★ b.leaf ★ View my profile

Demon Authorized (2)

posted on 30 Oct 2007 20:35 by bleaf-me  in demon-authorized

Title: Demon Authorized
Author: b.leaf
Staring: Dong Bang Shin Gi (SM Entertainment) / (C) b.leaf's Original Characters
Pairing: Yoonho/Jaejoong, Yoochun/Junsu
Genre: AU, Mystery, Thrillers, Horror ; !Against religion & beliefs (Christian Beware)
Rate: R

 

- - -

 

2.

 

ภายในห้องทำงานหรูหราซึ่งถูกแบ่งออกมาเป็นสัดส่วน เบื้องหลังผนังบุใยหินดูดซับเสียงอย่างดี มีเพียงสัญญาณการทำงานของเครื่องปรับอากาศ กับเสียงคลิกเม้าส์คอมพิวเตอร์ดังขึ้นแผ่วเบาในความเงียบเชียบ

บนโต๊ะไม้โอ๊กรูปทรงโบราณขนาดใหญ่บ่งบอกถึงบรรดาศักดิ์ของเจ้าของ มีแท่งไม้ทรงสามเหลี่ยมลูกบาศก์ตั้งอยู่ ตัวอักษรสีทองสลักไว้ว่า

‘ศจ.ดร.ชิมเฮียวริน
 – คณบดีคณะประวัติศาสตร์และโบราณคดี’

หากผู้ที่ครอบครองโต๊ะประจำตำแหน่งในยามนี้กลับไม่ใช่ท่านศาสตราจารย์

ชิมชางมิน นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แลปท็อปขนาดกระทัดรัด แสงของมันสว่างเรืองอยู่ในความอับแสงของเงาม่านสีทะทึมซึ่งถูกปิดไว้โดยรอบ นิ้วเรียวขยับเลื่อนเว็บเพจอย่างเนิบนาบ ท้าวคาง จดจ่อทั้งสายตาและสมาธิอยู่กับหน้าเบราเซอร์เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ชื่อดังฉบับหนึ่ง

เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ไม่มีข่าวการฆาตกรรมปริศนาของชเวอึนนา

แน่นอนว่าไม่มีทางที่วิทยาลัยศิลปะอันเลื่องชื่ออย่างอิเดนเบิร์ช จะยินยอมสูญเสียชื่อเสียงที่เฝ้าสะสมมาเกือบร้อยปี เพียงเพราะการตายที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยเรื่องส่วนตัว ความซวย หรือกรรมเก่าของแม่สาวนักศึกษาหัวกะทิของวิทยาลัย จึงไม่น่าแปลกใจหากอิเดนเบิร์ชจะยินดีจ่ายไม่อั้นเพื่อปิดข่าวโง่ๆ นี่ ส่วนขั้นตอนการสืบหาคนร้าย ก็ปล่อยให้กฎหมายเป็นผู้ดำเนินการเสียก็สิ้นเรื่อง

ชางมินแค่นหัวเราะกับตัวเอง

แม้ศีลธรรมจรรยาที่มีจะทำให้ความรู้สึกหดหู่แล่นวาบเข้ามาจับหัวใจของเขาได้อย่างไม่ยากเย็น หากเมื่อลองคิดในแง่ผู้บริหาร ถ้าเขาเป็นท่านผู้อำนวยการ เขาก็คงจำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกันเพื่อรักษาภาพพจน์สถาบัน

เพื่อทำให้เรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไปจากความทรงจำให้เร็วที่สุด...

เขาคลิกเม้าส์ สั่งปิดการทำงานของโปรแกรม พับหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงเบาๆ ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมพนักสูงทรงออฟฟิศ

 

 


เสียงพื้นรองเท้าผ้าใบเสียดสีพื้นมันวาบจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดสะท้อนฝาผนังสูง ชางมินเอามือล้วงกระเป๋า กำลังเดินทอดน่องอยู่บนแนวระเบียงพื้นหินอ่อนของอาคารภาควิชาประวัติศาสตร์และโบราณคดี ลอดทางเดินซุ้มโค้งที่ทอดยาวสุดสายตา

เบื้องล่าง ณ ลานน้ำพุ นักศึกษาหนุ่มสาวต่างเดินกุมมือ บ้างนั่งพรอดรักกันอย่างเปิดเผย

เขาพบว่ามีข้อดีไม่กี่อย่างในการเป็นนักศึกษาใหม่ หนึ่งคือปิดเทอมไว สองคือเปิดเทอมช้า ส่วนข้อเสียมีเยอะกว่ามากจนสาธยายไม่หมด อย่างน้อยก็การอยู่ว่างๆ หายใจทิ้งเพื่อรอเวลาให้ผ่านพ้นไปวันๆ อย่างหนึ่งล่ะ

การไม่ได้หยิบจับอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอยู่เป็นเวลานาน มันกำลังจะทำให้เขาเสียสติ

ก่อนหน้านี้ ชางมินใช้เวลาส่วนใหญ่ กิน เดิน นอน นั่ง รวมถึงตอบสนองความต้องการทางเพศเบื้องต้นด้วยการเหล่สาวๆ นักเรียนสถาบันติวเตอร์ชื่อดังตามจุดต่างๆ ในเมืองใหญ่ เรียกได้ว่าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ร่วมกับฝูงมฤตยูมัธยมปลายเตรียมสู้ศึกเอนทรานส์กับอาจารย์หน้าโหด

แต่หลังจากการสอบระดับประเทศสิ้นสุดลง และเขาเองก็ลอยลำแล้วเป็นที่เรียบร้อย เวลาส่วนใหญ่ของเจ้าหนูไอสไตน์จึงตกอยู่ที่อิเดนเบิร์ช...ที่ทำงานของผู้เป็นแม่

ใช่ว่าคนที่มองทุกอย่างเป็นตัวเลขอย่างเขาจะมีเพื่อนมากนัก นอกจากเพื่อนเรียนพิเศษ เพื่อนติวหนังสือ เพื่อนลอกการบ้าน เพื่อนลอกข้อสอบ เขาก็ไม่เคยสนิทสนมกับใคร และถึงแม้การมาเดินพล่านอยู่ในที่ทำงานของแม่ จะไม่สามารถหลีกหนีการถูกชี้ชวนกันดูของเหล่านักศึกษา ประเภทที่ว่า ‘เฮ้ เธอ ดูนั่นสิ ลูกชายเจ๊ชิม’ แต่อย่างน้อยอิเดนเบิร์ชก็มีหลายๆ อย่างที่น่าทึ่งต่างจากวิทยาลัยอื่นๆ หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยรัฐบาล

