★ b.leaf ★ View my profile

Demon Authorized (18)

posted on 19 Sep 2009 13:49 by bleaf-me  in demon-authorized

Title: Demon Authorized
Author: b.leaf
Staring: Dong Bang Shin Gi (SM Entertainment) / (C) b.leaf's Original Characters
Pairing: Yoonho/Jaejoong, Yoochun/Junsu
Genre: AU, Mystery, Thrillers, Horror ; !Against religion & beliefs (Christian Beware)
Rate: R
Warning: นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นจากความพึงพอใจส่วนบุคคล และไม่มีเจตนาจะกล่าวพาดพิง กระทบกระทั่ง กลุ่มคนหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งทั้งสิ้น เนื้อหาเกี่ยวเนื่องถึงความสัมพันธ์แบบชายรักชาย ชื่อบุคคลหรือสถานที่หลายอย่างที่อ้างถึงเขียนขึ้นจากจินตนาการและอาจไม่มีอยู่จริง หากการอ่านนิยายเรื่องนี้ทำให้ท่านรู้สึกตะขิดตะข่วง ลำบากใจ ลำบากกาย ถือเป็นความทรมาน รับไม่ได้ ไม่ชอบ ขอความกรุณาปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณมากๆที่เข้ามาเยี่ยมเยียนบล็อกนี้ค่ะ ^^

 

- - -

 

18.

 

คืนที่โจจูมินตาย เทบินเห็นรอยเลือดที่ประตู

จากนั้นเขาก็สังเกตรอยเลือดมาตลอด แต่มันหายไปในวันถัดมาโดยที่เขายังไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบมันใกล้ๆ ชายหนุ่มคิดว่างานปาร์ตี้คือโอกาสจึงตัดสินใจกลับมาเร็ว

หอพักเงียบมากตอนที่เขากลับมาถึง ไฟทางเดินก็ถูกหรี่ลงจนมอบแทบไม่เห็นเงาตัวเอง ทุกคนยังคงอยู่ที่งานเลี้ยง เต้นรำ สังสรรค์ ไร้สติ เทบินอยู่ที่นั่นไม่ถึงชั่วโมง พอคนเริ่มแน่น เขาก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะชิ่งออกมา มันเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว

เพราะสายตาที่จ้องมองมักทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วน

‘ที่ผ่านมาใครๆ ก็บอกว่าผมเหมือนนางฟ้า แต่พี่เทบินนี่ล่ะ นางฟ้าของจริง’

เขาได้ยินแจจุงพูด

แจจุงมองว่าเขาเป็นนางฟ้า แต่เทบินรู้ว่าที่จริงแล้วไม่ใช่ มันอาจใช่หากนางฟ้าคือสิ่งที่คนเราใช้เรียกสัตว์ประหลาด เขาไม่เคยมองเห็นข้อดีของการเกิดมาไม่เหมือนคนอื่น มันบั่นทอนเขาดั่งปมด้อยที่ต้องคอยแอบซ่อน ประหนึ่งความพิการหรือโรคระบาด

ผู้คนมากมายชื่นชมเขา หากก็หวาดกลัวเขา รูปลักษณ์ที่มีอยู่ไม่เคยให้อะไรกับเขานอกจากบาดแผล คำว่านางฟ้าค่อยๆ ผลักเขาให้ไกลไปจากโลก โลกใบนี้ที่เขาอยากเฝ้ามองมัน อยากเป็นส่วนหนึ่งของมัน เขามีสิ่งที่ชอบ มีคนที่รัก แต่สิ่งเหล่านั้นจะค่อยๆ หนีหายไปจากเขาทีละอย่างดุจลูกนกที่กำลังหวาดกลัว

เขาอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุสองขวบ ปัจจุบันพูดได้กว่าสิบสามภาษา การปอกแอ๊ปเปิ้ลเป็นเรื่องยาก โจทย์แคลคูลัสง่ายมากกว่านัก เขาสามารถจดจำข้อความในตำรากฎหมายได้ทั้งเล่มทั้งที่ไม่ได้เรียน ชองฮวาต่างหากที่เรียน เขาอ่านมันแล้วออกเสียง เทบินจำได้จากสิ่งที่ชองฮวาอ่าน

เมื่อยังเด็กเขาเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมประถมของรัฐบาล หากก็มีปัญหาเพราะพัฒนาการที่ผิดประหลาดไปจากเด็กวัยเดียวกันทั่วๆ ไป ทางโรงเรียนต้องการให้เขาเข้าเรียนในโรงเรียนสำหรับเด็กอัจฉริยะโดยเฉพาะ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะถูกจับแยกจากพี่ชายและน้องชาย เทบินจำเป็นต้องแกล้งทำแบบทดสอบผิดพลาดเพื่อให้ตนได้อยู่กับครอบครัว ไอคิวหนึ่งร้อยห้าสิบสองที่ระบุอยู่ในระเบียนนักศึกษาของเขา ไม่ใช่ไอคิวจริง

ไม่มีเด็กผู้หญิงคนไหนยอมเดทกับเขา เขาไม่มีใครนอกจากเทซกและชองฮวา

และพออายุได้สิบห้า เขาก็ถูกข่มขืน

เขาเคยเป็นเด็กน่ารักช่างพูด อยู่ไม่สุขตามประสาคนฉลาด แล้วดูเขาตอนนี้สิ

ทั้งหมดเพราะแสงของนางฟ้า...

เพราะไอ้คำว่านางฟ้างี่เง่านั่น

ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอแจจุง เทบินก็ตระหนักได้ว่าตลอดมาแจจุงเองก็คงถูกเรียกว่างนางฟ้า เขาจึงได้แต่หวังว่าแจจุงจะหนีมันพ้นในที่สุด

เขาหยุดตรงกลางระหว่างประตูสองบาน ห้องของอูกยองและของเขา ก่อนจะทรุดตัวลงในท่าหมอบ พลางใช้โทรศัพท์มือถือต่างไฟฉาย รอยเลือดไม่ปรากฏอยู่แล้ว ไม่มีวี่แววแม้แต่คราบ เขาจำทิศทางที่รอยนั้นลากไปได้ แม้เลือดจะหยดลงในแนวดิ่งทำให้รอยเกิดเป็นรูปวงกลม หากที่ขอบมีรอยแตกกระเซ็น ซึ่งหมายถึงที่มาของเลือดต้องกำลังถูกเคลื่อนไหว มันไปทางห้องของอูกยองไม่ผิดแน่

เทบินก้มมองลอดช่องว่างใต้บานประตู ทันใดนั้นเองที่เขาเห็นบางอย่าง

คราบสีน้ำตาลใต้ขอบประตู

เทบินมีกุญแจผี อุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่มนุษย์คิดค้นได้ ใช่ มันคือคลิปหนีบกระดาษ

เขาแหย่ปลายคลิปที่ถูกรีดจนเป็นเส้นตรงเข้าไปในรูกุญแจ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประสาทหูกับความรู้สึก เขาใช้เวลาไปกว่าสิบนาทีกว่าจะเรียงกลไกในล็อคนั่นได้ ในที่สุดเสียงคลิกก็ดัง

ร่างเพรียวผลักประตูเข้าไป เขาก้มดูรอยสีน้ำตาลรูปครึ่งวงกลมนั่น ชัดเจนว่าเป็นคราบเลือดแห้งกรังที่ถูกเช็ดออกด้วยน้ำยาไปเพียงครึ่งหนึ่ง ส่วนที่อยู่นอกห้องคงถูกแม่บ้านทำความสะอาดแล้ว ทว่าส่วนที่อยู่ใต้ประตู เจ้าของห้องคงทำได้แต่เช็ดมันออกอย่างลวกๆ ด้วยน้ำอุ่น

เทบินเดินไปเปิดสวิตช์ไฟ สตาร์ทเตอร์กระพริบอยู่พักใหญ่กว่าไฟจะสว่าง เขาคิดว่าควรค้นห้องดูสักหน่อย อย่างน้อยก็เผื่อจะได้ข้อมูลอะไรบ้าง

ขณะเริ่มไล่ค้นไปทีละส่วนอย่างใจเย็น ตอนนั้นเองที่ตาสีฟ้าชำเลืองเห็นบางอย่างในถังขยะหวายใต้โต๊ะทำงาน มันคือใบเสร็จชำระเงินจากร้านค้าหลายๆ ร้านด้านนอกวิทยาลัย เทบินลองพลิกดูทีละใบ

ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ แอลกอฮอล์ล้างแผล เข็มฉีดยา

หืม?

