:: เปิดจองรวมเล่ม Can I Love You? ::

วันนี้ - 25 สิงหาคม 2551

 

 

Can I Love You? (26)

posted on 25 Apr 2008 12:24 by bleaf-me  in can-i-love-you

Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13

 

26. เลือนหาย

 

เด็กหนุ่มพับกระดาษ ผนึกซองจดหมาย ก่อนจะบรรจงเลียแสตมป์แล้วติดมันลงตรงหน้าซองอย่างเรียบร้อย ริมฝีปากตกมุมได้รูปคลี่แย้มรอยยิ้มขมขื่นช้าๆ จ้องมองมันด้วยความอาลัย

นี่คงเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายที่เขาจะได้เขียน

เขาพกจดหมายฉบับนั้นติดตัวไปตลอดวัน ไปเรียน เล่นกีฬา ทำกิจกรรม ดื่มกินสังสรรค์ในงานเลี้ยงอำลา เหล่าบรรดามิตรสหายทั้งหัวแดงหัวดำต่างมีน้ำตาปริ่มคลอ ผิดจากเขาที่มอบกลับเพียงรอยยิ้มบางๆ เท่านั้น เขากอดตอบเพื่อนทุกคนอย่างซาบซึ้งในมิตรภาพ เขาให้สัญญาว่าสักวันอาจได้พบกันใหม่

อาจจะ...

จดหมายฉบับน้อยถูกร่อนลงในตู้ไปรษณีย์ ท่ามกลางอากาศเย็นชื้นและความมืดที่เริ่มโรยตัว มือเรียวกระชับผ้าพันคอสีเรียบและเสื้อโค้ชตัวหนาสีเข้มทึบเข้าแนบผิวกาย ใช้มันกับสเวตเตอร์ตัวเก่าปกป้องตนเองให้พ้นจากลมหนาวยะเยือกอันแสนโหดร้าย โอบกอดร่างกายนี้ด้วยทุกสัมผัสแห่งความห่วงหาของคนที่เฝ้าคิดถึง

เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น...นานทีเดียว ราวกับพยายามจะซึมซับบรรยากาศและจดจำภาพตรงนี้เอาไว้ ให้มากพอกับช่วงเวลาที่เขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้

ลาก่อนนิวซีแลนด์...

ขอบคุณสำหรับความทรงจำ... ขอบคุณสำหรับบทเรียน...

กระดาษแผ่นนั้นกำลังเดินทาง มันถูกไขออกจากตู้ไปรษณีย์ ลำเลียงไปตามสายพานสีดำสนิทเข้าสู่เครื่องคัดแยกจดหมาย ขึ้นรถขนส่ง แยกย้ายไปพักไว้ก่อนจะถูกนำขึ้นเครื่องบินไปยังดินแดนอันแสนไกลพร้อมกับความรู้สึกอันเต็มล้นของเด็กชาย... ซึ่งในวันนี้เขาเติบโตเป็นชายหนุ่มรูปงามเต็มตัวแล้ว...

 

‘จุนซู ที่รัก

สวัสดีจุนซู ขอโทษที่เพิ่งตอบจดหมายเอาป่านนี้ ฉันขอโทษสำหรับจดหมายฉบับก่อนที่ฉันไม่ได้ตอบนาย หวังว่านายคงไม่โกรธ และยกโทษให้กับความโง่เง่าของฉันด้วย

ฉันมันก็โง่แบบนี้แหละ ไม่โกรธกันนะ

เขียนมาหาวันนี้มีข่าวดีจะมาบอก จุนซู...ฉันกำลังจะกลับไปเกาหลีเดือนหน้านี้ นับวันรอก็เหลืออีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น เราก็คงจะได้เจอกันอีก

สำรวจตัวเองเป็นร้อยครั้งหลังจากที่นายบอกให้ฉันลองสำรวจเป็นล้านรอบแล้ว... ชิมชางมิน คนนี้ไม่ใช่เด็กผู้ชายหุ่นสูงโย่ง ผิวคล้ำ หน้าตาคงแก่เรียนคนเดิมแล้วนะ ฉันเปลี่ยนไป แต่ก็พูดไม่ถูกว่าเปลี่ยนไปในทางไหน ฉันกลัวนายจำหน้าเพื่อนคนนี้ไม่ได้จัง

ในซองจดหมายฉันแนบตารางเวลาเดินทาง ชื่อไฟลท์ที่ฉันจะไปถึงไปให้นายด้วย เท้าเหยียบพื้นดินที่โน่นคงราวบ่าย หวังว่ามันจะไม่ลำบากเกินไปที่นายจะมารับเพื่อนที่แสนเย็นชา แสนใจร้ายของนายคนนี้หรอกนะ

ตอนนี้มือฉันสั่นไปหมดเลยนายรู้ไหม ฉันทั้งดีใจแล้วก็ใจหายด้วยพร้อมกัน ฉันยังรักษาสัญญานะ จุนซู สัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะกลับไป

รอไม่ไหวแล้ว อยากเจอนายใจจะขาด ฉันคิดถึงนายมากเลยจุนซู

แล้วเจอกันนะ...

รัก,
จาก...ชางมิน’

 

จดหมายของฉัน...ที่สองมือคู่นี้บรรจงแต่งแต้มถ้อยคำและภาษา

สองมือคู่นี้ที่มันเฝ้ารอคอยแต่วันที่จะได้สัมผัสนายอีกครั้ง...

 

บุรุษไปรษณีย์นายเดิมจอดรถลงหน้ารั้วประตูบ้านตระกูลคิม ก้มๆ เงยๆ ค้นจดหมายหลายสิบฉบับจากในถุงสีน้ำตาลใบใหญ่ เมื่อคิดว่าได้ครบจึงยื่นสมุดบันทึกให้คุณลุงคนสวนลงชื่อรับไว้ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องรถแล้วบึ่งออกไปในทันที

 

จดหมายของฉัน...ที่สองตาคู่นี้ลากไล้ตรวจทาน

พิถีพิถันทุกกระบวนการก่อนที่จะปรากฏต่อสายตานาย

สองตาคู่นี้ที่มันมีแต่ภาพของนายอยู่ชัดเจนเสมอมา...

 

ชายมีอายุเจ้าของเส้นผมสีโพลนไปค่อนหัวเอียงคอมองจดหมายกองผะเนินในมือด้วยความงุนงง ก่อนระบายลมหายใจออกมายาวๆในที่สุด เขากระชับซองจดหมายมากมายนั้นเข้าแนบลำตัวแล้วกลับหลังหันเดินไป โดยไม่ทันสังเกตว่ามีจดหมายเบาๆ อีกหนึ่งฉบับที่ร่วงหล่นหลุดมือ

 

จดหมายของฉัน...ที่หัวใจดวงนี้กลั่นกรองทุกความรู้สึกที่มีต่อนาย

หวังเพียงแค่นายได้สัมผัสความห่วงใยจากฉัน

หัวใจดวงนี้ที่มันไม่เคยหยุดรักนาย มันยังคงมีนายอยู่เต็มหัวใจตลอดเวลา...

 

ละล่องลงสู่พื้น โดนสายลมโชยหวิวพัดปลิวจนลอยไปตกลงบนพื้นถนนนอกบ้านที่เปียกแฉะชุ่มน้ำฝน ค่อยๆ จมหายไป หมึกปากกาที่ใช้จ่าหน้าซองซีดจนเริ่มจางหาย กระทั่งกระดาษแผ่นบางๆ แผ่นนั้นยุ่ยยับย่นสลายไปในที่สุด... ถูกเหยียบย่ำ... ทิ้งขว้าง... ไร้ความหมาย...

 

ไร้ค่า... ไร้ความหมาย...

เหมือนตัวฉันที่ไม่เคยมีคุณค่าในสายตานายมากกว่าเพื่อนที่ดี

ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด ความรู้สึกนั้นก็ยังไม่เคยส่งไปถึงนายเลยแม้สักครั้ง...

 

.
.
.

