★ b.leaf ★ View my profile

Can I Love You? (14)

posted on 04 Mar 2008 11:26 by bleaf-me  in can-i-love-you

Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13

 

14. นิทานหลอกเด็ก

 

เป็นเรื่องไม่น่าประหลาดใจนักของรั้วคฤหาสน์ตระกูลคิที่จะเห็นแสงไฟสว่างโร่จากเรือนหลังเล็กท้ายสวน ซึ่งถูกสร้างไว้ใช้แทนห้องครัวตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่สาง สาวใช้และคนงานหลายคนนั่งหัวร่อต่อกระซิก พูดคุยกันเกี่ยวกับประเด็นข่าวในโทรทัศน์ ในขณะที่มือก็ยังไม่ปล่อยให้ว่าง รีบเร่งเตรียมอาหารกันต่อไป

เสียงของเมียงยอดังโหวกเหวก พูดบ่นสลับกับสั่งงานอย่างวุ่นวาย มือของหญิงชราแทบจะเป็นระวิงเพราะไม่เคยไว้ใจใครให้ดูแลงานในครัวเท่าตัวเอง นอกเหนือจากร่างบางในชุดสีขาวที่กำลังนั่งอมยิ้ม ใช้ช้อนเล็กๆ คนซุปในถ้วยแบ่ง ก่อนจะยกขึ้นแตะปลายช้อนเบาๆ ที่ลิ้นของเขาเพื่อชิมรส ดวงตากลมโตสีดำนั้นกรอกไปมาสักพักอย่างใช้ความคิด แล้วแจจุงก็เป็นต้องยกนิ้วหัวแม่มือให้เมียงยออย่างไม่มีข้อกังขา

หญิงชราอมยิ้ม ก่อนหล่อนจะยกหม้อใบโตนั้นลงจากเตา หลังจากเคี่ยวมันมานานกว่าสามชั่วโมง เมียงยอพิถีพิถันกับงานในบ้านทุกอย่างเสมอ

“คุณจุนซูจะต้องได้ทานอาหารที่ดีที่สุด อร่อยที่สุด มีประโยชน์ที่สุด ใช่ไหมคะคุณแจจุง?” หล่อนกล่าวอย่างหยอกล้อ สิ่งที่แจจุงมักกำชับอยู่บ่อยๆ

ใบหน้าหวานสวยเรื่อสี ริมฝีปากอิ่มเอิบคลี่ยิ้มอย่างเขินๆ แจจุงเดินไปคว้ากระทะมาบ้าง เตรียมตัวลงมือทำเมนูสุดพิเศษที่คงจะหรูหราไม่แพ้ของเมียงยอไว้สำหรับจุนซู น้องชายสุดที่รัก

“นี่ถ้าเธอรู้ว่าพี่ชายรักเธอมากขนาดนี้ เธอคงดีใจแย่เลยน้า” ไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาน่ารักๆ นั่น ปากก็บ่นต่อไปเรื่อยตามประสาคนแก่ “ว่าแต่นี่ก็ตีห้าแล้ว คุณหนูจุนซูจะตื่นหรือยังหนอ กว่าจะอาบน้ำแต่งตัว กว่าจะทานอาหารเช้า เดี๋ยวก็เรียนเปียโนไม่ทันอีกหรอก”

“ป้าเมียงยอ แย่แล้ว!”

บ่นได้ไม่ทันขาดคำ เสียงแหลมๆ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น ร่างเล็กของสาวใช้คนหนึ่งวิ่งมาหยุดที่หน้าประตู เรียกให้สายตาของคนอื่นๆ ในเรือนครัวหันไปจับจ้องที่หล่อนเป็นตาเดียว สาวใช้ยืนกระหืดกระหอบอยู่สักพัก ก่อนจะละล่ำละลักถ้อยคำออกมาอย่างยากลำบาก

“คุณหนูจุนซูตัวร้อนจี๋เลยจ้ะป้า!”

เพียงเท่านั้น แจจุงถึงกับทิ้งกระทะในมือ แล้วทะยานออกไปเป็นคนแรก

“คุณแจจุง เดี๋ยวหกล้มนะคะ!” ตามด้วยเสียงของเมียงยอ และสาวใช้อีกหลายคนวิ่งกรูกันไปติดๆ

 

 

นี่เราตายหรือยังเนี่ย?

ปวดหัวชะมัดยาดเลย...

จุนซูนอนอยู่บนเตียง โดยยังมีหนังสือเศรษฐศาสตร์เล่มโตวางอยู่บนหน้าอก ดวงตาเรียวคู่นั้นยังคงปิดสนิทและชื้นแฉะจนแทบลืมไม่ขึ้น เขาพยายามใช้สมองอันหนักอึ้งครุ่นคิดว่าตัวเองทำอะไรลงไป เพราะเหตุใดจึงนอนซมอยู่อย่างนี้ ประสาทหูที่กำลังอื้ออึง ไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกเสียจากเสียงทุ้มต่ำที่แสนคุ้นหู

‘ถ้าเธอสอบพื้นฐานเศรษฐศาสตร์ไม่ผ่าน ครูจะไม่ให้อภัยตัวเองไปจนวันตาย’

ไม่นานเสียงฝีเท้าตึงตังก็ดังแทรกเสียงพูดในห้วงความคิด ก่อนจุนซูจะรู้สึกถึงพื้นเตียงข้างตัวยุบยวบ และฝ่ามือเย็นๆ สัมผัสกระชับกับมือของเขา

“..........................”

พี่แจจุง?