เขาพลิกดูอีกใบ ใบนี้เป็นใบแสดงการใช้โทรศัพท์มือถือในนามของ ซองอูกยอง มันคือใบเสร็จแจ้งค่าโทรศัพท์ปกติทั่วไปซึ่งจะบอกให้เราทราบถึงหมายเลขปลายทางที่โทร ระยะเวลาการใช้ และค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งนั้นๆ

เทบินลองไล่ดูทีละเบอร์ โดยสังเกตเจาะจงการใช้โทรศัพท์ในคืนที่โจจูมินเสียชีวิตเป็นพิเศษ ก่อนจะต้องร้อง หืม ออกมาอีกเป็นหนที่สอง

ในช่วงเวลาหลังจากที่อูกยองหายออกไปจากวิทยาลัยเขาโทรหาคนคนหนึ่ง ใช้เวลาในการพูดคุยเกือบๆ สิบห้านาที

เจ้าของเบอร์นั้นคือ คิมแทอุง

 

* * *

 

เขาประสานฝ่ามือ ก่อนจะแตะริมฝีปากลงบนเรียวนิ้วซึ่งคล้องกันไว้หลวมๆ แผ่วเบาดุจรอยจูบอันพินิจบรรจง แล้วนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น

เขาอิงข้อศอกไว้บนหัวเข่า เปลือกตาคู่นั้นหลับสนิท เขาดูสงบนิ่งมาก พระแม่มารีอากำลังจ้องมองเขาอยู่ เหมือนๆ กับที่รูปปูนปั้นเยซูตรึงกางเขนบนราวระเบียงออร์แกนก็กำลังเฝ้าดูเขาจากเบื้องหลัง เหล่าเทวทูตร่ายรำบนเสาสลัก เขาได้ยินเสียงดนตรีบรรเลงในความเงียบงัน เป็นเวลาเดียวกับที่แสงสีทองของอาทิตย์แผ่ลอดหน้าต่างโบสถ์ กระทั่งความสว่างอาบต้องทั่วทั้งวิหารเซ็นต์คาเธอดรอล

ผิดนักหรือที่คนเราจะมีศรัทธา

การที่เรายึดมั่นในใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง เหตุผลที่ทำให้เรายอมสละเวลาสักสองสามนาทีสวดมนต์ก่อนนอน เพื่อให้มั่นใจว่าเทวดาจะคอยคุ้มครองเราขณะหลับ

แม้สำหรับเขา เยซูจะเป็นเสมือนเพื่อนบ้านสองหลังถัดไปที่เขารู้จัก แต่ไม่เคยคิดใยดี หลังจากการตายของแม่ เขาอาจไม่เชื่อในตัวพระเจ้าอีกต่อไป แต่ชองฮวายังคงเชื่อในบางสิ่ง

และศรัทธาอันแรงกล้าในสิ่งนี้เป็นพลังเพียงหนึ่งเดียวที่ยึดเขาเอาไว้ ทำให้เขายอมทนหายใจต่อไป แม้ว่าการมีชีวิตอยู่จะแสนทรมาน

“พ่อหนุ่มดูทุกข์ทนเหลือเกิน มีอะไรอยากบอกพ่อไหม”

เสียงหนึ่งปลุกเขาขึ้นจากความนิ่งงัน พร้อมๆ กับที่ฝ่ามือเหี่ยวย่นสัมผัสลงบนหน้าผาก

ชองฮวาเงยหน้าขึ้นมอง ยอมรับว่าอัศจรรย์ใจกับการเคลื่อนไหวอันไร้ซึ่งซุ่มเสียงของผู้มาใหม่ เขาไม่ใช่คนประสาทช้าเลย ไม่บ่อยนักหรอกที่จะปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในสภาวการณ์ภายใต้การโจมตี แม้ครั้งนี้จะเป็นอะไรที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

อีกฝ่ายเป็นชายชราชาวต่างชาติในชุดบาทหลวง ผิวขาวอมชมพู แก้มแดง ใบหน้าเขาอิ่มเอิบแม้ริ้วรอยแห่งวัยจะปรากฏให้เห็นชัดเจนจนไม่อาจซ่อนไว้ได้ เส้นผมซึ่งถูกตัดสั้นเรียบร้อยหงอกไปแล้วทั้งหัว ดวงตาสีฟ้าอมเทาไร้จุดโฟกัส ทว่าประกายนัยน์ตากลับเปี่ยมไปด้วยความหวังและศรัทธา

ชองฮวามองเขา ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนฝ่ามือขึ้นโบกไปมาตรงหน้าบาทหลวงเฒ่า

“กำลังโบกมืออยู่ตรงหน้าพ่อใช่ไหม” บาทหลวงถาม

เด็กหนุ่มรีบชักมือกลับทันที

หากใบหน้าผ่องยังคงระบายไว้ซึ่งรอยยิ้มใจดีไม่สร่าง “ใช่แล้ว พ่อตาบอด”

“เสียใจด้วยจริงๆ ครับ”

“ไม่มีอะไรต้องเสียใจ ความมืดทำให้พ่อสงบ”

ชองฮวาพยายามจะช่วยประคอง ขณะบาทหลวงร่างท้วมหย่อนกายนั่งลงข้างๆ แต่ความช่วยเหลือของเขาดูจะทำให้เรื่องง่ายๆ ยิ่งกลายเป็นยาก บาทหลวงยิ้ม พลางพึมพำขอบคุณเมื่อเขาจับมือท่าน อายุท่านคงราวๆ เจ็ดสิบปีแล้ว หากการเคลื่อนไหวยังคล่องแคล่ว ผิวพรรณก็บอกชัดถึงสุขภาพที่ดี

“เรารู้จักกันไหม พ่อหนุ่ม” บาทหลวตาบอดถาม

“ไม่ครับ” ชองฮวาพูด “ผมเป็นเพื่อนยุนโฮ”

“โอ...จองยุนโฮ เด็กนิสัยดี”

“ครับ”

ชองฮวาหยุดจ้องดวงตาบาทหลวงไม่ได้ ดวงตาที่บอดสนิทแล้ว สีฟ้าอมเทาขุ่นมัวไม่สดใส น่าแปลกใจที่เจ้าของมันกลับดูมีความสุขนัก

“พ่อหนุ่มกำลังเศร้า พ่อสัมผัสได้ พูดมันออกมาเถอะ พระเจ้าจะทรงรับฟังและให้อภัย”

“ผมไม่คิดว่าการสารภาพบาปจะช่วยล้างบาปได้”

“สุดแท้แต่พระองค์จะทรงพิจารณา” บาทหลวงกล่าว “แต่ก็ยังดีที่ได้ระบายออกมาไม่ใช่หรือ”

ชองฮวาแค่นหัวเราะ

“ตอนที่พ่อเดินเข้ามา ลูกกำลังภาวนาอยู่ ลูกมีศรัทธาไม่ใช่หรือ”

ชองฮวามองไปยังแท่นบูชา ยังจำภาพตัวเองสมัยเด็กวิ่งไปรับขนมปังพิธีมิสซาได้ ตอนที่นัยน์ตาเขายังเป็นประกาย อิ่มเอิบ เปี่ยมไปด้วยความหวังและศรัทธา ไม่ต่างอะไรกับดวงตาบาทหลวงในตอนนี้

“ไม่รู้เหมือนกันว่าผมยังเชื่อหรือรอคอยอะไร” เขายักไหล่ “แต่พระเจ้ามองผ่านผมไปแล้ว”

“ไม่จริงหรอกลูก ไม่จริงเลย เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”

ยอห์น 3:16

ชองฮวากระตุกยิ้ม เขาฟังมาเป็นพันๆ ครั้ง

แต่คราวนี้บาทหลวงรวบมือทั้งสองข้างของเขามากุมไว้ ตาของบาทหลวงไม่ได้มองที่เขา หากชองฮวาก็รู้สึกราวกับกำลังถูกจ้องมอง “อย่าหมดศรัทธาเสีย พระองค์ไม่ได้ละเลยเรา จะทรงเสียสละบุตรชายของพระองค์มาเพื่อปกป้องเรา”

“เยซูตายแล้วคุณพ่อ”

“ไม่ลูก ไม่ใช่เยซู แต่เป็นอีกคน

 

* * *

 

