Can I Love You? (8)
posted on 06 Feb 2008 23:00 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
08. เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น
ยูชอนใช้เวลาหมดไปกับการเพ่งพิจารณาหนังสือเล่มหนึ่งบนชั้นหนังสือ แผนกหนังสือต่างประเทศของร้านยองปุงบุ๊ค สาขาเซ็นทรัลซิตี้ ใบหน้าของชายสูงอายุผู้กำลังฉีกยิ้มอย่างเบิกบานจนเกินความจำเป็นบนปก ทำให้เขาหวนนึกถึงคำพูดของจุนซูเมื่อวันก่อน
‘ปกติพวกด็อกเตอร์ที่เรียนสูงๆ ก็จะต้องแก่ๆ หัวขาวๆ หน้าเหี่ยวๆ ใช่ไหมล่ะ’
แรกเริ่มเดิมทีเขาเองก็ไม่สามารถสนับสนุนคำกล่าวของเด็กชายได้เหมือนกัน นึกขัดแย้งอยู่ลึกๆ ว่าเพราะอะไรคนเรียนสูงถึงจะหล่อเหลากับชาวบ้านเขาไม่ได้
แต่เวลานี้คิดว่าตอบได้แล้ว
“แก่กับเก๋าเป็นของคู่กันไอ้หนูเอ๋ย”
หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า ‘หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น โดย นิโคลัส สมิธ’ ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาเศรษฐศาสตร์ชั้นสูงจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ คือคนเดียวกับชายฝรั่งใบหน้าเหี่ยวย่นที่แม้แต่เทคนิคการแต่งภาพสมัยใหม่ก็ช่วยเหลือเอาไว้ไม่ได้มากบนปกหนังสือ เส้นผมสีขาวโพลนหัว นัยน์ตาสีน้ำข้าวแลดูอ่อนโยน หากเปี่ยมไปด้วยแววลึกล้ำฉลาดเฉลียว
ศจ.ดร.สมิธ เป็นอาจารย์คนแรกและคนเดียวที่ทำให้ยูชอนผู้ไม่เคยนับถือใครเคารพยำเกรงได้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องยากอันดับต้นๆ ของโลกประดุจการจุดไฟใต้สายน้ำที่เชี่ยวกราก ขนาดพ่อแท้ๆ เขายังยืนเถียงฉอดๆ ได้ทุกวัน แต่กับท่านศาสตราจารย์ ยูชอนเชื่อฟังและเคารพความคิดของท่านเสมอ
ในช่วงเวลาที่ยูชอนใกล้จะจบการศึกษาระดับปริญญาโท สมิธเองก็กำลังขะมักเขม้นกับการร่างตำราเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นฉบับเข้าใจง่ายเล่มนี้ จนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าสองถึงสามปีแล้วที่เขาไม่ได้เจอหน้าอาจารย์ที่เคารพรัก สมิธดูแก่ลงไปมากบนปกหนังสือนั่น
สมิธคือคนที่ทำให้เขาเข้าใจศาสตร์ที่ว่าด้วยการลงทุน คือคนที่ทำให้เขาหลงรักในวิชาเศรษฐศาสตร์ คืออีกหนึ่งคนที่มักจะเรียกเขาด้วยชื่อตลกๆ ว่ามิสเตอร์มิกกี้ และเป็นแรงบันดาลใจอันสำคัญที่ทำให้เขาอยากลองทำอาชีพครูผู้สอนนี้ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างงดงามสักครั้งหนึ่งในชีวิต
เขาเอื้อมมือไปดึงหนังสือออกมาจากชั้นเล่มหนึ่ง เพื่อสำรวจดูด้านใน พบว่าเหลือหนังสืออยู่เพียงไม่กี่เล่ม ยูชอนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ นิโคลัส สมิธ เป็นปรมาจารย์ที่เก่งกาจเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในปัจจุบัน เขารู้สึกยินดีจริงๆ ที่ได้เป็นหนึ่งในบรรดาศิษย์เอกของท่าน
“แพงฉิบเป๋ง” ยูชอนบ่นอุบ ขณะพลิกดูราคา “แต่เอาวะ ซื้อสักหน่อย”
จังหวะเดียวกับที่เขาหันกลับ ดวงตาสีเข้มก็เผอิญสบเข้ากับคนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเร็วถึงเพียงนี้
จุนซูยืนอยู่ที่นั่น ร่างเล็กในชุดเครื่องแบบโรงเรียนมัธยมปลายลูกผู้ดีไม่ทันสังเกตเห็นเขา เพราะนัยน์ตาคู่น้อยกำลังเพ่งพิศอยู่ที่หนังสือ Art & Architect เล่มหนาด้วยแววตาช่างฝันเกินบรรยาย
“คุณจุนซู?”
