★ b.leaf ★ View my profile

Can I Love You? (6)

posted on 06 Feb 2008 22:51 by bleaf-me  in can-i-love-you

Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13

 

06. สัญญาณ

 

“ยังไม่กลับบ้านอีกหรือยุนโฮ?”

“อ้าว ท่านประธานฯ ยังไม่กลับเหมือนกันหรือครับ”

เสียงหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลัง เรียกให้ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาจากแฟ้มเอกสารกองพะเนินตรงหน้าขึ้นมาสบตาเจ้าของเสียง ชายวัยกลางคนร่างท้วมในชุดสูทดูภูมิฐานยิ้มให้เขา พลางตบฝ่ามือลงบนบ่าลูกน้องคนขยันเป็นเชิงให้กำลังใจ

ไฟสำนักงานที่เคยเปิดให้แสงสว่างทั่วทั้งอาคาร ค่อยๆ ถูกดับลงแล้วเกือบหมด คงจะเหลือเพียงแต่บริเวณห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงสว่างไสว ยุนโฮกล่าวทักทาย ลีเฮซอง ประธานบริษัท โดยไม่ลืมที่จะส่งยิ้มแกนๆ ด้วยพยายามซ่อนสีหน้าเหนื่อยอ่อนนั้นตอบไปด้วย

“กำลังจะกลับพอดี แต่พอคิดว่ายุนโฮคงจะยังไม่กลับเลยแวะมาดูเสียหน่อย”

เฮซองค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาวใกล้ๆ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์มองสำรวจไปทั่วบริเวณที่ถูกเรียกอย่างหรูหราว่า ‘ห้องผู้จัดการ’ ซึ่งถ้าให้พินิจกันอย่างจริงจังแล้วก็เป็นเพียงกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ซึ่งถูกสร้างโดยการเอาไม้ฝาสำนักงานมากั้นแยกออกจากส่วนอื่นๆ เท่านั้น

ท่านประธานมองหน้ายุนโฮ ก่อนจะถอนหายใจ “เห็นควรว่าฉันจะต้องทำห้องใหม่ให้ผู้จัดการคนขยันที่เอาแต่โหมงานจนลืมกลับบ้านกลับช่องเสียแล้ว”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับทาน เคลียร์ส่วนนี้เสร็จก็จะกลับแล้ว” ยุนโฮหัวเราะ พลางส่งแก้วน้ำที่บรรจุน้ำเย็นสะอาดให้ผู้เป็นเจ้านาย

เขาพิจารณาชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า พยายามเก็บรายละเอียดให้ถี่ถ้วนกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่ร่วมงานกันมา เขาเองก็ได้รู้จักเรียนรู้นิสัยของชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย ยุนโฮมีความรับผิดชอบ ขยันขันแข็ง อ่อนน้อมถ่อมตน แถมยังไว้ใจได้ ไม่นับรวมรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาที่อาจจะยังไม่เตะตาตั้งแต่แรกเห็น แต่แสนมีเสน่ห์

ตระกูลลีดำเนินกิจการและบริหารงานบริษัทเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ ซึ่งมีมายาวนาน และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งในและนอกประเทศ ในนาม ลีคอสคอร์ป หรือ ลีคอสเมติกคอร์ปอร์เรชั่น เฮซองรับช่วงบริหารงานต่อเป็นรุ่นที่สาม กิจการของพวกเขาเติบโตอย่างต่อเนื่องยิ่งโดยเฉพาะในยุคสมัยที่ทั้งหญิงชายหันมาใส่ใจความสวยความงามมากยิ่งขึ้น

หลังจากเรียนจบ ยุนโฮก็สมัครและได้รับเข้าทำงานที่บริษัทแห่งนี้ทันที จวบจนวันนี้ก็เป็นเวลากว่าหกปีแล้วที่เขาเป็นส่วนหนึ่งของลีคอสคอร์ป แรกเริ่มจากพนักงานฝ่ายการตลาดธรรมดาๆ ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมานั่งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายที่ยูชอนดูถูกดูแคลนนักหนาได้สำเร็จด้วยวัยเพียงยี่สิบเจ็ดปี ซึ่งนับว่าน้อยมากเทียบกับลูกน้องในแผนกบางคนที่ต้องผงกหัวดำแซมขาวคำนับเขาในทุกๆ เช้าของวัน

