Can I Love You? (35)
posted on 25 Jul 2008 10:24 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
35. เคนส์ตายเสียแล้ว
ณ เวลานี้ ชางมินไม่อาจแยกแยะได้เลยว่าเรื่องใดคือความจริง แล้วสิ่งใดคือภาพฝันที่สมองอันเกือบจะมึนตึงของเขาจินตนาการขึ้นมา ความฝันมักจะใกล้เคียงความเป็นจริงอย่างเหลือเชื่อเสมอ พวกมันกล้ำกราย หลอกลวง แล้วสลายหาย ถึงแล้วกระนั้นก็แสนงดงาม แตกต่างจากความจริงที่แสนโหดร้าย
ชางมินไม่อยากตื่นจากฝัน
ในเวลาที่เขามีจุนซูอยู่ในอ้อมแขน นอนขดกาย ใบหน้าสะสวยเอนแนบแผงอกเขา ต้องแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าจนแลดูคล้ายกำลังส่องประกาย
จุนซูที่เขารัก...
รักมากจนบางทีก็ไม่อาจแยกแยะได้อีกว่าแท้จริงแล้ว จุนซูคือความจริงหรือความฝัน บางทีคิมจุนซูอาจจะไม่เคยมีตัวตน ตัวตนของคิมจุนซูอาจจะว่างเปล่า เขาหลงรักคิมจุนซูอย่างหัวปักหัวปำ หลงรักความว่างเปล่าที่ทำให้เขาทนทุกข์ทรมานตลอดมา
ไม่หรอก นี่ไม่ใช่ความฝัน
อย่างน้อยเด็กหนุ่มก็เฝ้าภาวนาให้เป็นเช่นนั้น
พวกเขามีกันและกันอย่างนี้มาเป็นเวลาสามวันสามคืน สามวันสามคืนที่เอาแต่หมกตัวอยู่ด้วยกันในห้องนี้โดยไม่ละไปไหนนอกจากเวลาอาหาร สามวันสามคืนที่จุนซูเอ่ยปากบอกว่าจะรักแต่เพียงเขา ไม่มีคนอื่นเข้ามากั้นกลาง สามวันสามคืนที่พวกเขาพลอดรักอย่างดื่มด่ำ กอดก่ายกันและกัน ซึมซับความหอมหวาน ชดเชยเวลาหลายต่อหลายปีที่ละเลยปล่อยให้ความเป็นเพื่อนมาขีดเส้นกั้นขวางให้พวกเขาอยู่ใกล้แต่ดูเหมือนห่างไกล
สามวันสามคืนที่ชางมินไม่ได้ยินชื่อปาร์คยูชอนจากริมฝีปากน้อยๆ คู่นั้น
สามวันสามคืนอันแสนสุข หากก็ชวนให้ใจหวาดหวั่น...
อะไรๆ ที่เฝ้าโหยหา บทจะได้มันก็ได้มาอย่างง่ายดายเช่นนี้เลยหรือ?
“ชางมิน” เสียงอู้อี้นั่นฉุดชางมินให้ตื่นจากห้วงความคิดเรื่อยเปื่อย จุนซูขยับกายเบื้องใต้ผ้าห่มสีขาวสะอ้าน ผิวกายอันเปล่าเปลือยสัมผัสกันแผ่นเบาราวจุมพิตของแสงจันทร์ “กอดฉันอีกสิ”
เด็กหนุ่มร่างสูงรั้งคนข้างกายเข้ามากอดไว้ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ปิดช่องว่างระหว่างกัน ความร้อนเร่าอวลคละคลุ้งไปทั่วสรรพางค์กาย เป็นกลิ่นอายและบรรยากาศที่ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจากช่วงเวลาแห่งความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน
ชางมินประทับจูบเบาๆ บนริมฝีปากสีเชอรี่ที่แสนอ่อนนุ่ม เป็นความรู้สึกเดิมๆ ที่เคยได้แอบลักลอบสัมผัสโดยที่อีกฝ่ายจะไม่มีวันรู้ หาก ณ วันนี้ วินาทีที่จุนซูส่งปลายลิ้นล้ำเข้ามาในโพรงปาก เขารู้สึกใจหาย...
นี่คือโลกแห่งความจริงหรือว่าเป็นเพียงภาพฝันที่เขาสร้างขึ้นกันแน่
แน่นอนอยู่ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะรักจุนซู และจะรักแต่จุนซูเสมอไป
แต่เด็กหนุ่มห้ามใจให้คิดไม่ได้จริงๆ ว่า แล้วจุนซูที่แสนไร้เดียงสาคนนั้นล่ะ ความฝันหรือความจริง?
ใครกันแน่คือตัวจริง?
ใครกันแน่ที่เปลี่ยนไป?
.
.
.