 

ฝนหลงฤดูโปรยปรายอำพรางสายตา ไอเย็นที่ได้จากเครื่องปรับอากาศรถยนต์เกาะกระจกหน้ารถจนเกิดฝ้าขาวโพลน สัญญาณไฟจราจรสีแดงส่องแสงแหวกม่านหมอกเบาบางอยู่ลิบตา ยูชอนระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ในขณะที่เขานั่งนิ่งทำตัวเกร็งอยู่ด้านที่นั่งคนขับ สองมือชื้นเหงื่อแม้อากาศจะเย็นจัดกระชับพวงมาลัยมั่น อาจารย์หนุ่มรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อต้องตกเป็นเป้าสายตาซึ่งจ้องมาที่เขาอยู่นานสองนานตลอดเวลาที่รถติดแหง่กอยู่กลางถนนเช่นนี้

“มีอะไรหรือเปล่า จุนซู?” เมื่อหันมาสบตา ยูชอนจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกไปในที่สุด

จุนซูที่นั่งขดตัวอยู่ใต้เสื้อกันหนาวสีฟ้าอ่อนตัวหนาสะดุ้งเล็กน้อย แสร้งเสมองออกไปนอกหน้าต่าง หลบการประจันหน้าได้อย่างทันควัน เด็กชายหัวเราะแห้งๆ ตาคู่น้อยหรุบลงต่ำจนดูคล้ายใกล้จะปรือปิดสนิท เสียงใสเอ่ยผ่านลำคออันแห้งผาก อ้อมแอ้มไม่ชัดเจน

“เปล่าหรอกฮะ”

“อืม”

ยูชอนมองสำรวจใบหน้าด้านข้างของจุนซู ริมฝีปากที่เคยแดงจัดเหมือนลูกเชอรี่แห้งแตกและสั่นระริก ผิวขาวอมชมพูสุกปลั่งกลับซีดเผือดขาดสีเลือดมาหล่อเลี้ยง แววตาสุกใสคู่นั้นดูหมองเศร้าอย่างไร้สาเหตุ ต่างจากคุณหนูเล็กคนที่แสนสดใสที่เขารู้จัก

ริมฝีปากอิ่มได้รูปผ่อนลมหายใจยาว เขารับรู้แน่ว่าลูกศิษย์คนโปรดคนนี้มีเรื่องให้ครุ่นคิดในใจ หากแต่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าคืออะไร เขาเอี้ยวตัวไปควานหาเสื้อสูทสีเข้มซึ่งถูกพาดไว้บนเบาะหลัง ก่อนจะคลี่มันออกมาคลุมทับลงไปบนไหล่น้อยๆ นั่นอีกชั้นหนึ่ง

จุนซูยิ้มกว้างให้เขาแทนคำขอบคุณ แล้วจึงหลับตาลง ยูชอนสัมผัสได้ถึงความเหน็บหนาวและว้าเหว่อันฉายชัดอยู่ในรอยยิ้มนั้น

“อีกแค่สามวัน”

“หืม?”

“อีกแค่สามวันก็ถึงวันสอบแล้ว” ร่างเล็กขยับขลุกอยู่ภายใต้เสื้อตัวหนา จุนซูเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยที่คาดอยู่ออก ก่อนจะเอนตัวนอนลงหนุนตักของยูชอน อันให้ความรู้สึกอบอุ่นกว่าเสื้อกันหนาวเหล่านั้นเป็นไหนๆ

ยูชอนเบิกดวงตาขึ้นเล็กน้อยอย่างตกใจ “อันตรายนะ จุนซู” เขาเตือน ขัดกับฝ่ามือหนาข้างที่เหลือที่ทาบลงลูบเส้นผมนุ่มลื่นสีน้ำตาลทองเล่นเบาๆ

“ขอผมอยู่อย่างนี้ซักพักเถอะฮะ”

ก้มมองจุนซูที่ยังคงหลับตาและดูมีทีท่าสงบ แสงไฟถนนสีส้มฉายทาบลงมาทำให้เกิดรอยสะท้อนของเม็ดฝนบนผิวแก้มเนียนใส ยูชอนไล้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมซึ่งตกลงมาระบังใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เขาหลงรัก พลางย้อนนึกถึงคำพูดที่ว่า 'อีกแค่สามวัน' ก็ยิ่งพาให้ใจหาย

ชายหนุ่มอมยิ้มเศร้า หากนี่คือจุดจบ เขามั่นใจว่าคงเป็นการดีสำหรับตัวจุนซู ทว่าบางครั้งยูชอนก็อดคิดไม่ได้... มันคงจะไม่ยุติธรรมเท่าไหร่เลยสำหรับหัวใจของเขาเอง

“ครูยูชอนตั้งใจว่าจะทำอะไรต่อไปฮะ?” จุนซูผงกหัวขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมจ้องลึกราวกับอยากจะหยั่งให้ถึงภายในจิตใจและสิ่งที่คุณครูของเขากำลังคิดไม่ตก

“อะไรหรือ?” ยูชอนย้ำถาม แม้ว่าจะเข้าใจคำถามนั้นแล้วทั้งหมด

“หลังจากนี้ครูยูชอนก็ไม่ต้องสอนผมแล้ว”

ยูชอนหัวเราะเบาๆ “ไม่รู้สิ สำหรับครูน่ะ อนาคตไม่เคยแน่นอนหรอก” เขารำพัน พลางทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้า สายฝนเริ่มพร่างพรำหนาเม็ด เสียงของมันที่ตกกระทบหลังคารถยนต์ไม่เป็นจังหวะ ฟังดูคล้ายเสียงกระดิกของเข็มนาฬิกาพังๆ ที่เอาแต่อยากจะวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่นำพาต่ออดีตอันแสนสดสวย “แต่ที่แน่ๆ คงจะไม่ขอเป็นครูอีก”

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะฮะ” จุนซูเลิกคิ้ว พลิกตัวขึ้นจ้องใบหน้าของผู้เป็นอาจารย์เขม็งอย่างไม่เข้าใจ มองยูชอนในมุมนี้ แม้แท้จริงจะอยู่ใกล้แต่กลับให้ความรู้สึกว่าช่างห่างไกลเหลือเกิน

“ครูคงเป็นครูที่ดีไม่ได้หรอก”

“ไม่จริง ครูยูชอนเป็นครูที่ดีที่สุดของผม”

จุนซูค้านเสียงหนักแน่นจริงจัง ยูชอนอมยิ้มขันกับท่าทางเอาเป็นเอาตายของศิษย์รัก หากแต่แววตากลับไร้ซึ่งความสุขเจืออยู่ด้วย ร่างสูงขยับเหยียดตัวขึ้นพิงเบาะนั่ง กำมือกระชับพวงมาลัยเมื่อแสงไฟกลมๆ สีแดงจ้านั้นดับลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวในเวลาต่อมา

“เธอ...ไม่มีวันเข้าใจหรอก”

 

.
.
.

 

เสียงปี๊บจากระบบล็อคที่ถูกคลายออก ปลุกจุนซูให้ตื่นจากภวังค์ เขาเงยหน้าขึ้นมองบานประตูไม้เนื้อแข็งสีเข้มซึ่งติดแผ่นป้ายสีทองสลักเลขที่ห้องสี่หลักไว้อย่างหรูหราเบื้องหน้าถูกผลักเข้าไปช้าๆ ภาพอพาร์ตเม้นต์บนตึกสูงระฟ้าระดับห้าดาวจึงเผยชัดแก่สายตา เด็กชายหันไปยิ้มให้กับเจ้าของห้องเป็นเชิงขออนุญาต ก่อนจะรีบขนข้าวของก้าวเข้าไปภายในอย่างรู้งาน

เขาทิ้งกระเป๋าสัมภาระสองสามใบนั้นไว้ข้างประตู พลางกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ ท่ามกลางบรรยากาศมืดครึ้มของเมฆฝนภายนอก เสริมให้แสงไฟสีเหลืองอมส้มนี้ส่องรับกับเฟอร์นิเจอร์มีระดับทั้งหลาย อพาร์ตเม้นต์ของยูชอนมีบริเวณกว้างขวางโอ่โถง พื้นที่ใช้สอยถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วน โอบล้อมไว้ด้วยกระจกใสบานสูงอยู่โดยรอบ