โทรศัพท์ของเขาสั่น

ยูชอนเอื้อมไปยังโต๊ะหัวเตียงแล้วกดรับ เขาได้รับหนึ่งข้อความ

‘ถ้าพี่ไม่คิดจะรักฉัน แล้วทำแบบนี้กับฉันทำไม’

เขากำลังดูชื่อผู้ส่ง ตอนที่ร่างเบื้องใต้อ้อนวอนเขาด้วยน้ำเสียงที่ยากแก่การเมินหนี

“ข..ขยับสิ พี่ยูชอนฮะ ย..อย่าหยุด”

จุนซูเหมาะกับเพชร

เขาสวมต่างหูเพชรรูปแท่งสี่เหลี่ยมไว้ตรงหู อัญมณีบริสุทธิ์ ผ่านขั้นตอนการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน และบางอันอาจต้องแลกมาด้วยการนองเลือด

ต่างหูนั้นแกว่งไกว เมื่อยูชอนกระทั้นแก่นกายเข้าไปในร่างซึ่งกำลังหอบโยน จุนซูตอบสนองเขาทุกสัมผัส ช่องทางแคบกำลังรัดตัว รัดแน่น...จนยูชอนแทบคลั่ง ริมฝีปากหนาฟอนเฟ้นตรงซอกคอขาว ไล่ระไปจนถึงกกหู เขางับโคนหูเล็กเล่นเบาๆ กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นการทำรักช่างป่าเถื่อนโดนใจ

เพราะจุนซูคือเพชร เขาจึงเหมาะกับเพชร

ใครๆ ก็หลงใหลประกายระยิบระยับของเพชร แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสได้สัมผัส

คลื่นอารมณ์โหมดั่งไฟฟ้าสถิตย์ มันแล่นพล่านจากปลายเท้าจรดสันหลัง โลกทั้งใบเหวี่ยงคว้าง เหล็กโครงเตียงลั่นอาด ยูชอนกระแทกกายลึกขึ้น อีกตัวตนหนึ่งกำลังขยายใหญ่อย่างไม่อาจคาดคำนึง เขารับรู้ได้ถึงความร้อนระอุในกายคนตัวเล็ก มันกำลังดูดกลืนเขาเข้าไป ลึกเข้าไปจนไม่อาจถอยกลับ

ยิ่งจุนซูร้องคราง เขายิ่งดึงดันอย่างไม่ปราณี ใบหน้าเวลาเจ็บปวดของจุนซูช่างงดงาม ไม่มีอะไรงดงามไปมากกว่านี้ ไม่มีอะไรดีเท่าความเจ็บปวด

“พี่ยูชอน แรงอีก เร็วอีก ได้โปรด อื๊อ...”

‘ถ้าพี่มีคนของพี่อยู่ แล้วมานอนกับฉันทำไม’

สารเลว

มีเหตุผลที่ทำให้เขาดูถูกผู้หญิง และไม่เคยเชื่อในความรักแบบเทพนิยายที่ส่วนใหญ่มักจะลงท้ายด้วยการสมรส

พ่อเขาเป็นมหาเศรษฐี ตระกูลปาร์คเป็นเจ้าของธุรกิจเดินเรือสินค้าและอู่ต่อเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในน่านน้ำเอเชีย ในขณะที่ครอบครัวของแม่ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมัน ผู้คนมากมายอาจจะจินตนาการถึงความร่ำรวยไปต่างๆ นานา เงินหมื่นล้าน หุ้นมูลค่าเกินคณานับ แต่เชื่อเถิดว่าไม่มีใครเข้าใจความหมายของมันได้ดีเท่าเขา

เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน พ่อของเขาแต่งงานกับแม่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ทั้งคู่พบกันในพิธีดูตัว หลังแต่งงานหนึ่งเดือน แม่ก็ตั้งท้อง แล้วเก้าเดือนถัดมาเธอก็ให้กำเนิดเขา เธอตั้งชื่อเขาว่า ยูชอน หวังให้เขาเป็นดั่งท้องฟ้าที่มีดาวพร่างพรายสำหรับเธอ หากชีวิตเขา เลือดเนื้อแท้ๆ ของพ่อ ไม่อาจซื้อความรักจากพ่อได้

เพราะพ่อไม่เคยรักแม่ พ่อไม่เคยรักแม่มาตั้งแต่ต้น เขายังคงเจ้าชู้มากรัก สำส่อน พ่อของเขามีผู้หญิงหลายคน บ้างเป็นดารา บ้างเป็นนักร้อง นางแบบ สารพัด แน่นอน คนรวยซื้อได้ทุกอย่าง พ่อชอบแสงสี ชอบตกเป็นข่าว พ่อทำทุกอย่างที่ทำให้แม่เป็นทุกข์ และก็ดูเหมือนเขาจะมีความสุขกับมันเสียจริง

ผู้หญิงของพ่อบางคนโลภมาก ถึงขั้นยอมนอนกับยูชอนลับหลังพ่อก็เคยมี เธอพวกนี้สวยแต่รูปแต่ภายในอัปลักษณ์ เหมือนหนอนกินศพที่คอยแต่จ้องจะตักตวงความฟ่อนเฟะ ส่วนแม่เขาต้องทนมีชีวิตอยู่อย่างอดสู แม้รู้ทั้งรู้ว่าถูกสวมเขา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ไม่สิ เธอทำได้

แต่ไม่คิดทำ

เพราะแม่รักพ่อ จึงยอมถูกตราหน้าเป็นคนโง่ มันน่าตลกเพราะท่านทั้งคู่แต่งงานกันทั้งที่ไม่ได้รักกัน หากลงท้ายกลับกลายเป็นแม่ที่รักพ่อ รักอยู่ข้างเดียวเช่นนั้น กระทั่งแม่ของเขาเริ่มล้มป่วย

สารเลว คือคำที่แม่ใช้เรียกพ่อ

แต่แม่กลับรักไอ้สารเลวนั่นหมดใจ

ผู้หญิงนี่ยังไง

ยูชอนโกรธที่แม่อ่อนแอ เขาโกรธที่แม่ยอมแพ้ ยอมทำตัวเหมือนสัตว์ที่รักคนให้ข้าว แม่ควรจะยืนหยัด ลุกขึ้นปกป้องเขา แต่แม่ไม่เคยทำเลย ยูชอนไม่ใช่ท้องฟ้าของแม่อีกแล้ว เขาไม่มีความนับถือแม่ตัวเองอีก รวมถึงผู้หญิงคนอื่นๆ เขาเห็นเงาของแม่ในตัวผู้หญิงทุกคนในชีวิต เห็นแววตาของแม่ เห็นภาพใบหน้าอาบคราบน้ำตาของแม่ในตาพวกเธอ และเขาสมเพชพวกเธอ เขาทำกับผู้หญิงที่เขามีสัมพันธ์ด้วยเหมือนๆ กันคือฟันแล้วพอเบื่อก็เขี่ยทิ้งไป

เขายังหวังอยู่นะ หวังว่าสักวันจะได้เจอผู้หญิงที่แกร่งพอจะแหกกฎแห่งธรรมชาติข้อนี้ ผู้หญิงที่ไม่อ่อนแอ ผู้หญิงที่จะเดินเคียงข้างไปกับเขา ไม่ใช่เดินตามหลังเขา ทว่าเธอคนนั้นไม่เคยโผล่มา

จุนซูมาก่อน

แล้วก็เป็นจุนซูก็ทำให้เขามั่นใจว่าคนที่รักกันจริงๆ ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกันก็อยู่ด้วยกันได้ แม้ไม่จำเป็นต้องเป็นหญิงกับชาย จะเป็นชายกับชายหรือคนกับม้าก็อยู่และรักกันได้ เขาเห็นคู่สมรสมากมายที่แต่งงานกันอย่างเอิกเกริก และสุดท้ายก็หย่าร้างกัน ซ้ำร้ายยังทิ้งปัญหาไว้ให้สังคมอีก ซึ่งก็คือเด็กอย่างเขา

