★ b.leaf ★ View my profile

Can I Love You? (10)

posted on 14 Feb 2008 22:00 by bleaf-me  in can-i-love-you

Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13

AN: ขอบคุณทุกคนที่คอยเม้นต์ให้กำลังใจกันตลอดนะคะ สำหรับเราคอมเม้นต์ไม่สำคัญ แต่กำลังใจสำคัญมาก อย่างน้อยเมื่อเห็นแล้วก็ทำให้เรามั่นใจว่ากำลังทำเพื่ออะไรอยู่ You rock!!

Happy Valentine's Day ^^~

 

10. กระจกกลับด้าน

 

ยุนโฮบอกไม่ถูกว่าแม่ของเขาดูเป็นเช่นไร ในยามที่หล่อนพยายามจะเพ่งสายตาผ่านช่องว่างระหว่างกรอบแว่นกับใบหน้าเพื่อพิจารณาแหวนเพชรเม็ดโตในมือ แม่ดูตั้งอกตั้งใจมาก ราวกับว่าหล่อนจำต้องทุ่มเทสมาธิและปัญญาที่เฝ้าสะสมมาตลอดชีวิต

“วงนั้นไม่แพงไปหน่อยหรือครับแม่?” ชายหนุ่มเอ่ยปากออกความคิดเห็นเป็นครั้งแรก หลังจากถูกผู้เป็นแม่ลากออกจากบริษัทแทบจะในทันทีที่ถึงเวลาพักเที่ยง

หญิงวัยกลางคนที่แม้เวลาจะผ่านเลยไปมาก แต่รูปหน้าและน้ำนัยน์ตาที่แสนสดใสทำให้ดูออกได้เลยว่าเมื่อครั้งยังเป็นสาว หล่อนสวยงามมากเพียงใด เงยหน้าขึ้นจ้องหน้าผู้เป็นลูกชายคนโตเขม็ง ก่อนจะวางแหวนเพชรเม็ดนั้นลงบนตู้กระจก

“จะหมั้นกับลูกตาสีตาสาหรือ?” หล่อนเอ่ยกับบุตรชายด้วยสีหน้าอย่างท่านกงสุลใหญ่กำลังเจรจาการค้าระหว่างประเทศ “ถ้าเป็นอย่างนั้นแม่จะได้ไปซื้อขนมถุงที่มันแถมแหวนมาให้หมั้น” ว่าแล้วก็สะบัดหน้า หันไปสนุกสนานกับการเลือกชมแหวนเพชรต่อ

ช่างเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้อย่างรื่นรมย์เฉพาะผู้หญิงจริงๆ

ยุนโฮไม่แน่ใจว่า ณ เวลานี้เขากำลังทำอะไรอยู่ เขามานั่งแกร่วอะไรอยู่ในร้านขายเครื่องประดับราคาสูงลิบลิ่วนี่ แทนที่จะได้นั่งอยู่ในร้านอาหารเกาหลีสไตล์ดั้งเดิม แล้วเติมอาหารกลางวันแด่กระเพาะอาหารที่ว่างโหวงของเขานี้ให้อิ่ม เพื่อเตรียมไปต่อสู้กับงานที่มีจะมีเข้ามามากมายในช่วงบ่าย

จริงอยู่ที่เขาอยู่ไกลบ้าน และนานๆ ครั้งถึงจะมีโอกาสได้พบหน้าคนเป็นแม่ หากว่าในความรู้สึกลึกๆ ของเขายามนี้ ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้านี่ดูไม่เหมือนแม่ที่ให้กำเนิดเขาเลยสักนิด

“ยองเอเธอเป็นคนง่ายๆ นะครับแม่ ผมว่าเธอคงจะชอบแบบเรียบๆ มากกว่า”

“เรียบๆ ก็เอาเป็นแหวนแต่งสิ แหวนหมั้นก็อีกวงหนึ่ง”

ให้ตายเถอะ แม่พูดเหมือนรวยล้นฟ้า...

ยุนโฮได้แต่ถอนหายใจ ดวงตาเรียวกวาดมองไปรอบๆ มองสำรวจร้านแก้เบื่อ ร้านขายเครื่องประดับแห่งนี้เป็นร้านที่โด่งดังในหมู่พวกไฮโซ แน่อยู่...ยองเอเองก็โปรดร้านนี้ ผิดกับยุนโฮที่ตั้งแต่ลืมตาดูโลกก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะได้เหยียบย่างเข้ามาในนี้

ร้านทั้งร้านกว้างขวางกินพื้นประมาณสามตึก ถูกล้อมรอบไว้ด้วยหน้าต่างกระจกกันกระสุนอย่างแน่นหนา เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ตกแต่งคุมโทนให้เป็นสีขาวและเงิน ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในนี้แลดูราวกับกำลังส่องแสงระยิบระยับดุจเพชรน้ำงามต้องแสงไฟ กล้องวีดีโอวงจรปิดถูกซ่อนไว้เบื้องใต้วัตถุทรงครึ่งวงกลมที่โผล่ยื่นออกมาจากเพดาน ช่างเป็นร้านที่ให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับร้านที่มาของสร้อยเงินแขวนจี้ทองคำขาวฝังเพชรเม็ดเล็กๆ ที่เขาสวมอยู่

ใช่สินะ

จี้ทองคำขาวรูปหัวใจ...