งั้นเราคงยังไม่ตายหรอก

เปลือกตาสีแดงก่ำด้วยพิษไข้ค่อยๆ เปิดขึ้นทีละน้อยในที่สุด ภาพใบหน้าของแจจุงซึ่งเคยเลือนลาง ค่อยๆปรากฏชัดขึ้นเบื้องหน้า ผู้เป็นพี่ใช้หลังนิ้วปาดน้ำตาออกจากดวงตาคู่เล็กของน้องชายอย่างห่วงใย จุนซูยิ้มน้อยๆ ให้กับแจจุง ก่อนจะเค้นน้ำเสียงแห้งผากผ่านลำคอซึ่งกำลังเจ็บปร่า

“นางฟ้า...นี่ผมตายไปแล้วใช่ไหมฮะ?”

ยังมีหน้ามาหยอดลูกม้อ มุกแพรวพราวกันเหลือเกิน

แจจุงถอนหายใจเฮือกอย่างเอือมๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปบีบจมูกแดงๆ นั่นให้ได้ร้องโอดโอยกันชุดใหญ่ แค่ดูสภาพก็รู้ว่าเมื่อคืนจุนซูโหมอ่านหนังสือจนแทบไม่ได้นอน ไม่ยอมสวมเสื้อกันหนาว แถมหน้าต่างห้องก็ยังคงเปิดอ้าไว้อีกด้วย

“คุณจุนซูเป็นยังไงบ้างคะ?” เมียงยอที่เพิ่งหอบสังขารตามมาทีหลัง แตะหลังมือลงที่หน้าผากและข้างแก้มกลมๆ ก่อนที่หล่อนจะต้องสะดุ้งเฮือกเพราะอุณหภูมิที่สูงลิ่วจากตัวร่างเล็ก “ตายแล้ว! ทำไมไข้สูงอย่างนี้ล่ะ เดี๋ยวดิฉันจะไปตามหมอ...”

“ไม่ต้องหรอก เมียงยอ เดี๋ยวก็หายน่า” เด็กชายผมสีน้ำตาลทองบอกปัดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พลางพลิกตัวหันหลังให้กับเมียงยออย่างรำคาญใจ มือเล็กบีบมือแจจุงซึ่งยังคงนั่งอยู่ใกล้ๆ นี้แน่นคล้ายกับจะหาพวก

“แต่คุณหนูคะ...เฮ้อ...” หญิงชราถอนหายใจยาวให้กับความเอาแต่ใจตัวเองของคุณหนูเล็ก เงียบเสียงนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ “งั้นดิฉันโทรไปบอกคุณครูฮวัง กับดร.ปาร์คให้นะคะว่าคุณหนูจุนซูไม่สบาย จะได้พักผ่อนมากๆ” หล่อนว่า พลางทำท่าจะเดินไป แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าไปไหน จุนซูก็เด้งตัวผึงขึ้นมาเรียกไว้เสียก่อน

“อ๊า ไม่เอานะ” เสียงแหบแห้งร้องประท้วง “โทรบอกครูฮวังคนเดียวพอแล้ว”

“อ้าว ทำไมล่ะคะ คุณหนูจุนซูไม่สบายขนาดนี้ จะเรียนเศรษฐศาสตร์ไหวได้ยังไงกัน ไม่ได้หรอก ดิฉันจะบอกดร.ปาร์คด้วย”

“อย่านะ ไม่ต้องบอกครูยูชอน”

“เรียกดร.ปาร์คเสียสนิทสนมอย่างนั้นได้ยังไงคะ เขาเป็นครูนะ” เมียงยอทำเสียงจิ๊กจั๊ก “ไม่ได้ค่ะ ดิฉันจะบอก”

“แต่ฉันอยากเรียนเศรษฐศาสตร์จริงๆ นะเมียงยอ”

“เอ๋?”

“นะเมียงยอ ฉันอยากเรียนกับครูยูชอน...นะ..น้า..." รายนี้ยังไม่ยอมรามือ พยายามแผดเสียงที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วขึ้นสู้อย่างไม่ลดละ

คำพูดของจุนซูทำเอาทั้งแจจุงและเมียงยอหันมองหน้า แลกสายตากันขวับใหญ่ ก่อนที่หัวหน้าแม่บ้านจะแอบกลั้นเสียงหัวเราะคิกคัก พูดแซวคุณหนูตัวน้อยๆ ผู้น่ารักของเธอ “อะไรกันคะคุณจุนซู ทานยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่าเนี่ย ได้ยินไหมคะ คุณแจจุง คุณจุนซูบอกว่าอยากเรียนเศรษฐศาสตร์ล่ะค่ะ”

แจจุงยิ้มๆ กระตุกมือหยอกจุนซู

“ไม่รู้ว่าอยากเรียนจริงหรือติดคุณครูเนอะ”

“พูดมากน่าเมียงยอ ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ โกรธแล้ว!” แก้มใสที่แดงอยู่ด้วยพิษไข้กลับแดงจัดเข้าไปอีก จุนซูทำหน้าตูมเมื่อรู้ว่าในยามนี้ แม้แต่แจจุงก็ไม่ได้เข้าข้างเขาเหมือนอย่างเคย พลันรีบมุดลงไปใต้ผ้าห่มนวมที่ใช้ซุกนอนทุกคืน

“ก็คนมันขยัน ผิดด้วยหรือไง?”

