Can I Love You? (6)
posted on 06 Feb 2008 22:51 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
06. สัญญาณ
“ยังไม่กลับบ้านอีกหรือยุนโฮ?”
“อ้าว ท่านประธานฯ ยังไม่กลับเหมือนกันหรือครับ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลัง เรียกให้ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาจากแฟ้มเอกสารกองพะเนินตรงหน้าขึ้นมาสบตาเจ้าของเสียง ชายวัยกลางคนร่างท้วมในชุดสูทดูภูมิฐานยิ้มให้เขา พลางตบฝ่ามือลงบนบ่าลูกน้องคนขยันเป็นเชิงให้กำลังใจ
ไฟสำนักงานที่เคยเปิดให้แสงสว่างทั่วทั้งอาคาร ค่อยๆ ถูกดับลงแล้วเกือบหมด คงจะเหลือเพียงแต่บริเวณห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงสว่างไสว ยุนโฮกล่าวทักทาย ลีเฮซอง ประธานบริษัท โดยไม่ลืมที่จะส่งยิ้มแกนๆ ด้วยพยายามซ่อนสีหน้าเหนื่อยอ่อนนั้นตอบไปด้วย
“กำลังจะกลับพอดี แต่พอคิดว่ายุนโฮคงจะยังไม่กลับเลยแวะมาดูเสียหน่อย”
เฮซองค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาวใกล้ๆ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์มองสำรวจไปทั่วบริเวณที่ถูกเรียกอย่างหรูหราว่า ‘ห้องผู้จัดการ’ ซึ่งถ้าให้พินิจกันอย่างจริงจังแล้วก็เป็นเพียงกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ซึ่งถูกสร้างโดยการเอาไม้ฝาสำนักงานมากั้นแยกออกจากส่วนอื่นๆ เท่านั้น
ท่านประธานมองหน้ายุนโฮ ก่อนจะถอนหายใจ “เห็นควรว่าฉันจะต้องทำห้องใหม่ให้ผู้จัดการคนขยันที่เอาแต่โหมงานจนลืมกลับบ้านกลับช่องเสียแล้ว”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับทาน เคลียร์ส่วนนี้เสร็จก็จะกลับแล้ว” ยุนโฮหัวเราะ พลางส่งแก้วน้ำที่บรรจุน้ำเย็นสะอาดให้ผู้เป็นเจ้านาย
เขาพิจารณาชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า พยายามเก็บรายละเอียดให้ถี่ถ้วนกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่ร่วมงานกันมา เขาเองก็ได้รู้จักเรียนรู้นิสัยของชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย ยุนโฮมีความรับผิดชอบ ขยันขันแข็ง อ่อนน้อมถ่อมตน แถมยังไว้ใจได้ ไม่นับรวมรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาที่อาจจะยังไม่เตะตาตั้งแต่แรกเห็น แต่แสนมีเสน่ห์
ตระกูลลีดำเนินกิจการและบริหารงานบริษัทเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ ซึ่งมีมายาวนาน และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งในและนอกประเทศ ในนาม ลีคอสคอร์ป หรือ ลีคอสเมติกคอร์ปอร์เรชั่น เฮซองรับช่วงบริหารงานต่อเป็นรุ่นที่สาม กิจการของพวกเขาเติบโตอย่างต่อเนื่องยิ่งโดยเฉพาะในยุคสมัยที่ทั้งหญิงชายหันมาใส่ใจความสวยความงามมากยิ่งขึ้น
หลังจากเรียนจบ ยุนโฮก็สมัครและได้รับเข้าทำงานที่บริษัทแห่งนี้ทันที จวบจนวันนี้ก็เป็นเวลากว่าหกปีแล้วที่เขาเป็นส่วนหนึ่งของลีคอสคอร์ป แรกเริ่มจากพนักงานฝ่ายการตลาดธรรมดาๆ ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมานั่งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายที่ยูชอนดูถูกดูแคลนนักหนาได้สำเร็จด้วยวัยเพียงยี่สิบเจ็ดปี ซึ่งนับว่าน้อยมากเทียบกับลูกน้องในแผนกบางคนที่ต้องผงกหัวดำแซมขาวคำนับเขาในทุกๆ เช้าของวัน
