Can I Love You? (21)
posted on 16 Mar 2008 14:53 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
21. กลั้น
จุนซูค่อยๆ งับบานประตูไม้ทรงสูงให้ปิดลง ทิ้งให้เจ้าชายที่เพิ่งจะผล็อยหลับไปบนเตียงนอนของตนได้พักผ่อนตามลำพัง ร่างเล็กระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นจนเกือบเป็นเส้นตรง ใต้ตากลมๆ ที่บวมช้ำเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักของเขาเกิดร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง แววตาไหวรื้นน้ำ เมื่อหันมาสบสายตากับหญิงชราที่ยืนหน้าสลดอยู่ใกล้ๆ
ดวงตาของหญิงชราดูคาดคั้น หล่อนเองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว แต่ยังต้องมาเสียน้ำตาไปไม่น้อยกว่าเด็กชายคนตรงหน้า จึงเพียงแค่ต้องการทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ตัวหล่อนต้องร้องไห้เช่นนี้
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาหลังจากสั่งให้คนงานชายในคฤหาสน์พังประตูเข้าไป สายน้ำเย็นยะเยียบพร่างพรมบนร่างบางซึ่งนอนขดตัวหมดสติอยู่เบื้องใต้อย่างโหดร้ายยังคงหลอกหลอน ใบหน้าสวยซีดเผือดขาดสีเลือดไม่แตกต่างจากคนตาย เสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์ที่ปกคลุมร่างเปื่อยบางโปร่งใสจนเห็นเนื้อกาย ผิวหนังฝ่ามือและฝ่าเท้าเหี่ยวย่นบ่งบอกได้ดีว่าแช่น้ำอยู่ในสภาพนี้มาทั้งคืน ลมหายใจเบาหวิว ริมฝีปากอิ่มอันเริ่มเขียวชืดขยับเพ้อเป็นถ้อยคำบางอย่างที่หล่อนไม่ได้ยิน ทว่ากริยาร้อนรนก็แสดงให้หล่อนเห็นว่าจุนซูรู้เรื่องนี้ดีทั้งหมด
“คุณหนูจุนซูจะบอกดิฉันได้หรือยังคะ ว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
“เมียงยอ ฉันขอโทษ”
...‘ยุนโฮ’...
แจจุงร่ำคำเรียกแต่ชื่อนี้ ตลอดเวลาที่หมดสติจนกระทั่งเปลือกตาสีมุกสวยกระพริบเปิด ร่างเพรียวบางกัดฟันร่ำไห้จนตัวกระตุกสั่น ดวงตากลมโตสีดำสนิทคู่นั้นเหม่อลอยอย่างไม่มีจุดหมาย...ไร้ชีวิต...เนื้อกายที่ปรากฏรอยแดงเป็นจ้ำเมื่อแหวกสาบเสื้อสีขาวออกยังคงเด่นชัดจนสังเกตได้ จุนซูที่ยังเด็กคงยังอดคิดไม่ได้ว่าพี่ชายของเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง ผิดจากเมียงยอที่รู้ดีว่าสิ่งที่จุนซูเรียกว่า ‘รอยแผล’ เหล่านั้นคือร่องรอยของอะไร
“คุณหนูต้องบอกดิฉันนะคะ” ปลายเสียงของเมียงยอสั่นเครือมากขึ้น เมื่อหล่อนเอื้อมมือไปกุมมือเล็กของจุนซูเอาไว้
“พี่แจจุงรักเขา” จุนซูละล่ำละลัก น้ำตาอุ่นๆยังคงไม่หยุดหลั่งไหลเปรอะแก้มใสของเด็กชาย “นี่คืออย่างเดียวที่ฉันรู้”
“เขา?”
“จองยุนโฮ...พี่ยุนโฮ” เสียงเล็กเอ่ยผ่านลำคออันแห้งปร่าบางเบาราวกระซิบ ไม่สามารถระงับอาการสะอื้นสั่นของตัวเองได้ จุนซูสาบาน เขาไม่ได้รู้เรื่องด้วย ไม่รู้อะไรที่เกิดขึ้นกับพี่ชายเลยหลังจากที่ช่วยให้แจจุงได้ออกไป ออกไปหาคนที่พี่รักหมดหัวใจ
ออกไปพบหน้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่คนคนนั้นจะกลายเป็นของคนอื่น...