อิเดนเบิร์ชมีหอสมุดที่ยิ่งใหญ่ มีตำราประวัติศาสตร์ พงศาวดาร ภาพเขียน และบันทึกของนักปราชญ์ต่างชาติในแต่ละยุคสมัยเก็บสะสมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพลาโต อริสโตเติล อะคิมิดิส ไม่เว้นแม้แต่ขงจื้อหรือเต๋า ก็สามารถหยิบจับค้นหาขึ้นมาอ่านได้ราวกับร้านสะดวกซื้อ และถึงจะเป็นวิทยาลัยศิลปะที่คงความขลังและสถาปัตยกรรมเก่าก่อนเอาไว้ แต่ที่นี่ก็มีศูนย์คอมพิวเตอร์ที่ครบวงจรเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ไม่แพ้วิทยาลัยเทคโนโลยีของยุโรปเลยทีเดียว

ที่สำคัญ...และมันสำคัญมากสำหรับชางมิน คือที่นี่...มียุนโฮ พี่ชายและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา

ศจ.ดร.ชิมไม่ค่อยชอบหน้ายุนโฮนัก อันที่จริงต้องพูดว่าหล่อนมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีนักต่อจีอึน ผู้เป็นทั้งแม่ของยุนโฮ และน้องสาวสามีของเธอเองมาแต่ไหนแต่ไร แต่เขากับยุนโฮก็สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก

ชางมินมีน้องสาวสองคน แต่ไม่สนิทกับพวกหล่อน ทุกๆ ปิดเทอมฤดูร้อน พ่อของเขาจึงมักจะขับรถพาเขาไปฝากไว้กับยุนโฮและคุณน้าที่นอกเมือง พวกเขาวิ่งเล่นกันตั้งแต่เช้าจรดเย็นจนเนื้อตัวมอมแมม

ครั้นโตขึ้น แม้แต่ละคนจะเปลี่ยนไปในแนวทางของตัวเอง ไม่มีอะไรละม้ายคล้ายกัน และชางมินก็ไม่ใช่ประเภทคริสตศาสนิกชนที่ต้องเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์เช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ยุนโฮก็เป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับเขาเสมอมา

และด้วยความที่เป็นญาติกับยุนโฮ นั่นทำให้เขาได้รู้จักกับยูชอนด้วย

ปาร์คยูชอนเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี มาดดี มีชาติตระกูลที่ดี แต่รักความสนุกสนาน ไม่ถือตัว ไม่ค่อยจริงจังกับอะไร หากจริงใจกับคนรอบข้างมากที่สุด การได้รู้จักยูชอนเป็นโชคดีมากสำหรับเขา ผู้ซึ่งจริงจังกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ได้พูดคุยกับยูชอนแล้วทำให้เขาลืมเลือนความเครียดไปได้พักใหญ่ๆ แม้ว่ายูชอนจะไม่ค่อยเข้าใจเวลาเขาอ้างอิงถึงทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์ หรือทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กของเจมส์ คลาร์ก แม็กซ์เวลล์ก็เถอะ

สรุปได้ว่า...อิเดนเบิร์ชเป็นที่ที่น่าอยู่ที่สุดแล้ว ในช่วงเวลาที่ชีวิตว่างโหวงโหรงเหรงดั่งเช่นในยามนี้

เดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย รู้สึกตัวอีกที ชางมินก็พบว่าตนเองกำลังยืนอยู่หน้าโรงละครเก่าแก่ของวิทยาลัย เขาไม่ค่อยได้เดินผ่านมาทางนี้บ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นก็มักจะมีอาการตื่นตะลึงไปกับบรรยากาศอึมครึมและเงียบงันดั่งมีมนต์สะกดของสถานที่แห่งนี้

เบื้องหลังประตูไม้แกะสลักบานยักษ์ซึ่งถูกเปิดอ้าไว้ นักศึกษาที่มีส่วนร่วมเกี่ยวกับงานละครเวทีประจำปียังคงเดินสวนกันไปมา เสียงขั้นตอนการทำงานและอุปกรณ์กระทบกันดังก้องเวิ้งว้าง

ใต้แสงแดดอาบลอดหน้าต่างกระจกสีเบื้องบนจนสะท้อนเงาสีรุ้งเป็นรูปร่างต่างๆ สะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนมันวาว เบื้องหลังของยุนโฮในชุดเสื้อยืดลายทางมีปก กับกางเกงยีนส์สีเข้มที่เหมาะกับเขา ยืนนิ่งงัน แม้ไม่เห็นหน้า แต่ชางมินรู้จักยุนโฮมานานมากพอที่จะจินตนาการสีหน้าเวลาใช้ความคิดของชายหนุ่มได้

ริมฝีปากที่เรียบสนิท กับใบหน้าแข็งๆ มักเชิดคางเพ่งพิศอะไรบางอย่างด้วยดวงตาเรียวเล็กคมกริบแลดูน่ากลัว ทว่านัยน์ตาสีดำเครือน้ำหล่อเลี้ยงเป็นประกายคู่นั้น ฉายสิ่งที่อยู่ในหัวใจเปี่ยมความรู้สึกของเขาได้อย่างหมดเปลือก

เขากำลังจ้องมองสัญลักษณ์ไม้กางเขนเหนือเวทีละคร ที่ที่ศพของชเวอึนนาถูกฆ่าแล้วนำไปแขวนยึดด้วยตะปูอย่างทารุณ

ยุนโฮจ้องมันนิ่ง ราวกับกำลังขอพลังจากไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์

ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ชางมินถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

ละครเวทีเรื่องนี้...คงไม่น่าสนุกอีกต่อไปแล้ว

ฟ้าครึ้มฝน ลมเย็นโชยพัดเศษใบไม้แห้งบนพื้นซีเมนต์ด้านนอกจนเกิดเสียงซา ท่ามกลางความเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบนั่น ชางมินสะดุ้งตื่นจากห้วงคิดคำนึงเพราะกลิ่นเหม็นบางอย่างซึ่งแล่นกระทบนาสิกประสาท

เด็กหนุ่มเบือนหน้าไปด้านข้าง ทำท่าทางอยากสำรอก

กลิ่นนั้นเหม็นอับ...

