:: เปิดจองรวมเล่ม Can I Love You? ::

วันนี้ - 25 สิงหาคม 2551

 

 

Can I Love You? (29)

posted on 25 May 2008 18:33 by bleaf-me  in can-i-love-you

Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13

 

29. พลั้ง

 

คฤหาสน์ตระกูลคิมในยามเช้าเงียบเหงาวังเวงกว่าที่คิด ยามเมื่อชางมินมองผ่านช่องว่างระหว่างรั้วเหล็กดัดแน่นหนานี้เข้าไป อาคารสีขาวหลังใหญ่แลดูไม่ต่างอะไรกับภาพซ้อนในความทรงจำ เขาเป่ากระพุ้งแก้มอย่างนึกเสียดาย ภายในปราศจากสัญญาณการเคลื่อนไหวใดๆ เว้นแต่ก้านกิ่งใบไม้ที่ไหวไปตามกระแสลม

ลมเหมันต์ที่พัดผ่านหนาวจับใจ เขากระชับอ้อมแขนกอดอกแน่นเมื่อรู้สึกว่าไหล่ของเขาเริ่มสะท้านเบาๆ น่าแปลกที่สายลมเย็นเยียบซึ่งพัดผ่าน หรือแม้แต่เกล็ดหิมะที่กระหน่ำโปรยอย่างโหดร้ายของนิวซีแลนด์ ยังไม่ทำให้เขารู้สึกทรมานได้ถึงเพียงนี้

เหน็บหนาวไปถึงข้างในจนทำให้นึกหวั่นกลัว

กลัวเหลือเกิน...

“เอ่อ...ไม่ทราบว่ามาหาใครหรือคะ?” เสียงเรียกของคนงานสาวทำให้เขาสะดุ้ง ชางมินชะงัก ตื่นความคิดว้าวุ่นใจ เงยหน้าส่งยิ้มบางๆ ให้เธอที่ในยามนี้ใบหน้ายิ่งฉายแววฉงน

“คือผมมาหาจุนซูน่ะครับ” เด็กหนุ่มตอบ พลางลอบมองผ่านไหล่ของสาวใช้คนตรงหน้าเข้าไป ในยามนี้เขาเพียงหวังจะพบป้าเมียงยอ หรือคนงานเก่าแก่คนไหนก็ได้ที่รู้จักเพื่อนสนิทคนเดียวของคุณหนูเล็กแห่งตระกูลคิม เพื่ออะไรๆ คงจะง่ายดายขึ้นกว่านี้นักหนา

สาวใช้ที่เขาไม่เคยคุ้นหน้าจ้องเขาเขม็งอย่างหวาดระแวง เธอยิ้มแห้งแล้งทันทีที่ชางมินผงกหัวให้ “คือวันนี้คุณหนูเล็กไปสอบน่ะค่ะ”

“งั้นหรือครับ แล้วไม่ทราบจะกลับเมื่อไหร่ครับ คือผมรอได้”

เธอทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด “คงกลับพรุ่งนี้เลยน่ะค่ะ”

แม้รอยยิ้มที่เคยมีจะยังคงอยู่ ทว่านัยน์ตาสีเข้มสนิทนั้นกลับแลดูหงอยเศร้าจนสังเกตได้ ชางมินก้มมองเท้า พลางพึมพำถ้อยคำบางอย่างที่ไม่สามารถจับใจความได้กับตัวเอง ถึงจะไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น แต่เขาไม่อาจรู้ตัวได้เลยว่าฝ่ามือซีดเผือดที่ซ้อนอยู่ใต้กระเป๋าเสื้อโค้ชทั้งคู่นี้นั้นกำลังบีบแน่นจนสั่นริก

ความชื้นแฉะในกำมือ...ราวกับคราบน้ำตาที่หลั่งรินอาบเลอะใบหน้าทุกครั้งที่เอนกายลงนอน ทุกครั้งที่หลับตา ภาพของจุนซูยังคงฉายชัด จุนซูที่ยิ้มให้เขา จุนซูที่พร่ำบอกเสมอว่ารักเขาที่สุด ไม่ว่าจะใช้ความพยายามสักเพียงใดก็ยังไม่สามารถวิ่งหนีความรู้สึกเจ็บร้าวนี้พ้น

กลัว...กลัวเหลือเกิน...

 

.
.
.

 

เด็กชายร่างสูงวิ่งกระหืดกระหอบมาตามเส้นทางสายเดิม แม้ว่าหมอกหนาจะเริ่มโรยตัว ทัศนะเบื้องหน้าไม่ชัดเจน หากก็ยังมุ่งหน้าต่อไป ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ได้สดใสอย่างเคย อากาศเย็นจัดกับเกล็ดหิมะสีขาวที่เริ่มตกหนาเม็ดขึ้นอย่างไม่คาดคิดบาดร้าว เขาเจ็บไปทั่วฝ่ามือที่ปราศจากการห่อหุ้มใดๆ ลมหายใจติดขัดแผ่ลอดผ่านลำคอแห้งผาก เปลือกตากระพริบถี่ต้านทานลมยะเยือกที่กระหน่ำพัดอย่างไม่นำพาต่อสิ่งใด

กระทั่งภาพเลือนลางของป้ายรถที่คุ้นตาเริ่มปรากฏ เงาตะคุ่มเงาหนึ่งก็ปรากฏตามมา ภาพร่างของคนที่เขาภาวนาอยู่ตลอดทางให้ไม่หวังจะได้พบ เด็กชายรวบรวมเรี่ยวแรงที่ยังเหลือ เปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก

“จุนซู!”

“ช..ชางมิน...”

ร่างเล็กๆ ที่ห่อตัวอยู่ในเสื้อโค้ชตัวโตเอนกายพิงเสา แม้จะหนาวจนริมฝีปากสั่นระริกแต่ก็ยังฝืนมอบยิ้มให้

ชั่วพริบตา...ร่างนั้นก็ถูกกลืนหายเข้าไปภายในอ้อมแขน ชางมินกอดจุนซูเอาไว้แน่น ใช้ฝ่ามือลูบแรงๆ ที่ต้นแขนทั้งสองเพื่อคลายความหนาวให้ เขาพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ พลางสบถด่าตัวเองอย่างอดไม่ได้

“บ้าชะมัด” เขากัดฟัน รั้งตัวจุนซูให้เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ศีรษะเล็กแนบซบแผ่นอกอบอุ่น เนื้อกายที่แสนนุ่มนิ่มและเปราะบางสะท้านไหวเสียจนเขาไม่อาจให้อภัยตัวเอง

“ชางมิน นายไปไหนมา ฉันเป็นห่วงแทบตาย” เสียงเล็กกระซิบถามครือเครือในลำคอ

คนถูกถามหลับตาลง ส่ายหน้าช้าๆ อย่างเจ็บปวด ถ้อยทีที่เอ่ยราวกับกำลังตำหนิ หากแต่น้ำเสียงและแววตานั้นไม่ใช่แม้แต่น้อย “เป็นฉันต่างหากที่ต้องห่วงนาย ฉันผิดนัดเกือบสองชั่วโมง นายยังรออยู่ได้ ทำไมไม่กลับบ้านไปนะ”

“ถ้าฉันกลับแล้วนายมา เราก็ไม่เจอกันน่ะสิ”

ชางมินถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แล้วถ้าฉันไม่มาล่ะ?”

