:: เปิดจองรวมเล่ม Can I Love You? ::

วันนี้ - 25 สิงหาคม 2551

 

 

Can I Love You? (30)

posted on 02 Jun 2008 11:13 by bleaf-me  in can-i-love-you

Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13

 

30. เหมันต์

 

จุนซูเกาะขอบประตูที่ถูกเปิดอ้าค้างไว้ มองแผ่นหลังของยูชอนที่ดูนิ่งงันราวรูปสลัก แสงทองของพระอาทิตย์ยามเช้าตกกระทบลงบนหยดน้ำเล็กๆ ที่เกาะพราวบนผิวขาวสะอาด เส้นผมสั้นๆ สีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าดูพร่าเลือนและวูบไหวเมื่อพิจารณาด้วยสมองที่มึนตึงและสายตาที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ มือเล็กกระชับขอบประตูมั่น พยุงตัวเองเดินไปหาคนที่ไม่รู้ในยามนี้จะกำลังมีสีหน้าเช่นไร

ร่างสูงนั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟาตัวยาว กำหูโทรศัพท์ค้างไว้ตั้งแต่ก่อนเขาตื่น นัยน์ตาลึกล้ำทอประกายระยับคู่นั้นแลดูเลื่อนลอยเหลือเกิน ว่างเปล่า...ราวกับไม่ใช่ดวงตาคู่เดิม ของคนคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก

“ครูยูชอน”

ยูชอนสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเสียงหวานที่เคยคุ้นแล่นกระทบโสตประสาท เขาเพียงเหลือบมองจุนซูเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีแกล้งเสมองไปทางอื่น

“ครูฮะ...”

เนื้อเสียงหวานใสที่ก้องกังวาน ฉุดให้หัวใจของเขาเพริดคิดไปถึงรสสัมผัสที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผิวกาย ความหอมหวานที่แม้จะพยายามสลัดมันออกไปอย่างไรก็ยังไม่หมดลง ภาพแสนสวยที่ขยับไหวอยู่เบื้องหน้านั้น แม้จะพร่าเลือนไปบ้าง แต่ก็ยังจำได้เจนตา

เรือนร่างของจุนซู กลิ่นหอมของจุนซู

สุ้มเสียง...

แววตา...

ยูชอนรู้ เมื่อคืนเขาไม่ได้เมาสักนิด

“ไปอาบน้ำเก็บเสื้อผ้าเถอะ ผมจะออกไปธุระ บ่ายๆ จะมารับคุณไปส่งที่บ้าน”

“ครูยูชอน”

คำที่ใช้เรียกนำหน้าชื่ออย่างเทิดทูนมาตลอดเวลาหลายเดือน กลับกลายเป็นเพียงแค่คำหนึ่งคำที่ไร้ความหมายและชวนให้ละอายแก่ใจทุกครั้งที่ได้ฟัง ยูชอนวางหูโทรศัพท์กลับลงแป้น ก่อนจะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจากที่ที่เคยนั่ง แก้วนัยน์ตาสีเข้มเพ่งมองพื้นราวกับพยายามจะขจัดจุนซูออกไปจากสายตา

“อย่า” ชายหนุ่มตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แม้ความจริงจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผากและสากระคายราวกับมีเม็ดทรายอยู่ท่วมอก “อย่าเรียกผมอย่างนั้นอีก...ขอร้อง...”

 

.
.
.

 

เข้าใจแล้ว...งั้นหรือ?

ไม่มีทาง

บอกหัวใจตัวเองแล้วว่า...ยังไงก็ไม่เข้าใจ

ไม่มีเหตุผลมากพอที่จะทำให้เข้าใจ

จุนซูหย่อนกายลงในอ่าง เฝ้ามองผิวน้ำไหว เงี่ยฟังเสียงน้ำที่ไหลออกจากก๊อกแผ่วเบาลงทุกที

ล้นแล้วสินะ...

เขาได้แต่ทบทวนความรู้สึกตัวเอง ความอบอุ่นที่เคยโอบกอดร่างกาย ภาพร่างของสถานที่ที่อยากจะฝังกายไว้ตลอดไปในความฝันหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงซากปรักหักพังของสิ่งที่เคยสวยงามที่สุด ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง

เขานั่งกอดเข่า ดวงตากลมใสแจ๋ว เหม่อมองไปข้างหน้าราวกับสามารถมองผ่านกำแพงหินอ่อนสีงาช้างนั้นไปได้ เขาไม่รับรู้สิ่งที่เห็น ไม่ได้ยินเสียงน้ำที่ค่อยๆ ล้นออกจากอ่างจนพื้นห้องนองไปด้วยน้ำ แม้แต่หัวใจก็ยังคงไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งนั้น

ไม่มีน้ำตาสักหยด เพราะไม่มีเรื่องเศร้า

แล้วอีกอย่าง... คิมจุนซูก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ

ทั้งๆ ที่บอกตัวเองอย่างนั้น แต่แล้วทำไมเช้าวันนี้ถึงไม่สดใสอย่างที่เคยเป็น ไม่เหมือนเมื่อคืน ไม่เหมือนเมื่อวาน ไม่เหมือนทุกวัน

จุนซูซุกปลายจมูกที่เริ่มเรื่อสีแดงลงบนเข่า วักน้ำขึ้นลูบต้นขา รอยสีกลีบกุหลาบที่ปรากฏชัดบนผิวเนื้ออ่อนบางดูแปลกตาเมื่อมองเห็น เขาเริ่มสังเกตว่ามีมันอยู่เต็มไปหมด...

ลำคอ หน้าอก หน้าท้อง น่องขา...

มากมายเหลือเกินบนร่างกายนี้

นัยน์ตากลมใสจับจ้อง เขาเอียงคอมองอย่างน่ารัก ผิดแต่ภาพสะท้อนในแววตาคู่นั้นที่แลดูร้าวรานและแหลกละเอียดยิ่งกว่าเศษแก้ว ปลายนิ้วที่กดลงไปบน ‘รอยแผล’ ราวกับอยากจะกำจัดมันทิ้งเสียให้หมด ยิ่งพยายามขัดมันออกด้วยใยอาบน้ำเนื้อหยาบ ก็ยิ่งรังแต่จะสร้างรอยแผลใหม่ที่แสบและมีเลือดไหลซิบ

จุนซูออกแรงขัดมากขึ้น ขัดจนผิวบอบบางถลอก

รอยแผลก็ยังไม่จางลงไป เหมือนภาพเก่าๆ ที่ดูจะยิ่งชัดเจนขึ้นในความทรงจำ

ประกายประหลาดในแววตาของยูชอน...ก่อนที่อาจารย์หนุ่มจะหลบตา เพียงแวบเดียวแต่เขาก็หลงรักมัน แววตาคู่นั้นปรากฏอย่างชัดเจนและยาวนานอีกครั้งเมื่อคืน ยูชอนมองเขาอย่างนั้น...ไม่ใช่เพราะรู้สึกเหมือนกันหรอกหรือ?

บอกหัวใจตัวเองแล้วว่ายังไงก็ไม่เข้าใจ

หรือเป็นหัวใจตัวเองกันแน่...ที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย

จุนซูกอบโกยลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะดิ่งกายหายลงไปใต้น้ำ เขากลั้นหายใจยาวนาน... ได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่า อย่างน้อยการลองตายไปเสียในช่วงระยะเวลาสั้นๆ อาจจะทำให้อะไรดีขึ้นมาบ้างก็ได้

 

.
.
.

 

“ใช่ค่ะ ทางเรายินดีมากที่จะได้ร่วมงานกับคนมีความสามารถอย่างด็อกเตอร์”

ผ่านไปหลายวินาที กว่าคำพูดง่ายๆ จะหลุดผ่านริมฝีปากอวบอิ่มของหญิงสาวตรงหน้า ยูชอนรู้สึกลำคอแห้งผากขณะพยายามกลืนน้ำลาย

ใจหนึ่ง...เขากลัวกับคำพูดของสาวสวยผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของตลาดหลักทรัพย์

แต่อีกใจหนึ่ง...เขากลัวว่าอะไรสองอย่างจะหล่นตุบหลุดออกมาจากเสื้อสูทคอกว้างซึ่งถูกสวมใส่ไว้อย่างอิสระจนเกินงาม ทุกครั้งที่เจ้าหล่อนค้อมตัวลงเพื่อมองหน้าเขาผ่านช่องว่างของกรอบแว่นตาไร้กรอบทรงทันสมัยนั้นโดยไม่จำเป็น

“จริงหรือครับ?”

“เงียบไปนานสินะคะ” เธอเกาะปากกาลงบนพื้นโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ฟังดูคล้ายกับระเบิดเวลาที่จวนเจียนจะระเบิด

“ครับ นานจนผมคิดว่าคงต้องผิดหวังซะแล้ว”

“ความจริงไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ที่เราเงียบหายไป เราไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องด็อกเตอร์เลย”

“ยังไงหรือครับ?” ยูชอนเลิกคิ้วถาม

“เรากำลังรอตำแหน่งว่างค่ะ ตำแหน่งที่สมเกียรติสมฐานะของด็อกเตอร์”

“หมายความว่า...”

“ใช่ค่ะ เราเว้นตำแหน่งที่ปรึกษาและหัวหน้าฝ่ายวางแผนการลงทุนให้ว่างไว้สำหรับด็อกเตอร์ นั่นหมายความว่า...”

“ผมจะได้กลับไปทำงานที่อเมริกา”

“ใช่ค่ะ วอลสตรีท นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา”

ตลกดีนะ ว่าไหม...

 

.
.
.

 

โครม!

