Can I Love You? (15)
posted on 05 Mar 2008 10:42 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
15. ฝน
สายตาของเขาจับจดอยู่กับหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนพื้นผิวเรียบมันของหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ไหลลงไปทีละหยด ทิวทัศน์ของบรรดาตึกสูงระฟ้าตรงหน้ามืดมัวเพราะเมฆฝนสีดำเทาซึ่งกำลังปกคลุมหนา ไม่บ่อยนักที่จะเห็นผู้จัดการจองละสายตาจากงานและปล่อยให้สติหลุดลอยจนต้องนั่งเหม่อได้ ริมฝีปากได้รูปกระตุกมุม ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ทุกครั้งที่ฝนตก...มันชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ในวันแรกที่ได้พบคิมแจจุง
แจจุงที่กำลังเปียกฝน
แจจุงที่ตัวสั่นใต้เสื้อโค้ชตัวยาวของเขา
แจจุงที่เขารัก...
เมื่อฉุดตัวเองขึ้นจากความคิดคำนึง ยุนโฮก็อดถอนหายใจออกมายาวๆ อย่างเบื่อหน่ายไม่ได้ ความจริงมักจะโหดร้ายเช่นนี้เสมอ ยกตัวอย่างเช่นในเวลานี้ ทั้งที่เป็นวันเสาร์แท้ๆ แต่เขาและเพื่อนร่วมงานหลายสิบชีวิตกลับต้องรีบเร่งตื่นแต่เช้า มานั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องประชุมของบริษัท เสียงบรรยายชวนง่วงของชายวัยกลางคนในชุดสูท ซึ่งกำลังใช้ปลายปากกาในมือลากไปลากมาบนผืนผ้าใบยังคนดังก้องอยู่ภายในห้องประชุม แสงสีเหลืองจ้าจากหลอดฉายสไลด์ของโปรเจ็คเตอร์ทำให้นัยน์ตาของชายหนุ่มเมื่อยล้า
ยุนโฮยกมือขึ้นป้องปากหาว รู้สึกเหนื่อยกับการทำงานขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทเรียกประชุมด่วน และที่แล้วมาเขาเองก็กระตือรือร้นในการทำงานอยู่เสมอ แต่ทว่าในวันนี้กลับเบื่อหน่ายกับมัน
วันนี้วันเสาร์...เขาไม่ควรต้องมานั่งอยู่ที่นี่...
คิดถึงแจจุงเหลือเกิน
มือเรียวยาวที่เคยประสานกันไว้บนโต๊ะ เปลี่ยนมาเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้านั้นเล่นแก้ง่วง เขาเปิดมันไปทีละหน้าๆ เรื่อยๆ อย่างไม่ได้ใส่ใจจะอ่านเนื้อความในนั้น หรือแม้แต่ฟังสิ่งที่ผู้จัดการฝ่ายการเงินกำลังพูดปาวๆ เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งมาสะดุดตากับแผ่นกระดาษใบเล็กๆ ใบหนึ่ง ซึ่งคั้นอยู่ระหว่างหน้าเอกสาร ยุนโฮหยิบมันขึ้นมาอ่าน
มันคือชิ้นส่วนเสี้ยวหนึ่งซึ่งถูกฉีกแบ่งออกมาจากนิตยสาร แบบทดสอบอันหาความแม่นยำได้ยากที่มักเห็นกันกลาดเกลื่อนตามหน้านิตยสารผู้หญิงอย่าง คอสโมโปลิแทน หรืออะไรเทือกนั้น ยุนโฮระลึกได้ในทันทีว่าเขาและแจจุงอ่านเจอมันที่ร้านกาแฟ เขาเป็นคนฉีกมันออกมา แล้วขอให้แจจุงทำแบบทดสอบนี้ให้เขาด้วย
นี่เขาเป็นคนฉีกมันออกมาใช่ไหม?
มือบอนจริงๆ
‘เขียนนิสัยเสียของคนรู้ใจของคุณให้ได้สิบข้อ’
ต่อมาเป็นลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบอ่านง่ายของแจจุง หวนให้นึกถึงความรู้สึกของปลายนิ้วนุ่มๆ ที่มักลากบนผิวของเขาเป็นตัวอักษรแทนคำพูด ยุนโฮยิ้มอยู่กับตัวเอง
‘In faith, I do not love thee with mine eyes,’
ยุนโฮหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าแจจุงเล่นง่ายๆ ลอกส่วนหนึ่งจากบทประพันธ์ของ วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ส จนเพื่อนร่วมงานด้านข้างหันมามองเขางงๆ
‘For they in thee a thousand errors note;
But 'tis my heart that loves what they despise,
Who in despite of view is pleased to dote;
Nor are mine ears with thy tongue's tune delighted,
Nor tender feeling, to base touches prone,
Nor taste, nor smell, desire to be invited
To any sensual feast with thee alone:
But my five wits nor my five senses can
Dissuade one foolish heart from serving thee,
Who leaves unsway'd the likeness of a man,
Thy proud hearts slave and vassal wretch to be:
Only my plague thus far I count my gain,
That she that makes me sin awards me pain.