สร้อยเส้นที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มกับเน็คไทเรียบๆ สีแดงของเขานี้ ทำให้เขานึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ราวกับเขื่อนแห่งความทรงจำที่แตกทลาย ภาพรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนและท่าทางในการป้อนอาหารเจ้าลูกแมวพวกนั้นของแจจุงกลับทำให้เขาเผยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

ยุนโฮเบื่อจนอยากจะหมุนเก้าอี้ไปมา แต่ก็กลัวว่าจะดูเหมือนคนไม่รู้จักโต จึงพยายามนั่งนิ่งๆ รอคอยเวลาที่แม่จะรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนทันทีที่เห็นประกายของเพชร เขามองผ่านเค้าท์เตอร์กระจกใสเข้าไป กระทั่งเห็นแหวนคู่หนึ่ง

เป็นแหวนทองคำขาวรูปหัวใจสองดวงที่สามารถแยกออกเป็นสองอันได้ มันไม่เหมือนหรือแม้แต่คล้ายคลึงสร้อยเส้นสวยที่เขาสวมใส่ แต่ไม่อาจเอาออกมาอวดใครๆ ได้อันนี้ หากมันก็ทำให้เขายิ้ม ทันทีที่คิดไปเองว่าหากแจจุงได้เห็น เขาก็คงจะยิ้มออกมาเฉกเช่นเดียวกัน

 

 


เหตุผลที่นำเขามาในคืนนี้ มันแค่เพียงเพราะในวันเสาร์ที่จะถึง เขาคงไม่ว่างมาพบแจจุงเหมือนเช่นทุกครั้งได้

ควันขาวๆ พวยพุ่งผ่านระหว่างกลีบปากได้รูปที่กำลังแห้งแตก ยุนโฮห่อเสื้อโค้ชตัวยาวเข้ากับร่างของเขา พลางล้วงมือซุกลงไปในกระเป๋าข้างลำตัวเพื่อหนีอากาศหนาวยะเยือก ลมแรงพัดโชยมารุมทำร้าย น้ำค้างโปรยลงมาไม่รู้จักหยุดหย่อน ทว่าสองขาก็ยังคงไม่ก้าวหลบไปไหน เขาชะเง้อมองผ่านช่องว่างของซุ้มประตูรั้วบานใหญ่มโหฬารตรงหน้า พยายามจะเรียกร้องอะไรบางอย่างที่ดูไม่มีหวังจะได้รับอย่างที่ต้องการเลยในเวลาเช่นนี้

ทั้งๆ ที่วันพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญแท้ๆ แทนที่จะกลับบ้านอาบน้ำอาบท่า นอนพักให้ผ่อนคลาย แต่กลับมายืนหนาวอยู่ตรงนี้

นายมันงี่เง่า ยุนโฮ

ร่างสูงหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณ เมื่อจู่ๆ ไฟรถยนต์ก็สาดเข้ากระทบม่านตา ประตูรั้วบานใหญ่ถูกเปิดออกช้าๆ อย่างอัตโนมัติ จนรถยุโรปหรูสีดำคันนั้นเคลื่อนตัวผ่านรั้วไปเพียงครึ่งก็กลับหยุดลง ก่อนที่บานกระจกหน้าต่างด้านที่นั่งโดยสารซึ่งติดฟิล์มไว้หนาทึบจะค่อยๆ เลื่อนเปิดออก

ภาพของเด็กชายในชุดเครื่องแบบของโรงเรียนลูกผู้ดี หน้าตาจิ้มลิ้ม ผมสีน้ำตาลทองสว่าง กำลังมองมาที่เขาด้วยความสงสัยปรากฏขึ้นหลังกระจกสีมืดทะมึนนั้น

คุณหนูเล็กแห่งตระกูลคิม เพิ่งกลับจากสถาบันกวดวิชา

“มาหาใครหรือฮะ?” เสียงเล็กๆ เอ่ยถาม

ยุนโฮอ้ำอึ้ง ทำจะไปก็ไม่ไปจะกลับก็ไปกลับอยู่สักครู่ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปคุยกับเด็กชายคนนั้น ชายหนุ่มยิ้มเรียบๆ อย่างเกรงใจ

“เอ่อ... คือผมมาหาแจจุงน่ะครับ”

“เอ๋ มาหาพี่แจจุงหรือ?” คนตัวเล็กว่า พลางดวงตาเล็กๆ ใสแจ๋วนั้นก็เบิกกว้างตาม ยามนึกขึ้นได้ว่าแจจุงเคยเขียนเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่ออะไรประมาณนี้ “พี่ยุนโฮหรือเปล่าฮะเนี่ย?”

“ใช่ครับ” ยุนโฮตอบโดยไม่ลืมจะโค้งให้เด็กชายทีหนึ่ง

จุนซูหันไปสบตากับคุณลุงคนขับรถที่กำลังส่ายหน้าส่งสายตาห้ามปรามมาให้ คิ้วบางขมวดมุ่นทำสีหน้าลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเผยยิ้มเจื่อนๆ ออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “นี่มันก็ดึกแล้วนะฮะ ต้องเข้าใจนะว่าพี่ไม่ค่อยจะแข็งแรง ป่านนี้คงหลับปุ๋ยแล้วล่ะ ยังไงวันหลังพี่ยุนโฮค่อยมาใหม่แล้วกันนะฮะ” พูดจบก็กดสวิตช์เลื่อนปิดกระจกรถขึ้น ก่อนที่ยวดยานราคาแพงนั่นจะแล่นหายเข้าไปในบริเวณกว้างขวางด้านใน

ยุนโฮมองตามอย่างไม่ไหวติง

นิ่งจนไม่แน่ใจว่าร่างสูงกำลังใช้ความคิด หรือแข็งตายไปแล้วกันแน่

สามสิบนาทีให้หลัง...เขาก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

ดวงไฟกลมๆ ในสวนบ้านคิมถูกปิดลงทีละดวง และแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างสี่เหลี่ยมทรงสูงนับร้อยบานนั่นก็ดับลงเช่นกัน ยุนโฮมองเหม่อๆ ไปยังหน้าต่างบานที่ยังหลงเหลือแสงไฟ ภาวนาให้ห้องใดห้องหนึ่งนั้นเป็นของแจจุง

ภาวนาให้แจจุงเดินออกมา ถึงแม้จะยังไม่รู้เลยว่าหากได้พบแล้ว เขาจะเอ่ยอะไรกับร่างบางก็ตาม

แกร๊ก!

