้าซีดเผือด "บอยเฟรนด์งั้นเรอะ!?"
งั้นที่คุณน้าคนส่งของบอกว่า 'มิสซาลทิสจะย้ายกลับมาพร้อมกับสามีและลูกชาย' อีตาหน้าหล่อนั่นก..ก็...
"ว๊ากกกกกกกกกกกกก!"
////////////////////////////////////// TBC...