เหม็นเหมือนกลิ่นแล็ปเพาะเชื้อโรคไม่มีผิด

 


.
.
.

 


ปาร์คยูชอนแยกตัวออกมานั่งศึกษาบทบาทที่ตนได้รับอยู่ในห้องแต่งตัวแต่เพียงลำพัง ในขณะที่นักแสดงนำและตัวประกอบจำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาชั้นปี 3 ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำกิจกรรมของวิทยาลัยได้ในคาบเรียน กำลังนั่งจับกลุ่มเพื่อศึกษาบทร่วมกันอยู่ตรงมุมด้านในสุดใกล้ทางเดินขึ้นเวที

ไม่ใช่เพราะความถือตัวด้วยสมญาเดือนพราวแสงแห่งอิเดนเบิร์ชที่เพื่อนๆ ขนานนาม และการแสวงหาที่ทางสันโดษก็หาใช่อุปนิสัยส่วนตัวของเขาแต่อย่างใด หากการนั่งท่องบทอยู่ภายในตัวอาคารกว้างโล่ง ท่ามกลางเสียงกระทบกันของบันไดเหล็กและอุปกรณ์ทำฉาก เคล้ากับการฟังดนตรีซิมโฟนีของโมซาร์ท จากเครื่องเสียงขนาดพกพาของกาฮี เพื่อนนักศึกษาฝ่ายเรียบเรียงดนตรีประกอบนั้น ช่างเป็นอุปสรรคในการบรรลุถึงจิตใต้สำนึกของตัวละครที่เขาได้รับเสียนี่กะไร

ทั้งยังไม้กางเขนไม้สีน้ำตาลเข้มจนแลดูดำทะมึนใต้แสงสลัวของโรงละครนั่นอีก...

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรวดเร็วเกินไป ยูชอนยังไม่อาจหายใจได้ทั่วท้องนักเมื่อมองเห็นมัน

มือเล็กๆ ทาบสัมผัสอย่างแผ่วเบาบนไหล่กว้าง เรียกให้ร่างของชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่ก่อนสะดุ้งผึง ยูชอนถอนหายใจโล่งอกเมื่อพบว่าผู้มาเยือนคือคิมจุนซู

ร่างเล็กบอบบางลากเก้าอี้เหล็กตัวหนึ่งมาใกล้ ก่อนทรุดกายลงเคียงข้างเขา ยูชอนคาดไม่ถึงอยู่นิดหน่อยเพราะเท่าที่รู้ ตอนนี้จุนซูควรจะกำลังนั่งตั้งใจฟังเสียงบรรยายเนิบนาบชวนสลบของศาสตราจารย์ฮงในห้องเล็คเชอร์

“โดดเรียนหรือไง?” เขาถาม เอียงใบหน้ามองรุ่นน้องต่างคณะที่แสนน่ารักพลันอมยิ้ม

จุนซูอมลมจนแก้มป่องเมื่อตอบ “เปล่านะฮะ พอดีว่าศาสตราจารย์ติดประชุมสัมนาโครงการประมูลภาพศิลปะเพื่อช่วยเหลือเยาวชนผู้หิวโหยในซีเรียต่างหาก”

นึกถึงหน้าตาขาวซีดเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น เส้นผมสีดอกเลากับเครายุ่งๆ ยาวรุงรังของศาสตราจารย์แล้ว ยูชอนอดระเบิดหัวเราะออกมาไม่ได้

ทุกคำพูดของจุนซู...ช่างน่าเอ็นดูเกินห้ามใจจริงๆ

นึกย้อนไปเมื่อราวต้นเทอมที่แล้ว เขาพบจุนซูครั้งแรกในงานรับน้องของทางวิทยาลัย จุนซูเดินเข้ามาถามเขาด้วยสีหน้ามึนงงไร้เดียงสา ทว่าวาจาตรงไปตรงมามีแบบฉบับ แม้เมื่อแรกพบความรู้สึกของเขาจะไม่ฉูดฉาดรุนแรง แต่ก็ทำเอาหัวใจสะท้านวูบวาบกับใบหน้าหวานหยด ดวงตาเล็กๆ ปากนิดจมูกหน่อย มีแก้มน้อยๆ ร่างกายผอมบาง น่ารักจิ้มลิ้มเปี่ยมไปด้วยความเป็นจุนซู

มันเกิดเป็นความหลงใหล หมกมุ่น และเฝ้าติดตาม กระทั่งได้ทำความรู้จัก ทุกลมหายใจเข้าออก ทุกความรู้สึกเร้น ทุกเศษเสี้ยวของสรรพางค์กาย เขาอยากได้จุนซูมาครอบครอง รุ่มร้อน งุ่นง่าน แทบคลั่ง ซึ่งนั่นไม่ใช่ความรู้สึกที่แปลกใหม่นักสำหรับคาสโนวาเช่นเขา

ทว่าต่อมา หลังจากได้ทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ใจปรารถนา ความรู้สึกลึกซึ้งที่ตามมาต่างหากคือชีวิตใหม่ ยูชอนพบว่าเขาหลงรักจุนซู รักอย่างนุ่มนวลและโหยหา ความร้อนเร่ามลายหาย เหลือเพียงไอบางๆ ที่เยียบเย็นแต่ปลอบประโลม ทุกครั้งที่ได้มองตา ทุกครั้งที่ได้สัมผัส บอกรักกันนานๆ ครั้ง รุ่งเช้าของเขาก็พลันผลิบานสดใส รู้สึกราวกับเป็นทารกเกิดใหม่ผู้เพิ่งได้ลืมตาดูโลกที่บริสุทธิ์สวยงาม

ยูชอนหยุดทุกอย่างเอาไว้ที่คิมจุนซู

จบสิ้นทุกความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ไม่มีอีกแล้ว...พ่อคาสโนวา ไม่เหลือแม้แต่เขี้ยวเล็บของอดีตพยัคฆ์ร้ายสมญา ปาร์ค บอนด์ ผู้มากรักที่เพื่อนๆ เคยแซวกันอย่างขำขัน