เด็กที่ขาดความรัก ถูกเลี้ยงขึ้นมาด้วยเงิน เด็กที่ถูกพ่อแม่ช่วงชิงวัยเด็กไป

ตลอดมาพ่อแม่ไม่เคยดุด่าหรือทุบตีเขาเหมือนที่ลูกครอบครัวชนชั้นกลางเจอ แต่สิ่งที่พวกเขาทำเลวร้ายกว่านั้นมาก นั่นคือการเพิกเฉย พ่อแม่ไม่พูดคุยกับเขา ไม่ทักทาย ไม่สนใจ เวลาเขากลับบ้าน ทานข้าวร่วมโต๊ะ พ่อแม่ไม่เคยอยากรู้เรื่องของเขามากไปกว่าเรื่องที่พวกท่านอยากให้เขารู้ ทุกครั้งที่เขาทำเรื่องดีๆ ชนะการแข่งขันกีฬา วาดภาพ หรือสอบได้ระดับดีขึ้น พวกท่านไม่เคยเอ่ยชื่นชมเขา เพียงแค่ให้รางวัลกับเขา เกมกด รถบังคับ อยากได้อะไรก็หาให้ได้ทุกอย่าง ยกเว้นก็แต่การแสดงความรักง่ายๆ เช่นการกอด ทุกๆ ที่ในบ้านมีแต่ความเงียบงัน และมันทำร้ายเขา

ยูชอนอาจดูเป็นคนที่มีเพียบพร้อมทุกอย่าง ช่างน่าอิจฉา เขาคือคำจำกัดความของคำว่าลูกเศรษฐี ลูกผู้ดี พวกไฮโซ

นี่แหละความจริง

ความจริงนี่หรือเปล่าเล่า สิ่งที่คุณคิดว่ามันวิเศษวิโส

สะโพกจุนซูส่ายเร่า เขาขยับบั้นท้ายเข้าหา ประสานจังหวะไปกับการเคลื่อนไหวของยูชอน ริมฝีปากคู่น้อยเจ่อเผยอ มันแดงช้ำเพราะถูกจูบ ยูชอนแทรกปลายลิ้นเข้าไปดุนดันในโพรงปาก ลิ้มเลียรอยแยกยังมุมปากนั้นก่อนจะทิ้งคราบน้ำลายเอาไว้ ที่ปลายคาง โหนกแก้ม และเบื้องหลังลำคอ ผมจุนซูชุ่มเหงื่อ หากกระนั้นก็ยังได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์กำซาบอยู่

ยูชอนมองจุนซู ก่อนความสวยงามตรงหน้าจะฉุดให้เขาย้อนนึกถึงบางอย่างที่ตรงข้ามกัน ก่อนนี้แถวบ้านย่าของเขามีเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเพื่อนๆ เรียกว่ายายคางคก เธอทั้งอ้วน นิสัยเสีย ปากเหม็น แถมยังน้ำลายยืด หาความดูดีไม่ได้ ในขณะที่จุนซูดีไปเสียทุกอย่าง มันทำให้เขาครุ่นคิด คิดแทบตายว่าเพราะอะไรคนเราถึงเกิดมาแตกต่างกันปานนี้ ถ้าการเวียนว่ายตายเกิดไม่ใช่เรื่องจริง พระเจ้าเอาเกณฑ์อะไรมาตัดสินว่าคนหนึ่งคนสมควรจะเกิดมางดงามไร้ที่ติ แต่อีกคนกลับจำต้องมองเงาตนเองในกระจก แล้วทนอยู่กับความอัปลักษณ์

หากท้ายสุดเขาก็หยุดคิด มันอาจไม่มีเหตุผลอะไรเลยก็ได้ พระเจ้าอาจปั้นเท่าที่ท่านทรงอยากจะปั้น คนเรามีบทบาทที่เบื้องบนกำหนดวางไว้ เราฝืนมันไม่ได้ แม้จะอยากสวยจนต้องหันไปพึ่งพาศัลยกรรมพลาสติก พระเจ้าก็คงสาปให้การผ่าตัดผิดพลาดอยู่ดี

ส่วนตัวเขา เขาเชื่อว่าตนนั้นเกิดมาเพื่อเป็นนักแสดง ตั้งแต่อายุสิบเอ็ด ยูชอนก็ฝันถึงการเป็นนักแสดง เขาชื่นชอบการมองตัวเองในกระจก แล้วฝึกทำสีหน้าต่างๆ

มันมีมนต์ขลังในศิลปะการแสดง

คุณมีโอกาสเห็นทุกแง่มุมจากนักแสดง ทั้งในฐานะมนุษย์ในอุดมคติ และเพียงในฐานะมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง นักแสดงมีหน้าที่ถ่ายทอดและสะท้อนโลกในสิ่งที่มันเป็น ไม่เหมือนนักร้องที่สะท้อนโลกในแง่มุมที่พวกเขามองว่าเป็นหรืออยากให้เป็นเท่านั้น นักร้องมีรูปแบบที่ค่ายเพลงออกแบบไว้แล้ว และบางครั้งพวกเขาก็ ‘จำเป็น’ ต้องเป็นไปเช่นนั้น เพื่อให้คนจดจำ เพื่อให้แผ่นเสียงขายได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณได้เห็น ฮีธ เลดเจอร์ จูบกับ เจค จิลเลนฮาล ทั้งที่ไม่เคยคิดหวังมาก่อน และภาพยนตร์เรื่องนั้นก็ได้รับรางวัลออสก้าร์ แต่คุณจะไม่มีวันได้เห็น โจ โจนาส จูบปากกับผู้ชาย ในขณะที่เขายังสวมแหวนพรหมจารีย์ที่เจ้าตัวภูมิอกภูมิใจนักหนานั่นอยู่ ทั้งที่อยากเห็นใจแทบขาด หรือถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงแล้วยังไง แกรมมี่อวอร์ดก็คงไม่มอบรางวัลให้เขาหรอกใช่ไหม

เริ่มมองเห็นภาพแล้วสินะ

ยูชอนอยากเป็นนักแสดง เขาอยากทำหน้าที่สะท้อนโลกในแง่มุมนี้ ปลดปล่อยมันออกมา ระเบิดมันออก ยูชอนเพียงอยากลองเป็นคนอื่นดูบ้าง แทนที่จะเรียนรู้ และดำรงอยู่กับสิ่งที่เขาจำต้องเป็น

“อ..ใช่ ! พี่ยูชอน ตรงนั้น ตรงนั้นฮะ ! อะ อ๊า !”

ส่วนนั้นของเขาสัมผัสจุดหวามภายในกายคนรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งแรงกระแทกอีกเพียงครั้ง ยูชอนก็พาจุนซูไปถึงสวรรค์ นี่แหละชีวิต หากจะมีคำหนึ่งคำใดสามารถนิยามชีวิตคนได้ดีที่สุดก็คงจะเป็นสิ่งนี้

เซ็กซ์

ความหลงใหล การเอาชนะ ความอยาก ราคะ อำนาจ พลัง ศักดิ์ศรี

มีขึ้น มีลง มีเจ็บปวด มีสุขสม

ฉีกขาด ว่างเปล่า กระทั่งถึงจุดจบ

“ดีจริงๆ ที่เมทนายกลับต่างจังหวัด แต่แปลกที่งวดนี้เขายอมบอก” ยูชอนพูด ขณะกำลังชื่นชมจุนซูกับต่างหูเพชรนั้น ของขวัญที่เขาได้รับจากร้านเพชรของพ่อแม่

จุนซูฟุบหน้ากับหมอน เขาทั้งคู่นอนอยู่บนเตียงขนาดควีนไซส์ในห้องพักของจุนซู นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาร่วมรักกันในหอพัก

“เขาไม่ได้บอกหรอกฮะ แต่เขียนโน้ตติดไว้หน้าตู้เย็น”

“บ้าชะมัด ไอ้เด็กนี่” ยูชอนสบถ

“พี่ยูชอน”

“หืม?”

“ใครโทรมาหรือฮะ”

“เปล่าหรอก ข้อความน่ะ”

“พักนี้มาบ่อยจัง โทรไประงับสิฮะ”

“ไม่เป็นไร ฉันชินซะแล้วล่ะ” ยูชอนตอบ พลางก้มจูบแก้มคนตัวเล็ก “อืม...จุนซูของฉัน...”

