★ b.leaf ★ View my profile

Demon Authorized (11)

posted on 13 Jul 2009 19:51 by bleaf-me  in demon-authorized

Title: Demon Authorized
Author: b.leaf
Staring: Dong Bang Shin Gi (SM Entertainment) / (C) b.leaf's Original Characters
Pairing: Yoonho/Jaejoong, Yoochun/Junsu
Genre: AU, Mystery, Thrillers, Horror ; !Against religion & beliefs (Christian Beware)
Rate: R
Warning: นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นจากความพึงพอใจส่วนบุคคล และไม่มีเจตนาจะกล่าวพาดพิง กระทบกระทั่ง กลุ่มคนหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งทั้งสิ้น เนื้อหาเกี่ยวเนื่องถึงความสัมพันธ์แบบชายรักชาย ชื่อบุคคลหรือสถานที่หลายอย่างที่อ้างถึงเขียนขึ้นจากจินตนาการและอาจไม่มีอยู่จริง หากการอ่านนิยายเรื่องนี้ทำให้ท่านรู้สึกตะขิดตะข่วง ลำบากใจ ลำบากกาย ถือเป็นความทรมาน รับไม่ได้ ไม่ชอบ ขอความกรุณาปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณมากๆที่เข้ามาเยี่ยมเยียนบล็อกนี้ค่ะ ^^

 

- - -

 

11.

 

“ไฟดับ!!”

เสียงหนึ่งตะโกน

ชินยางมักจะตะโกนคำนี้ทุกครั้งที่ไฟดับ แม้รู้ดีว่ามันช่างไร้สาระ หอพักทั้งหอมืดสนิท ทุกคนต้องรู้แน่นอนอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ตะโกน ราวกับมันเป็นเพื่อนคู่คิดเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่นอกจากความเงียบงันชวนขนหัวลุก ราวกับเสียงนี้จะได้ยินไปถึงส่วนกลาง ไม่ก็การไฟฟ้า

ยูชอนตื่นเพราะเสียงนั้น

จะว่าไปแล้วสามสิบนาทีก่อนหน้านี้ หลังจากล้มตัวลงบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง เขาพยายามข่มตาให้หลับ หากมันกลับกลายเป็นเรื่องยากพอๆ กับการยกภูเขาร็อคกี้ด้วยแม่แรงที่ซื้อจากร้านแฮนดี้มือสอง เขากึ่งหลับกึ่งตื่น จ้องมองความมืดดำในห้วงคิดขณะหลับตา รอยฟกช้ำที่เกิดจากการวิวาทครั้งแรกในรอบสิบปีเริ่มระบม มันกวนใจเขา

ยูชอนได้ยินเสียงประหลาด

เขาผงกศีรษะขึ้นจากหมอน พยายามเงี่ยหูฟังเสียงกรุ๊งกริ๊งอันไร้ที่มานั้น

“จินวอนหรือ?” เขาลองเรียกชื่อรูมเมท ทั้งที่รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนร่วมห้องมีนัดกับแฟนสาวที่เรียนอยู่ต่างมหาลัยคืนนี้ และเขาจะนอนค้างกับเธอ

นาฬิกาดิจิตอลตรงหัวเตียงบอกเวลาตีสาม

ไม่มีทางเป็นจินวอน

เสียงกรุ๊งกริ่งคล้ายเสียงกระดิ่งหรือโลหะชิ้นบางกระทบกันดังขึ้นหนึ่งระลอกแล้วแผ่วหาย ยูชอนขมวดคิ้ว พลางยกมือขึ้นขยี้เปลือกตา ครั้นสายตาเริ่มคุ้นชินกับความมืด

เขาเห็นเงาหญิงสาวที่ข้างหน้าต่าง

แม้ไฟฟ้าจะดับทั้งตึก แต่ไฟถนนยังคงส่องแสงรำไร เขาไม่เห็นหน้าเธอ หากก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ผมยาวสยาย เธอยืนหันหลังมองออกไปนอกระเบียง ทาบฝ่ามือเล็กบนกระจกหน้าต่างบานสูง มีกำไลเงินเส้นเล็กๆ มากมายสวมอยู่กับข้อมือบอบบางของเธอ มันกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง...ส่งเสียงทุกครั้งที่เธอเคลื่อนไหว

ยูชอนถอนใจโล่งอก ก่อนจะค่อยๆ หลับตา พยายามนอนให้หลับอีกครั้ง

ว่าแต่...หญิงสาวหรือ?

ในหอพักชายตอนตีสามเนี่ยนะ?

ยูชอนผงะ รีบผุดกายขึ้นจากเตียง

เธอหายไปแล้ว...

หญิงสาวกับกำไลเงิน

เขาจำกำไลเหล่านั้นได้

“อึนนา?”

ชินยางไชโยโห่ร้องเมื่อแสงสว่างกลับมาสู่หอพักของเขาอีกครั้ง แต่ยูชอนเลือกที่จะยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบและมืดมิดนี้ ปล่อยให้ผิวกายสัมผัสกับอณูอากาศเย็นวาบแล่นจรดกระดูกสันหลัง

โทรศัพท์ดัง ยูชอนผวา

ชายหนุ่มเอื้อมสุดแขนไปยังโต๊ะหัวเตียง คว้าโทรศัพท์มือถือที่สั่นสะเทือนและแผดเสียงร้องลั่น เขาอดไม่ได้ที่จะเอี้ยวตัวไปมองหน้าต่างบานนั้นอีกครั้งอย่างกลัวๆ กล้าๆ

ใจหนึ่งเขาอยากจะพบเธออีก หากอีกใจก็อยากให้เธอไปเสียให้พ้น

ยูชอนก้มลงดูหน้าจอโทรศัพท์ ปรากฏภาพใบหน้าขาวใสของเด็กหนุ่ม ดวงตาเรียวเล็ก นัยน์ตาใส ริมฝีปากแดง

เขากำลังชั่งใจว่าควรรับดีไหม

ไม่หรอก เขาไม่ควรรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วในเวลาแบบนี้

ทว่าเขาก็กดรับ

“อย่า” เขากรอกเสียงลงไป “อย่าพูดเรื่องผี ห้ามเลย เด็ดขาด”

ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ “ผมขอโทษนะฮะ พี่ยูชอน”

“ไม่ ไม่ยกโทษ” เขาทำเสียงแข็ง แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มละไม

 

.
.
.