“อืม...นี่ พี่ยูชอนฮะ” หลังจากนั่งจ้องบทละครในมือของคนรักอยู่นานสองนานราวกับจะทำให้มันขยับ จุนซูเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เสียงเล็กๆ ของเขาสะท้อนแผ่วๆ ในห้องที่ยังรกรุงรังไปด้วยชิ้นส่วนฉาก เสื้อผ้าซึ่งฝุ่นจับหนา กับโต๊ะเครื่องแป้งสภาพทรุดโทรม อันที่จริงยูชอนเคยขอให้จุนซูเลิกเรียกเขาว่าพี่เป็นร้อยครั้ง แต่เด็กหนุ่มไม่ยอมทำตาม “เมื่อวานผมแอบดูบทละครของพี่ เรื่องนี้พี่ยูชอนไม่ได้เป็นพระเอกนี่ฮะ”

คำถามนั่นทำให้ยูชอนแทบหน้าขมำไป เขาหันมามอบยิ้มเจื่อนๆ ให้ถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจของร่างเล็ก ซึ่งในความเป็นจริงจุนซูก็ไม่ได้พูดผิดเลยแม้แต่คำเดียว

“ถ้าคนที่เด่นที่สุด มีบทพูดมากที่สุด ได้แสดงความสามารถมากที่สุดบนเวทีคือพระเอก เรื่องนี้ก็นับว่าฉันเป็นพระเอกนะ” พระเอกหนุ่มแก้ตัวได้อย่างน้ำขุ่นๆ พลางพยายามเพ่งกระแสจิตเข้าไปในดวงตากลมใสของจุนซูราวจะเรียกความเชื่อใจในตัวคนรักกลับคืนมา

“แค่เพียงแต่พี่ยูชอนยอมรับบทพระเอก ก็จะไม่ต้องเป็นแมคเบธ” สีหน้าของจุนซูยังคงไม่คลี่คลายความกังวลใจ นั่นทำให้ยูชอนถึงบางอ้อทันที

“อะไรกัน จุนซู นายยังกังวลเรื่องคำสาปอะไรนั่นอยู่งั้นหรือ?”

“ก็มันอดคิดไม่ได้นี่ฮะ”

“โถ...จุนซู...” ยูชอนสั่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เอื้อมมือไปสัมผัสแก้มขาวๆ ของคู่สนทนา “อย่ากังวลไปเลย อาถรรพ์คำสาปบ้าบออะไรนั่น ที่อึนนามาจากพวกเราไป อาจจะเพราะยัยนั่นโชคร้ายเองก็ได้นี่ อีกไม่นานตำรวจต้องจับคนร้ายได้แน่ๆ อีกอย่างถ้าเรื่องคำสาปเป็นเรื่องจริง ป่านนี้เซอร์ เอียน แมคเคลเลน หรือแ ดเนียล แคช ก็ตายหมดแล้วสิ เหลวไหลทั้งเพน่า”

จุนซูค่อยมีสีหน้าสบายใจขึ้นมาหน่อย

ยูชอนยิ้ม เอ่ยต่อไปว่า “ถึงจะไม่ได้เป็นพระเอกก็เถอะ แต่ตัวโกงคนนี้จะหล่อเร้าใจที่สุดเลยใช่ไหมล่ะ”

“หลงตัวเองไร้ที่ติต่างหาก”

แก้มกลมๆ เรื่อสีเลือดสุกปลั่ง ในขณะยูชอนเอียงใบหน้าเข้ามาใกล้ เพื่อขอรางวัลจากคนรักตัวเล็กเป็นแรงใจสักฟอด

“เดี๋ยวก็รู้”

 

 

.
.
.

 

 


ซองอูกยองกำลังก้มหน้าก้มตาทาสีพื้นเวทีด้วยทีท่าขะมักเขม้น ริมฝีปากขยับเขยื้อนตามจังหวะเพลงแร็ปซึ่งดังแว่วออกมาจากหูฟังไอพอดส่วนตัว ท่อนแขนผอมเกร็งหากกำยำจนเห็นมัดกล้ามนูนเป็นริ้วเต็มไปด้วยรอยสักขยับขึ้นลง ใช้แปรงทาสีแต่งแต้มความสว่างสดใสให้กับพื้นไม้ผุๆ สีอึมครึมแสนโกโสโกโส

ร่างกายอันดูเผินๆ แล้วสูงกว่าเด็กประถมไม่เท่าไหร่คู้ตัวอยู่เบื้องใต้เสื้อกันลมมีฮู้ดแขนกุดแบบขาแร็ป เขย่งปลายเท้าโขยกเขยกอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้สีที่ยังไม่แห้งเลอะเทอะด้วยรอยเท้า

อูกยองเป็นนักศึกษาทุนเซนต์ปีเตอร์ชั้นปีที่ 3 คณะดนตรีประยุกต์ ผู้ซึ่งอีกไม่กี่ปีคนทั้งประเทศ หรืออาจจะทั่วโลก คงมีโอกาสได้รู้จักเขาในนามสุดยอดซาวด์เอนจิเนียร์มือฉมัง

ที่จริงแล้ว เขาไม่ค่อยรู้สึกเปรมปรีดิ์กับงานประเภทนี้นัก งานประจำปีซึ่งเป็นหน้าเป็นตาแก่วิทยาลัย ทำงานในโรงละครเก่าแก่บรรยากาศชวนขนหัวลุก เดินสวนกับบรรดานักศึกษาพวกลูกไฮโซ กระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้าส้นเข็มตอกพื้นส่งเสียงสะท้อนก้อง ฟังเพลงโอเปรา…

เอามีดมาเชือดคอกันเห็นจะเมตตากว่า...

แต่ด้วยเห็นแก่ยุนโฮซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนทุนชนบทของเขาคนหนึ่ง รู้จักกันได้เพราะค่ายปรับพื้นฐาน แม้ยุนโฮจะเป็นนักเรียนทุนคนละเขตกับเขาก็เถอะ หากเมื่อยุนโฮขอร้องให้มาช่วยแบ่งเบาภาระ อูกยองก็ยินยอมมาช่วยเหลือแต่โดยดี โดยตัดปัญหาสภาพแวดล้อมด้วยการจมปลักอยู่แต่ในโลกส่วนตัว ยิ้มแย้มกับตนเองภายใต้ปีกหมวก

ถึงใครจะไม่เห็นหัวก็ช่าง เขารักเพื่อนนะ แต่เกลียดนักเชียว...พวกไฮโซ...