กลัว...กลัวเหลือเกิน...กลัวว่าจะต้องสูญเสียพี่ชายไปเพราะความหวังดีของตัวเอง
จุนซูเอ๋ย นายมันโง่เง่า นายมันตัวปัญหา ดีแต่อวดเก่ง แต่ไม่เคยทำอะไรได้สักอย่าง สุดท้ายก็ไม่เคยดีเลยสักครั้ง คงจะถูกอย่างที่คุณแม่เคยว่าสินะ
เจ้าโง่...
“ฮึ่ม คุณหนูจุนซูวันนี้เล่นเพี้ยนจังเลย มีสติหน่อยสิครับ”
เสียงเข้มของครูฮวังปลุกจุนซูให้ตื่นจากห้วงความคิด ตัวโน้ตที่มักถูกบรรเลงอย่างสมบูรณ์ไม่ขาดหาย ในวันนี้กลับติดๆ ขัดๆ ไม่เสนาะหูเอาเสียได้ ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก ก่อนจะก้มหน้าลงเช็ดหยดน้ำน้อยๆ ซึ่งเอ่อคลออยู่ที่คลองตาลวกๆ กระทั่งเงยหน้าขึ้นสบสายตา ส่งรอยยิ้มเหยเกให้แก่อาจารย์สอนดนตรี
“แหะ ขอโทษฮะครูฮวัง”
ชายร่างค่อนไปทางอวบผมสีขาวโพลนส่ายหน้าช้าๆ อย่างระอาใจ ก่อนจะพลิกข้อมือเพื่อดูเวลาจากนาฬิกาที่ตนสวมไว้ จนในที่สุดประโยคที่จุนซูรอคอยมากว่าสองชั่วโมงก็ถูกเปล่งออกมาจากปากของผู้เป็นอาจารย์
“งั้นวันนี้เอาไว้เท่านี้ก่อนแล้วกัน” ถึงแม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉย แต่แววตาและน้ำเสียงของชายแก่กลับดูอ่อนโยน “คนที่อารมณ์สับสนเล่นดนตรี ทำนองก็จะสับสนไปด้วย คนที่กำลังเศร้าโศกเล่นดนตรี ทำนองก็จะวังเวงหงอยเหงาไปด้วย ก็เหมือนกับคนที่กำลังมีความรักเล่นดนตรี เพลงรักก็จะยิ่งหวานฉ่ำชื่นเช่นกัน เขาถึงว่ากันว่านักดนตรีใช้หัวใจประสานเสียง”
จุนซูเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย ปากเล็กสีแดงสดนั้นมุ่ยยื่นพลางถอนหายใจอย่างเบื่อๆ กับคำบ่นเนิบช้าน่ารำคาญราวกับเพลงกล่อมเด็ก ทว่าสิ่งที่อาจารย์ฮวังเฒ่าเอ่ยออกมาปิดท้ายกลับเรียกความสนใจจากเด็กชายได้เป็นอย่างดี
“เพลงที่คุณหนูจุนซูเล่นวันนี้ทั้งสับสน ทั้งโศกเศร้า แต่ก็หวานฉ่ำมากทีเดียว ไม่รู้ว่าคุณหนูรู้ตัวบ้างหรือเปล่า แต่มันทำให้ครูเห็นถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไปในตัวคุณหนู” ชายชราหัวเราะ เมื่อเห็นแววตากลมใสไร้เดียงสาของจุนซูที่จ้องมาอย่างใคร่รู้ในสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อไป ครูฮวังแตะมือลงเบาๆ ที่ไหล่เล็กอย่างเอ็นดู “บางทีการใช้เวลานั่งนิ่งๆ อยู่บนตั่งหน้าเปียโน หลับตา แล้วปล่อยให้นิ้วบรรเลงเพลงไปตามที่ใจอยาก ก็เป็นวิธีทำความเข้าใจตัวเองอย่างหนึ่งเหมือนกันนะครับ”
“อ่า...” ปรัชญาคมคายของชายชราทำเอาจุนซูถึงกับอึ้ง ร่างบางครางออกมาอย่างไม่เชื่อในโสตประสาทของตัวเอง “ผมเพิ่งรู้ว่าครูฮวังก็พูดอะไรน่าสนใจเป็นกับเขาด้วย”
ฉึก!