ชายหนุ่มมาดดีในชุดสูทมีราคากระแทกประตูรถปิดโครมดังราวฟ้าถล่ม หลังจากโยนเอกสารสำคัญเข้าไปที่เบาะหลังแล้ว

ปัง!

“เวรเอ้ย!” ยูชอนอุทาน พลางสะบัดมือด้วยความเจ็บปวด ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่ากับอีแค่การเอามือตบหลังคารถยุโรปเกรดพอใช้เพียงเพื่ออยากระบายอารมณ์เท่านั้น เจ้าเพื่อนยากราคาหลายล้านจะตอบแทนเขาจนระบมขนาดนี้

ไม่รู้เพราะอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏอยู่รอบกายถึงได้ดูแสนน่ารำคาญ ขัดหูขัดตา เกะกะขวางทางไปเสียหมด แสงแดดงี่เง่านี่แยงตาเป็นบ้า ก้อนเมฆหน้าตากวนประสาท แม้แต่ลมที่พัดก็หน้าด้านเหลือเกิน...

ปาร์คยูชอนในยามหงุดหงิดเช่นนี้ สภาพก็ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากผู้ชายงี่เง่าที่กำลังฟาดงวงฟาดงา พาลจนสามารถเตะหมา ต่อยรถ ล้มถังขยะตามรายทาง หรือแสดงพฤติกรรมอะไรก็ตามที่บ่งบอกถึงความไร้การศึกษา ด้อยจิตสำนึก และมารยาทสังคมโดยสิ้นเชิง

“นรก!” เขาสบถเสียดัง “ทำกูได้นะมึง”

ทันทีที่เหลือบตามองล้อแม็คเงาวับลายเก๋ถูกล็อค พร้อมใบสั่งที่ถูกแปะหราเหน็บไว้กับที่ปัดน้ำฝนอย่างโดดเด่น แม้ประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นจะคอยเตือนเขา แต่ความอัดอั้นที่ติดค้างอยู่ในใจก็ทำให้ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะเหวี่ยงเท้าเตะล้อรถซ้ำ บันดาลโทสะไปอีกที

“เจ็บตีนชิ๊บ...”

แหงล่ะ...

ยูชอนเอนหลังพิงรถ ก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นถนน เขาแลดูแก่ขึ้นหลายปีเพียงชั่วเวลาไม่ถึงชั่วโมง คำพูดของฝ่ายบุคคลสาวตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่งผ่านหูมาเมื่อครู่ก็ยังคงดังก้องกังวานอยู่ในหัว

เธอไม่มีพิษภัย ข่าวที่หล่อนนำมาบอกก็เป็นเรื่องที่เขารอคอยจะฟังมาตลอด เธอและตลาดหลักทรัพย์ยื่นข้อเสนอที่ดีเยี่ยมให้กับเขา ทางออกที่สวยงาม มีบานประตูที่แสนรุ่งเรืองให้เลือกเปิด มีความเจริญก้าวหน้ารออยู่

วันนี้ควรจะเป็นวันที่ดีที่สุดอีกวันหนึ่งในชีวิตของเขา

แต่...จุนซู?

เรื่องของจุนซูยังคงรบกวนเขาอยู่ตลอดเวลา

คำว่ารักของจุนซู การกระทำของเขา

ช่างน่ารังเกียจ...

“นายพูดถูกยุนโฮ คนอย่างฉัน...จะเป็นครูได้ยังไง” เสียงพูดเคล้าลมหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยระบายออกจากริมฝีปากเขา “อาชีพที่มีแต่ให้โดยไม่หวังผลกำไรน่ะ มันไม่ใช่ฉันสักนิด”

 

.
.
.

 

บรรยากาศระหว่างขาไปและขากลับแตกต่างกันนัก เสียงพยากรณ์อากาศสาวกำลังรายงานสภาพอากาศจากวิทยุรถยนต์คันเดิมอย่างไม่มีติดขัด

ปีนี้... หิมะจะตกหนักกว่าปีที่แล้ว

อากาศก็จะหนาวขึ้นกว่าเก่าเป็นเท่าตัว

จุนซูนั่งฟังเพลินๆ พลางกระชับเสื้อกันหนาวตัวโปรดให้ตัวเองอุ่นขึ้น กอดแน่นเสียจนดูคล้ายกับกำลังกอดตัวเองเสียมากกว่า

ยูชอนมีสีหน้าเคร่งเครียด สายตาจับจ้องอยู่แต่เส้นทางเบื้องหน้า เขาเงียบจนทำให้ภายในห้องโดยสารของพาหนะคันงามนี้ราวกับไร้อากาศหายใจ

เด็กชายเหลือบมองคุณครูของเขาครั้งหนึ่ง มองด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ถึงแม้เขาจะยังไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร แต่สัญชาตญานที่มีสั่งให้เขามอง... มองใบหน้าได้รูปของผู้ชายที่เขารัก ผู้ซึ่งคงจะไม่มีวันมองกลับมา มองราวกับว่าเขาจะไม่มีสิทธิ์ได้มองมันอีกแล้ว

เสียงหวานเจื้อยแจ้วไม่มีอีกแล้ว ราวกับถูกความหนาวเย็นสูบหายไป ประกายที่มีชีวิตภายในดวงตาซุกซนคู่นั้นก็หายไปด้วยเช่นกัน

เพราะการจราจรในวันนี้ไม่ติดขัดนัก เพียงไม่นาน รถยุโรปที่แสนคุ้นตาก็จอดเทียบลงหน้าคฤหาสน์ จุนซูเหลือบมองชายหนุ่มคนข้างๆ อย่างกังขา เมื่อพบว่าเขาเลือกที่จะหยุดรถห่างจากประตูรั้วคฤหาสน์ในระยะสามเมตร

“ครูไม่คิดจะเข้าไปหรอกหรือฮะ?” จุนซูติดสินใจถาม และไม่กลัวที่จะทำในสิ่งที่ยูชอนเคยขอไว้ว่าอย่าทำ

ผู้ถูกถามไม่หันมาสบตา “ไม่หรอก เสร็จธุระของผมแล้ว” เสียงกระโปรงหลังรถเด้งเปิดดังตามมา ในขณะที่ยูชอนรีบเบือนหน้าหันไปมองอีกทาง โดยแอบมองภาพสะท้อนที่แสนเลือนรางบนบานกระจก

เพียงแค่นั้น...ก็ราวกับโลกทั้งโลกเงียบสงัด ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลงมา สมองของจุนซูว่างเปล่าดั่งถูกทุบด้วยของแข็งอย่างแรง เด็กชายค่อยๆ แค่นยิ้มบางเบาที่ริมฝีปาก ไม่มีน้ำตา ไม่มีแม้แต่แววของความอ่อนแอบนดวงหน้าขาวใสนั้น

เขาไม่เข้าใจหรอก...ไม่มีวัน

เขาจะทำเป็นไม่เข้าใจ...ในสิ่งที่แท้จริงกลับเข้าใจมันอย่างถ่องแท้แล้ว...

“ขอบคุณฮะ ครู”

 

.
.
.

 

ร่างที่ทั้งเล็กและบอบบางของยองเอคล้ายจะหักล้มลงได้ทุกขณะยามที่เธอพยายามยกตะกร้าผ้าใบเบ้อเริ่มด้วยสองแขน หญิงสาวใช้หลังดันประตู และดูจะใช้แรงโน้มถ่วงของโลกในการถลันไปด้านหน้า ทุลักทุเลเสียจนยุนโฮซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าง่ายๆ ต้องรี่เข้ามาช่วย

“ทำไมต้องซักเองด้วยล่ะ ยองเอ น่าจะส่งร้านซักเสียให้หมดนะผมว่า” ยุนโฮแนะ พลางจัดการเทผ้าใช้แล้วทั้งหมดลงในถัง

“ก็มันแพงนี่คะ” ถึงแม้จะเล่นเอาถึงกับต้องปาดเหงื่อ หากยองเอก็ยังดื้อ

“มันแพงไม่เท่าเศษหนึ่งส่วนร้อยของค่ารองเท้าคุณหรอกครับ”

“ประชดหรือคะ?” หญิงสาวทำปากยื่น พ้อคนเป็นสามีอย่างน่ารัก “สมัยที่คุณอยู่คนเดียว คุณก็ซักเองไม่ใช่หรือคะ เรื่องแค่นี้ฉันทำเองได้ก็ควรช่วยคุณประหยัดนะ”

ยุนโฮมองดูคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาจัดการกับเสื้อผ้าอย่างไม่ทะมัดทะแมงนัก แล้วให้ยิ้มเอ็นดู มากกว่าความรู้สึกอื่นใด เขารู้สึกขอบคุณเธออย่างเหลือล้น

หนังสือสอนทำอาหาร นิตยสารแม่บ้านต่างๆ ที่วางกองอยู่เกลื่อนบ้านตอนนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นความพยายามของยองเอผู้ซึ่งอยากจะเป็นภรรยาที่เพียบพร้อมสำหรับเขา ถึงมันจะยากหน่อยก็เถอะ ยองเอเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นนักวางแผนการตลาดและผู้บริหารการเงินที่ชาญฉลาด เธอจึงต้องใช้เวลาปรับตัวกับงานแม่บ้าน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่และท้าทายที่สุดในชีวิต

กว่าหกปีแล้วนะที่เธอยืนเคียงข้างเขา ไม่ว่าเขาพยายามจะทำอะไร

เขาเลวนักใช่ไหม...ที่ยืนยันจะอยู่ดูแลเธอ?

“อื้ม นี่ ยุนโฮคะ เห็นนี่หรือยังคะ บนเค้าท์เตอร์น่ะ?”

“อะไรหรือ?”