 

ลีวางแผ่นสไลด์ลงบนเครื่องโปรเจ็กเตอร์ด้วยลีลาพลิ้วไหวประดุจการรำพัด ลายหมึกบนแผ่นใสสะท้อนกับแสงไฟกำลังวัตต์สูงพอที่จะทำให้เห็นไรฝุ่นคลุ้งในอากาศ เกิดเป็นภาพฉายขนาดยักษ์บนจอสีขาว

ในห้องฉายวีดีทัศน์ที่ความเข้มแสงภายในถูกจำกัดไว้เพื่อความคมชัดของภาพ ทฤษฎีการตกกระทบของแสงแดดเทียบเท่าสปอร์ตไลท์สามตัวในสตูดิโอถ่ายหนังของยูชอนคงใช้ไม่ได้อีกต่อไป และนั่นทำให้เขาเซ็งสุดๆ

เสียงนุ่มทุ้มของลีจู่ๆ ก็ดังขึ้น ทำเอายูชอนผู้ซึ่งกำลังนั่งสะลึมสะลือท้าวคางอยู่นั้นแทบหน้าคะมำ

“นี่คือเทพีไอซิส เทพีแห่งความรัก” ท่านศาสตราจารย์อธิบาย พลางใช้ปากกาชี้ไปตามจุดต่างๆ ของภาพ “หญิงสาวกับรัดเกล้ารูปบัลลังก์ สองเขาสัตว์ และวงสุริยะอยู่ตรงกลาง เทพีไอซิสเป็นพระชายาของเทพโอซิริส และเป็นมารดาของเทพฮอรัส จึงมักพบรูปปั้นที่เทพีไอซิสทรงอุ้มร่างเทพฮอรัสเอาไว้บนตัก”

ยูชอนอ้าปากหาว ขณะเหลือบมองคนที่นั่งข้างกัน ยุนโฮยังคงทั้งจดและอัดเสียงคำบรรยายของลี สายตาเขามุ่งมั่นแน่วแน่มาก เป็นสายตาของนักฆ่ากระหายเลือดที่รอคอยจะพิฆาตเอจากวิชานี้

ยูชอนรู้จักยุนโฮมานาน เขาเป็นเด็กนักเรียนจากแถบชานเมืองที่สอบชิงทุนได้เข้ามาเรียนโรงเรียนดีๆ ยุนโฮหัวดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังขยันมาก เขาเรียนหนักและช่วยกิจกรรมมากกว่านักเรียนทุนคนอื่นๆ อยู่สองถึงสามเท่าเสมอ ยุนโฮฉลาด แต่ก็ถ่อมตัว เพราะเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองคือคนเก่ง ไม่ใช่คนที่ฉลาดเกินกว่าใครๆ จึงต้องพยายามให้มากขึ้นเพื่อรักษาทุนเอาไว้

ใช่...คนเราไม่ควรดูถูกความสามารถตัวเอง หากคนที่เอาแต่คิดว่าข้านี่ล่ะแน่สุด เก่งสุดแล้ว คนพวกนี้แหละจะไม่มีวันพัฒนาไปข้างหน้า

ส่วนชองฮวาน่ะหรือ...

เสียงดีดปลอกปากกาแป๊กๆ ดังมาจากที่นั่งถัดจากยุนโฮ ยูชอนชะโงกมองตามต้นเสียงนั้น

ด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่คล้ายคลึงกัน คนทั่วไปอาจคิดตัดสินได้ว่าว่าชองฮวาคงไม่ต่างอะไรกับยุนโฮ หากยูชอนรู้ว่าสองคนนี้ต่าง เป็นข้อแตกต่างเล็กๆ ที่นักเรียนทุนส่วนใหญ่ล้วนมีในตัวเอง จะเรียกว่าเอกลักษณ์ จุดบอด หรือตำหนิ อะไรก็ตามแต่

ชองฮวาเองก็เป็นนักเรียนทุน มิหนำซ้ำเท่าที่รู้ ก่อนได้รับทุนอิเดนเบิร์ช เขายังเป็นถึงนักศึกษาวิชากฎหมายของมหาวิทยาลัยรัฐระดับแนวหน้า ซึ่งขึ้นชื่อทั้งเรื่องเข้ายากและออกยาก แน่นอนล่ะว่าสมองเขาต้องไม่ใช่ธรรมดา ชองฮวาหัวไวมาก เขาจดจำคำบรรยายของอาจารย์ได้ละเอียดยิบ สามารถตอบคำถามได้ถูกต้องทุกครั้ง แล้วยังคารมการยิงมุกสดที่มักเรียนเสียงฮาจากเพื่อนๆ ได้อีกขรม ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยอวดรู้ ชองฮวาอาจจะเหมือนยุนโฮในจุดนี้ ผิดอยู่ก็แต่ตรงที่นอกจากชองฮวาจะไม่เคยคิดว่าตนฉลาดแล้ว ซ้ำร้าย เขายังทำตัวเหมือนพวกห่วยแตก

ยูชอนเคยนึกว่าตัวเองเป็นพวกเกลียดการเรียนที่สุดแล้ว ทว่าอย่างน้อยเขาก็ยังมีวิชาโปรด ส่วนชองฮวานั้นไม่มีเลย เขาชอบคิดเสมอว่าโรงเรียนไม่ใช่ที่ที่เหมาะกับเขา

ยูชอนเห็นชองฮวานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หรือถ้าจะพูดให้ถูกควรเรียกว่า เขากำลังนั่งโดยใช้หลังแทนก้นเสียมากกว่า เขากำปากกาเอาไว้ในมือ พลางใช้นิ้วโป้งดีดขาปากกาจนเกิดเสียง สมุดจดที่ถูกกางเตรียมไว้ยังคงสะอาดหมดจด

เขามองจอภาพ เอาแต่จ้องรูปเทพีไอซิสกับร่างน้อยของเทพฮอรัสบนตักนิ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลไม่ได้ฉาบฉายแววตื่นตาตื่นใจอย่างที่คนอื่นรู้สึก ไม่ใช่ความอยากรู้อยากเห็นดั่งที่ควรจะเป็น

มันกลับเป็นอะไรที่มากกว่านั้น

เพียงแวบหนึ่งที่ยูชอนสังเกตได้ถึงประกายแดงซ่านในดวงตาเขา

“ตักของเทพีไอซิสนั้นคือบัลลังก์แรกที่ฮอรัส เทพแห่งท้องฟ้าได้นั่ง”

เมื่อลีกล่าว ตอนนั้นเองที่ชองฮวาผุดลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินออกไปโดยไม่ปริปาก

 

ตอนที่ยุนโฮออกมาจากห้องวีดีทัศน์ด้วยถูกศาสตราจารย์ลีไหว้วานให้ช่วยเอาสรุปบทเรียนไปถ่ายเอกสารเผื่อเพื่อนๆ นั้น ชองฮวายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้หน้าตึกเรียนโดยมีบุหรี่คีบไว้ในมือ

“มีสองอย่างที่ฉันเรียนรู้เกี่ยวกับนายนับตั้งแต่เราเจอกัน” ยุนโฮอมยิ้มพูด “หนึ่งคือนายสูบบุหรี่จัดมาก และสองคือเวลาไหนนายไม่ได้สูบบุหรี่ นายจะต้องอมอมยิ้ม”

ชองฮวาหัวเราะ “ฉันพยายามเลิกอยู่น่ะ”

“เลิกบุหรี่น่ะหรือ?”