(SONNET #141 by William Shakespeare)
ปล. ขอโทษนะ ผมนึกไม่ออกจริงๆ’
จบอยู่เท่านั้น
ดูจะไร้สาระ แต่นั่นก็ทำให้เขาหุบยิ้มไม่ลง ยุนโฮคว้าปากกาที่เหน็บอยู่บนอกเสื้อของเขาออกมา ก่อนจะจรดหมึกสีดำนั่นลงไปเขียนฆ่าคำว่า She ในวรรคสุดท้าย แล้วแก้ไขเป็น He
ผู้จัดการจองค้นนิสัยเสียของตัวเองเจออีกข้อแล้ว
นอกจากจะมือบอนแล้วยังหน้าด้านด้วย
“วันนี้ก็ขอจบการประชุมเพียงเท่านี้นะครับ”
นี่แหละ...คือประโยคที่อยากได้ยินที่สุดในยามนี้
เหล่าบรรดาชายในชุดสูทดูภูมิฐานเก็บเอกสารของตน จนโต๊ะกว้างที่เลอะเทอะไปด้วยแผ่นกระดาษสีขาว กลับมาสะอาดโล่งดั่งเช่นที่เคยเป็น ยุนโฮมองคนเหล่านั้นเริ่มทยอยออกจากห้องประชุมไป ร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มลุกขึ้นบิดขี้เกียจน้อยๆ ก่อนจะยกมือขึ้นขยับเน็คไทสีเดียวกับสูท ซึ่งเข้ากันดีกับเสื้อเชิ้ตสีดำที่เขาสวมใส่ ขณะนี้ในห้องประชุมโล่งกว้างเหลือแค่เขาเพียงผู้เดียว เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือของตนช้าๆ
เที่ยงสี่สิบห้า
สายอีกแล้วสินะ...
เขาบอกกับตัวเอง
ยุนโฮสาวฝีเท้าอย่างรีบเร่งจนมาถึงที่หมาย ก่อนจะผลักประตูกระจกใสด้านหน้าเข้าไปยังร้านที่ถูกตกแต่งด้วยสีครีมสลับขาวไปทั้งร้าน เร็วกว่าที่เขาจะพาตนเองเข้าไปถามไถ่จากพนักงานสาวที่เค้าท์เตอร์ ก็กลับถูกหยุดไว้ด้วยภาพของหญิงสาวผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนในชุดแต่งงานสีขาว หันมามอบรอยยิ้มหวานจับใจให้
“ยุนโฮคะ”
“..........................”
ยองเอถึงกับยิ้มเจื่อน เมื่อเห็นว่าจู่ๆ ยุนโฮก็ชะงักงันไป "ฉันดูเป็นยังไงบ้างคะ ตลกใช่ไหม?"
“เอ่อ ไม่เลย สวยมากครับ”
สวย...จนทำให้เขารู้สึกว่าฝ่าเท้าไม่ได้อยู่สัมผัสพื้นโลก
ผู้หญิงในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ตรงหน้าเขากำลังส่งยิ้มอ่อนหวานมา เธอสวยเหมือนเจ้าหญิงในนิยาย สวยราวกับภาพวาด เธอทั้งเพียบพร้อม แสนดี และอ่อนโยน เป็นเจ้าสาวที่ไม่ว่าชายใดในโลกต่างใฝ่ฝันอยากได้เป็นภรรยาและแม่ที่ดีของลูกในอนาคต
ยุนโฮยิ้มตอบเธอเศร้าๆ ก่อนที่เขาจะเดินตามพนักงานสาวซึ่งหิ้วชุดแต่งงานสำหรับเขาไปยังห้องลองเสื้อ
ลียองเอคือโลกทั้งใบ
แล้วจองยุนโฮเล่า...เป็นใครกัน?
การลองชุดแต่งงานในวันนี้ใช้เวลาไม่นานและไม่มีปัญหา ทุกอย่างราบรื่นดี จนบางครั้งยุนโฮแอบคิดว่าทุกอย่างดูจะราบรื่นและเป็นใจจนเกินไป เขานั่งมองยองเอเงียบๆ พลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่กับตัวเอง นั่งจ้องหน้าเธออย่างนี้อยู่นานจนอีกฝ่ายเริ่มอึดอัด ใบหน้าหวานยิ้มแหย ก่อนจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบยึดครองบรรยากาศในร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้อยู่พักใหญ่
“มีอะไรหรือเปล่าคะ ยุนโฮ?”