จุนซูแหวกม่านบานเกล็ดสีครีม สอดส่ายสายตาผ่านช่องว่าง ชื่นชมวิวทิวทัศน์ด้านล่างของเมืองใหญ่ ซึ่งในยามนี้ดาดาษไปด้วยแสงไฟจากที่อยู่อาศัยต่างๆ จนแลดูคล้ายทะเลดาวระยิบระยับ

“สวยจัง”

เสียงที่เอ่ยขึ้นเพียงแผ่วเบาเรียกให้ยูชอนหันกลับไปสนใจกับสีหน้าของผู้พูด ร่างสูงวางกุญแจรถและคีย์การ์ดในมือลงบนโต๊ะรับประทานอาหาร เดินผ่านมุมรับแขกกลางห้องโดยไม่ลืมที่จะใช้เท้าเตะกล่องดีวีดีซึ่งวางระเกะระกะอยู่กับพื้น จนมันเลื่อนหายเข้าไปใต้โซฟา ก่อนจะก้าวเข้าไปหยุดยืนเคียงข้างร่างเล็ก

“สวยหรือ...” เขารำพัน เพ่งสายตามองภาพตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ “ครูไม่เคยสังเกตมาก่อน”

จุนซูเพียงแค่ยิ้มบางๆ ดวงตาคู่น้อยยังคงไม่ละออกไปจากแสงไฟพร่างพราว “มองแสงนับแสนนับล้านจากมุมนี้ เราจะเห็นสัญญาณแห่งการดิ้นรนเอาตัวรอดและการมีชีวิตอยู่”

“ครูไม่เคยรู้เลยว่าเธอชอบอะไรที่ฟังดูเป็นปรัชญาแบบนี้ด้วย”

ถึงตรงนี้...รอยยิ้มที่เคยมีอยู่เพียงบางเบาก็กลับเลือนหายไปในพริบตา แม้กระทั่งยูชอนเองยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจที่พูดประโยคนั้นออกไป

“เพื่อนคนเดียวที่ผมมี ผมหมายถึง...เคยมี... เป็นคนบอกกับผมฮะ”

“งั้นรึ?” ยูชอนถอนหายใจยาวเหยียด “เธอคงคิดถึงเขาคนนั้นมาก”

“ก็คงงั้นมั้งฮะ”

บรรยากาศที่เคยปรอดโปร่งถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดในที่สุด ริมฝีปากแห้งผากกลืนสุ้มเสียงสนทนาหายไปจนหมดสิ้น จุนซูเงยหน้าขึ้น สายตาที่ดูเหมือนกำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่างประสานเข้ากับสายตาของยูชอนอย่างจัง แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไร ใบหน้าหวานใสก็กลับเบือนหนีไปทางอื่น

“เอ่อ...” ยูชอนเปล่งเสียง จุนซูยังคงทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แต่บางทีก็ราวกับว่าเขาไม่ได้มองอะไรเลย “ครูขอโทษ”

“เรื่องอะไรฮะ?”

“เรื่องเพื่อนของเธอ”

“อ้อ”

“ครูไม่น่าถาม”

“ไม่หรอกฮะ เป็นผมต่างหากที่ควรจะขอโทษ”

“ขอโทษ?” คิ้วเข้มยกขึ้นข้างหนึ่ง ยูชอนพยายามเฟ้นหาคำตอบที่ดีจากสีหน้าของเด็กชาย หากแต่มันก็ยากเกินไปที่จะทำ

“ใช่ฮะ ขอโทษ แล้วก็ขอบคุณ...นะฮะ”

รอยยิ้มนี้...ออกมาจากใจจริงหรือ?

ยูชอนไม่สามารถห้ามใจให้คิดไปได้ แม้จะดูเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายกาจที่พยายามวิเคราะห์ปัญหาของผู้อื่นข้างเดียว ดวงหน้าหมดจดซึ่งประดับไว้ด้วยริมฝีปากบางสีชมพูสดอันกำลังแย้มกว้าง ตาคู่สวยที่หยีปิดจนเหลือเพียงขีดเล็กๆ แก้มใสเรื่อสีสุกปลั่ง ความสดใสมากมายเหล่านี้ ทำไมถึงกลับหลงเหลืออยู่เพียงกลิ่นอายแห่งความหมองหม่นในสายตา

จุนซูที่มักจะเริงร่า...ใช่ตัวจุนซูจริงหรือ?

คำถามที่แม้แต่ตัวเขาเองยังหวาดกลัวคำตอบ ผุดขึ้นย้ำความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับตัวเขาและลูกศิษย์คนนี้ จุนซูที่เข้มแข็งกับจุนซูที่หลั่งน้ำตาบนบ่าของเขา ความร่าเริงสดใสที่ใครๆ ต่างหลงรัก ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงเงาที่ไม่สามารถลบเลือนออกไปได้ ส่วนตัวตนที่แท้จริงซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ กลับกลายเป็นแค่อากาศธาตุที่ไม่มีใครมองเห็นและรักจริง

จุนซูตัวจริงที่ไม่มีใครรัก...งั้นสินะ

“เธอมีอะไรอยากบอกครูหรือเปล่า จุนซู?” เขาพูด ในขณะที่เอนตัวพิงกับพนักโซฟาใกล้ๆ

“ผม...”

“อีกแค่สามวัน” ยูชอนพูดขึ้นลอยๆ “บอกครูเถอะ อะไรก็ได้ที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจ”

นัยน์ตากลมกรอกมองอีกฝ่ายเพียงหางตา ก่อนจะหรุบลงต่ำ มองฝ่ามือของตัวเอง “ผมอยากขอบคุณครูยูชอนสำหรับทุกอย่าง...ผมรักครูฮะ”

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเอ็นดู ยกมือขึ้นเสยปอยผมนุ่มที่หล่นลงมาระแก้มใสไปทัดไว้ที่หู “ครูรู้” เขาพยักหน้ารับรู้ช้าๆ “แล้วเรื่องขอโทษล่ะ?”

จุนซูกัดลิ้นตัวเองเบาๆ เม้มริมฝีปาก พยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร...สิ่งที่ทำร้ายเขาเสมอมากลับกลายเป็นความอ่อนโยนที่ยูชอนมี สิ่งที่เขาต้องการที่สุด กลับกำลังบั่นทอนความรู้สึก กัดกร่อนหัวใจให้โรยแรง

“ขอโทษ...ที่ผมบอกครูยูชอนไม่ได้” จุนซูฝืนยิ้มขมขื่น ฝ่ามือที่เคยแหวกเกล็ดม่านสีครีมตกลงข้างลำตัว “ไม่ได้จริงๆ”

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ไม่มีใครพูดอะไร หรือแม้แต่ขยับกายเปลี่ยนท่า บรรยากาศชวนอึดอัดใจยิ่งบีบคั้น น่าขันที่กลับกลายเป็นเสียงท้องซึ่งจู่ๆ ก็โอดร้องประท้วงอย่างเอาเป็นเอาตายของยูชอนเสียเองที่คลี่คลายความลำบากใจทั้งหมดนี้ออกไป คนทั้งคู่ระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมเพรียงกัน

“น่าเกลียดชะมัด” ยูชอนบ่น พลางลูบท้องปอย อาจารย์หนุ่มก้มมองนาฬิกาข้อมือของตน ก่อนจะพบว่าเวลายังล่วงเลยมาไม่นานเท่าไหร่นัก หากแต่หมอกเมฆมืดดำบัดบังพระอาทิตย์ยามเย็น ทำให้รู้สึกว่าวันนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย

“ผมก็ลืมไปว่าเรายังไม่ทานอะไรเลยตั้งแต่เที่ยง” เสียงเล็กสนับสนุน กระเพาะของเขาเองก็โหรงเหรงอยู่ไม่น้อย

“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฝนจะหยุดตก รถก็ติดน่ารำคาญ”

จุนซูเงียบไปครู่หนึ่ง กระทั่งนึกอะไรขึ้นมาได้ เขากระโดดน้อยๆ ชูนิ้วชี้ขึ้นมาทันที “เราทำทานกันเองดีไหมฮะ?”

