★ b.leaf ★ View my profile

Can I Love You? (7)

posted on 06 Feb 2008 22:58 by bleaf-me  in can-i-love-you

Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13

 

07. ของขวัญ

 

สัญญาณเตือนข้อความเข้าปลุกยุนโฮให้ดีดกายขึ้นจากห้วงนิทราราวกับถูกแส้ฟาด ด้วยความที่ยังสะลึมสะลือไม่หาย การมองเห็นยังคงพร่ามัว ชายหนุ่มตะปบมือสะเปะสะปะไปทั่วกระทั่งเจอโทรศัพท์

‘เสาร์นี้ สิบโมง เจอกันที่คอฟฟี่ช็อปตรงข้ามร้านจิลเวลรี่
หวังว่าคุณจะมาได้ - คิมแจจุง’

เขาใช้เวลาประมาณสามนาทีเพื่อระลึกใบหน้าของเจ้าของชื่อ คิมแจจุง และอีกสองนาทีต่อมาคิดถึงเรื่องโทรศัพท์โรคจิตเมื่อคืน

โอ...คุณลูกหนี้

ผมขอโทษ

 


ยุนโฮมาสายกว่าเวลานัดครึ่งชั่วโมงเพราะการจราจรที่ติดขัด อย่างไรก็ตามชายหนุ่มรู้สึกขอบคุณพระเจ้ายิ่งกว่าที่ดลใจให้เขาเลือกจะไม่เอารถส่วนตัวมา มาสายเพราะรถติดว่าไม่น่าให้อภัยแล้ว มาสายเพราะหาที่จอดรถไม่ได้คงจะฟังดูพิลึกกว่า

ย่านศูนย์การค้าในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คนยังคงพลุกพล่านไม่ขาดสาย โดยเฉพาะวันเสาร์ ยุนโฮบอกให้แท็กซี่จอดส่งเขาสองบล็อกห่างจากร้านกาแฟ แล้วเดินเท้าต่อมา ใช้เวลาเพียงสิบนาที แต่ก็เล่นเอาเหงื่อท่วม

เขาก้มมองนาฬิกาครั้งหนึ่ง สูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะผลักประตูร้านเข้าไป เสียงโมบายลมที่ผูกไว้เหนือประตูทำให้พนักงานทั้งร้านหันมามองเขาเป็นตาเดียว พร้อมกับเอ่ยว่า ‘ยินดีต้อนรับ’ ด้วยน้ำเสียงที่ให้อารมณ์ ‘ไม่มีร้านอื่นเข้าหรือไง’ เสียมากกว่า

พนักงานหญิงที่กะคราวๆ คงอายุไม่เกินสิบแปดเข้ามาถามไถ่ ขณะปากยังไม่หยุดเคี้ยวหมากฝรั่งหยุบหยับ “กี่ท่านคะ?”

“ผมนัดเพื่อนไว้”

พนักงานสาวน้อยผละจากไปอย่างว่องไวชนิดที่แทบจะรั้งเอาไว้ไม่ทัน

ภายในร้านเต็มไปด้วยลูกค้าทั้งในและต่างชาติ เสียงพูดคุยหลากภาษาฟังดูสับสน หากยุนโฮใช้เวลาเพียงไม่นานนักในการมองหา คิมแจจุง

แจจุงนั่งอยู่ที่โต๊ะโซฟาซีกขวามือ เกือบในสุดร้าน ร่างกายผ่ายผอมที่แลดูยิ่งเปราะบางในชุดเสื้อไหมพรมแขนยาวสีขาวใหญ่เกินตัวสักสองสามไซส์ ผิวซีดขาวดุจเกล็ดหิมะถูกเส้นผมสีดำเช่นปีกอีกานั้นขับจนโดดเด่น ราวกับมีแสงสว่างอยู่ในตัวเอง ใบหน้าหวานเกินชายหันมองออกไปนอกกระจกร้าน ริมฝีปากสีแดงเม้มเหยียด เขากำลังมองหาใครสักคน หากนัยน์ตาสีดำนิลพราวน้ำหล่อเลี้ยงคู่นั้นนิ่งงันไม่ขยับ ราวกับว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ได้มองอะไรเลย

คิมแจจุงเจิดจ้าเด่นออกมาท่ามกลางผู้คน ทว่าให้ความรู้สึกหม่นหมองที่คราใดมองแล้วก็อดรู้สึกห่อเหี่ยวตามลงไปไม่ได้เสียทุกครั้ง

