★ b.leaf ★ View my profile

Demon Authorized (21)

posted on 01 Nov 2009 19:53 by bleaf-me  in demon-authorized

Title: Demon Authorized
Author: b.leaf
Staring: Dong Bang Shin Gi (SM Entertainment) / (C) b.leaf's Original Characters
Pairing: Yoonho/Jaejoong, Yoochun/Junsu
Genre: AU, Mystery, Thrillers, Horror ; !Against religion & beliefs (Christian Beware)
Rate: R
Warning: นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นจากความพึงพอใจส่วนบุคคล และไม่มีเจตนาจะกล่าวพาดพิง กระทบกระทั่ง กลุ่มคนหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งทั้งสิ้น เนื้อหาเกี่ยวเนื่องถึงความสัมพันธ์แบบชายรักชาย ชื่อบุคคลหรือสถานที่หลายอย่างที่อ้างถึงเขียนขึ้นจากจินตนาการและอาจไม่มีอยู่จริง หากการอ่านนิยายเรื่องนี้ทำให้ท่านรู้สึกตะขิดตะข่วง ลำบากใจ ลำบากกาย ถือเป็นความทรมาน รับไม่ได้ ไม่ชอบ ขอความกรุณาปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณมากๆที่เข้ามาเยี่ยมเยียนบล็อกนี้ค่ะ ^^

 

- - -

 

21.

 

ชางมินคิดว่าถ้าหากเขายังทนนั่งฟังข้อสันนิษฐานเลื่อนลอยที่ดูยังไงก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะเข้าข้างแม่เขาสักนิดของคิมฮยอนซุคกับนักสืบหน้าเด็กเวรตะไลนั่นต่อไปอีกสักสองถึงสามวินาที สมองซึ่งทำงานหนักมาตลอดวันของเขาคงระเบิดเป็นจุลแน่ เด็กหนุ่มจึงเดินลากขาอย่างเหนื่อยล้าขึ้นบันไดบ้าน รู้สึกเวิ้งว้างเกินทน ในขณะที่ประเด็นถกเถียงเดิมๆ ยังคงดังก้องให้ได้ยินจากห้องครัว

บ้านเงียบมาก เขาไม่ได้ยินเสียงละครโทรทัศน์หรือรายการเกมโชว์ทางช่องเอ็มบีซีเช่นทุกวัน น้องสาวทั้งสองต่างขังตัวเองไว้ในห้องของพวกเธอแล้วทำการบ้านวิชาเคมี มันอาจเป็นกิจวัตรประจำวันอันแสนปกติธรรมดาสำหรับครอบครัวใคร หากสำหรับเขามันกลับไม่ใช่ลางดี

บ้านนี้เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปชนิดที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจซ่อมแซมความเสียหายนี้ให้กลับคืนมาในสภาพไม่บุบสลาย

เขาผลักประตูไม้เข้าไปในห้องหนังสือ ก่อนกลิ่นประจำตัวของแม่จะโชยสะกิดนาสิกประสาท มันไม่ใช่กลิ่นหอมเย้ายวนใจเหมือนกลิ่นกายของดร.ชยอนอารา ไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้สมองปรอดโปร่งเหมือนกลิ่นสายลมและหาดทราย แต่เป็นกลิ่นแบบเชยๆ น่ะ เขาเองก็บอกไม่ถูกหรอกว่ามันเป็นกลิ่นแบบไหน รู้เพียงแต่ว่านี่คือกลิ่นของแม่ กลิ่นที่จมูกคุ้นชินยิ่งกว่ากลิ่นเหงื่อของตัวเอง กลิ่นที่ฝังอยู่ในเสื้อผ้าของเขา เส้นผมของเขา กลิ่นเดียวกับกลิ่นบนหมอนที่เขาใช้หนุน

เด็กหนุ่มลูบฝ่ามือบนแป้นคีย์บอร์ดสีขาวสะอ้าน คิดถึงแนวทางที่ฝ่ามือเธอขยับบนปุ่มเล็กๆ เหล่านี้ บนโต๊ะไม้เทียมสีขาวครีมมีกรอบรูปบานเล็กๆ ตั้งอยู่ ในภาพเขากับน้องสาวสองคนกำลังฉีกยิ้มร่าเริงให้กล้อง หนุ่มสาววัยรุ่นคงตกใจจนตาเหลือกแน่หากรู้ว่าเฮียวรินใช้คอมพิวเตอร์แอ๊ปเปิ้ล เธอรู้วิธีใช้มือถือไอโฟนอย่างเต็มประสิทธิภาพ จัดการตารางสอนและตารางการประชุมด้วยพีดีเอ อีกทั้งยังใช้โปรแกรมไฟร์ฟ็อกซ์แทนอินเตอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์

แม่ของเขาไม่เหมือนแม่คนไหน

ห้องหนังสือนี้เป็นทั้งห้องทำงานและห้องนอนของเฮียวริน แม่กับพ่อของเขาไม่ได้นอนร่วมเตียงกันแล้ว หากนั่นไม่ใช่เพราะพวกท่านเบื่อหน่ายการดำรงอยู่ของอีกฝ่ายเหมือนคู่รักวัยกลางคนคู่อื่นๆ ในทางกลับกัน พวกท่านยังคงมีไฟต่อกันในแบบที่ยากเกินกว่าใครจะคาดเดา และชางมินก็รู้สึกละอายปากมากเสียจนไม่สามารถอธิบายภาพนั้นให้ใครต่อใครฟังได้ แต่แม่ของเขาเป็นผู้หญิงบ้างาน เธอทำงานตลอดเวลา ทำงานแทนการไปสารภาพบาปที่โบสถ์ ทำงานเพื่อปลดปล่อยสภาวะตึงเครียดที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทุกวันเธอจะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ด้วยคิ้วขมวดน้อยๆ โคมไฟสีเหลืองอมส้มจะถูกเปิดเอาไว้ตลอดเวลา กระทั่งเธอหลับคาแป้นพิมพ์ หรือไม่ก็เหนื่อยเสียจนยากจะลากขากลับไปยังห้องนอน เกือบทุกเช้าเมื่อพ่อขอร้องให้เขาไปตามแม่ลงมาทานข้าวเช้า ชางมินก็มักพบเธอหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวทั้งๆ ที่ยังมีแว่นสายตาคาดเอาไว้บนศีรษะ

ดวงตาใหญ่กว้างและกลมโตมองออกไปนอกหน้าต่างบานนั้น ช่องทางที่แม่ใช้ผ่าน กระทั่งความมืดมิดยามราตรีเขมือบกินเธอจนลับหายไปจากสายตา ที่ด้านนอกยังมีรถตำรวจจอดเรียงอยู่อย่างสะเปะสะปะ หลังจากเครื่องตรวจจับสัญญาณจีพีเอสแจ้งตำแหน่งของแม่บ่งชัดว่าเธอกำลังพยายามหลบหนี พวกตำรวจก็แห่แหนกันมา ศาลมีคำสั่งออกหมายจับเธอแล้ว ขณะนี้มีภาพสเก็ตช์ใบหน้าเธอถ่ายทอดซ้ำๆ ทุกช่องสถานี นั่นสามารถตอบโจทย์ได้ดีว่าเพราะอะไรน้องสาวบ้าทีวีของเขาทั้งสองจึงไม่คิดอยากเปิดดูมันเลย

ชางมินพยายามจินตนาการใบหน้าสุดท้ายของแม่ ตอนที่เธอตัดสินใจเด็ดขาดที่จะละทิ้งคำพิพากษาของคนแปลกหน้า ละทิ้งบ้านที่เปรียบเสมือนเรือนจองจำ ละทิ้งสามี ทิ้งลูกชายกับลูกสาวอีกสองคน ทิ้งทุกสิ่งที่ทุ่มเทสร้าง แม้แต่ชีวิตบั้นปลายอันแสนสงบสุขที่คอยเฝ้าฝันถึงไว้ ณ เวลานั้นเธอจะหันกลับมามองประตูสีขาวด้วยความลังเลใจหรือไม่

ก่อนไป เธอร้องไห้หรือไม่ เธอเสียใจหรือเปล่า

เขายังคงเฝ้าถามคำถามเหล่านี้

ทัศนะเบื้องหน้าพร่าเลือนทันทีที่หยาดน้ำตาเอ่อคลอหน่วย โดยไม่ยอมปล่อยให้มันไหลริน ชางมินรีบใช้หลังมือปาดมันทิ้งไป เขาเบือนสายตาจากคอมพิวเตอร์ไปยังตู้เสื้อผ้า ที่ที่กลิ่นอายความมีตัวตนของแม่ยังคงกรุ่นอยู่ เมื่อคราวที่บ้านนี้ถูกสร้าง วิศวกรโครงสร้างซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพ่อออกแบบห้องนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นห้องนอนสำรองห้องที่สี่ เผื่อวันใดลูกทั้งสามโตขึ้นและต้องการห้องส่วนตัว ห้องห้องนี้ก็พร้อมเปิดให้พวกเขาย้ายเข้ามา ตราบจนกระทั่งวันนี้ที่มีเพียงชางมินคนเดียวที่ขอแยกห้องนอน ส่วนน้องสาวทั้งสองยังคงกลมเกลียวรักใคร่กันดี ห้องนอนห้องที่สี่จึงถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องหนังสือ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ห้องนี้มีตู้เสื้อผ้าแบบฝังผนัง

ชางมินดึงฝาตู้เปิด เสื้อผ้าและชุดสูทของแม่ถูกแขวนเรียงอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แน่นทึบ แออัด แต่ก็สะอาดสะอ้านมาก เขาคว้าเสื้อสูทสีกรมท่าออกมาตัวหนึ่ง

เชยซะไม่มี

เขาฝังปลายจมูกโด่งได้รูปนั้นลงไป นานพักใหญ่ กระทั่งตอนที่นำเสื้อสูทแขวนเก็บเข้าที่ ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างผิดสังเกตเผยระหว่างช่องว่างของแนวเสื้อผ้า ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาแหวกไม้แขวนเสื้อเหล่านั้นออกจากกัน ราวกับว่านั่นจะทำให้เขาเห็นหน้าแม่อีกครั้ง เธออาจเดินละเมอเข้าไปนั่งหลับอยู่ที่ไหนสักแห่งเบื้องหลังราวผ้านี่ ความคิดแบบเด็กไม่รู้จักโต

แต่แล้วเด็กหนุ่มกลับต้องร้องอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น

ด้านหลังปราการแวดล้อมทางกายภาพ เขาคงต้องเรียกมันเช่นนี้ ปรากฏบรรดารูปถ่ายสภาพศพของเด็กสาวทั้งสี่นับร้อยพันภาพติดอยู่บนผนัง มันคือฐานทัพการวางแผนอันโอ่อ่าของแม่ กระดาษโพสต์อิทสีสันต่างๆ แปะเรียงรายไว้ ‘ชเวอึนนา’ ‘ปาร์คจุงอา’ ‘คิมโบกยอง’ ‘โจจูมิน’ และ ‘ฮันโซลกี’ มีเพียงชื่อฮันโซลกีเท่านั้นที่ยังไม่ถูกปากกาเคมีสีแดงขีดฆ่า

“แม่ต้องบ้าไปแล้วแหง”

นอกจากนั้นยังมีหัวข้อข่าวที่ถูกตัดแบ่งจากหนังสือพิมพ์ระดับประเทศและท้องถิ่นอยู่ หนึ่งในนั้นที่สะดุดตาชางมินก่อนอันไหนคืออันที่เฮียวรินใช้ปากกาเน้นข้อความขีดย้ำไว้ ‘ชาวบ้านหัวรุนแรงแห่เผาโบสถ์ต่อต้านเยซู เจ็บหนักสิบสาม กว่าสามร้อยถูกไฟครอกดับ’ ต่อด้วยอีกฉบับ ‘โศกนาฏกรรมโบสถ์ต่อต้านพระคริสต์ แค่ฆาตกรรมบ้าคลั่งหรือพิธีกรรมบูชายัญหมู่?’

