Can I Love You? (5)
posted on 04 Feb 2008 12:04 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
05. สร้อยเงิน
เขาเอาแต่นั่งมองใบหน้าของเธออยู่นานสองนาน โดยเรื่องราวที่เธอนำมาพูดคุยอย่างสนุกสนานนั้นไม่ผ่านเข้าหูเขาเลยสักนิด รูปหน้าหวานสวยของยองเอยิ่งแลดูงดงามโดดเด่นใต้แสงไฟสีแสงจันทร์ของร้านกาแฟเล็กๆ ซึ่งตกแต่งด้วยสไตล์คันทรี่ย์แสนอบอุ่นแห่งหนึ่งย่านศูนย์การค้า
ยุนโฮไม่ได้พูดตอบ และรู้ด้วยว่าแท้จริงยองเอก็ไม่ได้ต้องการให้เขาแสดงความคิดเห็น เขาแค่นั่งฟังเธอพูดในสิ่งที่เธออยากจะพูด พยักหน้าสนับสนุนเธอบ้างในบางครั้งคราว มันก็ยุติธรรมดีแล้วสำหรับคู่รักที่อีกฝ่ายชอบพูดแต่ไม่ชอบฟัง และอีกคนที่ชอบฟังแต่ไม่ชอบแสดงความคิดเห็น
ผู้คนพลุกพล่าน ยิ่งตกเย็น ก็ดูเหมือนมหาชนเหล่านี้จะยิ่งหลั่งไหลเข้ามาหาแสงสี ยุนโฮไม่ชอบเลย แต่เด็กต่างจังหวัดที่จำเป็นต้องเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่อย่างเขาก็สามารถเรียนรู้ที่จะสร้างความเป็นส่วนตัวได้ แม้ขณะอยู่ในที่วุ่นวายสับสน
การนั่งชื่นชมกับเครื่องหน้าแสนสวยอันประกอบกันได้อย่างงดงามลงตัวของยองเอนั้นเป็นอีกวิธีหนึ่ง
ยองเอกำลังยิ้มและหัวเราะกับสิ่งที่เธอเพิ่งเล่า ยุนโฮไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขาก็พลอยยิ้มตามไปด้วย มือใหญ่ยังคงล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงของตน กำถุงกำมะหยี่สีเลือดหมูที่บรรจุสร้อยเงินนั้นเอาไว้ ยุนโฮรู้สึกตื่นเต้นขึ้นทุกวินาที
ผ่านพ้นเที่ยงคืนคืนนี้ไป เขาก็จะมีโอกาสได้มอบสร้อยเส้นให้แก่ยองเอเป็นของขวัญวันเกิด เขายังอดจินตนาการถึงใบหน้าของเธอยามมีความสุขไม่ได้ แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่มันก็เป็นสิ่งดีๆ เพียงไม่กี่อย่างที่เขาพอจะมอบให้กับเธอ
ระหว่างยองเอกำลังวิพากษ์วิจารณ์กลิ่นของน้ำหอมรุ่นใหม่ยี่ห้อหนึ่ง ยุนโฮทอดสายตามองผ่านกระจกใสบานใหญ่หน้าร้าน ร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมยี่ห้อหนึ่งกำลังจัดมหกรรมกระหน่ำลดราคาแบบครึ่งต่อครึ่ง ลูกค้าแน่นขนัดจนทะลักออกมานอกร้าน ร้านไอศกรีมโฮมเมดอีกร้านก็มีลูกค้าหนุ่มสาว และเด็กนักเรียนที่เพิ่งเลิกเรียนพิเศษครองที่นั่งอยู่เต็ม เวลาเย็นย่ำเช่นนี้เป็นเวลาตักตวงผลกำไรทองของเหล่าคนค้าขาย คงจะมีแต่ร้านเครื่องประดับเล็กๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่อีกฟากถนน ตรงข้ามร้านกาแฟที่เขานั่งอยู่นี่เท่านั้นกระมัง ที่ยังคงปราศจากความคึกคักใดๆ
ร้านขายเครื่องประดับ ที่มาของเจ้าสร้อยเงินเส้นนี้นั่นเอง
ไวเท่าความคิด ยุนโฮชะงักเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับร่างเพรียวบางร่างหนึ่งที่แสนคุ้นตา ใช้เวลาคิดเพียงไม่นานก็ตระหนักได้ว่าเขาคือ เพื่อนใหม่ไม่ช่างพูดคนนั้นนั่นเอง
อะไรบางอย่างฉุดยุนโฮให้ลุกขึ้นจากที่นั่ง ยองเอมองเขาอย่างประหลาดใจ
“เป็นอะไรไปคะ?”