ยุนโฮไม่รีรอที่จะเดินตรงเข้าไปทัก “สวัสดี แจจุง ขอโทษที่มาช้า”

ทันทีที่ได้ยินเสียง แจจุงหันขวับไปมอง แววตาของเขาแลดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันใด โดยไม่ปล่อยให้ยุนโฮพูดอะไรได้มากกว่านั้น แจจุงยัดกระดาษยับๆ แผ่นหนึ่งใส่มือ ยุนโฮคลี่มันออกอ่าน

‘หาที่อื่นคุยกันดีกว่า’

ร่างสูงเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายที่ดูมีทีท่าตื่นตระหนกขึ้นกว่าเก่าครั้งหนึ่ง แล้วพลิกด้านหลังอ่านต่อ

‘พวกเขาพยายามถาม แต่ดูจะหัวเสียที่ผมไม่ตอบ’

แจจุงบุ้ยใบ้ไปที่พนักงานเสิร์ฟของร้านที่แต่ละคนดูจะอารมณ์ไม่ค่อยดี นั่นทำให้ยุนโฮสำลักขัน เขายิ้มมองแจจุงอย่างเอ็นดู ก่อนจะส่งมือให้อีกฝ่ายจับไว้ แจจุงยอมจับมือเขาแต่โดยดี ยึดตัวเองให้ลุกขึ้นยืน

“คุณน่าจะทำใจได้แล้วนะ พนักงานเสิร์ฟร้านอาหารราคาปานกลางแทบจะทุกร้านในโซลน่ะ ตอนเช้าจะเป็นซินเดอเรลล่า แต่พอเลยเที่ยงวันจะกลายร่างเป็นก็อตซิลล่าทันที”

แจจุงเหมือนจะหัวเราะ อย่างน้อยก็ดวงตาของเขา

‘คุณหิวไหมครับ?’

กระดาษหมดแล้ว แจจุงจึงจำต้องเขียนมันลงบนฝ่ามือตัวเองทั้งที่ไม่ชอบเลย

“ถ้าจะบอกว่าไม่เลยก็คงโกหก” ยุนโฮอมยิ้ม “หิวมากครับ”

พวกเขาโต้ตอบกัน โดยต่างคนต่างลืมไปเสียสนิทว่ามือทั้งสองยังคงจับกันไว้ไม่ปล่อย

 

 


ร่างบางจรดสายตาอยู่ที่ใบหน้าคมคาย  นานเท่าไรก็ไม่อาจทราบ หากเขารู้สึกพอใจที่ได้มอง

ยุนโฮเป็นผู้ชายที่สง่าและหล่อเหลามากจนน่าอิจฉา ร่างสูงใหญ่ สุภาพ ใจดี และที่สำคัญ ยุนโฮปฏิบัติต่อเขาไม่เหมือนที่คนอื่นปฏิบัติ

อย่างไรล่ะหรือ?

ก็ประเภทที่ว่า ‘คุณแจจุงไม่ค่อยสบาย ไม่ต้องเดินหรอกครับ ให้ผมแบกไปเลยง่ายกว่า’ ไม่ก็ ‘คุณแจจุงพูดไม่ได้ อย่าไปไหนมาไหนเลยจะดีกว่า เดี๋ยวโดนหลอกจับไปฆ่าหมกป่า หาศพไม่พบจะเป็นเรื่องเสียเปล่า’ แน่นอนว่าในใจคนทำมักจะเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตาแกมสมเพชเวทนาเสมอ ซึ่งเป็นเรื่องน่าสรรเสริญ หากนั่นกลับยิ่งทำให้แจจุงรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระสังคมมากขึ้นไปอีก

คิมแจจุงอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่ในสายตาคนรอบข้างยังมักจะปฏิบัติต่อเขาประดุจเด็กตัวเล็กๆ ที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ราวกับว่าอายุขัยของเขานั้นได้สิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่สิบสองขวบ