ยุนโฮหันขวับตามเสียงแกรกกรากของใบไม้ข้างรั้วหิน เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนอากัปกริยาครั้งแรกภายในสามสิบนาทีที่พ้นผ่าน ร่างสูงย่นคอลงมองหาต้นเสียงอย่างหวาดระแวง กระทั่งเสียงของใบไม้เงียบลง เสียงไขประตูรั้วจากด้านในก็ดังขึ้นตามมา

ใบหน้าขาวใสของเด็กชายคนเมื่อครู่โผล่พ้นกรอบประตูบ้านเล็ก จุนซูในชุดนอนสวมเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ แล้วยังไม่วายมีผ้าคลุมมาอีกชั้นราวกับเพิ่งกลับมาจากโครงการทัวร์ขั้วโลกเหนือ เส้นผมสีสว่างนั่นชุ่มน้ำค้าง เขายิ้มให้ พลางโบกมือหยอยๆ เรียกยุนโฮ

“ยังไม่กลับจริงๆ ด้วย ให้คุยได้แป๊บเดียวนะฮะ” เสียงเล็กพูด พลางดันแผ่นหลังบางๆ ของแจจุงตามออกมา

“แจจุง...”

รอยยิ้มสวยๆ ที่คิดถึงอยู่ตรงหน้านี้แล้ว

ยุนโฮแทบอยากจะโผเข้าไปกอดร่างบางนั้นให้ความเหน็บหนาวที่ได้รับจางหายไป แต่ก็ได้แค่จับมือเล็กๆ ที่กำลังเย็นจัดไว้เท่านั้น แจจุงสวมเสื้อยืดสีขาว ทับไว้ด้วยเสื้อกันหนาวที่ทั้งใหญ่และหนา ผ้าพันคอผืนยาว กางเกงขายาวใส่สบายๆ สีเทา และสวมหมวกไหมพรมเหมือนที่เด็กๆ ชอบใส่มาด้วย

“ดีใจจัง เจอคุณแล้ว” ริมฝีปากของชายหนุ่มสั่นระริกด้วยความหนาว แจจุงยกฝ่ามือซึ่งถูกแขนเสื้อยาวๆ นั่นห่อเอาไว้ขึ้นลูบเบาๆ ที่แก้มของยุนโฮ คล้ายพยายามจะช่วยบรรเทาอุณหภูมิรอบตัวให้

ทั้งที่อยากพบแทบบ้า แต่พอเจอแล้วคำพูดที่อยากพูดก็กลับถูกกลืนหายเข้าไปในลำคออันแห้งผาก ราวกับถูกสะกดไว้ด้วยใบหน้าหวาน กับริมฝีปากสีแดงสดซึ่งเผยอขึ้นเล็กน้อย แค่เพียงสบสายตาสีดำสนิทราวท้องฟ้ายามค่ำคืนก็ราวกับความรู้สึกกระสับกระส่ายที่เคยมีเลือนหายลับไป เวลานี้ไม่อยากพล่ามอะไรให้มากความอีกแล้ว

แค่อยากกอดเอาไว้เท่านั้น

แค่กอด...จะได้ไหมนะ?

“นี่ จะทำอะไรก็รีบทำน้า พี่แจจุงหนาวแย่แล้ว” จุนซูที่กำลังยืนหันหลังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เหล่สายตาแอบมอง พลางพูดแทรกขึ้น

คำพูดของจุนซูเล่นเอาแก้มนวลใสของแจจุงเรื่อสีแดงจัด คิ้วเรียวได้รูปเลิกขึ้นนิดหน่อยอย่างขอคำตอบจากร่างสูง ยุนโฮหัวเราะแหะๆ มือหนายังคงไม่ละไปจากไออุ่นที่แผ่อยู่ในอุ้งมือคนสวยตรงหน้า

“พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ ผมรู้ดีว่าอาการของผมตอนนี้มันเป็นธรรมดา แต่ผมบอกไม่ถูกว่าผมกำลังรู้สึกยังไง คงจะมีแต่คุณคนเดียวที่เข้าใจผมทั้งๆ ที่ไม่ต้องพูดออกมา” ยุนโฮยิ้มเศร้า “ผมอยากให้คุณอยู่กับผมที่นั่นด้วย”

ใบหน้าหวานยิ้มเรียบๆ แจจุงค่อยๆ ก้มลงแกะจี้เพชรรูปหัวใจที่ตนสวมเอาไว้ตลอดเวลานั้นออกมา ก่อนจะร้อยประกอบมันเข้ากับอีกดวงหนึ่งที่ยุนโฮสวมไว้...เป็นหัวใจสองดวงที่คล้องกัน

แจจุงลากนิ้วชี้ลงบนฝ่ามือซีดเผือดของยุนโฮ เรียงตัวอักษร ร้อยเป็นถ้อยคำ

‘ผมคงไปด้วยไม่ได้ แต่จะเป็นกำลังใจให้คุณ’