ปากเด็กคนนี้ควรส่งร้านซ่อมเปลี่ยนอะไหล่ด่วน
เสีย...สนิท
“อ่ะแฮ่ม! คุณหนูจุนซูคะ ดร.ปาร์คมารอแล้วค่ะ” เสียงกระแอมของเมียงยอที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของห้องโถงขัดจังหวะบทสนทนาของศิษย์-อาจารย์ ร่างเล็กที่งุ้มงอลงเล็กน้อยตามวัยอันร่วงโรยค่อยๆ ก้มคำนับให้อาจารย์ฮวังอย่างนอบน้อม
เห็นจุนซูเด้งตัวผึงลุกจากที่นั่ง พลางรีบจัดแจงเก็บกระดาษจดโน้ตกับหนังสือดนตรีของตนเข้าแฟ้มอย่างเร่งรีบ เรียกรอยยิ้มขำๆจากอาจารย์ฮวังได้ไม่น้อยที่เห็นบนใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มของลูกศิษย์เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มใส คุณครูสอนเปียโนถอดถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางหอบเอกสารประกอบการสอนทำท่าจะเดินจากไป แต่เสียงเล็กๆ ที่แสนคุ้นหูก็ดังขึ้นไล่ท้ายอย่างน่ารักสดใสสมกับเป็นจุนซู
“ขอบคุณนะฮะครูฮวัง!”
ฟังจากที่หัวหน้าแม่บ้านบ่นกับเขาเมื่อเช้า จุนซูอาจจะดูโศกเศร้าเรื่องอาการป่วยใจของพี่ชาย อาจจะหดหู่สับสนในทีเพราะความหวาดกลัวการเป็นตัวปัญหา แต่อย่าเชียวนะ...ฮวังฮุนอู ถึงแม้จะเคยดูคนผิด แต่ก็ฟังดนตรีไม่เคยผิด
รอยยิ้มกว้างสว่างไสวกับแววตาสดใส โน้ตเพลงที่บรรเลงอย่างแช่มช้าและโยนเสียงในทุกจังหวะที่ปลายนิ้วพลิ้วสัมผัส...คุณหนูเล็กกำลังมีความรักใช่ไหม?
แน่ๆ เลย...
ความรู้สึกกับเสียงแว่วไหวที่เกิดขึ้นเบื้องหลังเรียกให้เขาหันกลับไป ก่อนร่างโปร่งจะโอนเอียงไปข้างหน้าแรงๆ เมื่อน้ำหนักกายของคนตัวเล็กทิ้งมาที่เขาจนหมดสิ้น เรียวแขนบางกอดรัดลำคอ พลางซุกใบหน้าอ่อนวัยนั้นกับไหล่กว้าง ยูชอนหัวเราะน้อยๆ พลางยกมือขึ้นเอื้อมไปลูบศีรษะกลมๆ ของลูกศิษย์อย่างไม่ถือสา
“ป้าเมียงยอเล่าให้ครูฟังแล้ว เป็นอะไรไปล่ะหืม?”
“ผมคิดถึงครูฮะ”
ยูชอนนิ่งไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างเสียไม่ได้ เด็กชายยังคงเกาะเกี่ยวเขาแน่นแถมยังกระชับใกล้เข้ามามากขึ้นอีก แม้จะยอมรับว่าหากใครมาเห็นเข้าตอนนี้คงดูไม่ดีแน่ แต่ยูชอนก็ไม่ได้ภาวนาให้จุนซูคลายกอดแต่อย่างใด
“ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นสักหน่อย” เสียงนุ่มเอ่ยออกมา ได้กลิ่นหอมจัดจากเส้นผมนุ่มๆ ของจุนซูที่ดูคล้ายว่าสีจะเข้มขึ้นแล้วนิดหน่อย “แต่ครูก็คิดถึงจุนซูเหมือนกันนะ ก็เลยเป็นห่วงขึ้นมา”
สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือหนาพาใจให้เพริดไป จุนซูรู้สึกสบายเสียจนอยากจะหลับลงทดแทนเวลาพักผ่อนที่สูญไปจากการอ่านหนังสืออย่างเคร่งเครียดเมื่อคืนเสียตรงนี้
“รักครูยูชอนจัง”
เสียงเล็กๆ ครางอยู่ข้างหู แต่ก็อู้อี้เสียจนยากเกินกว่าจะจับใจความ
“หืม ว่าอะไรนะ?”