แต่ยุนโฮไม่ใช่

ชายหนุ่มพูดคุย ถามไถ่ เอาใจใส่ว่าเขาต้องการอะไร ดูแลเขาอย่างเพื่อนที่หวังดีคนหนึ่งอย่างจริงใจ แม้ว่าการสื่อสารกับเขาแต่ละครั้งจะใช้เวลานานกว่าปกติ หากยุนโฮก็ไม่แสดงท่าทีรำคาญเลยสักนิด นั่นทำให้คนทั้งสองทำความรู้จักและสนิทสนมกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ขณะนี้คนทั้งคู่นั่งอยู่ ณ มุมหนึ่งของร้านอาหารเล็กๆ ย่านศูนย์การค้าไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้านกาแฟ เพราะร้านนี้เป็นร้านที่ค่อนข้างมีระดับ ราคาสูง ทั้งยังมีสาขาย่อยอีกหลายสาขาทั่วประเทศ ลูกค้าจึงไม่ล้นหลามจนเกินทน และพนักงานก็ยังพอมีอารมณ์แสยะยิ้มได้อยู่

ยุนโฮเองก็ดูมีท่าทีเป็นสุข จากที่เคยเป็นคนพูดน้อย เมื่อได้อยู่กับแจจุงแล้วก็กลับกลายเป็นคนช่างพูดขึ้นมาทันใด เขาชวนแจจุงพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ กาย ถามออกไป แล้วจรดสมาธิจ้องมองมือเรียวของแจจุงที่ใช้จับปากการอคอยคำตอบ ช่างเป็นมือที่แสนงดงาม และแน่นอนว่ามันน่าพิสมัยยิ่งกว่าปากคนที่เอาแต่ขยับพ่นทุกสิ่ง

นับว่าเป็นโชคดีที่หลังร้านวุ่นวายจนอาหารมาเสิร์ฟช้ากว่าที่ควรจะเป็น พวกเขามีเวลาอยู่ด้วยกันนานขึ้น

ชายหนุ่มใช้เวลานั่งพินิจพิเคราะห์ใบหน้าขาวสวยที่กำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ อยู่ตรงหน้า พลางอดยิ้มขำๆ ออกมาไม่ได้ ถึงแม้บรรยากาศครึกครื้นยามบ่ายวันอาทิตย์จะไม่น่าสงบได้ แต่ร่างสูงกลับรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก เวลาในแต่ละนาทีของเขาใช้หมดไปกับการนั่งพิจารณาร่างบางเบื้องหน้า แจจุงในชุดเสื้อไหมพรมสีขาวคอกว้างดูบริสุทธิ์เหมือนอย่างเคย

แต่ทำไมกัน ทำไมถึงใส่แต่สีขาว?

ดูจืดชืด ไร้สีสัน ดูน่าเศร้า

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่จ้อง แจจุงจึงเริ่มรู้สึกอึดอัด เขาเงยหน้าขึ้นมองยุนโฮช้าๆ ใบหน้าหวานสวยแดงเลอะสีเลือดเรื่อขึ้นมาอย่างเขินๆ เขาวางช้อนส้อม ดื่มน้ำตาม ก่อนจะหันไปคว้าปากกาที่ทางร้านเตรียมไว้ให้เขียนแสดงความคิดเห็น ลงมาจรดปลายลงบนแผ่นกระดาษทิชชู่

‘อาหารไม่อร่อยหรือ?’

ยุนโฮอ่านพลันกระตุกยิ้ม “เปล่าครับ แค่ดูคุณทานก็อิ่มแล้ว”

แจจุงยิ้ม เขามีรอยยิ้มที่สวยงามจริงๆ หากยุนโฮก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แจจุงถึงมักชอบยกมือขึ้นมาบดบังรอยยิ้มของเขาเสมอๆ

“คุณแก่กว่าผมจริงหรือ?” เป็นคำถามที่ดูงี่เง่าที่สุด

‘ผมจะโกหกคุณทำไม?’

“ครั้งแรกผมเดาว่าคุณน่าจะเด็กกว่าผมสักสี่หรือห้าปี”

แจจุงยิ้ม ก่อนจะก้มลงเขียน เนื้อยุ่ยๆ ของกระดาษทิชชู่ทำให้เขียนได้ลำบาก หากแจจุงก็มือเบาพอที่จะเขียนมันลงไปจนสำเร็จ

ช่างงดงาม

‘คุณเกิดวันที่เท่าไหร่ครับ?’