ยูชอนเกลียดคำว่าไต่เต้า เพราะเขาเติบโตและถูกเสี้ยมสอนมาในครอบครัวที่ไม่เคยมีใครเป็นลูกน้อง ปาร์คยูชอนร่ำเรียนมาเพื่อเป็นนักบริหารจัดการ ไม่ก็พนักงานชั้นอภิสิทธิ์โดยตรง เขาจึงมองคำว่าไต่เต้าเป็นดั่งฝันร้าย ผิดจากยุนโฮที่มองมันเช่นสัจธรรมของโลก เขาใจเย็น ไม่เร่งรัด ค่อยๆ พิสูจน์ตัวเอง และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจ และเป็นที่รักเอ็นดูของประธานบริษัทได้มากถึงเพียงนี้

ก็จะมีชนชั้นผู้บริหารคนไหนบ้างเล่า ที่ยอมลดตัวลงจะมานั่งจับเข่าพูดคุยถามไถ่ความเป็นไปของลูกน้องใต้บังคับบัญชาตัวเล็กๆ ของตนดั่งที่ลีเฮซองกำลังทำอยู่นี่

“ยุนโฮ เรื่องโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของบริษัทเรานั่นน่ะ” เฮซองเอามือตบเบาะที่นั่งด้านข้าง เชิญให้ยุนโฮนั่ง

“ครับ” ชายหนุ่มยอมทำตามแต่โดยดี

เฮซองยิ้มเอ็นดู มองยุนโฮด้วยแววตาของพ่อผู้ใจดี “ในคอนเซ็ปท์ ‘คุณคือดวงดาวแห่งตะวันออก’ นั่นน่ะ มิคาเอลล่าดูเหมาะที่จะเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาชุดนี้มากเลย เห็นด้วยไหม?”

ยุนโฮเหลือบมองปกหนังสือโฆษณาของบริษัทที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะรับแขกชุดหนึ่ง ทุกๆ ที่ในบริษัทช่วงนี้จะมีใบหน้าของ มิคาเอลล่า คิม นางแบบสาวสุดเซ็กซี่เชื้อสายเกาหลี-อเมริกัน ซึ่งถ้าหากไม่บอกคงไม่มีวันรู้เลยว่าเธอมีเลือดเกาหลีเข้มข้นปะปนอยู่ในพันธุกรรมด้วยปรากฏอยู่

“ครับ งามแบบเอเชีย”

“ใช่!” เฮซองมีสีหน้าตื่นเต้นยินดี เขาจับมือยุนโฮเขย่า “ช่างเป็นคอนเซ็ปท์ที่สุดยอด”

ยุนโฮเหลือบมองใบหน้าสวยโฉบเฉี่ยวของ มิคาเอลล่า คิม บนปกหนังสืออีกครั้ง ดวงตากลมโตสีน้ำทะเล เส้นผมสลวยดุจแพรไหมสีบลอนด์ทอง ผิวขาวอมชมพูมีเลือดฝาด ริมฝีปากอิ่มและเรียวสวย โหนกแก้มสูง แก้มตอบเล็กน้อยรับกับแนวกรามกระชับอย่างสาวอเมริกันเมืองใต้แบบดั้งเดิม

เธอช่างงามแบบเอเชีย...