 

* * *

 

เฮียวรินตักอาหารกระป๋องเข้าปาก ก่อนพลิกเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป เธอคงต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะปรับลิ้นให้ชินกับอาหารรสชาติห่วยสภาพเย็นชืด ไม่อยากยอมรับเช่นกันว่าเริ่มคิดถึงสามีไก่อ่อนของเธอขึ้นมาตะหงิดๆ

เวลานี้เธอซ่อนตัวอยู่ในโมเต็ลเล็กๆ ราคาถูกย่านชานเมือง รถยนต์ฮอนด้าแอคคอร์ดสีน้ำเงินที่ขโมยมาจากบ้านถูกจอดเทียบไว้ด้านหน้าห้องพัก ไม่อยากเชื่อเลยว่าคณบดีจากวิทยาลัยศิลปะชื่อดังระดับประเทศ ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีผู้ประสบความสำเร็จอย่างเธอจะต้องขโมยรถยนต์ของตัวเองเพื่อใช้ในการหลบหนี เธอเปลี่ยนป้ายทะเบียนด้วยมือเธอเอง นั่นคือสิ่งที่พอจะนึกออกในตอนนี้ สภาวการณ์บีบบังคับให้เธอทำตัวคล้ายอาชญากรเข้าไปทุกที แม้แต่บ้านก็ไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเธออีกต่อไป

ศาสตราจารย์สาวเข้าเว็บไซต์กูเกิ้ล พิมพ์ข้อความลงไป ‘เราจักถ่มน้ำลายรดพักตร์พระผู้ทรงฤทธิ์ รอคอยวันที่บุตรแห่งแสงฟื้นคืนจากความมืดดำ’ แล้วกดค้นหา

มีเพียงเว็บไซต์เดียวที่ผลลัพธ์ตรงกับที่เธอต้องการทุกตัวอักษร

โบสถ์ต่อต้านเยซู

เธอคลิกบนลิงค์นั้น อินเตอร์เน็ตโหลดหน้าจอสีดำสนิทกับตัวหนังสือสีแดง

 

‘วันแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเป็นวันมืดมนไม่ใช่สว่าง
วันนั้นมืดมิด ไม่มีแสงสว่างแม้สักนิด
เราเกลียด เราชิงชังศาสนพิธีของเจ้า
เราเอือมการชุมนุมของพวกเจ้า
แม้เจ้าจะนำเครื่องเผาบูชา เครื่องธัญบูชามาให้ เราก็จะไม่รับ
แม้เจ้าจะนำเครื่องสันติบูชาอย่างดีมาให้ เราก็จะไม่แยแส
ยุติเสียงเพลงของเจ้าเถิด เราจะไม่ฟังเสียงบรรเลงพิณของเจ้า
แต่จงให้ความยุติธรรมหลั่งไหลเข้ามาเหมือนแม่น้ำ
ให้ความชอบธรรมเหมือนธารน้ำไหลไม่ขาดสาย’

- อาโมส 20:20-24

 

เธอคลิกต่อไปบนข้อความ น่าประทับใจที่เนื้อความในเว็บไซต์จัดทำขึ้นเป็นสองภาษา ภาษาอังกฤษและเกาหลี เหนือข้อความทั้งหมดมีประโยคที่ใช้สลักลงบนแผ่นหลังฮันโซลกี ‘เราจักถ่มน้ำลายรดพักตร์พระผู้ทรงฤทธิ์ รอคอยวันที่บุตรแห่งแสงฟื้นคืนจากความมืดดำ แผดเผาความโสมมบนโลกด้วยเพลิงกาฬแห่งความชอบธรรม’

ลงชื่อ ชเวชอนบุล โทร: +82-9-5421-3875

เฮียวรินกดโทรศัพท์มือถือที่ซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไอโฟนของเธอถูกตรวจจับจีพีเอสได้ เธอจึงตัดสินใจโยนมันทิ้งแม้จะอาลัยอาวรณ์เหลือเกิน

ไม่ได้เสียดายราคาค่างวด ไม่เคยเสียดายข้อมูลการงาน

เธออาลัยรูปถ่ายของลูกๆ ต่างหาก

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังยาวนานจนกระทั่งตัดเข้าระบบฝากข้อความอัตโนมัติ เธอตัดสาย จากนั้นกดเบอร์บริการค้นหาหมายเลข

“เอ่อ...สวัสดีค่ะ” พยายามทำเสียงร่าเริง แต่ฟังแล้วช่างน่าขัน “ดิฉันเพิ่งกลับจากต่างประเทศ พอดีอยากติดต่อกับเพื่อนเก่าสักหน่อย แต่เจ้าของเบอร์ที่ฉันมีอยู่บอกว่าเขาย้ายออกไปแล้วและไม่ได้ทิ้งข้อมูลติดต่อกลับไว้ รบกวนช่วยหาชื่อ ชเว...เอ่อ...” เธอเหลือบมองจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง “ชเวชอนบุล ที่อาศัยในย่านชานเมืองตะวันตกของโซลกับจังหวัดใกล้เคียงหน่อยได้ไหมคะ”

“ไม่มีปัญหาค่ะ” เสียงหวานตอบรับ

เฮียวรินได้ชื่อ ชเวชอนบุล มาห้ารายชื่อ เธอลองโทรทุกเบอร์ แต่ไม่มีใครทราบเรื่องโบสถ์

ความเงียบช่างหนักอึ้ง

เธอเคาะนิ้วลงบนพื้นเตียงรัวๆ ก่อนชื่อหนึ่งจะผุดขึ้นมาในห้วงคิด “ฮวังจีฮี”

เฮียวรินแนบหูกับโทรศัพท์เพื่อฟังเสียงสัญญาณ กริ่งดังเพียงครั้งก่อนจะมีคนรับ

“ฮวังจีฮีพูด”

“จีฮี” น้ำตารื้นตอนเธอเอ่ยชื่อเพื่อนรัก

“เฮียวริน?”

“อือ ฉันเอง”

“ยัยเฉิ่มคังเฮียวริน ศจ.ดร.คุณพระแม่อัจฉริยะชิมเฮียวริน จะอะไรก็ช่าง เธอมันบ้า บ้า บ้า!” ปลายสายตะหวาดลั่น “นี่เธอคิดว่ากำลังทำอะไรอยู่ฮะ เปิดทีวีบ้างหรือเปล่า”

“ฉันคุยได้ไม่นานนะ จีฮี”

“อ๋อเหรอ คุยได้ไม่นานเหรอ แหงล่ะ อีกเดี๋ยวคงได้คุยกันแบบยาวๆ นานๆ ประสาเพื่อนเก่าผ่านช่องกระจกในเรือนจำแหละย่ะ นี่เธอบ้าไปแล้วหรือไงฮะ สติแตกไปแล้วเหรอ เธอเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอยู่นะ จู่ๆ หนีออกมาแบบนี้มันทำให้เธอหมดข้อโต้แย้งโดยสิ้นเชิง ตอนนี้พี่เฮียวบินวิ่งวุ่นตามหาตัวเธอให้ควั่ก ลูกเธอผัวเธอก็ถูกดักฟังโทรศัพท์ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตไม่ต่างจากนักโทษ ฉันถามจริงเถอะ เธอคิดอะไรของเธออยู่”

หญิงสาวต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการสะกดน้ำตาเอาไว้แต่ภายใน “ฉันขอโทษ จีฮี แต่ตอนนี้ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอ”

“เกิดอะไรขึ้น”

“ฉันอยากให้เธอช่วยสืบหาคนชื่อ ชเวชอนบุล ให้หน่อย”

“ใครอีกล่ะ ชู้เธอเหรอ”

“เขาอาจทำให้ฉันพ้นจากข้อกล่าวหา”

“ว่าไงนะ ให้ตายเถอะ เฮียวริน ประเทศอันใหญ่โตมโหราฬอันเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องศิวิไลซ์ประเทศนี้มีคนชื่อชเวชอนบุลเป็นแสนๆ คนนะ”

“เธอเป็นนักข่าวที่ยอดเยี่ยมที่สุด จีฮี ฉันรู้ว่าเธอทำได้” ศาสตราจารย์สาวกล้ำกลืนน้ำตา “ฝากกอดลูกๆ ของฉันด้วย แต่ได้โปรด อย่าบอกพวกเขาว่าฉันโทรหาเธอหรือยังมีตัวตนอยู่ ขอบคุณจริงๆ จีฮี”

 

* * *

 

“พระเจ้าเป็นพวกซาดิสม์”

ชายสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กสีแมกไม้เอ่ยขึ้น เรียกให้เด็กหนุ่มเจ้าของหน้าตาหล่อเหลาผู้กำลังนั่งในท่วงท่าสบายเงยหน้าสบตา

ดวงตาเรียวคมกริบคู่นั้นใสเหมือนกระจก ใสเสียจนสามารถมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

“เธอรู้ไหม ยุนโฮ บ้างครั้งเขาก็แค่อยากเห็นมนุษย์ทนทุกข์ทรมาน”

ยุนโฮถอนใจ ระหว่างปล่อยให้แผ่นหลังเอนราบลงกับพนักพิง มือทั้งสองยังคงประสานกันไว้หลวมๆ เขาจูบมือตัวเองหลายครั้งคล้ายกำลังภาวนา แต่ในระยะหลังมานี้การภาวนาไม่เคยช่วยให้ใจเขาสงบได้ ชายหนุ่มผิวสีคาราเมลกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง

เก้าอี้นวมกับที่ท้าวแขน โซฟาตัวยาว ชั้นหนังสือมากมาย หุ่นจำลองรูปมนุษย์ กับโต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวเขื่องที่มีป้ายชื่อสีทองติดเอาไว้

‘นพ.ชินจูฮยอง – จิตแพทย์’

หมอชินพลิกแฟ้มประวัติคนไข้ในมือไปมาทั้งที่ไม่ได้สนใจอ่าน เขารู้จักคนไข้ของเขาอยู่แล้ว เหมือนกับที่เขาคุ้นเคยกับนักเรียนระดับดาวทองในอิเดนเบิร์ชดี เขาพบยุนโฮสามครั้งในการตรวจสุขภาพจิตประจำปี จองยุนโฮคนนี้เป็นคนหนุ่มที่น่าอัศจรรย์

ศูนย์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตเซ็นต์อิเดนเบิร์ชก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อราวสามสิบกว่าปีก่อน ในความร่วมมือกันระหว่างวิทยาลัยศิลปะอิเดนเบิร์ชกับโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เนื่องจากช่วงระยะเวลาหนึ่งนักศึกษาอิเดนเบิร์ชมีแนวโน้มการเป็นโรคซึมเศร้าและมีอัตราเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี ด้วยแนวทางการเรียนการสอนที่เข้มงวดกวดขัน แข่งขันกันสูง ทางวิทยาลัยจึงเพิ่มกฎให้นักเรียนเข้ารับคำปรึกษาโดยแพทย์เฉพาะทางระหว่างการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้แน่ใจว่านักศึกษาแต่ละคนจะมีศักยภาพพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังสามารถใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นปกติ

นอกจากนี้ระหว่างเทอมนักศึกษาก็ยังสามารถขอเข้ารับคำปรึกษาเพื่อคลายเครียดได้เรื่อยๆ เพียงแต่นักศึกษาโดยทั่วไปมักไม่ยอมรับถึงอาการเครียด ซึ่งอาจเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า ‘อาการทางจิต’ ของตนนัก แหงล่ะ ใครจะอยากยอมรับว่าตัวเองบ้า ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงนัก พวกเขาจึงคิดศัพท์เฉพาะให้กับศูนย์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตเซ็นต์อิเดนเบิร์ชว่า ‘ศูนย์จิตฯ’ และเรียกการเข้ารับการบำบัดเบื้องต้นว่า ‘ไปชิล’

หมอชินสังเกตเห็นยุนโฮกรอกตาไปมาอย่างกระสับกระส่าย เขาจึงเคาะปากกาลงบนอุ้งมือตนเองเบาๆ เพื่อดึงความสนใจของเด็กหนุ่มกลับมา เหตุผลที่ทำให้จองยุนโฮผู้น่าอัศจรรย์คนนี้ต้องมา ‘นั่งชิล’ อยู่ตรงหน้าเขาสร้างความประหลาดใจให้หมอชินไม่น้อย ครั้งสุดท้ายที่เขาได้คุยกับยุนโฮคือเมื่อช่วงต้นปี เด็กหนุ่มยังคงร่าเริงสดใสและเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาก แต่แล้วเมื่อเย็นวานหมอชินกลับได้รับคำสั่งนัดหมายส่งตรงมาจากศูนย์สุขภาพกลาง หรือที่เด็กๆ เรียกว่า ‘ห้องพยาบาล’ ให้ยุนโฮเข้าพบจิตแพทย์ตอนสิบเอ็ดนาฬิกาวันนี้

รายงานในเบื้องต้นกล่าวว่า ยุนโฮขอเบิกยาแก้ปวดจากห้องพยาบาลนับตั้งแต่การตายของคิมโบกยอง และขออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งข่าวการตายของโจจูมินแพร่ไป ยุนโฮก็กลับมาขอยาในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจภายในชั่วระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์

เท่าที่ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงคุยกับเขา หมอชินจะไม่เศร้าใจเท่านี้เลยถ้าหากว่ายุนโฮแสดงอาการโกรธออกมาบ้าง เคืองแค้น ก้าวร้าว ระเบิด อาการโกรธเป็นขั้นตอนทางจิตที่แสนธรรมดามากของหนุ่มสาววัยนี้ ทว่าสิ่งที่ยุนโฮแสดงออกมีเพียงความคิดต่อต้านตนเอง ซึมเศร้า กังวล เขายึดติดกับอะไรบางอย่างที่ยังมาไม่ถึงจนเกิดภาพหลอน อาทิเช่น ความฝันพระแม่มารีอาหลั่งน้ำตาเลือด

