Can I Love You? (3)
posted on 30 Jan 2008 22:23 by bleaf-me in can-i-love-you
Title: CAN I LOVE YOU?
Author: b.leaf
Paring: Yunjae, Yoosu (Implied Minsu)
Genre: AU, Romance, Drama, Angst
Rate: PG-13
03. คฤหาสน์
ฮัดชิ่ว!
เป็นหวัดจนได้
ร่างบางที่กำลังนั่งตัวอ่อนปวกเปียกอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด จามออกมาชุดใหญ่ ลมหายใจฟุดฟิดนั่นสร้างความรำคาญรบกวนการนอนของเขาตลอดทั้งคืน แจจุงยกหลังมือขึ้นขยี้ตาตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันมองนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ตั้งอยู่บนโต๊ะใกล้กับหัวเตียงอย่างเกียจคร้าน
แปดโมงแล้วนี่นา ตื่นเอาเสียสายโด่ง
“พี่แจจุง ตื่นหรือยังฮะ?”
งัวเงียอยู่กับที่แถมทำท่าจะหลับต่อทั้งๆ ที่กำลังนั่งอยู่ได้สักพัก เสียงเคาะประตูพร้อมๆ กับเสียงหวานอันคุ้นหูก็ดังขึ้น แจจุงเหมือนจะได้ตื่นเต็มตาก็ตอนนี้ เขารีบลุกจากที่นอนแล้ววิ่งรี่ไปเปิดประตูห้องนอนของเขา ภาพของเด็กชายผมสีน้ำตาลทอง หน้าตาจิ้มลิ้ม ส่งยิ้มน่ารักๆ ให้เขาเหมือนเช่นทุกวัน
แจจุงยิ้มตอบเมื่อเห็นหน้าจุนซู ก่อนจะก้มมองในมือของร่างเล็กที่ถือเอาถาดไม้ติดมาด้วย จุนซูยกหลังมือข้างหนึ่งขึ้นแตะเบาๆ ที่หน้าผากของแจจุง ไล้ไปที่แก้มเนียน และลำคอขาวๆ นั่นเพื่อวัดไข้ เขาพยักหน้าหงึกหงักเมื่อรับรู้ว่าพี่ชายไข้ลดลงบ้างแล้ว
“ทานซุปหน่อยนะฮะพี่ แล้วค่อยทานยา” ริมฝีปากเล็กขยับบอก ก่อนจะเดินนำพี่ชายเข้ามาในห้อง แจจุงมองตามร่างเล็กๆ ที่ซอยฝีเท้าถี่ๆ เอาถาดไม้ที่ถือมาไปวางลงกับโต๊ะตัวเล็กตรงหัวเตียง ดูไม่ต่างอะไรกับภาพสะท้อนของตัวเขาเองในเวลาที่จุนซูนอนซมด้วยพิษไข้เลยทีเดียว
แจจุงค่อยๆ เดินตามเข้ามาช้าๆ ก่อนจะนั่งลงบนเตียงนอนของเขาอย่างว่าง่าย พลางหันไปหยิบสมุดวาดเขียนจากใต้หมอนที่ใช้นอนหนุนทุกคืน
สำหรับแจจุง เขาไม่ได้ใช้สมุดเล่มนี้เพื่อวาดรูป แต่กลับใช้มันแทนเสียง มือเรียวฉวยปากกาที่จุนซูเหน็บเอาไว้ที่อกเสื้อด้านซ้ายมา ก่อนจะจรดปลายปากกาลงไปในสมุดหน้าหนึ่ง
‘ไม่เรียนเปียโนหรือ?’