“แผ่นพับโฆษณางานการกุศลที่ฉันกับเพื่อนช่วยกันรับผิดชอบอยู่น่ะค่ะ เป็นโรงเรียนสอนภาษามือให้กับคนพิการหรือเด็กที่บกพร่องเรื่องพวกนี้ คุณว่าเป็นไงบ้างคะ?”

ยุนโฮก้มลงมองแผ่นพับสไตล์เก๋ไก๋กองหนึ่งบนเค้าเตอร์เครื่องดื่มตามที่ยองเอบอก เขาหยิบมันมาฉบับหนึ่ง พิจารณาดูรายละเอียดแล้วน่าสนใจมาก

ยองเอกดปุ่มตั้งเวลาเครื่องซักผ้าเรียบร้อยแล้วจึงเอนกายพิง ก่อนพูดต่อ “ฉันตามตัวได้ทั้งครูเก่งๆ แล้วก็จิตแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงเลยนะคะ คุณหมอจาง เพื่อนคุณแม่ฉันน่ะค่ะ คุณจำได้ไหม?”

“อาฮะ”

“นั่นแหละ คุณหมอจางก็อยู่ในโครงการนี้ด้วยนะคะ”

“เยี่ยมไปเลย”

“ดีใจจังนะ ที่ได้ทำโครงการนี้น่ะ”

ยุนโฮยิ้มยามที่ได้เห็นแววตาอันเป็นประกายของเธอ “ผมก็ดีใจกับคุณนะ คุณใจดีอย่างนี้เสมอเลย” จริงอย่างว่า นี่ไม่ใช่งานการกุศลงานแรกที่ยองเอหยิบจับ เธอชอบช่วยเหลือคนอื่น ชอบทำในสิ่งดีๆ ชนิดที่แตกต่างเหลือเกินกับสาวไฮโซคนอื่นที่ทำงานการกุศลเพียงเพื่อเอาหน้า ยองเอทำสิ่งเหล่านี้ด้วยความจริงใจมาโดยตลอด “ผมภูมิใจในตัวคุณนะ ยองเอ”

ริมฝีปากสวยคลี่รอยยิ้มบางเบายามได้ฟัง เธอก้มหน้ามองปลายเท้าที่ลากเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าบนพื้นกระเบื้อง “คุณรู้ไหมคะ ฉันคิดถึงแจจุงตลอดเวลาที่ทำโครงการนี้เลย”

“...................”

“ถ้าเรารับรู้ความต้องการของพวกเขาได้ก็ดีสินะ”

“อืม...ยองเอ ผมสายแล้วล่ะ ขอตัวไปทำงานก่อนนะ” ยุนโฮเริ่มต้นที่จะเก็บจานชามทั้งที่ยังรับประทานอาหารไม่ครบสำรับเช่นทุกวัน

“อ..อ้าว...จะไปแล้วหรือคะ?”

“อื้ม วันนี้มีประชุมเช้าน่ะ” ร่างสูงสวมเสื้อสูท กระชับเน็คไทให้เข้าที่ ก่อนจะยิ้มให้ภรรยาผ่านเงาสะท้อนในกระจก “ส่วนแผ่นพับนี่ ผมยืมไปอ่านที่บริษัทนะ” เขาคว้าแผ่นพับที่ว่านั่นใส่กระเป๋าในเสื้อ แล้วโน้มตัวลงจูบแก้มยองเอก่อนผละออกไป

 

.
.
.

 

แม้ท้องฟ้าในเวลานี้จะเปิดกว้างสดใส ลมฤดูหนาวเริ่มพัดเอื่อย แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมของน้ำฝน

แจจุงนึกท้าทายให้หิมะตกลงมา เฝ้าฝันว่าในวันที่เมืองทั้งเมืองจะถูกพรมด้วยละอองน้ำเย็นเฉียบและห่มด้วยเกล็ดละอองของหิมะสีขาวในฤดูหนาวปีนี้ เขาจะมียุนโฮคอยกอดมอบความอบอุ่นให้

ยุนโฮ...

สายลม หยาดฝน แสงแดด ยอดไม้ หุบผา ผ้าห่ม

ยุนโฮของเขา

ร่างบางนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้หวายด้านนอกระเบียงหินอ่อน ห่มกายไว้ภายใต้ผ้าห่มเนื้อหนาราคาแพงที่ไม่เคยทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยสักครั้ง

แจจุงรักสายฝน รักความฉ่ำเย็นของหยดน้ำ รักกลิ่นหอมของไอดิน เขาชอบมองใบอ่อนผลิใบบนยอดไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ชอบสีสันของมันในฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องสะท้อนผืนน้ำจนเป็นประกายในฤดูร้อน ทว่าเขาเกลียดชังฤดูหนาว

เช่นในยามนี้ ขณะที่เขานั่งฟังเสียงลมหนาวที่พัดแรงขึ้นทุกขณะแล่นกระทบหน้าต่าง ทอดสายตามองต้นไม้ที่ผลัดใบจนหมดปราศจากสีเขียวสดชื่น ลำต้นของมันมีสีดำสนิท กิ่งก้านหยิกงอไม่น่าดู ลมหายใจที่พวยพุ่งผ่านริมฝีปากพร้อมๆ กับไอควันสีขาวยิ่งทำให้รู้สึกแสบร้าวทุกครั้งที่สูดอากาศเข้าปอด บีบบังคับให้จำต้องโก่งตัวไอแห้งๆ ออกมาชุดใหญ่

มือเรียวยกขึ้นป้องปาก แจจุงยิ่งดูทรมานแม้ในขณะที่ร่างกายพยายามจะขับสิ่งที่เป็นอันตรายออกจากปอด แต่ก็ไม่สามารถขับเสียงออกมาได้ มีเพียงลมหายใจที่พุ่งแรง คล้ายกับคนที่กำลังหอบหนัก น้ำตารื้นปริ่มคลองตาแดงก่ำ...แทบขาดใจ

เขาชิงชังฤดูหนาว...

แต่ในปีนี้ เขาจะไม่หวั่นกลัว

“แจจุง! แจจุง...แจ...”

เพราะหากยุนโฮคือหิมะ เขาก็จะมอบหัวใจให้กับมัน

“แจจุง มานั่งทำอะไรตรงนี้ เข้าข้างในเถอะ” ภาพใบหน้าที่ค่อยๆ ปรากฏหลังม่านน้ำตาและน้ำเสียงอ่อนโยน ทำให้แจจุงยิ้มได้ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของยุนโฮ ราวกับทำให้ใบไม้แตกใบอ่อน ราวกับทำให้ดอกไม้ผลิบานได้กลางหิมะ

แจจุงยิ้มหวานทักทายทั้งๆ ที่แก้ม ตา จมูกแดงไปหมด ก่อนจะถูกยุนโฮรวบตัวไปกอดไว้ใต้เสื้อโค้ชเนื้อหนาอุ่นไอจากเนื้อกายและกลิ่นหอมอุ่นๆ ของยุนโฮ ร่างบางแนบแก้มลงบนแผ่นอกคนรัก แนบใกล้อย่างอยากให้สัมผัสกันได้ทั้งร่างกายแทนคำบอกรัก

ดวงตากลมโตสีดำสนิทจ้องนิ่งที่เน็คไทสีเลือดนก และปกเสื้อเชิ้ตสีดำมียี่ห้อของยุนโฮ แจจุงจับมันเล่น พลางนึกในใจว่า จองยองเอ ช่างมีรสนิยมในการเลือกเสื้อผ้าไม่ใช่น้อย

“อย่าเฉไฉ ยังไม่ตอบผมเลย มานั่งทำอะไรตรงนี้?” ยุนโฮตะปบฝ่ามือนุ่มนิ่มนั้นเอาไว้ พลางถามเมื่อแจจุงไม่มีทีท่าจะขยับกายลุกเข้าไปนั่งด้านในคฤหาสน์ดั่งคำชักชวนแกมสั่ง อำนาจของเขาไม่เคยใช้ได้กับแจจุงเลยซักครั้ง

‘กลิ่นฝน’

คนน่ารักใช้วิธีลากเส้นเขียนอักษรบนผิวกายชายหนุ่ม

ยุนโฮถอนหายใจยาวเหยียดเมื่อจับใจความได้ ส่ายใบหน้าหล่อเหลาอย่างเชื่องช้าด้วยความระอาใจ ก็เพราะไอ้กลิ่นฝนงี่เง่าที่คุณชายคิมอุปทานไปเองอย่างเช่นทุกครั้งนี่ไม่ใช่หรอกหรือ สาเหตุของหวัดเรื้อรังที่ยังไม่ยอมหายขาดเสียที

“หน้าหนาวแล้วนะแจจุง ฝนไม่ตกหรอก”

‘กลิ่นฝนจริงๆ’

มือบางขีดเขียนอีกครั้ง แต่งวดนี้ยุนโฮสัมผัสได้ว่าแรงกดอ่อนลง แถมขอบตาแดงก่ำตรงหน้าก็เริ่มรื้นน้ำขึ้นมา

“เป็นพยากรณ์อากาศหรือ กรมอุตุบอกว่าหิมะจะตกนะ ไม่เอาแล้ว เข้าบ้านเถอะ ผมไม่อยากเห็นคุณป่วยไปมากกว่านี้”

คราวนี้เป็นแจจุงบ้างที่ถอนใจอย่างเอือมระอา อ้อมแขนบางคลายออกจากร่างสูงใหญ่ของคนรัก เขาดึงผ้าพันคอขึ้นมาปิดปาก กระชับผ้าห่ม ก่อนจะแหงนหน้ามองฟ้าหาฝนต่อไป

ไม่ใช่ไม่เชื่อ ไม่ใช่เห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ยุนโฮไม่อยากเห็นแจจุงเป็นแบบนี้ วันนี้ที่เหมือนกับเมื่อวานยิ่งทำให้แจจุงซีดเซียว ความคิดเรื่อยเปื่อยที่ผุดขึ้นมาในสมองทุกวี่วันนั้นทำให้แจจุงยิ่งทรุดโทรม แค่นั่งนิ่งๆ คิดอะไรไปเรื่อยๆ

เวลาที่เหลืออยู่ ตายแล้วไปไหน ความทรงจำที่ต้องสูญเสีย ชาติหน้ามีจริงไหม พระเจ้า...ซาตาน...สวรรค์...นรก...บ้าบอคอแตก...