ช่างน่าเสียดาย เด็กหนุ่มอย่างจองยุนโฮ

“ยุนโฮ หมอมีลูกชายคนหนึ่ง เขาอายุสิบหกปี” หมอชินเริ่ม “เขาชอบเล่นกีฬามาก เป็นเด็กที่สดใสและเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างกำลังเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ จู่ๆ เขาก็ล้มลง โลกทั้งโลกดับวูบ...มืดมิด...เราเชื่อกันว่าอาจเป็นแค่ลมแดด”

ยุนโฮตั้งใจฟังสิ่งที่หมอกำลังเล่า

“แต่แล้วเขาก็เป็นอีก เป็นทุกครั้งที่เล่นกีฬา หมอพาเขาไปตรวจและพบว่าเขาเป็นโรคแพ้ภูมิต้านทานซึ่งทำให้เสียเหงื่อมากไม่ได้ หลังจากนั้นลูกหมอก็ถูกสั่งห้ามเล่นกีฬาทุกชนิด ทั้งที่กีฬาคือสิ่งเดียวที่เขารัก กีฬาเป็นความฝันของเขา นี่แหละคือสิ่งที่พระเจ้าทำกับหมอและลูกชาย”

คนฟังฟังแล้วก้มหน้านิ่ง เขาจูบมือตัวเองอีก “โปรดอภัยแก่เราคนบาป อาเมน”

หมอชินอมยิ้มเศร้า “เอาล่ะ หมอเล่าเรื่องของหมอให้เธอฟังแล้วนะ ยุนโฮล่ะ พระเจ้าทำอะไรให้เธอบ้าง”

“พระองค์ให้ความหวังแก่ผมและแม่ มันคือความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่พระองค์จะให้มนุษย์ได้ ให้โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนเลย ผมเชื่ออย่างนั้นมาตลอด” ยุนโฮเล่า เขาเงียบไปพักใหญ่ แต่แล้วกลับเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า “จนกระทั่งได้รักแจจุง”

“แจจุง แฟนเธอใช่ไหม” หมอชินถาม

“ใช่ครับ เอ่อ ใช่มั้งครับ”

“แจจุงเป็นคนยังไงเหรอ”

“แจจุงเหรอครับ” ชื่อแจจุงเรียกรอยยิ้มอ่อนโยนให้หวนคืนสู่ใบหน้าหล่อเหลานั่น แม้บางคนอาจจะมองว่ายุนโฮมีรูปหน้าที่เล็กเกินไป แถมบนแก้มซ้ายยังมีแผลเป็นใหญ่เบ้อเริ่ม ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขาก็ยังดูหล่อเหลาไร้ที่ติอยู่ดี “ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเขาเป็นคนยังไง รู้แต่ว่าเขาเป็นทุกอย่างที่ผมรัก”

“แล้วแจจุงรักพระเจ้าไหม”

“แจจุงเกลียดพระองค์ พระองค์ก็เกลียดแจจุง”

“ทำไมล่ะ เธอรู้สิ่งที่พระเจ้าคิดได้ยังไง”

ยุนโฮสูดหายใจเข้าลึก และหมอชินดูออกว่านั่นไม่ใช่กริยาที่ทำเพื่อให้ตนเองสบายใจขึ้น เขายกมือขึ้นขยุ้มผมตัวเองด้วยตอนที่พูด “เพราะความฝันพวกนั้น ไม่สิ เพราะเสียงกระซิบต่างหาก ใครบางคนคอยอ้อนวอนให้ผมหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ ไม่แน่อาจเป็นตัวผมเองก็ได้ ผมละอายใจทุกครั้งที่จะหลั่งในตัวเขา รู้ตัวด้วยว่ากำลังทำผิด แต่ก็ยังรู้สึกดีที่ได้ทำ ผมต้องสารภาพบาปทุกครั้งที่มีอะไรกับเขา แล้วผมก็เริ่มคิดว่า...”

แพนิค หมอชินครุ่นคิด

“ใจเย็นๆ ยุนโฮ หมอฟังอยู่”

เขากลืนน้ำลาย “คิดว่าพระองค์ต้องการอะไรจากผมกันแน่”

หมอชินจ้องตายุนโฮนิ่ง จ้องนานมากจนเด็กหนุ่มทนความอับอายจากเรื่องที่เพิ่งพูดไปไม่ไหว ในที่สุดผู้อ่อนวัยกว่าก็เป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน

โอ...ไม่...พระเป็นเจ้า ลูกได้ทำบาปมากมายด้วยกาย วาจา ใจ และด้วยการละเลย ลูกเป็นคนบาป ลูกยอมรับว่าเป็นคนบาป...

เขาสวดสารภาพบาปอีกแล้ว

“ไม่เห็นแปลกเลย” หมอชินพูด

“ไม่แปลกที่สารภาพบาปวันละหลายๆ ครั้งเหรอครับ”

“เปล่า ไม่แปลกที่จะหลั่งในตัวแฟนต่างหาก” นายแพทย์เปลี่ยนท่าจากนั่งไขว่ห้างมาเป็นเหยียดหลังตรง “ยุนโฮ เซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมชาตินะ ไม่ใช่พระเจ้าหรอกหรือที่สร้างมนุษย์เราขึ้นมาแบบนี้”

“แต่แจจุงเป็นผู้ชายนะครับหมอ”

“อ๋อ มินนี่เม้าส์ก็เป็นผู้ชาย เธอรู้หรือเปล่า”

ยุนโฮอึ้ง

หมอชินหัวเราะลงคอหึๆ “เอางี้ ยุนโฮ คืนนี้พาแฟนไปเดท แล้วอย่าลืมขั้นตอนสำคัญ จากนั้นพยายามสารภาพบาปให้น้อยลง จากทุกวันอาจจะเหลือแค่สัปดาห์ละสามครั้ง”

ยุนโฮหน้าแดง “มันจะดีหรือครับหมอ”

“ก็จะเป็นอะไรล่ะ มันไม่น้อยไปหรอก คนอื่นๆ ต่อให้เคร่งสุดๆ เขาก็สารภาพแค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นแหละ ไม่ต้องสนว่าใครจะคิดยังไงนะ ยุนโฮ เธอรักแฟนใช่ไหม”

“รักมากกว่าตัวผมเองอีกครับ”

“อืม ดี และถ้ายิ่งเธอรักพระเจ้าด้วยแล้ว เธอก็ต้องเชื่อมั่นว่าพระเจ้าจะอภัยให้แก่ความรักของเธอ ยอมทนเล่นเกมโรคจิตของเขาสักนิด เธอมีความรักนะ ไม่ได้ไปฆ่าแกงใคร เอาล่ะ หมอจะสั่งยาให้เธอซักตัวสองตัว”

โดยไม่ต้องรอให้ยุนโฮขานรับ หมอชินขีดเขียนอะไรบางอย่างลงในกระดานจดผืนเล็กๆ บนตัก ต้องยอมรับว่าลายมือหมอส่วนใหญ่ดูยากมาก ยิ่งหมอคนนั่นเก่งมากเท่าไหร่ ลายมือก็จะยิ่งอ่านยากมากขึ้นไปอีกเท่านั้น

นี่เขาควรสบายใจได้แล้วใช่ไหม?

แม้ว่าลายมือไก่เขี่ยของหมอชินจะดูซับซ้อนเสียยิ่งกว่าเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินเกาหลี หากยุนโฮยังพอสุ่มอ่านได้บ้าง เป็นโชคดีของเขาที่คบหาเป็นเพื่อนซี้เพื่อนตายกับปาร์คยูชอน เดือนพราวแสงแห่งอิเดนเบิร์ชผู้มีลายมือน่าขนพองสยองเกล้าเป็นอันดับหนึ่งของโลก หมอชินตะหวัดอักษรภาษาอังกฤษยาวเหยียดเป็นชื่อตัวยา

โคลมิพราไมน์ 25 มิลลิกรัม กับ เบนโซไดอาเซฟีน เขาไม่แน่ใจว่ามันอ่านแบบนี้หรือเปล่า แต่ถึงอย่างไรก็จดจำไว้

“ผมป่วยหรือครับหมอ” เขาอ้ำอึ้งถาม

หมอชินยิ้มให้ด้วยแววตาอ่อนโยน “เปล่าหรอก ยุนโฮ เธอแค่เครียดมากไปเท่านั้น”

“นั่นยาอะไรหรือครับ”

“ยาคลายเครียดน่ะ ทานตามที่หมอสั่งนะ เธอจะได้นอนหลับแล้วก็ไม่ต้องฝันแปลกๆ อีก อีกอย่าง จำไว้นะ” ผู้แก่วัยกว่ายกมือขึ้นแตะบ่าเด็กหนุ่ม “พระเจ้าไม่เคยชิงชังเธอ ดูสิ่งที่เธอมีตอนนี้สิ ดูสิ่งที่พระเจ้าให้กับเธอ เดทให้สนุกล่ะ”

ยุนโฮจากไปด้วยสีหน้าที่ดูสบายใจขึ้น อย่างน้อยชินจูฮยองก็ถือว่านั่นคือความสำเร็จเล็กๆ อย่างไรก็ตามในความรู้สึก ไม่ใช่ในฐานะแพทย์ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง มันก็ยังคงเป็นเรื่องน่าสลดหดหู่ใจสำหรับเขาอยู่ดีที่ต้องรับรู้ว่าคนหนุ่มนิสัยดีอย่างจองยุนโฮจะต้องมาเผชิญกับเรื่องทำนองนี้

นายแพทย์ชินลุกขึ้นจากที่ที่เคยนั่ง เขายังมีเวลาเหลือสักสิบหรือสิบห้านาทีก่อนคนไข้รายต่อไปจะเข้าพบ แพทย์หนุ่มจึงทรุดกายลงบนเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์บางอย่างลงไป

ชินจูฮยองกัดฟันอย่างเจ็บปวด แทบไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอกลั้นหายใจระหว่างที่พิมพ์ข้อความ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชายอาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงกับทัศนคติของเขาต่อเรื่องนี้ แม้จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่จิตแพทย์ไม่ควรนำมาเป็นอารมณ์ หากก็อดตัดพ้อต่อว่าเบื้องบนอย่างคนจนอับไม่ได้

 

‘ชื่อ จองยุนโฮ  อายุ 21 ปี  กรุ๊ปเลือด A
นักศึกษาเอกภาพยนตร์ ปี 3 (ทุนการศึกษาผลการเรียนดีเด่น)
บิดา: จองอุนมยอง (เสียชีวิต)  มารดา: จองจีอึน
อาการ: ผู้ป่วย OCD’

 

นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทำกับเรา

 

.
.
.

 

แทบจะในทันทีที่เสียงลงกลอนประตูลั่นดัง ยุนโฮผลักคนรักลงบนเตียง ก่อนจะเอนตามลงด้วยแนวทางที่ทำให้อีกฝ่ายประหลาดใจ

ถอดเสื้อออกอย่างรวดเร็ว ใช้หน้าขาแกร่งช้อนใต้หัวเข่าแจจุงขึ้น พลางเบียดกายเข้าไปแนบใกล้ สัมผัสหวานหวามลูบไล้แผ่วเบาบนความตึงเครียดทำให้แจจุงเห็นดวงดาวเบื้องหลังเปลือกตา

“มีอะไรงั้นหรือครับ”

คนเป็นรุ่นน้องถาม เมื่อยุนโฮเริ่มต้นบทรักด้วยจูบเร่าร้อนบนริมฝีปากสีกุหลาบ เหตุผลที่ถามไม่ใช่เพราะที่ผ่านมายุนโฮไร้น้ำยา เขาไม่มีอะไรไม่ใกล้เคียงกับพวกเด็กเนิร์ดผู้ไม่ประสีประสากับเรื่องบนเตียง ว่ากันตามตรง เขายอดเยี่ยมเกินกว่าที่แจจุงคาดหวังไว้ในตอนแรกมากด้วยซ้ำ ยุนโฮคลั่งไคล้เขา ความรู้สึกนั้นรุนแรง และเรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งประสบการณ์เสมอไปก็ได้ แจจุงเชื่อว่าการทำรักก็ไม่ต่างจากการเล่นกีฬาหรือระบายสี แค่ปล่อยร่างกายไปตามอารมณ์ ทว่าครั้งนี้ไม่มีบทนำหรือแม้แต่บทสนทนา และอะไรบางอย่างในดวงตาเรียวซึ่งจ้องตรงลงมาเหนือร่างเขาก็คล้ายกับกำลังฟ้องเป็นนัยว่ามีบางอย่างรบกวนจิตใจยุนโฮ