เขียนเสร็จก็ส่งให้จุนซูอ่าน จุนซูอมยิ้ม ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ
“ผมบอกครูฮวังว่าวันนี้พี่ไม่สบาย ผมต้องไปดูแลพี่ เลยได้เรียนแค่ชั่วโมงเดียวเองฮะ” จุนซูลอยหน้าลอยตายักคิ้วตอบ ดูจะภาคภูมิใจในความเจ้าเล่ห์ของตัวเองเสมอ เขาค่อยๆ ตักซุปร้อนๆ ในมือขึ้นมาเป่า
แจจุงทำแก้มตุ่ยเมื่อได้ฟัง ก่อนจะเขียนตัวหนังสือลงในกระดาษหน้าถัดไป
‘ดื้อ’
“พี่แจจุงก็ดื้อเหมือนกันแหละน่า ออกไปตากฝนทำไม แทนจะยืนอยู่ในร่ม รอให้ฝนหยุดซะก่อน” เสียงเล็กบ่นไม่หยุด ก่อนจะส่งช้อนเข้าปากคนตรงหน้าอย่างระมัดระวัง โดยไม่ลืมที่จะใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดเบาๆ ที่ริมฝีปากพี่ชายสุดที่รักของเขาอย่างห่วงใย
จุนซูเอาแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการป้อนอาหารเช้าให้แจจุง จนไม่ได้สังเกตแววสำนึกผิดในดวงตากลมโตสีดำสนิทนั่นเลย แจจุงทำหน้าเศร้า ก้มลงเขียนประโยคต่อไปยื่นให้น้องชาย
‘ไปเที่ยวกัน’
ประโยคนั้นเรียกรอยยิ้มขำๆ จากจุนซูได้ไม่น้อย มือเล็กจับมือที่กำลังร้อนรุมๆ ของพี่ชายของเขาไว้หลวมๆ เขาส่ายหน้า “ไม่ได้หรอกฮะ เดี๋ยวเก้าโมงผมมีเรียนเศรษฐศาสตร์อีกแน่ะ”
ดวงหน้าที่ดูซึมเศร้าอยู่แล้วของแจจุงยิ่งดูเศร้าลงไปอีก เขาก้มหน้าลงอย่างผิดหวัง พลางกระชับมือเล็กๆ ของน้องชายคนเดียวของเขาตอบ
ถ้าเขาไม่เป็นแบบนี้ จุนซูก็คงไม่ต้องรับภาระทั้งหมดนี่สินะ
‘ขอโทษ’ เขาเขียนลงไป น้ำใสๆ รื้นขึ้นที่ขอบตาซึ่งกำลังแดงก่ำ
“ขอโทษอะไรกันฮะพี่” จุนซูตกใจเมื่อเห็นสีหน้าของแจจุงในยามนี้ เด็กชายรีบวางถ้วยซุปนั่นกลับลงไปบนถาด ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้พี่ชายอย่างเบามือที่สุด
‘พี่ไม่เอาไหน จุนซูต้องเหนื่อย’
จุนซูยิ้มเศร้า เมื่อได้อ่านประโยคที่แจจุงขีดเขียนลงในสมุด หยดน้ำเม็ดเล็กๆ รินจากตาตกลงบนกระดาษแผ่นนั้นจนหมึกปากกาเยิ้มจาง จุนซูพูดอะไรไม่ออก นอกจากเข้าไปรวบตัวแจจุงเข้ามากอดไว้ เด็กชายวางปลายคางลงบนไหล่บางของร่างเพรียวตรงหน้า
อบอุ่นเมื่อมีพี่แจจุงอยู่ แค่เพียงเท่านี้ ถึงจะเหนื่อยก็คุ้มค่า
“อย่าคิดมากสิฮะ ผมน่ะ รักพี่แจจุงจะตายไป”
ผู้เป็นพี่ลูบฝ่ามือเรียวลงบนเส้นผมนุ่มๆ ของน้องชาย เรื่อยไปจนถึงแผ่นหลังบางที่เริ่มไหวสั่น สงสารน้องชายจับใจ แต่ก็กลับทำอะไรไม่ได้นอกจากนี้
แจจุงคอยแต่โทษตัวเองอยู่ร่ำไป เขามันไม่เอาไหน ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แม้แค่เพียงอยากจะบอกน้องชายคนนี้ว่ารักเขาที่สุด อยากจะให้กำลังใจคนตัวเล็กนี้ก็ยังไม่สามารถเปล่งเสียงพูดมันออกมาได้เลย สาอะไรกับจะให้ช่วยแบ่งเบาภาระอันหนักอึ้งที่ร่างเล็กต้องแบกรับ
ความหวังของพ่อแม่ ความหวังที่ตระกูลคิมเคยฝากไว้ที่แจจุง ถูกยัดรวมไปไว้ที่จุนซู เด็กชายต้องรับมันมาทั้งๆ ที่ไม่ได้ต้องการแม้แต่น้อย