นั่งรอคอยสายฝน แหงนมองท้องฟ้า เหล่านี้ทำให้เกิดคำถามและความไม่เข้าใจขึ้นมากมายในใจเขา ไม่เข้าใจเลยว่าคนที่ผุดผ่องและงดงามอย่างนี้เพราะเหตุใดถึงต้องทนทุกข์ ทนอยู่กับโรคร้าย ความสิ้นหวัง ความฝันที่เหลือแต่โครงกระดูกและชีวิตที่แทบจะกลายเป็นเถ้าธุลี

แจจุงอยู่เพื่อตาย...ไปวันๆ...

แจจุงจะรับรู้หรือเปล่าว่าหากโลกใบนี้ไม่มีคิมแจจุงอีกแล้ว จองยุนโฮจะทนอยู่ต่อไปได้อย่างไร?”

“โธ่...แจจุง รักตัวเองบ้างได้ไหม” มือหนายกขึ้นลูบแก้มเนียนเบาๆ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง มองแจจุงด้วยความรัก “วันนี้ผมอุตส่าห์รีบหนีงานมาหานะ มีอะไรมาให้ดูด้วย”

พูดถึงตรงนี้ ตาคู่สวยก็เบิกกว้างขึ้น แจจุงมองกลับมาอย่างสงสัย ก่อนที่แผ่นกระดาษหน้าตาคล้ายแผ่นพับโฆษณาการท่องเที่ยวจะถูกยัดใส่มือ

“ไปเรียนภาษามือกันนะ ผมกับคุณ ดูแล้วผมน่าจะใช้เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์เรียนได้”

รอยยิ้มที่มีทั้งสุขปนเศร้าฉายบนใบหน้าเรียวของชายหนุ่ม

“บางครั้งผมอยากจะเข้าใจคุณ บางครั้งก็อยากจะตอบคุณอย่างที่คุณอยากฟัง ผมอยากจะให้ในสิ่งที่คุณต้องการ ผมอยากรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง ไม่ใช่ว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันไม่ดีหรอกนะ แต่ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเอาเปรียบคุณยังไงก็ไม่รู้ ถ้าเราไปเรียนด้วยกัน บางที...เรา...แจจุง...”

ยุนโฮเริ่มที่จะร่ายจุดประสงค์อย่างสดใส สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่แผ่นพับของสถานศึกษานั้น ผิดแต่ผู้ฟังที่เงียบนิ่งไปนานแล้ว และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกที ร่างสูงก็พบว่ามีหยดน้ำเล็กๆ กำลังกลิ้งตกจากแอ่งตา แล้วรินเรื่อยลงบนใบหน้าหวานสวยที่เขาแสนรัก

‘ผมไม่เรียน’

ครั้งนี้ แจจุงเลือกเขียนลงบนกระดาษหน้าหนึ่งของพ็อกเก็ตบุ๊คที่อ่านค้างไว้ด้วยมือที่สั่นเทา

‘ผมไม่ได้พิการสักหน่อย’

ยุนโฮรวบมือเล็กที่แสนเย็นเฉียบเอาไว้ แกะเรียวนิ้วที่กดแน่นบนด้ามปากกาให้คลายออก รู้สึกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง เป็นความจริงที่แม้ว่าแจจุงจะรู้สึกเหนื่อยกับการพยายามจะพูดอีกครั้ง แต่ในตอนนี้เขาก็ยังไม่หมดหวัง เขาไม่ต้องการให้ใครมองเขาเป็นคนไร้ศักยภาพ

แจจุงเรียนจบม.ปลายมาหลายปีแล้วโดยการเรียนทางไปรษณีย์ หากทุกวันนี้เขาก็ยังคงอ่านหนังสือเรียนอยู่ ด้วยเพราะรู้ตัวดีว่าคงไม่มีโอกาสได้เรียนอีกแล้วจึงกลัวจะลืมความรู้ที่ได้เรียนมา บางครั้งแจจุงก็ช่วยจุนซูทำการบ้านบ้าง ให้จุนซูสอนบ้าง ตรวจรายงานของจุนซูบ้าง

แจจุงเตรียมพร้อมที่จะกลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง ตั้งแต่มียุนโฮ...

‘ผมเหนื่อยเหลือเกินแล้ว’

“ขอโทษแจจุง เราจะไม่คุยเรื่องนี้กันอีก”

 

.
.
.

 

ร่างสูงพลิกตัวไปด้านข้าง พลางเอาหน้าแนบหมอน ยิ่งพยายามจะข่มตาหลับมากเท่าไหร่ก็รังแต่จะยิ่งทำให้มันเป็นเรื่องยากมากขึ้นเท่านั้น

สุ้มเสียงคุ้นหูยังคงเพรียกหา เสียงที่คงมีได้แค่เพียงในจินตนาการของเขา

เสียงของแจจุง

แววตาอันอัดแน่นไปด้วยความทุกข์ ความทรมานที่เขาได้เคยก้าวเท้าเข้าไปสัมผัสเช่นฝันร้าย หยาดน้ำตาที่พรั่งพรูไม่มีวันหมด หยาดน้ำที่แสนเย็นเยียบราวกับอาบพรมร่างกายเขาจนหนาวสั่น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถสลัดออกไปจากสมอง

อยากช่วย แต่ก็ยากเหลือเกินแล้วที่จะแก้ไขอดีต

อยากอยู่เพื่อปกป้อง อยากสัมผัสมือที่แสนบอบบางคู่นั้นเอาไว้เสมอ ทั้งยามหลับ ยามตื่น แม้ในฝันร้าย หากก็สายเกินไปเสียแล้ว

สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะเป็นได้เพื่อแจจุงคือคนในอนาคตเท่านั้น

อนาคตที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมาถึงเสียที

“นอนไม่หลับหรือคะ?” เสียงหวานที่ดังขึ้นใกล้ๆ ช่วยฉุดชายหนุ่มขึ้นมาจากห้วงความคิด ยุนโฮพลิกตัวกลับไปด้านตรงข้าม เอื้อมแขนโอบร่างเพรียวบางของเจ้าของเสียงนั้นเข้ามากอดไว้แนบกาย

“รู้สึกแย่จัง” เสียงทุ้มที่ครือเครือเล็กน้อยกระซิบในความมืด หญิงสาวได้ฟังพลันอมยิ้ม กระชับกอดตอบสามีอย่างห่วงใย

“ฉันอยู่ข้างคุณนะคะ”

“ผมรู้...”

“ฉันว่าพักนี้คุณดื่มกาแฟมากไปแล้วนะ”

“นั่นสิ แทบจะดื่มแทนน้ำเลย”

“ลดลงหน่อยดีไหม?”

“คุณก็อย่าชงให้อร่อยนักสิ”

ยุนโฮพูดทั้งที่กำลังหลับตา ส่วนยองเอเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เธอได้แต่จินตนาการสีหน้าของสามีในเวลานี้ ใบหน้ายามหลับที่แสนน่ารักของยุนโฮ ยังคงเป็นสิ่งที่เธอเลือกที่จะมองไปตลอดชีวิต

หญิงสาวขยับกายเข้ามาชิดมากขึ้นอีก ซุกใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง แสงจันทร์นุ่มละมุนกำลังอาบไล้ ความอุ่นพอดีจากฮีตเตอร์ เสียงหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอของยุนโฮเป็นดั่งดนตรีที่แสนไพเราะ ยองเอรู้สึกเป็นสุขทุกครั้งที่รับรู้ว่าเธอเป็นหญิงสาวที่โชคดีแค่ไหนที่มีสิทธิ์ได้ฟังมัน

“วันนี้ไปหาหมอมาเป็นยังไงบ้าง?” เสียงเดิมที่คุ้นหูจู่ๆ ก็ดังขึ้นหลังจากเงียบไปนาน ยองเอหัวเราะเบาๆ เมื่อสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนบนหน้าอกที่เธอแนบอิง ยามที่ยุนโฮเปล่งเสียงพูด

“ดีค่ะ คุณหมอบอกว่าฉันแข็งแรงพร้อมที่จะมีเด็ก”

“งั้นหรือ...ดีจัง...” ยุนโฮถอนใจ ทุกครั้งที่เขากอดยองเอและเธอกอดตอบเขา เขารู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มอย่างประหลาด ความสุขเล็กๆ ก่อขึ้นภายใน แม้จะแตกต่างจากอุ่นไอเบาบางจากร่างที่แสนเปราะบางของแจจุง แต่ก็สามารถเติมเต็มความรู้สึกที่เขาโหยหาได้เสมอมา

เนื้อกายนุ่มนิ่มไปทุกส่วนสัดของยองเอกำลังตอบสนองเขา เมื่อเขาจูบเธอเบาๆ ที่หน้าผาก ทาบฝ่ามือลงบนหัวไหล่กลมกลึงของเธอ

เธอเองก็ต้องการเขา

“ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยมีเวลาให้คุณเลยนะ อะไรก็ไม่พร้อมสักอย่างน่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจ”

“ขอบคุณนะยองเอ”

“หืม?”