 

 

ยูชอนหักเลี้ยวรถยุโรปคันหรูของเขา พลางประคองพวงมาลัยด้วยหัวเข่า เพื่อพาตนเองผ่านเข้าสู่รั้วทรงสูงใหญ่ตรงหน้าที่กำลังเปิดตัวเองช้าๆ อย่างอัตโนมัติต้อนรับ มือซ้ายของชายหนุ่มควานสะเปะสะปะหาแว่นสายตาในลิ้นชักหน้ารถ ในขณะที่มือขวาก็วุ่นวายกับการถอดแว่นกันแดดสีชาออกเปลี่ยน โดยที่ไม่ได้ชะลอความเร็วรถในการตีโค้งวนรอบน้ำพุสวยกลางลานบ้านที่แสนกว้างขวางของคฤหาสน์ตระกูลคิมเลยแม้แต่น้อย

ล้อยางเสียดสีพื้นหินกรวดบดจนเกิดเสียงเอี๊ยดลั่น จนในที่สุดรถสปอร์ตคันงามก็จอดกึกหยุดอยู่ห่างจากหญิงชราร่างเล็กไม่ถึงคืบอย่างน่าหวาดเสียว เมียงยอยกมือขึ้นกุมอกซ้ายตัวเองอย่างลืมตัว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก เมื่อพบว่าสองเท้าติดพื้นและหัวใจยังคงเต้นอยู่

หนุ่มนักเรียนนอกก้าวเท้าลงจากรถอย่างมั่นใจ เขายิ้มให้หญิงชรา พร้อมกับโค้งคำนับอีกทีหนึ่งอย่างสุภาพแทนคำทักทาย

“สวัสดีค่ะ ดร.ปาร์ค” เมียงยอแสยะยิ้มให้แกนๆ พลางส่งสายตาค่อนแคะแกมหยอกล้อนิดๆ มาให้อย่างคนคุ้นเคย “วันนี้มาเร็วจังนะคะ แถมหล่ออย่างกับนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน”

ช่างเปรียบเปรยกันเสียจริง

“ขอโทษครับป้าเมียงยอ ที่มาเร็วเกินไป” เขาเน้นเสียงนิดๆ ในตอนท้าย สามารถเรียกเสียงหัวเราะสดใสให้กับคนทั้งสองได้ไม่น้อย “ความจริงป้าไม่ต้องลำบากออกมารับผมก็ได้นะครับ สอนจุนซูมาก็หลายเดือนแล้ว พอจะหาทางเข้าโดยไม่หลงได้แล้วล่ะ”

“ค่า ดิฉันรู้ แต่วันนี้ยังไงก็ต้องมารับค่ะ”

ดวงตาใต้แว่นสายตาไร้กรอบถูกเคลือบด้วยแววฉงนใจ ยูชอนเลิกคิ้วเข้มนั้นขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนที่หญิงชราจะตอบโดยไม่ต้องรอให้เอ่ยถาม

“เพราะว่ามีเด็กดื้อที่เมื่อคืนเอาแต่โหมอ่านหนังสือเรียนไม่ยอมพักผ่อน กำลังนอนซมรอคุณครูสุดหล่อของเธอไปเยี่ยมอยู่ค่ะ” เมียงยอว่าน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลางผายมือไปด้านหลัง “ดร.ปาร์ค เชิญทางนี้เลยนะคะ”

 

 

เรือนหลังนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ส่วนหน้าที่เอาไว้รับรองแขก ภายในคฤหาสน์อันโอ่อ่าอีกหลังซึ่งเชื่อมต่อกันอยู่ในรั้วบ้านตระกูลคิมเงียบสงัด เฟอร์นิเจอร์หรูอาบแสงสีเหลืองนวลจากโคมไฟระย้ากลางห้องโถงจนคล้ายกับทุกสิ่งอย่างในที่นี้เคลือบด้วยทองคำ ไม่มีใครอื่นอีกนอกจากเมียงยอและยูชอนอยู่ที่นี่ แม้ว่าจะเห็นสาวใช้ใช้เส้นทางพื้นหินอ่อนเป็นทางลัดผ่านไปยังเรือนหลังใหญ่อยู่บ้าง แต่ก็แค่นานๆ ครั้งเท่านั้น

ยูชอนสอดส่ายสายตาสำรวจภายในคฤหาสน์หลังนี้ เขาไม่เคยเข้ามาที่นี่ หรือแม้แต่รับรู้ว่าลึกเข้ามาแล้วยังมีคฤหาสน์หลังย่อมที่แสนสวยงาม และให้ความรู้สึกอบอุ่นซ่อนอยู่เบื้องหลังเรือนรับรองมาก่อน

“เรือนหลังนี้ คุณท่านสร้างไว้สำหรับคุณแจจุงกับคุณจุนซูเท่านั้นค่ะ ก็เลยดูจะเงียบไปซักหน่อย”

“อ้อ ครับ”

ไม่เงียบไปหน่อยหรอก เงียบเป็นป่าช้าเลยล่ะ

ร่างสูงยิ้มแห้งๆ ให้กับหญิงชรา พลางคิดในใจ ก่อนที่เขาจะเดินตามหล่อนขึ้นบันไดวนที่สร้างขึ้นจากไม้สักขัดมัน ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากห้องโถง

ไม่นานก็มาหยุดอยู่หน้าบานประตูไม้มะฮ็อกกานีทรงสูงบานหนึ่ง เมียงยอเคาะประตูสองสามทีเบาๆ พอเป็นพิธี ก่อนจะใช้มือผอมๆ ผลักแง้มประตูออกช้าๆ โดยพยายามให้เงียบเสียงที่สุด กลิ่นอ่อนๆ คล้ายกลิ่นกายของทารกที่แสนคุ้นเคยลอยโชยแตะจมูก และดูเหมือนกลิ่นนั้นจะยิ่งทวีความหอมยวนใจยิ่งขึ้นเมื่อเขาก้าวเท้าข้ามธรณีประตูนั้นไป

กลิ่นของจุนซู...

