Can I Love You? (22)
posted on 04 Apr 2008 10:38 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
22. คำถาม
มือเรียวยาวสอดกระชับเข้าในอุ้งมือเล็กที่กำลังเย็นจัด ก่อนที่คนทั้งคู่จะทิ้งกายนั่งลงบนม้านั่งตัวยาวตรงหน้าต้นคริสต์มาสต้นยักษ์ใจกลางลานน้ำพุกว้าง แสงไฟหลากสีที่ประดับอยู่ทั่วกิ่งใบ กล่องของขวัญ และเสียงเพลงแห่งเทศกาลยังคงดังอยู่เรื่อยๆ กล่อมให้ร่างเล็กที่ดูเหมือนจะเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ เอนกายลงซบแบ่งปันไออุ่นจากอีกคนที่นั่งอยู่ติดกัน
“สวยเหมือนในหนังเลยเนอะ ชางมิน” จุนซูครางออกมาเบาๆ นึกถึงฉากในภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ลากเพื่อนตัวสูงไปดูมาจนได้ในวันนี้ แววตากลมใสฉายภาพงามวิจิตรนั้นอย่างชัดเจน
“อืม” รับสั้นๆ เพียงเท่านั้นตามแบบฉบับชางมิน เด็กหนุ่มกระชับไหล่เล็กเข้ามาแนบใกล้ หวังจะใช้เสื้อกันหนาวตัวใหญ่ของเขาเพิ่มความอบอุ่นให้คนที่ตัวเล็กและบอบบางอีกแรง
“แต่จบเศร้าจังเลย” ถึงตรงนี้ เสียงเล็กๆ ก็ฟังดูอู้อี้ขึ้นมาทันทีเพราะความเศร้า “ทำไมพระเอกต้องทิ้งนางเอกไปต่างประเทศด้วยน้า น่าสงสารนางเอกจะตาย โหดร้ายชะมัด”
“แต่ตราบใดที่มันคือความรัก ก็จะยังคงเป็นสิ่งที่สวยงามไม่ใช่หรือ?”
น้ำคำที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้ยินจากปากเพื่อนคนนี้ทำให้จุนซูนิ่งไป เฝ้ามองใบหน้าหล่อคมคาย ทว่ายังแลดูอ่อนเยาว์ซึ่งระบายไว้ด้วยรอยยิ้มจางของชางมิน ริมฝีปากบางขยับเอ่ยเบาๆ จนดูเหมือนกับการรำพันมากกว่าพูด
“ถึงแม้จะรู้ว่าต้องทนเจ็บแต่นางเอกก็ไม่ได้ตัดใจ เหมือนที่พระเอกทำตัวเหมือนร้ายก็ด้วยเพราะรักนางเอกทั้งนั้น ถึงจะจบไม่ดีเท่าไรก็เหอะนะ ยังไงก็สวยงามอยู่ดีนั่นล่ะ” เด็กชายตัวสูงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะผ่อนออกมาอย่างสบายใจ “ฉันชอบเรื่องนี้นะ ขอบคุณมากเลย จุนซู”
“ขอบคุณเรื่องอะไร สุดท้ายนายก็เลี้ยงฉันอยู่ดีนี่”
“ก็ขอบคุณที่ชวนมาดูไง” มองหน้าตาไร้เดียงสาของเพื่อนตัวน้อยแล้วก็อดฉีกยิ้มกว้างๆ ออกมาไม่ได้
รอยยิ้มแสนจริงใจของชางมินที่คนอื่นอาจจะไม่ค่อยได้เห็น ทว่ามันมีไว้สำหรับจุนซูไม่รู้หมด สามารถทำให้ร่างเล็กถึงกับตกอยู่ในภวังค์ได้ สว่างไสวยิ่งกว่าดวงดาวบนฟากฟ้าหรือแม้แต่ต้นคริสต์มาสตรงหน้าเสียอีก
“ชางมินเนี่ย น่ารักจังเลยน้า”
“เห?”
“รักชางมินที่สุดเล้ย!” หยิกแก้มเพื่อนไปหนึ่งที ก่อนจะรั้งต้นคอเข้ามาสวมกอด ทำเอาชางมินผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ค้างเติ่งไปได้เช่นกัน ซึ่งก็ไม่ได้ถือสาหาความอะไรนัก ชางมินกระตุกยิ้มออกมาในที่สุด พลางเอื้อมแขนทั้งสองข้างเข้าโอบรอบเอวบางของจุนซูไว้ พริ้มเปลือกตาให้หลับลงช้า กอดกันเนิ่นนานเท่าที่พอจะนานได้ ซึมซับช่วงเวลาที่แสนอบอุ่นหัวใจเอาไว้
รักษาไว้...เท่าชีวิต
“ชางมิน นายอยู่กับฉันตลอดไปเลยนะ”
“ได้ ฉันสัญญา”
.