ยูชอนหรี่ตา แล้วพ่นลมหายใจออกมาทางปากทำอิดออด นึกถึงเวลาเกือบสิบปีที่ต้องทนทำอาหารสิ้นคิดเลี้ยงปากท้องตัวเองลำพังอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ก็อดให้นึกขยาดไม่ได้ “โอย...ไม่เอาหรอก ขี้เกียจ”

สีหน้าของยูชอนทำเอาจุนซูหัวเราะลั่น “ถ้าพอมีวัตถุดิบ ผมทำให้ก็ได้ฮะ” ไม่รอให้ยูชอนอนุญาต เด็กชายกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังมุมที่ถูกกั้นล้อมไว้ด้วยเค้าท์เตอร์หินอ่อน แบ่งออกเป็นพื้นที่ทำครัวเล็กๆครบวงจร ทว่าคงไม่เคยถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพเท่าไหร่ เขาเอื้อมมือขึ้นดึงฝาตู้เย็นหนักๆ สำรวจภายในสักพักจึงพยักหน้าด้วยความพึงใจ

“ทำเป็นหรือ อย่าเผาครัวครูนะ” ยูชอนที่เดินตามมาทีหลัง เอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ

“โธ่! ดูถูกกันเกินไปหน่อยแล้ว  คิมจุนซู น้องชายคิมแจจุง เลี้ยงดูมาโดยซอเมียงยอเชียวนะฮะ” จุนซูหันมาทำหน้ามุ่ยให้ พลางโอ้อวดสรรพคุณตัวเองเป็นชุด เด็กชายรุนหลังคุณครูของเขาออกไปจากบริเวณ “ครูยูชอนไปอาบน้ำเถอะฮะ เดี๋ยวผมโชว์ฝีมือเอง”

“เอางั้นหรือ?”

“จุนซูซะอย่างน่า”

เห็นสีหน้ากับถ้อยทีมั่นอกมั่นใจของผู้เป็นลูกศิษย์ ยูชอนจึงจำต้องยอมแพ้อย่างเสียไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลาพยักช้าๆ แม้แววตาจะยังดูลังเลอยู่ไม่น้อยเลย แต่ก็ยอมเดินหายเข้าห้องนอนไปแต่โดยดี

ฝ่ายลูกศิษย์ตัวดียืนเขย่งปลายเท้า ชะเง้อคอมองจนร่างสูงโปร่งของผู้เป็นอาจารย์ลับสายตาไปจึงยกมือขึ้นถูกัน จุนซูทรุดกายลงนั่ง ซ่อนตัวอยู่หลังเค้าท์เตอร์ทำครัว ก่อนจะล้วงมือควานหาโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมากดหมายเลขโทรด่วนอย่างรวดเร็ว เสียงสัญญาณดังเพียงไม่กี่ครั้งก็มีคนรับ

“เมียงยอ ช่วยบอกวิธีทำอาหารจากวัตถุดิบพวกนี้หน่อยสิ” เสียงกระซิบแหวกอากาศผ่านเข้าไปตามสาย ปลายสายโวยวายอะไรบางอย่างตอบกลับมา จุนซูหัวเราะแห้งๆ

“ก็เพราะไม่เคยทำไง ถึงต้องโทรไปถาม บอกมาเถอะน่า ฉันแค่อยากทำอาหารอร่อยๆ เลี้ยงก็อตซิลล่าในท้องครูยูชอน”

 

.
.
.

 

แสงสีเหลืองนวลที่ได้จากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนเล่นแสงกับหยดน้ำเกาะพราว ย้อมให้เส้นผมสีน้ำตาลทองของจุนซูแลดูคล้ายมีประกายดาวหลบซ่อนอยู่ ตรึงให้นัยน์ตาของเขาไม่สามารถละไปจากภาพที่เคลื่อนไหวเนิบช้าอยู่ตรงหน้าได้ เด็กชายล้มตัวลงนอนบนที่ว่างด้านหนึ่งของเตียง พลางหันมายิ้มให้ กลิ่นหอมที่เคยคุ้นโชยผสมกับกลิ่นแชมพูยี่ห้อโปรด อายอวลหอมฟุ้งให้รู้สึกราวกับยังคงไม่ตื่นจากฝัน

“ครูฮะ?”

“ห..หืม?” เจ้าของชื่อสะดุ้ง เบิกดวงตากว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ

“ลองเรียกดูฮะ เห็นนอนนิ่งไม่ขยับ นึกว่าช็อคตายไปเพราะอาหารเย็นของผมซะแล้ว”

คำพูดหยอกเอินทำให้เขาหัวเราะ อาหารเย็นฝีมือจุนซูวันนี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างว่า รสชาติแปล่งๆ แม้จะไม่เลิศเลอเทียบกับป้าเมียงยอได้ ทว่าเขาก็ทานจนหมด หลงเหลือไว้เพียงจานชามกองผะเนินเท่านั้นที่รอให้พวกเขาช่วยกันล้างจนปวดไปทั้งแขน

“ไม่หรอก” ยูชอนว่า “ประหลาดลิ้นดี”

จุนซูผงะ อมลมแก้มตุ่ย เผยอริมฝีปากทำท่าจะต่อปากต่อคำเสียหน่อย ทว่ากรอบรูปที่เหลือบไปเห็นฉุดความสนใจของเขาได้มากกว่า เด็กชายพลิกตัวไปด้านโต๊ะไม้ใกล้กับหัวเตียงที่มีกรอบรูปต่างๆ วางอยู่มากมาย มือเล็กฉวยออกมาบานหนึ่ง

เป็นรูปของเด็กหนุ่มวัยรุ่นในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ยืนกอดคอยิ้มกริ่มอย่างสนิทสนม สองคนสองแบบ แต่ดูดีโดดเด่นไม่แพ้กัน

“ครูกับยุนโฮสมัยเรียนน่ะ” ยูชอนแถลงโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทันถาม เขาเอื้อมมือไปชี้แถบสีที่คาดไว้บนต้นแขนเด็กหนุ่มผมสั้นในรูป “เจ้านั่นเป็นประธานคณะกรรมการนักเรียน ส่วนครูเป็นรองประธาน ยุนโฮมันเป็นพวกรับผิดชอบเสียจนเข้าขั้นประสาท ผู้ใหญ่ก็เลยรัก พ่อแม่มันเลี้ยงมาเข้มน่ะ”

ริมฝีปากสีชมพูคลี่ยิ้ม น้ำนัยน์ตาไหวระริกอย่างขมขื่น หากยูชอนไม่ทันสังเกต “ครูยูชอนกับพี่ยุนโฮคงสนิทกันมากเลย”

“ก็ซี้ย่ำบึ่กตามประสาเพื่อนผู้ชาย ไล่เตะ เล่นหัว ชวนกันเรียน ชวนกันเที่ยว หลีสาวด้วยกัน ปรึกษาปัญหา มีอะไรก็บอกกัน ไม่มีความลับต่อกัน” สีหน้ามีความสุขของยูชอนในยามที่พูดถึงเรื่องอดีต ทำให้จุนซูกลับระลึกถึงใครอีกคนอย่างช่วยไม่ได้

“นี่ จุนซู” เมื่อถูกเรียก จุนซูจึงสะดุ้งตื่นจากความคิดร้อยแปดในสมอง ยูชอนหันมองใบหน้าด้านข้างของจุนซู แล้วถอนใจเบาๆ “อย่าเกลียดยุนโฮเลยนะ ครูเข้าใจว่าเธอรักพี่ชายมาก ถึงได้รู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ยุนโฮทำ แต่ครูเองก็ห่วงไอ้ยุนโฮมันนะ ครูรู้จักกับมันมานาน แล้วก็เข้าใจด้วยว่าในตอนนี้ ยุนโฮเองก็คงทรมานไม่แพ้คุณแจจุง เพียงแต่ไม่แสดงออกเท่านั้น”

“ฮะ ผมเข้าใจ ตอนนี้คงไม่มีใครที่ไม่ทรมาน” จุนซูพูดเสียงเบาราวกระซิบ

ได้ยินจุนซูพูดเช่นนี้ ยูชอนก็โล่งใจไปเปราะ อาจารย์หนุ่มเอื้อมมือไปดึงหมอนข้างขึ้นมา จัดตำแหน่งกั้นกลางระหว่างตัวเขากับจุนซู ขีดเส้นแบ่งอาณาเขตการนอนตีแปลงในค่ำคืนนี้ จุนซูมองยูชอนยิ้มๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายเอี้ยวตัวไปกดปิดโคมไฟให้ดับแสงลง

“นอนซะ พรุ่งนี้เราจะติวเข้มกันตั้งแต่เช้า”

“ครูยูชอน” ท่ามกลางความมืดสลัว เสียงของจุนซูยังคงก้องอยู่ “อันที่จริงผมก็เคยมีเพื่อนรักนะฮะ”

“จริงหรือ แล้วตอนนี้เขาไปไหนซะล่ะ?”