“เปล่า เลิกจูปาจุ๊บ”

ชองฮวาฉีกยิ้มร่าจนตาหยี เป็นรอยยิ้มที่เปิดเผยและจริงใจ ยุนโฮชอบรอยยิ้มนี้ มันทำให้เขานึกถึงภาพของโอเอซิสกลางทะเลทรายอันแห้งผาก ใบหน้าได้รูปหล่อเหลาอย่างไม่ธรรมดา อย่างชองฮวาต้องเรียกว่าหาใครที่หล่อเหลาและมีเสน่ห์ยิ่งไปกว่านี้ไม่ได้ ชองฮวาไม่ใช่หนุ่มสำอาง ไม่ตามสมัยนิยม มีกระแสเป็นของตัวเอง ดื่มหนัก สูบจัด ทว่า...งดงาม หล่อแบบมีไสตล์ ไม่เคยปรุงแต่ง

จริงอยู่ที่สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะคลั่งไคล้ผู้ชายที่สุภาพอย่างเขา หรือคนที่ดูสูงส่งสะอาดเนี้ยบไปทุกกระเบียดนิ้วแบบยูชอนมากกว่า หากแต่ในหมู่เพื่อนผู้ชายกลับต่างโหวตให้ชองฮวาเป็นชายในอุดมคติ ใครๆ ก็อยากเหมือนเขา อยากมีสีผมสีตาเหมือนเขา อยากมีรูปร่างอย่างเขา อยากแต่งตัวเลียนแบบเขา อยากยิ้มได้สวยแบบเขา อยากทะเล้นขี้เล่นแต่ก็น่ารักเหมือนเขา

“ไม่กลับเข้าไปหรือ?” ยุนโฮบุ่ยใบ้ไปทางห้องวีดีทัศน์

“ไม่ล่ะ ทนสายตาศาสตราจารย์ไม่ไหว”

คราวนี้ยุนโฮเป็นฝ่ายหัวเราะเสียงดังบ้าง “ก็อย่าไปมองตาเขาสิ ก้มหน้าก้มตาเรียนไป”

“ถ้าเขามองหน้าบ้างก็ดีว่ะ นี่เขาเอาแต่มองอย่างอื่น”

คนฟังได้แต่หัวเราะงอหาย

“ทำเป็นหัวเราะไป เขาก็ไม่มองหน้านายเหมือนกันนะ อย่าเพิ่งชะล่าใจล่ะ”

ความจริงแล้วมีเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ อีกหลายสิ่งที่ยุนโฮได้เรียนรู้ตั้งแต่รู้จักชองฮวา ซึ่งนอกเหนือจากความจริงทั้งหลายที่เอ่ยมาแล้วข้างต้น ในความสดใส เปิดเผย และจริงใจนั้น กลับยังมีจุดดำมืดน่าพิศวงบางอย่างซ่อนอยู่ในตัวเพื่อนใหม่คนนี้ ในขณะที่ชองฮวาพูดอะไรตลกๆ เพื่อให้เพื่อนๆ หัวเราะ จุดดำมืดนั้นมักจะปรากฏขึ้นในดวงตาเขา รอยยิ้มฝืดๆ ที่แลดูเสแสร้งผุดขึ้นมาชั่ววินาทีหนึ่ง ประกายความเหงาที่แสนขื่นขม

วูบเดียว...แล้วอันตรธานหาย...

ใครหลายคนอาจจะกำลังมีความสุขกับมุกตลกของเขาจนมองข้ามความรู้สึกนี้ไปได้ แต่ยุนโฮไม่เคยทำได้ บ่อยครั้งที่เขาหัวเราะ แล้วได้ยินเพียงเสียงหัวเราะของตัวเอง ก่อนที่จุดดำนั้นจะปรากฏ คล้ายกับกระสุนนัดหนึ่งที่พุ่งเข้าแทรกตรงกลางอกแล้วฝังใน จนเขาต้องรีบหยุดหัวเราะ เพราะความสุขทำให้เขาเจ็บปวด

ชองฮวามีความสุดขั้วอันขัดแย้งกันอยู่ในตัว

เขาเป็นคนตรงๆ หากหลายครั้งก็ดูมีความลับมากมายเหลือเกิน

“ทำไมนายถึงย้ายมานี่งั้นหรือ?” ยุนโฮถาม รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าเขาแล้ว แต่ความอบอุ่นยังคงอยู่

ชองฮวาอัดควันบุหรี่เข้าปอด “ฉันเคยบอกนายแล้วนี่”

“ใช่ นายเคย ปัญหาครอบครัว”

“อืม” เขาหลบตายุนโฮในที่สุด

“นายอยากเล่าไหม คือฉันหมายถึง ถ้านายอยากเล่าก็เล่าได้นะ”

“ระบายความรู้สึกอะไรแบบนั้นน่ะหรือ”

“ใช่”

“เผื่อทำให้รู้สึกดีขึ้น”

“เผื่อว่า ใช่”

“แล้วพอฉันพูดจบ นายก็จะดึงฉันเข้าไปกอด”

ยุนโฮอยากหัวเราะ แต่ครั้งนี้เขาหัวเราะไม่ออก เพราะรู้ดีว่าถ้าหากหัวเราะออกไปก็จะอดรู้สึกละอายแก่ใจไม่ได้อีก จุดดำมืดในตาสีน้ำตาลนั้นยังคงหลอกหลอนเขา และครั้งนี้ก็ดูราวกับว่ามันขยายใหญ่ขึ้น

“บ้านนายอยู่ไหนหรือ?” เขารีบเปลี่ยนเรื่อง

“ทางใต้”

“ใต้ไหน?” ยุนโฮพยายามถามให้ลึกลงไปอีก แต่ความพยายามก็ไม่สัมฤทธิ์ผล

“ใต้น่ะ”

จุดสีดำไร้ที่สิ้นสุดนั้นหายไปแล้ว จู่ๆ มันก็หายวับไปดั่งเช่นทุกครั้ง ยุนโฮไม่ชอบเลย

ร่างสูงทรุดกายนั่งลงบนม้านั่ง ทอดสายตามองนกพิราบตัวอ้วนกำลังเอียงคอไซ้ปีก ลมเย็นยามเช้าพัดเอากลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นถึงที่นี่ แม้ว่าบรรยากาศในห้องเรียนจะคร่ำเครียดเพียงใด แต่ทุกครั้งที่ได้สูดอากาศและชื่นชมกับความวิจิตรงดงามของวิทยาลัยแห่งนี้ ความเครียดและกดดันเหล่านั้นก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปสำหรับเหล่านักศึกษา อิเดนเบิร์ชเป็นสวรรค์ของคนคลั่งไคล้ในจิตวิญญาณของศิลปะ ทุกเศษดิน เศษหิน อิฐ ปูน เม็ดทราย ละอองเกสรดอกไม้ หรือแม้แต่อณูอากาศ ทุกอย่างประกอบรวมกันเป็นผลงานศิลปะชั้นเลิศ สุขสงบราวสรวงสวรรค์ รังรองรจิตประหนึ่งสวนของอิเดน

เดินในอิเดนเบิร์ชก็ให้อารมณ์เหมือนเดินในยุโรป คุณสามารถเดินเข้าไปในร้านกาแฟหรือภัตราคารของวิทยาลัย แอ๊บแบ๊วถ่ายรูปแล้วส่งให้เพื่อนดู โกหกว่าคุณไปเที่ยวยุโรปมา ใครๆ ก็เชื่อ แต่ระวังอย่าให้เขาถามถึงหอไอเฟลล่ะ วิวแบบนั้นคงต้องพึ่งโฟโต้ช็อปกันบ้าง

“ที่จริงแล้วบ้านฉันก็อยู่ไกลนะ” ยุนโฮบอก

“แล้วทำไมนายไม่พักหอในล่ะ?” ชองฮวาถาม

“ฉันกลัวคิดถึงแม่น่ะ” ยุนโฮกล้าพูดอย่างไม่อาย เพราะถึงแม้อิเดนเบิร์ชจะงดงามสักแค่ไหนก็คงไม่อาจทดแทนสิ่งที่เราจะพบเจอได้เฉพาะแต่ที่บ้านของเรา “แล้วนายล่ะ มาอยู่ที่นี่ไม่คิดถึงแม่บ้างหรือไง”

“ก็คงคิดถึงแหละ ถ้ามีซักคนล่ะก็นะ”

คำพูดนั้นทำเอายุนโฮหน้าเสียเมื่อได้รู้ว่าตัวเองงี่เง่าแค่ไหน “พระเจ้า ชองฮวา ฉันขอโทษ”

ชองฮวาโบกมือแบบไม่ใส่ใจ เขายิ้ม “ไม่เป็นไร”

รอยยิ้มนั้นแห้งผาก ตาสีน้ำตาล...ทั้งเจ็บแค้นและโหยหา... มันทำให้ยุนโฮอดหวนคิดทุกครั้งที่หลับตาไม่ได้ว่า เขา ไม่เป็นไร จริงๆ น่ะหรือ?