.
.
“แต่นายก็ผิดสัญญา” ถอนหายใจเบาๆ พลางลดกรอบรูปที่ยกขึ้นส่องตรงหน้าลงมากอดไว้กับอก “ชางมินน่ะ ใจร้าย”
จุนซูกำลังนอนแผ่สองสลึงอยู่บนเตียงสีขาวในห้องสีเหลืองครีมของตน ลมเย็นธรรมชาติโชยพัดเข้ามาทางหน้าต่างช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ทว่าไม่ได้ช่วยให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย ดวงตาคู่เล็กจับจ้องอยู่ที่กรอบรูปบานเดิมนี้มานานสองนาน พร้อมๆ กับเรื่องราวเก่าๆ ในอดีตก็พากันแล่นผ่านเข้ามาในสมองราวกับฟิล์มหนัง
หนังเศร้าที่มีเขากับเพื่อนรักเป็นตัวเอก...
“ทั้งที่สัญญาแล้วว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ยกกรอบรูปขึ้นมาดูอีกครั้ง ก่อนจะลูบปลายนิ้วไปบนผิวเรียบลื่นของบานกระจกใสๆ ภาพของเด็กชายสองคนที่นั่งข้างกัน หันมายิ้มให้กล้องอย่างจริงใจ เป็นภาพที่ไม่ว่าดูกี่ครั้งก็อดหวนนึกถึงภาพอันแสนสุขในอดีตไม่ได้สักที “แต่ตอนนี้ที่ฉันต้องการใครสักคนคอยรับฟัง ทำไมนายถึงไม่อยู่ ชางมิน”
ถอดถอนหายใจออกมายาวๆ อีกครั้ง ก่อนจะกางแขนทั้งสองข้างราบไปจนเต็มเตียง ตั้งแต่ร่อนจดหมายฉบับก่อนลงตู้ไปรษณีย์ ก็ไม่มีวี่แววของจดหมายตอบจากชางมินเลย นึกแล้วก็น้อยใจ ทั้งๆ ที่กำลังต้องการคำปรึกษาแท้ๆ
ชางมินบ้า!
บ้าๆๆๆ ที่สุดเลย...
ฉวยหมอนใบโตเข้ามาชกระบายอารมณ์จนหนำใจ ก่อนที่ร่างเล็กจะหยัดกายขึ้นยืนหลับตาปี๋ “ฉันรอนายตั้งนาน แต่นายก็ไม่กลับมา ทำไมกันล่ะ ทำไม!" ตะโกนจนลั่นห้องเป็นการทิ้งท้าย แล้วทรุดตัวลงนั่งกอดเข่า นึกสมเพชท่าทางเหมือนคนเสียสติของตนเองจนน้ำตาเกือบไหล
อาจจะดูตลก แต่จุนซูไม่ตลกด้วย เขากำลังไม่เข้าใจอารมณ์ของตัวเองถึงขั้นสุด ร่างเล็กนั่งกัดฟันกลั้นน้ำตาจนตัวสั่นงก แค่คำพูดที่ฟังเหมือนไม่เคยคิดอะไรของครูปาร์คก็เลวร้ายพออยู่แล้วสำหรับเขา แล้วยังต้องมาเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ‘ในยามนี้ไม่เหลือใคร’
จุนซูรับไม่ได้...
เขาไม่เคยต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
แม้จะยังเด็ก แต่จุนซูไม่ได้โง่ แม้จะเพิ่งรู้ตัว แต่เขาก็มั่นใจ
เขาหลงรักอาจารย์หนุ่มมากเกินกว่าที่ศิษย์ควรจะรักอาจารย์ แต่ก็คงมีเขาคนเดียวเท่านั้นสินะที่เพ้อฝันอะไรลมๆ แล้งๆ ทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีวันเป็นไปได้
‘ก็เหมือนกันนั่นล่ะ’ งั้นหรือ?
‘คุณแจจุงเองก็ต้องคิดเหมือนครูแน่ๆ’ งั้นหรือ?