“อื้อ เปล่าฮะ” จุนซูยอมปล่อยแขนออกจากตัวคุณครูรูปหล่อ ส่งยิ้มแห้งๆ พร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธอย่างปากแข็ง ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้เหล็กตัวเดิมเตรียมตัวเริ่มบทเรียน
ยูชอนมองตามแล้วส่ายหน้าปลงๆ ไม่ได้ติดใจจะซักไซ้ให้มากความ เพราะรู้ดีว่าเรื่องบางเรื่องเขาไม่รู้เสียยังจะดีกว่า โดยเฉพาะคำพูดที่ออกมาจากปากจุนซูในระยะหลังๆ มานี้นั้นก็มักทำให้เขาหายใจได้ไม่ทั่วท้องอยู่เรื่อย
เอ๊ะ!
แต่เดี๋ยวนะ
อาจารย์หนุ่มเลิกคิ้วเข้มข้างหนึ่งของตนขึ้นเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ในใจต่อหน้าร่างเล็กที่กำลังให้ความสนใจกับหนังสือเศรษฐศาสตร์ตรงหน้ามากกว่าเขา
หรือว่าน้ำหอมใหม่จะเหม็น?
ยูชอนทำจมูกฟุดฟิด...ฟุดฟิด...
เออนะ คนเรา...เอาแล้วไหม New Lee-agitated for Men รุ่นทดลองของบริษัทเจ้ายุนโฮทำพิษ
ของฟรีก็อย่างนี้...
“อืม...งั้นเราเบรคกันก่อนดีไหม?”
“ดีฮะ!”
คำอนุญาตของยูชอนพอจะทำให้ใบหน้าหวานของเด็กชายที่เคยหมองหม่นดูสดใสขึ้นมาได้บ้าง จุนซูทิ้งปากกาลง พลางใช้มือทั้งสองข้างบีบๆ นวดๆ ข้อนิ้วทั้งสิบคลายความเมื่อยล้า
ยูชอนมองแล้วยังนึกขำ ทำไมเขาจะดูไม่รู้ว่าในยามนี้ร่างเล็กกำลังมีเรื่องหนักใจ แต่ความหนักใจที่กำลังกัดกร่อนประสาทสมองของลูกศิษย์ตัวดีก็ไม่ได้กัดกร่อนกระเพาะอาหารของเขาไปด้วย ของว่างกับน้ำผลไม้ที่ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพตรงหน้าค่อยๆ ถูกจัดการไปทีละอย่าง แก้มขาวใสที่ป่องน้อยๆ เมื่อเข่นเขี้ยวเคี้ยวขนมอย่างเคียดแค้น จนคล้ายกับเป็นการกินประชดชีวิตมากกว่ากินแก้หิว น่าแปลกที่ต่อให้กินเท่าไรก็ดูตัวจะไม่อ้วนขึ้นเลย ผิดจากแก้มที่พองเอาพองเอาไม่ยอมยุบ
ให้ตายเถอะ คิมจุนซู...
หยุดน่ารักซักนาทีจะตายไหมนะ!?
“นี่จุนซู ยังไม่ได้บอกครูเลยนะว่าเป็นอะไรไป” หลังจากนิ่งเงียบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่กับตัวเองพักใหญ่ ยูชอนก็ถามโพล่งขึ้นมา ทำเอาผู้ถูกถามงงเป็นไก่น่ารักๆ ตาแตก
“เป็นอะไรฮะ ผมไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย” ศีรษะกลมๆ ส่ายยิก ดวงตากลมป๊อกใสแป๋วจ้องคนเป็นอาจารย์อย่างไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่ยูชอนอยากจะรู้
“อย่าโกหกน่า คิดว่าครูดูไม่รู้เหรอ เธอกำลังมีเรื่องไม่สบายใจใช่ไหม?”
