Can I Love You? (17)
posted on 07 Mar 2008 10:54 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
17. นักเปียโน
เสียงเมโลดี้ดนตรีสละสลวยดังกังวานกระทบหู เรียกให้ชายหนุ่มมาดผู้ดีในชุดเสื้อเชิ้ตสีสุภาพกับกางเกงยีนส์ขายาวชะงักฝีเท้าของเขาลง ยูชอนหยุดยืนอยู่บนแท่นหินแผ่นบางเรี่ยดินสีแดงอิฐ ซึ่งถูกเรียงรายไว้เป็นทางเดินสู่สวนสวยหลังคฤหาสน์ตระกูลคิมเช่นทุกครั้ง ก้มหน้าลงพลางหลับตา จดจ่อสมาธิของเขาอยู่กับเสียงเพลงที่ดังแว่วมาจากแห่งใดแห่งหนึ่งอย่างสนใจ
ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนทองของตัวเอง ก่อนจะพบว่าในวันนี้เขามาเร็วกว่าเวลาสอนเกือบสามสิบนาที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดหน่อย พร้อมๆ กับที่เจ้าของใบหน้าขาวสะอ้านได้รูปนั้นจะเป่าลมหายใจออกมาทางปาก
จุนซูจะเป็นยังไงบ้างนะ?
คุณหนูเล็กที่แสนเอาแต่ใจคนนั้นจะรับรู้บ้างหรือไม่ว่าผู้ใหญ่บ้าๆ คนนี้เอาแต่กดโทรศัพท์หาเมียงยอจนแบ็ตเตอรี่แทบจะระเบิด เพียงเพื่อแค่ต้องการถามไถ่อาการของจุนซูตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
จุนซูดีขึ้นบ้างไหม?
จุนซูทานข้าวหรือยัง?
จุนซูยอมทานยาหรือเปล่า?
จุนซูเข้านอนหรือยัง?
ถ้าจุนซูยังไม่หายดีก็ยังไม่ต้องให้เธอไปโรงเรียนนะ
ไม่ต้องให้เธออ่านหนังสือนะ ผมจะสรุปบทเรียนไปให้เธอเอง
แต่ช่วยกรุณาอย่าบอกเธอนะว่าผมโทรมา
นึกย้อนไปถึงการกระทำนั้นแล้วก็อดกระตุกหัวเราะหยันอย่างสมเพชตัวเองไม่ได้
ฮาเลลูย่า ผมทุเรศตัวเองมากครับ ขอบคุณ
ยูชอนเลื่อนมือขึ้นกระชับกรอบแว่นตากันแดดสีเข้มเข้ากับใบหน้า อย่างน้อยนี่คงเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยบดบังความหมองคล้ำบนใบหน้า กับถุงใต้ตาซึ่งเกิดขึ้นเพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอของเขาได้บ้าง
ใช้เวลาช่วงที่ว่างเดินเรื่อยเปื่อยตามเสียงดนตรีรื่นหูนั้นไป กระทั่งไปหยุดอยู่หน้าซุ้มประตูบานใหญ่หน้าคฤหาสน์ส่วนตัวของทายาทตระกูลคิมทั้งสอง ยูชอนทอดสายตาเข้าไปด้านใน ยิ่งเข้ามาใกล้เสียงดนตรีที่เคยได้ยินเพียงแค่แผ่วเบาก็แจ่มชัดยิ่งขึ้น เมโลดี้ไพเราะฟังติดหู เป็นเพลงที่ยูชอนเองก็โปรดปรานไม่แพ้กัน
The Long and Winding Road
เรือนหินอ่อนทรงยุโรปร่วมสมัยที่ถูกสถาปัตย์ไว้อย่างพิถีพิถัน ปกติแล้วจะเงียบสงัดไม่สดใส ทว่าในเพลานี้กลับถูกครอบคลุมไว้ด้วยเสียงดนตรีก้องสะท้อนห้องโถงสีทองอร่ามอันโอ่อ่า บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายบางอย่างคล้ายมีมนต์ขลัง ดึงดูดให้ใจให้เตลิดไปหา งามงดจนน่าพิศวง
เสียงบรรเลงดนตรีคลอไม่หยุดหย่อนราวเชื้อเชิญ ยูชอนแทบไม่สามารถควบคุมขาทั้งสองของตนที่กำลังก้าวล้ำอาณาเขตไปข้างหน้าอย่างถือวิสาสะได้ ภาพที่แสนสวยงามค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นทีละนิดเบื้องหน้า แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าทอประกายลอดกลีบไม้เขียวขจี กิ่งสีเข้มจนเกือบดำของไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เสียดสีกันดุจไวโอลินราคาแพง แผงกระจกบานสูงหลายเมตรตระหง่านตั้งตรงกลางระหว่างบันไดไม้สักขดเป็นวงไปจรดกัน ณ จุดสิ้นสุด แกรนด์เปียโนสีขาวถูกจัดไว้บนผืนพรมฝรั่งเศสตรงกับหน้าต่างนั้น โดยมีนางฟ้าของเขาเป็นผู้บรรเลงมัน
จุนซู...
