Can I Love You? (20)
posted on 16 Mar 2008 11:40 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
20. ทางแยก
เสียงริงโทนของโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เรียกให้เปลือกตาที่ในยามนี้ฉาบไว้ด้วยแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ามืดค่อยๆ กระพริบตื่นขึ้นแช่มช้า ยุนโฮย่นหน้าน้อยๆ เมื่อรู้สึกถึงท่อนแขนที่ชาไร้ความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะพบว่าเป็นแจจุงที่ยังคงนอนหลับสบายอยู่ในอ้อมแขนของเขา
แจจุงที่เจิดจ้า แลดูไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาที่พระเจ้าปั้น
ยื่นมือออกไปคว้าเอาโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันขึ้นมาดูหมายเลข ใบหน้าหล่อเหลาย่นคิ้วเข้าหากันอีกครั้งเมื่อเห็นตัวหนังสือปรากฏบนจอแสดงผลว่า ‘คุณแม่’ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย นิ้วเรียวกดรับสาย ก่อนจะซุกปลายจมูกลงไปบนเส้นผมหอมของคนข้างๆ อย่างเกียจคร้าน
“ครับแม่?” เอ่ยทักทายอย่างรวบรัดด้วยน้ำเสียงงัวเงีย แม้จะเมื่อยแต่ก็ยังพยายามไม่ขยับตัวมากจนปลุกให้แจจุงตื่น
สิ้นคำ เสียงแหลมๆ ที่คุ้นหูก็ดังแทรกผ่านลำโพงโทรศัพท์จนต้องดึงออกห่างหู “ยุนโฮลูก! โอ้ย...กว่าจะรับได้นะพ่อคุณ” ฟังดูร้อนรนจนยุนโฮต้องเลิกคิ้วมองนาฬิกาข้อมือซึ่งถูกถอดวางไว้ลวกๆ ใกล้หมอนอย่างงงงวย
“ใครเป็นอะไรหรือเปล่าครับแม่?”
“ยังไม่มีใครตายหรอก” ยิ่งฟังยิ่งหงุดหงิด “แต่ถ้าอีกสองสามกริ่งลูกยังไม่ยอมรับโทรศัพท์ล่ะก็แม่คงจะอกแตกตาย ว่าแต่...ลูกน่ะอยู่ไหนกันล่ะหืม นี่ฟ้าจะสางแล้วนะ ยังไม่มาเตรียมตัวอีกหรือ?”
“เตรียมตัว...”
“ก็งานแต่งงานของลูกไงเล่า!”
จริงสิ...งานแต่งงาน...
“โอย...ตาย ตาย ตาย นี่ถ้าฉันโทรไปช้ากว่านี้ ลูกฉันคงอาบน้ำแต่งตัวไปเตรียมพรีเซ้นต์แผนการตลาดที่บริษัทแล้วกระมังนี่ รีบมาเร็วๆ เข้านะ ยูชอนมาแล้วไม่เห็นลูกโวยวายใหญ่เลยเนี่ย”
“ครับแม่” ยุนโฮถอนหายใจ ได้ยินเสียงโหวกเหวกของยูชอนเพื่อนซี้ที่ดังแว่วผ่านทางหูโทรศัพท์ก็พอจะนึกใบหน้าของหมนั่นในตอนนี้ออก “ผมอยู่ไม่ไกลนักหรอกครับ เท่านี้นะครับแม่ แล้วเจอกันครับ”
ทันทีที่วางหู เงยหน้าขึ้นมาก็สบเข้ากับสายตาของแจจุงพอดิบพอดี ดวงตากลมโตสีดำสนิทกระพริบปริบๆ เนื้อกายหอมหวานนุ่มละมุนของแจจุงถูกห่อไว้ด้วยผ้าห่มผืนบางสีขาวสะอาดที่คนทั้งสองใช้ร่วมกันตลอดคืน โผล่ไว้ให้เห็นเพียงหัวไหล่บาง กับเนินอกขาวอันประทับไว้ด้วยรอยจูบ
เหมือนเจ้าสาว...
ยุนโฮยิ้มจางๆ ยื่นมือไปปัดไล่เส้นผมที่ตกลงมาบดบังระใบหน้าสวยของคนรักออกไป “ลืมตามาก็เช้าซะแล้ว” เขาบ่นพึมพำอย่างนึกเสียดาย เสียงทุ้มฟังดูเศร้าขึ้นมาขนัดหู “ผมคง...ต้องไปแล้วล่ะ”
ถอดเสื้อนอกของเขาออก ก่อนจะคลุมมันลงบนไหล่เล็กของแจจุง ยุนโฮกอดคนรักไว้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเอ่ยคำลา ที่ตรงนี้เป็นเพียงป้ายรถเล็กๆ ที่เงียบเชียบไร้ผู้คน ทางแยกระหว่างโซลกับเมืองเกิด ท้องฟ้าเบื้องบนเริ่มสางและสว่างด้วยแสงสีทองจากพระอาทิตย์ เวลาใกล้จะหมดลงทุกที
“คุณกลับเองได้แน่นะ?” เขาถามย้ำอย่างกังวลใจ ไม่อยากปล่อยแจจุงไปคนเดียว แต่ร่างบางก็ยังคงยืนยันกับเขาด้วยคำตอบเดิมตั้งแต่ที่บ้านพักริมทะเลนั่น แจจุงพยักหน้า แสร้งปั้นรอยยิ้มออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ เรียกให้ยุนโฮถอนหายใจออกมาเบาๆ คิ้วเรียวเข้มยังคงขมวดมุ่นอย่างไม่วางใจนัก
“ผมเป็นห่วงคุณนะ”
...ผมรู้...