ยูชอนเกลียดคำว่าไต่เต้า เพราะเขาเติบโตและถูกเสี้ยมสอนมาในครอบครัวที่ไม่เคยมีใครเป็นลูกน้อง ปาร์คยูชอนร่ำเรียนมาเพื่อเป็นนักบริหารจัดการ ไม่ก็พนักงานชั้นอภิสิทธิ์โดยตรง เขาจึงมองคำว่าไต่เต้าเป็นดั่งฝันร้าย ผิดจากยุนโฮที่มองมันเช่นสัจธรรมของโลก เขาใจเย็น ไม่เร่งรัด ค่อยๆ พิสูจน์ตัวเอง และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจ และเป็นที่รักเอ็นดูของประธานบริษัทได้มากถึงเพียงนี้
ก็จะมีชนชั้นผู้บริหารคนไหนบ้างเล่า ที่ยอมลดตัวลงจะมานั่งจับเข่าพูดคุยถามไถ่ความเป็นไปของลูกน้องใต้บังคับบัญชาตัวเล็กๆ ของตนดั่งที่ลีเฮซองกำลังทำอยู่นี่
“ยุนโฮ เรื่องโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของบริษัทเรานั่นน่ะ” เฮซองเอามือตบเบาะที่นั่งด้านข้าง เชิญให้ยุนโฮนั่ง
“ครับ” ชายหนุ่มยอมทำตามแต่โดยดี
เฮซองยิ้มเอ็นดู มองยุนโฮด้วยแววตาของพ่อผู้ใจดี “ในคอนเซ็ปท์ ‘คุณคือดวงดาวแห่งตะวันออก’ นั่นน่ะ มิคาเอลล่าดูเหมาะที่จะเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาชุดนี้มากเลย เห็นด้วยไหม?”
ยุนโฮเหลือบมองปกหนังสือโฆษณาของบริษัทที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะรับแขกชุดหนึ่ง ทุกๆ ที่ในบริษัทช่วงนี้จะมีใบหน้าของ มิคาเอลล่า คิม นางแบบสาวสุดเซ็กซี่เชื้อสายเกาหลี-อเมริกัน ซึ่งถ้าหากไม่บอกคงไม่มีวันรู้เลยว่าเธอมีเลือดเกาหลีเข้มข้นปะปนอยู่ในพันธุกรรมด้วยปรากฏอยู่
“ครับ งามแบบเอเชีย”
“ใช่!” เฮซองมีสีหน้าตื่นเต้นยินดี เขาจับมือยุนโฮเขย่า “ช่างเป็นคอนเซ็ปท์ที่สุดยอด”
ยุนโฮเหลือบมองใบหน้าสวยโฉบเฉี่ยวของ มิคาเอลล่า คิม บนปกหนังสืออีกครั้ง ดวงตากลมโตสีน้ำทะเล เส้นผมสลวยดุจแพรไหมสีบลอนด์ทอง ผิวขาวอมชมพูมีเลือดฝาด ริมฝีปากอิ่มและเรียวสวย โหนกแก้มสูง แก้มตอบเล็กน้อยรับกับแนวกรามกระชับอย่างสาวอเมริกันเมืองใต้แบบดั้งเดิม
เธอช่างงามแบบเอเชีย...
ยุนโฮบอกไม่ถูกว่าเขารู้สึกอย่างไรกับสปอตโฆษณาตัวใหม่ที่เพิ่งถูกยิงออกไปของบริษัท ฉากสีขาว ร่างสะโอดสะองในชุดเดรสแนบเนื้อสีดำแลดูงามผุดผาดของมิคาเอลล่าเดินนวยนาดมายืนตรงหน้ากล้อง แล้วเอ่ยประโยคที่ว่า ‘คุณเองก็เป็นดวงดาวแห่งตะวันออก’ ช่างเป็นภาพที่ขัดกับคำพูดและความรู้สึกโดยสิ้นเชิง
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ศึกษามาทางด้านโฆษณาโดยตรงก็เถอะ ยุนโฮคิดขัดแย้งตั้งแต่อยู่ในห้องประชุมของบริษัทเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วว่าไม่ควรเอา มิคาเอลล่า คิม มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาชิ้นนี้ หากใบหน้าและท่าทีที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าจำเพาะเจาะจงต้องดึงมิคาเอลล่ามารวมงานให้ได้ของเฮซอง ก็ทำให้ยุนโฮจนใจต้องร่วมยกมือลงคะแนนเสียงไปอีกหนึ่งเสียง
หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นในห้องประชุมเลือกมิคาเอลล่า สปอตโฆษณาที่สุดวิเศษจึงปรากฏสู่สายตาสาธารณชนทั่วเอเชียอย่างที่เห็น
เฮซองยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ในขณะที่ยุนโฮเอาแต่นั่งมองมือตัวเอง ยิ้ม ไม่ยอมพูดยอมจา
ยิ่งมองหน้ายุนโฮให้ถนัดถนี่ เฮซองก็ยิ่งมั่นใจว่าเขามองคนไม่ผิด