ในห้วงความคิดซึ่งถูกใช้เป็นที่กำบังกาย เมื่ออูกยองรู้สึกว่าพื้นไม้ที่เขายืนเหยียบดูคล้ายจะสั่นสะเทือน จู่ๆ แสงไฟสปอร์ตไลท์ที่ควรจะถูกเปิดขึ้นเฉพาะในเวลาซ้อมใหญ่ หรือแสดงจริงเท่านั้นก็กลับสว่างพรึ่บจนตาพร่า ทั่วบริเวณโออ่าโอฬารของโรงละครจากที่เคยเงียบสงัด ดนตรีจากไอพอดของเขาเป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังก้องในหู เมื่อนั้นเองที่มันถูกแทรกแซงด้วยคลื่นเสียงที่มีความพลังวัตต์มากกว่า

หนุ่มฮิปฮอปค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างพยายามข่มใจ ก่อนพบกับเรือนร่างอรชรของสาวน้อยร่างเพรียวบางในชุดที่ดูราวกับเพิ่งจะก้าวเท้าลงแคทวอล์ค หล่อนเดินสับขาอย่างมาดมั่น รองเท้าส้นเข็มตอกเวทีส่งเสียงกุกกัก

หยุดยืนที่กลางเวที ทุกอย่างหยุดนิ่ง ทุกชีวิตในโรงละครเพ่งสายตาไปที่หล่อน ก่อนเด็กสาวจะเริ่มวาดลวดลานเต้นรำไปบนเวที

เส้นผมสีน้ำตาลแดงยาวเหยียดถึงกลางหลังสะบัดไหวไปตามจังหวะเพลงอาร์แอนด์บีสุดเร่าร้อน แสงสีเหลืองของดวงไฟต้องผิวสีแทนของหล่อนขับให้ยิ่งงดงามจับตา สะโพกสวยเบื้องใต้กระโปรงยีนส์มินิสเกิร์ตตัวกระจิ๋วสับส่ายอย่างมีชีวิต ท่อนแขนพลิ้วลู่ดั่งกิ่งสน ทุกท่วงท่ากลมกลืนกับทุกทำนอง ลีลายั่วยวนและการชม้ายชายตากระชากลมหายใจของหนุ่มๆ รวมถึงทำให้สาวๆ ต้องเบิกตาโพลงด้วยความอิจฉา

บทเพลงสิ้นสุด การแสดงนั้นจบลงอย่างงดงาม

เงียบกริบ...

ก่อนเสียงปรบมือจะค่อยๆ ดังขึ้นเปาะแปะ กระทั่งดังอื้ออึงจนถ้วนทั่วบริเวณ

“โบกยองสุดยอดเลยจ้า”

เสียงเด็กสาวท่าทางไร้เดียงสาที่ดูเหมือนจะมาด้วยกันป้องปากร้องตะโกน

‘คิมโบกยอง’ ยิ้มหวาน โค้งให้ทุกๆ คนที่นี่อย่างสง่า

 


ยุนโฮและยูชอนยืนอ้าปากค้างที่ด้านล่างเวที

ด้วยใบหน้าที่ยิ้มค้างหากแลดูไม่จริงใจสุดๆ ยูชอนป้องปากกระซิบกระซาบกับยุนโฮว่า

“ใครวะนั่น?” เขาถาม ขณะยังไม่ยอมหุบยิ้มแบบโรคจิตๆ พิกลนั่น

“คิมโบกยอง น้องปีหนึ่ง นักเรียนทุนจากเมืองนอกน่ะ เพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่” ยุนโฮตอบทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากแม่หนูบิยองเซ “เธอเรียนทางด้านบัลเล่ต์โดยตรงจากนิวยอร์ค”

“นายหมายถึงสคูลออฟอเมริกันบัลเล่ต์?”

“ใช่”

“แล้วไง?”

“แล้วไงเล่า” ยุนโฮหัวเราะ “เธอก็จะมารับบทเป็นเลดี้แมคเบธคู่กับนายน่ะสิ”

“อะไรนะ อึนนาเลือกไว้งั้นหรือ?”

“เปล่า มีราชโองการจากเบื้องบนฝากฝังมาต่างหาก”

ยุนโฮเอ่ยพลางยิ้มเรียบ เสใบหน้ากลับไปมองยังเวที ในขณะที่ยูชอนยังคงไม่หุบยิ้มเจื่อนๆ ของตน

“เนี่ยนะ?”

“อะไร?”

“คนนี้น่ะหรือ?” ถึงตรงนี้ยูชอนเริ่มมีน้ำเสียงใส่อารมณ์ เขากัดฟันส่งเสียงฟ่อๆ ออกมาจากไรฟัน

“ใช่สิ ไม่พอใจอะไร? ไม่สวยหรือ?”

ยูชอนลูบคางครุ่นคิด “สวยน่ะสวย แต่นั่นน่ะหรือคนเรียนบัลเล่ต์มาโดยตรง? ฉันว่าเธอดูเหมือนนักเต้นระบำรูดเสา”

“ไอ้บ้า ปากเสีย” แม้จะดุเพื่อนไป แต่ยุนโฮก็ยังอดหัวเราะไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปแพ่นกระบาลเจ้ายูชอนที่กำลังหัวร่อคิกคักอย่างมีความสุขเสียหนึ่งที

รุ่นพี่ทีมงานหลายคนวิ่งปราดเข้าไปจับไม้จับมือโบกยอง น้องใหม่ผู้มากความสามารถคนนี้ แต่ที่ทำให้ซองอูกยองแทบกรีดร้อง เลือดขึ้นหน้า...

สียังไม่แห้งนะนังบ้า!


โครม!