สายตาของแจจุงสื่อเช่นนั้น
“ถึงบ้านแล้วโทร.หาผมนะ” ว่าพลางกระชับกอดแจจุงให้แน่นยิ่งขึ้น ก่อนที่แจจุงจะลูบหลังยุนโฮตอบแทนคำตอบรับ
“บ๊ายบาย แล้วเจอกันนะ”
เขาคลายกอด ผละออกมาเพื่อมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของแจจุงอีกครั้ง น้ำเสียงนั้นของยุนโฮแสนคุ้นหู ฟังดูน่ารัก จะแตกต่างอยู่ตรงที่ถ้าฟังดูดีๆ กลับสั่นเครือในตอนท้าย
‘บ๊ายบาย ยุนโฮ แล้วเจอกัน’
ร่างที่เล็กกว่ายกมือขึ้นลูบแก้มคนรักอย่างเอ็นดูเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มเศร้าๆ ยังคงไม่เลือนหายไปจากใบหน้าหวานสวย แจจุงพยักหน้ารับรู้คำอำลานั้น แม้ในใจจะรู้ดีก็ตามว่าเขาจะไม่มีวันได้พบ จองยุนโฮ คนเดิมคนนี้อีกแล้ว
ในที่สุดมือของทั้งคู่ก็จำต้องคลายออกจากกัน รู้สึกหนาวยะเยือกไปทั้งกายทันทีที่ลมเย็นพัดผ่าน ดวงตากลมใสฉายภาพแผ่นหลังกว้างค่อยๆ เดินจากไป...ห่างไปทีละน้อย...ทีละน้อย...จนเหลือเล็กนิดเดียว...จนเหลือเพียงแค่อากาศว่างเปล่าและเส้นทางอันยาวไกลเบื้องหน้า
อ้างว้าง ไม่มีค่า ไม่มีความหมาย...
ฝืนยิ้มต่อไปอีกไม่ไหว หยดน้ำเย็นเยียบที่เคยกลั้นเอาไว้ค่อยๆ ระบายจากคลองตาร้อนผ่าวอย่างช้าๆ แจจุงกระชับเสื้อนอกสีน้ำตาลของยุนโฮเข้าแนบกับผิวกาย หลับตาลงเบาๆ ปล่อยใจให้ลอยละล่องไป จินตนาการถึงสัมผัสอุ่นจากอ้อมกอดที่แสนอ่อนโยน และกลิ่นอายของคนที่เขารักหมดหัวใจ
Fly away love…
รักแท้เพียงหนึ่งเดียวในชีวิต
‘ลาก่อน’
ยูชอนแตะฝ่ามือของเขาลงบนไหล่ของเพื่อนรัก ก่อนจะพยักหน้า พลางส่งสายตาให้กำลังใจ
ท่ามกลางลำแสงที่ส่องผ่านลงมาจากกระจกหลากสีถัดจากหลังคาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ สายลมพัดโชยหวีดหวิวราวกับลำนำเพลงจากสวรรค์ ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคมคายในชุดทัคซิโด้สีดำดูภูมิฐานกำลังยืนนิ่งงัน เขาก้มหน้าน้อยๆ พลางบีบมือที่ประสานไว้ด้วยกันของตนแน่น รอคอยจนกว่าเวลานั้นจะมาถึง
เสียงออร์แกนประสานเป็นทำนองเพลงที่ทุกคนคุ้นหูกันดี เรียกให้สายตานับร้อยคู่หันไปจับที่ภาพบานประตูไม้มะฮ็อกกานีสีดำมะเมื่อมบานยักษ์ที่ทิศตรงข้ามเป็นตาเดียว
ไม่นาน...แสงอาทิตย์อ่อนๆ ก็สามารถส่องลอดช่องแคบระหว่างประตูทันทีที่มันถูกผลักให้เปิดออก อาบไล้พื้นและผนังหินอ่อนภายในบริเวณวิหารคริสต์อันโอ่อ่าจนเรืองแสงคล้ายดินแดงแห่งทวยเทพ ร่างเพรียวงามผุดผาดของหญิงสาวในชุดแต่งงานกับผ้าคลุมหน้าสีขาวจึงค่อยๆ ปรากฏชัดเบื้องหน้าสายตา
ในสมองของยุนโฮว่างเปล่า สองตาได้แต่เฝ้ามองว่าที่เจ้าสาวยุรยาศเข้ามาใกล้ขึ้นช้าๆ และลางเลือน กระทั่งเธอมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา มือเรียวที่ในยามนี้ไม่สามารถระงับอาการสั่นเอาไว้ได้จึงค่อยๆ ยกขึ้นเปิดผ้าคลุมบางเบาที่บดบังใบหน้านั้นเอาไว้ เผยให้เห็นริมฝีปากอิ่มเอิบสีแดงสวยเป็นอันดับแรก ตามด้วยปรางแก้มเนียนใส ปลายจมูกกลมเล็กเกลี้ยงเกลา สันจมูกได้รูปสวย แพรขนตางอนยาว และนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเป็นเอกลักษณ์
งามผ่องพรรณ ขาวสะอาด...บริสุทธิ์...