“ฉันก็คงจะยืนแข็งตายอยู่ตรงนี้...” จุนซูผละออกจากอ้อมกอด เงยหน้าขึ้นสบตา แก้มขาวเรื่อสีแดงเมื่อถูกหิมะกัด ริมฝีปากคู่สวยแห้งแตกและซีดสี ผิดแต่จุนซูยังดูน่ารักเสมอยามเมื่อแย้มยิ้ม “แต่มันคงจะไม่มีวันนั้นใช่ไหม?”

โดยไม่สามารถสรรหาคำใดมาอธิบายได้อีก ชางมินได้แต่รั้งจุนซูเข้ามากอดไว้อีกครั้ง แน่นเท่าที่จะแน่นได้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี ราวกับกลัวว่าขนนกเบาๆ นี้จะปลิวหายวับไปต่อหน้าต่อตา

หากคนคนนี้เจ็บปวด หากคนคนนี้ต้องมีน้ำตา

เขาคงขาดใจ...

 

.
.
.

 

“คุณคะ คุณ!”

ทันทีที่ความตึงตื้อค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับภาพขาวดำในความทรงจำ เสียงแหลมเล็กของสาวใช้คนเดิมก็ดังแทรกเข้ามาในห้วงคิดอีกครั้ง ครานี้ทำเอาชางมินสะดุ้งสุดตัวอย่างไม่สามารถปกปิดได้ เมื่อเหลือบสายตากลับไปมอง ก็พบว่าเธอกำลังนิ่วหน้าพินิจเขาด้วยความคลางแคลงใจ ชางมินขานรับเบาๆ  ด้วยเสียงที่แหบแห้งราวกับคนไม่สบาย

“ค..ครับ?”

“จะให้ดิฉันเรียนคุณจุนซูว่าอะไรดีคะ?”

“เรียนว่าอะไรดี...” ชางมินทวนคำอย่างไม่แน่ใจ พลางลอบสำรวจปฏิกิริยาของคนงานสาวร่างเล็กตรงหน้า เธอเอียงคอมองเขา เลิกคิ้วเล็กน้อยเค้นหาคำตอบ เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกบีบต้อนให้จนมุมจนต้องยอมตอบคำถาม “ไม่ต้องบอกเขาหรอกครับ ช่างมันเถอะ”

ชางมินสังเกตได้ว่าเธอยิ้มเฝื่อนๆ เมื่อมองเห็นสายตาของเขา ร่างสูงค้อมตัวลงคำนับอย่างอ่อนน้อม “ผมลาล่ะครับ ขอบคุณมาก” ก่อนเดินจากไปโดยไม่รีรอหรือแม้แต่เหลียวกลับมาอีก

เวลาไม่เคยรอใคร จุนซูก็เหมือนนกน้อยที่พร้อมจะโผบินไปได้ทุกที่

ท้องฟ้านี้กว้างนัก

 

นายเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องรอฉันอีกแล้วสินะ

 

เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของเขา ภายในห้องนอนส่วนตัวที่ปิดม่านจนทึมทึบ แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องลอดรอยต่อบางๆ เข้ามาได้เต็มที่ แสงสว่างวูบวาบจากจอมอนิเตอร์ตรงหน้าแลดูไม่ชัดเจนยามเมื่อหัวใจของเขาล่องลอยไปไกล

หน้าเว็บไซต์สีฟ้าขาวของการไปรษณีย์นิวซีแลนด์ปรากฏอยู่ รหัสข้อมูลถูกกรอกลงไปอย่างครบถ้วนแล้วในช่องว่าง

 

...ตรวจสอบสถานะจดหมายฝากส่งทางไปรษณีย์...

 

เขาลากลูกศรวนเวียนอยู่บนปุ่มตรวจสอบ มือเรียวกุมเม้าส์ไว้แน่น ขยับนิ้วสลับไปมาอย่างไม่แน่ใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของตน หากแต่ถ้าเขาไม่ทำ ความรู้สึกที่ยังคงอัดแน่นค้างคาในใจก็คงไม่ถูกปลดปล่อยได้เช่นเดียวกัน

ทันทีที่ส่งแรงไปยังปลายนิ้วเบาๆ และไม่สามารถย้อนการกระทำนั้นกลับคืนมาได้ เด็กหนุ่มตระหนักชัดแก่ใจตนถึงความจริงที่ว่า ‘เวลาไม่เคยรอใคร’ ตราบใดที่เข็มนาฬิกายังคงเดินไปข้างหน้า คนที่เลือกจะรอคอย คงมีเฉพาะคนที่แสนขลาดเขลาเช่นเขาเท่านั้น

...จดหมายของท่านถึงมือผู้รับเรียบร้อยแล้ว…

“นายไม่ได้เปิดอ่านมันสินะ” ชางมินรำพันเสียงแผ่ว ขาดคำจนแทบไม่เป็นศัพท์ “ไม่สิ...ไม่ใช่...นายไม่สนใจมันต่างหาก”

หยดน้ำใสๆ ไหลอาบใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะหยดลงบนฝ่ามือเรียวยาวนั้น...หยดแล้วหยดเล่า... เขาปล่อยให้มันไหล ไม่พยายามอดกลั้นเอาไว้เหมือนเช่นที่เคยเป็น เพราะเขาเจ็บปวดเหลือเกิน และเขารู้ดีว่าหากไม่ระบายออกมา หัวใจดวงนี้คงแตกสลาย

เขาคงขาดใจที่ต้องรับรู้ว่า...จุนซูไม่เหลือความรู้สึกดีๆ ให้เขาอีก แม้แต่ความเป็นเพื่อน

 

.
.
.

 

ปาร์คยูชอนใช้เวลาหลายนาทีลากปลายนิ้วไปบนแผ่นกระดาษ ตามแนวบรรทัดที่ระบายไว้ด้วยลายพิมพ์ยุบยับตา เขากระพริบตาถี่ๆ พยายามเพ่งมองอักษรเล็กๆ ตรงหน้าผ่านเลนส์แว่นสายตาของเขาอย่างใช้สติ หน้าบอร์ดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบและเลขที่ห้องสอบวัดแววพื้นฐานเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศประจำปีนี้

“คิมจุนซู...คิมจุนซู...นี่ไง เจอแล้ว! คิมจุนซู ห้องหกสี่สอง” ยูชอนตะโกนแข่งกับเสียงจอกแจ่กจอแจของฝูงชนที่กำลังเบียดเสียดยัดเยียดกันจนแน่นขนัด  เขาบีบมือน้อยๆ ของจุนซูแน่นด้วยเกรงจะพลัดหลง พลางลากร่างนั้นฝ่ากลุ่มนักเรียนมัธยมปลายนานาโรงเรียนออกจากวงล้อมที่ดูไม่ต่างอะไรกับจลาจลขนาดย่อมๆ

จุนซูที่ตื่นสายทำท่าอิดออด แต่ยูชอนที่ตื่นสายจนพากันสายทั้งครูทั้งศิษย์นั้นก็ไม่ได้ใส่ใจ เขาดันหลังเร่ง โดยไม่ลืมที่จะกำชับหนักแน่น “เร็วเข้าจุนซู ใกล้ถึงเวลาแล้ว”