เขามันโง่
นอกจากจะโง่งี่เง่า แถมยังขี้ขลาด
ยูชอนไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ที่เขาเอาแต่นั่งนิ่งอยู่ในรถ กรอกสายตาผ่านเลนส์แว่นเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายที่เดินสวนกันไปมาขวักไขว่ บางคนเมื่อดูผลสอบจากกระดานประกาศแล้วก็ทรุดตัวลงร่ำไห้ กอดซบมารดาด้วยความผิดหวัง และบางคนก็ถึงกับลิงโลด กระโดดจนตัวลอยยามที่แสงสว่างของอนาคตที่คงจะเรียบลื่นและรุ่งโรจน์ส่องกระทบใบหน้า
โลกที่หมุนวนผันเปลี่ยนไปไม่เว้นแต่ละวันก็ไม่อาจเปลี่ยนค่านิยมบ้าๆ นี่ได้เลยสินะ
น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน
แต่ค่านิยมเป็นอมตะ ฆ่าไม่ตาย แถมยังแข็งแกร่งโชว์ภูมิปัญญาที่แสนด้อยอารยะ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงวงวนแห่งความทุกข์ การก่อกรรม การชดใช้กรรม และความหวาดหวั่นในความเป็นมนุษย์ที่พื้นที่ในสมองกลวงๆ อัดแน่นไปด้วยความกลัวจน กลัวอด กลัวตาย กลัวไม่เป็นที่นับน่าถือตาอันแสนน่ารังเกียจ
เขาก็เป็นหนึ่งผลผลิตที่ได้จากค่านิยมนั้น
ปาร์คยูชอน นักเศรษฐศาสตร์หนุ่มดาวรุ่งอนาคตไกลที่กลัวจน กลัวอด กลัวตาย กลัวไม่เป็นที่นับหน้าถือตา…
บรรยากาศวันประกาศผลการสอบวัดพื้นฐานเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศในปีนี้ดูไม่ต่างอะไรกับเมื่อสิบปีที่แล้ว เป็นความรู้สึกเหมือนที่ขัดแย้งกันอยู่ในที มีทั้งคนดีใจจนต้องกรีดร้อง และเสียใจจนต้องกรีดร้อง แต่หลักๆ แล้วทุกคนจะต้องกรีดร้องแน่ อย่างน้อยก็เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ ความเครียด ไม่ก็ความเคียดแค้นสะสมมาตลอดระยะเวลาการติวเข้ม ก่อนที่วันตัดสินชะตาชีวิตทั้งชีวิตจะมาถึง
มันสมควรแล้วหรือ?
ริมฝีปากอิ่มของชายหนุ่มค่อยๆ คลี่ยิ้ม หลายครั้งที่เขาเพ้อคิดไปว่ายังคงเห็นตัวเองในชุดนักเรียนมัธยมปลายปะปนอยู่กับผู้คนเหล่านั้น กำลังกรีดร้องเช่นกัน แต่เป็นเสียงกรีดร้องแห่งความยินดีปรีดา
ความทรงจำมันอยู่ใกล้เรานิดเดียวเท่านั้น เพียงแค่คุณหัดพลิกอีกด้านของหัวใจคุณดู
คิดแล้วก็ตลกดีนะ หลายคนบอกว่าความทรงจำเป็นเรื่องดี แต่อดีตเป็นเรื่องอุบาทว์ชาติหมา สมควรรีบลืม ทั้งที่มันก็คงไม่แตกต่างกันเท่าใดนักหรอกไม่ใช่หรือ?
อันนี้ก็เป็นเรื่องของค่านิยมอีกเช่นกัน
ชั่วขณะเดียวที่จิตใจวอกแวกไปยังเรื่องอื่น เมื่อนั้นเองที่ภาพของเด็กชายร่างเล็กในชุดเครื่องแบบโรงเรียนลูกผู้ดีปรากฏเข้ามาในสายตา ภาพนั้นคงจะลางเลือนและกลืนหายไปกับฝูงชนเหมือนภาพอื่นๆ เป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ละลานตา หากในความรู้สึก...ภาพนี้ราวกับพุ่งขึ้นมากระทบ เหมือนลูกกระสุนที่ยิงจ่อเข้าในแก้วตา
คิมจุนซู...
จุนซูมากับเพื่อนชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดลำลองสบายๆ เด็กชายคนนั้นมีผิวสีคร้ามไอแดดที่งดงาม เครื่องหน้าดูแปลกตาที่แสนลงตัว
เพื่อนที่ยูชอนไม่แน่ใจว่าจุนซูเคยมี
เขาคอยยืนอยู่ใกล้ๆ จุนซูเสมอ กุมมือจุนซูเอาไว้ สีหน้าของเขาแลดูกระวนกระวายเมื่อจุนซูกระวนกระวายใจ และดูทุกข์ระทมยามเมื่อใบหน้าของจุนซูมีน้ำตา
ยูชอนไม่กล้าไปทักทาย รีบเอนกายแนบเบาะนั่งด้วยเกรงจะมีใครสังเกตเห็น เขาได้แต่มองภาพนั้นอยู่ไกลๆ เห็นจุนซูร้องไห้ หลังจากที่ใช้เวลาพักใหญ่ไล่รายชื่อตั้งแต่ท้ายกระดานจนถึงหัวกระดาน
ลูกศิษย์คนเดียวของเขา...สอบไม่ผ่าน...