“ในพระคัมภีร์ปฐมกาลกล่าวไว้ว่า...” เสียงกังวานของบาทหลวงประกาศขึ้น “เมื่อพระเจ้าทรงกระทำให้ชายผู้นั้นหลับสนิท ขณะที่เขาหลับสนิทอยู่ พระองค์ทรงชักกระดูกซี่โครงซี่หนึ่งของเขาออกมาแล้วทำให้เนื้อติดกันเข้าแทนกระดูกอย่างเดิม ส่วนกระดูกซี่โครงที่พระเจ้าได้ทรงชักออกจากชายผู้นั้น พระองค์ทรงสร้างให้เป็นหญิงแล้วทรงนำมาให้ชายผู้นั้น ชายผู้นั้นจึงว่า ‘นี่แหละ กระดูกจากกระดูกของเรา เนื้อจากเนื้อของเราจะต้องเรียกว่าหญิง เพราะหญิงนี้ออกมาจากชาย’ เพราะเหตุนั้นผู้ชายจึงจากบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยาและเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งผู้ชายและภรรยาของเขาเปลือยกายอยู่และไม่อายกัน...”
ดวงตาเรียวเล็กค่อยๆ หลับลงช้าๆ ต่อหน้าแขกเหรื่อหลายชีวิต ต่อหน้าบาทหลวง...ต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า... เขายังคงสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ถูกส่งผ่านออกมาจากวัตถุสีเงินเรียบลื่นเนื้อมันปลาบที่แอบสวมไว้ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน
“จองยุนโฮ ลูกจะรับ ลียองเอ เป็นภริยาหรือไม่ ไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะสุขสมหวังหรือทุกข์ ไม่ว่าในยามเจ็บไข้ ก็จะไม่ทอดทิ้งกัน เป็นกายหนึ่งเดียวกันตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”
ยุนโฮหลับตา วูบหนึ่ง ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ
“รับครับ”
“เชิญเจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวได้”
เสียงปรบมือ เสียงเป่าปากฮือฮา ยังคงดังก้องอยู่เคียงคู่กับถ้อยคำอำลา...
ลาก่อน
“...ระบบกำลังตัดเข้าสู่บริการรับฝากข้อความ กรุณาฝากข้อความของท่านไว้หลังสัญญาณต่อไปนี้...”
ร่างบางนั่งคู้กายอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้อง ไหล่บางสะท้านและไหวสั่นตามแรงสะอื้นไห้ เสียงสายน้ำเย็นยะเยือกที่ไหลพรูออกมาจากปากฝักบัวกระทบพื้นห้องน้ำสีงาช้างดังสร้างซา ราวกับพยายามจะใช้เสียงนั้นกลบเกลื่อนหยาดน้ำตามหาศาลที่ไม่สามารถเก็บกลั้นเอาไว้ได้
ที่นอกกรอบหน้าต่างบานเล็กๆ นั้น ความมืดเข้าครอบครองผืนฟ้าเวิ้งว้างจนดำสนิท เมฆหนาบดบังแสงสีเหลืองนวลจนไม่มีเหลือแม้เพียงเศษเสี้ยวของดวงจันทร์ ไออุ่นจากอ้อมกอดอ่อนโยน สุ้มเสียงที่ใช้เอ่ยพร่ำคำรัก รสจูบหอมหวาน และภาพรอยยิ้มเศร้าที่มีมอบให้เป็นครั้งสุดท้ายไว้ก่อนลายังคงติดตรึงอยู่ในหัวสมอง ยากที่จะขจัดไป
แจจุงลูบฝ่ามือที่กำลังสั่นระริกเข้ากับต้นแขนซีดเผือด โอบกอดตัวเองเอาไว้แทนสัมผัสอุ่นที่เขาโหยหา
ลากัน...ตลอดกาล...
To be continued...

ฮือๆๆๆๆไม่ไหวแล้ว สงสารแจจ๊าอ่ะ
#1 By tangtang (61.7.165.74) on 2008-03-16 12:58