ถังสีล้มกระจายจนสีทาสิ่งก่อสร้างซึ่งถูกบรรจุไว้ภายในสาดเลอะพื้นเวที อูกยองเตะมันจนคว่ำเสียเต็มรักอย่างจงใจให้ทุกคนเห็นการกระทำ เขาเขวี้ยงแปรงไปทาง ขยำผ้ากันเปื้อนโยนไปอีกทาง ผุดลุก แล้วเดินกระทืบเท้าปังๆ ตรงมายังยุนโฮ

ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันลิบลับ อูกยองเขย่งปลายเท้าจนแทบเรียกได้ว่ากระโดดโหน สอยคอเสื้อของยุนโฮติดมือมา

“นังโง่นี่ใคร?” อูกยองตะหวาดถาม

ยุนโฮหลับตาปี๋ “โธ่...อุ๊คกี้ ใจเย็นสิ”

“ใจเย็นหรือ? แกเห็นไหมว่านังนั่นทำอะไรลงไป แล้วให้ฉันเย็นงั้นหรือ?”

“น้องเขาไม่ได้ตั้งใจ”

“แต่ฉันตั้งใจทำงานนะโว้ย”

“ฉันรู้ แต่ว่า...”

“แล้วยัยนั่นกล้าดียังไงมาใช้ชื่อคล้ายฉัน?”

“ว่าไงนะ?”

“ยัยนั่นชื่อเหมือนน้องสาวฉันที่เป็นโรคลูคีเมียด้วย!”

“นอกเรื่องไปใหญ่แล้วอุ๊คกี้”

“พอทียุนโฮ ฉันขอถอนตัว ไม่ทำแม่งแล้ว ที่เหลือนายทำเองเหอะ”

อูกยองคลายกำปั้น ลูบมือที่ปกเสื้อของยุนโฮ หากแววตาไม่ได้คลายความขุ่นเคืองลงไปด้วย ริมฝีปากที่ถูกคล้องด้วยห่วงสีเงินเข่นเคี้ยวจนเบี้ยวไปข้าง สะบัดหน้า ทำท่าจะเดินขย่มธรณีหนีไป หากถูกยุนโฮเรียกไว้ได้เสียก่อน

“แต่อุ๊คกี้ ถ้านายไม่ช่วยฉัน แล้วฉันจะทำยังไง ฉันไว้ใจนายนะ ถึงได้ชวนมา”

ซองอูกยองหันมาเพียงเสี้ยวหน้า หยุดคิดสักพัก ก่อนตอบว่า “จะให้ช่วยอะไรก็ว่ามา”

ดูเหมือนยุนโฮจะกลับมายิ้มอย่างยินดีได้อีกสักพัก หากก็ไม่นาน

“แต่เฉพาะตอนที่ไม่มียัยบ้านั่น โอเค๊?” พูดจบก็กระฟัดกระเฟียดออกนอกประตูซุ้มโค้งจากไป ยุนโฮจึงได้แต่ถอนใจด้วยความเหนื่อยยาก

นักศึกษาหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับละครเวทีหันใบหน้าหล่อเหลาคมคายกลับไปยังเวที คิมโบกยองส่งยิ้มแหยๆ ให้เขา พลางก้มคำนับเป็นเชิงต้องการจะขอโทษ ชายหนุ่มยิ้มตอบหล่อนเพื่อปลอบใจ

ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลง ทว่าสิ่งที่พ่นออกจากริมฝีปากของเพื่อนสาวผู้ติดสอยห้อยตามโบกยองมานั่นสิที่ทำให้บรรยากาศยิ่งย่ำแย่

เด็กสาวผมดัดลอนสีทองสว่าง แต่งกายอย่างน่ารักตามสมัยนิยม บุ้ยริมฝีปากสีชมพูวาววับด้วยเครื่องสำอางราคาแพงสบถถ้อยคำร้ายกาจ โดยไม่สนใจสายตาของใครต่อใครที่หันขวับไปมองหล่อนเป็นตาเดียว

“อี๋...เพิ่งรู้ว่าวิทยาลัยเรากลายเป็นวิทยาลัยขยายโอกาส รับพวกกุ๊ยมาเรียนด้วย”

 


 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พูดอย่างงี๊ต้องโดนยำสักที ท่าจะหายซ่า....
ยูชอนพูดได้สะใจจริงๆ 555

#1 By mymj (58.8.226.206) on 2007-10-30 20:54

งิ๊ดด คุณตองค่ะ
แอบถูกใจพ่อหนุ่มเบกยอง เบกกี้ ชื่อเล่นเก๋ไก๋มากก
ชอบตอน สียังไม่แห้งนะ นังบ้า ^^!!!!!

(ตอนนี้ยังไม่มีคนตาย รอคนตายต่อไปด้วยใจสั่น ตกลงชอบเรื่องกระตุกขวัญหรือไม่ชอบนี่เรา ^^!!)

ตอนนี้ที่บอกว่าแม็คเบธเป็นตัวโกง ถึงกับคิ้วผูกโบว์ นึกไม่ออกว่าพระเอกเรื่องนี้เป็นใคร กร๊าก ^^!!!เกือบปล่อยไก่เพราะพลาดแล้ว แต่ตอนนี้นึกออกแล้วก่ะ

สำหรับแพรแม็คเบธเป็นพระเอก สงสัยเพราะแพรคิดไปเองว่าพระเอกไม่เห็นต้องเป็นคนดีก็ได้ เพราะแม็คเบธก็ไม่ใช่ทั้งคนดี และก็ไม่ชั่วสุดขีด

แต่ฮีโร่ของแพร ในเรื่อง The tragedy of Macbeth ก็เลดี้แม็คเบธอ่ะค่า เท่ที่ซู้ดดด ><
(แล้วเราจะมาพูดถึงละครของลุงเขย่าหอกในบล๊อกคุณตองทำไมนี่=[]=)

รอตอนหน้าด้วยใจจดจ่อค่ะ
คุณตองสู้ๆ

#2 By Kagetsu on 2007-10-30 21:47

อ่า ยัยผมทองนี่ใครเนี่ย ปากดีจิงเชียว

ตัวละครเริ่มทะยอยออกมากันเรื่อยๆ ตื่นเต้นลุ้นระทึกไปด้วย...

รออย่างใจจดใจจ่อ ขอบคุณสำหรับฟิกดีๆค่ะ

#3 By 유이 on 2007-10-30 21:54

แจอยู่ไหน ^^; ?

ฮ่าๆ

...เอาเถอะ ไม่ใช่ค่ะโรแมนซ์ ..
(แต่ยูซูเอาใจไปเต็มๆ น่ารักเชียว ^^)

ตัวละครเริ่มออก แต่ละคน สไตล์ ดูดีเลยทีเดียว ..
(ออกมาเยอะๆ ตายเยอะๆ ^^;)

เบกยอง โบกยอง โอ้...