“เขา...”

“เขา?”

“เขาไม่รักผมแล้ว”

 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อึดอัดจังเลย ~

ความรักมันทรมาณเนอะ มันดูไม่มีความสุขเลย
คือ...ปกติอ่านคู่นี้ ยูซูจะเป็นสีอบอุ่น อ่อนโยน แล้วก็สดใส ผิดกับยุนแจอีกคู่ที่มันจะ เทาๆ ทึมๆ (น่ากระทืบ)
แต่...
จุนซูที่เคยร่างเริง ไม่เหลือเค้าคนเดิมเลย
เหมือนมีแค่อะไรเศร้าๆ อยู่ตลอดเวลา

แล้วไอ้ที่บอกว่าเค้าไม่รักแล้วน่ะ
เค้ารักมากรู้ไหม แต่...รักปาร์คก็ดี ^^

ปาร์คอย่าทำน้องเสียใจนะเว้ย ฝากความหวังไว้ที่แกมานะ หลังจากผิดหวังกับอีกคู่
แต่ไม่น่ายกหมอนข้างขึ้นมาขั้น (555 มันห่วงแค่นี้)

เรื่องยุนโฮ ช่าง(มัน)เถอะ จะเจ็บ จะตายก็ช่างมัน
(ไม่ได้ลำเอียงเล๊ย~)

แต่คู่นี้ ดูกันดีๆน้า อยากได้ยินคำว่ารัก จากปากทั้งสองคนจังเลย รักที่ไม่ใช่ในฐานะครูและศิษย์ อ่า...จะรออ่าน

เอ๋? แต่ว่าจดหมายที่ชางมินเคยตอบ ว่ารักคืออะไร เหนี่ยวนำ พา มีหนึ่งสอง เป็นดั่งอากาศหายใจ ไปไหนน้า ตัดออกไปแล้วหรอคะ ?

น่าเสียดาย ...

#1 By Tiddee on 2008-04-25 12:49

sad smile sad smile sad smile อ่านเรื่องนี้แล้วเริ่มมานั่งคิด ถ้ารักแล้วทุกข์? ไม่มีรักจะดีกว่าหรือเปล่านะ แต่ได้หรือไม่ก็ตอบไม่ได้อยู่ดี บังคับใจตัวเองไม่ได้นิ แล้วดูคู่นู่นกลายเป็นชู๊ คู่นี้กลายเป็นรักเพื่อนเพื่อน แล้วจมหมายดันตกอีก อีกคู่ก็ครูกับลูกศิษย์ ใครกัน? มันช่างกำหนดกฎเกณฑ์ของความรักนัก คำตอบก็คือตัวเอง ทั้งน้าน ถ้าดูในชีวิตจริง แล้วย้อนมองดูตัวเอง น่าอิจฉาออก ที่รักอีกฝ่าย แล้วอีกฝ่ายก็รักด้วย มันยากจะตายชักกว่าจะเจอคนใจตรงกัน แต่อะไรบ้าบอก็ไม่รู้ ข้ออ้างเป็นสิบ เป็นพัน ยังอุส่าห์ทำให้รักกันไม่ได้อีก สงสาร หรือ สมน้ำหน้าดีล่ะเนี่ย sad smile sad smile sad smile
กุมขมับ แล้ววิ่งออกจากบลอค sad smile sad smile sad smile

#2 By yiuree (124.121.6.187) on 2008-04-25 13:08

จุนซูเอาอะไรมาตัดสินความรักของเพื่อนคนนั้นที่เลือนหายไปหรอคะ?

ความใกล้ชิด?
ความสนใจ?
หรือความรักกันแน่?

อ่ะช่างมันเถอะ - -

เป็นห่วงชางมิน เมื่อจดหมายมันส่งไปไม่ถึงผู้ถูกจ่าหน้าซองแล้ว และของมันแน่ที่ชางมินจะต้องไม่รู้สาเหตุ
แล้วจะทำยังไง?
ต่างฝ่ายต่างคิดว่าเพื่อนไม่สนใจตัวเอง

งื้อออ~~~~
หงุดหงิดคับพี่น้อง... อ่านแล้วก็เริ่มโมโห

อะไรก็ไม่รู้!!

ส่วนไอ้เรื่องครูกับศิษย์นั่นก็อีกเรื่อง.. เก็บเป็นความลับกันอยู่นั่นแหละ
บอกกันไม่ได้อยู่นั่นแหละ
รู้ไม่ใหรอว่าเหลือแค่สามวัน ทำไมไม่บอกล่ะ?
ยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว
ถ้ามีความคิดไม่ตรงกัน ผิดหวังกับความรู้สึกอีกฝ่าย อึดอัดอีกแค่สามวันก็จบเรื่อง

บอกๆไปเหอะค่ะ ขอร้อง!!!

ถ้าพี่ตองเจอชางมินบอกด้วยนะคะ.. อายจะรักษาแผลใจให้ชางมินเอง!!!

#3 By ayaki-o on 2008-04-25 14:03

T_________________T
สงสารน้องมิน T[]T
จดหมายที่ส่งไปไม่ถึงผู้รับ
เหมือนความรู้สึกที่ส่งไปไม่ถึงคนที่รัก
จุนซูจ๋า ~ ไม่ใช่น้องมินไม่รักหนูแล้ว
แต่น้องมินรักหนูมากตังหาก...
แล้วอย่างงี้จะทำไง
น้องก็คิดว่าน้องมินไม่ติดต่อกลับมาเลย
ส่วนน้องมินก็คงเศร้าที่จุนซูไม่ไปรับ เพราะจุนซูไม่ได้จดหมาย
แล้วน้องมินจะรู้ไหม ?!
เฮ้อ ~ แบบนี้ก็เข้าใจกันผิดไปใหญ่อะสิ T^T

ส่วนยูซู T^T ยังคงอึดอัด รักแล้วพูดออกไปไม่ได้
รักแล้วได้แต่เก็บเอาไว้
เจ็บปวด เพราะอยู่ใกล้แต่มันดูยิ่งไกลออกไป
T^T แล้วตอนนี้ยิ่งเศร้า เพราะเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้
มันอีกไม่นานแล้วอะสิ อีกสามวัน !!
แต่ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่ได้อยู่ใกล้ในฐานะครูกะลูกศิษย์
แล้วมาเป็นคนรักกันได้ไม่ใช่หรอ T^T
รักก็บอกกันสิ ฮือออออ

..... พี่ตองสู้ๆ

#4 By kook (58.8.57.233) on 2008-04-25 14:33

เมื่อวานเพิ่งได้อ่านคู่ของยุนแจไปก็ระทมทุกข์
กันมากๆ
วันนี้มาอ่านคู่ของยูซูอีกถึงไปทุกข์เท่าแต่ก็เจ็บอีกแล้ว
เฮ้อ...ชีวิตช้างหน้าเศร้าเหลือเกิน
ทำให้รู้ว่า บางทีความรักก็ไม่ได้ทำให้คนมีความสุขเสมอไป Y^Y
ยังไงมาอัพต่อไวๆนะคะ ตามมาดูทุกวันเลย