จุนซูนิ่งงันไปในทันที สีหน้าของเขาสลดลงอีกครั้งจนได้ มือเล็กละจากก้อนขนมตรงหน้า ใช้กระดาษทิชชู่จากกล่องใกล้ๆ กันเช็ดทำความสะอาด ประกายประหลาดไหวรื้น ความมีชีวิตชีวาในแววตาของเขาดูจะล่องลอยไปตั้งแต่ตอนนี้
“จุนซู”
“เมียงยอบอกอะไรครูยูชอนบ้างหรือฮะ บอกหรือเปล่าว่าผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่แจจุงต้องเป็นแบบนี้ บอกหรือเปล่าว่าผมเป็นตัวปัญหา บอกหรือเปล่าว่าผมหัวรั้นไม่เชื่อฟังจนได้เรื่อง แล้วบอกอีกหรือเปล่าว่าจนแล้วจนรอดผมมันก็เป็นได้แค่ไอ้โง่คนนึง”
เสียงเล็กๆ พรูถ้อยคำต่างๆ นานาออกมาโดยไม่ทิ้งช่องว่างให้เขาได้พูดแทรก
ตัวปัญหาอะไรกัน?
คุณแจจุงเป็นอะไร?
ยูชอนสับสนไปหมดแล้ว ก็เมื่อเช้านี้เมียงยอไม่ได้บอกอะไรกับเขาเลยนอกจากคุณหนูจุนซูกำลังอยู่ในภาวะต้องการกำลังใจ ที่เขาถามก็แค่อยากรู้สาเหตุและให้กำลังใจร่างเล็กอย่างทุกครั้งเท่านั้นเอง
“ไม่นะ อะไรกันเนี่ย ครูงงไปหมดแล้ว”
“ครูยูชอนเองก็คิดว่าผมโง่ใช่ไหมล่ะฮะ ก็อย่างว่าล่ะ ใครรู้เรื่องก็ต้องคิดอย่างนี้กันทั้งนั้น แต่ผมสาบานนะว่าไม่ได้อยากให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้ ผมก็แค่อยากให้พี่แจจุงมีความสุข ผมแค่อยากเห็นรอยยิ้มสวยๆ ของพี่ตลอดไป ผมผิดด้วยหรือฮะครู ผมรักพี่มากนะ ถ้ารู้ว่าพี่ต้องเจ็บผมก็คงไม่ทำหรอก ฮึก...”
ในที่สุดเขาก็จำต้องยกฝ่ามือขึ้นทาบปิดบังรอยน้ำตา ร่างเล็กที่กำลังกระตุกสั่นเพราะแรงสะอื้นถูกรวบเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอุ่นอย่างง่ายดาย หยุดคำพูดร้อยแปดที่ดังแจ้วๆ จากริมฝีปากสีสดได้ในทันที ยูชอนทนไม่ได้ เขาไม่เคยทนได้ที่ต้องรับรู้ว่ารอยยิ้มสดใสที่จุนซูมีมอบให้กับเขาต้องถูกขโมยหายไป รอยยิ้มตะวันฉายของจุนซูที่ทำให้เขายอมทนอยู่กับความทรมานในใจทุกวันนี้เพื่อที่จะได้เห็นมัน
จุนซูซบใบหน้าลงไปกับไหล่กว้างอีกครั้ง เนื้อกายของยูชอนอวลอุ่นไปด้วยความห่วงใยและหวังดีเสมอ เรียกให้ร่างเล็กโหยหาทุกสัมผัสที่คุณครูคนนี้คอยมอบให้ แม้จะยังไม่กล้าพูดได้เต็มปากว่าความรู้สึกนี้คืออะไร ทว่ามันคือสิ่งที่เขาต้องการมากเหลือเกิน
“เงียบซะนะ ครูอยู่นี่...ยังไงครูก็อยู่ข้างเธอ”
อุ่น...
ทำไมถึงอุ่นได้ขนาดนี้?