“ปี๊ดดดดดดด หมดเวลาแล้ว พี่แจจุงรีบกลับห้องไปนะ เร็วจี๋เลยนะ”

จุนซูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พลางวิ่งมาดันหลังแจจุงกลับเข้าบ้านไป เมื่อเห็นว่าแสงไฟจากห้องโถงใหญ่ถูกปิดลงแล้ว ทั้งที่ดวงตาสีดำสนิทยังคงฉายแววอาลัยอาวรณ์อยู่ไม่น้อย แต่ก็จำต้องไปก่อนที่เมียงยอจะจับได้ ยุนโฮโบกมือให้แจจุง เขายิ้มออกมาอย่างเป็นสุข

“ขอบคุณนะครับคุณ...?”

“จุนซูฮะ! คิมจุนซู” ร่างเล็กทิ้งท้าย ก่อนจะวิ่งตามพี่ชายไปติดๆ

ผมคงไปด้วยไม่ได้ แต่จะเป็นกำลังใจให้คุณ

แค่นั้นก็พอ...

“ขอบคุณมาก แจจุง”

 

 

 

ราวกับดินฟ้าอากาศเป็นใจ ท้องฟ้าของชาญเมืองกวางจูในเวลาสายเปิดกว้างสดใส ไร้ซึ่งแม้แต่ไรเงาเมฆฝนที่ปิดทึบมาตลอดสัปดาห์เช่นวันก่อน เรือนไม้ทรงโบราณหลังใหญ่ของตระกูลจองที่เคยเงียบสงบ ในวันนี้กลับดูครึกครื้นไปด้วยแขกเหรื่อมากหน้าหลายตา ซึ่งแวะเวียนมาร่วมแสดงความยินดีกับพิธีหมั้นหมายของลูกชายคนโตบ้านตระกูลจอง และบุตรสาวทายาทคนเดียวแห่งตระกูลลี

พิธีจบลงไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางความปลาบปลื้มใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ขณะนี้คนอื่นๆ แยกย้ายกันไปร่วมรับประทานอาหารแล้ว คงจะมีแต่ยุนโฮที่ขอตัวออกมานั่งนิ่งๆ พิงเสาอยู่ที่ชานระเบียงไม้มันปลาบนี้ ลมเย็นโชยพัดใบไม้แห้งปลิวมาสะกิดใบหน้าคมสัน เรียกให้ร่างสูงตื่นจากภวังค์แทบจะในทันที

“ไง ว่าที่เจ้าบ่าว นี่งานหมั้นนะไม่ใช่งานศพ ไหงทำหน้าอย่างกับญาติใครตายทั้งกลมอย่างนั้นแหละ”

น้ำเสียงกวนประสาทของคนที่ไม่ต้องมองก็รู้ว่าเป็นใคร เรียกให้สายตาของยุนโฮเบนไปหยุดที่ร่างสูงในชุดสูทที่กำลังยืนเตะก้อนหินก้อนกรวดเล่นคลายความเบื่อหน่าย “อย่าบอกนะว่าเริ่มจะไม่อยากแต่งซะแล้ว” ยูชอนยิ้มกริ่มพลางยักคิ้วกวน ปฏิกิริยาสะกิดเบื้องล่างนั่นทำให้ยุนโฮอดกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้

“ใครบอกนายล่ะ ฉันอยากจะแต่งซะวันนี้เลยด้วยซ้ำไป”

ยูชอนกระตุกยิ้มหยัน ตอกน้ำเสียงกลั้วหัวเราะขึ้นทันควัน

“โกหก”

โกหกหรือ?

ยุนโฮยิ้มจางๆ พลางเบือนหน้ามองออกไปไร้จุดหมาย ทั้งที่วันนี้เป็นวันสำคัญของเขาและครอบครัว ทั้งที่คิดอยู่เสมอว่าเขารอคอยวันนี้มานานแสนนาน แต่พอเอาเข้าจริงกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจระบายความในใจให้เพื่อนรักฟัง

“ยูชอน นายว่ายองเอเป็นยังไงบ้าง?”

“อืม...” ยูชอนยกแขนขึ้นกอดอก เขาค่อยๆ เอนกายยืนพิงกับเสาต้นเดียวที่ยุนโฮใช้แทนพนัก เขากับยุนโฮรู้จักกันดีเกินไป แม้จะหันหลังคุยกัน ไม่ได้มองหน้า เพียงฟังจากน้ำเสียงยูชอนก็รู้ว่ายุนโฮอยู่ในอารมณ์ไหน

สับสน...ลังเล...

ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

“ก็สวย เรียบร้อย ดูฉลาดมีการศึกษา เหมาะกับนายดี”

“แล้วฉันล่ะ เหมาะกับเธอไหม?"

“ดูเป็นหนูตกถังข้าวสารไปหน่อย แต่นายก็เหมาะที่จะได้รับมัน”

“งั้นหรือ?”