ไม่เห็นแม้แต่เงาร่างของอาจารย์ฮวังครูสอนดนตรี ในสายตาของเขามีเพียงใบหน้าจิ้มลิ้มงดงามของจุนซูที่กำลังก้มหน้าน้อยๆ จดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังกระทำอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากเรียวเล็กสีเชอรี่แย้มบางๆ อย่างเป็นสุข ทุกกริยาขาวสะอาดฉายซ้ำไปซ้ำมาในห้วงคำนึง
มือหนาแตะเบาๆ ลงบนขอบไม้เคลือบมันมีราคาของแกรนด์เปียโนสีขาว พร้อมๆ กับที่ใบหน้าหวานใสเงยขึ้นสบตาแล้วมอบรอยยิ้มกลับมาให้จนตาปิด แก้มของจุนซูเรื่อสีชมพูอ่อนๆ กลิ่นกายหอมละมุนยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำ
ยูชอนจ้องลึกลงไปนัยน์ดวงตากลมใสไร้เดียงสา เสียงทุ้มนุ่มหูเอ่ยเนื้อร้องสื่อความหมาย ร้องคลอไปพร้อมๆกับเสียงหวานกังวานใสของเปียโนที่จุนซูบรรเลง
“Many times I've been alone
Many times I've cried
Anyway you'll never know
The many ways of pride
And still they lead me back
To the long and winding road
You left me standing here
A long long time ago
Don't leave me waiting here
Lead me to your door”
“ครูยูชอนร้องเพลงเพราะจังเลยฮะ” บทเพลงหยุดลงพร้อมๆ กับที่จุนซูผละมือออกจากแป้นเปียโน ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มเงยขึ้นมอบรอยยิ้มให้คุณครูของเขาอีกครั้ง เสียงที่เคยใสแจ๋วของจุนซูยังคงแหบพร่าอยู่เล็กน้อย แต่ก็นับว่าดีขึ้นมากหากเทียบกับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
“ชอบหรือ?” ร่างสูงอมยิ้มถาม
“ชอบสิฮะ”
“งั้นรีบๆ หายป่วยนะ จะได้ร้องเพลงด้วยกัน” อาจารย์หนุ่มวางมืออุ่นลงบนไหล่ของจุนซู ก่อนจะใช้อุ้งมือประคองแก้มใสแล้วไล้นิ้วหัวแม่มือบนปรางแก้มนวลเนียนนั้นแผ่วเบา ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นัยน์ตาของชายหนุ่มจะเป็นประกายวาววับอย่างประหลาดทุกครั้งที่มองร่างเล็กตรงหน้า
แต่ในวันนี้มันกลับแปลกไปตรงที่ ดวงตากลมใสของเด็กชายก็กลับฉายแววประหลาดบางอย่างนั้นเช่นเดียวกัน
“ผมอยากหายไวๆ ผมคิดถึงครู”
“อื้ม ครูก็คิดถึงเธอ มากๆ เลย”
“ว้าว! เป็นสมาชิกชมรมดนตรีคลาสสิคของ บอสตันยูงั้นหรือฮะ ครูยูชอนสุดยอดไปเลย”
“เรียนอย่างเดียวมันก็โหดร้ายเกินไปไม่ใช่หรือ? เธอคงคิดเหมือนกัน”