“รุ่นพี่ยุนโฮ!” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลัง เรียกให้ทั้งยุนโฮและชองฮวาตื่นจากห้วงคิดกับบรรยากาศเงียบงันในวังวนแห่งคำถามอันไร้ซึ่งคำตอบ

เจ้าของเสียงเดินตรงเข้ามา ยุนโฮเกือบต้องยกมือขึ้นขยี้ตาด้วยไม่แน่ใจในสิ่งที่เห็น

นั่นแจจุงยิ้มให้เขาหรือเปล่า?

ยิ้มร่าเลยทีเดียวล่ะ

จุนซูก็มากับเขาด้วย “พี่ยุนโฮอยู่ที่นี่เอง แจจุงตามหาซะทั่วเลยล่ะฮะ” คนตัวเล็กพูดกับยุนโฮ ก่อนหันไปดุเพื่อนรักด้วยซุ่มเสียงท่าทางที่เด็กอนุบาลสามขวบยังต้องกลัวจนตัวสั่น “เห็นไหม ฉันบอกว่าเขาเรียนอยู่ก็ไม่เชื่อ อ..อ๊ะ!”

จุนซูโยนกองหนังสือลงกลางโต๊ะดังโครมอย่างไม่สนใจหัวดำ...หรือแม้แต่คนหัวส้ม เจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลประกายทองในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาวทับด้วยสเวตเตอร์ไหมพรมสีครีมกับกางเกงผ้าเนื้อหนาเพิ่งจะสังเกตเห็นเพื่อนใหม่ก็เมื่อคราวที่เขาสะดุ้งเสียจนทำบุหรี่หลุดมือ

หนังสือเป็นตั้งๆ กระแทกลงบนมือข้างหนึ่งของชองฮวา!

ชองฮวาลูบปลายนิ้วบนริมฝีปากตนเอง เขาไม่ได้โกรธหรอก แต่เจ็บ...มากโว้ย

แจจุงหัวเราะแหะๆ

จุนซูปากเบะ

“ข..ขอโทษนะฮะ รุ่นพี่!” จุนแหกปาก รีบบีบๆ นวดๆ แขนผู้รับเคราะห์

“ไม่เป็นไร เจ็บนิดเดียว เหมือนถูกทุบด้วยค้อนปอนด์” ชองฮวาย้อน

แค่นวดไม่พอ จุนซูยังช่วยเป่าเพี้ยงให้ด้วย “โอ๊ย ผมขอโทษนะฮะพี่ ขอโทษจริงๆ”

ท่าทางของจุนซูทำเอายุนโฮกับแจจุงพลอยหัวเราะ

“จุนซู แจจุง นี่ชองฮวา เพื่อนฉัน” ยุนโฮแนะนำ แล้วชองฮวาซึ่งนั่งหันหลังให้คนทั้งสองอยู่ก็หันมาสบตา

แจจุงกับจุนซูใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีระลึกใบหน้าคมคายนี้ ก่อนที่เขาทั้งสองจะแทบยกมือขึ้นชี้หน้า

“แฟนโบกยอง” แจจุงพูด

“วันแมดไนท์” จุนซูช่วยเพิ่มข้อมูลราวกับกำลังเล่นเกมยี่สิบคำถาม

“หน้าโรงละคร” ชองฮวาช่วย “ใช่แล้ว ฉันเอง”

ฮูเร่...แจ๊คพ็อตแตก...

ชองฮวาผสานสายตากับยุนโฮ “ฉันนี่ชักดังใหญ่แล้วว่ะ”

ยุนโฮส่ายหน้า กึ่งหัวเราะกึ่งระอาใจ ก่อนแตะแขนแจจุงเป็นเชิงเชิญให้นั่ง

“ชองฮวา คนนี้แจจุง” เขาเอ่ย

ชองฮวาพูดแบบไม่มีเสียงกับยุนโฮ “กิ๊กหรือ?”

คนถูกกล่าวหาขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า ไม่วายสนองลูกบ้าพูดแบบไม่มีเสียงกลับไป “เปล่า”

“น่ารักว่ะ”

ยุนโฮหัวเราะ แต่คราวนี้มีเสียงแล้ว

แจจุงยิ้มให้ชองฮวา ริมฝีปากสีแดงกุหลาบตัดกับผิวขาวเหมือนหิมะ เสื้อยืดสีเทาสวมทับด้วยแจ็คเก็ตมีฮู้ดลายขวางเทาสลับดำ เป็นภาพที่น่าดูจริงๆ “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” พวกเขาสัมผัสมือกันและกัน

“ส่วนคนนี้ จุนซู”

“จุนซู-ยูชอนน่ะหรือ?” ชองฮวาถามย้ำ

“ใช่ จุนซู-ยูชอนนั่นแหละ”

“ว้าว”

“เราเคยเจอกันสองครั้งแล้วฮะ” จุนซูบอก

ชองฮวานึก แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก “โทษทีนะ ฉันจำไม่ได้”

“ผมเคยเห็นรุ่นพี่ แต่รุ่นพี่ไม่เคยเห็นผมหรอกฮะ ครั้งแรกที่โรงละคร ครั้งที่สองที่ส่วนกลาง หน้าห้องธุรการ รุ่นพี่คือคนที่แบบวาดภาพของผมรอ”

ชองฮวาย่นคิ้ว “แบบวาดภาพงั้นหรือ?”

“ใช่ฮะ รุ่นพี่เดินออกมา ถือแฟ้มเล่มหนาๆ อันหนึ่ง”

“นายเห็นหรือ?”

จุนซูยิ้มกว้างจนตาหยี ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักบาดใจ “ฮะ”

“อ..อ๋อ...ฉันกับเพื่อน...หน้าห้องธุรการ...”