“ขอบคุณที่เข้าใจผม”

“มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ ในเมื่อฉันเลือกที่จะอยู่ข้างคุณไปตลอดชีวิต ฉันยอมรับว่าบางทีฉันก็ไม่เข้าใจคุณนักหรอก แต่ฉันรักคุณ มันก็แค่นั้น”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกระหว่างเธอกับเขา หากแต่เป็นครั้งแรกที่ยุนโฮลืมเลือนทุกสิ่ง

ร่างเล็กบอบบางถูกพลิกลงให้นอนแนบกับพื้นเตียงนุ่ม แสงสีเงินนวลตาที่ทาบฉายใบหน้าหวานสวยของหญิงสาว ยุนโฮจ้องมองรอยยิ้มบริสุทธิ์นั้นราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน

 

.
.
.

 

แสงเรืองๆ จากโคมไฟหัวเตียงปลุกเขาให้ตื่นขึ้นอีกครั้งกลางดึก และทันทีที่ลืมตา สิ่งแรกที่เห็นคือเรือนร่างงดงามซึ่งกำลังเปลือยเปล่าของยองเอ เธอหันมายิ้มให้เขาอย่างขวยเขิน แววตาของเธอเอ่อล้นไปด้วยความสุข ช่างเป็นแววตาที่ผิดกับแจจุงอย่างลิบลับ

“ยุนโฮคะ”

“ครับ?”

“ฉันลืมบอกคุณว่าเพื่อนฉันชวนไปเที่ยวปารีสสักอาทิตย์ คุณจะว่าไงคะ?”

“เอ่อ...ผมมีงานค้างน่ะ คิดว่าคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ถ้าจะพักตอนนี้”

“ว้า...เสียดายจัง”

“คุณไปเถอะนะ คุณเองก็น่าจะได้พัก”

“จริงหรือคะ ขอบคุณค่ะ!” หญิงสาวยิ้มร่าเหมือนเด็กๆ เอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือจากหัวเตียงมากด

ระหว่างที่รอสาย ยุนโฮก็พูดขึ้น

“เอ่อ...ยองเอ ขอโทษนะ”

“ขอโทษ? ขอโทษเรื่องอะไรคะ?”

“คือ...ผมลืมตัว...”

“อ๋อ” ไม่รู้ทำไม เมื่อนึกขึ้นได้ถึงต้องหน้าแดง “ช่างเถอะค่ะ ฉันก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้วนะ”

“เวลา?”

“ถึงคุณจะอยาก แต่ฉันไม่อยากมีลูกตอนแก่หรอกนะคะ”

“อ๋อ ลูก”

ลูกหรือ?

ตลกสิ้นดี

 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ลืมตัวเลยหรอยุน
นอกใจแจหรอเนี่ย

#1 By yunjae4u on 2008-06-02 11:36

ยังไงก็ยังไม่เข้าใจยุนโฮอยู่ดี

รู้อย่างเดียวว่าสงสารแจจับใจ

#2 By คิมแชยอน on 2008-06-02 11:50

จะเมนท์ไรดีคะ่

ทำไมน่ะคะ่ยุนถึงตัดใจอะไรไม่เด็ดขาดสักอย่างเลยคะ่

แล้วยิ่งในพาร์ทนี้ด้วย ถ้าให้เดาใจคนแต่งน่ะคะ่

ยองเอคงท้องในไม่ช้าแน่ๆเลยอ่ะ

ยุนโฮอ่ะจะเลือกสักคนก็ไม่ได้ ทุ่มเทให้ใครคนใดคนนึงก็ไม่ได้

แล้วทุกวันที่แจอยู่ก็เหมือนอยู่กับความเจ็บปวดรอความตายไปวันๆ

กว่ายุนโฮจะเลือกอะไรได้สักอย่างเวลานั้นแจอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้

ยุนคงซึ้งความหมายของคำว่า สายเกินไป ที่เดิมๆบรรยากาศเดิมๆ แต่ว่าคนที่เคยอยู่เคียงข้างไม่มีแล้ว

เรื่องนี้ยิ่งอ่านยิ่งบีบน่ะคะ่บีบที่ว่ายุนไม่เด็ดขาดเลยอ่ะ
ระวังเหอะถ้ายองเอท้องขึ้นมาอีหมีได้เลิกกับแจจุงแบบถาวรแน่ๆชิิิชิ
ส่วนคู่ยูซูเฮ้อทำมายต้องมีปัญหาด้วยน่ะคะ่

อีมิคก็ดันได้งานที่ต่างประเทศแล้วแกจะเลือกงานหรือคนรักนี่คิคิ
อิอิ จะคอยเป็นกำลังใจให้คนแต่งน่ะคะ่

#4 By (58.8.90.247) on 2008-06-02 12:31


ยองเอแสนดี ยุนโฮแสนดี แจจุงแสนดี

ครูปาร์คแสนดี จนุซูแสนดี ชางมินแสนดี


เออ...ดี

งั้นถามคนน่าสงสาร...ใคร ?

#5 By Gigol (203.152.39.110) on 2008-06-02 12:42



แล้วยุนโฮจะนอกใจยองเอตั้งแต่แรกทำไม...


.
.
.

ปาร์คจะไปก็ไป แต่อย่าไปแบบไม่เคลียร์นะ
จะจบก็จบให้สวย

ถนอมร่างกายเค้า ทำไมแค่จิตใจจุนซูถึงถนอมไม่ได้ ?

ตลกดี...

(แต่ขำไม่ออกเลย) sad smile

#6 By Tiddee on 2008-06-02 13:25

มะหมีนะ ทำงี้ได้ไงอ่ะ
นิสัยไม่ดีจริงๆๆๆๆ
ตอนนร้พูดไม่ออก จุก จุก ไงไม่รู้สิ
อ่านแล้วอึดอัดอ่ะ ทั้ง 2 คู่เลย
เฮ้อๆๆๆ แต่แอบสงสารปาร์คนะ ท่าทางจะทำใจลำบากจริงๆๆๆ ด้วย
สู้ สู้ คร้าบบบบบบบบบบ
จะรออ่านเสมอ

#7 By BloomminT (161.200.255.162) on 2008-06-02 13:47

ปาร์คยูชอน คนโง่ !!!
อย่ามาทำกับน้องแบบนี้นะ T^T

ชองยุนโฮ !!!
... โนคอมเม้นแล้ววว
อ๊ากกกกกกกกกกก

สงสารทุกคน T[]T

#8 By kook (58.8.61.223) on 2008-06-02 14:08

แอร้กก ก


กำ ถึงพาสนี้


ตูจาสงสารใครดีหว่า


น่าสงสารกันท้างน้านนนนนนนน


ปล.ขอบคุนที่แต่งฟิคดีๆอย่างนี้มาให้อ่านนะคร้าบบบบ

#9 By NooN (118.172.132.99) on 2008-06-02 14:19

ตอนนี้รู้สึกแย่กับยุนโฮอย่างแรง

ยุนกลายเป็นคนโลเล ไม่แน่ใจ เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ

ที่เอาคำว่ารักจากคนสองคน ผูกมัดไว้ ไม่ยอมปล่อยให้เค้าไปไหน

เหตุการณ์จะเศร้าไปกว่านี้แน่ๆ ถ้ายองเอท้อง

#10 By minnie (58.8.121.203) on 2008-06-02 15:07

โฮกกกก ทำไมอิหมีเปนคนงี้อ่ะ นอกใจแจจ๋าได้ยังไง TT^TT อ่านมาตั้งหลายพาร์ทแล้ว ไม่เหนเข้าใจยุนเลยอ่ะ ดูเหมือนคนเหนแก่ตัวสุดไปเลยอ่า แย่จัง อิหมีใจร้ายเหอะ สงสารแจจุงมากๆเลย

เราว่ายองเอต้องท้องแน่ๆเลยย >"< ...ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบแบบไหน ก้ไม่อยากให้แจจุงตายเพื่อให้อิหมีสำนึกนะคะ มันแซดดดเกิน T_________________T

#11 By S.Haruki (125.25.126.32) on 2008-06-02 15:15

ชอง ยุนโฮ นายก้อยังเลวเหมือนเดิม วันเวลาเปลี่ยนไป
แต่ความเลว ความเห็นแก่ตัวของนายนอกจากไม่เปลี่ยน
ยังดูเหมือนเลวกว่าเดิม ล้อเล่นกับความรักอันบริสุทธิ์
ของคนสองคน เชิญนายเสพสุขตามสบาย มีลูกเป็นโหล
ถึงตอนนั้นนายจะเอาเหตุผลอะไรมาทิ้งเมียไปหาแจ
หรือถ้าไม่ทิ้งเมีย แล้วแจล่ะเป็นอะไร เป็นที่ระบายความใคร่ของนายแค่นั้นใช่มั๊ย นับวันสิ่งที่นายทำ ปมที่นายผูก มันแก้ไม่ได้แล้วล่ะ นอกจากนายจะตายไปซะ

#12 By yj on 2008-06-02 15:38

โห ยุนโฮลืมตัวเนี่ยนะ ลืมแจจุงไปชั่วขณะ เออดี ผลจากการลืมตัวครั้งนี้ ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน

สงสัยว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ยองเอจะไม่อยู่ ยุนโฮจะไปไหนได้ นอกจากไปวุ่นวายกะแจจุงมากขึ้น แล้วปัญหาก็จะตามมา แย่จัง สงสารแจ

ส่วนคู่นั้นสงสารจุนซูเหมือนกัน ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ เหมือนปาร์คเลือกแล้วเลยว่าจะไม่เอาจุนซู และจุนซูก็ยอมรับแล้วว่าต้องเสียใจ แต่ไม่พูด โอ๊ย พี่น้องที่น่าสงสาร หนีไปไหนกันดี ไปไกลๆ ไม่ต้องเจอใครอีก