เสียงเรียกของยูชอนทำเอาร่างนั้นสะดุ้งโหยง จุนซูตาลีตาลานรีบเก็บหนังสือเล่มนั้นเข้าชั้น เด็กชายหันกลับมาทำตาโตใส่
“ครูปาร์ค!” เขาตะโกน “นี่ครูยังตามมาหลอกหลอนผมอยู่อีกหรือฮะ?”
“หลอกหลอนอะไร?”
จุนซูแสร้งทำเป็นตบหน้าตัวเองให้ตื่นจากฝัน “ครูหลอกหลอนผมไปทุกที อย่านะฮะ ผมกลัวแล้ว”
เด็กนี่น่าเตะก้นชะมัด หากยูชอนก็ไม่อาจสะกดตัวเองไม่ให้หัวเราะออกมาได้
“คุณมาทำอะไรที่นี่?”
“มาซื้อหนังสือเศรษฐศาสตร์ฮะ”
ยูชอนหรี่ตา “หนังสือเศรษฐศาสตร์อยู่ด้านโน้น”
“โอ้! หาตั้งนานแน่ะ” จุนซูฉีกยิ้มจนตาปิด ยูชอนชอบแนวทางที่เส้นผมสีน้ำตาลทองปอยนั้น ยาวระลงมาคลอเคลียแก้มใสๆ ซึ่งเรื่อสีชมพูด้วยเลือดฝาดนั่นจริงๆ
“ครูปาร์คก็มาซื้อหนังสือเหมือนกันหรือฮะ?” จุนซูชวนคุย ในขณะแหงนมองชั้นหนังสือที่ละลานตาไปด้วยตำราเศรษฐศาสตร์
“ใช่ ซื้อไปเตรียมการสอนให้คุณนั่นแหละ”
“หวา...ดูเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่เพื่อมวลมนุษยชาติจริงๆ”
กวนอวัยวะเบื้องล่างใช่เล่น
ยูชอนกระตุกยิ้มเกรียมๆ “คลาสเศรษฐศาสตร์กู้โลก ปราบเด็กบ้า ปากหมา น่าตื้บ”
จุนซูแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน “ครูปาร์คมาก็ดีแล้ว ผมกำลังเลือกไม่ถูกอยู่พอดีว่าควรจะซื้อเล่มไหน ครูช่วยผมเลือกหน่อยได้ไหม?”
“ได้ค่าจ้างไหมล่ะ?”
จุนซูเหล่ด้วยหางตา
“โอเค ได้” ยูชอนลากเสียง เขาถอยออกมาหนึ่งก้าว เอามือไพล่หลัง ในขณะมองสำรวจไปทั่วๆ ชั้นหนังสือ แม้บนชั้นจะมีหนังสือมากมาย แต่สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับหนังสือของ นิโคลัส สมิธ อีกอยู่ดี เขาเอื้อมสุดแขนเพื่อที่จะคว้ามันลงมา
จุนซูรับมันไว้ เขาอ่านออกเสียงชื่อหนังสือ “หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น โดย นิโคลัส สมิธ”
“ศาสตราจารย์สมิธเป็นอาจารย์ที่ผมนับถือมาก ผมมีโอกาสได้เรียนกับท่านสมัยเรียนโทที่เคมบริดจ์”
“ครูปาร์คจบโทที่เคมบริดจ์หรือฮะ?” จุนซูตาโต
“อืม”
“ว้าว”
“จบตรีที่เยล”
“ฮึ้ย!” ตาโตยิ่งกว่าเดิมอีก
ยูชอนยักคิ้ว
จุนซูย่นจมูก “ไม่น่าคบนะเนี่ย”
ยูชอนกลอกตา แม้จะอยากหักคอเด็กแต่ก็ทำเป็นไม่ถือสาอะไร
“ว่าแต่ทำไมครูปาร์คถึงเคารพลุงคนนี้ล่ะฮะ?”