“ผมหรือ” ยุนโฮเลิกคิ้ว “วันที่หกครับ เดือนกุมภาพันธ์”

‘ผมเกิดวันที่ยี่สิบหก มกราคม’ คราวนี้แจจุงยิ้มกว้าง ‘ผมแก่กว่าคุณสิบวัน’

“สิบวันหรือ ไม่ยุติธรรมนี่”

‘คุณเป็นน้อง’

“ไม่ๆ สิบวันไม่นับครับ” ยุนโฮโบกมือ พลางพูดด้วยเสียงบี้ๆ แปลกๆ ยุนโฮเกิดที่จังหวัดทางใต้และพูดติดสำเนียงกวางจูนิดๆ ซึ่งแจจุงคิดว่าน่ารักดี “ผมจะยอมเป็นน้องคนที่ดูเด็กกว่าผมได้ยังไง”

เมื่อได้ฟัง รอยยิ้มของแจจุงก็หมองลง ‘เพราะผมดูทำอะไรไม่เป็นใช่ไหม?’

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ” ยุนโฮปฏิเสธ

‘แล้วทำไมผมถึงดูเด็ก’

ยุนโฮหยุดคิด เขาใช้เวลาจ้องหน้าแจจุงทีละนานๆ จนอีกฝ่ายต้องก้มหน้าหลบตา “คุณเหมือนตุ๊กตา ใช่ ตุ๊กตา จริงๆ นะ”

‘ที่ดูไม่มีชีวิต’

นั่นคือประโยคปิดประเด็นที่ทำให้ยุนโฮรู้สึกเห็นใจ อีกครั้งที่เขาอยากถามกลับไปว่าเพราะอะไร หากก็ไม่กล้าพอ ยุนโฮไม่ตอบ เพียงแค่เอื้อมมือไปกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้ เป็นการกระทำที่มากเกินไป แต่เขากลับคิดว่าบางครั้งคำพูดก็ไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไรได้เท่าการสัมผัส

คนทั้งคู่เงียบไปนานกระทั่งแจจุงชักมือกลับ

โทรทัศน์ในร้านที่ถูกเปิดไว้โดยไม่มีคนใส่ใจปรากฏภาพของนางแบบสาว มิคาเอลล่า คิม ความเคลื่อนไหวบนจอฉุดยุนโฮให้หันขวับไปมอง

มิคาเอลล่ายิ้มยั่วยวน ขณะเอ่ยว่า ‘คุณเองก็เป็นดาวแห่งตะวันออก’ ยุนโฮสะกิดแจจุงให้ดู

“ผมไม่ชอบเลย มันห่วย”

แจจุงเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ผิดจากยุนโฮที่ฉีกยิ้มกว้างอย่างเบิกบาน

 

 


ยุนโฮตัดสินใจส่งแจจุงกลับถึงบ้าน ไม่ใช่เพราะคิดว่าเพื่อนใหม่ที่แสนบอบบางคนนี้จะคลำทางกลับสถานที่ที่ตนใช้พำนักมาถึงยี่สิบเจ็ดปีเต็มๆ ไม่ได้ หากเพื่อยืดเวลาที่จะได้พูดคุยกันในนานยิ่งขึ้น

พวกเขาโดยสารมาด้วยรถแท็กซี่ กลิ่นบุหรี่ที่อวลอยู่ภายในตัวห้องโดยสารดูจะทำให้เขาทั้งสองรู้สึกคลื่นไส้ คนขับหน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตร สวมแว่นกันแดด และชอบแอบมองพวกเขาผ่านกระจกส่องหลัง ยุนโฮพยายามทำเป็นไม่สนใจ ชวนแจจุงถกประเด็นเกี่ยวกับโฆษณาโทรทัศน์ต่ออย่างเพลิดเพลิน แจจุงมีรสนิยมทางเรื่องพวกนี้ดี

กระทั่งรถยนต์จอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์บ้านตระกูลคิม ทันทีที่เปิดประตูออกมาได้ แจจุงก็กระโดดแผล็วลงมาอย่างรวดเร็ว เขาพยายามสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้ได้มากที่สุด ทดแทนปริมาณสารก่อมะเร็งที่ได้รับเข้าไป ยุนโฮหัวเราะน้อยๆ กับท่าทางนั้น

“รัฐบาลกำลังรณรงค์ให้คนขับแท็กซี่ทั่วประเทศเรียนภาษาต่างชาติ แต่ผมว่าก่อนหน้านั้นควรจะจับมาเข้าคอร์สเลิกบุหรี่ให้หมดมากกว่า” ยุนโฮกระซิบกระซาบ ด้วยเพราะพี่คนขับแท็กซี่แว่นดำผู้นั้นยังคงจอดรถรอรับเขาอยู่ ระหว่างนั้นก็อัดควันบุหรี่เข้าปอดไปพลาง ยืดหลังเอนเบาะอย่างสบายอกสบายใจ