จุนซูเป่ากระพุ้งแก้ม ปรางค์แก้มสีชมพูเรื่อสีจัดยามปะทะลมหนาว เขาก้มหน้ามองพื้น ไม่เข้าใจว่าทำไมเช้าอันแสนวุ่นวายเช่นนี้ ทุกสิ่งรอบกายถึงได้ดูเงียบเหงา หรือแม้แต่ลมก็ราวกับหยุดพัด ใบหน้าหวานพยักรับคำช้าๆ ก่อนจะเดินหายกลมกลืนไปกับผู้คนที่เดินสวนกันขวักไขว่

นัยน์ตาคู่เดิมมองตามแผ่นหลังบอบบางนั้นไปราวกับพยายามจะโอบกอดเอาไว้ แต่สิ่งที่เก็บไว้ได้เต็มอ้อมแขนมีเพียงความว่างเปล่ากับกลิ่นหอมของจุนซูฝังตรึงอยู่ในความทรงจำ ยูชอนถอนใจ ซุกฝ่ามือเย็นเฉียบลงไปในกระเป๋าเสื้อโค้ช

นี่ล่ะมั้ง

ฉากจบที่สวยงามที่สุดเท่าที่พอจะเป็นได้...

“ครูยูชอน...”

เสียงเรียกเพียงแผ่วเบาท่ามกลางสัญญาณแห่งความสับสนอลหม่าน เขากลับได้ยินมันอย่างชัดแจ้ง ยูชอนสะดุ้งสุดตัว และทันทีที่เงยหน้าขึ้น นัยน์ตากลมใสคู่นั้นก็กำลังจ้องตรงมาที่เขา

ดวงตาของจุนซูที่ยังคงใสและสุกสว่างเหมือนแก้ว หากแต่วันนี้มันกลับไม่มีเงาของความสุขเคลือบแฝง และฉายแววความโศกเศร้ากังวลอย่างชัดเจน

“ครูฮะ กอดผมหน่อย” น้ำเสียงนั้นสั่นพร่า ริมฝีปากสีสดพยายามคลี่ยิ้ม ทว่ากลับสั่นระริกอย่างช่วยไม่ได้

ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา ความแสบร้าวที่แล่นปราดลงมาถึงขั้วหัวใจ ทำให้ผู้ฟังจำต้องเม้มริมฝีปากกลบเกลื่อนอาการเอาไว้ ยูชอนก้าวเข้าไปหา...ก้าวหนึ่ง...แต่ก็ยังห่างไกล ไกลราวกับจะไม่มีวันสัมผัสกันได้อีกเลยตลอดกาล

“ฮึก...ครูฮะ...”

ยูชอนเอื้อมสุดแขนเพื่อกุมไหล่คู่นั้นเอาไว้ เขารั้งสุดกำลังเพื่อที่จะสามารถกอดจุนซูได้อีกครั้ง ปิดช่องว่างระหว่างคนทั้งสองที่เคยมีให้แนบสนิทลง ฝ่ามืออุ่นลูบสัมผัสเส้นผมสีน้ำตาลทอง ทะนุถนอมทุกเส้นอย่างเบามือ ฝังปลายจมูกซับกลิ่นหอมละมุนละไม และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ใส่ใจสายตาแปลกๆ ของใครต่อใครที่มองมา

“พยายามให้เต็มที่นะ จุนซู ทำให้ดีที่สุด แล้ววันนี้เธออยากจะไปที่ไหน อยากกินอะไร ครูจะพาไป เราจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน คุยกันทุกเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับในตำรา ครูจะฟังทุกอย่างที่เธอพูด แล้วก็จะเล่าทุกเรื่องที่เธออยากรู้...ดีไหม?”

จุนซูพยักหน้ารับช้าๆ โอบแขนรอบเอวของยูชอนด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด ซบใบหน้าลงกับอกแกร่งที่แสนอบอุ่น เขาอยากร้องไห้ แต่น้ำตาที่เคยเอ่อคลอก็กลับแห้งสนิทราวกับมันซึมหายกลับไปทั้งหมด ทว่าความรู้สึกอัดอั้นยังคงอยู่ มันทำให้เขาหายใจไม่ออก และคาดว่าความรู้สึกนี้จะยังคงอยู่ตลอดไปจนกว่าจะสามารถลืมยูชอนได้

ความรู้สึกที่หากไม่พูดออกไป จิตวิญญาณจะไม่มีวันเป็นอิสระได้อีกเลย

น่าเศร้าที่เขาไม่สามารถพูดออกไปได้

ไม่ได้จริงๆ...

ในที่สุดจุนซูก็ยอมผละออกจากอ้อมกอด เงยหน้าขึ้นสบตา แล้วยิ้มให้ยูชอน

“สอบเสร็จแล้วโทรหาครูนะ ครูรออยู่แถวนี้แหละ”

“ฮะ งั้นผมไปก่อนนะ”

“อืม โชคดีนะ”

จุนซูโบกมือให้ กระทั่งเร่งฝีเท้าจากไป ยูชอนรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก สามวันที่เขาพยายามเก็บรักษาเอาไว้ราวกับสมบัติล้ำค่า ปลิวหายไปแล้วในพริบตา เสียดายที่ความรักกลับไม่สลายไปง่ายดายเช่นกาลเวลา

ยิ่งนานขึ้น...ยิ่งรักมาก

มากจนแม้แต่เขาเองยังแทบไม่เชื่อว่าคนอย่างเขาจะสามารถรักใครได้มากมายถึงเพียงนี้

 

.
.
.

 

ยูชอนและจุนซูโชคดีเหลือเกินที่ได้โต๊ะที่ดีที่สุดตัวริมสุดในคืนวันศุกร์ อาจารย์หนุ่มทอดสายตามองพื้นน้ำไหวเป็นระรอกตามกระแสลมที่โชยพัดเอาไอความหอมของน้ำในทะเลสาบติดมาด้วย

ส่วนผู้เป็นลูกศิษย์เพ่งนัยน์ตาพิจารณาเปลวเทียนที่สะบัดวูบไปมาตามลม สลับกับใบหน้าของยูชอน พลางครุ่นคิดถึงภาพยนตร์คลาสสิคที่ผู้เป็นอาจารย์เพิ่งพาเขาไปดูมาด้วยกัน เป็นภาพยนตร์อินดี้เกี่ยวกับความรักที่แตกหักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ยูชอนบอกกับเขาว่าเรื่องนี้เคยเข้าฉายที่เกาหลีเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณสามสี่ปีก่อน

ต้นคริสมาสต์ที่ประดับไว้ด้วยลูกไฟหลากสี กล่องของขวัญ และเสียงเพลงแห่งฤดูหนาว...