ครั้นถอนริมฝีปาก ยุนโฮจึงตอบ เขาหนุนฝ่ามือทานแรงกดทับ หยัดกายขึ้นกึ่งคุกเข่า ดวงตาแผดเผายังคงจ้องมองแจจุง “ฉันอยากเป็นอิสระซักที”

ฝ่ามือสีน้ำนมลูบแก้มที่สากนิดๆ เพราะไรหนวดซึ่งถูกโกนอย่างไม่พิถีพิถันนัก กล้ามเนื้อบนร่างกายยุนโฮถูกสร้างขึ้นโดยความสร้างสรรค์จากปลายพู่กันแห่งธรรมชาติ ซุ่มเสียงแหบทุ้มทำให้แจจุงใจสั่น หนุ่มหน้าสวยไม่ลังเลที่จะปลดเข็มขัดของตัวเองออก รูดซิป แล้วกึ่งรั้งกึ่งถีบสกินนี่ยีนส์ตัวโปรดออกไปให้พ้นทาง ยุนโฮช่วยแจจุงถอดอาภรณ์รัดรูปเน้นเรียวขายาวสวยจนผิวขาวนวลเนียนเผยกระจ่าง แจจุงถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอก ในขณะที่ยุนโฮรั้งเสื้อยืดตัวในขึ้น ริมฝีปากได้รูปจรดลงขบเม้มยอดอกตึงข้างหนึ่ง ใช้ลิ้นกอบรัด แล้วดูดดึง มืออีกข้างหนึ่งหยอกเย้ายอดอกสีชมพูข้างที่ว่าง กระทั่งพวกมันเริ่มแข็งตัว

“อ..อาห์...ย..ยุนโฮ...” แผ่นหลังสั่นสะท้านด้วยรสสัมผัส แจจุงกระสับกระส่าย เขาต้องการยุนโฮที่นี่ เดี๋ยวนี้ อย่างหนักหน่วง ไร้ความปราณี

ผมบลอนด์เอื้อมลงไปคลายซิปกางเกงยุนโฮ ลูบไล้ขอบชั้นในคาลวินไคลน์ยอดรัก ก่อนกระชากมันลงแค่หมิ่นสะโพก เขาจัดการกับความแข็งขึงของยุนโฮ วนหัวแม่มือตรงส่วนปลาย ทรมานให้เจียนคลั่ง

“จ..แจ...อะ..อ๊า...”

“บอกผมหน่อยสิ” เขาไต่มือบนไหล่กว้าง เคลียกลีบปากแดงจัดบนริมฝีปากนุ่มเบื้องบน เลียเบาๆ “พระเจ้าสวยงามเท่านี้ไหม”

ตอนนั้นเองที่เขาผลักอีกฝ่ายให้ล้ม สลับตำแหน่งกันและกัน แจจุงเป็นฝ่ายคุมเกม เขาเคลื่อนลงไป ลงไป ลงไป จุมพิตเบาๆ บนผิวเนื้อตั้งชัน ยุนโฮพยายามมองผ่านเปลือกตาที่รังแต่จะปิดตัวลง ติดตามการกระทำของแจจุง เจ้าของดวงหน้าขาวสวยที่เขาหลงรักช่างงดงาม ดวงตากลมโตพริ้มหลับ ปลายจมูกคมสวยไล้แผ่วเบาบริเวณท้องน้อย จากนั้นโลกทั้งโลกก็หมุนคว้างครั้นแจจุงรับเขาเข้าไปในโพรงปากร้อนระอุ

“อาห์...แจจุง...”

“ที่สวรรค์จะสุขเท่านี้ไหม” คำพูดฟังยากเมื่อปากยังคงไม่หยุดทำงาน

“เร็วอีกแจ อย่าหยุด”

“ตอบก่อนสิครับ”

“ไม่! ไม่! พระเจ้า อย่าหยุด ได้โปรด”

ยุนโฮพร้อมแล้ว ผึ่งผาย แดงก่ำ

แจจุงยิ้มพอใจกับสิ่งที่เห็น “ดูซิว่าใครเป็นบอส” ส่งนิ้วตนเองเข้าไปในปาก หนึ่งนิ้ว สองนิ้ว สามนิ้ว ชโลมน้ำลายจนถ้วนทั่วพร้อมกับแยกขาออก ก่อนจะเตรียมพร้อมตนเองอย่างรู้งาน “ทำเลย ตอนนี้ ทำจนกว่าจะเช้า จนกว่าผมจะเดินไม่ไหว ทำจนกว่าเลือดจะไหลออกมา ทำเลย เดี๋ยวนี้”

ทั้งกระหายและโกรธเกรี้ยว ยุนโฮพลิกตำแหน่งอีกครั้งพลันคลานขึ้นคร่อมร่างบาง นัยน์ตาสีเข้มมืดสนิทแล้ว ชายหนุ่มข่มเสียงให้ต่ำ กระซิบที่ริมหูผมบลอนด์ “นายมองฉันมาทั้งวันแล้ว แจจุง ฉันรู้ว่านายต้องการมัน”

โอ...แม่เจ้า...

จองยุนโฮ

“ดูซิว่าใครเป็นบอส” ก่อนจะกระแทกกาย สุดแรง ไม่ผ่อนปรน

“อ๊าห์ !!”

หากจะมีสิ่งใดในโลกที่ใกล้เคียงกับคำว่า ‘สวรรค์’ มันคงจะเป็นสิ่งนี้ กล้ามเนื้อแจจุงบีบรัด...เจ็บ...แต่สุขสมเหลือเกิน

“อย่าเกร็ง แจจุง ฉันเจ็บ”

น้ำตารินเปรอะแก้ม แต่แจจุงกลับยิ้ม “ผมตั้งใจครับ”

“โอ้...แจ...”

เสียงหัวเราะคิกคักนั่นประหนึ่งเสียงพิณจากสวรรค์

ยุนโฮคราง

รสบาปที่หอมหวานเย้ายวนใจที่สุด “คิมแจจุง”

ท่ามกลางลมราตรีพัดหวีดหวิว ที่ด้านนอก ชายคนหนึ่งหลืบกายภายใต้เงามืดจ้องมองยังแสงสลัว เขาลูบฝ่ามือหยาบกระด้างอันประดับไว้ด้วยแหวนทับทิมเม็ดโตบนกระโปรงหน้าบีเอ็มดับเบิ้ลยูห้าสามศูนย์ไอสีดำ สายตายังคงไม่ละจากภาพเงาสองร่างเบื้องหลังผืนผ้าม่านสีซีดของโรงแรมริมทาง เสียงครางอึงอลดังแว่ว

โทรศัพท์แนบหู เขากรอกเสียงลงไป “ลูกชายท่านอยู่กับจองยุนโฮที่นี่ครับ สารวัตร”

 

.
.
.

 

คิมฮยอนซุคโยนโทรศัพท์กลับลงแป้น เขาใช้ส้นเท้าถีบตนเองออกจากโต๊ะทำงานอันรกรุงไปด้วยแฟ้มเอกสารจนเก้าอี้สำนักงานหมุนร้อยแปดสิบองศา เหม่อมองออกไปสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าถูกระบายด้วยสีดำเบื้องหลังมู่ลี่บานเกล็ด

เขาไม่ได้ทานข้าวร่วมโต๊ะกับครอบครัวเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ซึ่งก็หาใช่ครั้งแรกที่หน้าที่การงานไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เลือกข้าง

ตำรวจที่ดี หรือ หัวหน้าครอบครัวที่เพียบพร้อม

เมื่อครั้งที่ภรรยาของเขาอุ้มท้องแจจุง การงานของฮยอนซุคกำลังอยู่ในช่วงเจริญก้าวหน้าถึงขีดสุด หลังจากวิสามัญฯ บันดี้ เขาก็กลายเป็นตำรวจสืบสวนที่มีชื่อเสียงน่าเกรงขามที่สุดอีกคนหนึ่งของกรมตำรวจ คดีฆาตกรรมยากๆ ถาโถมเข้ามาให้ไข เพื่อลูกสาวห้าคนและลูกชายที่กำลังจะเกิดมา ฮยอนซุคจึงพยายามทำผลงานเพื่อให้ได้เลื่อนขั้น เขาไม่กลับบ้านกลับช่องเป็นเวลาสามเดือน สามเดือนเต็มๆ...สามเดือนอันแสนโหดร้าย และเมื่อตอนที่เขาได้กลับไปพบหน้าลูกๆ อีกครั้ง ลูกสาวคนที่ห้าวัยสี่ขวบเศษก็จำหน้าพ่อไม่ได้เสียแล้ว

ทุกครั้งที่ชีวิตดำเนินไปอย่างขาดวิ่นนี้ เฮซู ภรรยาของเขามักบอกว่าเธอไม่สน “ช่างหัวคุณสิ” เธอพูด “อยากไปตายที่ไหนก็ไป ฉันจะได้เริ่มออกเดทกับพวกหนุ่มๆ ช่างเอาใจเสียที”

โชคดีเหลือเกินที่เธอไม่เคยทำเช่นนั้นจริง เพราะฮยอนซุครู้ว่าเธอทำได้

คิดว่าลูกๆ ของเขาเกิดมาสวยเองโดยไม่ต้องพึ่งพาพันธุกรรมเลยงั้นหรือ?

ก่อนแจจุงเกิดเพียงสามเดือนที่ฮยอนซุคได้เลื่อนตำแหน่ง เขาคิดว่าอะไรๆ คงกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ มันน่าจะดีไม่น้อยหากเขามีเวลาทำงานที่แน่นอน พาครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง คอยอยู่ให้กำลังใจลูกๆ ในงานแข่งขันกีฬาบ้าง หากแต่ความเป็นจริงไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย

นั่นคือสาเหตุที่แจจุงมักจะเรียกตัวเองด้วยน้ำเสียงหยามหยันเสมอว่า “เด็กกำพร้าพ่อ”

คิมแจจุง...เด็กนั่น...

ยโส โอหัง ขวางโลก ปากร้าย

...ลูกชายท่านอยู่กับจองยุนโฮที่นี่ครับ...

ไอ้เด็กเปรต

เฉียบพลันที่ความคิดนั้นแว่บเข้ามาในห้วงคิด ฮยอนซุคห้ามตัวเองไม่ได้ สองแขนวาดกวาดข้าวของบนโต๊ะตรงหน้าล้มระเนระนาดด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหว

นักสืบปาร์คชะงักงันกับภาพที่เห็นทันทีที่ผลักประตูห้องทำงานส่วนตัวของผู้เป็นเจ้านายเข้ามา เขาอ้าปากจะพูด แต่แล้วก็หุบ

โดยไม่หันมาจ้องตา สารวัตรคิมถามเสียงเรียบ เสียงหอบครือเครือในลมหายใจ “มีอะไร”

“เอ่อ...สารวัตรไม่เป็นไรนะครับ”

ฮยอนซุคส่ายหน้าเร็วๆ หากยังไม่ยอมสบตาผู้อ่อนวัยกว่าอยู่ดี

ตำรวจหนุ่มอ้ำอึ้งรายงาน “เป็นชิมเฮียวรินจริงๆ ครับ ทั้งลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุและภาพจากวิดีโอวงจรปิด ถึงแม้ว่าจะยังดูแปลกๆ อยู่ตรงที่เธอเข้าไปในที่เกิดเหตุหลังจากพยานพบศพฮันโซลกีแล้ว”

“เป็นเธอนั่นแหละ”

นักสืบปาร์คขมวดคิ้ว “ว่าไงนะครับ”

“ฆาตกรคือนังชั่วนั่น จับเธอมาให้ได้”

“ต..แต่สารวัตรครับ ภาพจากกล้องวงจรปิดชี้ชัดว่า...”

“นังชั่วอัจฉริยะนั่นอาจทำอะไรกับเทปวิดีโอก็ได้ ให้ตายเถอะ ยงวอน นายยังจำเรื่องที่ฉันเคยเล่าให้นายฟังได้ไหม สิ่งที่บันดี้ทำกับตัวเองน่ะ ไอ้โรคจิตนั่นลนไฟเผาลายนิ้วมือตัวเองออก เลาะฟันตัวเองจนหมดปาก หักจมูกจนเบี้ยว มันทำลายทุกอย่างที่จะสาวไปถึงตัวมัน หลอกให้เราหัวปั่นไล่งับหางตัวเอง และในกรณีนี้ ชิมเฮียวรินก็ไม่ได้โง่ไปกว่าบันดี้ซักนิด” ขณะพูด เสื้อเชิ้ตฮยอนซุคแฉะชุ่มไปด้วยเหงื่อ “นายออกไปได้แล้ว”

ทั้งห้องเงียบสนิท มีเพียงสัญญาณความวุ่นวายแต่ภายนอกเท่านั้น บรรดาตำรวจหนุ่มสาวกำลังวิ่งวุ่นกับเอกสารกองโต เสียงล้อเก้าอี้เคลื่อนไปมา เสียงเคาะแป้นพิมพ์แว่วรัว กริ่งโทรศัพท์ดังไม่ขาดสาย ทว่าภายในกลับเงียบเสียจนเจ็บปวด

“สารวัตรไม่เป็นไรแน่นะครับ” นายตำรวจหนุ่มอดห่วงไม่ได้

“ไปซะ”

นักสืบปาร์คลอบถอนใจ เขาคงช่วยอะไรไม่ได้นอกจากเดินจากไปอย่างเงียบๆ

 

* * *

 

ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อนๆ มีบางฉุดสายตาเทบินไว้

“โอ๊ะโอ”

เขาอุทานเมื่อเห็นแจจุงเดินปรี่เข้ามา ดวงตากลมโตปราศจากแววใดๆ หากเทบินมีความสามารถในการอ่านจิตใจคน ทว่าก่อนที่เจ้าของเส้นผมสีเงินเป็นประกายจะได้อ้าปากกล่าวอะไร หมัดขวาของแจจุงก็ฮุกเข้าที่กรามซ้ายของยูชอนเสียแล้ว

“อั่ก!”