ไม่รู้ว่าเพราะรอยยิ้มนั้นหรือสิ่งใดที่ทำให้ชองฮวามองเขาด้วยนัยน์ตาเคลือบแคลง

ยุนโฮละสายตาจากบทสนทนาระหว่างชองฮวากับจุนซู ก่อนจะพบว่าแจจุงกับมองเขาอยู่ นัยน์ตากลมโตสีดำสนิทแน่วนิ่งเริ่มขยับเมื่อรู้ว่าถูกมองตอบ ราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์อันชวนฝัน แจจุงพยายามปั้นยิ้มแก้เก้อ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

“อืม ว่าแต่นายตามหาฉันมีเรื่องอะไรงั้นหรือ?” ยุนโฮพูดกับเขา

แจจุงอ้ำอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนเอ่ย “คือผมจะเอานี่มาให้น่ะครับ” มือเรียวส่งวัตถุรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งถูกห่อไว้ด้วยกระดาษสีน้ำตาลแดงให้

ยุนโฮรับมาแกะดู

เป็นภาพวาดของเขานั่นเอง

“ส่งแล้วหรือ คะแนนเป็นไงบ้าง” ยุนโฮถาม ขณะลูบฝ่ามือลงบนกรอบรูปนั้นอย่างถนอม

“บีบวกเองครับ”

“เห็นไหม บอกแล้วว่าวาดหล่อเกินจริงไป นายต้องวาดภาพเหมือนสิ” ถ้อยคำติดจะพ้อ แต่ถ้อยทีบ่งชัดว่าไม่ใช่เลย สายตายุนโฮดูปลาบปลื้มใจมากกว่าที่แจจุงอุตส่าห์มอบของขวัญนี้ให้เขา เขายิ้มให้ยุนโฮในรูปราวกับคนเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก

จุนซูมองยุนโฮสลับกับสีหน้าเพื่อนรัก เขาอดใจให้ยิ้มไปด้วยไม่ได้ หมู่นี้แจจุงยิ้มบ่อยขึ้น และจุนซูชอบให้อะไรๆ เป็นไปเช่นนี้ ยูชอนเคยบ่นว่ายุนโฮน่าจะเข้าไปทำความรู้จักกับแจจุงเสียตั้งนานแล้ว ไม่เช่นนั้นตอนนี้ทั้งสองคงกำลังรักกันอยู่เหมือนอย่างที่ยูชอนกับจุนซูเป็น น่าเสียดายเวลา แต่จุนซูกลับไม่คิดเช่นนั้น

ก่อนนี้เขาเคยคิดสงสัยว่าทำไมคนเราต้องพยายามขวนขวายแต่ในสิ่งที่แปลกพิศดาร ทั้งที่ความจริงมันแสนจะเรียบง่ายและเป็นไปได้

นั่นอาจเป็นเพราะคนเราสมัยนี้ใช้ชีวิตอยู่แต่กับความฝันและคำลวง

ความเป็นจริงอาจจะโหดร้ายเกินไปกว่าที่พวกเขาจะยอมรับ และสิ่งที่ธรรมดาแต่แสนเป็นไปได้จึงถูกรังเกียจผลักไส ยกตัวอย่างเช่นโรมิโอกับจูเลียตที่เกิดมาคู่กันอยู่แล้ว คู่แท้ตายตัวที่แยกกันไม่ออก เรื่องเล่าเพ้อฝันสุดคลาสสิคอันแสนน่าเบื่อ

คนเราเบื่อ ทั้งที่มันคือสิ่งที่แสนจะเรียบง่ายและเป็นไปได้

ทุกย่างก้าวของจองยุนโฮกับคิมแจจุงก็เช่นกัน...

แค่หกเดือนมันไม่สายเกินไปหรอกเทียบกับสิ่งนี้ สิ่งที่ทั้งมั่นคงและยั่งยืนกว่า เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกใครบนฟ้ากำหนดมาแล้ว

แล้วเขาก็ยิ้มให้ชองฮวา

ชองฮวายังจ้องจุนซูตาแทบไม่กระพริบ รอยยิ้มหนึ่งถูกจุดขึ้นที่มุมปาก

หนุ่มผมสีส้มส่งจูปาจุ๊บในกระเป๋าให้จุนซูหนึ่งอัน

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ จุนซู”

จุนซูจ้องตาเขาและอะไรในนั้นก็ทำให้เขาเคลือบแคลงบางอย่างเช่นกัน

 

.
.
.

 

โจจูมินกำลังพยายามถ่ายรูปยูชอนด้วยโทรศัพท์มือถือ

ชายหนุ่มร่างผอมสูงกับผิวขาวสว่างยืนอยู่ด้านหน้าเวที บทละครที่ถูกม้วนจนยับอยู่ในมือเขา นานๆ ครั้งยูชอนจะวาดมือไปมา แล้วขยับปากเอ่ยอะไรบางอย่าง การเคลื่อนไหวของเขาเป็นอิสระ สีหน้าของเขาก็เช่นกัน มันสะท้อนทุกสิ่งที่โลกใบนี้พึงมีได้แต่ในมโนภาพ

เด็กสาวกดปุ่มซูมเข้าจนสุดเกินกว่าคุณภาพกล้องจะอำนวยแล้วกดซูมออก บางครั้งก็ทำเสียงจิ๊กจั๊กอย่างรำคาญใจ ดูคล้ายว่าเป้าหมายจะอยู่ไกลเกินไป ภาพที่ต้องการถ่ายจึงไม่สมบูรณ์ถูกใจเธอสักที

จูมินลองใหม่ เธอลองตะแคงโทรศัพท์ ใช่แล้ว...ภาพยูชอนดูจะใกล้เข้ามา...คมขึ้น...ชัดขึ้น...

แต่แล้ว...ภาพนั้นก็หายวับไป!

“แมรี่ ป๊อบปิ้นส์ไปไหนเสียล่ะ?”

จูมินสะดุ้งพลันหันไปมอง ยูชอนยืนอยู่ข้างหลังเธอแล้ว

เขาชี้ไปยังหน้าจอแล็ปท็อปของจูมินที่เปิดค้างไว้ บนแถบแสดงชื่อเบราเซอร์จั่วหัวว่า ‘ชมรมคนคลั่งปาร์คยูชอน’

“แมรี่ ป๊อบปินส์ที่เป็นคนเริ่มนี่น่ะ”

หัวใจเธอแทบวายเมื่อยูชอนตั้งต้นที่จะเลื่อนสกอล์บาร์ขึ้นๆ ลงๆ จูมินอึกอัก “รุ่นพี่รู้จักเธอด้วยหรือคะ?”

“ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก รู้แต่ชื่อน่ะ เธอเป็นคนแรกที่สร้างกระทู้แฟนคลับให้ฉัน” ยูชอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “เราเคยอีเมล์คุยกันสองสามครั้ง ฉันตอบเธอแค่ใช่กับไม่ใช่”

“แล้วตอนนี้...รุ่นพี่ยังเข้ามาดูกระทู้นี้อยู่บ้างไหมคะ?” เธอถามอีก แต่แสร้งเสมองไปทางอื่น ราวกับพยายามแสดงตัวอย่างออกนอกหน้าว่า ฉันไม่ได้ใส่ใจนักหรอกนะ ว่านายจะดูหรือไม่ดู

ว่าแล้วเธอก็น่าจะยักไหล่สักหน่อย

“ก็มีบ้าง นานๆ ครั้ง ฉันเป็นพวกชอบค้นชื่อตัวเองในกูเกิ้ลน่ะ รู้แล้วก็เหยียบไว้ล่ะ”

จูมินอยากจะกรี๊ด แต่เธอต้องอดกลั้นไว้ “รุ่นพี่น่าจะทิ้งข้อความอะไรไว้บ้างนะคะ ฉันว่าแฟนๆ รุ่นพี่คงดีใจ”

“เธอก็แฟนคลับฉันเหมือนกันหรือ?”