ฝ่ามือหนาที่ลูบเบาๆ ปลอบประโลมบนแผ่นหลังบางซ่านไออุ่นอย่างประหลาด มันทำให้จุนซูสงบลงได้ในอ้อมกอดแกร่งที่คอยคุ้มภัย น้ำเสียงของยูชอนเองก็อบอุ่นไม่แพ้กัน ที่สำคัญคือถ้อยคำให้กำลังใจที่ทำให้เขาอุ่นไปถึงหัวใจ
ยูชอนจะอยู่ข้างเขา ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนผิดเช่นนั้นหรือ?
ผ่อนคลาย...ราวกับความร้อนรนในใจถูกชะล้างออกไปสิ้น สุขเหลือเกิน...สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ จนอยากจะฝังตัวเองเอาไว้ในอ้อมกอดนี้ เสียงหัวใจ...มันดังและหนักหน่วงเสียจนรู้สึกปวดไปทั่วอกซ้าย
ครูยูชอนเนี่ยน้า
ทำไมต้องกอดแน่นขนาดนี้ด้วยล่ะ
“นี่ หลับไปแล้วหรือไง?”
ลมหายใจสม่ำเสมอเป่ารดอยู่ตรงกกหูกับท่าทีที่สงบนิ่งไปของจุนซูทำให้ยูชอนต้องคลายกอด พลางสร้างระยะห่างระหว่างตัวเขากับร่างเล็กให้สามารถเห็นสีหน้าได้ จุนซูยังคงทำปากยื่นจมูกย่น ใบหน้าอ่อนเยาว์เลอะไปด้วยคราบน้ำตาแม้ว่าพอจะแห้งหายไปบ้างแล้วแต่ก็ไม่ทั้งหมด ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มสีแดงธรรมชาตินั้นแสยะยิ้มแหยอย่างเขินๆ จนยูชอนเองยังหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาชวนหมันเขี้ยวนั่น
สั่งให้หยุดน่ารักไม่เข้าใจหรือไงนะ คิมจุนซู
อย่าทำให้เขารักไปมากกว่านี้เลย...
ค่อยๆ ถัดกายไปนั่งแบ่บอยู่ที่เดิม ยูชอนนั่งมองจุนซูอยู่แต่ในมุมของเขา จนปัจจุบันก็ยังคิดไม่ตกว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้เขาหลงรักเด็กคนนี้ อาจจะไร้เหตุผล หรืออันที่จริงแล้วเหตุผลมันมากมายเสียจนนับไม่ถ้วนกันแน่ จุนซูที่นั่งอยู่ตรงหน้ายังคงสว่างไสวที่สุด น่ารักน่าเอ็นดูที่สุดอย่างหาใครมาแทนที่ไม่ได้ เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนี้ปรากฏอยู่ทุกที่ที่เขาไป กระทั่งในความฝัน มีความสุขอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อนแค่ได้เห็นเพียงเสี้ยวหน้างามหมดจดนี้ แม้จะต้องต่อสู้กับความจริงอันโหดร้ายที่ว่าถึงอย่างไรก็ไม่มีวันได้มาครอบครองนั้นก็ตาม
จุนซูคู้กายลงเล็กน้อย พยายามซ่อนใบหน้าที่เปรอะรอยน้ำตาของตนจากคนที่กำลังจ้องเขาอยู่ไม่วาง มือเล็กค่อยๆ คืบล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบสิ่งที่เมื่อยูชอนเห็นก็ต้องเผยยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้
ผ้าเช็ดหน้าลายสก็อตสีน้ำเงินผืนโปรดของเขา...จุนซูยกมันขึ้นมาซับที่เปลือกตาชุ่มน้ำ และบนแก้มกลมๆ ที่กำลังเรื่อสีชมพูระเรื่อทั้งสองข้าง
“ผืนนั้นน่ะ สรุปว่าจะคืนไหม" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่างหยอกล้อ ทำเอาแก้มที่แดงอยู่แล้วของจุนซูยิ่งร้อนผ่าว
“ก็ผมกำลังจะเอามาคืนนี่ไงฮะ” เด็กชายตอบอ้อมแอ้มอยู่ในลำคอ หน้าหวานก้มลงมองผ้าเช็ดหน้าผืนนุ่มในมือ ก่อนจะแยกเขี้ยวยิ้มแห้งๆ ออกมาในที่สุด “แต่... ไว้ผมเอากลับไปซักให้อีกรอบค่อยให้คืนแล้วกันนะฮะ”
“ไม่เป็นไร เก็บไว้เถอะ เพราะถ้าให้ครูเลือกระหว่างผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ แลกกับจุนซูที่ไม่ร้องไห้ ครูยอมเสียมันไปซะดีกว่า”
ประโยคนั้นสะกดให้จุนซูชะงักงัน
“ครูไม่อยากเห็นเธอต้องเศร้าเลยนะ ดูไม่เหมือนคุณหนูจุนซูของครูยูชอนเลย แล้วก็ยังเรื่องโทษตัวเองบ้าบออะไรนั่นอีก คิดมากไปเองทั้งนั้น” ยูชอนลูบศีรษะปลอบคนตัวเล็ก ริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มแย้มรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนอย่างเคย ทว่านัยน์ดวงตากลับแลดูเศร้าและฉายแววมีความหมาย “เพราะอะไรเธอถึงจะไม่ดีล่ะ ถ้าเธอดื้อ เธอโง่ แล้วทำไมครูถึงได้รักเธออย่างนี้?”