“ครูยูชอนก็บ้า! เข้าป่าไปให้หมดเลยไป๊!” ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาแรงๆ ไม่อยากให้หลักฐานแห่งความอ่อนแอนี้ติดตัวอยู่นานนัก จุนซูกระแทกกระทั้นลุกขึ้นยืน กระทั่งนึกอะไรขึ้นมาได้
คนที่คอยเข้าใจ คนที่คอยรับฟังทุกอย่างอยู่ใกล้ๆ แค่นี้ แต่กลับนึกไม่ถึง
จริงสิ ลืมไปได้ยังไงกันนะ
.
.
.
ลูกบิดประตูสีทองค่อยๆ ถูกหมุนคลายออก ก่อนที่ร่างเล็กจะผลักบานประตูสีไม้มะเกลือทรงสูงเบื้องหน้าเข้าไป ห้องนอนกว้างโล่งที่สว่างไปด้วยสีขาวและแสงไฟสีเหลืองนวลตาจึงปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ร่างบางในเสื้อผ้าบริสุทธิ์ใส่สบายนั่งชันเข่าอยู่บนเตียงนั้น ดวงตาสีดำขลับดูหม่นหมองมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ถึงแม้จะยังไม่ปกตินัก แต่จุนซูก็โล่งใจที่เห็นว่าพี่ชายของเขาลุกขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว
บาดแผลเหล่านั้นคงจะเยียวยาได้สักวัน
“พี่ฮะ”
เสียงเล็กๆ ที่ร้องเรียกชื่อเขา ทำเอาร่างบางตื่นจากภวังค์ แจจุงหันใบหน้ามามองน้องชายที่กำลังยืนเคอะๆ เขินๆ อยู่ที่หน้าประตู พลางแย้มริมฝีปากมอบรอยยิ้มให้อย่างเอ็นดู เป็นเชิงอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในที
จุนซูเดินไปหยุดลงที่ข้างเตียง ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงใกล้ๆ แจจุง ไม่ค่อยกล้าสู้สายตาของผู้เป็นพี่เท่าไหร่เพราะยังคงติดใจคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเขาอยู่ จุนซูซบหน้าผากมนลงออเซาะกับไหล่บาง แล้วจึงเอ่ยออกมาเบาๆ อย่างรู้สึกเสียใจ
“ผมขอโทษนะฮะพี่”
“..........................”
“ถ้าผมไม่ช่วยเหลืออะไรตั้งแต่แรก พี่ก็คงจะไม่รักเขา”
แจจุงนิ่งไปกับคำพูดของน้องชาย พูดอะไรไม่ได้เนื่องด้วยเกินความสามารถ จนในที่สุดก็ได้แต่มอบอ้อมกอดแทนการตอบรับ อย่างน้อยก็เพื่อช่วยให้ร่างเล็กในอ้อมกอดนี้รับรู้ความรู้สึกของเขาบ้าง
กอดกันอยู่นานท่ามกลางความเงียบงันของราตรีแสนยะเยือก แจจุงคลายอ้อมกอดออกเพื่อจะได้มองเห็นสีหน้าของน้องชายตัวเล็ก เห็นดวงหน้าจิ้มลิ้มที่มุ่ยตุ่ยราวกับกำลังแบกโลกเอาไว้ทั้งใบของคนเป็นน้องในยามนี้แล้วก็อดถอนหายใจออกมายาวๆ ไม่ได้
ทำไมถึงโตมาเป็นเด็กที่คิดมากได้ขนาดนี้นะ?
ร่างเพรียวเอี้ยวตัวไปค้นสมุดวาดเขียนจากใต้หมอน ก่อนจะหยิบปากกาที่สอดเอาไว้ใต้ปกขึ้นมาเขียน
‘พี่ไม่เคยนึกโทษจุนซูเลย แถมยังคิดแต่จะขอบคุณด้วยซ้ำ’
ยื่นให้เด็กชายอ่าน ก่อนจะพลิกกระดาษหน้าถัดไป
‘ตอนแรกยอมรับว่าทำใจไม่ได้ แต่ตอนนี้พี่มีความสุขจริงๆ’
“มีความสุขหรือฮะ พี่แจจุงทำใจได้แล้วหรือฮะ?”
แจจุงพยักหน้าตอบ พลางมอบรอยยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้จุนซูรู้สึกประหวั่นใจแล้วก็อิ่มเอมในเวลาเดียวกัน
รอยยิ้มที่แสนจริงใจและให้ความรู้สึกเหมือนถูกโอบอุ้มอย่างนั้น
วัยรุ่นไม่เห็นจะเข้าใจ...