“หน้าตัวเมีย”

ยูชอนหงายล้มลงไปกองกับพื้น แจจุงไม่ชักช้า สอยคอเสื้อหนุ่มร่างสูงโปร่งติดมือมา ก่อนจะเหวี่ยงซ้ำอีกหมัด “เขากินเหล้า พี่รู้ไหม” อีกหมัด “จุนซูรักพี่” อีกหมัด “กล้าดียังไง” อีกหมัด “ทำเขาเสียใจ” และอีกหมัดเงื้อขึ้นเหนือศีรษะ ข้อนิ้วทั้งสี่ของเขาเริ่มมีเลือดคั่ง แดงช้ำ แต่เขาจะไม่ยอมหยุดหรือแม้แต่ฉุกคิดเสียใจกับสิ่งที่ทำ ถ้าหากยุนโฮไม่เข้ามากอดรัดเขาไว้

“แจจุง หยุดเถอะ !”

ชองฮวาปราดเข้าไปดูอาการยูชอน ตรงมุมปากนักแสดงหนุ่มเปรอะหยดเลือดเกรอะกรัง โชคดีที่แจจุงเลือกชกบริเวณแนวกรามข้างใบหน้า ไม่ใช่จมูกหรือคาง เพราะตรงจมูกอาจทำให้เขาเสียโฉม ส่วนที่คางอาจถึงตาย

“ฟังฉันอธิบายก่อน แจจุง” ยูชอนร้อง “ฉันเห็นวิญญาณอึนนา ฉันเห็นเธอ แต่ฉันกลัว...กลัวมากจริงๆ”

ยุนโฮสั่นศีรษะ “นี่มันเรื่องอะไรกัน”

ยูชอนไม่แวะคลายข้อสงสัย เขาพูดต่อไป “ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงมาให้ฉันเห็นและนั่นทำฉันกลัวแทบบ้า ฉันก็คนธรรมดานายเข้าใจไหม ไม่ใช่ว่าการที่จู่ๆ เกิดเห็นภาพเพื่อนที่ตายไปแล้วขึ้นมาจะทำให้จิตใจฉันสงบเสียเมื่อไหร่”

“แต่พี่ไม่เคยเชื่อคำพูดเขา พี่ปฏิเสธสิ่งที่เขาเป็นมาโดยตลอด”

“บอกแล้วไงว่าฉันกลัว !”

“แน่สิ พี่มันขี้ขลาดอยู่แล้วนี่”

“ฉันกลัวจะเสียเขาไปต่างหาก !” น้ำตาไม่ไหล คล้ายกับว่ามันถูกกักเก็บไว้เพื่อใช้ในการแสดงเท่านั้น มีเพียงหยาดเหงื่อผุดซึมบนหน้าผาก เลือดซิบๆ ตรงมุมปาก กับแววตาสื่อความหมาย ยูชอนหยัดกายลุกขึ้นโดยมีชองฮวาช่วยพยุง “ขอร้อง แจจุง บอกจุนซูให้ที”

แจจุงเบือนหน้าหนี เขายังโมโหอยู่ หัวใจกระชั้นจังหวะเต้นถี่ แผ่นอกสะท้านขึ้นลง หากอ้อมแขนของยุนโฮกลับทำให้เขาสงบ เขาเหลืออดแล้วจริงๆ กับสิ่งที่ยูชอนทำกับเพื่อนรักของเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องยอมรับว่าคนที่จุนซูรักก็คือยูชอน...ยูชอนคนเดียวเท่านั้น...

“ทำไมพี่ไม่ไปบอกเขาเองล่ะครับ”

แจจุงบุ้ยใบ้ไปทางศาลาริมน้ำ ยูชอนเหลือบตาม จุนซูอยู่ตรงนั้น

ร่างเล็กนั่งไขว่ห้างสบายๆ บนตักมีกระดานวาดภาพตั้งอยู่ มือเล็กๆ ที่แสนสวยงามจับดินสอเอาไว้ ระบายแท่งคาร์บอนลงบนกระดาษแผ่นบาง ดวงตาหลุบต่ำ ริมฝีปากแดงจัดเผยอเล็กน้อย เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีขาว งดงามอย่างที่สุดไม่เคยเปลี่ยน หากสิ่งที่ทำให้ยูชอนรู้สึกเจ็บแปลบในใจกลับเป็นเส้นผมสีน้ำตาลอมทองที่ถูกกร้อนจนสั้นเข้าไปอีก

ตอนที่พยายามจัดการกับที่ยึดกระดาษบนกระดานวาด จุนซูเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยบังเอิญ ยูชอนเผยรอยยิ้มกระดากอายสุดงี่เง่า แต่จุนซูทำเพียงมองผ่านไปราวกับเขาไม่มีตัวตน แววตาว่างเปล่ากลับไปให้ความสนใจภาพวาดต่อ

“น่าสิ้นหวังนะ” เทบินเอ่ย

 

* * *

 

เสียงโทรศัพท์ปลุกเฮียวรินให้สะดุ้งตื่นจากความฝันอันสับสน เธอตบฝ่ามือลงบนผืนเตียงอย่างสะเปะสะปะ กระทั่งเจอสิ่งที่ต้องการ

เธอกดรับ น้ำเสียงง่วงงุน “ฮัลโหล”

“อะไรกัน หลับแล้วเหรอยะ ยัยเฉิ่ม เพิ่งจะตีสองเอง”

เฮียวรินตื่นเต็มตาก็ตอนนี้ “จีฮี”

“เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ต่างหากย่ะ” ปลายสายทำฟึดฟัด

“ถึงอนิสตันจะผ่านประสบการณ์อกหักครั้งใหญ่หลวง แต่ก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะขึ้นคานนะ”

“ฉันเกลียดเธอ”

เฮียวรินหัวเราะ “ว่าไง ได้เรื่องบ้างไหม”

“ก็เรื่องอีตาชเวชอนบุลอะไรนั่นน่ะแหละ ขอแสดงความเสียใจกับเธอด้วยที่ต้องรายงานว่า หมอนั่นไม่มีตัวตน”

“ว่าไงนะ”

“ฉันสืบจากเลขประกันสังคม รายงานการใช้บัตรเครดิต หลักฐานประวัติการเกณฑ์ทหาร ไม่เว้นกระทั่งทะเบียนแจ้งตายของคนชื่อชเวชอนบุลแล้ว แต่ไม่เจออะไรเลย ชเวชอนบุลที่เธอกำลังหาไม่มีตัวตน เขาเป็นผี ชื่อนี้เป็นชื่อปลอม”

มันมากเกินกว่าที่เธอเคยคาดการณ์เอาไว้ สิ่งที่เพิ่งรับรู้ทำให้เฮียวรินมึนศีรษะ “แล้วเธอพอจะหาชื่อจริงของเขาได้ไหม จะแค่รูปถ่ายหรือคนในครอบครัว อะไรก็ได้ที่จะทำให้ฉันเข้าถึงตัวเขา”

“อย่าลืมสิ ฉันเป็นนักข่าวที่ยอดเยี่ยมที่สุด ฉันลงทุนขับรถตั้งไกลเพื่อหาคำตอบให้เธอ”

มีสัญญาณเตือนดังจากเครื่องแฟ็กซ์ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล เฮียวรินรีบโผตัวไปกดรับ เครื่องพิมพ์จึงเริ่มทำงาน

เอกสารสองสามแผ่นค่อยๆ ไหลออกมาจากเครื่องสู่ถาดรองกระดาษอย่างเชื่องช้าจนน่าทรมานใจ เมื่อสำเร็จ เฮียวรินคว้ามันขึ้นมากวาดตาดูอย่างคร่าวๆ ก่อนสิ่งที่เห็นจะทำให้เธอต้องอ้าปากค้างราวกับถูกท่อนเหล็กฟาดแรงๆ ที่ท้ายทอย

ความรู้สึกเย็บวาบแล่นจับกระดูกสันหลัง ศาสตราจารย์สาวไม่อาจเอ่ยถ้อยคำใดๆ ได้นอกจากปล่อยให้น้ำตาเอ่อล้นจนเต็มคลองตา ไม่ใช่น้ำตาแห่งความอาดูร ไม่ใช่เพราะความปลื้มปิติ หากเป็นหยดน้ำที่คั้นกรองจากความรู้สึกระคนกันระหว่างความเจ็บแค้นกับความหวาดกลัว

“เธอเป็นหนี้บุญคุณฉัน” ฮวังจีฮีทิ้งท้าย ก่อนวางสาย

 

To be continued...

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

AN: ยังคงความ Error เอาไว้อย่างต่อเนื่อง ขอโทษจริงๆจ้า T^T

พฤศจิกาฯแล้ว ^^~ ♥♥♥♥♥

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีจ้า ไร้เตอร์ อ่านมันตั้งนาแต่เพิ่มจะเม้นนี่แหละ (ขอสารภาพปาปนาทีนี้ละกัน แฮ่..)
หนุกมากเลย ทุกๆเรื่อง แต่แอบชอบเนื้อเรื่องแนวลึก ร้อน ซ่อน แอบ แบบนี้ที่สุดเลย

เอาใจช่วย สู้ๆน้า
จะติดตามต่อไปเน้อ

อันยอง~~

#1 By devilbow (58.9.11.99) on 2009-11-01 21:05

ชอบบทของแจกะยุนจัง
มันดูมีอะไรๆอยู่ตลอด
คิมแจจุง
งืมมมมมมม
หวังว่าพ่อของยุนโฮจะไม่ใช่พ่อของแจน๊ะ
โหยยย
ตื้นเต้นนนน
งื้ออ
เป็นกำลังใจให้น๊ะค่ะ

#2 By ~nunok~ on 2009-11-01 21:14

โว้วๆๆๆๆ
มาอัพแล้ว ^O^

เป็นกำลังใจให้ ดร.ชิม!
ดูเหมือนเฉยๆแต่ที่จริงก็รักลูกเหมือนกันนะ

เรื่องกำลังจะคลี่คลาย
(รึปล่าว? 555 5)

อยากรู้จังว่าคนร้ายคือใครอ่ะ!
คนที่อยู่ในรูปคือใครนะ??

ยุนป่วย????
เหอๆๆๆ
อ่านแล้วรีบเข้ากูเกิลไปหาโรค OPD ทันที
555 5

ยุนแจไม่พูดอะไรกันเลยนะ
ถึงห้องแล้วกฌผลักลงเตียงอย่างเดียว
5555 5
...กันได้สะใจจริงๆ!!

พ่อแจจะเป็นอะไรรึปล่าวเนี่ย?
รู้ว่าแจอยู่กับยุน
แถมอะตึ๊ก!กันด้วย
5555 5

ปาร์คคค ค~
บอกรักจุนหน่อยก็ได้นะคะ!

ที่ผ่านมาไม่เคยเชื่อ
เจอจริงๆแล้วถึงเชื่อล่ะสิ
กลัวมั๊ยล่ะ?
สมน้ำหน้า!
55555 5

รอต่อนะคะ (:
อยากอ่านเร็วๆจัง!