“เออ นายเหมาะแน่ ถ้านายแน่ใจว่านายรักเธอจริง” ประโยคนี้ของยูชอนเล่นเอายุนโฮถึงกับสะอึก เขาหันกลับมามองเพื่อนซี้ที่กำลังอ้าปากพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจ แต่ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมานั้นช่างฟังดูมั่นอกมั่นใจ ราวกับว่าอ่านจิตใจของยุนโฮออกทุกอย่าง ยูชอนรู้ดี เขาเข้าใจยุนโฮที่สุดเสมอ แม้จะเป็นในยามที่ตัวเขายังไม่อาจเข้าใจตัวเองได้เลยก็ตาม

“รักนะยุนโฮ ไม่ใช่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ใช่ความสงสาร จะชอบพอกัน หรืออะไรก็แล้วแต่... รักคือรัก ความรู้สึกอื่นก็มีความหมายในตัวของมัน เอามารวมกันไม่ได้”

น่าแปลก...ทั้งที่มั่นใจว่ารักยองเอ แต่ในวันนี้คำพูดของยูชอนทำให้เขาเริ่มอึดอัด ยุนโฮเลื่อนฝ่ามือของตนขึ้นกำจี้เพชรรูปหัวใจที่ถูกซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อเชิ้ต ลากปลายนิ้วไล้มันเบาๆ อย่างทะนุถนอม

อยากให้แจจุงอยู่ที่นี่...

“ได้ยินพ่อฝ่ายหญิงเขาว่าอีกสองสามเดือนจะให้แต่งเลย ถ้าแน่ใจแล้วก็ไม่ต้องคิดมาก ฉันเข้าใจ นายอาจจะกำลังเครียดกับอนาคตหลังจากนี้ก็ได้ ไม่ก็แค่เป็นโรคอาลัยชีวิตโสด” ยูชอนมองตาเพื่อนรัก พลางยิ้มให้กำลังใจ เขาตบฝ่ามือลงบนไหล่กว้างนั่นเบาๆ

“ขอบใจยูชอน” ยุนโฮยิ้มตอบ แม้แววตึงเครียดในดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นจะยังไม่จางหายไปเสียสนิท แต่ก็ดูสดใสขึ้นไม่น้อย “อีกสามเดือนก็จะไม่โสดแล้วสินะ”

ร่างสูงรำพัน ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ ดื่มด่ำบรรยากาศรอบกาย แสงแดดอุ่นๆ อาบไล้ใบหน้าคมอย่างอ่อนโยน มือหนากระชับจี้เพชรในอุ้งมือแน่น พลางปลดปล่อยให้ความว่างเปล่าครอบครองสมองของเขาชั่วระยะเวลาหนึ่ง

หัวใจสองดวงที่คล้องกัน

อย่างน้อย แจจุงก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ยังจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ

 

 

 

น่านฟ้าของชนบทพร่างพรายไปด้วยแสงดาวระยับ ยุนโฮกระชับผ้าห่มเข้าห่อไหล่ ขณะกำลังแหงนหน้าขึ้นชื่นชมความงามของมัน

เมื่อนั้นที่เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

หน้าจอแสดงหมายเลขที่เขาไม่แน่ใจว่ารู้จัก ชายหนุ่มลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะกดรับสาย

“สวัสดีครับ จองยุนโฮครับ”

“........................”

เงียบ...ตามฟอร์ม...

“สวัสดีครับ” ยุนโฮเคาะปลายนิ้วกับพื้นบ้าน ระหว่างรอฟังเสียงจากปลายสาย มันเงียบมากชนิดที่แค่เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยิน หากพื้นที่บริเวณบ้านตระกูลจองในยามค่ำคืนก็เงียบสงัดพอที่จะทำให้ได้ยินเสียงกุกๆ กักๆ ณ ปลายสาย

“อืม...ถ้าไม่พูด ผมขออนุญาตวางนะครับ” พูดก่อนจะรออีกสองสามวินาที ยุนโฮตัดสินใจจะวางสายอยู่แล้ว หากนึกอะไรขึ้นได้เสียก่อน

หรือว่า...

“แจจุง นั่นแจจุงใช่ไหม?”

เขาคงไม่รู้...คงจะไม่เห็นรอยยิ้มเป็นสุขของอีกคน ณ ปลายทางที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากได้ยินเสียง เพื่อให้มั่นใจว่ายุนโฮจะสามารถผ่านวันนี้ไปได้ด้วยดี

ท่ามกลางค่ำคืนที่ดวงจันทร์ไม่ทอแสง เขาคงไม่มีวันได้ยินเสียงที่เปล่งออกมาจากหัวใจ

‘ราตรีสวัสดิ์ ยุนโฮ’

 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮ.....โฮ แบบโฮกเลย ให้ตายเหอะ บีบใจเลยนะ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกบีบเลย

#1 By MY MJ on 2008-02-14 22:20

โฮฮฮฮ .....

ทำไมขวัญอ่านแล้วรู้สึกเศร้าอย่างงี้ TT^TT .....
กำลังใจที่แจจุงฝากไป แจจุงจะรู้มั๊ย ว่ามันเป็นกำลังใจของแจจุงที่ทำให้ยุนโฮผ่านวันงานหมั้นไปได้ก็จริง แต่มันก็จะย้อนมาทำร้ายแจจุงด้วยน้า งือออ ...

แต่หมีก็น่ารักมากเลยยย ตอนที่ไปรออยู่หน้าบ้านเนี่ย ...
น่าจะกอดไปเรยนะ ให้แจจุงอายม้วนไปเรย ^^ ..

มาถีงตอนหมั้น ..คำพูดยูชอนคงกระแทกใจยุนโฮแบบสุดๆ ไปเรยสินะคะเนี่ย
รักนะไม่ใช่รับผิดชอบ
คิดเอาเองว่ายังไงซะแจจุงก็จะเป็นกำลังใจให้ตัวเอง
แอบเห็นแก่ตัวไปหน่อยมั๊ยชองยุนโฮ ....
ถ้ากำลังใจที่สำคัญที่สุดของนายเสียใจขึ้นมา นายจะรับผิดชอบไหวมั๊ย!!