แจจุงรักจุนซู และรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอ ชีวิตอันแสนน่าเบื่อของเขา จุนซูเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สว่างไสว เขาดีใจเช่นกันที่อย่างน้อยเขาก็ยังมีลมหายใจอยู่จนถึงทุกวันนี้ เพื่ออยู่กับจุนซู เพื่อที่จะกอดเอาไว้ในยามที่ร่างเล็กต้องการใครสักคนอย่างเช่นในตอนนี้
แจจุงคลายกอด ก่อนจะใช้สองมือประคองใบหน้า สัมผัสทาบที่ข้างแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของจุนซูไว้ แล้วก้มลงหอมเบาๆ ที่หว่างคิ้วของน้องชาย แม้ไม่มีคำใดเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากสีกลีบกุหลาบนั่น แต่จุนซูเห็นคำว่า รัก ในดวงตาสีดำสนิทที่ดูแสนโศกเศร้าอย่างแจ่มชัด
“อยากได้ยินพี่แจจุงร้องเพลงอีก ผมจะเล่นเปียโนให้พี่แจจุงร้องเพลง” ทั้งที่ในตอนแรกเป็นคนปลอบโยนและซับน้ำตาให้แจจุงแท้ๆ แต่ในเวลานี้จุนซูกลับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้
แจจุงกอดร่างกายที่กำลังกระตุกสั่นของจุนซูเอาไว้ ซุกปลายจมูกลงบนไหล่เสื้อที่ติดกลิ่นหอมของจุนซู ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวเขียนลงบนแผ่นหลังร่างเล็กในอ้อมกอด
‘ทรมานจัง’
อย่าคิดถึงมันอีกเลยพี่แจจุง
อดีตที่แสนเจ็บปวดน่ะ
ปล่อยให้เป็นแค่ฝันร้ายเถอะ...
เสียงสะอื้นค่อยๆ จางหายไป จุนซูค่อยๆ สงบลงในอ้อมกอดอุ่นของพี่ชาย ทั้งพี่ทั้งน้องต่างขวยเขินกันและกันที่จู่ๆ ก็แสดงความอ่อนแอออกมาให้อีกฝ่ายเห็นอย่างไม่มีเหตุผล พวกเขาค่อยๆ ผละออกจากกัน ใช้ฝ่ามือเช็ดกำจัดคราบน้ำตาของตน
“ว่าแต่ ร่มคันที่พี่แจจุงถือกลับมาเมื่อวาน ของใครงั้นหรือฮะ?” จุนซูหัวเราะอายๆ ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาด้วยคำถามที่ทำให้เขาคาใจ
‘คนใจดีให้ยืม’ แจจุงเขียนตอบ
“ว้าว ไม่น่าเชื่อ โลกนี้ยังมีคนดีๆ แบบนี้อยู่ด้วยเนอะ”
‘ใช่’ แจจุงหยุด ยิ้มอยู่กับตัวเองครู่ใหญ่ หากแววตาก็หมองลงอีกในขณะที่เขาต่อประโยคต่อไปลงในกระดาษ ‘แต่พี่คงไม่มีโอกาสได้คืน’
คนทั้งคู่เงียบไปพร้อมๆ กัน จุนซูจ้องมองร่างเบื้องหน้าไม่วาง
‘จุนซู พี่มีภารกิจสำคัญจะต้องจัดการ’
ประโยคสั้นๆ ถูกเขียนลงอีกครั้ง และเมื่อจุนซูได้อ่านปุ๊บ แจจุงก็พลิกหน้ากระดาษเพื่อเขียนต่อปั๊บโดยไม่ได้รอความคิดเห็นจากร่างเล็กเหมือนอย่างเคย
‘วันนี้ขอพี่ออกไปข้างนอกอีกครั้งนะ’
แววตาอ้อนๆ ที่แจจุงมอบให้จุนซูในตอนนี้ เล่นเอาคนตัวเล็กลำบากใจอยู่ลึกๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ความหมายที่สายตาของแจจุงพยายามจะบอกเขาในตอนนี้ เหมือนลูกแมวที่กำลังอ้อนขออิสระจากเจ้าของ
จุนซูถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยิ้มให้อย่างใจอ่อน เขาไม่เคยขัดความสุขของพี่ชายลงเลยแม้สักครั้ง
“เอาสิฮะ ได้เสมอ”
ถึงจะโดนเมียงยอว่าเอาอีกก็ยอม ขอแค่แจจุงยิ้มอย่างจริงใจได้อย่างนี้ก็เกินพอ
To be continued...

ชอบมากๆ เลยงิ้วววววววววว
#1 By ♥KAREN 純粋 ,, ●● version 20 [ BUN ,, BUN ] on 2008-01-30 22:49