#3 By "YJ" (118.173.99.165) on 2009-11-01 21:41

กดเม้นท์ไปหลายทีแร้ว ทำไมมันไม่ขึ้นซะทีล่ะเนี่ย T^T

#4 By iowatrumpet (110.164.153.170) on 2009-11-01 21:56

อันตะกี้ดันขึ้น ไม่เข้าใจ -*-
ความพยายามครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ขึ้นก็ไม่รู้แล้วนะ

แรกสุด ก็ขออวยพรวันเกิดล่วงหน้าแก่ไร้ท์เตอร์ละกันค่ะ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ ไปลอยกระทงฉลองวันเกิดที่ไหนเนี่ย ^^

แล้วก็มาที่ท่อนนี้
ศาสตราจารย์สาวเข้าเว็บไซต์กูเกิ้ล พิมพ์ข้อความลงไป ‘เราจักถ่มน้ำลายรดพักตร์พระผู้ทรงฤทธิ์ รอคอยวันที่บุตรแห่งแสงฟื้นคืนจากความมืดดำ’ แล้วกดค้นหา
ไร้ท์เตอร์จะรู้บ้างรึเปล่า ว่าเราทำแบบศ.เฮียวรินเป๊ะเลยล่ะ เมื่อคืนนี้ แต่ googed แล้วไม่เจออะไร 555++ นึกแล้วก็ขำตัวเอง ฟิคขึ้นสมอง

ต่อมาที่ยุน ไม่แปลกใจเลยที่ยุนกลายเป็น OCD ตอนแรกก็ตกใจที่หมอสั่งยาแรงจัง แต่พอเห็น Dx ก็ร้องอ๋อ ว่าแต่แจจ๋าจะทำให้ยุนอาการดีขึ้นหรือแย่ลงล่ะนี่ เอาน่ะ ไม่ลองไม่รู้นะยุน เหอ ๆ ๆ

แล้วก็ยูซู ยังไงก็ไม่เข้าใจเหตุผลของตาปาร์คอยู่ดี ไม่บอกหนูจุน เพราะกลัวหนูจุนทิ้งไป? อืม..เอาไว้ว่าง ๆ จะลองทำความเข้าใจเหตุผลของฮีใหม่นะ

สุดท้ายคาใจกับตอนจบมาก
หากเป็นหยดน้ำที่คั้นกรองจากความรู้สึกระคนกันระหว่างความเจ็บแค้นกับความหวาดกลัว
มันอะไรกันค้า ที่อยู่บนแฟ็กซ์ใบนั้น ฮือออออ ค้างอย่างแรง
รอพาร์ทหน้านะค้า T^T


#5 By iowatrumpet (110.164.153.170) on 2009-11-01 22:06

หิหิ ดีใจมากๆอัพก่อนเปิดเทอมพอดีเลย เย้ๆ วันนี้เข้ามาอ่านด้วยใจที่เต้นระทึก ทำไมแม่ชางมินถึงได้ทำตัวแบบนั้น คือเป็นใครก็ต้องสงสัยอ่านะว่าทำไมถึงต้องหนี แต่สถานการณ์มันบีบบังคับจริงๆ อ่านแล้วเหมือนทุกคนมองว่าแม่ชางมินร้ายแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ อะไรกันแน่ที่แม่ชางมินกำลังตามหาอยู่...ดร.อาจจะรู้ความจริงคนแรกก็ได้ ว่าแต่..มันคืออะไรกันอ่ะ? ตื่นเต้นมาก ยังคงคำถามเควสชั่นมาร์คต่อไป..แต่ว่า
ฮึก..อ่านแล้วจะร้องไห้กับยุนโฮ โฮก ทำไมผู้ชายที่แสนดีคนนี้ถึงได้น่าสงสารแบบเน้ อยากจะกรีดร้อง ไม่เคยอ่านฟิคเรื่องไหนแล้วได้อารมณ์เทท่านี้มาก่อนเรื่องของยุนแจ(ยูซูด้วย) ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาแต่สุดท้ายก็มีปัญหา เอิ๊ก สงสารยุนอ่าสรุปแล้วพระเอกของเรามีอาการทางจิตหรือนี้? เรื่องนี้ยุนโอดีมากถึงมากที่สุดอ่านแล้วเจ็บปวดหัวใจมันรู่สึกจริงๆนะว่ายุนโฮรักแจจุงมาก(มากกว่าตัวเอง)แต่ความรักของยุนโฮที่มีก็ทำให้เจ็บปวดแสนสาหัส ยุนโฮคิดมากจนถึงขั้นประสาทนะ(เราว่า) เพลาๆลงหน่อยก็ได้ทำไมไม่ติดนิสัยเพื่อนปาร์คมาบ้าง ประมาณ"อย่าได้แคร์" เหอะๆ แจดูร้ายๆดีชอบ ฉากยุนแจนี้ให้พันแต้มเลยร้อนแรงมว๊ากก อ่านของยูซูว่าสุดเหวี่ยงเจอยุนแจเข้าไปทะลุเป้าเต็มๆ เอิ๊กๆอ่านๆไปกำลังมีความสุขดันมาเจอสารวัตรพ่อคิมซะนี้ จอดเลย..ปัญหามันมีมาแน่ๆ รู้แต่ว่ากำลังจะเริ่มเกลียดพ่อแจจุง..คนอื่นเขาก็ว่าชองยุน(โคตร)เพอร์เฟกต์ ดีเลิศแล้วไงสารวัตรคิมกำลังจะจับแม่ชิมชางมินเข้าคุกพร้อมกับจะขัดขวางยุนโฮ บทมันสั่งให้เกลียดอ่ะฮ่าๆ แต่ที่เพิ่งจะเข้าใจ(เพิ่มขึ้นนิดหน่อย)คือยูซู
โอ๊ะโอ .. ชอบตอนแจจุงเดินเข้าไปต่อยยูชอนมากโอ๊ยสะใจเหลือหลาย(แอบคิดว่าตอนนั้นคิมแจชอบยุนแล้ว) แต่ต้องมานั่งสงสารปาร์คอีกแร่ะ สรุปวิญญาณอึนนามาสงสานส์อะไรกับแกกันแน่หีตาปาร์คแกถึงได้กลัว โหย ตอนนั้นด่าปาร์คว่าแม่งขี้ขลาดที่ไหนได้ แกกลัวสูญเสียจุนซู..เอ่อ อึ้งค่ะ..อึ้งว่าทำไม งงอีกแร่ะ รู้แต่ว่าเกี่ยวกับผีๆแน่นอน แล้วไหงตาปาร์คถึงไม่ยอมเล่าให้จุนซูฟังหรือบอกความจริงกับจุนซู กลัวอะไรอยู่หรือเปล่า โฮว ว ปริศนาคาใจเพียบเลยอ่า สนุกมากๆน่าติดตามพลาดไม่ได้สักช๊อตสักบรรทัด มาต่อไวๆนะค่ะ

#6 By ZeNsE .dAyZ on 2009-11-01 22:19

ขอบคุณค่ะ สำหรับฟิครับลอยกระทง
นู๋ติดตามฟิคของพี่มาตลอด
และจะตามต่อไปค่ะconfused smile

#7 By usaum (202.28.183.10) on 2009-11-01 22:42

อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยย

อ่านจบแล้วอยากกรีดร้องค่ะ!!! ให้ตายเหอะ อยากอ่านต่อมาก!!!
เฮียวรินเจออะไร?? มันคือรูปใคร????
ค้างคามากค่ะ อ่านจบแล้วเหมือนโดนตีหัวสลบไปเลย
ยุนแจแรงได้อีก แรงจริงๆค่ะ เหมือนจะสื่อว่าแจทำให้ยุนห่างไกลพระเจ้า??
ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นว่ายุนแจจะลงเอยแบบไหน? ตกลงแจรักยุนแล้วจริงเหรอ??
พ่อแจวีนเอาเรื่องเลยนะเนี้ย เราอ่านแล้วไม่ชอบพ่อแจเลยค่ะ ไม่ใช่เพราะเขาขัดขวางนะ แต่มันมีอะไรบางอย่างในตัวผู้ชายคนนี้
แอบเห็นเม้นนึงบอกว่าหรือยุนแจจะเป็นพี่น้องคนละแม่ อ๊ะ...แอบคิดเหมือนกัน แบบนั้นพระเจ้าเลยห้ามยุนรึเปล่า??

อยากอ่านต่อมากค่ะ สู้ๆนะคะ
ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ

#8 By Han_Cin on 2009-11-01 23:15

สงสารยุนโฮนะ
ป่วยซะงั้น
แจจุงก้อแน่เอานอนไม่ได้
อร๊ากกกกก
เก็บกดค่ะ=[]=

#9 By taizaaaaa on 2009-11-01 23:38

รอฟิคเรื่องนี้มาตลอด....นึกว่าจะได้อ่านตอน 21 นี้ต้อนรับฮาโลวีนซะอีก ^^

ชอบ ยุน แจ มากไม่ไหว แล้ว กับความรักของทั้งสองคนนี้ มันบอกไม่ถูก จิงๆ กดดัน อึมครึม เงียบงัน เร่าร้อน แต่ว่ามันก็คือรักใช่มั้ย?? เหมือนกับได้ดูหนังอาร์ทเรื่องนึงเลยทีเดียว

ลุ้น กับ ศ.เฮียวริน หวังว่าจะได้กลับสู่ full house ได้ในเร็ววัน สงสารจัง ความรู้สึกของผู้ถูกป้ายมลทิน ทั้งๆที่ ตัวเองพยายามททุ่มเททุกอย่างให้กับมหาลัยและนักศึกษา

ยังคงไม่เข้าใจสาเหตุการยุติสัมพันธ์ของยูซู ว่ามันมีอะไรมากกกว่านี้ รึเปล่า แค่กลัวหรือ ?? (ช่วยมาไขความกระจ่างให้ทีนะคะ)

แอบชอบ แจจุงที่เเดนเข้ามาซัดปาก ปาร์กยูชอน มาก เท่ห์ได้อีก ...

...เฝ้ารอ กับตอนต่อไป

P.S. ชอบ bg song มากเลยค่ะ


#10 By Fay* (110.164.128.238) on 2009-11-01 23:40

ยิ่งเฮียวรินหนีก็ยิ่งถูกสงสัย
สงสารครอบครัวนี้จัง
เเต่ที่ไม่ยอมถูกจับคงเป็นเพราะจะสืบต่อเเน่ๆ
ว่าเเต่ การใช้ชีวิตของเฮียวรินไฮเทคสุดยอดไปเลย เป็นคุณเเม่ยุคใหม่ของเเท้!

อ่านมาตั้งนานไม่ยักรู้ว่ายุนโฮก็มีอาการ"ทางจิต" ด้วยเหมือนกัน
ถึงกับต้องไปขอยาเเก้ปวดกินบ่อยๆ
คือได้เห็นอีกด้านที่นอกจากสงบเยือกเย็น ยุนโฮก็ออกเเนวเเพนิกเหมือนกันนะเนี่ย
แล้วตอนเเรกนึกว่าเรื่องอะไร ที่เเท้เรื่องเเจจุง
นี่ถึงขนาดสารภาพบาปทุกวัน -"-
มันจะบาปอะไรนักหนาพ่อคู๊ณณณ กะอิเเค่รักผู้ชายด้วยกัน
เเจจุงฟาดกะบาลพี่ยุนโฮซักทีสิ! ยุนเป็นคนที่เคร่งศาสนามาก มากจนกลายเป็นหวาดระเเวง กลัวไปหมด

อ้อ มินนี่เม้าเป็นผู้ชายจิงๆหรอคะ?

ไม่ชอบพ่อของเเจเลย
ดูเป็นผู้ชายใจเเคบยังไงไม่รู้ คือไอที่ยอมรับเเจกับยุนโฮไม่ได้ ไม่เป็นไร
เเต่ทำไมถึงตัดสินเฮียวรินเเบบนี้ ทั้งๆที่หลักฐานก็บ่งชี้ว่าเฮียวรินเข้ามาในห้องทีหลัง
ไม่รู้เพราะกำลังโกรธ(เรื่องลูกตัวเอง) หรือไปปักใจเชื่อะไรเเต่ก็ไม่น่าด่วนสรุปนี่นา

กลับมาที่ยูชอนน แอบสะใจที่เเจจุงไปชกปาร์คเเก้เเค้นให้เพื่อน หึหึ แต่ก็มารู้สึกสงสารทีหลัง
ตอนที่บอกว่า กลัวจะเสียจุนจังไป
คือเข้าใจได้ว่ามันก็เป็นนิสัยของผุชายเห็นแก่ตัวคนนึง ที่กว่าจะมารู้ตัวก็ตอนเลิกกันไปเเล้ว
ไม่รู้จะง้อหรือจะคืนดีกันอิท่าไหน ต่อให้เชียร์ฮัวซุยังไง
แต่ก็นะ จุนซูก็คงรักปาร์คที่สุดอยู่ดี เเง่มมมมมม

คือเราต้องอ่านไปเม้นไปอะคะ เรื่องนี้ต้องทำงี้ทุกครั้งเพราะว่ามันมีอะไรหลายๆอย่างอยากคอมเม้น
ถ้าไม่ทำงี้เดี๋ยวจะเม้นไม่ครบ เหอๆ

พาร์ทนี้ลงได้บรรยากาษฮัลโลวีน เเต่ไม่มีผีโผล่มาเเฮะ เป็นเเนวสอบสวนมากกว่า
เอาใจช่วยให้เฮียวรินหาคนร้ายหรือไม่ก็คลี่คลายได้เร็วๆ
คนอื่นๆที่เหลือก็จะได้หลุดจากเรื่องน่ากลัวๆนี่ด้วย
โดยเฉพาะจุนซู >< ดูว่ามันใกล้ตัวสุดเเล้ววว

รอตอนต่อไปนะคะ

#11 By ehaln (124.121.127.41) on 2009-11-02 00:15

Happy Birthday & Happy ลอยกะทงน้าค้าบ ~~

ตอนนี้ยังไม่ได้อ่าน เพราะมึนๆเล็กน้อย 55
แต่อยากมาแฮปปี้เบิรดเดย์พี่ตองก่อน >///<
แต่แฮปในเฟชบุคไปแล้ว เขินๆๆ 555

รักพี่ตองโว้ยยยยยยยยย !!!!