จุนซูกระตุกยิ้มเรียบๆ กับตัวเอง

ไม่แปลกเลยที่เนื้อเรื่องจะคุ้นเสียจนสามารถเดาจุดจบได้อย่างแม่นยำ

“หนังเศร้านะ” ยูชอนชวนคุย พลางยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นจิบ

“แต่ตราบใดที่มันคือความรัก ก็จะยังคงเป็นสิ่งที่สวยงามไม่ใช่หรือฮะ”

จุนซูผ่อนลมหายใจเบาๆ ควันสีขาวที่พวยพุ่งผ่านริมฝีปากสีเชอรี่ เส้นผมเส้นเล็กๆ ที่ปลิวไปตามลม กับแววตาที่ดูว่างเปล่า ยิ่งทำให้ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าดูว้าเหว่ราวกับภาพขาวดำ จุนซูท้าวแขนบนราวรั้วสีขาวแล้วเกยคางซ้อนชื่นชมไฟถนนยามค่ำคืนที่สะท้อนเล่นแสงกับผืนน้ำระยิบระยับ

“ครูยูชอนเคยมีแฟนแล้วหรือยังฮะ?” จุนซูที่เงียบไปนานถามทำลายความเงียบขึ้นในที่สุด เขาพูดทั้งๆ ที่ดวงตายังคงจับอยู่กับวิวที่แสนสวยงามราวภาพวาด “ที่รักกันจนอยากมีอนาคตร่วมกันน่ะ”

“เคยสิ เคยมีเพียบเลยล่ะ” ยูชอนตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ นึกขันกับอดีตในวัยเยาว์ “แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”

ตาคู่น้อยเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ “ทำไมล่ะฮะ?”

“ไม่อยากเจ็บล่ะมั้ง ความรักทำให้คนเราเห็นแก่ตัวเสมอ ยิ่งรักกันมากก็ยิ่งทำร้ายกันมาก ไม่รู้สิ...ก็เป็นแบบนี้แหละ”

“จริงด้วยสิ” จุนซูพยักหน้าหงึกหงัก วนนิ้วที่ขอบแก้วพั้นช์ผลไม้ของตนไปพลาง “ไม่รักก็ไม่เจ็บ”

ยูชอนหัวเราะเบาๆ กับความคิดไร้เดียงสาของจุนซู เขาเสมองไปไกลๆ ก่อนจะเดาะปาก “แต่ถามตัวเองดูเถอะ เธอจะอยู่ได้ไหมถ้าไม่รักใครเลย”

“ก็ถูกอีกนั่นแหละ” เด็กชายเบะปาก ย่นจมูกอย่างน่ารัก ยูชอนมองแล้วอดหัวเราะไม่ได้

“ลองไปบวชดูกันไหม จะได้ละทางโลก นิพพานไปเลย”

สิ้นคำ คนทั้งสองจึงหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน กระทั่งเสียงหัวเราะค่อยๆ จางหายยูชอนจึงได้ตัดสินใจถามต่อ “แล้วเธอล่ะ จุนซู โตป่านนี้แล้ว เคยรักใครบ้างไหม?”

“รักเยอะแยะเลยฮะ รักคุณพ่อ รักพี่แจจุง รักเมียงยอ...”

“เดี๋ยวๆ ไม่ใช่รักแบบนั้นสิ รักแบบพระเอกนางเอกน่ะ”

จุนซูอมยิ้มจางๆ เลือนลางเสียจนแทบจะเลือนหายไป เขาเฝ้ามองกลีบกุหลาบสีขาวที่ผลิกลีบยิ้มร่าอยู่ในแจกัน แจจุงเคยบอกกับเขาว่ากุหลาบหน้าร้านพวกนี้มักจะยิ้มได้ด้วยฟอมาลีน ไม่เหมือนกับกุหลาบในสวนที่ยิ้มได้เพราะแสงตะวันยามเช้า

‘เศร้าจังนะ ที่คุณแม่ฉีดฟอมาลีนให้เราตั้งแต่เด็กๆ’

ประโยคติดตลกของแจจุงที่เคยทำให้เขาหัวเราะและเขายังคงจำได้ เพิ่งจะเข้าใจความหมายของมันอย่างถ่องแท้ก็วันนี้เอง

“บอกไปแล้ว ครูคงไม่เชื่อผมหรอก”

 

.
.
.

 

“โอย...ครูยูชอนตัวหนักเป็นบ้า ผมบอกแล้วว่าอย่าดื่มเยอะก็ไม่เชื่อ”

จุนซูประคองยูชอนให้นั่งลงบนเตียง ทันทีที่มากลับถึงอพาร์ตเม้นต์ของยูชอน ตลอดเวลาเกือบชั่วโมงที่นั่งมาบนรถ จุนซูไม่แน่ใจว่ายูชอนที่เดินมึนๆ มาตั้งแต่ที่ร้านจะสามารถพาเขากลับบ้านอย่างปลอดภัยได้ในคืนนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็คลำทางกลับมาได้

“เถอะน่า ครูไม่ได้เมาซักหน่อย”

“ขวาเป็นซ้าย ซ้ายเป็นขวา ขนาดนี้ยังว่าไม่เมาเหรอฮะ” จุนซูหัวเราะคิกคัก พลางเดินหายเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ

ยูชอนซบใบหน้าลงกับฝ่ามือสักพักด้วยรู้สึกมึนศีรษะ ก่อนจะประคองตัวเองให้ลุกขึ้นจากที่ที่เคยนั่ง เขาตรงไปยังตู้เสื้อผ้าหน้ากระจกเงา ไม่น่าเชื่อว่าปาร์คยูชอนขี้เมาสมัยเรียนจะกลับมายืนอยู่ที่นี่ เขาหัวเราะลงคอเบาๆ ปล่อยยูชอนขี้เมาไว้ตรงนั้น แล้วลงมือถอดเสื้อสูทกับปลดเข็มขัดออก

เสียงน้ำที่เคยไหลซึ่งดังแว่วอยู่ในความเงียบงันสงบลง ยูชอนได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงลมหายใจที่ติดขัด เขาไม่กล้าหันกลับไป กลิ่นหอมอันเจือไปด้วยความอ่อนเยาว์และบริสุทธิ์โชยฟุ้งไปทั่ว ความชื้นของหยดน้ำที่หยดลงบนแผ่นหลัง กระทั่งแรงกอดของอ้อมแขนที่สอดเข้ามาโอบรัดรอบเอวในตอนนี้ ทำให้เขาจำต้องหันกลับไป

“ผมรักครูนะฮะ” เสียงใสที่เอื้อนเอ่ย สะท้อนก้องอยู่ในหัวสมอง

ยูชอนบีบมือจุนซูแล้วปล่อย เฝ้ามองใบหน้าขาวสะอาดที่ก้มนิ่ง และแววตาไร้เดียงสาที่แลดูหวาดกลัวกับทุกอย่าง เขาอดไม่ไหวที่จะทนมองภาพนั้นอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรได้

มือเรียวเอื้อมไปรั้งร่างเล็กๆ นั้นเข้ามากอดแน่น ทุกเศษเสี้ยวบนเรือนร่างบอบบางผิดจากชายที่ถึงวัยแตกเนื้อหนุ่มนี้บริสุทธิ์สดใส ไม่เว้นแม้แต่หยาดน้ำที่ไหลระปอยผมชื้นๆ ก็กลับหอมราวน้ำฝน

เขาเชยปลายคางเรียวสวยขึ้น เพื่อสามารถมองใบหน้าของจุนซูได้ถนัด ที่แล้วมาสำหรับเขาแล้ว จุนซูคือเทวดาน้อยๆ ที่น่ารักและไร้เดียงสา ทุกคำพูดที่กลั่นออกมาจากใจเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักคำโกหก น่าแปลกที่ในวันนี้...ความคิดที่แล่นเข้ามาในสมองยามที่ได้พินิจใบหน้าหวานใสนี้ใกล้ๆ นั้นเปลี่ยนไป

เขาเห็นนางฟ้า...นางฟ้าที่งดงามมากเหลือเกิน...