“อืม เปล่าหรอกครับ” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ พลางเหยียดตัวขึ้นมานั่งตรงๆ “แค่กำลังคิดว่า อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ชีวิตหลังจากนี้จะเป็นยังไงนะ?” ยุนโฮสูดลมหายใจ เขาขยับเสื้อสูทที่สวมอยู่บ่อยครั้งราวกับมันรัดแน่นจนทำให้เขาอึดอัด “ต่อไปก็จะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ต้องดูแลคุณ ต้องดูแลลูก กับอะไรอีกหลายๆ อย่าง ผมจะทำได้หรือเปล่านะ?”
“ได้สิคะ ต้องได้แน่ๆ” เสียงหวานเรียกให้ดวงตาที่เริ่มเหม่อลอยด้วยความสับสนของยุนโฮ กลับมาหยุดที่เธอได้อีกครั้ง “เราจะช่วยกันค่ะ ต้องผ่านมันไปได้แน่ๆ ฉันเชื่อใจคุณ” ยองเอเลื่อนมือเนียนสวยซึ่งประดับแหวนเพชรไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายไปกุมมือของยุนโฮเอาไว้ พลางยิ้มให้กำลังใจ
ยุนโฮถอนหายใจ มองแหวนนั่นแล้วกลับรู้สึกผิดอย่างล้นเหลือ แต่ก็พยายามซ่อนสีหน้าลำบากใจไว้ภายใต้รอยยิ้มที่แสร้งปั้นขึ้นมาของเขา ความคิดร้อยแปดแล่นพล่านอยู่ในห้วงความคิด โดยเฉพาะคำพูดของยูชอนในงานหมั้น
เขาอยากแต่งงานกับเธอ แต่เพราะอะไร ภาพของคิมแจจุงจึงยังคงอยู่ในทุกลมหายใจเข้าออก
“สร้อยสวยจังเลยนะคะ” เสียงของยองเอเรียกสติของยุนโฮกลับมาได้อีกครั้ง เขาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะก้มมองสร้อยเงินที่คล้องไว้ด้วยจี้เพชรรูปหัวใจ ซึ่งมักจะถูกซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อเชิ้ตของเขา ทว่าในวันนี้กลับบังเอิญโผล่ออกมาราวกับอยากจะอวดโฉม
“เพิ่งจะเคยเห็นคุณใส่เป็นครั้งแรก”
เธอที่แสนดียิ้มอ่อนหวานเหมือนเช่นทุกครั้ง
ยุนโฮยิ้มกับตัวเองเรียบๆ เขายกมือขึ้นใช้ปลายนิ้วลูบที่จี้เพชรนั้นเบาๆ อย่างลืมตัว
“ไม่ใช่หัวใจของผมหรอก”
หัวใจของแจจุงต่างหาก
“ผู้จัดการคะ รับโทรศัพท์ด้วยค่ะ”
ยุนโฮสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ เสียงหวานของเลขานุการสาวดังผ่านอินเตอร์คอมซึ่งวางอยู่ที่มุมโต๊ะ เรียกสติของเขาให้กลับคืนมา ยุนโฮกระแอมสองทีก่อนจะกดรับสาย
“สวัสดีครับ”
“ฮัลโหล?”
เสียงใสๆ ของสาวน้อย...
“ครับ?”
“พี่ยุนโฮ?”
“อ้าว จีเฮ!"
จองจีเฮ น้องสาวคนเดียวของยุนโฮ
เด็กสาวผมยาวตรงสีกาแฟในชุดเครื่องแบบนักเรียนยืนหลบฝนอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ นัยน์ตากลมใสฉายแววความยินดีอย่างล้นเหลือ ไม่บ่อยนักที่จะได้พูดคุยหรือแม้แต่ได้ยินเสียงของพี่ชาย เธอกำหูโทรศัพท์แน่น กรอกเสียงใสๆ ที่ฟังดูคล้ายจะสั่นเครือน้อยๆ ลงไป
“พี่เป็นยังไงบ้าง โกรธไหมที่ฉันไม่ไปงานหมั้นน่ะ”
“ไม่หรอก พี่เข้าใจ จีเฮมีธุระ ต้องเรียนหนังสือนี่นา”
จีเฮยิ้ม เสียงทุ้มนุ่มหูของยุนโฮที่เอ่ยอยู่ ณ ปลายสาย ช่วยคลายความกังวลใจที่เคยมีอยู่จนเกือบหมด
ตั้งแต่สมัยที่ยุนโฮยังคงเรียนอยู่ที่กวางจู นับเลยมาจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบสิบห้าปีแล้ว เมื่อก่อนจีเฮไม่ค่อยสนิทกับพี่ชายที่แก่กว่าเธอถึงเก้าปีเท่าไรนัก ยุนโฮมีความรับผิดชอบมาก ผิดจากจีเฮที่เป็นเด็กรักสนุก เฮฮาไปวันๆ ช่องว่างระหว่างวัยและนิสัยที่ต่างกันจึงขีดเส้นบางๆ กั้นระหว่างพี่น้องคู่นี้ไว้ แต่หลังจากยุนโฮต้องย้ายเข้ามาเรียนที่โซล นานๆ ครั้งจะกลับบ้านเกิดสักที ได้ใช้เวลาสั้นๆ ร่วมกัน คุยกันบ้าง ปรึกษาปัญหากัน เด็กสาวก็เริ่มติดพี่ชายหนึบ จนถึงวันนี้ก็นับว่าเป็นพี่น้องที่รักกันมากคู่หนึ่งเลยทีเดียว
“เมื่อไหร่พี่จะกลับบ้านอีกคะ?”