“เอ่อ...ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมโอนเงินให้จีเฮ” ยุนโฮพูดถึงน้องสาวคนเดียวของเขา จองจีเฮ “คุณรอผมอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวนะครับ แล้วผมจะรีบกลับมา”
“สร้อยเส้นนั้นหรือคะ อ๋อ...มีคนซื้อไปแล้วล่ะค่ะ”
ทันทีที่ยุนโฮผลักประตูร้านเครื่องประดับเข้าไปภายใน เสียงใสๆ ของพนักงานสาวก็ลอยมากระทบโสตประสาท เขาเห็นชายหนุ่มหน้าสวยคนที่เคยพบเมื่อวาน เขียนอะไรบางอย่างยุกยิกบนเค้าท์เตอร์กระจก ก่อนเลื่อนกระดาษให้กับพนักงาน
พนักงานสาวคนละคนกับที่ขายสร้อยให้เขาเมื่อวานก้มอ่าน ก่อนตอบเสียงเศร้า “รุ่นนั้นเป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น คงไม่มีทำออกมาอีกแล้วล่ะค่ะ”
ชายหนุ่มก้มหน้าลงเขียนอะไรบางอย่างอีกครั้ง แต่คราวนี้พนักงานสาวส่ายหน้า
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ”
ร่างบางแย้มริมฝีปากยิ้มให้เธอ แต่สีหน้าก็บ่งบอกว่าเขาผิดหวังมากเพียงใด
“คุณครับ” ยุนโฮทัก
อีกฝ่ายดูจะตกใจมากที่ยุนโฮเอื้อมมือไปจับข้อแขนของเขา แต่เมื่อเห็นว่าเป็นยุนโฮ เขาก็มีสีหน้าดีอกดีใจขึ้นมาทันที ร่างบางสาวเท้ากลับไปที่เค้าท์เตอร์ ฉีกกระดาษจดมาหนึ่งแผ่น แล้วเขียนข้อความลงไป
‘โชคดีจังที่เจอ ผมอยากจะคืนร่มให้คุณ’
“ร่มหรือ?”
‘แต่ผมต้องกลับไปเอาร่มที่บ้าน คุณรอได้ใช่ไหม?’
ยุนโฮลืมไปเสียสนิทใจว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เขาตรงเข้ามาทักทายเพื่อนไม่ช่างพูดคนนี้อีกเป็นครั้งที่สอง
“ครับ แน่นอน”
ยุนโฮจับรถแท็กซี่ แล้วนั่งมาส่งเพื่อนใหม่ที่บ้าน แวบแรกที่มองเห็นความสูงและความยิ่งใหญ่ของรั้วคฤหาสน์ ยุนโฮชะงักงันในทันทีด้วยเกรงว่าจะมีชายสวมแว่นดำในชุดสูทออกมาต้อนรับหรือไม่
ร่างบางในชุดสีขาวหายเข้าไปในบ้านและกลับมาพร้อมร่ม เขาส่งมันคืนให้กับยุนโฮ พร้อมโค้งขอบคุณอีกชุด ยุนโฮรู้สึกแปลกใจ ผู้ชายคนตรงหน้ามีทุกอย่างไม่ต่างอะไรกับคนปกติ ในทางกลับกัน เขางดงามมากเสียด้วยซ้ำ จะมีอยู่ก็แต่ความเงียบงันอันชวนเศร้าหมองนี้ หากครั้นจะถามว่าเพราะอะไรก็ดูจะเสียมารยาทไปสักหน่อย
“เอ่อ ผมถามหน่อยได้ไหม?” ยุนโฮเริ่ม ขณะที่พูด มือข้างที่ล้วงกระเป๋าของเขาก็กำถุงกำมะหยี่แน่นขึ้นอีกแล้ว “ทำไมคุณถึงอยากได้สร้อยเส้นนั้นหรือครับ?”
คนถูกถามเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ
“คุณกลับไปที่ร้านนั้นเพราะสร้อยเงินใช่ไหม?”
ครั้งนี้เขาพยักหน้า ร่างบางหันรีหันขวางอยู่สักพัก ก่อนทำมือทำไม้เป็นเชิงให้ยุนโฮหมุนตัว แล้วใช้นิ้วขีดเขียนถ้อยคำลงบนหลัง
ตัวอักษรกลับด้าน ออกจะเข้าใจยากเย็นอยู่สักหน่อย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ
‘สร้อยในจินตนาการ’
“สร้อยในจิตนาการงั้นหรือครับ?”