สมองสั่งว่าห้ามพลั้ง แต่ร่างกายกลับไม่ฟังคำทัดทาน กฎเกณฑ์และข้อห้ามที่เคยใช้ปิดกั้นความต้องการในหัวใจถูกลืมจนหมดสิ้น ร่างสูงโน้มกายลงจุมพิตที่ริมฝีปากสีแดงสด แผ่วเบาราวกับจะโอบอุ้มและเนิ่นนานราวชั่วชีวิต จุนซูเผยอริมฝีปากรับ ขณะลูบฝ่ามือไล้บนแผ่นหลังกว้างช้าๆ ฟังเสียงผ่อนลมหายใจของยูชอน

ทั้งคู่เอนกายลงบนพื้นเตียง เสื้อเชิ้ตนักเรียนสีขาวที่ยับยู่ สาบเสื้อถูกแหวกออกเผยซอกคอขาวและแผ่นอกแบนราบ หน้าท้องสวยที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ เส้นผมสีน้ำตาลทองฉาบแสงไฟสว่างจ้า ผิวนุ่มนิ่มเนียนเกลี้ยงเกลาชื้นเหงื่อส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดปลายจมูก ยูชอนทาบริมฝีปากบนยอดอกสีชมพูในขณะที่ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผ่นหลัง พลางรั้งเขาให้เข้ามาใกล้

ยูชอนปลดเปลื้องเสื้อผ้าของจุนซูออกจนหมด จูบเรื่อยไปทุกส่วนสัดบนเรือนร่างเล็กๆ นั้น เสียงหวานครางร่ำไม่เป็นภาษา ทุกกริยาดำเนินไปอย่างเนิบช้าราวกับความฝัน ทุกสัมผัสที่เขามอบให้แผ่วเบา นุ่มนวล และถนอมรักษา กายทั้งกายของจุนซูสั่นระริกด้วยแรงปรารถนาอันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก

มือเล็กยกขึ้นจัดการกระดุมเสื้อของยูชอนทีละเม็ด ลูบไล้ลำคอเรียว แนวกระดูก และแนวไหล่เผยสง่า ความนุ่มและอบอุ่นบนผิวกายของยูชอนนั้นยังติดปลายนิ้ว ขาวสะอาดราวกับเรืองแสงได้ จุนซูผงกศีรษะขึ้นจูบเขาที่ซอกคอ ปลายคาง และริมฝีปากอิ่ม ใบหน้าของพวกเขาใกล้ชิดราวกับใช้ลมหายใจเดียวกัน

ยูชอนแนบกายเข้าไปใกล้ รับรู้ถึงความร้อนรุ่มในกายจุนซู ฟังเสียงร้องของเขา จูบซับน้ำตาที่ร่วงพราวและริมฝีปากที่ถูกเม้มกัดจนช้ำต้านทานความเจ็บปวด ความอ่อนหวานที่ถูกแทนที่ด้วยพลังรุนแรงช่วยเติมเต็มความรู้สึกที่เคยขาดหาย เขาท่องซ้ำไปซ้ำมาในใจ

นี่คือปาร์คยูชอน...ครูยูชอนที่เขารัก...

ความเจ็บปวดที่เคยมีจึงถูกแทนที่ด้วยความสุขสมไปถึงภายใน จุนซูเหนื่อยล้าเหลือเกิน ทว่ายังไม่อยากให้มันสิ้นสุด เขาอยากให้มันเป็นเช่นนี้ตลอดไปจวบจนถึงวันสิ้นอายุขัยของโลกใบนี้

 

เสียงโทรศัพท์บ้านในห้องรับแขกดังอยู่นานพักใหญ่ ทว่ามันไม่ถูกเก็บนำมาใส่ใจ เสียงเรียกชื่อยูชอนหวานจับใจ เพลงรักที่บรรเลงคลอเคลียลมหนาวที่โชยพัด ท่ามกลางความมืดสงัดของค่ำคืนที่ดาวบนท้องฟ้าถูกแสงสีกลางเมืองใหญ่กลืนหายไปจนสิ้น

‘...สวัสดีครับผมปาร์คยูชอนครับ ตอนนี้ผมไม่อยู่บ้าน หากมีธุระด่วนล่ะก็ช่วยฝากข้อความไว้หลังสัญญาณนะครับ ขอบคุณครับ...’

“…สวัสดีค่ะ ดร.ปาร์ค จากฝ่ายบุคคลตลาดหลักทรัพย์นะคะ…”

 


To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สงสารน้องมินอ่ะ โฮๆๆๆๆๆ
ตกลงจุนซูรักปาร์คจริงๆๆ เหรอเนี่ย เราก็นึกว่าอารมณ์พาไป แต่ก็อย่างว่านะ ปาร์คนุ่มนวลซะอย่างนั้นเป็นใครอยู่ใกล้ก็ต้องหลงรักได้ง่ายดายแหล่ะเนอะ
พาร์ทนี้ไม่มีแจจ๋าเลยอ่ะ
พาร์ทหน้าขอเยอะๆๆๆ แล้วกันนะคร้าบบบบบบบ
สู้ สู้ คร้าบบบบบบ
จะเป็นกำลังใจให้น้า

#1 By BloomminT (58.8.166.190) on 2008-05-25 19:07

สงสารน้องมินอ่ะ

#2 By yunjae4u on 2008-05-25 20:02

สงสารไปหมดเลยอ่า

มิน ก็น่าสงสาร

จุนซูกับยูชอนก็น่าสงสาร ( แต่ก็แอบโฮกกกกกกกก ) (ซี๊ดดด)

อ๋า ยุนแจอย่ากอ่านอ่า....

.
.
.
.
.
.
.
.

ยุนแจหายไปเรยอ่า

แล้วไอ้ตลาดหลักทรัพย์ โอยยยยย จามีเรื่องมาอีกอ๊ะป่าวหว่า

มาต่อไว ๆ น๊าคร๊า รออยุ่นะค๊ะ

มีซซซซซซ
...

#3 By ..ZosazisT.. on 2008-05-25 20:14

ในที่สุด
ยูซู ก้อ ...
แล้วจะเป็นยังไงต่อไป จะรักกันมากขึ้น เข้าใจกันและอยู่ด้วยกันตลอดไป

หรือว่ามันจะเศร้าหนักกว่าเดิมล่ะ

แต่ที่น่าสงสารที่สุด คงไม่พ้้นชายชิมของเรา

#4 By minnie (58.8.132.9) on 2008-05-25 20:59


เอาผู้ชายแบบยูชอน มาให้คนนึงดิ๊ ~~

big smile

ฝ่ายบุคคลคะ ? ทำ OT หรอคะ โทรมาซะ เวลา ...ฮึ๋ย !!