จุนซูนิ่วหน้า ทำแก้มพองลม “อะไรกัน พี่ยุนโฮออกจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้”
‘อย่าใจแคบ จุนซู คนเรามีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่างกัน มีเหตุผลไม่เหมือนกัน
พี่รู้ว่ายุนโฮเองก็ไม่ได้ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างนี้ เขาไม่เหมือนเราหรอกนะ
ยุนโฮเป็นคนดี เป็นผู้ใหญ่ และเขาเลือกจะทำทุกอย่างให้ถูก
พี่เป็นคนมาทีหลัง อย่าลืมสิ’
“ก็พี่แจจุงไม่รู้นี่นาว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว เพราะถ้าพี่แจจุงรู้...”
‘รู้แล้วจะทำไมหรือ? ถึงรู้พี่ก็รักเขาอยู่ดีนั่นแหละ
เชื่อสิ มันไม่ยุติธรรมหรอกถ้าหากผู้หญิงคนหนึ่งจะต้องรับกรรมในสิ่งที่เธอไม่ได้ก่อ’
“พี่แจจุง...”
‘จุนซู รู้ไหม ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตอนนี้ ทำให้พี่รักเขามากขึ้น
พี่ดีใจนะที่ได้รู้จัก ที่ได้รักเขา อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง
ต่อไปนี้ชีวิตก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ คือเหมือนเดิม เหมือนที่ผ่านๆ มา
แต่สิ่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนไปคือตัวพี่
พี่จะอยู่ จะแข็งแรง จะยิ้ม จะหัวเราะ ด้วยความสุข และจะไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกต่อไป
จะยังหายใจเพื่อรอคอยดูชีวิตที่ดีของยุนโฮ
ขอบคุณจุนซูมากนะ สำหรับทุกอย่าง’
แจจุงเอื้อมมือไปสัมผัสข้างแก้มของน้องชาย ก่อนจะโน้มเข้ามากระชับกอดแน่นๆ อีกครั้ง เมื่อผละออกจากกัน เขาจึงหยัดกายลุกขึ้นยืด
“แล้วนั่นพี่แจจุงจะไปไหนฮะ?” จุนซูถาม
แจจุงขยับริมฝีปากอิ่มที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันธรรมชาติอย่างมีชีวิตชีวา ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มว่า ‘ครัว’
จุนซูได้แต่เพ่งพิจารณารอยยิ้มอันงดงามบนใบหน้าของคนเป็นพี่ที่ชวนให้รู้สึกพิศวง เป็นรอยยิ้มที่แสนงดงามและทรงพลัง รอยยิ้มที่แม้แต่จุนซูเองยังแทบจะลืมไปแล้วว่าแจจุงเคยยิ้มแบบนี้ได้
ความรักมีอำนาจถึงเพียงนี้เชียว?
ถึงจะยังไม่ทันได้เอ่ยถามหรือปรึกษาในสิ่งที่ตนเองอยากจะรู้ แต่ก็ราวกับว่าได้รับคำตอบไว้แล้วทั้งหมด
ความรัก...ช่างแสนโหดร้าย
แต่ทำไมกันนะ?
ทำไมถึงรู้สึกดีที่ได้รัก
ทำไมกัน...
.
.
.
เสียงออดหน้าประตูที่ดังขึ้นนั้น เรียกให้ด็อกเตอร์หนุ่มผู้ซึ่งกำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในห้องทำงานมืดๆ ของตนลุกขึ้นจากที่นั่งได้เสียที ร่างสูงโปร่งเดินลัดห้องนั่งเล่นในอพาร์ตเม้นท์หรูใจกลางกรุงที่ใช้พำนักอาศัย ก่อนที่ขาทั้งคู่จะพาตัวเขาไปหยุดลงที่หน้าประตูห้อง
ทันที่ที่แง้มบานประตูให้เปิดออกก็ถึงกับต้องผงะ สิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ดูจะมีแต่ขากับแขน ส่วนช่วงตัวด้านบนรวมถึงศีรษะถูกบดบังไว้ด้วยภาชนะคล้ายตะกร้าใบใหญ่ซึ่งมีเสื้อผ้ามากมายวางซ้อนกันจนมิดหัวบรรจุอยู่ แต่เมื่อพิจารณาดูดีๆ แล้วก็พบว่าสิ่งมีชีวิตประหลาดนี้คือพนักงานจากร้านซักรีดนั่นเอง ยูชอนจึงได้รีบเข้าไปช่วยรับของมาจากมือเขาอย่างรวดเร็ว
“แฮ่กๆ ทีหลังดร.ปาร์คส่งเสื้อผ้าไปซักถี่ๆ หน่อยก็ดีนะครับ แบบนี้มันเยอะเกินไปน่ะ” พนักงานร่างเล็ก เสียงเหมือนเป็ด พูดบ่นไปพลางใช้ผ้าขนหนูที่คล้องไว้ตรงคอเข้ามาซับเหงื่อ
“ขอโทษทีนะ คือพอดีว่าสัปดาห์ที่แล้วผมไม่อยู่บ้านน่ะ”
“คร้าบๆ ทีหลังก็อย่าลืมทำตามที่ผมบอกนะคร้าบ” ว่าจบก็สะบัดก้นเดินผิวปากจากไป ยังไม่วายปิดประตูใส่หน้าอีกแน่ะ เล่นเอาดร.ปาร์ค ยูชอนผู้เงียบขรึมฉุนกึกขึ้นมาได้ทันที
“จ่ายเงินให้แล้วยังจะมาบ่น...เดี๋ยวปั๊ดส์...เสย” สบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะหอบตะกร้าหนักอึ้งเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง จะแตกต่างอยู่ตรงที่ในวันนี้นัยน์ตาของชายหนุ่มกลับไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาต้องยิ้มเศร้าออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ผ้าเช็ดหน้าลายสก็อตสีน้ำเงิน...