แจจุงหัวเราะ พลางพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวนั้น

ยุนโฮยิ้ม รู้สึกเป็นสุขที่ได้ทำให้แจจุงหัวเราะ แม้ว่ารอยยิ้มของร่างบางจะมักถูกบดบังจากฝ่ามือเรียวสวย ราวกับว่าเป็นเรื่องน่าอับอายที่จะยิ้มและหัวเราะ หากดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยแววความสุขนั้นก็น่าดูกว่าอะไรเป็นไหนๆ

“งั้นผมไปนะ เดี๋ยวพี่แท็กซี่จะรอนาน” แล้วเป็นมะเร็งปอดขั้นสุดท้ายตายไปเสียก่อน นั่นเป็นประโยคนัยยะ ยุนโฮโบกมือ “ไว้ว่างๆ เราไปทานข้าวด้วยกันอีกนะ”

แจจุงพยักหน้า ริมฝีปากแย้มน้อยๆ อย่างน่ารัก เขากำลังมองยุนโฮจากไป หากอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพายก็ฉุดให้คิดถึงสิ่งที่แทบจะลืมเลือนไปเสียสนิทแล้วขึ้นมาได้

สร้อยเงิน!

“อะไรหรือ แจจุง?” ยุนโฮชะงัก เบิกดวงตากว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อแจจุงยื่นซองสีน้ำตาลมาให้

หนักอึ้งทีเดียว... ร่างสูงรับมันมาเปิดอย่างงงๆ ก่อนจะรีบยื่นซองคืนให้เจ้าของแทบจะในทันที พลางส่ายหน้าปฏิเสธยกใหญ่

“ผมไม่อยากได้คืนแล้ว”

แจจุงเอียงคอ ยุนโฮส่ายหน้า

“จริงๆ นะ” เขายิ้มอ่อนโยน “ตอนนี้เป็นเพื่อนกันแล้ว ก็คิดเสียว่าผมให้เป็นของขวัญก็แล้วกัน”

ผลักกันไปผลักกันมาสักพัก ราวกับเงินในนั้นเป็นของน่ารังเกียจ เมื่อแจจุงเห็นว่าถึงอย่างไรยุนโฮคงไม่มีทางรับเงินของเขาเป็นแน่ จึงเลิกล้มความตั้งใจที่จะคืนค่าสร้อยคอ เปลี่ยนมาเป็นการพยายามถอดจี้รูปหัวใจสองดวงนั้นแยกออกจากกัน เป็นลูกเล่นของสร้อยที่ทำให้ทั้งแจจุงและยุนโฮประทับใจ

เขาแยกมันออกมาเพียงดวงหนึ่ง แล้วติดร้อยมันเข้ากับสร้อยหนังที่ยุนโฮสวมอยู่ ชายหนุ่มมองใบหน้ามุ่งมั่นของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม โดยไม่พยายามขัดขืนอีก ซ้ำยังแหงนศีรษะขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ร่างบางร้อยจี้รูปหัวใจนั้นได้ถนัด

แสงตะวันยามเย็นส่องสะท้อนความมันวาวของจี้ทองคำขาวจนเกิดประกาย แจจุงยิ้มสดใส ลูบมือลงบนจี้เส้นนั้นอย่างภาคภูมิใจ เขาใช้ปลายนิ้ว เขียนลงไปอีกครั้งบนฝ่ามือของยุนโฮ

‘ของขวัญ...สำหรับความเป็นเพื่อน’

 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พาร์ทนี้แจน่ารักมากเลยอ่ะ
น่ารักทั้งคู่ ดูเป็นการเริ่มต้นแห่งมิตรภาพที่ดีมากๆ

#1 By kamuichan (202.28.180.202) on 2008-02-06 23:48

พาร์ทนี้แจน่ารักมากเลยอ่ะ
น่ารักทั้งคู่ ดูเป็นการเริ่มต้นแห่งมิตรภาพที่ดีมากๆ

#2 By kamuichan (202.28.180.202) on 2008-02-06 23:48

อื้อหือ
หวานขนาดนี้ แจยังบอกว่าเป็นเพื่อนอีกนะ หุหุ
ชอบตอนที่ยุนบ่นเรื่องโฆษณากับแจอ่ะค่ะ น่ารักมากเลย

#3 By Step*Lunar on 2008-02-07 00:20

“ผมไม่ชอบเลย มันห่วย”

อ๊ะ ใจเย็นค่ะคุณตอง
เราไม่ได้ว่าอะไรฟิคตอนนี้น้า 555+

แบบ...มันคือประโยคเด็ดที่ฮุคเข้าใจเราจังเบ้อเร่อเลยค่ะ!