ยุนโฮบอกไม่ถูกว่าเขารู้สึกอย่างไรกับสปอตโฆษณาตัวใหม่ที่เพิ่งถูกยิงออกไปของบริษัท ฉากสีขาว ร่างสะโอดสะองในชุดเดรสแนบเนื้อสีดำแลดูงามผุดผาดของมิคาเอลล่าเดินนวยนาดมายืนตรงหน้ากล้อง แล้วเอ่ยประโยคที่ว่า ‘คุณเองก็เป็นดวงดาวแห่งตะวันออก’ ช่างเป็นภาพที่ขัดกับคำพูดและความรู้สึกโดยสิ้นเชิง

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ศึกษามาทางด้านโฆษณาโดยตรงก็เถอะ ยุนโฮคิดขัดแย้งตั้งแต่อยู่ในห้องประชุมของบริษัทเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วว่าไม่ควรเอา มิคาเอลล่า คิม มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาชิ้นนี้ หากใบหน้าและท่าทีที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าจำเพาะเจาะจงต้องดึงมิคาเอลล่ามารวมงานให้ได้ของเฮซอง ก็ทำให้ยุนโฮจนใจต้องร่วมยกมือลงคะแนนเสียงไปอีกหนึ่งเสียง

หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นในห้องประชุมเลือกมิคาเอลล่า สปอตโฆษณาที่สุดวิเศษจึงปรากฏสู่สายตาสาธารณชนทั่วเอเชียอย่างที่เห็น

เฮซองยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ในขณะที่ยุนโฮเอาแต่นั่งมองมือตัวเอง ยิ้ม ไม่ยอมพูดยอมจา

ยิ่งมองหน้ายุนโฮให้ถนัดถนี่ เฮซองก็ยิ่งมั่นใจว่าเขามองคนไม่ผิด

“นี่ยุนโฮ...” ริมฝีปากที่ถูกปกคลุมไว้ใต้ไรเคลาสีดอกเลาขยับเรียกชื่อคู่สนทนา ชายวัยกลางคนยิ้มให้ยุนโฮอย่างใจดี ดวงตาที่เคยทอประกายสดใสกลับฉายประกายเศร้าๆ มาแทนที่

ดวงตาที่ไม่ต่างอะไรกับคุณพ่อที่อาลัยอาวรณ์ลูกสาว ซึ่งกำลังจะออกเหย้าออกเรือน

“ยองเอน่ะ เป็นเด็กอ่อนไหว ดูแลเธอดีๆ นะ”

“อะไรกันครับท่านประธาน ผมกับยองเอน่ะ แค่จะหมั้นกันเท่านั้นเอง เธอยังเป็นของท่านประธานนะครับ” ยุนโฮรีบกุมมืออันเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของเฮซองเอาไว้หลวมๆ จู่ๆ ก็เกิดรู้สึกแย่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่หรอกลูก” มืออวบกระชับมือชายหนุ่มแน่น เลือกสรรพนามมาเรียกขานพนักงานชั้นรากหญ้าอย่างเอ็นดูมากเป็นพิเศษ “คนแก่อย่างฉันจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ก่อนตายก็อยากเห็นลูกสาวไปได้ดีกับคนที่จะดูแลเธอและบริษัทนี้ได้ นี่ก็คงจะพยายามให้รีบตกแต่งกันตามประเพณีให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ฉันดีใจนะที่เป็นยุนโฮ”

“ประธานลี อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ”

“เรียกคุณพ่อได้แล้วล่ะมั้ง” ลีเฮซองว่า พลางวางฝ่ามือของเขาลงบนศีรษะของว่าที่ลูกเขย

ยุนโฮถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าหล่อไม่อาจซ่อนรอยความลำบากใจไว้ได้ เขามองเฮซองที่กำลังทอดสายตาออกไป ณ ที่ใดที่หนึ่งอันไกลแสนไกล ราวกับจิตวิญญาณของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ รอยยิ้มบางๆ อย่างเป็นสุขดูโศกเศร้าในคราเดียว พลางรำพันประโยคสั้นๆ ออกมา

“รักยองเอให้มากๆ นะ”

“ครับ...คุณพ่อ...”