“เอ่อ” เธอภาวนาทุกลมหายใจเข้าออก ขอไม่ให้ยูชอนเห็นสิ่งใดที่เชื่อมโยงระหว่างซันเดย์โรสกับตัวเธอ ขณะขยับริมฝีปากที่เกือบจะเม้มติดกันจนสนิทอย่างยากลำบากว่า “เปล่าหรอกค่ะ”

“พอเข้าใจ หลายคนก็จิ้มเข้ามาแค่เพราะอยากรู้ว่านี่มันกระทู้บ้าอะไรถึงได้แอคทีฟทุกวี่วัน” ยูชอนพูด “บางครั้งการมีตัวตนขึ้นมาก็เหมือนกับสิงโตในรถละครสัตว์ที่รอให้คนแห่มาชี้ชวนกันดู”

“แต่รุ่นพี่ไม่ใช่อะไรที่ใครจะแค่มาชี้ชวนกันดูเอาสนุกนะคะ”

ยูชอนเลิกคิ้ว “เหรอ ยังไงล่ะ?”

“รุ่นพี่เป็นดาวนะคะ ใครๆ ก็ต้องอิจฉาทั้งนั้นแหละค่ะ”

ยูชอนยิ้มพอใจกับคำพูดนั้น “ฉันก็ว่างั้นแหละ”

 

To be continued...

 

ปล. รักเจ๊ ฮิฮิ :P

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยูชอน เห็นผี!!!
แต่ในรูปลักษณ์ที่ต่างจากที่จุนซูเห็นอยู่ลิบโลก
อึนนาแอบโปรปาร์คอ่ะ มาหายูชอบซะงามเชียว ไปหาน้องจุนซูสภาพยับยวบกว่ามาก 555

แต่ไม่เป็นไร
ถึงจุนซูเจออึนนานในสภาพศพบนปกหนังสือ 191
แต่เจอชองฮวาในสภาพนาบแบบปกหนังสือ GM!
ชองฮวาน่ารักมว้ากกก
ไม่ว่าจะเป็นกริยา คำพูด หรืออะไรก็ตาม
ชอบตอนที่ชองฮวาเอาจูปาจุ๊บให้จุนซูอ่ะ
น่ารักที่สุด เป็นซีนการพบกัน (อย่างเป็นทางการ)ที่เรารอคอย

ส่วนยุนแจก็ยังน่ารักกันได้อีก
ตอนนี้เราเจอเห็นคู่ที่สมกันมากมาย 2 คู่พร้อมกันเรย 5555
(หมายเหตุ 2 คู่ที่ว่าจะเป็นใครคู่ใครขอละไว้ในฐานที่เข้าใจนะ)

คราวนี้มีการกลับมาอีกครั้งของจูมินที่รอดมาได้จากลางอาฆาตคราวที่แล้ว
ยังคงเน้นย้ำว่าเขามีพฤติกรรมน่ากลัวจริงจัง
ยูชอนยังกล้าเดินไปคุยกับมันเนอะ
เกิดมันควบคุมตัวเองไม่ได้ กระโดดขย้ำปาร์คขึ้นมา
..อูย งานนี้เละเป็นเต้าหู้ชัวร์

ตอนนี้เราชอบมากเลย
(ตอนอื่นก็ชอบมาก แต่ตอนนี้เราชอบมากเป็นพิเศษ)
เป็นกำลังใจให้น้องเสมอนะ

รักน้องเหมือนกัล ^^





#1 By bonychaos (125.24.116.154) on 2009-07-13 20:22

ก่อนหน้าเหมือนเรารู้สึกว่า ข้อคิดในเรื่องมันไม่ค่อยสมูลตามเรื่อง เหมือนพยายามใส่เข้ามา แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนใจแล้วค่ะ

เนื้อเรื่องขยับไปทีละนิด อย่างละเอียดอ่อน
ค่อยๆทำให้เรารู้จัก ชองฮวา มากขึ้นอีกด้วย

ยังเป็นผู้ชายที่มีมิติในตัวเองสูงเหมือนเดิม
แพ้รอยยิ้มจริงใจของจุนซูล่ะซิ surprised smile

เนอะ คนเราชอบอะไรที่หวือหวา ผ่านมาแล้วจากไป มากกว่าอะไรที่เงียบง่าย ค่อยเป็นค่อยไปแต่ยั้งยืน...

แต่ว่า ยูชอนกำลังคิดอะไร ทำอะไร ไม่เข้าใจจริงๆ

พีเอส. เห็นวอนนิ่งด้านบน อ่า แอฟเฟคที่เกิดจากการอ่าน อาจไม่ใช่แค่ดีเสมอไปเนอะ ได้ฟังด้านลบบ้าง กระแทกแรงๆบ้าง ดีกว่าเข้ามาชมแล้วจากไป อัพไวๆนะ สนุกๆ รออยู่ เย้... แบบนี้ แย่ big smile

#2 By บลอคสวยโคตร (124.122.201.2) on 2009-07-13 21:10

ยูชอนเห็นผี...
ตกใจเหมือนกัน เหอเหอ
แล้วใครโทรหายูชอนกันล่ะ?
จุนซูกับยูชอนดีกันรึยัง??

ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้อ่าน ยุนแจ ในพาทนี้ซะแล้ว แต่ก็ยังมีชะแว้บมาให้ได้ชื่นใจ อ่านแล้วก็อมยิ้ม ...ยิ้มแบบไม่ทันตั้งตัว น่ารักน่ะ ชอบแจจุงจัง ^^


ชองฮวากับจุนซู
อะไรกัน?!
อยากรู้

#3 By *[ TangMoez ]* on 2009-07-14 00:48

*กรี๊ด * หลงชองฮวา และขอยืนยันว่าชองฮวาไม่ได้เป็นแค่ไอดอลของพวกผู้ชายหรอก เพราะผู้หญิงอย่างเราก้อหลง อิอิ
การพบกันของชองฮวากะจุนซู เป็นไรที่ธรรมดาแต่แอบรู้สึกพิเศษ มีลางเหมือนว่าจะต้องมีไรเกี่ยวข้องกันอีก แน่ซิ มีให้จูปาจุ๊บกันแถมด้วยประกายตาที่ชวนเคลือบแคลง เหอๆ สัมผัส << อ่า ~ไม่เกี่ยวแระ

ชอบซีนยุนแจ คู่นี้ไม่อวยไม่ได้ แบบว่าดูพอเหมาะพอดี ไม่หวานแต่ได้บรรยากาศน่ารักเล็กๆ
คิดเหมือนจุนซู สองคนนี้มารู้จักกันตอนนี้น่ะดีแล้ว
ดูเป็นธรรมชาติดี ชอบอ่ะ

ยูชอนพาร์ทนี้แอบหลอน บรึ๋ย !!

รอพาร์ทหน้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอ ^ ^

#4 By pattybluet (125.27.205.20) on 2009-07-14 00:49

ค่อยๆรู้จักตัวละครมากขึ้นเเรื่อยๆ
แต่ถ้าอยากรู้ปมต่อๆไป ก็ต้องตามต่อเรื่อยๆ 555
ขอบคุณนะคะคุณตอง ตอนนี้อ่านจุใจดี

#5 By Piggie on 2009-07-14 22:04

ยูชอนเจอผี!!!!!

แต่ยุนแจน่ารัก >.<

ชองฮวานี่น่าแปลกเนอะ!
แปลกตั้งแต่ตอนที่จุนซูเห็นครั้งที่แล้วแล้วล่ะ


ยังคงติดตามต่อไปค่ะ...พี่ตอง ^^

#6 By Lee MinNam (202.12.97.115) on 2009-07-14 22:42

ชอบความสัมพันธ์ของแจจุงกับยุนโฮ
มันดูค่อยเป็นค่อยไป
ชองฮวา!!! เป็นคนที่มีอะไร?