“อ่า...ไม่รู้สิ ช่วงนี้งานยุ่งมาก กลับอีกทีก็คงตอนแต่งงานทีเดียวเลยล่ะมั้ง”
“ง่ะ” จีเฮเบะริมฝีปากวาวสีชมพูที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกไร้สีนั่นทันทีเมื่อได้ฟัง เธอจะถอนหายใจออกมาเบาๆ “อีกเดี๋ยวพี่ยุนโฮก็จะไม่ใช่ของฉันแล้ว ไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย”
“อะไรกัน หึงหรือ?” ยุนโฮหัวเราะออกมาชุดใหญ่
“พี่อ่ะ ก็แบบว่า...มันเร็วไปไม่ใช่หรือ อยากบอกให้รู้ว่าไม่มีใครทำใจได้หรอกถ้าคนที่รักต้องไปเป็นของคนอื่นน่ะ ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ”
คำพูดนั้นทำให้ยุนโฮชะงักงันไปชั่วครู่
“โอ้โห”
“พี่อย่ามาทำเป็นเล่นนะ ฉันซีเรียส”
ยุนโฮหัวเราะออกมาในที่สุด “คิดมาก ยังไงพี่ก็เป็นของจีเฮนะ ถึงจะแต่งงานก็ยังเป็นพี่ชายของจีเฮ”
“จะพยายามเข้าใจ อือ พี่คะ เหรียญใกล้หมดแล้วล่ะ”
“อ๋อ ได้ แล้วรีบกลับบ้านนะ เดี๋ยวพ่อแม่เป็นห่วง”
“ค่ะพี่ งั้นแค่นี้นะ”
“รักเธอนะ”
“หวานจริง ชิ! เก็บไปบอกพี่ยองเอเถอะ”
เสียงสัญญาณว่างลง
“ใช่ รักยองเอ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะวางหูโทรศัพท์ลง ร่างสูงทิ้งตัวลงพิงกับพนักเก้าอี้แรงๆ จนมันเอนไปอีกหลายองศา รอยยิ้มเศร้าๆ เผยขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่าไม่รู้ตัว เขาทอดสายตาออกไปนอกกระจกอีกครั้ง แสงทองของพระอาทิตย์ที่เริ่มส่องลอดปุยเมฆราวกับปัดเป่าเมฆฝนครึ้มดำออกไป แม้ว่าฝนจะยังคงกระหน่ำตกอย่างไม่ขาดสาย แต่สายรุ้งสวยๆ ก็ยังปรากฏ สะท้อนชัดอยู่เบื้องหน้า
ผ่านมานานแล้ว ตั้งแต่ได้รู้จักลียองเอ นานมากแล้วที่ผู้หญิงที่แสนดีคนนั้นทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่โชคดีแค่ไหน และมันนานมากพอที่จะทำให้ยอมรับได้ว่าเขาทั้งรักและเป็นห่วงเธอเกินกว่าจะทำให้เธอเสียใจ
ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะต้องเจ็บปวดสักแค่ไหนก็ตาม
To be continued...

งั้นก็ทิ้งแจเลย
อ่านจบแล้วคิดงี้จริงๆนะค่ะ
อ่านกี่รอบ ก็ไม่ชอบ (เกลียด)ยุนโฮ นะเนี่ย...
ให้ตายเถอะ สงสารแจ
he that makes me sin awards me pain.
Purity Sin ซะด้วย ..
ทิ้งยังเอไม่ได้หรอยุน
กลัวจะจบเศร้าเหมือน เชกสเปียร์
ไม่ตายไปทั้งคู่ ก็ต้องแยกกัน (ฮึก..) ..
#1 By a.while on 2008-03-05 12:06