อย่าพรากปาร์คไปจากจุนซูน้า

มินมิน น่ารักอ่ะ ผู้ชายแข็งๆ แต่อ่อนไหว เข้าขั้น เพราะรักน้องจุนซู

ใครจะไม่รักล่ะ บริสุทธิ์ น่ารัก ซะขนาดนี้ confused smile

#5 By Gioglo (124.121.14.165) on 2008-05-25 21:36

คริคริ ยูซูเต็มๆ เลยค้าบบ
น้องมันไม่ได้เมาใช่มะนั่น
น้องมันเต็มใจสินะ
ครูปาร์คเมา แต่ครูปาร์คก็เต็มใจเหมือนกัน
อิ๊งอ๊าง

ดีจังพาทนี้ พักยุนแจไปก่อน อ่านแล้วเหน็ดเหนื่อยใจเหลือเกิน

#6 By แจจ๋า (222.123.109.196) on 2008-05-25 22:06

ทั้งสองคนก้าวข้ามความสัมพันธ์ต้องห้ามไปแล้วสินะ

ความทุกข์หรือความสุขจะรออยู่กันแน่น้อ

#7 By kamuichan (202.28.180.202) on 2008-05-25 22:06

อ๊ะอ๊างงงง...

น้อยจางงง..55+

แต่ยังดีที่มีNcหั้ยได้จิ้นกันนิดหน่อยย..อิอิ

สมจัยอยากก..

รีบๆมาต่อเร็วๆน่ะค่ะ..นู๋ไม่หวายแล้ววว

ปล.พี่ตองคั๊บนี่ใหม่..นางสาวปลาดุกน๊า

#8 By ปาร์คมาอิ (222.123.72.76) on 2008-05-25 22:25

เหมือนตอนนี้สั้นๆ
หรือเพราะว่าช่วงหลังๆ อ่านแล้วยิ้มเลยรู้สึกว่าสั้น

นั่นแหละ ยูซูจากนี้จะสมหวังหรือว่าจะเป็นเหมือนยุนแจ
เหอๆ ไม่อยากให้น้องผิดหวัง น้องยังเด็กอยู่เลย

#9 By Ira (134.83.1.233) on 2008-05-25 23:55

นั่นสิคะคุณตอง ..
ความรักคือการเห็นแก่ตัว ..... ตอนนี้ เราก็กำลังเห็นแก่ตัวอยู่ ฮ่า ฮ่า ..
ไม่เกี่ยวกับฟิคเท่าไหร่ แต่มันก็เกี่ยวกลายๆ นะคะ ..

น้องมินน่าสงสาร ...
จม. แม้มันจะส่งถึง แต่มันไม่เคยมาถึงมือคนรับนะชางมิน
อย่าตัดพ้อต่อว่าตัวเองว่าไม่มีใครรักแบบนี้สิ
ไม่ดีๆๆ น้องเซียรู้เข้าจะเสียใจนะ
ตอนนี้ ทุกคนมีแต่จะเจ็บ ...
สิ่งที่ยูชอนกับจุนซูทำ ..ตอนนี้
พอผ่านไป ก็จะมีแต่ความเจ็บปวดในความรู้สึกผิด ..แน่ๆ
ความรัก .. ก็จะถูกลืมเลือน ..

เฮ้ออ
ความรัก ความเห็นแก่ตัว ..บางครั้งก็แยกกันไม่ออกเลย

#10 By yolande (58.64.121.91) on 2008-05-26 00:38

อ๊ายยย...คู่ตาปาร์คกะน้องก็เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว

ต่อไปในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกะคู่นี้น้า

ไม่รู้จะสุขหรือทุกข์ แต่ไงก็อย่าทิ้งกันเน้

จับมือฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันนะปาร์คนะน้อง

พาร์ทนี้ที่น่าสงสารที่สุดก็คือนุ้งมินอ่ะ

แต่น้องก็ต้องคู่กะปาร์คอยู่แล้วนี่

พาร์ทนี้ยุนแจหายไปเลยนะคะ

พาร์ทหน้าขอยุนแจด้วยค่ะ

สู้สู้ต่อไปนะคร้า...รอติดตามค่ะ ^o^

#11 By meyj4ever (58.137.37.58) on 2008-05-26 11:18

ในที่สุดก็ยอมรับกันซะทีว่ารักกันอยู่
เล่นเอาคนลุ้นเหนื่อยเเทน 555
เเต่ก็สมหวังล่ะน้า เเต่ปาร์คต้องขอย้อมใจก่อน

เเล้วฝ่ายบุคคลมีความสำคัญอะไรหล่ะนั้น รอลุ้นอยู่
ปล. ชางมินนี่ พี่อยากให้น้องไปหาคนที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่าที่จะมาจมกับอดีต กับคนที่มีเจ้าของเเล้วอย่างจุนซู ขอให้เจอคนดีๆนะ

#12 By marked (58.8.40.55) on 2008-05-26 12:30

โอ๊ยยยย..น้องมินเจ็บปวดมากมาย

ชีวิตมานเศร้ากันจัง เง้ออออออ~~~~

#13 By NooN (203.144.197.2) on 2008-05-26 13:14

อืมมม อับแล้ววววว เดี๋ยวมาเม้นนะคะ ไปอ่านก่อน ลันล้า

#14 By เจ้าป้า (61.7.147.145) on 2008-05-26 13:23

สงสารชางมินอ่า สงสารปาร์กด้วย
ความรักช่างทรมานเหลือเกิน ความเจ็บปวดที่จะเกิดจากการห่างไกลช่างทำใจลำบาก
ทั้งๆที่รักมากขนากนี้ทำไมถึง....
อ๊ากกกกกกกกกกกกก
เจ็บปวด แต่ก็ไม่สามารถขาดความรักได้เช่นกัน
สู้ๆนะคะ

#15 By sai (222.123.175.162) on 2008-05-26 14:05

เย้ๆ
อัพแล้ววว
ชางมินนนนนน่าสงสาร งื่อออ

จะเป็นไงต่อไปปป โฮกก
มาอัพต่อเร็วๆนะค่ะ
เยอะๆด้วย ฮี่ฮี่
สู้ๆๆๆน้าค่ะ

#16 By (124.121.101.113) on 2008-05-26 16:48

>_______________<

สั้นไปคร่าๆๆ โฮโฮ ต่อด่วน !!!!!!!!!!

หายไปหลายวัน คิดเถิงมากมายเรย

พอเปิดมาเห็นว่าอัพแล้วนี่แบบ โค ต ร ดีใจเรย 555+


เข้าเรื่องๆๆ...

จุนซูสารภาพไปแล้ว แต่ปาร์คยังไม่ทันตอบรับเลย ก้NCซะแร้วววว(แต่ก้ชอบ กรั๊กๆๆๆ)

มินๆน่าสงสารมั่กมากอ่า อ่านตอนของมินแล้วแบบ บีบหัวใจสุดๆ T^T โฮโฮ

แต่พาร์ทนี้มันสั้นไปจิงๆนะคะ >< อยากอ่านต่อง่ะ TOT

พาร์ทหน้าคงเปนยุนแจใช่มะ อ๊ากกก ไม่อยากจะคิด เดาเรื่องไม่ออกเลย

ก้คงต้องรอต่อไป.....

สู้ๆน้าค้า เป็นกำลังใจให้เสมอแหละ FIGHTING !!!!