“ผมจะนอนแล้วฮะ เหนื่อยแล้ว”

“เอางั้นหรือ อยากให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนไหม”

“พี่ยูชอนนัดเพื่อนไว้ไม่ใช่หรือฮะ ไปเถอะฮะ ผมอยู่คนเดียวได้”

“งั้นก็ตามใจ”

“ผมรักพี่ยูชอนนะ” จุนซูพูดทั้งที่ยังหลับตา

“ฉันก็รักนาย”

ร่างสูงลุกขึ้นแต่งตัว บ่ายนี้เขามีนัดกับเพื่อนสองสามคนที่คณะว่าจะไปดูรถกัน พ่อของเขาเพิ่งสั่งซื้อรถคันใหม่ให้เป็นของขวัญ พ่อจะทำเช่นนี้ทุกครั้งที่เขาได้รับบทนำในละครประจำปี ปีนี้เป็น เบนท์ลีย์ มุลซานเน่ รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวจริงในปีหน้า พ่อซื้อให้ถึงแม้ว่ายูชอนจะอยู่หอ และคงไม่มีโอกาสได้ขับรถหรูนั่น

เพื่อนเขาโทรมาตามแล้ว ยูชอนกำลังเตรียมตัวออกไป เขาหยิบพวงกุญแจกับโทรศัพท์มือถือ และ...เอ่อ...กระเป๋าเงิน?

“จุนซู นายเห็นกระเป๋าเงินฉันไหม” เขาถามพลางคลำกระเป๋ากางเกงตัวเอง แต่ก็ไม่พบ

“อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือหรือเปล่าฮะ”

ยูชอนเดินไปที่โต๊ะสองโต๊ะ ณ อีกมุมหนึ่งของห้อง โต๊ะทางขวาเป็นของจุนซู หนังสือ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้จัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนโต๊ะทางซ้ายของลีเฮจินนั้นรกอย่างกับซากสงครามกลางเมืองในรัสเซีย

เขาเห็นกระเป๋าของตัวเองแล้วและกำลังจะเอื้อมหยิบ ในเวลาเดียวกับที่สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือเก่าเล่มหนึ่งบนโต๊ะของลีเฮจิน

เขาเพ่งดูมัน ก่อนจะอุทาน “เอ๊ะ ตัวอักษรนี่ เหมือนในกระดาษโบราณเลยนี่นา เด็กนั่นอ่านออกด้วยหรือ แปลกชะมัด”

“แปลกตรงไหนกันฮะ เฮจินเรียนภาษานะพี่ยูชอน ภาษาเอล์ฟเขายังอ่านออกเลย”

“แต่ดร.ชยอนยัง...”

“ดร.ชยอนทำไมหรือฮะ”

ชยอนอาราอ่านมันไม่ออก เธอบอกว่ามันเป็นรูปแบบภาษาที่เก่าและไม่เป็นทางการจนเกินไป ไม่มีมหาวิทยาลัยใดในโลกศึกษาอราเมอิคจากรากฐานตัวอักษรนี้

ว่าแล้วเชียวว่าเขาเคยเห็นตัวหนังสือแบบนี้ที่ไหน

“พี่ยูชอน ทำไมเงียบไปล่ะ”

ที่ห้องนี้นี่เอง

 

* * *

 

คิมฮยอนซุคจิบกาแฟ พลางครุ่นคิดว่าลูกชายคนเดียวเกลียดชังอะไรเขานักหนา ถึงได้ตอบแทนบุญคุณเขาเช่นนี้

ตลอดมาเขาไม่เคยหวังอะไรกับแจจุงเลย นอกจากขอให้เขาอยู่กับร่องกับรอย ฮยอนซุคไม่หวังให้ลูกเรียนเก่ง จริงอยู่ เขาเคยหวัง แต่ตอนนี้เลิกหวังแล้ว เขาไม่หวังให้แจจุงสอบเข้าโรงเรียนตำรวจ ไม่หวังให้เรียนหมอ ไม่หวังให้มีความคิดเหมือนเขาหรือมีความรับผิดชอบเหมือนพี่ๆ เพียงเลิกคลั่งรอยสักบ้าๆ เลิกเจาะหู เจาะสะดือ เจาะหัวนม หากแจจุงเก่งมากเรื่องการทำให้ทุกคนผิดหวัง

เขาเคยฟังเรื่องเด็กบ้านแตกครอบครัวมีปัญหามาเยอะแล้ว เขาเป็นตำรวจ เขาเคยรับมือกับเด็กพวกนี้ ทุกครั้งที่เขาเฝ้ามองอาชญากรเยาวชนเหล่านั้นเดินชักแถวเข้าสถานกักกัน เขาได้แต่คิดประณามพ่อแม่เด็กในใจว่าพวกไร้ความรับผิดชอบ ทว่าตอนนี้เขารู้แล้วว่าเด็กไม่ได้เกิดมาขาวสะอาด เด็กที่โตขึ้นมาเป็นอาชญากรก็เพราะเขาเกิดมาเป็นอาชญากร แล้วพ่อแม่จะทำอะไรได้ นอกจากปกป้อง ใช้เส้นสาย หัวหกก้นขวิดวิ่งเต้นหาเงินประกันตัว

แจจุงโตแล้ว ปีหน้าเขาก็จะอายุครบยี่สิบ เขาไปไกลเกินกว่าสายตาครอบครัวจะมองเห็น ไปไกลเกินกว่าอ้อมแขนพ่อคอยคุ้มกัน เท่าที่รู้ ตอนนี้แจจุงมีสัมพันธ์กับเจ้าหนุ่มบ้านไร่ถือคาทอลิกนั่น พวกเขานัดแนะกันผ่านทางอีเมล์ โปรดอย่าถามว่าฮยอนซุคเปิดอ่านอีเมล์ลูกชายได้อย่างไร มันไม่สำคัญหรอก แจจุงมีรูปกึ่งเปลือยของหมอนั่นขณะหลับในฮาร์ดไดร์ฟ อันนี้ก็ไม่ต้องถามอีกเหมือนกันว่ารู้ได้อย่างไร แจจุงมีก็แล้วกัน และนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องมานั่งซดแอสไพรินคู่กับกาแฟอยู่นี่

“สารวัตรครับ ผลตรวจคราบเลือดกับลายนิ้วมือมาถึงแล้วครับ” ตำรวจหนุ่มผมเรียบแปล้ผลักประตูเข้ามา เขาย่นจมูกเล็กน้อยเมื่อเห็นฮยอนซุคดื่มกาแฟกับแอสไพริน

ใจหนึ่งฮยอนซุคอยากถอย ลูกชายเขาเพี้ยนไปแล้ว ถึงโลกจะแตกก็ปล่อยให้มันแตกไป หากอีกใจหนึ่งมันฟังดูไม่ใช่เขา พ่อแม่ของเด็กผู้หญิงที่ตายกำลังคร่ำครวญหาความจริง คนพวกนั้นต้องทนทุกข์มากกว่าเขาหลายเท่า เขาไม่อาจนิ่งดูดาย

ฮยอนซุคเงยหน้าขึ้นจากถ้วยกาแฟ “ว่าไง”

“สารวัตรต้องไม่เชื่อแน่ๆ” ตำรวจหนุ่มส่งแฟ้มรายงานให้เขา ผมที่ถูกหวีจนเรียบผิดธรรมชาติมันวาวเป็นเงาสะท้อนกับแสงไฟเหนือหัว ใบหน้าอ่อนเยาว์ฉายแววมาดมั่นกึ่งเจ้าเล่ห์ อิทธิพลของยุคเอ็มทีวีรุ่งเรือง เด็กนี่คงดูซีรี่ฝรั่งมากเกินไป ตำรวจผู้นี้ทำให้ฮยอนซุคคิดถึงตนเองสมัยเริ่มไขคดีความแรก ตอนนั้นเขายังเป็นเพียงนายตำรวจชั้นผู้น้อย

สารวัตรคิมรับแฟ้มรายงานมา เขาเปิดดูช้าๆ ขณะฟังตำรวจหนุ่มรายงานไปพร้อมกัน

“จากผลตรวจเลือดพบว่าเลือดที่ไม่ใช่เลือดของผู้ตายซึ่งกระจายอยู่รอบๆ ที่เกิดเหตุนั้น...เป็นเลือดแพะครับ”

“งั้นสันนิษฐานเราก็ถูกเรื่องพวกคลั่งศาสนา”

ตำรวจหนุ่มพยักหน้า “ส่วนรอยนิ้วมือกับเสื้อผ้าเปื้อนเลือดพวกนั้น ผลก็บ่งชี้ไปที่ตัวคนคนเดียวกัน”

ความปวดจี๊ดแล่นริ้วขึ้นมาตรงศีรษะเมื่อฮยอนซุกเปิดแฟ้มไปอีกหน้า

“รอยนิ้วมือนั่นเป็นของศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ชิมเฮียวรินครับ”

 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เปิดมาหน้าแรก
ดีใจมากก
มาอัพแล้ว
เย้ๆๆๆๆ
ขอไปอ่านก่อนนะค่ะ