เตียงคู่หลังหนึ่งถูกตั้งไว้กลางห้องกว้างที่มีพนังสีเหลืองครีมอ่อนๆ และพื้นไม้ปาร์เกต์สีเข้ม ลมเย็นจากภายนอกพัดผ่านเข้ามาทางกรอบหน้าต่างบานสูงจรดเพดาน พัดให้ผ้าม่านสีขาวแพรบางสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม พรมผืนใหญ่ลวดลายร่วมสมัยปูอยู่ที่ปลายเตียง คอมพิวเตอร์แลปท็อปที่ยังเปิดค้างเอาไว้ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานสีขาวที่มุมห้องด้านหนึ่ง หน้าจอคอมพิวเตอร์บางเฉียบฉายภาพเบราเซอร์อินเตอร์เน็ต และแสงกระพริบเตือนจากโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น

ไม่ไกลกันนั้นโซฟาตัวยาวสีเดียวกันวางไว้ในแนวยาว พร้อมทั้งโทรทัศน์จอพลาสม่าและเครื่องเสียงราคาแพงครบครันอยู่ตรงข้ามกัน ระเบียงหินอ่อนสีขาวสะอาดตาทอดยาวอยู่ด้านนอก เผยให้เห็นวิวสวยๆ ของต้นไม้สีเขียวพันธุ์ต่างๆ ขึ้นหนา และสระว่ายน้ำดีไซน์สวยสีฟ้าใส ดูแล้วไม่ต่างจากห้องบรรทมขององค์ชายน้อยในพระราชวังเท่าไรนัก

“หลับอยู่จริงๆ ด้วย” เมียงยอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดู หล่อนเดินนำเข้าไปยังเตียงซึ่งถูกคลุมไว้ด้วยผ้าห่มนวมสีครีมดูน่ารักที่ในเวลานี้ขดตัวเป็นก้อนกลมๆ พลางทำท่าจะปลุกจุนซูให้ตื่น ทว่ายูชอนก็ห้ามเอาไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องปลุกหรอกครับ ให้เธอนอนเถอะ ผมรอได้”

“ถ้าอย่างนั้น...เชิญตามสบายเลยนะคะ ดิฉันขอตัวก่อน” เมียงยอมองสำรวจร่างสูงด้วยรอยยิ้ม หล่อนพยักหน้าช้าๆ แล้วผละออกไปในที่สุด เสียงปิดประตูดังขึ้นตามมา

ในเวลานี้...มีเพียงเขากับจุนซู...

ยูชอนเหลือบสายตาไปที่เตียงหลังนั้นช้าๆ ก่อนจะเดินไปยกเก้าอี้สีขาวที่เข้าชุดกับโต๊ะเขียนหนังสือมาวางใกล้ๆ กับเตียง เขาทิ้งตัวนั่งลง มองเส้นผมสีน้ำตาลทองโผล่พ้นชายผ้าห่มนวมผืนหนา พลันความรู้สึกจุกแน่นที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ก็แล่นปราดเข้ามาในอก

มือเรียวถือวิสาสะเอื้อมไปลดผ้าห่มลงเล็กน้อย เพื่อที่เขาจะได้มองเห็นใบหน้าของจุนซู ดวงหน้าหวานใสไร้เดียงสาของเด็กชายเรื่อสีแดงจัดด้วยพิษไข้ ลมหายใจสม่ำเสมอซึ่งเป่าผ่านริมฝีปากโค้งได้รูปสีเชอรี่นั้นรินรดหลังมือของยูชอนแผ่วๆ ราวกับกำลังสัมผัสไล้เบาๆ อย่างอ่อนโยน ความเงียบรอบข้างทำร้ายเขาในส่วนลึก ยูชอนกลัวเหลือเกินว่าเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงและถี่เร็วของเขาในยามนี้จะปลุกจุนซูให้ตื่น

กลัวเหลือเกินว่าภาพองค์ชายน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้จะเลือนหายไป กลัวที่จะต้องรับรู้ว่าเป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แห้งๆ ที่เขาจินตนาการขึ้นมาเองเท่านั้น

“สาวๆ สวยๆ หุ่นน่าฟัดมีตั้งเยอะ ทำไมถึงไม่รัก?” ราวกับกำลังเพ้อไป ยูชอนพึมพำกับตัวเองเหมือนคนบ้า พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาลูบศีรษะที่ปกคลุมไว้ด้วยเส้นผมหอมนุ่มของจุนซูอย่างทนุถนอม "ทำไมต้องมารักเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างนี้ด้วยวะ"

“อื้ออออ”

เสียงแหบแห้งจู่ๆ ก็ครางออกมาอย่างขัดใจท่ามกลางความเงียบ ตามด้วยไอออกมาอีกชุดใหญ่ ยูชอนสะดุ้งโหยง พลันรีบชักมือกลับทันควัน ร่างเล็กใต้ผ้าห่มขยับพลิกตัวนอนเอาแก้มแนบหมอน ความรู้สึกที่รับรู้ได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องเขาอยู่ไม่วางทำให้จุนซูไม่สามารถข่มตาให้หลับลงอีกต่อไป

แพรขนตางอนสวยค่อยๆ แยกจากกันช้าๆ ก่อนที่เปลือกตาร้อนๆ นั่นจะเปิดตาม ภาพเบื้องหน้ายังคงเลือนรางในตอนแรก ในขณะที่ในคลองตาสีแดงก่ำนั้นยังคงเต็มตื้นไปด้วยน้ำตา ยูชอนมอบรอยยิ้มที่แสนคุ้นเคยให้กับคนตรงหน้า แม้ไม่ใช่ยิ้มที่หวานหยาดเยิ้ม ไม่เชิงเป็นยิ้มที่เปิดเผยจริงใจ แต่ไม่รู้ทำไม...จุนซูถึงได้ชอบรอยยิ้มนี้นัก

รอยยิ้มแบบที่ยูชอนมีให้กับเขาคนเดียว

“ครูยูชอน”

“วันนี้ตื่นสายจังนะ จุนซู”

 

 