ปล.รอรวมเล่มแคนไอนะ อิยะฮ่าๆๆๆๆ

#17 By PURE (222.123.136.66) on 2008-05-26 18:25

สงสารชางมินอ่ะ
ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว สถานะของจดหมายที่บอกว่าถึงมือผู้รับแล้ว ได้ถึงมือของจุนนี่จริงๆรึป่าว
บางทีอาจจะถึง แต่ก็ยังไม่ได้อ่านก็ได้
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่รู้ว่าถ้าจุนนี่ได้อ่านแล้วจะรู้สึกยังไงกะชางมิน
เปลี่ยวจริงเลย มินเอ๊ยมาหาเค้ามา มาๆๆ ฮา~~

ยูซู๊ววววววว~
และแล้วเค้าก็ตกเป็นของกันและกัน
ว่าแล้วเชียวว่าปาร์คอดใจไม่ไหวหรอก
ก็มีนางฟ้าอยู่ในห้องทั้งคน คิคิ
ขำกะมุขลาไปบวชมาก อ่านแล้วปล่อยก๊ากออกมาเลยอ่ะค่ะพี่ตอง กร๊ากๆ
ว่าแล้วก็อยากลาไปบวชจริงๆ เบื่อชีวิต เซ็งงงงง

เฮ้อ .. วอซเมล์ที่ฝากในโทรศัพท์ทำเค้าคิดไปถึงไหนต่อไหน
สงสัยปาร์คจะงานเข้า แล้วจะเอามั๊ยอ่ะ
ถ้าเอาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ขอให้ไม่ต้องไปทำไกลถึงต่างประเทศ
ง่า ไม่อยากจะคิด
ไม่อยากจะคาดเดา
เพราะฉะนั้น รอพี่ตองมาเฉลย เอิ๊ก

อยากจะบอกว่าทุกครั้งที่ได้เล่นเนท แหวนก็เข้ามาบล็อกพี่ตองทุกวันเลย
เข้าจนติดเป็นนิสัย ฮ่าๆ
ไฟท์ติ้งค่า Q(^w^)V

#18 By B*Witch (58.8.23.66) on 2008-05-26 19:53

แม้จะสุขสม แต่ก็อึกอัดอ่า

#19 By (124.122.133.233) on 2008-05-26 22:38

แค่พลั้งเผลอแต่มันไม่ช่ายพลาดพลั้ง ทุกอย่างที่เกิดเต็มไปด้วยความรักใช่ความใคร่หรือเกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้สติและความยับยั้งช่างใจหมดลง ถึงมันจะมีส่วนบ้างแต่ก็แค่นิดหน่อย ในเมื่อสองคนมีความรู้สึกต่ออีกฝ่ายเหมือนกันแต่ไม่อาจพูดคุยมันออกมาได้อยากหมดเปลือก แต่อย่างน้องลูกศิษย์ก็ได้พูดออกมาแล้วระบายความรู้สึกออกมาแล้วเหลือแต่คนเป็นครูเท่านั้นล่ะที่จะมีความพยายามและความกล้าพอที่จะก้าวข้ามเส้นที่ขีดแบ่งบรรทัดฐานของสังคมรึป่าว ขอเพียงแค่มองเด็กคนหนึ่งในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ตัวเองมีความรู้สึกรักเด็กคนนี้จากใจจริง โดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องของบทบาทที่สังคมขีดกั้นไว้ มองข้ามความสัมพันธ์ฉันคุณครูกับลูกศิษย์แต่ใช้ใจมองว่าเราก็แค่คนๆหนึ่งที่รักเด็กผู้ชายอีกคนจนหมดหัวใจ เฮ้อออ ครูปาร์คจะทำได้ไหมมัวแต่คิดโน้นคิดนี่ เด็กน้อยที่ถูกฟอร์มาลีนอาบมาตั้งแต่เด็กคงขาดใจตายกันพอดี แม่จ้าวไม่อยากคิดสภาพตอนตื่นมาแล้วต้องปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองและปล่อยให้เรื่องต่างๆมันผ่านไปเหมือนสายลม

น้องมินก็เศร้าปวดตับ อารมณ์น้อยใจเอ่อล้นใจจนทะลักแล้ว เฮ้ออ

สู้ๆคะ

#20 By m_econ (124.121.116.106) on 2008-05-26 23:11

ยุนแจหายยยย
ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรค่ะ..ยูซูมินแทนได้


สงสารชางมินอย่างแรง.. เกลียดบุรุษไปรษณีย์จังเลย
มันยิ่งทำให้ชางมินเข้าใจผิดเข้าไปใหญ่ น่าสงสารแบบไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว
แอบคิดว่าให้ชางมินเจอแบบนี้กับเจอจุนซูกับตัวเองแบบไหนจะเจ็บกว่ากันนะ..
เฮ้อออ สงสารๆๆๆ...


อ๊ากกกก บริษัทหลักทรัพย์..มาได้จังหวะเหลือเกิน..
ให้เราทาย ยูชอนคงหนีไปทำงาน ทิ้งน้องไว้
เพราะคิดว่าตัวเองทำผิดต่อน้องล่ะสิ... เห้ออ ไม่นะ..
ตอนแรกแอบดีใจแบบได้กันซะที.. แต่มาเจอประโยคจบแบบนี้
เริ่มรู้สึกลางไม่ดีเท่าไหร่เลย..เห้อออๆๆๆ


ต่อเร็วๆนะคะ รออยู่ค่ะ สู้ๆๆ

#21 By dizze (189.13.162.110) on 2008-05-27 01:50

ตอนนี้มีแต่ยูซูอ่ะ
แต่ถึงยังไงมันก็เศร้าอยู่ดี
ทำไมเศร้าได้ทุกคู่เลยน้า

#22 By silverfox (124.121.193.158) on 2008-05-27 10:47

อ้ากกกกกกกกกกกกกส์

รอวันนี้มานานแล้ววว

น้องกะปาร์คเป็นของกันและกัน อิอิ

แต่สงสารมินๆอ้ะ T___________T

#23 By Gam[i]kaze* on 2008-05-27 16:38

อ่า สงสารมินอ่า T^T
ตอนนี้ไม่มียุนแจ แต่มีncยูซูแทน อิอิ
รอตอนต่อไปค่า ^^

#24 By DS.ยุนแจจงเจริญ (125.25.223.49) on 2008-05-27 19:31

ชางมินคือที่สุดในโลก

ที่สุดของจักรวาลแห่งนี้

ที่สุดของที่สุด

เม้นอะไรดีฟระ?