ยูชอนรู้สึกเจ็บปวด เขาไม่เคยทนรับได้กับความพ่ายแพ้และสิ้นหวัง ตลอดทั้งชีวิตเขาไม่เคยมาก่อนที่จะพาตัวเองเข้าไปเฉียดใกล้กับความล้มเหลว หากครั้งนี้ เขาผิดต่อจุนซูอย่างไม่น่าให้อภัย เขาตอบตกลงเป็นอาจารย์พิเศษสอนเด็กชายและมีหน้าที่ต้องทำทุกวิถีทางให้จุนซูสามารถผ่านการสอบคัดเลือกครั้งนี้ แต่ไม่เลย...เขากลับตกหลุมรักลูกศิษย์ของตัวเอง ปิดท้ายด้วยการนอนกับเขาเป็นการส่งท้าย ก่อนจะเดินจากมา
สมควรแก่การถูกประณามจริงๆ
“แต่จะทำยังไงได้ล่ะวะ” ยูชอนหัวเราะหยันกับตัวเอง
นั่นสิ...เขาจะทำอะไรได้ ถึงแม้จะรู้สึกผิดมากแค่ไหน แต่ก็จำเป็นต้องลืมมัน ชีวิตของเขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ จุนซูเองก็เช่นกัน ปล่อยให้เป็นแบบนี้คงจะดีกว่าสำหรับทั้งเขาและตัวจุนซู คงต้องปล่อยไปตามยถากรรม
จุนซูอยู่ตรงนั้นได้เพียงไม่นาน ในที่สุดเขาก็จากไป เมื่อร่างเล็กลับสายตาแล้ว ยูชอนจึงก้าวลงจากรถ เดินตรงไปยังบอร์ดประกาศรายชื่อ
เขาใช้เวลานานมากทีเดียวในการเบียดเสียดเข้าไปท่ามกลางกลุ่มมนุษย์ที่แสนบ้าคลั่ง แล้วค่อยๆ ไล่หารายชื่อไปทีละบรรทัด
ไม่มีชื่อคิมจุนซู
ไม่มีแม้แต่จะบอกให้รู้เลยว่าเขาสอบได้คะแนนเท่าไหร่ ถึงไม่สมควรได้รับการพิจารณาให้รั้งชื่ออยู่อันดับสุดท้ายของป้ายประกาศก็ยังดี
ยูชอนรู้สึกสิ้นหวังเป็นกำลัง ทำท่าจะผละจากไป
แต่เดี๋ยว...
ที่กระดาษแผ่นแรก ริมสุดของบอร์ด เขาเห็นชื่อคิมจุนซู
คิมจุนซู สอบวัดระดับพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ได้คะแนนเป็นอันดับที่สามของประเทศ
To be continued...

คงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอก ฮี่ๆ(เคยเดามา17รอบ เดาไม่เคยถูกคับ5555+ ) พี่ตองหักเหลี่ยมโหดตลอด
นี่ตกลงน้องจุนซูก็เอาชางมินไว้รักษาแผลใจใช่มะ แต่แหม อยู่ด้วยกันซะตั้งสามวันเลยนะ อิอิ
แล้ววิธีการดูผลสอบของน้องนี่แปลกเนอะ ตามประสาคนเรียนเก่งรึป่าว ลุ้นจากท้ายกระดานมา แบบว่าถ้าเป็นเราท้ายกระดานแผ่นสุดท้ายไม่มีชื่อ มันก็คงไม่มีชื่อแล้วล่ะ 555 ไปเจออยู่แผ่นสุดท้าย หมายถึงเป็นอันดับต้น น้ำตานั้นคงมาจากความดีใจนั่นเอง ชางมินอยู่ด้วยตลอด คุคุ
ปาร์คโง่ไม่รู้จักลูกศิษย์ตัวเองหรือไง แล้วนี่มาดูผลสอบทำไม อย่าบอกว่ามีใจ
ถ้าน้องสอบผ่านได้อันดับดีขนาดนี้ หมายความว่าเดี๋ยวจะได้เจอปาร์คที่ไหนซักแห่งป่าวคะ โอ๊ แทบรอไม่ไหว
#1 By ChAo ChAo (202.57.129.99) on 2008-07-25 10:53