ยังงงอยู่คือ... Dante ? Hwoarang ?



สนุกค่ะ น่าติดตาม ^^


ปล.สกอร์บาร์ ดูยาวขึ้นมา ปกติสั้นนิดเดียว ^^
เอาเนอะ จะสั้น จะยาว รายละเอียดยังแน่นเหมือนเดิม

^^ (เม้นไม่ค่อยถูกฮ่าๆ จะติดตามค่ะ ^^)


#4 By a.while on 2007-10-30 22:07

= = จัดการนังนั้นซะ ฮ่าๆ
ยูชอนพูดได้ตรงใจมาก That's great

#5 By ZaDCaT (125.27.165.126) on 2007-10-30 22:08

โห ... ตัวละครมันเริ่มเยอะขึ้นๆแฮะ จะจำได้หมดมั้ยหนอ =______=;;

โอ้วววว โบกยองนั่นมันโบอารึปล่าวน่ะ??? ใช่แน่ๆ (ป่ะคะ?555)

โฮะๆ เบกยองถ้าเค้าเป็นเบกยองก็คงวีนลั่นเช่นกัน- -;; ส่วนมิคพูดได้ถูกใจ๊ถูกใจ 5555 ถูกนั่นน่ะเรอะบัลเล่ต์ !?

โอ้วว โอ้ววว เป็นโชคดีอันดีงามแท้ที่เปิดเข้ามาเช็คก็อัพพอดี โฮะๆ ><

มาต่อไวไวนะคะ

เป็นกำลังใจให้ค่า ^^ คิกๆ

#6 By on 2007-10-30 22:15

ตอนนี้มีไว้ให้ตัวละครแต่ละท่านมารับบัตรคิวไปตายชิมิ??
...แหม.. ขอเลขเดี่ยวให้น้องผมทองนั่นด้วยนะ
เดี๋ยวตรียมโลงไว้เลย
....หรือว่า ไม่ต้องใช้ 555

สำหรับตอนนี้แม้จะไม่ได้นำเสนอคู่รักหนักๆ
แต่เราก็ว่าดีมากเลย อย่างน้อยก็มีการปูพื้นเรื่องราวความเป็นมาก่อนหน้านี้มาด้วย
...ซึ่งก็ดีแล้ว เพราะตอนนี้แจจุงก็ได้พักผ่อนหนึ่งตอน
เนื่องจากไม่มีคิว 555

เป็นกำลังใจให้คนแต่งอย่างสุดซึ้ง
ช่วงนี้ยุ่งมากๆ แต่ก็ยังเอาฟิคมาลงให้อ่านกัน
ขอบคุณค้าบ ^^

#7 By bonychaos (125.24.107.15) on 2007-10-30 23:05

“อี๋...เพิ่งรู้ว่าวิทยาลัยเรากลายเป็นวิทยาลัยขยายโอกาส รับพวกกุ๊ยมาเรียนด้วย”

อีนี่มันเป็นคร้ายยยย-*- แหม่ๆๆมันน่าสอยปากซักที
(แอบโหด 555+)

ตองก้าสู้ๆๆๆๆ

#8 By (58.8.226.168) on 2007-10-30 23:07

แว๊กกกกกกกกกกกกก
แจจุงไปไหน - -"
สเตฟๆๆๆๆๆๆๆๆ
ชีมาแนวนางร้ายหรือมาดีอ่ะพี่ตองงงงงงงงง
หวังว่ามิใช่นางร้ายน้า
โฮกกกกกกกกกกกกกกก
ต่อไวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มันค้างงงงงงงงงคา

#9 By Smile on u Only u ^^ on 2007-10-30 23:23

ปากดีจิงๆ!!!

คาดว่าตอนที่ 4 คงจะเป้นเธอคนนั้นแล้ว...

คงสิ้นชีพตั้งแต่ตอน 3

5555555+

ยุชอนพูดจาโดนใจมากมาย หึหึ

แต่ถ้าน้องคนนั้นเธอมาได้ยินเข้า... เธอคงเสียดายเงิน

ไปเรียนมาตั้งไกล ได้แค่นี้!!

#10 By aye's (125.25.96.152) on 2007-10-31 01:17

กะลังหนุกเลย แต่แจไม่ออกอ่าาา
ยุนเรียกเพื่อนซะน่ารักเชียว เบกกี้ก็นิสัยดีเนอะ แรงดี
ตัวละครเหมือนจะออกกันยังไม่ครบนะเนี่ย
เยอะแยะมากมายย

#11 By Eik on 2007-10-31 01:29

เพิ่งได้มาตามอ่านเรื่องใหม่

น่าตื่นเต้นอีกแล้ว

ชอบฟิคคุณตองที่สุด

มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองทุกเรื่องเลย

แต่รู้สึกตัวละครจะเยอะมากเลยเรื่องนี้ ยุนแจ ยูซูเลยเด่นน้อยลง

ยังไงก็รออ่านอยู่นะคะ ^^ สู้ๆค่ะ

ปล.รอรวมเล่มเรื่อง Lovefury อยู่นะคะ คืบหน้ายังไงก็บอกด้วยน้า

#12 By Loveyoochun ^^ on 2007-10-31 02:05

>_<~~ดีใจจังที่สเตฟานี่มีบทในเรื่องนี้
แอบขำโบกยองกับเบกกี้(ชื่อเล่นน่ารักจริงๆกร้าก)
คู่นี้ประทะกันท่าจะมันส์น่าดู
แอบโดนใจพ่อคุณเบกยอง ดูเวิคคาฮาลิคบ้างาน
แนวรักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน สาวเสิวไม่มองอะไรยังงั้น


ชอบคาแรกเตอร์ของชางมินด้วย ดูเก็บกดดีค่ะ กร้าก
เรื่องนี้เข้มข้นน่าดู
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ


อีสาวแรงงาน สู้!!!