ที่ด้านนอกหน้าต่างกระจก จอโทรทัศน์แอลซีดีจอยักษ์ยังคงเล่นภาพของมิคาเอลล่าวนเวียนไปมา

เฮซองยิ้มกว้างขวางขึ้นมาอีกครั้ง “เยี่ยมไปเลยนะ” เขาว่า

ยุนโฮเหยียดริมฝีปากมากพอจนสามารถเรียกได้ว่ายิ้ม

“ครับ”

 

 

กลางดึกคืนนั้นที่อพาร์ตเม้นต์ของยุนโฮ เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น

“ครับ ครับ มาแล้ว” ชายหนุ่มร่างสูงบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางตวัดผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดศีรษะชุ่มน้ำของตนขึ้นพาดไหล่ หลังเพิ่งอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว เขาทิ้งตัวโครมลงบนโซฟาสีขาวตัวโตซึ่งตั้งอยู่กลางห้องพัก เพื่อเอื้อมมือไปให้ถึงโทรศัพท์ที่กำลังดังอยู่พักใหญ่แล้วให้เร็วที่สุด

“สวัสดีครับ จองยุนโฮครับ”

“........................”

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากปลายสาย คิ้วเข้มขมวดชิด ยุนโฮกรอกเสียงลงไป

“สวัสดีครับ ยุนโฮพูดครับ”

“........................”

เขามองหูโทรศัพท์ ราวกับว่านั่นจะทำให้เขาสามารถมองเห็นหน้าผู้พูด หากก็ไม่ ยุนโฮเอาโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง

“สวัสดีครับ”

ไม่ทันขาดคำ ก่อนจะได้ยินเสียงดังกึก สัญญาณโทรศัพท์ว่างลง

ยุนโฮถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ดึกดื่นเอาป่านนี้ คนดีๆ ที่ไหนจะโทรศัพท์มากวนใจเพื่อนบ้าน

“พอเห็นว่าไม่ใช่เสียงผู้หญิงก็รีบวางสินะ” ยุนโฮสบถ “รู้อย่างนี้น่าจะดัดเสียงสักหน่อย”

 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยุนแอบดื้อเงียบนะเนี่ย แล้วทำไมไม่กล้าบอกออกไปล่ะ

#1 By kamuichan (202.28.180.202) on 2008-02-06 23:49

เหมือนตอนนี้มันคือสัญญาณบางอย่างจริงๆ....

ข้อแรกคำว่า"คุณพ่อ" ฟังแล้วใจหาย...
เพราะนั่นเป็นสัญญาณลั่นระฆังวิวาห์นั่นเอง TT___TT

หมีกำลังจะแต่งงาน...โดยที่เรื่องราวกำลังดำเนินไป...?
คิดในแง่ปกติ...ไงๆหมีก็ต้องค้นพบใจตัวเองก่อนแล้วถึงจะปฏิเสธงานแต่งงานสิ!
เอาน่า พอลุ้นอยู่...หมี ไฟทิ่ง!!
แต่พอเห็นท่าทางพี่ยุนที่เก็บความรั้นไว้เงียบๆแล้ว...อืม
จะปฏิเสธเขาออกไหมน่ะ??

ว่าแล้วก็เลยมีข้อสอง...สัญญาณความรั้นเงียบๆของหมียุนปรากฎ! Oo! จากที่ชายปาร์คพูดไว้ หมียุนไงๆ ก็น่าจะเป็นคนที่เคร่งไปตามครรลองสังคม...
แต่แท้จริงแล้ว ตอนนี้กลับสื่อว่า
พี่หมียุนไม่ได้เป็นไปด้วยความเต็มใจหรอกเหรอ?

คิดมากเข้าไปอีกหน่อย เราก็นั่งคิดว่า นี่พี่หมีจะต้องอดทนไปถึงเมื่อไหร่?
บางที อาจจะมีจุดอิ่มตัวอะไรขึ้นมาก็ได้นี่นะ...หุๆ

แล้วตอนนี้แอบแฝงเรื่องราวของคุณชายยูชอนให้เราต้องแอบคิดตามด้วย...
คุณครูปาร์คถึงจะมาเป็นครูสอนพิเศษชั่วคราว
แต่สุดท้ายที่ของเขาจริงๆก็คือชั้นบนสุดของตึกสำนักงานใหญ่ใช่ไหม
TT__TT