ยูชอนบรรจงเป่าข้าวต้มร้อนๆ ในช้อน เมื่อแน่ใจว่ามันอุ่นพอที่จะไม่ลวกปากคนทาน จึงส่งมันเข้าปากของลูกศิษย์สุดที่รักที่กำลังนั่งยิ้มเผล่อยู่ตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์ ยูชอนมองเด็กชายผมสีอ่อนซึ่งกำลังเคี้ยวข้าวต้มตุ้ยๆ จนแก้มป่อง พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะตักคำต่อไปขึ้นมาเป่าอีก รู้สึกอนาถตัวเองอยู่ลึกๆ

ที่แล้วมาเขาเคยยอมทำอย่างนี้ให้ใครซะที่ไหน น่าอายจะตายชัก แต่ครั้งนี้เพียงแค่จุนซูเอ่ยปากบอกว่า ‘ถ้าครูยูชอนป้อนให้จะกินให้หมดหม้อเลย’ เท่านั้น ถึงได้ยอมมานั่งทำตัวเป็นบุรุษพยาบาลดูแลเด็กป่วยๆ ด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ที่คล้ายกับเป็นต้นเหตุให้คนตัวเล็กต้องนอนซม ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องเลยสักนิด

แน่ะ ยังมีหน้ามายิ้มอีก ไอ้เด็กนี่...

“ต้องรู้จักรักษาสุขภาพเข้าใจไหม ป่วยอย่างนี้ทำให้คนอื่นที่เขารักเธอต้องเดือดร้อนวุ่นวายกันไปหมด”

“แล้วครูยูชอนมาเดือดร้อนอะไรด้วยล่ะฮะ”

“ไม่เห็นหรือว่าครูเดือดร้อนมาก ทำไมต้องมาป้อนข้าวป้อนน้ำให้เธอด้วยล่ะ ได้เงินเพิ่มหรือก็ไม่” ยูชอนบ่นอุบ

เจ้าตัวดีหรี่ตามองทันที “งั้นก็แปลว่าครูยูชอนก็รักผมด้วยงั้นสิ”

“..........................”

“ใช่ม้า?”

“ก็ถ้าเกิดเธอน้ำลายฟูมปากตายคาคลาสเรียนของครูขึ้นมา ครูไม่แย่หรือ?”

“โธ่...เก๊กอยู่นั่นแหละ รักก็บอกมาเถอะน่า ชีวิตคนเราไม่แน่นอนนะ เกิดผมตายขึ้นมาจริงๆ ครูยูชอนจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแหงๆ”

ยูชอนหัวเราะ หากจุนซูคงไม่ทันสังเกตว่าเสียงหัวเราะนั่นช่างฟังดูเสแสร้ง “ถึงวันนั้นครูจะปิดถนนเชิดสิงโตเลยคอยดูสิ”

จุนซูทำแก้มป่อง เหล่หางตามองคนเป็นอาจารย์อย่างน้อยอกน้อยใจ แต่ก็ไม่วายหลุดหัวเราะออกมา จะมีครูคนไหนอีกเล่าที่ต่อปากต่อคำกับเขาได้มันเท่ายูชอน ต่อให้ชาติหน้ามีจริงก็คงหาไม่ได้อีกแล้ว

“เอาล่ะ เรามาเริ่มเรียนกันเถอะฮะ” จุนซูเอ่ยขึ้น ท่าทางแข็งขัน หลังจากเติมพลังด้วยข้าวต้มแล้วจนเต็มกระเพาะ

“หืม อะไรกัน สภาพนี้จะเรียนไหวหรือ?”

“ไหวสิฮะ” เด็กชายคราง

“ไม่ล่ะ ไม่อยากสอนคนป่วยที่สมองจะทำงานช้ากว่าปกติ” ยูชอนยิ้ม “ครูว่าเธอนอนพักดีกว่า เดี๋ยวจะเล่านิทานให้ฟัง”

“แต่ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะฮะ” จุนซูขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมเอนกายลงนอนแต่โดยดี

ยูชอนกระแอมเบาๆ ก่อนค่อยๆ วางฝ่ามือลงบนหน้าผากของจุนซู พลางใช้นิ้วหัวแม่มือไล้ศีรษะของลูกศิษย์ แล้วเริ่มต้นเล่า...นิทาน

“ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เป็นทฤษฎีที่นำมาจากข้อเท็จจริงและตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม แล้วนำมาสร้างเป็นทฤษฎี”

“นิทานอะไรของครูยูชอนฮะเนี่ย” คนเป็นนักเรียนหัวเราะคิกคัก หากยูชอนไม่ใส่ใจ เขายิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะว่าต่อไปอย่างไม่อยากให้เสียจังหวะ

“ดังนั้นทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรในทางวิชาเศรษฐศาสตร์ จึงมีแนวโน้มที่จะ...”

จุนซูผล็อยหลับ เสียงผ่อนลมหายใจสม่ำเสมอให้ความรู้สึกอ่อนเยาว์และเปี่ยมไปด้วยชีวิต เขาไม่เห็นสีหน้า แววตา หรือกระทั่งรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวแรงและหนักหน่วงของยูชอนในขณะนี้ว่ามันเป็นเช่นไร ยูชอนหลับตาลงช้าๆ พลางก้มตัวลงโอบแขนกอดจุนซูหลวมๆ พยายามซึมซับความรู้สึกและช่วงเวลาสั้นๆ นี้เอาไว้ เขากำลังมีความสุข แต่ก็ปวดใจเหลือเกินในคราเดียว

เจ็บทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ หรือได้ยินคำว่ารักจากปากจุนซู

เจ็บที่ต้องรับรู้ว่า รักนี้ ไม่มีวันมากไปว่ารักระหว่างครูกับลูกศิษย์...