งืออ ตอนนี้มันเศร้าาา
ต่อจากตอนนี้ก็คงเศร้าอีกแน่ๆ เรยยย

พี่ตองคะ ยืนยันว่าเป็นกำลังใจให้เสมอ ^^
ฟิคพี่ตองสุดยอด สนุกมากๆ ..ภาษาสวยงาม สู้ๆ นะคะ ^^

#2 By yolande (58.64.71.13) on 2008-02-14 22:26

อ่านแล้วแอบเศร้า ยุนหมั้นซะแล้ว
ตอนยุนแจอยู่ด้วยกันรู้สึกสุขปนเศร้าเหลือเกิน

เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
อยากบอกว่าเรื่อง can I เนี่ยเป็นฟิคที่เรารักมากๆเลย^_^

#3 By Eik on 2008-02-15 00:53

อ่านแร้วมีหลายอารมณ์มากเลยค่ะ
ยิ้มแบบมีความสุข
ยิ้มแบบขมวดคิ้ว
ยิ้มแบบเหนื่อยใจ
โฮกกกกกกกกก~
ชอบมาก จุนซูหนูน่ารักได้อีกลูก
เป็นเด็กน่ารัก คำพูดน่ารักอ่า
สื่อออกมาได้ว่าบริสุทธิ์ดีค่ะ
ยูชอนก็นะ อ่าใจเพื่อนออกทะลุปรุโปร่งเลย
ยุนดูเครียดๆๆเนอะ เฮ้อ .. เครียดแทนพี่ยุนเลย
หมั้นแร้วง่า น้องแจโทรมาอีก
โหยยยยย มะรู้จะดีใจหรือเศร้าใจดีเลยค่ะเนี่ยsad smile 555+
ประทับใจตอนที่น้องแจถอดจี้แล้วสวมให้พี่ยุนอ่า โฮกกกกกกก ปลื้ม ^^
อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ บรรยายได้ใจมากเลย
ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆๆ หลงรักเลยค่ะเนี่ย
พี่ตองสู้ๆๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า ^^

#4 By mushroom (125.24.130.117) on 2008-02-15 02:59

ให้ตายยยยยยย
บีบคั้นจิตใจแบบ.....มันมาแล้วๆๆ
อารมณ์แบบนี้เลยค่ะ Can I love you?
อ๊ากกกกกกกกกกกกก
ไม่ได้เศร้านะ แต่ซึ้งๆในรสรัก...
รักแบบที่ฝ่ายนึงที่ไม่ได้นิยามความรักอะไร
ก็แค่"รักคนๆนี้หมดหัวใจแน่ๆ"
กับอีกฝ่ายนึงที่"สับสน" โดยไม่รู้ตัวว่าได้"รัก"คนๆนึงไปแล้วแค่ไหน

อ๊ากกกกกกกกก
แบบ.....ไรว้าพี่ยุน แบบนี้เขาเรียกว่า"หลอกตัวเอง"ชัดๆเหอะ!!!!!
*เขย่าคอหมียุน โฮกกกกกก*

ขนาดไปนิ่งไม่ไหวติงอยู่หน้าบ้านเขา...
ขนาดว่ายอมรับกับตัวเองว่า"อยากพบใจจะขาด"
...แต่ก็ไม่ได้ยอมรับว่าตัวเองสมควรจะเดินเส้นทางไหน
ฮึ่ยยยยยยย....

เอ้อ ชอบตอนเปิดตัวจังค่ะ พูดถึงคุณแม่ผ่านมุมมองของยุนโฮ...
เหมือนฉากเปิดตัวของเรื่องสั้นซักอย่าง...^^
คิดแล้วก็อยากอ่านเป็นเล่มๆจัง คงจะสวยและซึมซับกันสุดๆ >_____<!!

ตอนนี้ทั้งยาวแล้วก็อัพติดๆกันเลย โอย
ขอบคุณสำหรับความรักในวาเลนไทน์นะคะ ^^

*วิ่งแจ้นไปอ่านตอนต่อไป*

#5 By เอส ♥ YS ! on 2008-02-15 03:29

โฮกกกก อ่นแล้วบรรยายความรู้สึกไม่ถูกเลยจริงๆๆ

มันบีบคั้นมากๆๆ โฮกกกกกก

ยุนเริ่มรู้ตัวเองแล้วใช่มั้ยว่าตัวเองรักใคร

ยุนหมั้นซะแล้ว งืดดดดดดด

บีบคั้นจิตใจมากมาย ชอบ~!!!!!!!!

เป็นกำลังใจให้คุณตองนะคะ สู้ๆๆน้า....

#6 By Griffindoor (119.42.66.49) on 2008-02-15 05:52

กร๊ากๆๆๆ ยุนๆหมั้นแล้ว ยองเอเธอคงจะไม่รู้ตัวเลยอ่ะเนอะว่าผู้ชายที่แสนดีของเธอ ได้เปลี่ยนไปแล้ว ความรู้สึกรักก็คือรัก ไม่ช่ายแค่รู้สึกสงสาร หรือว่าเห็นใจอีกฝ่าย อารมณ์เน้จาร์ปาร์คพูดได้ถูกใจมากมาย

ยุนๆอ่ะมาหาคุณหนูใหญ่ เวลาน้อยนิดมันแสนมีค่าได้กำลังใจจากคุณหนูใหญ่ก็ดีแล้ว มีนุ้งยืนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่ใกล้ๆ แหม่ะน่าจะดึงมากอดแล้วหอมสักฟอด กร๊ากกกกก

#7 By m_econ (124.121.111.37) on 2008-02-15 12:18

โอย...น้ำตาจะไหล
ไม่แต่งได้มั้ย ยุน
จะทรมานตัวเอง แจจุง และยองเอไปทำไม
โธ่

#8 By kura-x (203.131.217.16) on 2008-02-15 12:44

T_T
ยุนโฮ... ได้โปรด
อย่าทำแบบนี้

แง....