อ่านไปแล้วพาลจะเครียดนิดหน่อยเพราะโทนของเรื่องที่ดำเนินไป...
แบบ...เหมือนเมฆฝนตั้งเค้าตลอดเวลา
แต่เราก็ยังตามมาอ่าน แม้จะต้องคอยแหงนหน้ามองฟ้า
พลางกังวลใจว่าเมื่อไหร่ฝนจะเทโครมลงมา TT__TT

ปล.
สุขสันต์วันเกิดพี่หมี(เลทนิดๆ) ไปกับฟิคเรื่องนี้ด้วยนะคะ ^^

#2 By เอส ♥ YS ! on 2008-02-07 00:08

กร๊ากกกกกได้อรรถรสในการอ่านอย่างล้นเหลือ
เฮ้ออออออ แจจุงงงงงงงงงง ถึงพูดไม่ได้แต่ทำให้คนที่อยู่ด้วยไม่รู้เบื่อ แล้วอีกอย่างลูกหมีก็แสนจะช่างพูดช่างคุย ความสัมพันธฉันท์เพื่อนเลยเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปล.เม้นตอนซ้ำเพราะตามันลายและเบลอมากๆ

#3 By M_ECON (124.121.110.98) on 2008-02-07 01:08

ยุนอ่ะอย่างนี้ตลอดเลย คิดอะไรก็ไม่พูด
(ไม่งั้นจะยอมแต่งงานเหรอ ชิมิๆ)
พี่ตองอัพรัวมากค่ะ แอบเร็วทันใจ
555

#4 By คิมแชยอน on 2008-02-07 10:40

นั่นนะสินะ สัญญาณที่เตือนให้รู้ว่า
ความเป็นโสดในชีวิตของยุนโฮกำลังจะหมดไปแล้ว

และมีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น

#5 By jubjunsu (125.26.41.193) on 2008-02-08 00:44

เฮืออกกก ..
มันมาแล้วค่ะ >.< ...เหตุแห่งความอึดอัดมันมาแว้วว ~
คุณพ่อ และยองเอ ..คู่หมั้นและแต่งงาน T[]T ..
อิหมีมันยังไม่ทันจะรู็ใจตัวเองเรยย คุณท่านประธานตู่เป็นพ่อซะแระ แง่ววว

และะะ พนันได้ เอาหัวเป็นประกานน ว่าาา
คนที่โทร.หาแกคือแจจุงงงงง ~ เ้ค้าำพูดมะได้นะเว้ ~ ยังไปว่าเค้าอีก อิหมีนี่!!
โฮกก ตามไปอ่านต่อค้าบบ ^^

#6 By yolande (58.64.70.206) on 2008-02-08 01:25

คุณพ่อ..เล่นพูดกันแบบนี้เลยหรอ
นี่เป็นการกดดันสุดๆ
สรุปคือไม่ว่ายังงัย
ยุนต้องเป็นลูกเขยคุณพ่อแน่ๆ ใช่ไหม!
เฮ้อ~ ยุน คิดอะไรก็ไม่พูดออกไป

ส่วนคนที่โทรคือแจจ๋าล้านเปอร์เซ็นต์
โธ่! แจจ๋า ขอเบอร์เค้าแล้วอุตส่ห์โทรหา
แต่ก็พูดไม่ได้ T^T

#7 By kook (58.8.57.237) on 2008-02-08 18:49

ยุนตบปากรับคำไปแล้วว่าจะดูแลยองเอ โฮกกแล้วแจจ๋าละจ๊ะยุน
คุณพ่อพูดแบบนี้แล้ว ยุนจะทำไงได้ละเนอะ เหอๆๆ
กดดันจังเลย ....
แจเป็นคนโทรมาหายุนแน่เลย แต่พูดไม่ได้นี่เนอะ TT^TT
เป็นกำลังใจให้คุณตองจ้ะ