“ฮะ ผมคิดเหมือนกัน”
ไหล่เล็กๆ ของจุนซูห่อเข้าหากันเล็กน้อย ขดกายงุ้มงอจนดูเผินๆ แล้วราวกับหายกลืนเข้าไปภายในอ้อมแขนอุ่นของยูชอน คนทั้งคู่ยังคงเบียดกันนั่งอยู่บนตั่งนั่งหน้าเปียโนตัวเดิม แผ่นหลังบางแนบชิดอกแกร่ง ใกล้สนิทจนสามารถรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นหัวใจที่เนิบช้าทว่าหนักหน่วงของกันและกันได้เป็นอย่างดี
นิ้วมือทั้งห้าของจุนซูดีดพลิ้วไล่ตัวโน้ตขับกล่อมเป็นเสียงหลักอย่างอ่อนหวาน ส่วนอีกห้านิ้วของยูชอนดีดแทนเสียงคอร์ดคลอสนับสนุน ทั้งครูทั้งศิษย์หัวเราะร่วนเมื่อเล่นเพี้ยนบ้าง หัวโขกกันโดยไม่ได้ตั้งใจบ้าง ดูจะมีความสุขอย่างล้นเหลือนอกเหนือตำราเศรษฐศาสตร์เล่มโตที่ถูกวางทิ้งขว้างไว้ใกล้ๆ กันอย่างไม่ได้ใส่ใจ
ยูชอนมองจุนซู ร่างกายเล็กๆ ที่แสนนุ่มนิ่มโยกตัวไปมาตามเสียงดนตรี จมูกของเขาแดงก่ำ แถมยังชอบทำฟุดฟิดด้วยยังไม่หายหวัดดีนัก ดูยังไงก็ยังคงเป็นเด็กชายไร้เดียงสา ชายหนุ่มอมยิ้มขำๆ อยู่ในมุมของเขา ปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนในที่สุดก็ต้องร้องออกมาเพราะเกือบลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิท
“จริงสิจุนซู สัปดาห์หน้าครูงดสอนนะ”
“เห!? ทำไมล่ะฮะ?” จุนซูร้องออกมาทันที พลางหันหน้าขวับกลับมาแรงๆ จนยูชอนต้องรีบผงะหนีก่อนที่จมูกจะฟาดกันเข้าเสียก่อน
“ต้องไปงานแต่งงานเพื่อนที่ต่างจังหวัดน่ะสิ คนนี้เพื่อนสนิทซะด้วย ไม่ไปไม่ได้จริงๆ”
“ง่า...” จุนซูย่นหน้า เสียงเล็กครางออกมาอย่างเสียดาย “แต่กำหนดสอบกระชั้นเข้ามาแล้วนะฮะ ถ้าครูยูชอนงดสอนอย่างนี้ ต้องมีสอนชดเชยด้วย”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ “ก็เธอเล่นเรียนทั้งวี่ทั้งวันไม่มีเวลาว่างบ้างเลย จะให้ไปชดเชยเอาเวลาไหนล่ะ?”
“กลางคืนไงฮะ”
“หา?”
“ใกล้วันหยุดยาวของที่โรงเรียนแล้ว ผมจะขอเมียงยอไปนอนค้างบ้านครูยูชอน”
อะไรนะ อีกทีซิ
นี่เขาหูฟาดไปหรือเปล่า?
สิ้นคำ จุนซูก็หัวเราะอยู่กับตัวเอง พลางหันไปเล่นเปียโนต่ออย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้สนใจคุณครูยูชอนคนเก่งที่เอาแต่นั่งอ้าปากค้าง ร่างกายนิ่งแข็งเป็นหิน
พูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างไหมนั่น คุณหนูจุนซู...