ยูชอนนั่งลงบนขอบเตียง ก่อนจะดึงผ้าห่มผืนหน้าขึ้นมาคลุมหน้าอกให้ จุนซูหลับไปแล้ว...เหมือนเด็กๆ ที่มักจะหลับได้ง่ายๆ เมื่อรู้สึกว่าปลอดภัย มือหนาลูบเบาๆ ลงบนเส้นผมสีน้ำตาลทองนุ่มติดกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ยูชอนยิ้มอยู่กับตัวเอง เฝ้ามองใบหน้ายามหลับของคนตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆ ก้มลงหมายไว้ที่ริมฝีปากสีเชอรี่ของจุนซู

ทว่าอะไรบางอย่างก็ฉุดสติของเขาเอาไว้ ยูชอนตัดใจ จูบเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนใสของเด็กชาย นุ่มนวล ทว่าเนิ่นนาน

ไม่รู้เหมือนกันว่าปากปีจอของเขาจะสามารถหลอกเด็กต่อไปได้อีกนานเท่าไร

แต่ที่แน่ๆ ณ เวลานี้ ยูชอนยอมรับได้อย่างไม่มีข้อกังขาว่าไม่อาจโกหกหัวใจตัวเองได้แล้วจริงๆ

"ครูรักเธอ"

 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ะ อ๊ะ อ๊า ><

จุนซูบทจะขยันก็เล่นจนป่วย ..
แต่ได้หมอดีแบบนี้ .. สงสัยจะหายวันหายคืน ^^

อยากเรียนหรืออยากเจอหน้าครูน้อออ 55


"ครูรักเธอ"


โอ้ .. ตายสนิทค่ะ
อยากให้จุนซูน้อยได้ยินจริงๆ น๊า ><

มาต่ออีกนะคะ จะรออ่านน๊า
อ๊าย ๆ ๆ ๆ >_<'' อ่านแล่วเขิน (เหอๆ โรคจิต)
หวานซะ ๆ ๆ ๆ ไม่ไหวแร้วคะ

ได้หลับในอ้อมกอดด้วย วุ้ย ๆ ๆ

ไม่ไหวระคะ เลือดสาด ๆ
ยังงัยก้อเป็นกำลังใจให้ อัพ บ่อย ๆ นะคะ

สู้ ๆ คะ
surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile

#2 By rainbow (124.120.189.204) on 2008-03-04 13:27


ครูรักเธอ

ตายกันเงียบๆ แบบสงบๆเลยค่ะ ..

ชอบจังเลย มุกนิทานเนี่ย
^^

อ่า...อ่านแล้วชื่นใจค่ะ
ชอบจุนซูมากๆ เลย น่ารักเนอะ

big smile

#3 By a.while on 2008-03-04 13:44

หนูก็รักครูค่ะ!!!

ช่างเป็นความหอมหวานที่แทรกมากับความเจ็บปวดเหลือพรรณนาจริงๆเชียว

คำว่ารักคำเดียวกันแท้ๆ แต่กลับเข้าใจคนละความหมายและความรู้สึก

จะสงสารใครดี?

ระหว่างครูปาร์คผู้ที่ไม่เข้าใจคำว่ารักของลูกศิษย์

กับลูกศิษย์ที่ให้คำว่ารักกับครูแต่เขาไม่เข้าใจ - -

สรุปอิคู่นี้เค้าคิดเหมือนกันรึป่าวเนี่ย?

แต่ที่แน่ๆ ... รักชางมินเป็นบ้า!!!

#4 By ayaki-o on 2008-03-04 14:48

อ่าปาร์คเอ้ยรักจุนซู

น่ารักจังเลยค่ะ

แต่คงมีเรื่องราวความเศร้ารอคอยอยู่ซิน่ะค่ะ

#5 By *.:。✿*゚ on 2008-03-04 14:52

เอิ๊ก~!

ในที่สุดก็อัพ

วู้~!

“สาวๆ สวยๆ หุ่นน่าฟัดมีตั้งเยอะ ทำไมถึงไม่รัก?”

เพราะ จุนซูน่าฟัดกว่าไงปาร์คเอ๋ย~

#6 By ka-ew love kihae on 2008-03-04 15:13

โฮฮฮ ...

ทำไมมันเศร้าฝังในอย่างบอกไม่ถูก T[]T ..
ครูยูชอนน่าสงสารจริงง
บางครั้งคำที่นุ้งเซียพูดออกมา มันอาจจะไม่ใช่คำว่ารักจากครูกับศิษย์อย่างเดียวก็ได้นะ ..เพียงแต่ น้องเซียก็ไม่กล้าพูดออกมาเหมือนกัน ..ฮืออออ

วันหลังบอกออกไปตอนที่เค้าตื่นอยู่นะดร.ปาร์คคค
พะลีสสส >.<!!!

โอยยย หนีหนังสือที่กองทับถมมาอ่านฟิคคะพี่ตองงง
สู้ๆ นะค้า
รออ่านตอนต่อไปเสมอเรยย อิๆ

#7 By yolande (58.137.54.35) on 2008-03-04 15:55

นึกถึงวันครูที่โรงเรียนขึ้นมาตะหงิดๆ55555555+

ครูรักเธอเนี่ย...หวานสุดๆค่ะ...

แต่นิทานของครูปาร์คเนี่ย...