#8 By Griffindoor (119.42.70.204) on 2008-02-08 23:14

คุณหมีช่างเป็นคนดีอะไรเยี่ยงนี้ ไม่เคยคิดที่จะปฎิเสธเลยสักครั้ง
แต่..............ในใจลึกแล้วก็มีรั้นนิดหน่อย
ทำไมคุณหมีไม่ลองทำตามใจตัวเองจริงๆดูบ้างล่ะคับ ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลยนี่
ตอนสุดท้ายแอบเคืองนิดหน่อย ที่ด่าแจจ๋า
แกรู้ไหม? ว่าแจจ๋าโทรมาหาโว้ยยยยยยยยยยยยย ไอ่หมีโง่

tongue tongue

#9 By Ai Shiyorin ^^ on 2008-02-10 15:24

ตอนที่ 6 ยุนโฮดื้อเงียบนะเนี่ย เกรงใจอะไรท่านประธานเฮซองขนาดนั้น -*-

หมั้นแล้วก็ต้องรีบแต่งอีกหรอป่าวคุณตอง รู้สึกท่านประธานจะคาดคั้นมากเลยนะ ผู้จัดการชองเพียบพร้อมก็แบบนี้แหละเนอะ ใครๆ ก็อยากได้เป็นลูกเขย cry

แจจ๋าโทรหายุนโฮด้วย แค่ได้ยินเสียงก็พอใจแล้วเนอะ ยุนโฮความรู้สึกช้าจริงๆ ไม่เฉลียวใจบ้างเลยว่าคนสวยโทรหา ชิชิ

ไปอ่านตอน 7 แล้วจ้า

สู้ๆ นะคุณตอง เอาใจช่วย question question

#10 By มดง่าม (124.121.16.6) on 2008-02-15 15:58

เราก้ออ่านๆไปแบบว่าสวยแบบเอเชียแต่เอานางแบบลูกครึ่งที่ไม่ได้ดูเอเชียเลยมาเป็นแบบมันเหมาะตรงไหนวะ

เพิ่งมาถึงบางอ้อว่ายุนโฮก้อไม่เห็นด้วยแต่ติดตรงเกรงใจ
อืมมม เราก้อเข้าใจนะ ท่านประธานประกาศว่าอยากได้ซะขนาดนั้น เอาเข้าที่ประชุมไปก้อเท่านั้นแหละ สุดท้ายก้อคือจะเอานางแบบคนนี้อยู่ดี

ตอนนี้เปลี่ยนละ นึกว่ายุนโฮจะรู้ซะอีกว่าเป็นแจจุงโทรมา แล้วอย่างนี้หมีมันจะไปรู้ตอนไหนล่ะเอ้อ

ปล.อยากเกิดเป็นชนชั้นผู้นำที่ไม่ต้องไต่เต้าบ้างเหมือนกันนะ55555 แต่เป็นแบบคนทีมันสมองไม่ใช่ผลาญเงินพ่อแม่เล่นไปวันๆ

#11 By Natty (58.8.172.140) on 2008-02-19 18:10

ก้อสันยาจิงๆอ่ะนะ

คราวที่แล้ว ยองเอเป็นยัง จำไมได้แล้ว

ไปอ่านต่อละนะค่ะ

#12 By Banana_monkiez on 2008-02-20 22:51

อ๋อยองเอเป็นลูกสาวประธานบริษัทยุนนี่เอง

ว่าแต่ใครโทรมาหายุนกันค่ะใช่แจแจอะเปล่าค่ะ

#13 By *.:。✿*゚ on 2008-03-04 14:22

ยุนโฮมีความรับผิดชอบ ขยันขันแข็ง อ่อนน้อมถ่อมตน แถมยังไว้ใจได้ ไม่นับรวมรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาที่อาจจะยังไม่เตะตาตั้งแต่แรกเห็น แต่แสนมีเสน่ห์
มันไม่แตะแค่ตาหรอก แต่ความหล่อของหมี สอยปายคางเราล่วงตั้งอต่แรกเห็นเลยแหละ

#14 By myyunyun on 2008-03-14 02:08

เอ่อ...หมีคะ...ลืมเหรอค่ะว่าลูกสาวกรุพูดมะด้ายอ่าค่ะ...กรำ...ลูกสาวท่านประธาน...พระเจ้าจอร์จ...มะได้กะตกถังข้าวสารชิมิหมี

#15 By euyajaja (58.9.150.216) on 2008-12-08 15:33