#1 By ~nunok~ on 2009-09-19 14:19

ปมโผล่ขึ้นมาอีกสองปมแล้ว
ปมเมทจุนซู
ปมแม่ชางมิน
ลุ้น
ตื่นเต้น

และสงสารยูชอน
บางทีคนเราก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นมอง
เราเพียงแต่เปนหรือแสดงออกมาในสิ่งที่คนอื่นอยากจะเห็นว่าเราเป็นก็เท่านั้น

เป็นกำลังใจให้น๊ะค่ะ

#2 By ~nunok~ on 2009-09-19 14:54

เทบิน T T โฮกกกก ชอบบ
ตอนนี้ อ่านแล้วอยากรู้เรื่องของเทบินกับชองฮวามากๆๆๆ
รีเควสตอนพิเศษได้ไหมคะ
*โดนพี่ตองยันโครม*

ตอนนี้พ่อคนดียุนโฮไม่ได้ออกเลยแฮะ
มีแต่คุณพ่อแจจุงมานั่งกลุ้ม 555
ยอมรับเถอะค่ะคุณพ่อ ยุนโฮเป็นคนดีนะcry

ยังตามเนื้อเรื่องไม่ทัน 55
ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ดร.ชิมไปทำอะไรมาล่ะเนี่ย

รอตอนต่อไปนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่า ^^

#3 By Step*Lunar on 2009-09-19 14:55

ตอนนี้สั้นๆ แต่

แต่
อ้ากกกกกกกกกกก
พี่ตองงงงงงงงง
หมายความว่าไง แม่พี่ชิม
ชิมเฮียวรินนน เฮ้ยยยย

มาไงค๊าาา แง้ ><
รอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อออ
โฮกกกกกกกกก
พี่ตองสู้ๆๆ ค๊าา : )

#4 By NUBYE* (125.25.17.15) on 2009-09-19 16:09

อร๊าก กไม่ได้คาดหวังเลยนะค่ะว่าพี่ไรเตอร์จะใจดีมาอัพเร็วแบบนี้ ช่วงนี้ติดอ่านหนังสือสอบ
แต่ก็อยากอ่านฟิคเรื่องนี้ด้วย
และความอยากก็มาถึงจุดสิ้นสุด
เอ่อ ถ้าจำไม่ผิดพาร์ทที่แล้วยังรู้สึกว่าเรื่องนี้เริ่มคลี่คลาย
ไงไปๆมาๆกลับงงหนักกว่าเก่า
เทบินกำลังหาข้อพิสูจน์อะไรบางอย่างขณะที่คิดว่าคนร้ายน่าจะเป็นอูกยองแต่ว่า..อร๊าก แม่ปริ้นซ์มาเกี่ยวอะไรด้วยอ่า ?? จะถูกใส่ร้ายหรือเปล่า??
โฮก งงค่ะงง มาแบบสั้นๆแล้วก็จบให้ค้างเติ่ง
เอิ่ม ทำไงดีล่ะ อยากอ่านต่จริงๆ
เป็นฟิคที่ไม่กล้าคิดจินตนาการต่อเลย
ประมาณว่าไปไม่ถูกฮ่าๆ สนุกมากๆ อ่านแล้วไม่มีเบื่อจริงๆ ขอตบมือให้อิปาร์คดังๆ
ทำไมแกถึงได้ขัดกับยุนโฮแบบนี้(ว่ะ)
สุดๆไปเลยค่า ตอนนี้เริ่มสงสารชองฮวาซะแล้วล่ะ
หืมม์ แต่ที่น่าสงกะสัยอีกอย่างก็คือ
เมทคิมจุนซู??
เขาอ่านภาษษประหลาดๆออกด้วยหรือ?
สู้ต่อไปคิมฮยอคซุค!!

#5 By ZeNsE .dAyZ on 2009-09-19 19:00

กรี๊ดดดดดด ! ยูซู ~*
กรี๊ดดดดดด ! เทบิน เว่อร์ค่อด ~
กรี๊ดดดดดด ! เมทจุนซู หลอนได้อีก ~~
แระ สุดท้าย
กรี๊ดดดดดด ! แม่น้องมิน หลอนที่สุด !

ชอบค่อด รออ่านนะค้า
เป็นกะลังใจให้น๊อ ^^

#6 By marino (124.157.238.51) on 2009-09-19 20:55

โดนพี่ตองเสยคางด้วยประโยคสุดท้าย!


งงๆๆๆๆๆๆ



ดาวลอยเต็มหน้าเลยค่ะพี่น้องงงงงง

#7 By jaehoness (58.8.227.13) on 2009-09-20 00:54

แม่ชางมินไปทามอารายมาาา
เมทจุนซูก้อด้วย
คนที่ส่งเมสเสจให้ปาร์คอีก
อร๊ากกกกก

#8 By taizaaaaa on 2009-09-20 11:59

ตอนนี้ต้องเรียกว่าเทบินฟฟีเวอร์!!!
แกไม่อยากให้เรียกว่านางฟ้าเลยไม่รู้ว่าจะเรียกคนคนนี้ว่าอะไรเลยอ่ะดิ่
ก็เธอเป็นนางฟ้าอ่ะ เรียกนางมารน้อยก็ได้ เอ้า! (เจอเทบินเสยคาง)
น้องแกไอคิวพันแปดมากๆ คงเป็นคนเดียวที่อยู่ชองฮวาแล้วชองฮวาดูฉลาดน้อยอ่ะ
ถึงว่า พี่แกชอบกัดเทบินของเจ๊ (เป้ยของแกตั้งแต่เมื่อไหร่?)
ตอนนี้เหมือนทุกคนพยายามสืบกันอย่างจริงจัง
แต่ต่างคนต่างลุยกัน ดูหาความสามัคคีไม่ได้มากๆ
คนที่ลุยเดี่ยวนี้ก็แมนๆกันทั้งนั้น คิมจุนซูอย่างนี้ ชองเทบินอย่างนี้
สองคนนี้รอบเอวรวมกันได้เท่าไหร่เนี่ย เฮ่อ... อุเคะเท่านั้นที่จะครองโลก

ส่วนสารวัตรคิมก็เสียสมาธิไปกับเรื่องของลูกชายจนถึงขนาดซัดแอสไพรินคู่กาแฟ
แต่คุณพ่อก็ใช่ย่อยนั่งคุยได้อีกแหนะ
คราวหน้าท่าทางจะอัพเกรดมาเป็นแอสไพรินคู่กระทิงแดง
พ่อลูกคู่นี้เขาแรงกันคนละแบบจริงๆ
สงสารยุนโฮเหมือนกันนะ ชีวิตห้อมล้อมไปด้วยคนแรงๆ
ทั้งเพื่อน แฟน แฟนเพื่อน พ่อแฟน ฯลฯ
มาถึงยูซู โฮ่ๆ มาแบบนี้เราก็เสียเลือดตายดิ่
ออกแนวอัตชีวปประวัติสไตล์เอ็นซี 17 ฮ่าๆ
แต่ยังอยากพูดประโยคเดิมนะ คู่นี้สมกับสุดๆ (ไม่เกี่ยวกับเอ็นซีนะ อันนั้นเป็นผลพลอยได้ ฮ่าๆ)
แต่สมกันที่ว่าหมายถึง ชาติตระกูล ฐานะทางบ้าน รูปร่างหน้าตา
งามสมกันสุดๆ คิดถูกแล้วปาร์ค คิมจุนซู เดอะ วัน แอนด์โอนลี่!
ตอนนี้เลยรู้จักชีวิตปาร์กมากขึ้น
ที่แท้แกก็มีปม ก็เลยเจ้าชู้มหากาฬอย่างที่เห็น
แอบอึ้งตรงที่พ่อปาร์คซึ่งรถโปรโตไทป์ให้ทั้งๆที่รู้ว่าลูกจะไม่ขับ
เหลือเชื่อคนรวยมากๆ ถ้าเหลือก็มาโปรยเล่นทางนี่ก็ได้นะคุณพ่อ ฮ่าๆ
สะดุดกึ๊กอย่างแรงกับคำว่า “ไม่ลูก ไม่ใช่เยซู แต่เป็นอีกคน”
อีกคน คือใคร?? อย่างบอกนะว่า ผู้ชายที่อยากกราบคนนั้น!!!
แล้วอีกอย่างนึง อูกยองและแทอุง ทำอะไรในคืนที่จูมินตาย
แล้วไหนจะเจ๊ชิมด้วยอ่ะ ทำไมมีรอยนิ้วมือของเธออยู่ด้วย???
คำถามมากมายหลั่งไหลมากเรื่อย แล้วหาคำตอบเองไม่ได้ด้วยนะ
ต้องอาศัยความปราณีของคนเขียนเท่านั้นด้วย ฮ่าๆ
เพราะงั้น เป็นกำลังใจให้เสมอนะตะเอง
ตอนหน้าท่าทางจะน่าติดตามกว่านี้อีก (มีกว่านี้อีกรึ??)
คนอ่านอ่านไปใช้ความคิดไป แต่เท่าที่รู้คนเขียนก็เครียดไม่ต่างกัน
เพราะงั้น สู้ๆนะ ไม่ต้องเครียด
เราอ่านสนุก ก็อยากให้คนเขียนเขียนด้วยใจสนุกสนานเหมือนกัน
รักนะ จุ๊บุๆ