55555+

นึกไม่ออกค่ะ รู้แค่ว่า.. ถ้าวันนึงที่ได้เป้นชางมินแล้วต้องมีความรู้สึกแบบนี้

หนูคงไม่มีเวลาไปนั่งเปิดคอมดูจดหมายแล้วพี่ คงร้องไห้แทบขาดใจมันตอนนั้นน่ะแหละ

*หัวเราะทั้งน้ำตา*

#25 By ayaki-o (125.25.28.126) on 2008-05-27 23:33

อ่า...ไม่ได้อ่านตั้งนาน คิดถึงฟิคของคุณตองที่สุด
น้องมินน่าสงสารจัง -*- สงสารจนหดหู่
ยูซูตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ชอบ >//<
ถึงจะสงสารน้องมินแต่ยูซูเค้ารักกันหนิ
ตอนหน้าคงเศร้ากว่านี้สินะ
รออยู่เสมอนะคะ ^^

#26 By Loveyoochun ^^ on 2008-05-28 01:04

หวัดดค่ะ มาแล้ว มาเม้นแล้วค่ะ

ตอนนี้สงสารน้องมินมากเลยอ่ะ เกือบจะลืมยุน-แจไปเลยเนี่ย ในที่สุดยูชอนก็ไม่สามารถนะ แล้วทีนี้จะทำยังไงกัน เหมือนจะเห็นเค้าของความเศร้าและเจ็บปวดอยู่รางๆ แล้วนะคะ ยุนแจก็ยังคงคลุมเครืออยู่ นี่ยูชอนยังไม่ห้ามใจตัวเองอีก แต่จะว่าไปก็ใจตรงกับจุนซูนะ เพียงแต่ยังไม่กล้ายอมรับว่าใจตรงกันเท่านั้นเอง แต่ก็นะ แล้วน้องมินล่ะ จุนซูนะเอาชางมินไปไว้ไหนแล้วที่สำคัญป้ายังสงสัยอยู่ว่าที่ผ่านมาจุนซูเห็นชางมินเป็นแค่เพื่อนรัก หรือรักชางมินกันแน่แต่ถ้ารักชางมินทำไมถึงมารักยูชอนได้อีก angry smile อืม คิดว่าในตอนต่อๆ ไป คงมีความกระจ่างเรื่องต่างๆ เพิ่มขึ้นบ้าง
ขอบคุณสำหรับฟิกนะคะ ยังคงแต่งได้ดีเช่นเคยนะคะและจะรออ่านตอนต่อไปค่ะ
ปล.ตอนหน้าขอยุนแจบ้างนะคะ ถึงจะรู้สึกขัดใจอยู่บ้างแต่ก็อยากอ่านต่อค่ะ

#27 By เจ้าป้า (61.7.147.145) on 2008-05-29 13:21

น้องมินนน...น่าสงสารหม่นหมองมากๆT________T
เหอ เหอ ชื่อตอนพลั้งมันแปลว่าพลาดเลยพากันพลาดกันหมดเลย
นุ้งมินที่พลาดพลั้งกะความจริง ยูชอนที่พลาดพลั้งความรู้สึก จุนซูที่พลาดพลั้งกะความรัก(ตกลงหนูรักใครกันแน่เนี้ยะ )

#28 By (58.8.138.114) on 2008-05-29 16:30

อีตลาดหลักทรัพย์มันโผล่มาทำพรื่อ

พาสนี้ถูกใจยูซู^_^"

แต่สงสารชางมินง่ะ

แง่งงงงๆๆ

ต่อด่วนนลุยยย>_<"

#29 By NooN (118.172.137.117) on 2008-05-29 17:03

มันซื้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ยูซูแผลงฤทธิ์เกินความคาดหมายจนอ๊าคคคค

ซี้ดดดดดดดดด

#30 By --- (124.121.207.242) on 2008-05-29 19:23

โอ้โห ถึงคิวยูซูซะที่ หุหุ
อ่านแล้วแอบเขิน
แต่สงสารมินจังเลยT^T
ตลาดหลักทรัพย์หวังว่าคง
ไม่ได้เกี่ยวในเรื่องไม่ดีหรอกนะคะ

มาอัพต่อไวๆนะคะ
รอติดตามอ่านอยู่ค่ะ

#31 By (58.8.225.52) on 2008-05-29 21:22

โฮกก สงสารพริ้นชิมมากๆคับพี่ตอง
ฮึกก น้องมินเข้าใจผิดเพราะจดหมายแท้ๆเลย T^T~
เมื่อไหร่มินซูจะได้เจอกันนะ ~

ส่วนยูซู ~~ สุดยอดคับ
เปนความรักที่ละมุนมากๆ
แล้ว NC ก็อ่อนโยน อ่อนหวาน ละมุน >///<
โอ๊ยย มีความสุขมากๆคับพี่ตอง (ขอโทษนะพริ้นชิม ผมรักยููซู TT^TT)

ตอนต่อไปจะเปนเยี่ยงไรลุ้นสุดตัวคับผม

พี่ตองรวมเล่มด้วยน้าค้าบบ พลีส ~~

#32 By FunkyBoyZ` ♥ YS ! on 2008-05-30 18:13

ขอให้ยูซูรักกันเร็วๆนะคะ
ยุนแจก็ขอให้สะสางปัญหาได้สักที
ขอให้แจพูดได้เร็วๆ
ให้ยุนสะสางปัญหาผู้หญิงคนนั้นแล้วมาอยู่กับแจ หุหุหุ
ขอให้ยูชอนบอกไปสักทีว่ารักจุนซู
ส่วนจุนซูก็ขอให้รักยูชอนากๆ อย่าไปวอกแว่กให้ใครล่ะ
ส่วนชางมิน ขอโทษนะมิน แต่อยากให้ยูซูได้คู่กันจริงๆ หุหุหุ

รอตอนต่อไปนะคะ
สนุกมากๆเลย อ่านทีเดียว รวดเดียวจบเลย ครุครุ

#33 By Icypumpkin (117.47.59.232) on 2008-05-30 19:28

ฮึก ‼


ส งสา รชิ มชา งมิ น



ยูซูไ ด้อี กอ่ะพา ร์ทนี้
รั กปา ร์คจั งเ ยย




ค รา วห น้าขอยุ นแ จด้ว ยนะค้า บ

#34 By ห มูห วา น (222.123.84.212) on 2008-05-31 11:37

เกือบตายไปกับ ครูยูชอน และ นักเรียนจุนซู

จำได้ว่าตอนที่แล้วก็จบตอนนี้ ฉะนั้น เราจะกลับไปอ่านอีกรอบ เพื่อจะรอตอนต่อไป อิอิ

ปล. จะบอกว่า อ่านฉากรักของยูชอนกับจุนซูไป สามรอบแล้ว ยิ่งอ่า่นยิ่งเหมือนกินเค้กนุ่มๆ

#35 By MYMJ (58.8.226.218) on 2008-05-31 21:51

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ~ !!!
และแล้ว ยูซูก็เรียบร้อนจนได้ !!
ความสัมพันธ์ที่เป็นไปไม่ได้
มันเกิดขึ้นแล้วซิ
แล้วมันจะเป็นยังงัยต่อไป !!!
แล้วนั่น .. โทรมาทำไมคะ !!!!!

สงสารน้องมิน T^T

#36 By kook (58.8.61.223) on 2008-06-02 13:50

พาร์ทนี้ยูซูไปเต็มๆ
เป็การบรรยายเลิฟซีนที่นุ่มละมุนมั่กมากก

แต่ความสุขก็มักจะอยู่ได้ไม่นานจริงมั้ย

น้องจะเป็นยังไงต่อไป...แล้วปาร์คจะทำเช่นไร
แล้วน้องมินหล่ะ....

สู้ๆนะคะ

#37 By jubjunsu (125.26.41.156) on 2008-06-04 01:07

สงสารน้องมินอ่า....

ยูซู..ในที่สุดก็รู้ใจกันและกันซะทีนะ

แล้วฝ่ายบุคคลตลาดหลักทรัพย์โทรมาทำไมเนี่ย

จะมีเรื่องอีกรึเปล่านะ ไม่อยากให้จุนซูเศร้าเลยอ่า

#38 By MyJunsu (125.25.18.237) on 2008-06-12 18:38