#5 By BeeR (58.8.134.18) on 2008-04-25 15:19

โถ่...ชางมินน่าสงสาร
ทำไมใครต้องทำขนาดนี้...
แต่ถ้าทุกอย่างไม่จบ ไม่ตัดกันไปตั้งแต่ตอนนี้..อีกหน่อยเหตุการณ์อาจร้ายแรงมากกว่านี้ก็ได้นะ
ชิมชางมิน..เลิกรัก ก็เลิกทุกข์..อย่าดื้ออีกเลย คนอ่านจะซึมไปกับน้องด้วยงิ
จะโทษใครก็ไม่ได้ซะด้วย เฮ้อ...
ถ้าทำได้ง่ายๆก็ไม่ใช่ความรักแล้วล่ะ

ยูชอน..ที่ขอให้จุนซูไม่เกลียดยุนโฮเนี่ย
รวมพวกเราไปด้วยรึป่าว? เพราะดูท่าจะไม่มีใครเข้าใจยุนโฮเพื่อนที่เเสนดีของเอ็งแล้วล่ะตอนนี้

ไม่รู้กลับไปจากบ้านแจจุงแล้วยุนโฮจะไปมุดหัวอยู่ที่ไหน?
ทำไมถึงไม่กล้าสู้กับปัญหาซะที..ไม่เข้าใจ
กลัวอยู่ได้ หลบอยู่นั่น...แล้วเมื่อไหร่จะเคลียร์กันได้
ตอนนี้คนที่ตัดสินชีวิตทุกคนแทบจะเป็นตัวเองอยู่แล้วนี่
สมใจแล้วนี่...จะเลือกให้ตัวเองไม่ต้องเจ็บไม่ต้องทรมานก็ได้
ทำไมไม่ทำล่ะ?
บอกไปเลยว่าสุดท้ายคนที่ต้องทนคือคิมแจจุง
ส่วนชองยุนโฮจะต้องได้เสวยสุข
แค่นี้จบจบ...ชั้นจะได้เกลียดแกอย่างไม่มีข้อแม้ได้ซักทีไง
แบบนี้มัน..........ทรมาน

#6 By aniece (118.175.197.3) on 2008-04-25 15:27

>_<!!


พาทยูซูพาทนี้มันอึดอันตันใจยังไงชอบกลแหะ

สงสารปริ้นชิมอ่ะ คุณพ่อบ้านทำไมไม่ตรวจดูให้ดีก่อนล่ะค่ะ

ยังมีจดหมายอีกฉบับหล่นอยู่น๊า!!

ถ้าปริ้นชิมรู้ว่าน้องไม่ได้รับจดหมายจะรู้สึกยังไงเนี่ยย

ปาร์คจะเอาหมอนข้างมากั้นทำซากอะไรฟร่ะ

ชริส์ๆๆๆๆ กลัวัวเองห้ามใจไม่ได้อ่ะดิ ฮ่าๆๆๆ

รออ่านพาทต่อไปนะค๊า สู้ๆค๊าพี่ตอง ^____^
wink

#7 By Gam[i]kaze* on 2008-04-25 15:28

อืม...อึดอัดทีเดียว =*=

#8 By NooN (203.144.197.2) on 2008-04-25 15:52

งือ หายใจมะออก อึดอัด
สงสารน้องมิน อุตส่าห์ตัดสินใจได้แล้ว ว่าจะกลับมาหาจุนซู
คุณลุงดันทำจดหมายน้องหายอีก โฮฮฮฮ
น้องก็ไม่กล้าพูดกะมิค มิคก็ไม่กล้าพูดกับน้อง
มันจะได้ลงเอยกันไหมเนี่ยยยยย
โอ้ย ยิ่งอ่าน ยิ่งเครียด

#9 By ness (117.47.49.84) on 2008-04-25 16:05

มิน แค่เค้ารักมินมาก ให้มินเป็นคนสำคัญ ถึงจะไม่ใช่แบบคนรัก มินก็น่าจะมีความสุขแล้วนะ

ไม่ใช่ไม่เห็นใจมินนะ แต่ ไม่รู้สิ
พอเค้าอยู่มินก็ไม่บอกความรู้สึก แล้วอยากจะลืมความรู้สึกที่มีอีก พอให้มีอาจารย์ที่เค้า 'รัก' มินก็จะกลับไปหาเค้า เราเข้าใจมินนะ แต่เราก็ตลกมิน...ด้วยเหมือนกัน แล้วมันดันเป็นตลกที่ขำไม่ออกซะด้วยสิ

จุนซู ยูชอน อยากรู้ 3 วันที่เหลือ จะใช้ให้คุ้มได้มากแค่ไหน? ถ้าเป็นสามวันสุดท้าย ก็จบให้สวยๆหน่อย สงสารคนอ่าน เหอะ ...

ยูชอนจะเข้าข้างยุนโฮก็ไม่ว่า(แต่ขอไม่ร่วมด้วย)แต่ยูชอนอย่าเป็นแบบยุนโฮนะ ไม่เอาแบบผมต้องจากคุณไป ไปอยู่กับชางมินเถอะนะ อะไรเถือกเนี่ย ...

สงสัยว่าคนแต่งจะค่อนข้างเข้าข้าง ยุนโฮ นะเนี่ย ทุกตอนจะเขียนให้พยายามไม่เกลียดยุนโฮ อะไรแบบนี้ตลอดเลย เดี๋ยวว่าจุนซูใจแคบ เดี๋ยวบอกยุนโฮเสียใจ

แต่ไม่หรอก ถึงจะไม่ใช่ยุนแจ ถึงจะเป็นยุนโฮยองเอ
การกระทำของยุนโฮก็ไม่สมควรอยู่ดี
อย่าลืมว่า...ยองเอ แจจุง เข้าหายุนโฮด้วยความบริสุทธิ์ใจ และไว้ใจยุนโฮนะ แล้วอยู่ดีๆ ก็มาทำให้เค้าเสียใจ ทั้งๆที่รู้ว่าจะเลือกอะไรอยู่แล้วงั้นหรอ ?
มันไม่ยุติธรรมต่อแจจุงเลย... กับยองเอเธอคงดีใจมากหรอก ถ้ารู้ว่าแต่งงานกับเธอ เพราะรับผิดชอบ เพราะต้องทำ

ทุกสิ่งที่ยุนโฮทำ ก็เพื่อปกป้องตัวเองทั้งนั้น ในเมื่อเค้าตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง ถ้าเค้าจะทรมาณนั้นก็คือสิ่งที่เค้าต้องรับไป แต่ที่น่ารังเกียจคือการที่เค้าพาคนอื่นต้องลงนรกไปด้วย ทั้งๆที่มันไม่สมควรเลย...

ได้ข่าวว่า พาร์ทนี้ไม่มียุนแจ แต่ล่อยาวเลย เหอๆ

#10 By 2jaejoong on 2008-04-25 16:29

#11 By PURE (118.173.155.217) on 2008-04-25 17:25

พูดไม่ออก บอกไม่ถูก รู้แต่ว่ามันช่างอึดอัด ทรมานหัวใจจิง
>__________<

สงสารมินจัง T^T ทุกๆอย่างไม่เคยเป็นใจให้กับความรักของมินเลย ต่อให้พยายามแค่ไหน ทุ่มเทไปเท่าไหร่ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับกลายเป็น 'ศูนย์' เหมือนว่าทุกอย่างที่ทำไป ไม่มีความหมายเลนสักนิดเดียว TTOTT

จุนซู T^T เฮ้อ มีใครหลายคนเคยบอกว่าความรักมันไร้พรหมแดน ไม่มีขอบเขต ไม่มีขีดจำกัด แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก้ไม่ใช่อยู่ดี เพราะในเมื่อเราเปนมนุษย์ที่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคม มีธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมอยู่ ความรักที่บริสุทธิ์แต่ถ้าหากไปขัดกับสิ่งพวกนี้ มันก้เหมือนกับรักต้องห้ามที่ไม่อาจเปนไปได้นั่นแหละ TOT รักระหว่างครูกะลูกศิษย์ เฮ้อ แต่ทำไมถึงไม่กล้าบอกว่ารักไปละ ห๊า!>O< แค่นี้ทุกอย่างก้ไม่อยากเกินความสามารถหรอก

ยุนแจ ไม่มี อ๊ากกกกกกกกกกกก เศร้ายิ่งนัก TTOTT

Ps.เรื่องนี้บีบหัวใจมั่กๆเลย สู้ๆน้าพี่ตอง หุหุ ตอนนี้ไม่คาดหวังแล้วล่ะว่ามันจะจบแบบสุจหรือเศร้า เพราะถึงยังเราก้คงประทับใจอยู่ดี 55+ (ก้มันชอบไปแร้วริ่ - -+)