จุนซูรับหนังสือเล่มหนาที่ยูชอนหอบเอามาให้ไว้จนร่างกายเล็กๆ ถึงกับเซไปเล็กน้อยเพราะน้ำหนักที่แสนหนักอึ้ง ใบหน้าหวานพยักหงึกหงักรับรู้คำสั่งที่คุณครูกำชับให้ก่อนจะลากลับ “เล่มนี้เป็นข้อสอบเก่าๆ ที่ครูพอจะหามาได้ ส่วนเล่มนี้เป็นสรุปบทเรียนท้ายๆ ที่เราเรียนไม่ทัน ครูนั่งทำทั้งคืนเลย หวังว่ามันคงจะพอช่วยได้บ้างนะ”
“ขอบคุณมากฮะครู”
“ไม่เป็นไร”
เด็กชายยิ้มกว้างจนแก้มสีแดงสุกนั่นแทบปริ เขาเซไปเซมาอยู่พักใหญ่ พยายามจะใช้แขนเสื้อซับน้ำมูกที่เอาแต่ไหลไม่รู้จักหยุดจักหย่อนมานานอย่างยากลำบาก ยูชอนมองท่าทางไม่รู้เดียงสานั่นแล้วก็อดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้ ชายหนุ่มรีบก้าวเข้าไปช่วยรับหนังสือสองสามเล่มนั้นไปกองไว้ไม่ไกลกัน
“ไอ้ผ้าเช็ดหน้าที่ให้ยืมลืมไปแล้วเนี่ย ถ้าไม่ยอมคืนก็เอามาใช้ซะ จะได้ไม่ต้องใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำมูกอีก มันน่าเกลียด" ยูชอนว่า ก่อนจะขยี้เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของจุนซูเล่นหยอกล้อ เล่นเอาร่างเล็กโวยวายออกมาอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ
“งั้นครูไปก่อนนะจุนซู รีบๆ หายป่วยล่ะ”
“บ๊ายบายฮะครู”
โบกมือลาหยอยๆ จนกระทั่งรถสปอร์ตคันงามแล่นผ่านออกประตูรั้วลับสายตาไป จุนซูค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ผ้าเช็ดหน้าลายสก็อตสีน้ำเงินยังอยู่ติดตัวตลอดเวลา เขากำมันแน่น พลางยิ้มน้อยๆ อยู่กับตัวเอง แม้บทเรียนจะไม่คืบหน้าในวันนี้ ทว่าความเหน็ดเหนื่อยเกินตัวที่เคยได้รับมากลับถูกซับให้หายไปกับช่วงเวลาสั้นๆ ที่มียูชอนอยู่ใกล้ ดูเหมือนจะไม่ได้รับอะไร แต่หัวใจของเขาก็อิ่มเอม
เด็กชายเลื่อนมือของตนทาบสัมผัสที่อกข้างซ้าย เขาหลับตา พยายามจับจังหวะสำรวจการเต้นของหัวใจตนเอง
ไม่เร็ว แต่ค่อนข้างแรง...
ใบหน้าหวานคลี่รอยยิ้มกว้างกว่าเก่า ริมฝีปากสีสดพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก จุนซูก้มลงหอบหนังสือเล่มหนาที่ถูกวางพักเอาไว้ใกล้ๆ หากสามเล่มนี้คือผลลัพธ์ที่ได้จากความเอาใจใส่ที่ยูชอนมีมอบให้ มันก็คงมีค่ามากมายแล้วสำหรับเขา
เด็กชายก้าวเท้าเดินหน้า ผ่านซุ้มประตูและทางเดินยาวของคฤหาสน์รับรองซึ่งทอดยาวเข้าไปด้านใน เสียงเล็กแหบเล็กน้อยเปล่งออกมาเป็นบทเพลง มันยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจ
“Still they lead me back
To the long and winding road
You left me standing here
A long long time ago
Don't keep me waiting here
Lead me to your door”
To be continued...
The Long and Winding Road [Download]
Original version by The Beatles [Listen]

)ชอบมากเลยคับ อ่านแล้วอยากจะร้องไห้จะติดตามต่อไปนะคับ
#1 By อาลาดิน (124.157.229.247) on 2008-03-07 12:52