#7 By taizaaaaa on 2009-07-15 00:10

กีสสส แอบแวะเข้า exteen เจอพี่ตองอัพ
โคตรดวงสมพงค์กันเลย >///<

แต่การบ้านจะส่งแล้ว คงไม่ได้อ่านตอนนี้ ฮืออ
แอบมาเกรียนปาดไว้ก่อนน้า ~~ TT^TT

แอบลากผ่านๆ เจอฮัวซูสนองนีดดด
กร๊ดดดด มีความสุขข !!

พี่ตองสู้ๆน้า ออกเล่ม 1 ให้ทันเดือน 8 เลยเน้อ อิอิ

ปล. เดือน 8 เค้าไม่ได้ไปชัวร์แล้ว
เพราะสอบวันที่ 7/8 สอบถึง 5 ทุ่ม จบข่าว -*-

แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ~~~~

#8 By FunkyBoyZ` ♥ YS ! on 2009-07-15 01:09

อ่านตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ แต่ไม่ได้เมนท์ให้เพราะไม่สบาย เลยไปนอน
ตอนนี้ก็ปูปมไปสู่อื่นๆ (คอนนี้ยังคิดไรไม่ค่อยออกมาก แต่คิดว่าคีย์เวิร์ดที่สำคัญคือชองฮวานะคะ
ส่วนผีอึนนา แอบกิ๊กยูชอนก็ไม่บอก มีแอบไปหากันด้วย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

ตอนนี้ชอบประโยคนี้ค่ะ

ชองฮวาพูดแบบไม่มีเสียงกับยุนโฮ “กิ๊กหรือ?”

คนถูกกล่าวหาขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า ไม่วายสนองลูกบ้าพูดแบบไม่มีเสียงกลับไป “เปล่า”

น่ารักมากๆ อ่านแล้วคิดภาพตามแบบ อ๊ายจะน่ารักไปไหนเนี่ย

ชอบฟิคพี่ตอง ไม่ต้องบรรยายจนหมด ให้คนอ่านคิดเองบ้าง น่ารักดี

คิดว่าตอนต่อๆไปจูมินน่าจะบทบาทมากขึ้น
ป.ล.กล่องคอมเมนท์สวยมาก ชอบ

#9 By ไอซ์ (58.8.120.51) on 2009-07-15 12:06

อ่า ตอนนี้น่ารักจัง มีตอนชองฮวาเยอะมาก รู้สึกดีจัง
อยากรู้มากค่ะว่า คนชื่อชองฮวาเนี่ย ในความคิดคนเเต่งหน้าตาเป็นยังไงค่ะ อยากรู้ว่ามันจะเหมือนที่เราคิดรึเปล่า
เพราะคิดว่าจะหลงเสนห์เค้าอีกคนเเล้วล่ะค่ะ

#10 By marked (58.8.47.203) on 2009-07-15 15:21

โอ้วววว ..
อ่านฉากผีอึนนาตอนกลางคืนแล้วแอบขนลุกค่ะ
แค่อ่านก็สามาดหลอนได้เหมือนกันนะเนี่ย

พาร์ทนี้นุ้งแจแอบน่าัรักอ่ะ
นับวันความรู้สึกเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ
ลูกหมีก็น่ารัก .. อ๊ายยย >//<

ชองฮวามาจากทางใต้ ..
ใต้ที่ว่าคงไม่ใช่นรกหรอกนะ เหอๆๆ
(เคยดูหนังเรื่องนึง แล้วเค้าพูดอย่างนี้อ่ะค่ะ เอิ๊ก)

เรื่องนี้ของพี่ตองอ่านแล้วแอบรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังฝรั่งเลยอ่ะ
ต่อเร็วๆนะคะ ไฟท์ติ้งๆ confused smile

#11 By andante12626 (161.200.62.185) on 2009-07-15 15:53

ปลาบปลื้ม
มาต่อแล้ว ลุ้นอยู่นะคะ
แต่ตัวละครเยอะมาก
อ่านแล้วต้องมาอ่านอีก

#12 By noony (58.137.10.190) on 2009-07-15 17:20

น้า น น น
เอาเข้าแล้วปาร์คเจอของดีแต่เจอแล้วปารคไม่ยักกะรู้สึกอะไร
อ่านไปต่นเต้นอย่างแรง
แบบว่า "เห้ย?? จะทำไงต่อ" สรุกอึนนามาทำไมแล้วมาทำอะไรจะบอกเบาะแสหรือเปล่า? ตอนนี้คิมจุนซูกะปาร์คยูชอนเจอแล้ว ..แล้วต่อไปอ่า
ตื่นเต้นมากๆเลยอ่า
จะเป็นยังไงต่อ กรี๊ด ด ลุ้นทุกตอน..ว่าไปแล้วอ่านฟิคเรื่องนี้กี่รอบต่อกี่รอบก็ตื่นเต้นแล้วก็ลุ้นแทบจะทุกลมหายใจ ไม่เบื่อเลย .. ชองฮวาจริงๆแล้วเป็นคนยังไงกันแน่ จะแอบชอบคิมจุนซูอ่ะเปล่า เห็นมองตาไม่กระพริบกันเลยทีเดียว กรี๊ด ด ขอกรี๊ดดังๆอีกรอบ
ลมไปว่ายูซูเขาคนดีกันแล้ว แต่ว่าพาร์ทนี้ขอยกให้ยุนแจ เป็นอะไรที่น่ารักมากๆเลยอ่ะ อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความรักอันแสนบริสุทธิ์และสวยงามแบบว่าคิมแจน่ารักมากๆเลย แสดงว่าคิมแจเริ่มชอบยุนเข้าแล้วจริงๆ
ชอบมากๆเลยอ่ะ เป็นฟิคที่มีครบทุกอารมณอ่านนานเท่าไร อัพมากแค่ไหนก็ไม่เบื่อ
แล้วมาต่อไวๆนะค่ะ
รอฟิคเร่องนี้เสมอ

#13 By ZeNsE .dAyZ on 2009-07-15 17:50

คุณชายปาร์คเริ่มโดนกับตัวเองแล้ว
เหอๆๆๆ (รู้สึกหลอนแทนนิดหน่อย ยังดีที่ไม่ค่อยรุนแรง)


“เปล่า เลิกจูปาจุ๊บ” คำตอบนี้โดน
อยากเห็นรอยยิ้มตาหยีของเจ้าของคำพูดนี้ด้วยอ่ะ


บรรยากาศการพบกันช่างละมุนละไม
อยากไปอยูในเหตุการณ์จริง
อย่างไปสอดส่อง 555


วู้ววววว มีแต่คนน่ารักเหอะ *ยิ้มหน้าบาน*

#14 By kokoro on 2009-07-15 18:20

ชองฮวาน่ารักป้าดดดด 5555
โอ้ววววววววววว
ทำไมอึนนามาหาปาร์คแบบไม่หลอนอ่ะพี่ตองง
เอิ๊กกกกกกกกกกกกกกกกกก
อยากรู้ ตกลงเธอโผล่มาทีนี้
เพื่อสื่ออะไรกันแน่ อ้ากกกกกก