ปล. ตอนที่ชองฮวาพูดกับคุณพ่ออ่ะ สงสารชองฮวามาก
พักหลังอาฮัวแกไม่ฮาเลย แกเศร้ามากอ่ะ
เป็นกำลังให่อาฮัวอีกคนละกันนะ ^^

#9 By bonychaos (110.49.108.63) on 2009-09-20 19:35

เลืออแพะ แม่น้องมิน

ไรว้า งง 555

ยูซู อิยะฮ่าฮ่า

รออ่านนะคร้าบบบบบบบบ

#10 By Bloommint on 2009-09-20 21:47

หากซักวันนึง...
ที่โชคเข้าข้าง
ข้าพเจ้าก็อยากจะเชยชมเพชร - -
อยากจะมีโอกาสได้คู่ควรกับเพชรบ้างอะไรบ้าง
แม้ว่าปัจจุบันที่พิมพ์อยู่จะมีเงาเพชรที่สะท้อนกับแสงไฟเหนือคีย์บอร์ดให้กระทบกับสายตา
แต่มันก็ไม่ใช่แสงเพชรที่ออกมาจากต่างหูของผู้ชายคนที่นอนครางใต้ร่างพี่ยูชอนอยู่ดี

ทั้งเรื่องไม่อิจฉาใครเลย
นอกจากยูชอน
ให้ตายเถอะบาทหลวง!
จุนซูให้อิมเมจงดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เป็นความงามที่ไม่มีใครเสมอเหมือน
และเป็นความงามที่ใครก็ไม่อาจจะแตะต้อง
ยกเว้นไอ้ผู้ชายคนนั้น!
ชิชะ - -

อย่าให้โชคเข้าข้างชั้นบ้างแล้วกันคุณยูชอน
แม่จะนั่งดูเพชรที่ต่างหูจุนซูทั้งวันทั้งคืน!!!


แล้วก้ออีกคน..
คิมแจจุง
ผู้ที่ถนัดเรื่องการทำให้คนผิดหวัง
แต่เราไม่เคยผิดหวัง!

ให้ตาย
อยากจะมีรูปกึ่งเปลือยของผู้ชายบ้านไร่นับถือคาทอลิกคนนั้นไว้ที่คอมพิวเตอร์เสียจริง

ถ้าเป็นข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะไม่ซ่อนไว้ในฮาร์ดไดร์ฟ
แต่จะเอาเป็น desktop ให้คนทั้งโลก (ที่อยู่ในบ้าน) เห็น

หึยๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปล. พี่เทบิน ใครยังอาจทำพี่เทบินตั้งแต่สิบห้าคะ? ตัดหน้าหนูไปได้ยังไงเนี่ย (อารมณ์เสีย)
ปล2. เม้นไม่มีสาระอะไรเลย นอกจากความอิจฉา (เพราะไม่อยากจะเดาเนื้อเรื่อง กลัวตื่นเต้นล่วงหน้า)

#11 By ayaki-o (58.8.226.15) on 2009-09-20 22:32

ยูซู แรง แร๊ง แรง ..
ปาร์คเป็นคนที่แยกประสาทเก่งมากอ่ะ
คิดโน้นคิดนี่ได้ทั้งๆที่กำลัง .. ฮ่าๆๆ
แอบสงสารนุ้งจุนจังเหมือนกันนะเนี่ย
ถึงจะเป็นที่หนึ่ง แต่ก็ต้องแชร์กับคนอื่นอย่างนี้หรอ
ปาร์คอ่า ..ใจร้ายง่ะ

นุ้งแจแอบถ่ายพี่ยุนโฮเหรอคะ open-mounthed smile
คุณพ่อก็ช่างสอดส่องลูกชายจริงๆ
รู้แล้วรู้สึกยังไงคะ เหอๆๆ

พาร์ทนี้เริ่มรู้อะไรๆมากขึ้น
แต่เรื่องความสัมพันธ์ของยุนแจนี่ยังไม่รู้เลยว่าตกลงเอาไง เอิ๊ก
คิดถึงคู่นี้อ่ะพี่ตอง~
ไฟท์ติ้งค่าาา big smile

#12 By andante12626 (58.8.19.220) on 2009-09-20 23:32

ยิ่งอ่านยิ่งไม่อยากจะเดา
รู้สึกว่ามีเเต่อะไรที่คาดไม่ถึง
ทำไมหลักฐานถึงชี้ไปที่เฮียวรินหล่ะนั่น

รู้อดีตของยูชอน มันเป็นชีวิตที่สวยหรูเเต่ชวนหดหู่จิงๆ
ไม่ต่างจากของเทบินนัก
ทุกคนมีปมวัยเด็กทั้งนั้นเลย

เเมสเสจของปาร์ค มันหมายความว่าไง -"-
เหมือนจะบอกว่าเกลียดที่พ่อเป็นคนเจ้าชู้สำส่อน
แต่เอาเข้าจิงๆเหมือนตัวเองก็ทำเเบบนั้น
ดีหน่อยที่รักจุนซูจิงๆ เเต่ว่าถ้าจุนมารู้จะเป็นยังไงนะ

รูมเมทของจุนซูผู้ซึ่งเราลืมชื่อไปเเล้วด้วยซ้ำ ไปๆมาๆเหมือนกับว่าจะมีส่วนอะไรซักอย่างกับเรื่องทั้งหมดนี่

พาร์ทนี้ไม่มีผี
เเต่ว่ามีข้อมมูลตัวละครเยอะเเยะไปหมด
แอบอึ้งในตัวคนเขียนว่าปูเรื่องมาดีเเล้วก็ใส่ใจในรายละเอียดมากๆ
เพราะว่าเเม้เเต่สิ่งน้อยนิดมันก็มีส่วนบ่งบอกคาเเรคเตอร์ของเเต่ละตัวละคร

ทำไมเราถึงรู้สึกเเอบขนลุกตอนที่บาทหลวงบอกชองฮวา
ว่าไม่ใช่เยซู เเต่เป็นอีกคน
คือจิงๆเราไม่ใช่คนที่ค้นคว้าหรือรู้เรื่องศาสนาคริสมากมาย เอาจิงๆไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
เดาไม่ออกเลยคะว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

รอตอนต่อไปนะคะ

#13 By ehaln (124.122.222.141) on 2009-09-21 01:22

big smile big smile คุณตองมาอัพตอนใหม่แล้ว ดีใจจริงๆ เลย ขอบคุณนะจ๊ะcry

แอบอึ้ง เทบินเคยโดนข่มขืนตอนอายุ 15 หรอ??? โอ้ว โนwinkแล้วตามจับตัวคนข่มขืนได้ไหมอ่ะ
tongue แค้นแทนเลย

พาร์ทนี้ต้องยกให้ปาร์คกับจุนจัง นานแล้วนิที่ไม่ได้สวีทกันแบบสบายๆ โดยไม่มีใครกวนแบบนี้ cry cry

ปาร์คมีปมวัยเด็กมีเทบิน ชองฮวา จุนจังและหมียุนเลยนิ ทุกคนมีความหลังที่ไม่ดีกันทั้งนั้นเลย