#13 By ChAo ChAo (202.57.129.99) on 2008-06-02 16:00

บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะสงสาร ยองเอ เเจได้ทุกอย่างไปทั้งหมดเลย ทั้งที่ๆยุนโฮอยู่กับเธอเเท้ๆ เเต่ก็ดีเเล้วที่เธอไม่ได้รู้ความลับ

ส่วนเรื่องยูซู เป็นอะไรที่ไม่ตกใจเท่าไหร่ที่ต้องลงเอยเเบบนี้ เเต่ว่าอย่านานนะ รักกันดีกว่าหน่า
ปาร์คก็อะไรก็ไม่รู้ เเต่จุนซูเข้มเเข็งมาก ถ้าเป็นเราเจอเเบบนี้คงร้องไห้ เพราะทนไม่ได้อ่า ปาร์คอย่าใจร้ายน้า

ปล จะเม้นในhi5ของพี่สักหน่อย เเต่ดันใช้การไม่ได้ซะนี่
ตั้งใจทำงานนะค่ะconfused smile

#14 By marked (58.8.37.69) on 2008-06-02 16:18

อ่าน 30 ตอน
นึกออกประโยคเดียว

แจจุงไม่น่ามารัก(คนอย่าง)ยุนโฮเลยจริงๆ

ปล. ชางมิน เตรียมปิดซอยฉลองอำลา ยูซูได้เลย

#15 By Foru'''o (124.121.1.150) on 2008-06-02 16:55

อ่านแล้วรู้สึกว่า
ยุนโฮรักแจจุงน้อยลง-น้อยลง-น้อยลง (หรือไม่เคยรักเลยก็ไม่รู้ เหอๆ)

เตรียมพร้อมหาข้ออ้างมาทิ้งตลอดเวลา ~
(ท้องเลยยองเอ ยุนโฮจะได้ทิ้งแจจุง จบเรื่อง )

ช่างเหอะ ก็แค่ของตายที่ไม่รักตัวเอง


ยูชอนไปแล้วไปลับ อย่ากลับมาอีก เชียร์ มินซู ฮ่าๆ

(ยกพู่โบกสบัดสลับกับกระชากยุนโฮออกมา น่าฆ่าจริงๆ ตัวละครนี้ ชอบทำตัวให้ดูดี แต่การกระทำตรงกันข้าม)


เขาเลวนักใช่ไหม...ที่ยืนยันจะอยู่ดูแลเธอ?

ตอบให้ = เลวยิ่งกว่าเลว


ผมลืมตัว

ก็ลืมมาทั้งเรื่องแล้วไม่ใช่หรอ
(ถ้าจะกรุณาช่วยลืมตัวแล้วกระโดดลงจากคอนโดได้ไหม จะขอบใจมาก)(แต่โดดมาคงไม่ตาย เพราะไม่มีเงินอยู่ชั้นบน ไม่เป็นไร แค่ขอให้ขาขาด แขนพิการก็พอ จะดีใจมาก)


คติประจำฟิควันนี้
*** คนดีชอบแก้ไข ยุนโฮชอบแก้ตัว ***
(แก้อยู่นั้นแหละทั้งเรื่อง ไม่เคยทำอะไรให้ดีขึ้น)

ยิ่งอ่าน นับวันยิ่งฮาร์ดคอร์ด ฮ่าๆ
พี่ตอง เยี่ยมไปเลย

ยิ่งแต่งความรู้สึกตัวละครยิ่งชัด
ชัดซะอยากจะยิงทิ้ง มันไม่น่ามาชัดแบบนี้เลยจริงๆ
อินน่ะอิน แต่อินแบบเอามันไปไกลๆที
รอมาต่อนะค่ะ อยากรู้

ทำดีได้ดี ทำแบบยุนโฮได้ชั่ว

จะมีอะไรมาหักมุมมั้ย หรือยุนโฮก็มีความสุขต่อไป
ไม่ได้ ไม่ได้ จริงๆ ตัวละครนี้ ไม่ยอม ต้องไม่ให้มีความสุข ต้องตายแบบทรมาณ เลือดค่อยๆ สาดไหล ทรมาณเจียนตาย ให้สาแก่ใจ

มีโอกาสที่แจจุงจะ เมะ แอนด์ แมน มั้ยคะ ?

กลับมาแมน แล้วให้คู่กับยองเอ
ทิ้งยุนโฮให้เจ็บให้ตาย ทรมาณเยี่ยงลงนรกได้ยิ่งดี

^ มันบ้าไปแล้ว

#16 By 2jaejoong on 2008-06-02 17:27

อีกนานไหมอะถึงจะได้อ่านต่อ ยังไงก็จะรอนะคะ
ตามอ่านมาตลอดเลยนะคะ อยากให้ถึงตอนจบเร็วๆจังทำไมยุนจะต้องมีอะไรกะยัยยองเอด้วย
ไม่ชอบยัยนี้เลย ถึงเธอจะดีแค่ไหนก็เถอะangry smile
รีบๆมาต่อเร็วๆนะคะ แล้วเรื่องนี้จะรวมเล่มเหมือนเรื่องอื่นไหมคะ ถ้ารวมเมื่อไรก็บอกกันบ้างนะคะ
Mailนี้ก็ได้คะ park-jun-jin@hotmail.com
ฮือๆ...ส่งสารแจจุงกะจุนซูจังเลยอะ ทำไหนนางฟ้าของเขาทั้งสองชีวิตต้องอาพับแบบนี้ด้วยนะ

#17 By junjin (118.174.90.43) on 2008-06-02 17:59


นี่...เป็นเหตุผลให้พี่ตองอีดิทหรือเปล่าคะ ?

เพื่อเวลาอ่านจะได้รู้สึกขาดๆหายๆ โหว่งๆ
มันเหมือนไม่อิ่ม แต่กลายเป็นอึดอัดแทน

ออกโศกๆ มากกว่าซึ้งกินใจ


จะได้ตรงกับคอนเซ็ป Angst



เพราะอันก่อนให้ความรู้สึกหวานๆ ขมๆ คล้ายช็อคโกแลต

อันใหม่นี่ เหมือนยาขมระงับการหลั่งสาร 'เอ็นโดรฟิน'

แต่ภาษาสวยดี ชอบ...

#18 By nattar on 2008-06-02 18:26

พี่ตองอ่ะ..ใจร้ายย..

แต่งซะเศร้าแล้วอ่ะ..แง้ๆๆ..

รีบมาต่ออีกน่ะค๊าบบ..confused smile

#19 By ปาร์คมาอิ (117.47.214.123) on 2008-06-02 18:53

ทำไมหมีมันปากดีจังว่ะ
บอกว่ารักแจจุง
แต่ครอบครัวอบอุ่นมีความสุขดีนะ
แจจุงเป็นแค่ลูกหมาน่ารักๆที่แกอยากเลี้งไว้เล่นแค่นั้นเหรอ

#20 By cin* (125.24.233.177) on 2008-06-02 19:29

เข้าใจอารมณ์ยุนเลยค่ะ มันทำให้นึกถึงennisผู้ไม่กล้าที่จะทำตามแรงปรารถนาในใจของตัวเองเลยค่ะ ใจนึงเราเห็นใจยองเอนะ บอกตรงๆว่ากลัวตอนจบของเรื่องนี้จริงๆเลยค่ะ...

ปล.ยังรอเดมอนอยู่นะคะ ใจจริงแล้วอยากอ่านเดมอนมากกว่าละ sad smile
เฮอ ~~~~~~~~~~~~~~

แจแจ แจจุง -______- ชีวิตคืออ่ารัย ??

แล้วยุนโฮคิดยังงัย

ยังคงงงต่อไป ?????

#22 By rainbow (61.91.94.152) on 2008-06-02 20:04

ว้ากกกกกกกกก

อยากจิบร้าาา

สงสารทุกคนเลย

#23 By mint** (124.121.141.152) on 2008-06-02 20:47

อ่า ใช่ ถึงตอนเดิมแล้ว

เนื้อเรื่องเปลี่ยนไปมาก ชอบมากขึ้นด้วย ^^,
ไม่ค่อยได้เม้นอ่ะค่ะ เพราะไม่รู้จะเม้นอ่ะไร ดีมากเลยฟิคเรื่องนี้ .


อยากสารภาพว่าเข้าบล๊อคพี่ตองทุกวัน กลัวพี่มาอัพแล้วได้อ่านช้า (บ้าได้อีก 55 5)

ชอบทุกอย่างของ แคนไอ .. .