#12 By PURE (118.173.155.217) on 2008-04-25 17:40

อ๋า เศร้าอีกแร้ว แต่จุนซูน่ารักมากมาย

น่ารักไม่มีที่สิ้นสุด

#13 By ..ZosazisT.. on 2008-04-25 17:52

โอ๊ยยยย อ่านตอนนี้แล้ว รู้สึกกดดันแฮะ สงสารน้องมินอ่ะ ไม่อยากจะคิดว่าเมื่อกลับมาจะเป็นแบบไหน เฮ้อๆๆๆๆ จุกๆๆๆ อ่ะ พูดไม่ออกเลย เขียนได้บีบคั้นจิตใจมากมาย
จะรออ่านตอนต่อไปนะคร้าบบบบบบบบ สู้ สู้

#14 By BloomminT (58.8.166.68) on 2008-04-25 18:52

อึดอัดกันได้อีก อ่า sad smile

#15 By (124.120.45.124) on 2008-04-25 20:16

ทุกคนถูก ความรัก ทำโทษหรือไงกัน ถึงได้เป็นแบบนี้
อ่านแล้วทรมานมากเลย หัวใจจะรับไหวมั๊ยเนี่ย
ไม่ว่าคนแต่งจะเขียนให้ สงสารยุน ไม่ให้ใจแคบ
ยังไงก้อ ไม่สงสาร จะว่าใจแคบก้อยอมรับ
ยอมรับว่าเกลียดยุน ยุนที่เห็นแก่ตัว ยุนที่มีความสุข
อยู่บนความเจ็บปวดและน้ำตาของแจจ๋า ถึงแม้หาก
ยุนจะกลับมาหาแจ ก้อคงให้อภัยไม่ได้ มันสายไปแล้วอ่ะ

#16 By yj on 2008-04-25 20:42

อ๋อยยยย T[]T
น้ำตาร่วงอีกแล้วค่ะ โฮฮฮฮ

สงสารชางมินจังเลยย~
จุนซูเข้าใจไปว่าเพื่อนไม่รักแล้ว ทั้งๆที่เพื่อน ..ออกจะรักมากขนาดนั้น ~ รักเกินกว่าคำว่าเพื่อน
รัำก จนไม่สามารถบอกได้ว่ารักขนาดไหน ..
แล้วจดหมาย ที่ชางมินอุตส่าห์ตั้งใจเีขียน
กลับหล่นไร้ค่า ไม่มีใครสนใจ T[]T
จะโทษใครได้นอกจากโชคชะตาา โฮวว์

สงสารชางมินจับใจจริงๆ ค่ะ ...
จุนซูต้องน้อยใจมากๆ แน่ๆเลย แถม ...ชางมินก็คงจะเข้าใจจุนซุผิดอีกแน่ๆ ..
เพราะจุนซูไม่มารับ ..
เพราะจดหมายที่ชางมินส่ง ไม่มาถึงมือจุนซู โฮฮฮ

แล้วพอมายูซู T[]T
น้ำตาร่วงเพราะยูซูค่ะจริงๆ แล้ว
ขอบคุณกัีบขอโทษกับจุนซู
มันเจ็บปวดอ่ะ!!! แง๊~
ขอโทษที่บอกไม่ได้ ...ฮือออ
จุนซูคนไหนทีทุกคนรักก อ่านแล้วสงสารน้องเซีย
ไม่ว่าจะเป็นจุนซูคนไหน ยูชอนมันก็รักหมดแหล่ะนุ้งเซีย
เพียงแต่ ไม่มีใครยอมบอกความรู้สึกันซักที มันเลยเจ็บปวดกันอยู่แบบนี้

เศร้าาา~ แง๊ T____T

#17 By yolande (58.64.121.161) on 2008-04-25 20:47

ความรักในเรื่องนี้ กว่าจะสมหวัง กว่าจะรักกัน ต้องแลกด้วยน้ำตาใช่ไหมเนี่ย (น้ำตาของคนอ่าน)มันสนุกและก้อลุ้นด้วยอ่ะ มาอัพต่อเร็ว ๆ นะ

#18 By yunjae4u on 2008-04-25 21:18

จุนซู

ใครบอกว่าเพื่อนจุนซูไม่รักจุนซูแล้ว
เค้ายังรักจุนซู รักมากเกินกว่าเพื่อนด้วยซ้ำไป

น่าสงสารชางมินจังเลย
ไร้ค่า... ไร้ความหมาย...

เหมือนตัวฉันที่ไม่เคยมีคุณค่าในสายตานายมากกว่าเพื่อนที่ดี

ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด ความรู้สึกนั้นก็ยังไม่เคยส่งไปถึงนายเลยแม้สักครั้ง...

อ่านตรงนี้แล้วถึงกับน้ำตาซึมเลย

#19 By minnie (58.8.126.181) on 2008-04-25 21:55

ตรูก้อไม่ได้อกหักนี่หว่า

แต่มัยมันเหมือนเปนงั้นมะรุ

โอ้ยยยยยยยย

ตอนที่แล้วเศร้า

แต่ตอนนี้มันอั้นๆงัยมะรุเนี่ยยย

เฮ้ออออออออออ

จายังงัยกันต่อละนั่น

ปล.1ขอตอนต่อไปด่วนเลยน๊า
ปล.2ใช้ภาษาได้เจ๋งมาก ชอบๆๆๆๆ

#20 By NooN (118.172.133.253) on 2008-04-25 22:09

ความเศร้าก็เป็นส่วนหนึ่งของความรักสินะคะ


ขอบคุณนะ...

#21 By hari_me_aom on 2008-04-26 01:58

มียูซู TTT^TTT

ปลื้มใจคับ ถึงแม้จะอึดอัดที่บอกไม่ได้

แต่ก็หวานน่ารักอยู่ดีล่ะเนอะ >//<

อ่านตอนน้องมินแล้วเค้าสงสารทุกครั้งเลยอ่าคับพี่ตอง

มันเปนโชคชะตามากเลยอ่ะ สงสารน้อง TT^TT

รอคอยตอนต่อไปคับ รอโฮก NC ยูซู *ไม่ใช่ละ 55*

#22 By FunkyBoyZ` ♥ YS ! on 2008-04-26 02:54

อ๊า~~ พาร์ทนี้ยูซูทั้งพาร์ทเลย ชอบจัง ><
ออกแนวเครียดและเศร้าน้อยกว่ายุนแจ แต่ก็ยังเครียดและเศร้านิดๆอยู่ดี
น้องมิน..จดหมายน้องมิน...อย่างนี้น้องมินก็น่าสงสารแย่ล่ะสิ
น้องมินกลับมาแล้วคงเศร้ากว่าเดิมแน่ๆ
อยากอ่านตอนต่อไปที่สุด 3 วันสุดท้าย มันจะเกิดอะไรขึ้น ตื่นเต้นและลุ้นสุดๆ

รออ่านอยู่นะคะ เข้ามาดูอยู่ทุกวันเลย
คุณตองสู้ๆ

#23 By Loveyoochun ^^ on 2008-04-26 02:57

อย่าเข้าใจผิดนะจุนซู ชางมินยังไงก็รักเธอเสมอ
อยากให้เธอเข้าใจ
เเล้วซีนปารค์ก็ให้ความรู้สึกที่นิ่มนวลมากเลย เอาชนะชิมชางมินไปอย่างขาดลอย เเต่ยังจุนซูก็ยังรักชิมชางมินตลอดเวลาอยู่ดี
question

#24 By marked (58.8.35.161) on 2008-04-26 06:36

ฟิคเศร้าได้ใจจริงๆเลย
ยูซูก้เศร้า
ยุนแจก้เศร้า
ชางมินก้น่าสงสาร
โฮกกกก
มาอัพต่อเร็วๆนะค่ะ

#25 By (124.121.100.153) on 2008-04-26 12:58

สั้นๆ คำเดียว

โคตรเจ็บปวด.....