“เขาเป็นครูที่เหมือนพ่อ ดูแลนักเรียนดีมากๆ โดยเฉพาะผมที่เป็นคนเอเชีย ศจ.สมิธก็ดูแลให้คำปรึกษาผมเป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน แต่เป็นเรื่องความเป็นอยู่และอนาคตด้วย”
“ว้าว” ดวงตาของจุนซูเป็นประกายขึ้นมา “ผมว่าใครๆ ก็คงฝันอยากมีครูดีๆ อย่างนี้ทั้งนั้นแหละน้า”
“ผมกำลังพยายามจะเป็นให้คุณ” ยูชอนเอ่ย ทำให้จุนซูชะงัก เขาละสายตาจากหน้าปกหนังสือเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นเล่มนั้นขึ้นสบตายูชอน แต่ไม่ได้ตอบอะไร
ยูชอนรู้สึกอายที่พูดอะไรน้ำเน่าๆ จนไม่รู้จะเอามือไปไว้ตรงไหน จึงทำท่าล้วงกระเป๋า
“แล้วนี่คุณมาคนเดียวหรือ?” อาจารย์หนุ่มถาม
“ฮะ ผมไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้แทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว”
“คุณไม่มีเพื่อนหรือ?”
“ตอนนี้ผมมีเพื่อนคนเดียวคือคุณลุงกวานคนขับรถ”
จุนซูยิ้มตอบอย่างร่าเริงราวกับการไม่มีเพื่อนเป็นเรื่องน่ายินดี ผิดจากยูชอนที่รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ตัดสินใจถาม
ทำไมเขาจะไม่เข้าใจความรู้สึกเจ็บปวดที่แฝงลึกอยู่ในความเหงา สมัยที่เขาเพิ่งจากเกาหลีไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอเมริกา ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยากเย็นแสนเข็ญ ชายหนุ่มยังจำได้ดี เขาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเยลชาวเกาหลีเพียงคนเดียวในรุ่นนั้น ด้วยความที่พื้นฐานทางภาษาไม่ค่อยแข็งแรงจึงทำให้เข้ากับคนอื่นได้ยาก มันเป็นเวลาที่เลวร้าย ยูชอนไม่มีเพื่อน ไม่มีกลุ่มเฮฮาสังสรรค์ด้วยในวันหยุด นั่นทำให้เขายิ่งคิดถึงบ้านและเพื่อนที่เมืองเกิดมากขึ้น รอบกายว่างเปล่า เขาเคว้งคว้างมาก สิ่งเดียวที่จะช่วยเยียวยาให้ความเหน็บหนาวผ่านพ้นคือตำราเรียน
ชายหนุ่มใช้เวลาเป็นปีเอาแต่มุมานะท่องตำราและฝึกภาษา เขาเรียนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง หนึ่งปีที่แสนยาวนานผ่านพ้นมาได้โดยที่เขากลายเป็นนักเรียนผลการเรียนอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัย เมื่อนั้นเองที่ความเป็นเพื่อนก็ถาโถมเข้ามาเร็วประดุจพายุลูกโต
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปที่เค้าท์เตอร์ชำระเงิน พร้อมกับหนังสือของ นิโคลัส สมิธ คนละเล่ม ยูชอนรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ เมื่อพนักงานแคชเชียร์เรียกจุนซูว่า ‘หนูจ๋า’ ในขณะเรียกเขาว่า ‘ท่านคะ’
ท่านคะงั้นหรือ?
น่าเกลียดจริงๆ
“ความจริงผมรู้สึกจั๊กจี้ทุกทีที่ครูเรียกผมว่า ‘คุณจุนซู’ แล้วแทนตัวเองว่า ‘ผม’ ”
“ไม่ควรหรอกหรือ?” ยูชอนอดถามไม่ได้
“ครูอายุเท่าพี่ชายผมเลยนะฮะ ถ้าเราไม่เป็นครูกับลูกศิษย์กัน เราก็คงเป็นพี่น้องกันได้”
“แล้วผมควรจะเรียกคุณว่าอะไรล่ะ?”