#12 By FunkyBoyZ` ♥ YS ! on 2009-11-02 01:41


ยากจังที่จะเมนท์ ...เพราะยังไม่เริ่มที่จะเคลียร์ความรู้สึกทั้งหลายที่ทับถมเข้ามาจากการที่อ่าน 20 ตอนรวดเลยน้า
ตอน 21 ก็ทับเข้ามาอีก!!!

อยากลองนั่งวิเคราะห์อะไรหลายๆอย่าง อยากตีแผ่ความรุ้สึกและมุมมองของเรา

แต่พอย้อนกลับไปอ่านที่ตองเขียนในเรื่องอีกที...แหม มันบอกเล่าทุกอย่างด้วยตัวมันเองหมดแล้วนะเนี่ย



ไม่น่าเชื่ออ่านฟิคแล้วจะได้อะไรกลับมาให้คิดเยอะขนาดนี้

และสาบานเหมือนเดิม ดีใจที่สุดที่ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคทงบังชินกิ!!!
>_____<!!

สรุปว่าเมื่อไหร่ตูจะได้เริ่มเมนท์จริงจัง โฮว....สงสัยคงได้ส่งเมล์แล้วล่ะตอง แปะแถวนี้มันเกรงใจอะไรบางอย่า่ง ^^;;

ปล.ตอนนี้มีความสุขอย่างแรง
ก็หวังว่าวันเกิดของตองวันนี้จะมีความสุขมากๆเช่นกันน้าาา

ศาสนาตองก้าจงเจริญ!!! (สรุปเป็นศาสนาและศาสดาในคนเดียวกัน ฮา)

#13 By เอส ♥ YS ! on 2009-11-02 02:30

สิ่งที่อยากให้เกิดในฟิคเรื่องนี้มากที่สุดตอนนี้
คือการที่ยูซอนกับจุนซูจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
เรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้นก็จะได้หมดไป....ซะที

#14 By marked (58.8.36.176) on 2009-11-02 14:07

ชิมเฮียวรินสมควรได้รับรางวัลสตรีดีเดืนแห่งปี!
จริงนะ นึกภาพคนที่เสียสละครอบครัวและชีวิตส่วนตัวเพื่อดำรงไว้ซึ่งความถูกต้อง
เธอคือลูกผู้หญิงตัวจริง! (อินสุดๆ)

ตอนนี้สงสารชางมินสุด ๆ
ถึงแม้ท่ผ่านมาจะเป็นเหมือนคู่แม่ลกที่เย็นชาต่อกัน
แต่แม่ลูกก็เป็นแม่ลูกอ่ะเนอะ
...เครียดแทนคนบ้านนี้ขึ้นมาจริงๆ
โดยเฉพาะคุณพ่อของชางมินอ่ะ
แม้ว่าตอนนี้ไม่ได้ปารกฎตัวมา
แต่ก็พอคาดเดาได้ว่า ผู้ชายบ้านๆคนนั้นต้องกำลังเป็นห่วงอาจารย์ชิมสุดๆไปเลย
ประมาณว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคงเป็นวิบากกรรมครั้งแรกในชีวิตที่เรียบง่ายของทุกคนในครอบครัวอ่ะ
เป็นกำลังใจให้ศ.ชิมและครอบครัวด้วยนะ

ในที่สุดยุนโฮก็กลายเป็นผู้ป่วยทางจิตไปจริงๆแล้ว
ซึ่งก็อย่างที่เคยคุยกันไว้เนอะ...
สิ่งที่วนเวียนในหัวของจองยุนโฮมันไม่ใช่ระดับปกติแล้ว
ซึ่งก็จริง
อยากบอกว่าชอบหมอชินมาก ดูเป็นหมอที่เป้นที่พึ่งได้อ่ะ
ดูเป็นหมอที่เป็นมนุษย์ปกติอ่ะ อยู่กับความจริงไม่ใช่หอคอยงาช้าง

ยุนแจตอนนี้ร้องแรงมาก!!
ชอบประโยค "โอ้..แม่เจ้า จองยุนโฮ" 555+
อ่านแล้วแบบ... เออ อยากจะอุทานออกมาแบบนี้จริงๆในตอนนั้น
แต่พอมาเจอถ้ำมองในเครื่องแบบเข้าทำเราอารมณ์เสียเลย
เดี๋ยวนี้ตำรวจเค้าไม่ต้องไปจับยาเสพติด ทลายบ่อนกันแล้วหรอ
เที่ยวมาตามสืบเรื่องลูกชายสารัตรเพื่อให้ได้หน้าเนี่ย ทุเรศจริงๆ
แล้วมันก็ยืนมองเค้าอยู่ตั้งนานนะ กวาจะโทรไปรายงานเจ้านาย
อู้งานมาคราวนี้คุ้มเลยสิแก!

ความหงุดหงิดจิ๊กจั๊กในลำคอยังคงลากยาวมาที่ซีนสารวัตรคิมที่เดือดดาล
ก็รู้ว่าเครียดเรื่องลูก จนกลายร่างเป็นจงอางหวงไข่
แต่ตั้งท่าแต่จะเอาเรื่องศ.ชิมจนไม่สนใจอะไรเลยนี่ มันก็มากไปนะ
แอบเคืองแทนนักสืบปาร์ค อุตส่าห์ถามด้วยความเป็นห่วง ดันโดนด่าอีก ^^"
สารวัตรใจเย็นนะ รักษาตัวด้วย
โกรธมากๆ เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกขึ้นมาเดี๋ยวจะยุ่ง
ระวังจะไม่มีคนมาขัดขวางทางรักของลูกชายเน้อ ทุกคนแถวนี้เค้ายิ่งอยากจะรีบยกๆลูกชายสารวัตรให้ยุนโฮอยู่ยิกๆ

มาถึงตอนที่แจจุงย่างสามขุมเข้าไปรัวหมัดใส่ยูชอน
แอบช๊อคนะ แต่ทำไมรู้สึกสะใจก็ไม่รู้ ^^"
แหม แต่น้องแกก็ต่อยอย่างปราณีนะ ไม่งั้นปาร์คคงตายคามือไปแล้ว
แต่แอบฮาเทบินอ่ะ
ไม่รูแกอยากให้ปาร์โดนต่อยหรือไร เห็นแจจุงเดินมาด้วยหน้าตาขึงขังก็ไม่คิดจะส่งสัญญาณเตือนภัย
พูดแค่ "โอ๊ะโอ" ฮ่าๆ
แล้ว "น่าสิ้นหวังนะ" เนี่ย พูดเพื่อ?? ฮ่าๆ ฮามาน้อง

และตอนจบก็ทิ้งไว้ให้กรี๊ดร้องอีกแล้ว
อยากอ่านต่อๆ
ทิ้งเราค้างเป็นซีรีส์ฝรั่งเลย แต่นี่ยิ่งกว่านะ
ถ้าเป็นซีรี่ย์เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็มาต่อใหม่
แต่อันนี่ ไม่รู่จะมาต้องตอน 22 เมื่อไหร่อ่ะ T__T

ลุ้นสุดๆ
เปนกำลงัใจให้คนแต่งน้า
แล้วก็สุขสันต์วันเกิดด้วย
ขอให้น้องมีกำลังกาย กำลังใจ ความฝัน และความหวัง
..ให้น้องทำทุอย่างได้อย่างสำเร็จและสมบูรณ์ทุกเรื่องเลยน้า ^^

ไม่รู้วาเม้นท์อะไรตกไปบ้างหรือเปล่า
รู้อย่างเดียวว่าตอนนี้สนุกมั่กมาก

#15 By bonychaos (125.24.159.75) on 2009-11-02 19:25

ยังไม่ได้อ่านเลยฮะพี่ตอง ตอนนี้หลายเรื่องเกิ๊น
แวะมา แฮปปี้เบิรด์เดย์ฮะ ^^ ขอให้พี่ตองมีความสุข
มากมายเลยนะค๊าา พี่ตองสู้ๆ ^^Y
เดี๋ยวพรุ่งนี้บายมาเม้นท์ อ้ากกกก มากมายยย

#16 By NUBYE* (125.25.33.129) on 2009-11-02 21:26

พาร์ทนี้มันส์อ่ะ เข้มล้นหลายรสชาดจริงๆ

อ่านตรงต้นเรื่องแล้วรู้สึกอินกับอารมณ์ของชางมินมากอ่ะ
ไม่รู้เป็นเพราะเพลงที่เราเปิดคลอมันช่วยบิ๊วท์ด้วยรึป่าว หรือพี่ตองเขียนดีจนอิน โฮะๆ

ยุนโฮเป็นเอามากนะเนี่ย
ที่จริงสิ่งที่คุณหมอบอกให้ลูกหมีทำ มันคือการบำบัดอย่างนึงของผู้ป่วยประเภทนี้ใช่มั๊ยคะ
โฮกกกกก อาการแบบนี้มีนุ้งแจคนเดียวที่ทำให้ลูกหมีรู้สึกดีขึ้นได้อ่ะ
ไม่งั้นคงได้ป่วยตลอดชีพ =="
ว่าแต่ .. คำแนะนำคุณหมอทำให้ลูกหมีเซ็กซี่ดิบเถื่อนมากมาย
ดูท่าจะโดนใจนุ้งแจ กร๊ากกกกกกก
ลุ้นจัง .. จะเกิดอะไรขึ้นกับคู่นี้ต่อ พ่อนุ้งแจโหดน่าดู

นุ้งแจสุดยอด ต่อยปาร์คคว่ำเลย โฮะๆๆ
แฮปปี้วันลอยกระทงค่ะ ^^

#17 By andante12626 (58.8.20.110) on 2009-11-02 22:12

ฟิคยังบ่ได้อ่านเลยคับ
แต่เสร่ออยากเม้น 555


ปั่นเม้นนี่ไม่ผิดใช่มั๊ยพี่ *ยิ้มอ้อน*


สุขสันต์วันเกิดนะคะ
ขอให้มีความสุขมากขึ้นๆๆๆๆต่อไปอีกเยอะๆเลย
สุขภาพแข็งแรง ไม่แก่ตามอายุนะคับ

(พลั่ก *โดนถีบหน้าทิ่ม* ล้อเล่นนะคุณพี่ ขำๆ)

และแฮปปี้ลอยกระทงเดย์ด้วยค่า


ปล.ไปลอยกระทงกับใครเนี่ย??


(คำพูดเหมือนสนิทสนมกันมานานเนอะ
อินี่เนียนได้อีก 55+ อย่าถือสาเลยนะคะคุณพี่ )

#18 By kokoro on 2009-11-02 22:35

สุขสันต์วันเกิดค่ะ ^^

(ยังทันมั้ยเนี่ย)

เราไม่รู้จะขอบคุณอะไร นอกจาก
ขอบคุณที่เลือกแต่งฟิคดงบังชินกิ

เค้าต้องดีใจมากๆ ที่มีคนแต่งฟิคฝีมือดีๆแบบนี้ แต่งเรื่องของพวกเค้า

เราเชื่อแบบนั้นนะ

confused smile

#19 By Lalabye* (125.27.44.161) on 2009-11-03 00:01

มาเม้นเพิ่มนิดหน่อย

สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณตอง

ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆที่มีให้มาตลอดนะคะ

#20 By Han_Cin on 2009-11-03 00:24

ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกอยากกราบเท้า ชอง ยุนโฮขึ้นมาตงิดๆ
พี่เเกมาดเทวดามากเลย

อา... ยูซู
ดูเหมือนอึนนากับยูชอนยังไม่คลายความสงสัยนะนี่
อึนนาต้องการอะไรเเละบอกอะไรผ่านจุนซู
เเล้วทำไมปาร์คถึงไม่บอกจุนไปว่าเชื่อที่จุนเห็นผี

เเละเเล้วเทบินเเละชองฮวาก็ยังคงลึกลับไม่เปลี่ยน
ทั้งสองคนต้องรู้อะไรเเน่เลย


ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นค่ะ
คนเเต่งสู้ๆนะ

ปล. อะไรที่ทำให้ ดร.ชิมคนเก่งหวาดกลัว?
ปล.2 ตั้งเเต่เม้นท์มามีเเต่คำว่าอะไรๆกับอะไรเต็มเลย ขอโทษคนเเต่งด้วยนะคะ แหะๆ

#21 By Popokiss on 2009-11-03 14:18

ไม่น่าเลยยุนเอ๊ย อ่านแล้วแบบ น่าเศร้านัก เฮ้อ อตนนี้คิดไรไม่ออกอ่ะ
มันเหมือนมาถึงทางแยก ใกล้จะไคลแม็กซ์ที่ทุกคนจะแย่ไปหมด แต่พอผ่านจุดนี้ไปได้เรื่องเลวร้ายจะดีเองนะ พุดตรงๆว่าการกระทำของตุวลัครในเรื่องนี้ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ มันมีเหตุผลกันแหละ แต่ตอนนี้คิดไม่ออก มองไม่เห็น
เฮ้อออออออ

#22 By ไอซ์ (124.157.132.30) on 2009-11-03 14:27

แตงโมก็เป็นหนี้พี่ตอง...
ขอบคุณพี่ตองที่แต่งฟิคสนุกๆ แบบนี้มาให้อ่านนะคะ !