เพราะมันทำให้เห็นชัดเจนแล้วว่า...
พี่ยุนน่ะแอบมีความเก็บกดมิใช่น้อย หุๆ
และคนที่เขาสามารถระบายมันออกมาได้เป็นคนแรก(ไม่นับชายปาร์ค)
ก็คือ แจจุง!!

โอย ประทับใจช็อตนี้จริงๆค่ะ
ก็สังหรณ์ใจอะไรมาตั้งแต่ตอนที่แล้ว แล้ว...
พอมาตอนนี้ ประโยคนี้เลยยิ่งชัด!!

ชอบจริงๆเลยค่ะ ^^
เพราะว่าปูเรื่องโฆษณาขึ้นมาแต่แรก..เลยดูไม่ยัดเยียด
และก็ทำให้เรื่องมันมาถึงจุดๆนี้ได้ อย่างมีเหตุผล
เป็นการแสดงออกแบบแฝงๆที่เราชอบมากเลยค่ะ! >___<b!

แถมยังทำให้พี่ยุนกับแจจ๋าได้มีเรื่องถกกันอีกต่างหาก โอ้ว...
(ว่าแต่แอบสงสัยว่าตอนนั่งในรถ จะถกกันยังไงเนี่ย
คาดว่าต่อไปพี่ยุนคงต้องซื้อสมุดโน้ตให้แจพกติดตัวแล้วล่ะ 555+)

ตอนนี้อ่านไปแล้วรู้สึกหัวใจต้องอมยิ้มกับมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้น
สนิทกันแล้วน้า.....ฮี่ๆ
แต่แอบมีนัยๆว่าพี่ยุนกำลังหลงใหลภาพงดงามของแจจ๋าอยู่นะนี่
ตายละ ยองเอ เธอสวยน้อยกว่าแจจ๋ารึนี่ *ตบบ่า*

ของขวัญในตอนนี้...เรียกว่าได้กันทั้งหมดเลยนะคะนี่
ทั้งคนแต่งคนอ่าน พี่ยุน หรือแจจ๋า
(หรือแม้แต่คนขับแท็กซี่ที่ได้เข้าใกล้โรคมะเร็งปอดเร็วขึ้นอีก 555+)

ทั้งๆที่ตอนนี้ดำเนินไปแบบเรียบง่ายและยืนอยู่บนมิตรภาพของคนสองคนนี้
แต่ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่า ตอนท้ายที่แจติดจี้หัวใจให้พี่ยุนพร้อมกับลูบมันเบาๆด้วยปลายนิ้ว...
มันดูงดงามราวกับภาพวาด...
เป็นเหมือนกิริยาที่คนรักกันเขาทำให้กันจริงๆเลย...

เอาละไม่ต้องรีบร้อน...
เพราะอย่างน้อยๆในเวลานี้...
หมียุนก็เป็นเพื่อนวัยไล่เลี่ยกันคนแรกที่แจจุงมีแล้วล่ะนะ ^^

ปล.ถึงจะปรากฎในชุดขาวตลอดเวลา
แต่ก็นั่นล่ะที่ทำให้หมียุนเตะตากับความบริสุทธิ์นี่ไม่ใช่รึ หึหึ

#4 By เอส ♥ YS ! on 2008-02-07 00:23

ชอบพาร์ทเน้ มันเป็นการเริ่มต้น...มันยังไม่เศร้า
ยุนโฮคะแจจุงทำอะไรก็งามไปหมดเลยนะคะ แหมมมม

#5 By Eik on 2008-02-07 00:46

น่ารักที่ซู้ดดดดดด

ยองเอถูกทิ้งแน่ๆ 55555(หัวเราะแบบนางมารร้าย)

#6 By M_ECON (124.121.110.98) on 2008-02-07 01:10

น่าร้ากกกกกกอ่ะ
ชอบตอนที่จูงมือกันออกมาจากร้านกาแฟ โดยที่ลืมไปว่ามือยังจับกันอยู่
นี่มันเรื่องของเซ้นส์ล้วนๆเลยเนอะ
คนเราถ้ามีใจต่อกัน ร่างกายมันก็จะไปเองโดยไม่ต้องคิดอะไร จริงม๊ะๆ
พาร์ทนี้น่ารักสุดๆเลยค่ะ
ขอบคุณพี่ตองอย่างแรง
พักนี้คิดถึงยุนแจมากมาย

รักพี่ตองที่ซู้ดดดดดด

#7 By คิมแชยอน on 2008-02-07 11:12


...มีความสุขจังเลย ..