รอเสมอค๊า ^^

}

#24 By ★ zoxιιz.ι :) on 2008-06-02 21:05

ทำไมยุนทำเงี้ยอะ
แล้วแจล่า
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#25 By (124.121.99.193) on 2008-06-02 21:11

โหวง + ไม่เคลีย

ปาร์คค่ะ อืม คิดอะไรอยู่ งุนงง

ยุนโฮ ผู้ชายที่ดูแสนดี แต่ไม่สามารถจะเลือกอะไรได้

โอ๊ยยยยยยยย

อึดอัดไปกับความสัมพันธ์ของ ทุกตัวละคร

แต่ชอบ surprised smile surprised smile


#26 By (124.121.243.147) on 2008-06-02 21:20

อ่า...ทันกับอันเก่าแล้ว แต่มีแอบน้อยใจเล็กน้อย

คนแต่งตัดฉากรักประทับใจของ ยุนแจ เยอะเชียว
แต่เพิ่ม ยุนยอง มาเป็นเท่าตัว
(ฉาก 10 ข้อยุน-แจ ยุนป่วยแจดูแล สารภาพต่อบาทหลวงแล้วให้แจ ขอรักแจได้หรือเปล่า ผมรักคุณคนเดียว ฯลฯ)

แจจุงกลายเป็นตัวประกอบโดยปริยาย

(คือตอนแรกก็ไม่ใช่ไม่ชอบยุนโฮนะ เข้าใจว่า
โอเค...เมื่อเราเจอคนที่ใช่กับคนที่รักมันคนละคน
แต่ยุนโฮมีพันธะแล้ว ยุนโฮก็ต้องรับผิดชอบ
แต่หลังๆมันเริ่ม แปล่งๆ คบกัน 6 ปี ยังนอกใจ ถ้าคิดว่ายองเอดีแล้วรักแล้วเลือกแล้ว จะไปมีคนอื่นทำไม
หรือกับแจจุงเป็นแค่การสงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หรือเป็นที่ระบายไม่ได้สำคัญอะไร ...
Can I ฉบับนี้ ยุนโฮรักแจจุงน้อยลงจริงๆนะ )

คิดเดาตอนจบเอาไว้คร่าวๆ ด้วย
มีหวั่นๆจะเป็น Sad ending ไหมน้า


หลังอ่านแล้วอาจจะไม่ค่อยแฮปปี้ แต่มันก็ทำให้ได้คิดอะไรเยอะดีเหมือนกัน ^^

(อ่า...เป็นธรรมดาที่คนอ่านจะเฟล ไม่ใช่ความของคนแต่งน้า แม่ยอกยุนแจไง เห็นยุนไม่รักแจเลยมีแอบเคือง แต่แต่งดี)



น่าแปลกที่ยุนโฮคิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือก
ไม่มีตัวเลือกอื่น ทั้งที่ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง
ยุนโฮก็เป็นคนเลือกเอง

#27 By (124.121.6.206) on 2008-06-03 00:02

ขอร้องไห้ที

สงสารแจอ่ะ

อยากฆ่ายุน TT

#28 By Smile on u Only u ^^ on 2008-06-03 00:43

ลงเท่าตอนเก่าแล้ว เศร้าได้ใจจริงๆ
ถึงยุนโฮจะบอกว่ารักแจนะ
แต่เราว่ามันไม่มากพอ ยุนไม่เคยทำอะไรเพื่อแจเลย
เหมือนจะคิดถึงคนอื่น แต่มันก็ไม่ใช่
ถ้ารักแจมากพอ หรือรักยองเอมากพอ มันคงเลือกได้สักคน
คงไม่เป็นแบบนี้

ยูชอนอย่าเมินจุนซูสิ เราเป็นจุนซูคงเซ็งเป็ดมาก
ได้เค้าแล้วทิ้ง ชิชะตาปาร์ค คิดไงก็บอกเค้าไปสิฟะ
อย่างงี้เข้าใจผิดหมดน่ะสิ
การเป็นครู(พิเศษ)มันไม่ได้ผิดขนาดนั้นหรอกนะ
บอกเค้าไปเหอะ แล้วเรื่องไปเมกาค่อยว่ากัน

#29 By Eik on 2008-06-03 02:03

ตลกสิ้นดียังงั้นหรอ ยุนโฮ..
ถามจริงๆเถอะ มันตลกตรงไหนกัน
มองตามความเป็นจริง ถ้าแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว
เรื่องลูกน่ะ ไม่ใช่เรื่องตลก มันคือเรื่องธรรมชาติเลยต่างหาก


ตลกก็เพราะว่าใจมันยังเลือกไม่ได้ใช่มั้ย
ตลกตรงที่ถ้ามีลูกก็ต้องทิ้งแจจุงไปใช่มั้ย
ตลกก็ตรงที่ตัวเองจะไม่สามารถไปเจอแจจุงได้แล้วใช่มั้ย
หึ...ยังไงก็เป็นผู้ชายที่เ้ห็นแก่ตัวอยู่วันยันค่ำเลยนะ


อยากปกป้องแจจุงงั้นหรอ.. เลิกคิดไปเถอะ
ถ้าแค่ทิ้งทุกอย่างเพื่อแจจุงไม่ได้..ยอมตกนรกเพื่อคนรักไม่ได้
แล้วจะทำให้รู้ได้ยังไงว่านายเห็นแจจุงเป็นของสำคัญจริงๆ


มีความสุขมากไหมที่ได้รับความรักอย่างจริงจังจากคนดีๆถึงสองคนน่ะ
แถมตัวเองยังให้พวกเค้ากลับไปไม่ถึงครึ่งอีก...


ทุกสิ่งทุกอย่างนายเป็นคนเลือกเองยุนโฮ..
อย่ามาเสียใจทีหลังให้เห็นแล้วกัน.. จะขำให้จริงๆด้วย!

#30 By dizze (189.13.231.216) on 2008-06-03 02:37

อิหมีเอ๊ยยยยย เมื่อไหร่แกจะเลือกได้ซะทีเนี่ย
ชั้นสงสารแจจุงจะแย่อยู่แล้วนะ (อ่านทีไรร้องไห้ทุกทีเลยสิน่า)
.
.
.
สนุกทุกตอนเลยค่ะ แม้ว่ามันจะปนมากับความเศร้าทุกตอนก็เหอะ
จะรอตอนต่อไปและเรื่องอื่นด้วยนะคะbig smile

#31 By silverfox (203.144.221.254) on 2008-06-03 07:52

เกิดเป็นยุนโฮนี่ดีจัง
มีความสุขบนความทุกข์ของคนสองคน
แล้วก็พยายามหลอกตัวเองและคนอื่นๆว่า ตัวเองก็ทุกข์เหมือนกัน ไม่ได้เอาเปรียบใครนะ

ทั้งๆที่ตัวเองน่ะแหละ แย่ที่สุด...

#32 By kura-x (58.9.77.3) on 2008-06-03 12:41

มันต้องมีสักคนที่เลวสิวะคะ

ออกมาจากกรงกันเถอะ

คนแรกเลย ปาร์คชอนนี่ น้องยังกล้าพูดความจริง
แล้วนายล่ะ ลูกผู้ชายนะเฟ้ย

งึ่ยยยย

#33 By nuna (202.91.23.3) on 2008-06-03 16:44


ยุนโฮ สมกับเป็น ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
คงคำนวณแผนการลงทุน กำไรและขาดทุน ไว้เสร็จสรรพ
ที่เหลือก็หาปัจจัยอะไรสักอย่างมาประกอบให้ตัวเองดูดี

ตัวเองได้อยู่ฝ่ายเดียว


เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ
พ่อกับลูกในเรื่องเหมือนกันจริงๆ

อย่าพลาดล่ะ พลาดเมื่อไหร่ จะเหยียบซ้ำเติมเป็นคนแรกเลย



ผู้ชายฝ่ายรุกเรื่องนี้แต่ละคน ....น่าระอา

อย่าไปเอามันเลย
พอเถอะอยู่กันสงบๆ แบบ 2 พี่น้อง แจซู ดีแล้ว

ขว้างไอ้ฝ่ายรุกให้พ้นไป ก่อนมันจะขว้างทิ้งเรา
เนอะแจจุง จุนซู
อ๊าก ก ก .. เครียด
พาร์ทนี้มีแต่ความหดหู่
มิคเหมือนจะทิ้งจุนนี่
หมีเหมือนจะทำลูกสาวเค้าท้อง

สงสารจุนนี่อ่ะ อะไรๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
เหมือนกับมันเป็นความสุขที่อยู่ดีๆก็หายไปต่อหน้าต่อตา เฮ้อ ..

หมีก็นะ สองจิตสองใจ
ช่วยเลือกด้วยเถอะ เอาซักคน
ท่าทางยองเอได้ท้องแน่
แจเอ๊ย .. อย่าเศร้าไปกว่านี้เลยนะ

ป่านนี้ชางมินเป็นไงบ้างเนี่ย
เรื่องนี้มีแต่ความเจ็บปวด น่าสงสารกันถ้วนหน้าจริงๆ
หมดกัน .. ความรักที่สวยงาม
เสียใจ แต่ร้องไห้ไม่ออก
ไม่รู้จะเป็นไงต่อ ค้างอ่ะ
แถมพี่ตองก็งานยุ่งด้วย
อย่างงี้จะได้อ่านเมื่อไหร่หว่า
ฮือ อ อ ~ พี่ตองสู้ๆนะคะ
น้องๆค้างคาใจกะฟิคเรื่องนี้มาก เหอๆๆ

ฤดูหนาวดูท่าจะพาความเศร้าเข้ามาเยอะเลยนะเนี่ย
ม่ายจริง .. T T
ไม่อยากจะคิดว่าถ้ายองเอท้องขึ้นมาจริงๆ
เรื่องมันจะยุ่งขนาดไหน
เตรียมใจยอมรับแล้วแหละ เฮ้อ ..

#35 By B*Witch (58.8.30.214) on 2008-06-03 18:31

ยุนทำไรอ่า รับไม่ได้
นอกใจแจรึไง อ๊ากกกกกกกก
ช้านจาฆ่าแก๊ไอ้หมีบ้า
แกต้องรักแจคนเดียวเข้าใจม้ายยย

เอิ่ม..โทดที ลืมตัว แหะๆๆ

มาอัพเร็วๆน้า

#36 By DS.ยุนแจจงเจริญ (125.25.243.48) on 2008-06-03 18:42

ทำไมยุนทำแบบนี้...ทำไมเล่า!!!!!