“ครู...?”
สัมผัสของมืออุ่นที่แทรกเข้าไปภายใต้กลุ่มผมนุ่มสีน้ำตาลทอง และนิ้วหัวแม่มือที่เกลี่ยไล้ข้างแก้มเนียนทำให้หัวใจสั่นไหว คำพูดและใบหน้าของยูชอนในยามนี้ตรึงสายตาของจุนซูให้หยุดนิ่ง
‘แล้วทำไมครูถึงได้รักเธออย่างนี้?’
เสียงนี้ยังคงก้องกังวานในโสตประสาท ทั้งที่หวานจับใจ แต่ทำไมถึงฟังดูร้าวราน?
ยูชอนกัดฟัน รู้สึกคล้ายกับว่าน้ำตากำลังตื้นเอ่อขึ้นมาถึงโพรงจมูก ชายหนุ่มห้ามใจผละทั้งฝ่ามือและสายตาออกจากจุนซู ก่อนจะกลั้นใจพูดประโยคสุดท้ายออกไป “ก็เหมือนกันนั่นล่ะ คุณแจจุงเองก็ต้องคิดเหมือนครูแน่ๆ”
‘ไม่ใช่นะ จุนซู ครูกับคุณแจจุงไม่เหมือนกัน’
เขาอยากจะบอกออกไป
“งั้นหรือฮะ”
‘ใช่ ครูรักเธอ รักเธอมาก รักเธอมากกว่าที่ควรจะรัก’
หากจำต้องทนกัดลิ้นกลั้นฝืน
“ขอบคุณนะฮะ ครู”
‘ครูอยากบอกเธอ อยากกอดเธอ และคงไม่มีวันตัดใจจากเธอ’
กระนั้น ความละอายใจก็ยังคงตามหลอกหลอน
‘จุนซู...ได้ยินไหม?’
เมื่อไหร่กันจะหลุดพ้น
“ขอบคุณสำหรับกำลังใจ”
‘ครูรักเธอ’
เมื่อไหร่...จะรักได้
“ไม่เป็นไร ขึ้นบทต่อไปกันเถอะ”
คงไม่มี...
To be continued...
AN: เอาล่ะ หมดแล้วสำหรับเดือนนี้ ขอตัวไปตั้งใจสอบก่อน เจอกันเดือนหน้านะคะ ^_^
:: Lovefurypassionenergy :: 20 เล่มสุดท้าย Click!


น่ารักจัง ^^ ...
จุนซูมีครูปาร์คคอยปลอบ อยู่ข้างๆ ..
รู้สึกดีเนอะ
เวลาอ่านแล้วความอ่อนโยน มันซึมเข้าไปเลย
(คิดเหมือนปาร์ค หยุดน่ารักได้ไหม จุนซู 55)
อ่า มีความสุขค่ะ ..
ปล. ปาร์คคุณจบนอกนะ ไม่อยากให้เอา กฎเกณฑ์ อะไรก็ไม่รู้ ว่าปิดกั้นตัวเองเลย แต่ก็เข้าใจปาร์คนะ (^^)
#1 By a.while on 2008-03-16 15:08