#26 By kyokoong (124.120.245.43) on 2008-04-26 13:13

พี่ค่ะ...

ก่อนอื่นก็สวัสดีน่ะค่ะ..เพิ่งเข้ามาอ่านแหละค่ะ..

พอเข้ามาอ่านแล้วรู้สึกเศร้ามากๆอ่ะ...

จุนซูคนเดิมได้หายไปไหนแล้ว...

ชางมินคนเดิม...หายไปแล้วหรือ...

คือนิดเนี่ยชอบคู่ยูซูที่เป็นแบบคุณครูกับนักเรียนมากๆเลยน่ะค่ะ

แล้วคราวนี้...กลับกลายเป็นว่า...นิดอินกับนิยายของพี่เรียบร้อยแล้ว

คุณลุงก็ดูเหมือนจะไม่เป็นใจ...จดหมายก็ไปไม่ถึง...

คราวนี้ก็คงเหลือคุณครูปาร์คเท่านั้นแหละค่ะ...ที่จะทำให้จุนซูกลับมาเป็นอย่างเดิมได้

เป็นกำลังใจให้คนเขียนน่ะค่ะ

^____________________________^*
บรรยากาศของพาร์ทนี้อึมครึมมากเลย
เเบบเหมือนมันใกล้จะสิ้นสุด เเต่จะจบยังไงก็เเค่นั้น
อีกแค่3วันทำไมมันดูเหมือนว่าจะไม่ได้เจอกันอีกเเล้วเลยหล่ะคะ เฮ้อออ คู่นี้จะว่าไปก็น่าสงสารไม่เเพ้คู่ยุนเเจเลย
ไม่รู้ว่าสุดท้ายเเล้วปาร์คจะตัดสินใจยังไง

เเล้วพาร์ทนี้เหมือนน้องยังรักชางมินอยู่เลย เเต่รักเเบบไหนหว่า หรือเเค่น้อยใจ ยังไงก็เหอะ มันดูเหงาๆยังไงไม่รู้

รอตอนต่อไปคะ ^_______^

#28 By photograph on 2008-04-26 21:57

อ่านแล้วอึดอัด ทรมาน แน่นหน้าอก มากพอๆกะตอนที่แล้วเลย

หดหู่ๆ

มาลุ้นนี่ดีก่า

3 วันสุดท้าย ปร๊ากจะเผด็จศึกไก่วัด เอ้ย จุนซู สำเร็จรึไม่ หุหุ

#29 By cool (118.173.80.102) on 2008-04-27 02:21

ohhh......อ่านวลีสุดท้ายแล้วเจ็บ จึ๊กๆ แทนชางมิน จุนซูจะว่าเข้าใจิดก็ไม่เชิง จะว่าน้อยใจก็ไม่ใช่ แต่แบบว่า......เฮ่อ......

รอลุ้นเรื่องแจจุงกับยุนโฮตอนต่อไปด้วยค่ะ เจ็บอีกแล้วตอนนี้(อ่านรวดเดียว สองตอนเลย)

#30 By mymj (58.8.138.194) on 2008-04-27 22:12

อ๊า........จดหมายมินมิน

สะเทือนใจมากๆเลย

รีบมาต่อน๊า

#31 By mind (117.47.33.205) on 2008-04-28 23:44

เยสสสสสส!!!!! อ่านทันแล้วๆ
ใช้เวลาร่วมห้าชั่วโมงถึงจะจบ ฮ่าๆ
ไม่รู้สึกเบื่อเลยค่ะ เพลินดีๆ ^^

เรื่องนี้ดูแต่ละคนมีความรักที่มีเหตุผลอยู่บนมาตรฐานโลกแห่งคงามเป็นจริงกันเหลือเกิน
แต่ความมีเหตุผลก็ทำเอาคนเจ็บได้ถึงขั้วหัวใจ
มิวายทำคนอ่านเจ็บปวดตามไปด้วย
โฮฮฮฮ...ร้องไห้ไปตั้งหลายรอบแน่ะ

เรื่องราวชีวิตแสนรันทดของคจจ.
ชีวิตนี้มีอะไรดีบ้างเนี่ย .. มีแต่เรื่องน่าหดหู่เสียใจ
เดาไม่ออกจิงๆว่าสุดท้ายแจจะกลับมาแฮปปี้กับหมีได้ยังไง
ก็ในเมื่อดูหมีเป็นลูกผู้ชายตัวจริงกระทิงแดงซะขนาดนี้
แรกๆแอบโกดหมี แต่พอเห็นเหตุผลแล้วก็รู้สีกว่ามันคือโลกแห่งความเป็นจิงของแท้
เชื่อว่าในชีวิตจิง คนเราก็คงตัดสินใจประมาณนี้
เข้าใจหมีนะ เข้าใจยองเอด้วย เข้าใจแจ ละก็นับถือในความคิดแจสุดๆ
คนดีเกินต้านทาน แต่ดูเหมือนการเป็นคนดีจะทำให้เราต้องทุกข์ซะเหลือเกิน
ทำดีแล้วไม่ได้ดี ฮือออออออ ..

จุนนี่เรื่องนี้น่ารักจัง
ปากนี่สมควรเปลี่ยนอะไหล่จิงด้วย กรั่กๆๆ
แหม .. มานอนเตียงเดียวกันแบบนี้ ครูยูชอนจะอดใจไหวเร๊อะ
เอ๊ะ .. หรือจะเป็นจุนนี่เองที่ทนไม่ไหว ฮา~ ~

ชางมินอ่า .. เหตุการณ์ที่มินเผชิญอยู่ดูเหมือนจะมีให้พบเห็นเยอะจิงๆ
หืมม .. ไม่ชอบเลยที่ต้องรักเพื่อนตัวเอง
เลือกไม่ได้จิงๆว่าควรจะบอกออกไป หรือจะเก็บเอาไว้ดี
เรื่องมันแซดดดดด!!
งื้อ .. เรื่องนี้ชางมินต้องเปลี่ยวช่ายมั๊ยคะ
ชางมินคะ .. เค้ายังว่างนะ มามะๆ ฮา~ ~ ~

พี่ตองสู้!! รอแจจุงมีชีวิตที่ดีขึ้นอยู่นะคะ
ชีวิตรดทันๆอ่านแล้วหดหู่ใจจิงๆ
แต่ก็เอาเถอะ...เพื่ออรรถรสในการอ่านค่ะ
เชือว่าไม่ถ้าก็เร็วแจต้องยิ้มออกล่ะว้า ฮ่าๆ

#32 By B*Witch (203.153.169.156) on 2008-04-30 10:06

เคยอ่านตอนนี้ในอันเก่าแล่วSADมากกกกกกกก ตอนนี้อ่านอันใหม่ก็ยังSADอยู่

จดหมายของมินลอยไปกับสายลมแถมยังถูกเหยียบย่ำอีก ไม่มีความสำคัญอะไรเลย ฮือๆๆ อยากจะร้องไห้

สงสารมินมากๆเลยเรื่องจดหมายที่ส่งไปไม่ถึงมือคุณหนูจุนซูเนี่ย โชคชะตาช่างใจร้ายเสียจริงๆเลย

ส่วนอีกคู่ก็นะ ต่างคนก็ต่างเก็บความรู้สึก คิดว่ามันผิด
อ่านแล้วเซ็งจิตจัง

ปล. ตอนใหม่มาต่อแล้วเร็วจังค่ะ

#33 By Ai Shiyorin ^^ on 2008-05-01 14:44

ไม่จริงเลย...จุนซู เพื่อนคนนั้นเค้ารักนู๋แทบขาดใจ แต่เป็นนู๋เองที่ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของเค้า...ใช่มั้ยย

ทำไมโชคชะตาถึงกลั่นแกล้งชางมินได้แม้กระทั่งจดหมายที่เฝ้าเพียรกลั่นกรองเขียนมันออกมาให้คนตัวเล็กได้รับรู้...แต่มันก็ไม่สามารถไปถึงได้

ความรักมันทำให้คนเรามีความสุขไปพร้อมกับความเจ็บปวดจริงๆ

รักยูซูจัง...~

#34 By jubjunsu (125.26.42.217) on 2008-05-12 01:18