น่าหลับที่สุดในโลกเล๊ยยยยยยยยยยยยย

คึๆ
นักเรียนฟิตมากซะจนป่วยเลยรึ

แต่อย่างว่าและป่วยหนักแล้วมีบุรุษพยาบาทหล่อเยี่ยงนี้

ให้จับไข้บ่อยๆก็ยอมฟ่ะ อิอิ

ครูปาร์คฮ่ะอย่ายึดติดความสัมพันธ์ที่คิดไปเองว่าเป็นได้แค่คุณครูกะลูกศิษย์เลย

มันไม่ผิดสักหน่อยที่จะมอบความรักที่แสนบริสุทธ์ใจให้กับสิ่งที่ดูบริสุทธิ์และไร้เดียงสาแบบนุ้งอ่ะ การี๊ดดดดหนีไปกัดผ้า เขิน

#9 By m_econ (124.121.116.36) on 2008-03-04 17:16

โฮ่......แม่เจ้าหวานเป็นประวัติการณ์ ยูชอนหวานซึ้งซ๊าาาา

ลุ้นคู๋นี้สุดตัว

#10 By MY MJ on 2008-03-04 20:04

[/b]“สาวๆ สวยๆ หุ่นน่าฟัดมีตั้งเยอะ ทำไมถึงไม่รัก?”
"ทำไมต้องมารักเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างนี้ด้วยวะ"
.
.
.
.
"ครูรักเธอ"[/b]

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สองประโยคบนอ่านแล้วยิ้มแก้มปริ >[]<
แต่ประโยคสุดท้ายทำไมอ่านแล้วเจ็บปวดอ่า..ปาร์ค !!
TT[]TT!!
พูดทำไมตอนน้องหลับ บอกน้องไปเลยสิว่ารักแบบไหน
ทำไมครูกับลูกศิษย์จะรักกันไม่ได้ !!
ผิดด้วยหรอที่จะรักกันมากกว่าฐานะนั้น !!
ปาร์คคคคคคคค T[]T
อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้..ปาร์คที่ร๊ากกก

ตอนนี้เป็นตอนที่อ่านแล้วยิ้มแล้วแอบปาดน้ำตาจริงๆ
ความน่ารักของยูซูและเด็กน้อยคิมจุนซู
มันฆ่าคนได้จริงๆ !!!
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก >[]<
แต่เค้าสงสารปาร์คคคคคคสุดใจ T____T
ทำไมต้องมีผลของความรัก ว่ารักได้รักไม่ได้ !!
รักก็คือรักสิ!!

ออ ขอกรี๊ดดดดกับความรักของพี่น้องทูคิม
ให้ตายเถอะ ตอนนี้กำลังหลงกับทูคิมอ่า
ไม่ว่าจะแบบไหน ทูคิมน่ารักเสมอ >[]<
แจรักน้องโคดดด !!

มาต่อเร็วๆน้าาาาาาาาา
โคดรักเรื่องนี้อ่า >[]<
ร๊ากกกกกกกกกกกกกกกยูซู


#11 By kook (58.8.63.43) on 2008-03-04 21:31

อ้ากกกกกกกกกกกกกส์


ปาร์คยูชอนนนรักคิมจุนซูวววววววว
โอวววววว ในที่สุดปาร์คก็ยอมรับออกมาแล้วว่ารักน้อง
อิอิอิ น่ารักจริงๆ จุนซูก็เหมือนกันขยันจังอ่ะ
อ่านหนังสือจนนอนซมเป็นไข้
ปาร์คเอ้ยยย รักเค้าก็บอกเค้าไปเหอะ!!
รออ่านพาทต่อไปนะค๊ะ สู้ๆค๊า

#12 By Gam[i]kaze* on 2008-03-04 22:54

"นางฟ้า...นี่ผมตายไปแล้วใช่ไหมฮะ?"

เด็กบ้าอะไร! นอกจากขยันเป็นเลิศแล้ว
เวลาไม่สบายยังทำตัวน่ารักได้อีก โฮกกกกกก ก
อิจฉาแจจุง มีน้องชายน่ารักเว่ออ T^T ~ อยากได้มานอนกอดที่บ้านจังค่ะ

ว่าแต่ครูปาร์ค โดนลูกศิษย์ล้อเล่นแบบนี้ถึงกับสะอึกสินะ
รักก็บอกไปเซ่! มัวอมพะนำอยู่ใย
ถ้าหากรักนี้ ~ ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว ~~ แล้วเค้าจะรู้ว่ารักรึเปล่า ~~~
(อินี่มาเป็นเพลงเลย .. จากพี่ตอง)

"ครูรักเธอ"

อยากจะตะโกนตอบแทนลูกศิษย์กวนตีนว่า

ผมก็รักครูเหมือนกันคร๊าบบบบบบบบ !!!!!~




รอพาทยุนแจนะค้า
พี่ตองสู้ๆไฟท์ติ้ง

#13 By Mischievous (124.120.86.188) on 2008-03-04 23:36

ตอนสิบสี่แล้ววววว เย้ๆๆๆๆ
อ๊าาา ดีใจจัง ได้อ่านแล้วๆ (คลั่งทุกครั้งเลยไงตอนพี่ตองอัพฟิค ฮ่าๆๆๆ)

ตอนนี้บีบหัวใจสุดๆ
สงสารปาร์คจัง.....
จุนซูก็ดูไร้เดียงสาเกินไป

ว่าแต่คำว่ารักที่จุนซูรุ้สึกจะใช่แบบเดียวกับยูชอนรึเปล่านะ?
อ๊าาา อยากอ่านต่อแล้วอ่ะค่ะ

มาต่อเร็วๆนะ

ปล ขอยุนแจนะคะๆๆๆ (ไม่ได้ไม่เป็นไรนะคะ)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ปาร์คน่าสงสารจับใจ...

ตอนที่แล้วเม้นไปแบบไม่ได้เขียนชื่อ
รุ้สึกโง่จัง ฮ่าๆๆๆ

#14 By dizze* (189.13.88.159) on 2008-03-05 04:45

กร๊ากกกกกก

นิทานเล่มนี้แค่ได้ยินว่าทฤษฏีก็น่าหลับแล้วล่ะค่ะ
ฮ่าๆๆๆๆ

แต่ว่าถ้าเจอครูสอนพิเศษแบบนี้จะยอมเรียนเศรษฐศาสตร์ทั้งวันเลย

มาต่อเร็วๆนะคร้า

#15 By ฟรังก์ (124.121.122.181) on 2008-03-05 09:44

ครูรักเธอ



อ๊ากกกกกกกกกกกกกก จะบ้า

อ่านหนังสือจนป่วยเลยเล่นเอาครูยูชอนต้องดูแล
บอกว่าไม่ต้องเรียนก้อจะเรียน ยูซูอันนี้น่ารักอ่ะ ชอบ
แต่ปาร์คคิดว่ารักจุนซูไม่ได้เนี่ยสิ

โอ้ ชอบประโยคปาร์คมากเลยค่ะพี่ตอง
“สาวๆ สวยๆ หุ่นน่าฟัดมีตั้งเยอะ ทำไมถึงไม่รัก?”