จุนซูหยุดคิด ก่อนเอ่ยว่า “เหมือนที่ครูทุกคนเรียกผม ‘จุนซู’ แล้วแทนตัวเองว่า ‘ครู’ ” เด็กชายจาระไนอย่างออกคำสั่ง ดูสมกับความเป็นคุณหนูเอาแต่ใจขนานแท้เสียจริงๆ “ที่สำคัญผมว่าครูเฮี้ยบกับผมเกินไปหน่อยไหม ผมไม่ชอบเลยเวลาครูเคาะหัว มันเจ็บ”
ยูชอนหัวเราะลงคออย่างนึกขัน ก่อนหน้านี้คุณนายคิมเคยกำชับกับเขานักหนาว่าให้อดทนกับจุนซูหน่อย เพราะเด็กคนนี้นิสัยดื้อรั้น ช่างต่อปากต่อคำ ไม่รู้เด็กรู้ผู้ใหญ่ ซึ่งก็จริง...จุนซูเป็นเด็กหัวแข็งและปากร้ายอย่างที่ผู้เป็นแม่เธอว่า หากสิ่งหนึ่งที่คุณนายคิมคงไม่เคยคิดจะสังเกต ทว่ายูชอนเพิ่งประจักษ์แก่ใจตัววันนี้เองว่า แท้จริงแล้วจุนซูก็คือเด็กผู้ชายอายุสิบแปดที่ไม่มีพิษสงอะไร ถึงแม้จะปากคอเราะร้ายไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เพราะความตั้งใจ จุนซูเป็นคนซื่อจนต้องพูดออกมาตรงๆ เสียมากกว่า
“นี่คือเหตุผลที่แม่ของคุณจ้างผม”
“ช่วยแก้สรรพนามให้ผมด้วย”
ยูชอนกลอกตา “นี่คือเหตุผลที่แม่ของเธอจ้างครู”
“เยี่ยม!”
“ใช่ ครูคนอื่นยอมเธอมากเกินไป เธออยากกินก็ปล่อย เธออยากนอนก็ปล่อย เธอไม่อยากเรียนก็ปล่อย เลยไม่มีอะไรซึมเข้าหัว นอกจากแป้งที่ถูกเอนไซม์อะไมเลสย่อยเป็นน้ำตาล กับไขมันที่ไปโผล่ตามต้นขาและหน้าท้องของเธอ”
“เพราะครูคนอื่นๆ รักผม แต่ครูปาร์คไม่”
“ทำไมคิดอย่างนั้น ที่เข้มงวดก็เพราะอยากให้เธอสอบได้หรอกนะ”
“อ๋อ ความรักที่ยิ่งใหญ่และแสนบริสุทธิ์ว่าอย่างนั้นเถอะ” จุนซูเบ้ปาก “คุณลุงบนปกหนังสือเคยเคาะหัวครูไหมฮะ?”
ยูชอนยิ้มออกมา เขาเหลือบมองภาพของท่านศาสตราจารย์สมิธบนปกหนังสือ “นับครั้งไม่ถ้วน และอย่างที่เธอเห็น ตอนนี้ครูประสบความสำเร็จ”
“มีเบอร์โทรติดต่อไหมฮะ?”
“อะไรนะ?” ยูชอนคิ้วขมวด ทันทีที่เห็นจุนซูทำเป็นพลิกๆ หนังสือในมือไปมาคล้ายกำลังมองหาอะไรสักอย่าง
“เบอร์โทรติดต่อคนเขียนหนังสือน่ะสิ ผมน่าจะโทรไปต่อว่าคุณลุงสมิธสักหน่อย โทษฐานเคาะหัวครูปาร์คจนทำให้ครูเอาความแค้นนั้นมาลงที่ผม โธ่โถ...จุนซูน้อยผู้น่าสงสาร” เด็กชายเลียนเสียงเจ้าตัวประหลาดกอลลัมจากภาพยนตรไตรภาคชื่อดัง ลอร์ดออฟเดอะริงส์
ยูชอนขี้คร้านจะต่อปากต่อคำแล้ว พยายามคิดเสียว่าถึงอย่างไรจุนซูก็ยังเป็นเด็ก
เด็กบ้า ปากหมา และน่ากระทืบ...
To be continued...

ตัวโก่ง อิอิ
555+
แล้วน่ารักด้วยป่าว
ถ้าน่ารัก ก้อรีบรักจุนซูเร็วๆนะ
ฮิยะฮะฮะฮะ
#1 By minnie (58.8.122.164) on 2008-02-06 23:54