ในที่สุดจุนซูก็ส่งคืนให้กับเขาด้วยความเกรงใจ
ไม่ได้เห็นมันในตะกร้าแบบนี้มานานแล้วนะ...
วางตะกร้าลงกับเตียงนอน ตามด้วยทิ้งน้ำหนักตัวของตนตามลงไป มือเรียวเอื้อมไปคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดของตนเองเข้ามาสูดกลิ่นให้ชื่นใจ ก่อนจะพบว่ากลิ่นที่แสนคุ้นจมูกของตัวเองกลับกลายเป็นกลิ่นหอมละมุนคล้ายกลิ่นแป้งเด็กเสียแล้ว
กลิ่นของจุนซู...
นับตั้งแต่วันแรกที่รู้ตัวว่ารักจุนซูคนนี้... คิมจุนซู ที่แสนสดใสและอ่อนเยาว์ ยูชอนพยายามหักห้ามใจอย่างที่สุดแล้วที่จะไม่ถลำลึก ชายหนุ่มออกเที่ยวกลางคืนเหมือนอย่างเคย ออกงานสังคมอย่างที่ผู้เป็นพ่ออยากให้ทำมากขึ้น เผื่อว่าสักวันจะเจอผู้หญิงดีๆ ที่จะเป็นเพื่อนแก้เหงา เป็นคู่ชีวิตในอนาคตให้กับเขาได้เหมือนอย่างที่ยุนโฮกับยองเอเป็น
แต่ทว่าไม่มี...
ไม่มีใครเหมือนจุนซู
‘The long and winding road
That leads to your door
Will never disappear
I’ve seen that road before
It always leads me here
Lead me to you door’
เสียงทุ้มขับร้อง พลางล้มตัวลงนอนแผ่บนเตียงนอน ซุกจมูกกับเนื้อผ้านุ่ม พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง ริมฝีปากอิ่มได้รูปจึงเผยรอยยิ้มกว้างกว่าเก่า ยิ้ม...ทั้งๆ ที่เจ็บร้าวไปถึงขั้วหัวใจ แต่ก็ยินดีที่จะน้อมรับความเจ็บปวดเหล่านี้อย่างไม่มีข้อกังขา
เพราะอะไรถึงยอมงั้นหรือ?
ก็เพราะมันคือ ‘ความรัก’ ยังไงล่ะ...
To be continued...

คิดถึงพี่ตองสุดๆ ไปเลยค่าาา ~ ^^
สอบเสร็จแล้วใช่มั้ยเอ่ยยย หุๆๆๆ ดีใจด้วยนะค้าา
ได้กลับมาต่อฟิคอีกกก อิๆๆๆๆ
(นอกเรื่องนานแระ ฮ่าๆๆ)
โอยยย ตอนนี้มันเจ็บปวดจังเลยค่ะพี่ตองง T[]T (คาดว่าต่อไปก็จะเจ็บปวดขึ้นเรื่อยๆ โฮฮ)
ถึงเมนจะเป็นจุนซู ..ที่สงสัยเรื่องความรักของตัวเองกับคุณครูยูชอน ..
แต่ก็ยังสื่อถึงความดีของแจจ๋า T[]T ..
รักคือการให้จริงๆ เลยแจจ๋าอ่าา ..รักยุนโฮสุดๆ ..
เข้าใจยุนโฮสุดๆ โฮฮฮ
#1 By yolande (58.64.121.208) on 2008-04-04 11:11