‘เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือเล่มโปรด’
ยุนโฮเดาเอาว่า สร้อยเส้นนั้นคงจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับสร้อยเงินในบทประพันธ์ที่ร่างบางอ่าน แล้วจินตนาการออกมาได้ เขาเผลอกำถุงกำมะหยี่แน่นขึ้นอีก ใจหนึ่งเขาคิดถึงยองเอและใบหน้ายามดีอกดีใจของเธอ หากอีกใจ เขากลับคิดว่ายังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงก่อนถึงเที่ยงคืน และระหว่างนั้นเขาจะซื้อหาสร้อยเส้นใหม่สักกี่เส้นให้กับคนรักของเขาก็ย่อมได้
“สร้อยเส้นนี้คงมีความหมายกับคุณมากกว่าผมนะ” ยุนโฮเอ่ย ขณะส่งถุงกำมะหยี่สีเลือดหมูให้
เจ้าของใบหน้าหวานสวยรับมาเปิดดู ก่อนที่ดวงตาสีนิลคู่สวยคู่นั้นจะเบิกกว้างขึ้น พราวประกายความสุขระยับ อย่างไม่เชื่อสายตา เขามองใบหน้าของยุนโฮ สลับกับสร้อยเส้นนั้น รอยยิ้มที่เปิดเผยลบเลือนความเศร้าหมองที่เคยมีในแก้วตาทั้งสองได้ชั่วครู่
ท่าทางเวลาดีใจของยองเอช่างน่ารัก หากท่าทางเวลาดีใจของคนตรงหน้าก็น่ารักไม่แพ้กัน
แปลกไหมที่เขาจะรู้สึกเช่นนี้?
‘ผมจะรีบคืนเงินคุณโดยเร็วที่สุด’
ยุนโฮที่ยืนหันหลังให้ เบือนหน้ากลับไปพูดในท่าทางแปลกๆ “เมื่อไหร่ก็ได้ครับ” พูดออกไปอย่างนั้นตามมารยาท ทั้งที่จริงแล้วต้องการคืนโดยด่วน วันนี้นี่เองที่ยุนโฮมองเห็นข้อดีของการเป็นปาร์คยูชอน ผู้ดีใหม่ผู้ไร้มารยาท
ชายหนุ่มอีกคนยิ้มตอบ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ร่างที่มีผิวขาวราวเกล็ดหิมะกำมือขึ้น พลางทำท่าโทรศัพท์ ก่อนจะส่งปากกาให้กับยุนโฮ เป็นอันเข้าใจกัน ยุนโฮหัวเราะออกมาอย่างไม่คิดอะไร แล้วบรรจงเขียนเบอร์โทรศัพท์มือถือและที่บ้านของเขาลงบนฝ่ามือเรียวสวย
‘แล้วผมจะติดต่อไป’
“เอ่อ...เดี๋ยวครับ” ยุนโฮเรียก ร่างบางที่กำลังจะผละไปชะงักฝีเท้าอีกครั้ง “ผมควรจะรู้ไหมว่าคุณชื่ออะไร?”
ร่างบางยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เรียกได้ว่าตราตรึง เขาพยักหน้า ก่อนจะเป็นฝ่ายดึงฝ่ามือของยุนโฮมาไว้เอง นิ้วเรียวขีดเป็นรูปอักษรบางอย่างลงบนฝ่ามือหนา
“คิมแจจุง” ยุนโฮเรียกชื่อนั้นเบาๆ
แจจุงโค้งขอบคุณเขาอีกครั้ง พลันวิ่งหายลับเข้าประตูเล็กๆ ที่ถูกแบ่งออกจากประตูรั้วขนาดมหึมานั่นหายเข้าไปในตัวบ้าน สัมผัสบางเบาบนฝ่ามือยังคงอยู่ แม้ว่าร่างบางจะผละออกไปแล้ว เส้นผมของแจจุงมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้ยุนโฮตกอยู่ในห้วงคำนึง
ก้มดูนาฬิกาแล้วก็พบว่าใช้เวลาไปน้อยกว่าที่คาดไว้มาก อย่างน้อยก็เร็วกว่าการต่อแถวจ่อคิวรอทำธุรกรรมทางการเงิน ยุนโฮคิดว่าเขาจะพอมีเวลาแวะซื้อสร้อยเส้นใหม่ให้กับยองเอเมื่อกลับไป ด้วยเงินก้อนสุดท้ายในบัญชีที่เหลืออยู่
คิมแจจุง...
ชายหนุ่มอมยิ้ม ก่อนจะถอนหายใจออกมาในที่สุด
To be continued...

^^
รู้สึกรักยุนโฮเพิ่มขึ้นอีกเยอะ
(เมื่อเทียบกับตอนหลังๆ)
จะรอตอนต่อไปนะคะ
#1 By คิมแชยอน on 2008-02-04 12:37