ปะป๊าแจจุง อย่ารังเกียจหมียุนเลยนะ หมียุนเป็นคนดีมากมาย big smile

คุณตองสู้ๆ น้า เป็นกำลังใจให้จ้า
คนเขียนมีความสุขในงาน คนอ่านก็พลอยรู้สึกไปด้วย

#14 By มดง่าม (124.121.24.224) on 2009-09-21 11:31

งง สุด ๆ

ซัดกันไป ซันกันมา TT

#15 By กุ๊ก (61.19.22.210) on 2009-09-21 18:26

เอาเเล้วไง
ชิมเฮียวริน
สวย ฉลาด
มันต้องมีเรื่องอะไรเเล้วเเหละ ชิมชางมิน

ชอบตอนที่ฮยอนซุค บรรยายถึงเเจจุง มันเป็นอะไรที่วัยรุ่นดีนะ

#16 By marked (58.8.39.210) on 2009-09-21 21:49

ชอบเทบินนนนน >///<
เอ็นซียูซู สุดๆไปเลย 5555
มิคน่าสงสารอ่ะ ชีวิตขาดความอบอุ่นT^T
เฮจินน่าสงสัย อูยองด้วย
2คนนี้ร่วมมือกันรึป่าว
แล้วแม่มินอีก เกี่ยวข้องไรกันแน่
โอยยย คิดแล้วปวดหมองรอ่านดีกว่าๆ หุหุ

#17 By ~CraZy_YJ~ (125.24.92.158) on 2009-09-22 14:29

เอิ่ม บับว่าอ่านตอนนี้แร้วแบบงงมากมาย

แม่นุ้งมิน กะ เททจุน มานมาโยงได้งายเนี่ย

เริ่มจะไขปมทีละน้อยๆแล้ว

#18 By (124.120.184.60) on 2009-09-22 22:22

พาร์ทนี้ทำเอาเราตกใจหลายช็อตเลย

เริ่มจากช็อตแรก เทบินที่ร้ากกกกกก หนูโดน rape ตั้งกะอายุ 15 เลยหรือ ฮืออออ ช่างน่าสงสาร แต่หนูไม่ต้องห่วงแจนะลูก ท่าทางแจจ๋าเค้าเอาตัวรอดเก่ง (เป็นงั้นไป) แล้วตกลงอูกยองมีเอี่ยวเรื่องฆาตกรรมโจจูมินมั้ยเนี่ย อ่านไปอ่านมาเหมือนไม่ใช่แล้วอ่ะ หนีไปนอกมหาลัยไปทำอะไรไม่ดีรึเปล่า ถึงมีเลือดติดมา ไม่น่าเกี่ยวกับจูมินแล้วนะ

ทั้งช็อตในโบสถ์ หลวงพ่อบอกจะมี อีกคน มาช่วย หรือจะเป็นยุนโฮผู้แสนดี เหอ ๆ ๆ อาจจะเป็นได้นิ ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ พ่อก็คือพระเจ้าไง - -"

ถัดมาจากฉากในโบสถ์ ไร้ท์เตอร์ก็กระชากอารมณ์มาที่ฉาก NC กันเลย แบบว่าคอนทราสต์กันอย่างรุนแรง อยากบอกว่าร้อนแรงมากค่ะ NC ยูซูทำเอาเลือดกำเดาเกือบไหล

ที่แท้ปาร์คก็เป็นเด็กมีปัญหานี่เอง ประเภทพ่อเจ้าชู้ เกลียดพ่อ แต่โตขึ้นมากลับทำตัวเหมือนพ่อซะเอง พวกนี้เจอบ่อยค่ะ ปมฝังแน่นจริง ๆ ว่าแล้วก็อยากเปรียบเทียบกับยุนโฮจัง แม่ทำให้ปาร์คเกลียดผู้หญิงทุกคน แต่แม่ทำให้ยุนโฮรักและเกรงใจ(อาจถึงขั้นนับถือ คึ คึ)ผู้หญิงทุกคนเช่นกัน โลกเรานี่ก็แปลกนะ คนที่แตกต่างกันสุดขั้วอย่างนี้ กลับมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้

อยากเห็นต่างหูเพชรน้องจุนนนนนน เอาเป็นแบบโยกไหวสะท้านตามจังหวะการเคลื่อนกายด้วยนะคะ คงแสบตาน่าดู 55555

ส่วนเมทหนูจุน (ดูดิ ป่านนี้ยังจำชื่อไม่ได้เลย)อาจเป็นเจ้าของเอกสารชุดนั้นที่น้องมินเก็บได้ ? เป็นเงื่อนงำสำคัญ หรือแค่ตัวล่อที่ทำให้รีดเดอร์หลงทางคะเนี่ย ชักไม่แน่ใจ

มาถึงช็อตสุดท้าย แม่น้องมิ๊นนนน มาเกี่ยวอะไรกับเค้าด้วยเนี่ย แสดงว่าที่น้องมินตามคนที่คิดว่าเป็นคนร้ายไปคืนนั้น แม่น้องมินกลับไป...อะไรกับศพล่ะเนี่ย ? เฮ้อ... กลุ้มแทนตำรวจเกาจริงจริ๊ง -*-
แต่ตำรวจเกาอย่างคิมฮยอนซุคมีเรื่องให้กลุ้มกว่าลูกชาวบ้านตาย คือลูกตัวเองเริ่มเพี้ยน คลั่งปู้ชาย 5555 กินแอสไพรินกับกาแฟได้นี่ แสดงว่าสติเริ่มร้าวแล้วนะคะคุณพ่อ อย่าคิดมากค่ะ แจใจแตกก็จริง แต่แตกกับเด็กดีอย่างหมียุนก็โอนะคะ คุณพ่อขา

รอพาร์ทหน้านะคะ ลุ้นใจจดใจจ่อ หึ ๆ ๆ

#19 By iowatrumpet (110.164.143.186) on 2009-09-23 01:07

งงอ่ะ
เดี๋ยวก็คนโน้นน่าสงสัย
เดี๋ยวก็คนนี้น่าสงสัย
มันยังไงกันแน่เนี่ย....พี่ตอง

ปล.แต่ละพาร์ทตัวละครก็เริ่มถูกขุดคุ้ยปมหลังกันเรื่อยๆเรยเนอะ

#20 By Lee MinNam (202.12.97.115) on 2009-09-25 17:00

เราคาดเดาอะไรไม่ได้กับเรื่องๆนี้
ทำได้แค่...
ติดตาม และรอคอยมันอย่างบ้าคลั่งต่อไป


แอบสะเทือนใจปนประหลาดใจกับชีวิตของปาร์คยูชอน
แต่เพราะนี่คือชีวิต
ไม่มีอะไรที่จะสวยงามไปทั้งหมด ไม่มีจริงๆ

#21 By (118.172.76.31) on 2009-09-26 16:22

และแล้วก็กลับมาค้าง(มากมายด้วย) อีกครั้ง
ลุ้นแบบใจหายใจคว่ำเล็กๆ
ถึงจะไม่กดดันมากมาย แต่ก็ลุ้นได้ที่เลยนะเนี่ย
ปมปริศนาที่กำลังรอให้สุดหล่อทั้งหลายของเราคลี่คลายมันออกมา



นิยามของคนเราแต่ละคนก็ต่างออกไปเนอะ
แน่ใจนะว่าคุณพ่อแจจ๋าไม่ได้คาดหวังเลยสักนิด?

#22 By kokoro on 2009-09-28 11:15

พี่ตองเปลี่ยนธีมใหม่ ><


แอบหวังว่าจะได้อ่านตอน 19-20 แล้วววว
อร๊ายยยยย
ลุ้นง่ะ
อยากอ่านแล้วพี่ตอง
ความตื่นเต้นมันจุกอก

#23 By *[ TangMoez ]* on 2009-09-28 13:34


แม่ชางมินทำไมมีรอยนิ้วมืออยู่ตรงนั้น????

ลึกลับซับซ้อนมากกกกกกกกก

ยิ่งอ่านก็ยิ่งสงสัย แถมเมทจุนซูก็ยังดูแปลกๆอีก

ปาร์คน่าสงสาร พ่อแม่ที่ไม่ได้รักกันก็เป็นแบบนี้ล่ะ

กลายเป็นว่าปาร์คมีอคติกับผู้หญิงใช่ไหม? เง้อออ

ส่วนพ่อแจนี่คาดว่าคงเครียดจริงๆ

แต่ก็นะลูกของเราถ้าเขาจะรักใครชอบใครก็ปล่อยเขาไปเถอะ

ปล.ชอบฟิกเรื่องนี้มากๆค่ะ เม้นงงๆหน่อยอย่าได้ถือสานะคะ แหะๆ

#24 By junghyeae on 2009-10-04 12:00