555+

มาต่อเร็วๆนะค่ะ

#16 By Banana_monkiez on 2008-03-05 10:21

อ๊าย คู่นี้ก็น่ารักมากๆเลย จุนซูเวอร์ชั่นนี้น่ารักมากๆอ่ะ

#17 By (202.28.180.202) on 2008-03-05 12:13

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก

ครูรักเธอ...>//<

อ่านพาร์ทนี้แล้วเขินจัง...น่ารักมากกก...หวานอบอุ่นละมุนละไม...อร้ายยย...ครูยูชอนน่ารัก

คุณหนูเล็กยิ่งน่ารักเข้าไปอีกกกก...ขี้อ้อนที่สุด
เจอคนน่ารักอ้อนขนาดนี้ ให้ทำอะไรก็ทำทั้งนั้นแหละ...อิอิ

แต่ทั้งครูและลูกศิษย์ก็ต่างไม่เข้าใจคำว่ารักของกันและกันเลย....รอลุ้นกันไปว่าจะรับรู้ความรู้สึกของกันและกันเมื่อไหร่...

สู้ๆๆนะจ๊ะbig smile

#18 By jubjunsu (125.26.42.43) on 2008-03-05 23:02

....ครูรักเธอ...

อ้ากกกก ตายไปเลยกับประโยคนี้

อยากให้จุนซูได้ยินจังเลย

อ่านไปเขินไป น่ารักมากเลยอ่า

น้องนี่เป็นคนป่วยที่น่ารักน่ากอดที่สุดแล้ว

แต่ว่าได้คนดูแลดีขนาด ดร.ปาร์คนี่

น้องต้องหายป่วยอย่างเร็วแน่นอน หุหุ

แต่ปาร์คน้อ รักเค้าก็บอกไปเลยสิ


พาร์ทนี้อย่างหวาน น่ารักมากเลยค่ะ

เป็นกำลังให้คุณตองค้าบบ ^^

#19 By Griffindoor (119.42.64.117) on 2008-03-05 23:28

ย๊ากกกกก
รู้สึกหลงรักครูปาร์คมากขึ้นทุกวัน -*-
(แก่งแย่งโลมาน้อย ฮ่าๆๆ)

นุ้งเซียมีแต่คนมาหลงรักนะเนี่ย ^^
ไหนจะชางมิน ไหนจะคุณชายปาร์ค
(ก็คนมันน่ารัก อิย่ะฮ่ะๆๆ : จุนซู)

Yoosu จงเจริญเถอะคับ cry

#20 By KaOruN on 2008-03-06 01:43

แหม ๆ จุนซู .. ขยันหรืออยากเจอครูยูชอนกันแน่
ฮ่าฮ่า ก็รู้ ๆ กันอยู่ใช่มั๊ยล่ะ!? ^^

ครูรักเธอ

ทำไมไม่พูดตอนที่จุนซูถามล่ะ ปาร์ค!~
ตอนน้องหลับ น้องก็ไม่ได้ยินอ่าดิ๊

กรี๊ด ๆ ๆ ๆ อยากให้น้องรู้เร็ว ๆ จัง
ว่า ครูยูชอนรักลูกศิษย์ตัวเอง >////<
เพราะลูกศิษย์ก็แอบรักครูเหมือนกัน ชิมิ ๆ


#21 By style' (125.25.74.192) on 2008-03-06 14:25

ชอบนิทานกล่อของปาร์คจัง เอิ๊กๆๆๆ สุดยอดแห่งสาระ

น้องฟังได้แค่สองประโยคหลับไปเลย ฮ่าๆๆ


น้องจงใจป่วยรึเปล่าเนี่ย เหมือนจะคุ้มนะนั่น ได้ครูปาร์คมาดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำเลย


สงสารปาร์คจัง สาวสวยหุ่นน่าฟัดดันไม่รัก
ดันมารักเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

แต่ก้อช่วยไม่ได้ ก้อเด็กมันน่ารักเกินห้ามใจนี่นะ

#22 By Miwa@Micky on 2008-03-09 02:25

อ๊า~ น่ารักมากๆเลยตอนนี้

เมื่อลูกศิษย์ป่วยก็อยากให้คุณครูมากดูแล ป้อนข้าวป้อนน้ำให้

แหมๆๆ ร้ายนะเนี่ย คุณหนูจุนซู

ส่วน ดร.ปาร์ค ก็นะ อย่างที่คุณหนูจุนซูบอกนั่นแหละ

รักเขาก็บอกไปเหอะน่า ไม่เห็นต้องเก๊กเลย คุณหนูเขาก็คิดแบบเดียวกัน ใช่ม้าๆ

big smile big smile big smile

#23 By Ai Shiyorin ^^ on 2008-03-17 16:52

อ๊ายๆๆๆ ประโยคสุดท้ายของปาร์คทำเอิร์ลกรี๊ด เหอๆ

ปาร์คเล่านิทานอะไรคะนั่น ประหลาดที่สุดในโลกหล่ะมั้ง

#24 By earlgrey (203.153.169.165) on 2008-04-25 16:37

อ่า...ตาปาร์ครุกแล้ววววววววววววว...โฮ่ๆๆๆ...จุนจังมะรอดแน่ๆ

#25 By euyajaja (58.9.152.80) on 2008-12-08 18:04