#37 By Kyokoong on 2008-06-03 18:44


คือ...ยุนโฮเลือกยองเอ ตั้งแต่แรกแล้วไง
เหลือแค่จะทิ้งแจยังไง


มารออ่านกัน~~~

#38 By a.while on 2008-06-03 20:06

อยากจะรู้นัก ถ้ายองเอรู้ จะเป็นยังไง สงสารยองเอโคดๆๆๆ
โดนสามีสวมเขา T^T ยุนโฮแกรรร ฮึ่ยยยย เห็นแก่ตัวสุด ๆ เลวได้ใจ ฮือๆๆๆ สงสารยองเอ สงสารแจ ตายทั้งเป็น

ครูปาร์คคะ จุนซูรักเธอนะ เธอก็รักจุนซู มันง่ายออกจะตายไป อย่าสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองมากจิ มีความสุขกันดีกว่านะ อิอิ

#39 By มาจอลีก้า (117.47.229.165) on 2008-06-03 20:15

เศร้าแบบจุกไปเลย จะร้อง แต่ร้องไม่ออก

#40 By MYMJ (58.8.228.42) on 2008-06-03 22:18

เรื่องนี้อ่านกี่รอบก็น่าสงสารกันทุกคน โดยเฉพาะแจจ๋าน่าสงสารที่สุด ส่งผู้ชายสักคนที่รักแจจ๋ามากกว่าที่ยุนรักมาให้ที ทำทุกอย่างให้และเห็นว่าแจจ๋าสำคัญที่สุดในชีวิต จะได้รู้ว่าคนที่รักแจจ๋าในโลกนี้ไม่มีได้มีแค่ยุนคนเดียว เผื่อบางทีจะได้ตัดใจยอมถอยออกมาจากความรักที่เจ็บปวดซักที และที่สำคัญคือการทำให้ยุนได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดแทบตายแบบที่แจจ๋าเคยเป็นและเมื่อถึงตอนนั้นยุนจะเป็นยังไงอยากรู้จัง กลับมาอัพต่อเร็วๆนะอยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป

#41 By arrena (58.64.102.34) on 2008-06-03 22:34

พี่ตองก้าคะ.. รบกวนช่วยรับผิดชอบกับน้ำตาที่เสียไปด้วยค่ะ

รู้สึกว่าคิดถึงพี่เบิร์ด - - กลับตัวก้อไม่ได้ ให้เดินต่อไปก้อไปไม่ถึง

เอามีดให้ชองยุนโฮซักเล่มแล้วฮาราคีรีตัวเองซะ

สงสารคนสองคนที่รักผู้ชายคนนี้

แต่ผู้ชายคนนี้กลับเลือกใครไม่ได้

รักทั้งคู่งั้นหรอ?

ทุเรศว่ะ!!

ปล. พี่ตองสู้เค้า - -

#42 By ayaki-o (125.25.25.219) on 2008-06-03 23:08

อ่านแล้วสงสารแจจ๋าจิงๆ
ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของแจจ๋านะ
ที่ต้องมาเจอคนอย่างอีหมียุนเนี่ย
แจจ๋าไม่น่ามาเจอแล้วก้อมารักยุนเลยจิงๆอ่ะ
ก้อจิงที่ยุนทำให้แจจ๋ามีความสุข
แต่ก้อทุกข์ไม่น้องไปกว่ากันเลยนะ
มันคุ้มมั้ยเนี่ย กับการแลก"ความสุขเล็กน้อย"
กับ"ความทุกข์ที่ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไร"

คู่ยูซูนี่ก้ออีกคน ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้
ทั้งๆที่เค้าก้อรักกันมากทั้งคู่
แต่กับแค่คำว่า "ครูกะศิษย์"
ก้อจุนซูสอบเสร็จแล้วก้อหมดหน้าที่ความเป็นครูแล้วไง
ทำไมจะรักกันไม่ได้อ่ะ
แล้วจุนซูก้อยอมแสดงออกก่อนแล้วด้วย
ยิ่งไปทำไรเค้าแบบนั้น เค้าก้อมีความหวังอ่ะดิ
ทำไมตาปาร์คไม่รับผิดชอบนะ
ทั้งๆที่น่าจะเป็นคู่ที่สมหวังกันไปได้ตั้งนานแล้ว
แต่ดันคิดมากกันไปคิดมากกันมาอยู่นั้นแหละ

สรุปว่า....สงสารแจจ๋า กะ โลมาน้อยจิงๆ

#43 By KaP@cK!E (58.8.252.56) on 2008-06-04 01:00

เป็นการโพสของตอนเก่าหมดแล้วจิจิงด้วย
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ

ตอนนี้ไม่เข้าใจทั้งยูชอนและยุนโฮ
ผู้ชายสองคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่

แจจุงกับจุนซูจะเป็นยังไงต่อไป

รอนะคะ
สู้ๆๆ

#44 By jubjunsu (125.26.41.156) on 2008-06-04 01:23

จองยุนโฮ ทุเรศได้ใจมาก !!!!! ผู้ชายคนนี้
เวลามีความทุกข์จะตายนักหนา กลับมาหาจังนะ โน้นก็แจจุง นี่ก็แจจุง พอตอนนี้ ยี้ ขยะแขยงว่ะ ภายนอกดูเหมือนคนดี ทั้ๆที่ความจริง คือปีศาจร้าย ที่พร้อมจะทำร้ายแจจุตลอดเวลา ชีวิตนี้ไม่สนใจใคร นอกจากชีวิตตัวเอง

แจจุงรักมันเข้าไปได้ยังไงว่ะ

ขอสาปแช่งให้คนแต่งรังแกให้จองยุนโฮให้ไม่มีความสุข สาธุ!!!!!!!!!!!!

ชางมิ๊นนนนน ยูชอนทิ้งจุนซูแล้ว รีบมาเร็ว !!!!

#45 By Hyen* (203.152.39.110) on 2008-06-04 11:27

อ่านตอนที่ 30 แล้ว แบบว่า รู้สึกได้อย่างเดียวว่า

ยุนโฮเห็นแก่ตัวอย่างที่สุด นี่หรือคือความรักที่นายมีให้คนที่นายรัก tongue

ทั้งแจจุงกับยองเอช่างน่าสงสารนัก มารุมรักคนอย่างชองยุนโฮได้

ส่วนปาร์ค แกจะทิ้งน้องไปชิมิ อย่าเชียวนะ ได้แล้วทิ้งหรอปาร์ค แกไม่รอดแน่ เจอแม่ยกน้องแน่ๆ

จุนซุเข้มแข็งดีจริงๆ

เม้นท์อินไปไหมนี่ sad smile

ยังไงก้อจะขอปักธงยุนแจ ยูซูรอคุณตองน้า มาอัพเมื่อไหร่ก้อได้ ถ้าว่างจากงงาน แต่ห้ามนานมากนะ คนอ่านลงแดงกันพอดี question

คุณตองสู้ๆ เด้อ

#46 By มดง่าม (124.121.17.213) on 2008-06-04 16:01

อ่านแล้วบีบหัวใจสุดๆๆๆๆๆๆๆ แต่ละคนก็เหมือนจะเป็นคนดีน่ะ แต่ไม่ชอบอิยุนเลยอ่ะไม่หนักแน่นเลย เหอๆๆๆคาดว่าอีกไม่นานยองเอคงท้อง แล้วที่นี่เรื่องก็จะแย่ลงไปอีก
ตาปาร์คก็น่ะ คงไม่ทิ้งจุนซุไปใช่ม้าย อยากรุ้จิงๆเรื่องจะเป็นไงต่อไป

#47 By (125.25.112.36) on 2008-06-04 16:29

ยูซู
ความรักที่เกิดจากยูชอนตัวเองคิดว่าผิด แล้วความที่ไม่เข้มแข็งพอทำให้ตั้งกฏเกณฑ์ กำแพงกั้นระหว่างตัวเอง และจุนซู หรือจะสู้ความรัก ที่แทนด้วยมิตรภาพ และความรู้สึกพิเศษของชางมิน ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากจุนซู

ยุนแจ
ความรักที่เกิดจากการหลอกลวงแจจุงหรือจะสู้รักที่เลือกอยู่ร่วมกันกับยองเอไปตลอดชีวิต ยุนโฮ เก่งนะ เล่นละครให้ตัวเองดูน่าสงสาร แล้วทำให้แจจุงดูน่าสมเพชได้อย่างแนบเนียน อย่าให้หน้ากากหลุดล่ะ งานนี้มีเฮ...

ผิดมั้ย ที่ยิ่งอ่านยิ่งเกลียดยุนโฮ เพื่อนที่นั่งอ่านอยู่ข้างๆ ตะโกนกรอกเลยค่ะ "ไม่ผิด ชั้นก็เกลียดมันเหมือนกัน"

เอวัง ....= =;

เหลือบตามอง แพริ่ง ยุนแจ ยูซู


ปล. นั่งสุมหัวกับเพื่อน ว่าถ้ายุนโฮเป็นคนดีจริง ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เลว แบบที่ยุนโฮพยายามเข้าข้างตัวเองทุกตอน ก็ต้องยอมบอกแจตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ว่ามีคนอีกคนอยู่แล้ว เข้าใจว่าเป็นวิสัยมนุษย์ที่รักความสุข ถึงได้บอก ว่าถ้ารักแจจุงจริงๆ ก็ต้องกล้าบอก เราว่าแจจุงสามารถยอมรับได้ เพราะยังไงความสุขของคนที่เรารัก ก็สำคัญกว่าอยู่แล้ว แจจุงต้องยอมให้ยุนโฮ เดินไปข้างหน้า มีความสุขแน่นอน... แต่ว่า... ชิ๊ท มันไม่เคยปริปากเลยค่ะ มารอให้ใกล้วันแต่ง (ได้ข่าวว่ามันรู้จักแจจุงก็แต่งก่อนหมั่น) แล้วมันค่อยบอกเฮือกสุด