เป็นเรื่องที่อ่านแล้วมีความสุขมาก big smile
จริงๆ นะค่ะ

เมื่อกี้แวะไปอ่านตอนที่ 8 มาแล้ว

แต่อยากกลับมาลงเม้นนี่ด้วย



ตอนแรก (แค่ตอนแรกนะค่ะ)
อื้ม คิดทางลบ ไปกับเรื่องนี้ ด้วยความที่ลืมเนื้อเรื่องเก่าๆ
ไม่ได้ ^^; (เปรียบเทียบน่ะค่ะ)

แต่ตอนนี้... ชอบจัง

รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในเรื่องเลยจริงๆนะค่ะ
สัมผัส ได้เลยจริงๆ ฮ่า ..
ทั้งอาการของยุน เข้าใจเลยเป็นบ่อย ..

'มันห่วย'

คิดอยู่ในใจ ..


อ่า... ไม่ชอบเรื่องเศร้า ไม่ชอบเรื่องสยองขวัญ
แฟนตาซีมากก็ไม่เอา

แต่ b.leaf เขียนอะไร ชอบหมดเลย ?

^^ มีความสุขที่ได้อ่านเรื่องนี้ค่ะ จะวิ่งไปเม้นตอน 8 แล้ว

ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ !



อ่า... ^^

#8 By a.while on 2008-02-07 14:16

ยุน ๆ ช่างเปิดใจกับมี๊ เจง ๆ เลย
แล้วก้อ ๆ
>> “คุณเหมือนตุ๊กตา ใช่ ตุ๊กตา จริงๆ นะ”
อ๊าย ๆ มี๊น่ารักช่ายมั๊ยลา
แจโฮ !!!fighting !!!
คนแต่ง fighting +!!!!!
อัพเร็ว ๆ น้า >_< !! question

#9 By la la la (61.91.95.211) on 2008-02-07 19:28

ของขวัญสำหรับความเป็นเพื่อน
ที่ในอนาคตอาจกลายมาเป็นคนสำคัญของกันและกัน

ความสัมพันธ์ที่เริ่มพัฒนาขึ้นทีละนิด
แต่จะผูกพันหัวใจสองดวงนี้ไปตลอดกาล

#10 By jubjunsu (125.26.41.193) on 2008-02-08 00:53

อุงี๊ >.<!!!
หวานได้อีกกกกก ...
แต่ พายุมันจะมาหลังฟ้าสงบรึเปล่าเนี่ยยย โฮกกกก
มีแลกสร้อยด้วยอ่าาา น่าร้ากกกก
เรื่องนี้แจจ๋าน่ารักที่สุดในโลกกกก
อิหมีก็ ..ดูจะฉลาดดีในตอนนี้ ...ไม่อยากจะคิดถึงตอนต่อๆ ปายย

อ่านต่อค้าบบบ

#11 By yolande (58.64.70.206) on 2008-02-08 01:31

โอ้ยยยยยยยยยยย
อ่านแล้วอยากเข้าไปกอดแจจ๋าจัง >[]<
แจจ๋าดูเป็นคนที่น่าทะนุถนอมที่สุดในโลก
เวลายุนแจอยู่ด้วยกันรู้สึกอบอุ่นจัง

ตอนนี้ยุนแจมีของแทนใจกันแล้ว
ทั้งสองคนเริ่มต้ยกันด้วยมิตรภาพที่ดี
เริ่มจากคำว่าเพื่อน
แต่ไม่อยากจะคิดไปจากนั้นเลย
ว่าจากคำว่าเพื่อน เป็น คนที่รักเนี่ย จะเป็นยังงัย..