ตอนนี้น้องกะชองฮวาพบกันอย่างเป้นทางการ
ว้าวววววว น่ารักก ชอบตอนให้จูปาจุ้บบบ ><
กิ้ดดดดดดดดดดดดด

โอ้ววววว ,, ปาร์คคคค
แหมม น่ากลัวแทนปาร์คงื้ม
นี่ถ้าปาร์ครู้คงสะดุ้งเนอะะ
ตัวตั้งตัวตีกระทู้ชมรมนั้นเกิดจากเธอคนนี้ = =
โว้วววววว ,,

แต่ปาร์คกะน้องดีกันแล้ววว
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก

ตอนแรกว่าจะไม่ได้แวะมาแล้วว
เพราะตอนนี้อยู่ช่วงมิดเทอมเทสส
5555 แต่ก็มาจนได้ และเจอตอน 11
ดีใจมากมายยยยยยยยยยย T^T

รอตอนต่อไปฮะะะ พี่ตองสู้ๆน้าา : )

#15 By NUBYE* (125.27.49.19) on 2009-07-15 20:20

ในที่สุดปาร์คก็เจอบ้างละ
ฮ่าๆๆ
เมื่อไรยูซูจะดีกัน
เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^

(แอบรู้สึกผิด อ่านมาตั้งนาน
พึ่งเม้นครั้งแรก sad smile )

#16 By WHISKY on 2009-07-15 21:48

ที่ยูชอนบอกจุนซูไม่ให้พูดเรื่องผีนี่ทำเป็นเข้มนะ -"-
จริงๆเเล้วกลัวก็บอกมาเหอะ
อิอิ สมน้ำหน้าโดนผีหลอกกกก มาหลอกปาร์คบ่อยๆน้า
จะได้รู้ซักทีว่าคิมจุนไม่ได้เพ้อเจ้อ

ตลกชองฮวาาา เลิกชุ๊บปาจุ๊บ คิดได้ไง
มีกระแสเป็นของตัวเอง ดื่มหนัก สูบจัด ทว่า...งดงาม หล่อแบบมีไสตล์ ไม่เคยปรุงแต่ง
หลงอะคะ หลงงงงง >< ชองฮวาดูเปนคนที่เปิดเผย เเต่ว่าลึกลับ
เหมือนเลือกที่จะเเสดงออกเฉพาะด้านที่อยากให้คนอื่นเห็น
เเล้วตอนที่เจอกับจุนซู ทำไมบรรยากาศของ2คนนี้เเปลกๆ มันคืออะไรกัน

"ก็มีบ้าง นานๆ ครั้ง ฉันเป็นพวกชอบค้นชื่อตัวเองในกูเกิ้ลน่ะ รู้แล้วก็เหยียบไว้ล่ะ”
-"- ไม่ค่อยจะหลงตัวเองง เรื่องนี้ตัวละครที่เราหมั่นไส้ที่สุดคือปาร์คยูชอน
เป็นบุคลิกที่น่าตบกะบาล จิงๆให้ตายเหอะ

รอตอนต่อไปนะคะ
เห็นเรื่องนี้อัพทีไรน้ำตาจะไหล ><
ยังสนุก ลึกลับ เเล้วก็มีอารมณ์ขันเหมือนเดิม ^___^

#17 By Ehaln (124.121.125.112) on 2009-07-16 00:49

ยูชอนก็เห็นอึนนาเหรอเนี่ย? น่ากลัวววววว
เธอเฮี้ยนแรงจริงๆค่ะ หรือว่าต้องการจะบอกอะไรกันแน่น้อ?

ชองฮวาเป็นคนแปลกๆ แต่ก็เท่ห์ดีค่ะ
เหมือนมีปมอะไรซ่อนอยู่ในใจ
แต่ไม่น่าจะเป็นคนไม่ดีหรอก ใช่มั้ยคะ? แหะๆ

พออ่านไปถึงตอนที่แจจุงกับจุนซูเข้ามาบรรยากาศชวนอึดอัดเล็กๆก็ค่อยดีขึ้นมาหน่อย
แอบดีใจแทนยุนโฮ ความสัมพันธ์กับแจจุงก็เริ่มดีขึ้นแล้วสินะ
เอาใจช่วยคู่นี้เต็มที่เลยค่ะ ^^

ปล.ปาร์คนี่หลงตัวเองเหมือนกันนะ ๕๕๕+

#18 By junghyeae on 2009-07-16 18:34

ดีใจที่พี่มาต่อเรื่อง

ในที่สุดชองฮวากะจุนซูก็เจอกัน

ว๊ากกกกกกกกกกก

อยากให้จุนกะชองฮวากิ๊กกัน

เอ้ยไม่ได้ๆๆๆๆ

แหะๆ

เรื่องชักสนุกขึ้นทุกทีๆ
แม้พี่จะนาน ๆ ทีมาอัพ
แต่ว่าแต่ละตอนหนูใช้เวลาอ่านนานมาก
ค่อย ๆ อ่าน เพราะทุกตัวอักษรมีอะไรแฝงไว้

สู้ๆ ต่อไปนะค่ะพี่ตองก้า

#19 By (114.128.107.123) on 2009-07-18 22:15

อ่านพาร์ทนี้จบแล้วต้องบอกว่า ปาร์คหลงตัวเองมากมาย wink wink wink

ไม่ใช่น้อยๆ นะนั่น ชอบค้นชื่อตัวเองในกูเกิ้ล อู้ย!!!!ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ sad smile sad smile

แต่ก็ดีใจนะที่ดีกับจุนจังแล้ว เย้ๆๆ จุนจังจะได้กลับมาสดใสมีชีวิตชีวาเวียทีbig smile

ชอบที่ยุนโฮพูดตอบโต้กับชองฮวาอ่ะ แหม แจจุงไม่ใช่กิ๊กหรอกนะ เป็นว่าที่แฟนในอนาคตอันใกล้ต่างหาก surprised smile cry cry

จุนจังกับแจจุงเข้ามาร่วมวงคุยด้วยทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายดีจังdouble wink

ชองฮวามีแอบให้ลูกอมจุนจังด้วย คิดอะไรป่ะเนี่ย big smile big smile

รอติดตามคดีฆาตกรรมต่อไป ผีอึนนาเริ่มออกมาหลอกหลอนคนอื่นๆ แล้ว บรื้อ!!!!! น่ากลัวอ่ะ

ชอบเรื่องนี้จังเลย double wink confused smile สู้ๆ จ้าคุณตอง

#20 By มดง่าม (124.121.18.102) on 2009-07-24 10:02

เหมือนจะมีอะไรลึกซึ้งระหว่างการพบกันของ
ชองฮวากับน้องจุนจัง...

ปล..ชองฮวา ผู้ชายคนนี้ค่อดเท่ห์เลยอะ

#21 By loverken (202.176.80.121) on 2009-07-25 12:11

ผีอึนนาต้องการไรเนี่ย
มาตามหลอกหลอนคนจังเลย

#22 By *TheBellEst* on 2009-08-06 22:27

นอกจากผู้ชายหัวส้มคนนั้นจะเป็นผู้ชายในอุดมคติของผู้ชายด้วยกันแล้ว

คนคนนั้น .. ยังเป็นผู้ชายในอุดมคติของข้าน้อยอีกด้วย
กรั่กๆ

#23 By ayaki-o (58.8.139.244) on 2009-08-15 18:25