ฉาก NC ของ ยุนแจ วันนี้....
รุนแรงจนอายเลยอ่ะ ><

#23 By *[ TangMoez ]* on 2009-11-03 18:45

ไม่ต้องขอหรอกค่า มีความสุขอย่างแรง

เรื่องมันซับซ้อนอะไรอย่างนี้ ไม่รู้ว่าอะไรจะเป็นยังไงแล้ว ทุกอย่างเหมือนจะคลายปม แต่ก้กลับมาผูกกันเอาไว้อีก

ยุนโฮกลายเป็น โรคย้ำคิดย้ำทำซะงั้น ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็จะติดตามต่อไปนะคะ สู้ๆ

ถ้าจะปริ้นท์ ซื้อแน่นอนค่า....รอนะคะ

#24 By gift250635 (202.149.25.225) on 2009-11-03 19:05

หนุกหนาน น่าตื่นเต้น
และเหมือนเคย เรายังคงไม่รู้อะไรมากขึ้น ฮ่าๆ

ไอเด็กเปรต <<< คุณพ่ออาการหนักนะคะ กร๊ากกกก

บทสวีทยุนแจคราวนี้ แร๊งงงงง
ตกลงใครเป็นบอส???

อ่อๆชอบเทบินกับประโยคนี้ "น่าสิ้นหวังนะ"
อ่านแล้วขำก๊ากเลย

และที่สำคัญตื่นเต้นแทนคุณแม่ชิมอ่ะ
แล้วน้องมินจะตามรอยแม่ทันมั้ย

รอพาร์ทหน้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอ
แล้วก้อ HBD ด้วยค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ

#25 By pattybluet (125.27.220.45) on 2009-11-03 23:59

งานนี้เชวชอนบุลเป็นชื่อปลอม!!!
แล้วตัวจริงของชายคนนี้คือใครกันแน่ ทำไมดร.ชิมต้องทีอาการอย่างนั้นด้วย
ตื่นเต้นและล้นระทึกมาก เอาใจช่วยดร.ชิมนะคะ

ส่วนยุนสรุปว่าป่วยใช่มั้ยคะ?? เง้อ...
สงสารยุนจัง แม้จะไม่รู้ว่าป่วยเป็นอะไรก็เถอะ
อ่านตอนนี้แล้วแบบอย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย...
แจเธอแรงมาก และอันตรายด้วย
ดูท่าทางว่าคุณพ่อตาไม่ปลื้มยุนแจคบกันนะเนี่ย

สะใจที่แจต่อยปาร์ค
ทำไมเป็นผู้ชายอย่างนี้นะปาร์ค จุนซูจะเมินก็ไม่แปลกหรอก
แต่ก็อยากให้คืนดีกันเร็วๆเพราะสงสารจุนซู TT^TT(สงสารใจคนอ่านด้วย กร๊ากก)

รอตอนหน้านะคะ ^^

#26 By junghyeae on 2009-11-04 10:59

พาร์ทนี้มันส์มาก~!

ตื่นเต้นสุดๆ ในทุกตอนเลย

ยุนป่วยจริงๆด้วย แล้วกัน!
แต่เหมือนแจจุงก็ชอบน๊า~แบบนี้ เร่าร้อนดี!!!


ยังงงไม่เลิกกับเจ้เฮียวริน
ปมของเรื่องอยู่ทีื่ตรงนี้รึป่าวเนี่ย?

รอตามตอนต่อไปฮับ ^^

#27 By Lee MinNam~ on 2009-11-04 12:59

ชักอยากรู้แล้วอ่ะ ว่าใครที่แม่มินเห็นในรูปอ่ะ

รอตอนต่อไปนะค่ะ

^^

#28 By LuvYuchun (203.144.184.190) on 2009-11-04 16:08

ขออภัยในความหยาบ...

มันส์แสรดดดดดดดดดดดดดดด แม่งเอ๊ย!!!

เกลียดพ่อแจ ไอ้บ้า ไร้สาระจริงๆ โตมายังไงเนี่ย

สงสารยุนตงิดๆ แต่ยุนทำตัวเองว่ะ น่าจะลองอ่านธรรมะของพระพุทธเจ้าดูบ้างนะ ปล่อยวางบ้างเหอะ

จุนซูก็อีกคน เฮ้อออออออออ
อิปาร์คมันป๊อดได้ใจ สมควรโดนลงทัณฑ์ ขอแรงกว่านี้อีกได้มะ คุณตองจ๋า ยังไม่สาใจเลย ชิ (-*-)

เอาใจช่วยดร.ชิมนะ อยากรู้จังว่าเธอได้รูปใครมา
โว้วววววววว อยากอ่านต่อแล้ววววว

สู้ๆนะ คอยอ่านอยู่ทุกลมหายจายยย วิ๊ววว เน่าได้อีก อิอิ big smile

#29 By Audrey (161.200.255.162) on 2009-11-04 16:21

แฮะๆ แวะมาเม้นท์ด้วยความค้างคาใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ
พี่ตอง กริ๊ดดดดดดดดดดด !!!!!
บายอ่านจบ อุทานได้ว่า "พระเจ้า.."
คือแบบตอนนี้มันสุดๆอ่ะฮะพี่ตอง มากมายเหอะ
เรื่องยุน ผู้ป่วย OCD พี่ตองรู้มั้ยฮะว่า
บายกะเพื่อนเปิดเน็ตหากันเลยทีเดียว
คือช่วงนี้ อินจัดมากมายค่ะ ว่างเมื่อไหร่
เป็นต้องมานั่งถกกัน ถึงตอนต่อไปและปริศนาหลายอย่าง แบบว่า เดาไปนั้นนี่ ใจจะขาด
ยุนแจตอนนี้แรงมากเลยค่ะ แต่แบบ
บายอ่านแล้ว รู้สึกสงสารยุนจับจิต T T

พ่อแจนี่อะไรเนี้ย - - โว้ยย
นี่อารมณ์หวงลูกหน้ามืดหรือเปล่าคะ ?
นังชั่วอัจฉริยะ กริ๊ด ด่าเจ้ชิมม !!!
ตอนนี้ก็ลุ้นกะเจ้ชิมมากกกก
เอาใจช่วยแบบสุดๆอ่ะค่ะ
คือแบบ สุดยอดมากมายยย เธอเก่ง !!
แล้วก็ ตอนแจต่อยปาร์คอ่านแล้วมันจับใจมากค่ะ
ที่พี่แจพูดอ่ะ >< เข้ากินเหล้า พี่รู้มั้ย
แบบมันสื่อหลายๆอย่าง โฮกฮากกก แม่เจ้าา
แต่ก็แอบสงสารปาร์คเหมือนกันนะฮะ
สงสัยจริงๆเล้ยยยย อ้ากกกกกก

พี่ตอง อัพ 22 เถอะค่ะ ได้โปรดดด
บาย(และเชื่อว่าอีกหลายคน)ใจจะขาด T.T
พี่ตองสู้ๆนะค๊าาาาา ง้ากกกก ><Y

#30 By NUBYE* (125.25.34.107) on 2009-11-04 20:16

อ่านแบบไม่ต่อกัน

เน้นคู่ยุนแจ ก็ยังคิดว่าคู่นี้เหมือนไม่มีอะไร
แต่จริง ๆ แล้วก็ทิ้งปมไว้เย้ออออ

#31 By Koo!er (61.19.22.210) on 2009-11-05 10:28

ชอบการวางคาแรคเตอร์ตัวละครจริงๆ
แต่ละคนดูมีมิติมีเบื้องลึกอะไรซักอย่าง

ยุนแจตอนนี้นี่สุดๆไปเลย

อยากรู้แล้วว่าคนในรูปที่แม่น้องมินเห็นเป็นใคร

#32 By ~AnNiE~ (58.137.129.220) on 2009-11-05 12:38

ค้างแรงที่สุดอ่ะค่ะ...
รอตอนต่อไป กำลังตื่นเต้น
สู้ๆค่ะ

#33 By ♥Loveblabla♥ on 2009-11-06 16:43

แม่ของชางมินยังไฟแรงอยู่
5555 5
ไงล่ะ...ของเค้าแรง!!
มินมินรีบหาแฟนเร๊ว..
เดี๋ยวไม่ทันแม่เอา

ดร.เฮียวรินแย่ซะแล้ว
ถึงขนาดออกประกาศจับทางทีวีเลย
ตกอับแล้วจริงๆด้วย
จะหนีพ้นหรอเนี่ย?
แต่ยังไงก็ไม่ผิดอยู่แล้วหนิ
แล้วหนีทำไม..ไม่ผิดซะอย่าง!!

ชางมินร้องไห้ด้วย
น่าสงสาร
คิดถึงแม่ล่ะสิ

ง่ะ! ยุนไปหาจิตแพทย์~
เครียดมากเลยใช่มั๊ยนั่น
ขอยาเกินขนาดอีกตังหาก
น่าสงสารจัง TT
ว่าแต่...มินนี่เม้าส์เป็นผู้ชายจริงหรอ? - -*
แล้วผู้ป่วย OCD’ คืออะไรอ่ะ?

คราวนี้ยุนเป็นคนเริ่มเลย!
โดนจับได้ซะแล้ว
จะแย่มั๊ยเนี่ยยุนแจ

ปาร์คแย่ซะแล้ว..ทำไมไม่รีบไปง้อจุนล่ะ
ปล่อยไปนานๆแบบนี้จะดีรึไง
กินเหล้าแล้วด้วย
อย่าให้จุนไปจูบกับใครอีกนะ TT~
ไปเร็วๆเลยปาร์ค..ก่อนที่จะสายยยย ยไป!!
ถ้าปากหนัก พูดไม่ได้ ...ก็อด!!!!!!!!!!!!!!!!

#34 By kimpeace (125.24.105.104) on 2009-11-07 18:56

เอ่อ กราบยุนโฮ งามๆๆๆ อีกที แสนดีเกินไปแล้ว 555

เค้าสงสารยุนจังเลย เฮ้อๆๆๆ

ถึงกับเป็น Obsessive compulsive disorder

แต่ดีนะ ที่ยังเป็นแค่เบื้องต้น

ฉากมหัศจรรย์ตอนนี้ ยุนแจ แบบว่า อ่านไปกลั้นหายใจไป เลยทีเดียว

รออ่านตอนต่อไปนะคร้าบบบบบบบบบ

สู้ สู้ นะ

#35 By Bloommint on 2009-11-08 12:54

คนที่ไร้ตัวตนคนนั้น...
ต้องเป้นใครซักคนที่เรารู้จักมักจี่แน่นอน!!!
ฟันธง (แบบเดาๆ)

ไม่รู้จะเม้นอะไรเลยค่ะ
เหงื่อผุดเต็มไรหน้าผาก เครียดมาก (เพราะอากาศร้อนสุดๆ)

ปล. รักบทร้อนแรงของยุนโฮกับแจจุงอีกแล้ว... ครั้งนี้ก้อออรัลด้วยความสวยงามอีกเช่นเคย กีซซซซซซซซซซซซซซซซซซ*

#36 By ayaki-o (58.8.147.31) on 2009-11-09 21:59

นานเเล้วนะ
ก็มันนานเเล้วนะ ๖เพลง๖

อยากอ่านเเล้วค่ะ
ช่วยมาอัพหน่อยนะค่ะ
เเต่ถ้ายังเหนื่อยอยู่ พักก่อนก็ได้ค่ะ ^^

#37 By marked (202.176.154.194) on 2009-11-10 20:10



Oh God ~


ดูเหมือนยิ่งนานวัน ...


ยิ่งสับสน ...


ปริศนาดูเหมือนว่าจะลอยคว้างอยู่ทุกอนูในอากาศ


ความจริง ...


คืออะไรกันแน่ ???





#38 By nats (58.10.9.205) on 2009-11-14 18:59