“นี่ยุนโฮ...” ริมฝีปากที่ถูกปกคลุมไว้ใต้ไรเคลาสีดอกเลาขยับเรียกชื่อคู่สนทนา ชายวัยกลางคนยิ้มให้ยุนโฮอย่างใจดี ดวงตาที่เคยทอประกายสดใสกลับฉายประกายเศร้าๆ มาแทนที่
ดวงตาที่ไม่ต่างอะไรกับคุณพ่อที่อาลัยอาวรณ์ลูกสาว ซึ่งกำลังจะออกเหย้าออกเรือน
“ยองเอน่ะ เป็นเด็กอ่อนไหว ดูแลเธอดีๆ นะ”
“อะไรกันครับท่านประธาน ผมกับยองเอน่ะ แค่จะหมั้นกันเท่านั้นเอง เธอยังเป็นของท่านประธานนะครับ” ยุนโฮรีบกุมมืออันเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของเฮซองเอาไว้หลวมๆ จู่ๆ ก็เกิดรู้สึกแย่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่หรอกลูก” มืออวบกระชับมือชายหนุ่มแน่น เลือกสรรพนามมาเรียกขานพนักงานชั้นรากหญ้าอย่างเอ็นดูมากเป็นพิเศษ “คนแก่อย่างฉันจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ก่อนตายก็อยากเห็นลูกสาวไปได้ดีกับคนที่จะดูแลเธอและบริษัทนี้ได้ นี่ก็คงจะพยายามให้รีบตกแต่งกันตามประเพณีให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ฉันดีใจนะที่เป็นยุนโฮ”
“ประธานลี อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ”
“เรียกคุณพ่อได้แล้วล่ะมั้ง” ลีเฮซองว่า พลางวางฝ่ามือของเขาลงบนศีรษะของว่าที่ลูกเขย
ยุนโฮถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าหล่อไม่อาจซ่อนรอยความลำบากใจไว้ได้ เขามองเฮซองที่กำลังทอดสายตาออกไป ณ ที่ใดที่หนึ่งอันไกลแสนไกล ราวกับจิตวิญญาณของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ รอยยิ้มบางๆ อย่างเป็นสุขดูโศกเศร้าในคราเดียว พลางรำพันประโยคสั้นๆ ออกมา
“รักยองเอให้มากๆ นะ”
“ครับ...คุณพ่อ...”
ที่ด้านนอกหน้าต่างกระจก จอโทรทัศน์แอลซีดีจอยักษ์ยังคงเล่นภาพของมิคาเอลล่าวนเวียนไปมา
เฮซองยิ้มกว้างขวางขึ้นมาอีกครั้ง “เยี่ยมไปเลยนะ” เขาว่า
ยุนโฮเหยียดริมฝีปากมากพอจนสามารถเรียกได้ว่ายิ้ม
“ครับ”
กลางดึกคืนนั้นที่อพาร์ตเม้นต์ของยุนโฮ เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น
“ครับ ครับ มาแล้ว” ชายหนุ่มร่างสูงบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางตวัดผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดศีรษะชุ่มน้ำของตนขึ้นพาดไหล่ หลังเพิ่งอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว เขาทิ้งตัวโครมลงบนโซฟาสีขาวตัวโตซึ่งตั้งอยู่กลางห้องพัก เพื่อเอื้อมมือไปให้ถึงโทรศัพท์ที่กำลังดังอยู่พักใหญ่แล้วให้เร็วที่สุด
“สวัสดีครับ จองยุนโฮครับ”
“........................”
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากปลายสาย คิ้วเข้มขมวดชิด ยุนโฮกรอกเสียงลงไป
“สวัสดีครับ ยุนโฮพูดครับ”
“........................”
เขามองหูโทรศัพท์ ราวกับว่านั่นจะทำให้เขาสามารถมองเห็นหน้าผู้พูด หากก็ไม่ ยุนโฮเอาโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง
“สวัสดีครับ”
ไม่ทันขาดคำ ก่อนจะได้ยินเสียงดังกึก สัญญาณโทรศัพท์ว่างลง
ยุนโฮถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ดึกดื่นเอาป่านนี้ คนดีๆ ที่ไหนจะโทรศัพท์มากวนใจเพื่อนบ้าน
“พอเห็นว่าไม่ใช่เสียงผู้หญิงก็รีบวางสินะ” ยุนโฮสบถ “รู้อย่างนี้น่าจะดัดเสียงสักหน่อย”
To be continued...

#1 By kamuichan (202.28.180.202) on 2008-02-06 23:49