#9 By คิมแชยอน on 2008-02-15 12:57



รักนะยุนโฮ ไม่ใช่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ใช่ความสงสาร จะชอบพอกัน หรืออะไรก็แล้วแต่... รักคือรัก ความรู้สึกอื่นก็มีความหมายในตัวของมัน เอามารวมกันไม่ได้

...แกเอามารวมกัยหมดเลย ยุนโฮ ...



อ่านแล้ว เครียด
angry smile


เพิ่งสอบ ยิ่งกว่า ตกนรกมา เหอะๆ ไปอ่านตอนครูดีกว่า



สุดท้าย... ภาวนาให้ ยุนโฮ แยกออก แล้วกล้าบ้างสักที... เมื่อไหร่จะกล้ากว่านี้ ยุนโฮ ..

#10 By a.while on 2008-02-15 15:43

สงสารยุนโฮมากๆเลย
อยู่ในสถานะการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกสุด T^T
ปาร์ครู้ใจยุนโฮซะจริงๆแฮะ (เอ๊ะ ทูยู??? 555)

อ่านแล้วมันบีบใจอย่างบอกไม่ถูกอ่ะค่ะ
อีกแค่สามเดือน .. T_______T ~~~~

ชีวิตการแต่งงานมันน่ากลัวกว่าที่คิดเยอะเลยใช่มั้ยยุนโฮ
โดยเฉพาะการแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักน่ะ

#11 By Mischievous (124.121.240.10) on 2008-02-15 17:26

ว้ากกก พิมไทยได้ซะทีค่ะ
อ่านตอนนี้ที่คณะ จะบอกว่า นั่งยิ้มเหมือนเป็นบ้าคนเดียว จนคนข้างๆหันมามอง อินี่เป็นอะไรฟะ? cry
บีบคั้นจิตใจมากๆค่ะ ตอนนี้ยุนก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นแล้ว ตอนนั้นทำไมไม่ดึงแจจุงเข้ามากอดไปเลยล่า ว้ากกก >< *พูดเองว้อนท์เอง 55+*
นู๋จุนซูก็แอบรู้ดีนะเนี่ย ฮร่าๆๆๆ double wink
ชอบตอนที่นู๋บอกว่า “นี่ จะทำอะไรก็รีบทำน้า พี่แจจุงหนาวแย่แล้ว” question มาหอมแก้มทีม่ะ 555

รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค๊า พี่ตองสู้ๆ

#12 By kanakochii* Mickyz on 2008-02-15 18:42

มาอัพแล้ว
เร็วมากๆ
ดีใจค่า

เรื่องนี้ยังคงมีช่วงที่น่าประทับใจ
ที่เรารักเหมือนเดิม
แต่ชั้นเชิงนั้น อืม
เหนืออีกแล้ว
(งึม งึม
ขอโทษนะคะ พยายามจะลืมของเก่าแล้ว
แต่มันทำไม่ได้จริงๆ)

ตอนนี้อยู่ในอารมณ์ลุ้นแล้วค่า
ลุ้นว่าเรื่องจะเดินไปแบบไหน

จะรอต่อไปไม่รีบร้อน

confused smile confused smile confused smile

#13 By SG&USAUM on 2008-02-15 21:13

ชองยุนโฮ !!
ค้นหาใจตัวเองให้ดีๆ
ถามใจตัวเองดูว่าคนที่รักและต้องการจริงๆคือใคร?!
ปาร์คพูดได้ใจสุดๆ
สมแล้วที่เป็นเพื่อนรักกัน
แค่มองตาก็รู้ใจ !!

ถึงตอนนี้เรื่องจะยังไม่เศร้ามาก
แต่ทำไมเราเศ้รแล้วอ่า T^T
ยุนอ่า ถ้าไม่รักยองเอก็บอกไปเลยสิ
สับสน ลังเล ไม่เข้าใจ
นี่คือยุนในตอนนี้
ยุนอย่าทำแจจ๋าเสียใจน้า T^T

ถามตัวเองิว่าเพราะอะไรถึงต้องไปยืนหนาว
เพื่อแค่อยากจะเห็นหน้า ได้เจอแล้วอยากกอด
ถามใจตัวเองสิ..ยุน !!!

น้องเซียน่ารักโฮกกกก >[]<

>3

#14 By kook (58.8.63.163) on 2008-02-16 12:19

แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ในที่สุดมันก็มาถึง
คุณหมีหมั้นแล้วอ่ะ อีกไม่นานก็จะแต่งแล้วด้วยอ่ะ ไม่ยอมนะไม่ยอม
ทำงี้กะแจจ๋าได้ไงอ่ะคับคุณหมี แจจ๋ารักคุณหมีนะคับ
ชอบความรู้สึกลึกๆภายในจิตใจของคุณหมีจริงๆ มันดูไม่ฝืนใจดี เป็นตัวของตัวเอง
ว่าแต่แหวนที่เห็นตอนแรกอ่ะ น่าจะซื้อให้แจจ๋านะ จะได้เหมือนกับสร้อยไง
ต่อจากนี้ไปเรื่องก็คงจะเศร้ามากๆแล้วสินะ ไม่อยากให้ถึงเลยอ่ะ มันเศร้ามากกกกกก
รันทดสุดๆอ่ะคับ แบบว่าดราม่าได้อีก แต่...........
เวอร์ชั่นใหม่นี้ อยากให้คุณหมีตัดสินใจเลือกทางเดินตัวเองได้สักทีอ่ะคับ
ไม่อยากให้เห็นแก่คนอื่นเลยจริงๆ สงสารแจจ๋า