#12 By kook (58.8.57.237) on 2008-02-08 19:03

โอยน่ารัก >//<
อบอุ่นมากเลยยุนโฮ๊ ~~~~

ชอบคุณลูกหนี้อะค่ะ
ให้ความรู้สึกน่าเอ็นดู 555555

เริ่มต้นความเป้นเพื่อนได้น่ารักจิงๆเล๊ยย

*

#13 By DAZZLE `♥ YS! (203.113.67.105) on 2008-02-08 21:59

พาร์ทนี้น่ารักได้ใจอย่างแรง ชอบมากมาย
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพื่อนกัน แต่ความรู้สึกที่มากกว่านั้นมันกำลังค่อยๆก่อตัวขึ้น
ชอบตอนเรื่องวันเกิดที่ยุนเกิดหลังแจอ่ะ น่ารักมากมาย
แล้วที่โดนสุดเลยก็คงเป็นตอนที่ยุนพูดเรื่องโฆษณาอ่ะ ‘มันห่วย’
สะใจเป็นบ้า........
คุณหมี แกนี้คงจะอึดอัดล่ะสิท่า เก็บกดมานานแล้วล่ะสิ
ดีใจที่ยุนพูดเยอะขึ้น ดูยุนมีความสุขมากจริงๆเวลาอยู่กับแจจ๋า
ไม่เหมือนเวลาที่อยู่กับยองเอ ยุนได้แต่เงียบ เพราะต้องฟังคุณเธอพูดตลอดเวลา
ช่างน่ารำคาญจิงๆ

question question

#14 By Ai Shiyorin ^^ on 2008-02-10 15:25

มิตรภาพที่เริ่มจากความเป็นเพื่อนก่อน ดูอบอุ่นดีจังน้า

ยุนโฮแน่ใจนะว่าคิดกับแจจ๋าแค่เพื่อน ^^

เพื่อที่พิเศษในหัวใจหมีรึป่าวน้า คุณตอง question question

ตอนที่เถียงกันเรื่องอายุอ่ะ น่ารักมากเลยคุณตอง นึกถึงหน้าแจจ๋า กับยุนโฮ แล้วมันแบบว่า น่ารักอ่ะ หมีต้องทำหน้าแบบไม่ยอมอ่ะ ไม่ยอมที่จะอายุน้อยกว่าแจจ๋า

ถึงหมียุนจะอายุน้อยกว่าแจจ๋าขนาดไหนก็สามารถดูแล ปกป้องแจจ๋าได้อยู่แล้วเนอะ surprised smile surprised smile

สร้อยกลายเป็นสื่อกลางระหว่างความเป็นเพื่อนที่มันจะเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ไปเป็นแบบอื่นชิมิคุณตอง เหอๆๆ

พาร์ทนี้อ่านไปยิ้มปลื้มไปตลอดเลย

ขอบคุณนะคุณตองที่ทำให้หลายๆ คนมีความสุขกัน

สู้ๆ เด้อ question question open-mounthed smile

#15 By มดง่าม (124.121.16.6) on 2008-02-15 16:04

โถ ยุนโฮ เพิ่งจะนึกออกเหรอคะว่าเป็นคุณลูกหนี้โทรมา
แล้วไม่เอาเงินเค้าอย่างนั้นมันจะดีเร้อ5555555

แจจุงน่ารักมากเลยอ่ะ นึกภาพตามเวลาน้องหัวเราะแล้วชอบเอามือมาปิดโหนก เอ้ย บังปากไว้ เพื่อรักษากิริยาผู้ดี

ทั้งสองคนเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นแล้ว เมื่อไหร่มันจะพัฒนาไปอีกขั้นนึงน้อ

#16 By Natty (58.8.172.140) on 2008-02-19 18:27

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก

ของขวัญสำหรับความเป้นเพื่อนเหรอ
ว้าวๆ ชอบๆ
ของขวัญจากยุน ชิ้นแรก

ยุนแจน่ารักมากๆเลยอ่ะ

#17 By Banana_monkiez on 2008-02-20 23:04

ห้า้หาตกหลุมรักกันแล้วซิน่ะคะ่ยุนแจ

หวังว่าสร้อยจะเปงสิ่งที่เชื่อมโยงคนทั้งคู่น่ะคะ่

ต่างฝ่ายต่างเติมเต็มในสิ่งทีตัวเองไม่มีได้

แ่ต่วาเรื่องนี้ออกแนวเศร้าๆจังเลยน่ะค่ะ

#18 By *.:。✿*゚ on 2008-03-04 14:26

อ่า...ประทับใจ...แจจ๋าน่ารักอ่า...หมีเลิกเหอะ...กรุขอร้อง...ลูกสาวกรุต้องการเมริงนะคะ...โฮกกกกกกกกก

#19 By euyajaja (58.9.150.216) on 2008-12-08 15:41