angry smile

#15 By Ai Shiyorin ^^ on 2008-02-16 14:25

ฮ๊า...พาร์ทนี้รู้สึกอึดอัดไปกับยุนโฮอ่ะ

แต่ยูชอนพูดได้โดนมากเลย
รักก็คือรัก อย่าเอาไปเหมารวมกับความรู้สึกอื่นๆ

ยอมรับเหอะยุนโฮ...รู้ใจตัวเองซะที
บางทีทุกอย่างอาจจะไม่ต้องเลวร้ายไปกว่านี้

#16 By jubjunsu (125.26.41.164) on 2008-02-16 16:24

เศร้าจัง .......

ยุนไม่เข้าใจตัวเองอีกหรอว่ารักใครกันแน่

#17 By kamuichan (202.28.180.202) on 2008-02-16 19:59

สู้เค้า

ยุนโฮ T[]T !!


ซวยแล้วไง ~ sad smile


มิคกี้ผู้รอบรู้ ฮ่า ฮ่า~~


ขอบคุณค่า~~

#18 By Color.. . on 2008-02-16 22:06

T^T บรรยากาศเส้าๆจังเรยคะ
สงสารยุนโฮ ไม่รักก็อย่าแต่งเรยเนอะ 555+

ยุนแจ โรแมนติกอ่า แต่ก็ดูเส้าๆไปด้วย
ยุนงะน่าจะคิดได้จะคำพูดปาร์คซักที
ความรักนะ ไม่ใช่ความรับผิดชอบบ
>"<

กลับไปหาแจจ๋าดีกว่าน้า ~~~
อ่านไปก็รุสึกว่ามันอึดอัดใจยังไงมะรุคะ
เหมือนจะสุขแต่มันก็เส้าอ่า = =

ชอบๆๆๆๆๆ เปงกำลังใจให้ยุนแจ

และ เปงกำลังให้คนแต่งด้วยคร้า สู้ๆๆ !!!



#19 By 9!f+ (118.173.156.140) on 2008-02-17 12:59


น้องแจจจจ

ถ้านู๋รู้ความจริงจะเป็นยังไงมั่ง

โฮกกกกกกกก

T^T

#20 By Sui '' YunJae (125.27.4.175) on 2008-02-17 14:35

สงสัยความรับผิดชอบกำลังกดทับคอยุนโฮอยู่
อ้ำอึ้งไม่กล้าตอบปฏิเสธ เพราะความเป็นคนดีเกินไปของแกนั่นแหละ

คุณหนูจุนซูนี่แสบจริงๆ พอกลับเข้าบ้านไปแล้วจะแซวแจจุงขนาดไหนเนี่ย

แล้วคราวนี้หมียุนก้อฉลาดที่นึกออกว่าเป็นแจจุงโทรมา เพราะใจสองดวงมันสื่อถึงกันและอยู่เคียงข้างกันชิมิ?

#21 By Natty (58.8.172.140) on 2008-02-19 18:59

ยิ่งอ่านยิ่งสงสารแจอ่ะ

แจรักยุนไปแล้ว
แต่ยุนก้อแต่งงานแล้วด้วย

ง่ะๆ

#22 By Banana_monkiez on 2008-02-24 09:21

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#23 By ka-ew love kihae on 2008-02-26 14:45

อ่านแล้วแบบ แจจ๋า เธอทำไมเป็นคนจิตใจดีเช่นนี้

คอยเป็นกำลังใจห่วงใยยุนโฮตลอดquestion

แต่ละตอนอ่านแล้วบีบคั้นหัวใจเหลือเกิน

คุณตอง สู้ๆ เด้อquestion

#24 By มดง่าม (124.121.20.234) on 2008-02-28 11:01

รักนะยุนโฮ ไม่ใช่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ใช่ความสงสาร จะชอบพอกัน หรืออะไรก็แล้วแต่... รักคือรัก ความรู้สึกอื่นก็มีความหมายในตัวของมัน เอามารวมกันไม่ได้”.

ชอบประโยคนี้จังเลยค่ะ

ในที่สุดคนที่โทรมาคือแจแจนั่นเอง

#25 By *.:。✿*゚ on 2008-03-04 14:42

เพิ่งมาอ่านคร้าบบบบบบบบ
น่ารักมากๆ เลย ชอบที่สุด
จะเป็นกำลังใจให้นะคร้าบบ
สู้ สู้

#26 By BloomminT (58.8.166.154) on 2008-03-16 23:36

ปวดใจค่ะ แบบว่าอธิบายไม่ถูก

จี๊ดๆตั้งแต่หมียุนจะหมั้นแล้ว สงสารแจจ๋าที่สุด
เฮ้อ รักตาปาร์คจัง

#27 By earlgrey (203.153.169.48) on 2008-04-24 15:56

แล้วเมริงจาดื้อด้านหมั้นทำมายฟระหมีถ้าเมริงมะแน่จายอ่า...โฮกกกกกกกกกกก...หงุหงิเว้ยเฮ้ยยยยย

#28 By euyajaja (58.9.150.216) on 2008-12-08 16:03