#13 By mikan on 2007-10-31 08:09

ยุนโฮกับเบกยองน่ารักจัง
แต่แจจ๋าหายไป
น่าฉงฉาน

คิดถึงอย่างบอกไม่ถูก

โบกยองอย่ามาแย่งยูชอนนะ

#14 By คิมแชยอน on 2007-10-31 11:44

ยูซู กีสสสสสสสสสสสสส~~
ปลื้มมม ยูซูของพี่ตอง ยิ่งปลื้มมมม

หมั่นไส้พวกชะนี ชริๆ
น้องน่ารักกก เค้าก็จะหยุดที่น้องนะพี่ตอง 555

ชอบเรื่องนี้มากมาย
รอพระเอกในดวงใจ หรืออาฮัวจะเปนพระเอก อุอุ
แอบรีเควชฮัวเซีย อิอิ

สัญญาแล้วนะคับตัวเอง
พิทักอุเคะ ~~

รอรวมเล่มน้า >//<

#15 By FunkyBoyZ` ♥ YS ! on 2007-10-31 16:49

สงสารยุนโฮจัง ...


กว่าจะทำละครเสร็จ ท่าจะเหนื่อยน่าดูเลยนะเนี่ย ...

...........

#16 By nats (58.10.9.73) on 2007-10-31 20:18

คิมแจจุงหายไปไหน?

โฮ้วววววว ไม่อยากเชื่อแลดูงานนี้คุณคิมจะไม่เด่น(รึเปล่า)

พี่ตองอ่ะ!!~ มาต่อสั้นจุ๊ดๆ แถมคุณคิมก็หายไปอีก อ๊ากกกก เรื่องราวกำลังเดินเรื่อยๆ เผยตัวละครอย่างช้าๆ

อยากอ่านต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นอย่างนี้ทุกครั้งหลังจากอ่านฟิกของพี่จบ ฮ่าๆๆๆๆ

มาต่อเร็วๆนะคร้า ก่อนที่จะไปปาดคอนังผมทองซะก่อน ท่าทางน่าหมั่นไส้จริงๆ - -"

#17 By Franc (124.121.128.134) on 2007-10-31 21:14

ชายปาร์คปากได้ใจ
ชางมินนี่เท่โฮกกก
สงสารอะอุตสาต์ทาสี
ใครไม่มาทำซะ...
เพื่อนคุณเธอก็นะจะโดนไรเนี่ย
ว่าแต่ใครคือรายต่อไปค่ะ
สู้ๆนะคะพี่ตอง

#18 By ZenShi (125.25.157.197) on 2007-10-31 21:35

มีเสตฟด้วย
เหอะๆ
มันล่ะงานนี้
กร๊ากกก

#19 By A_ay (203.113.51.132) on 2007-10-31 22:04

อ๊ายยยยยยยยยยย จุ๊บๆๆๆ จุ๊บแก้มกันโด้ยยยยยยยย

ปลื้ม!!!!

ขอออกจากโหมดเพ้อยูซู ได้ข่าวว่าเรื่องนี้ไม่ใช่รักหวานแหวว แต่เราก็ยังเพ้อ 555

เรื่องนี้เสตฟจะเป็นคนดีไหม เธอชอบได้รับบทร้ายอยู่เรื่อยเลย

ส่วนเพื่อนพ่อหมี 55 เรียกกันซะน่ารัก เบกกี้ ต๊าย.. ว่าไปนะหมีนะ

อยากรู้จังเลยว่าปริศนาฆาตรกรรมคืออะไร ชักอยากไปหาอ่านจิงๆแล้วนะแมคเบธเนี่ย มีจิงๆเหรอ โฮ่ๆ อ่านแต่ฟิกอ่ะนะ วรรณกรรมก็ไม่ค่อยรู้ cry

รอตอนต่อไปจ้า ตองก้าสู้ๆ

#20 By minjoo (124.120.236.85) on 2007-11-01 00:25

ลูกปาร์คจะเป็นไรมั๊ยเนี่ย ถึงไม่เชื่อคำสาปที่เลื่องลือตะอย่างว่าเชื่อไว้หน่อยก็ดีน้าอีกอย่างเจ้าตัวก็พูดออกเชิงกลบเกลื่อนไม่อยากให้นุ้งไม่สบายใจอีก แต่จริงๆแล้วตัวเองก็คงกลัวอยู่เหมือนกัน เฮ้อ... ห่วงมากมาย

ตอนนี้ลูกหมีเป็นผู้กำกับรับหน้าที่ใหญ่มากมายคงปวดกาบาลกันเลยทีเดียว แจจ๋าไปไหนมาให้กำลังใจหน่อยน้า

ขอบคุณคุณตองคะ

#21 By m (124.121.117.243) on 2007-11-01 00:51

เหอๆๆ....ชอบอ่านเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ
ถึงแม่จะไม่ใช่แนวหวานแหววแต่ก้น่าติดตามมากๆ
รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ...มาต่อเร็วๆล่ะ
เดี๋ยวจะลงแดงตาย...เหอะๆๆ

#22 By Omega_zZ (203.107.199.143) on 2007-11-01 20:35

อะโห ปากหรอนั่น ร้ายกาจใช่เล่น
ปากคอเราะร้ายจริงๆแม่คนนี้ ระวังไว้ให้ดีเถอะ
เธออาจจะเป็นรายต่อไป หึหึ

ส่วนสเตฟานี่เปิดตัวครั้งแรกบนเวทีเลยนะ
แต่ชอบที่ปาร์คบอกจัง 'เหมือนนักเต้นระบำรูดเสา'
เปิดตัวมาอย่างขโมยซีนเลยนะเนี่ย

'ยูชอนหยุดทุกอย่างเอาไว้ที่คิมจุนซู'
อ่า ชอบจังเลย พ่อคาสโนว่าสิ้นลายก็วันนี้แหละ ฮิฮิ

ใครจะเป็นรายต่อไปกันน้า (เราหรือเปล่าเนี่ย)
อ๊างงงง

คุณตองอาจจะสงสัย ยัยนี่ใคร??กัน

อ่าแหะๆๆ

ต้องขอโทษT^T

จิงๆค่ะ คือปกติ เปนคนชอบอ่านฟิคที่จบแล้ว เพราะแบบว่าไม่อยากอ่านค้างอ้ะ((ดูเปนนิสัยที่ไม่ดีเรยเน๊อะ))T^T

แต่ว่าชื่นชอบฟิคคุณตองมาก

ถึงได้ทำใจกล้าอ่านตั้งแต่เพิ่งลงPrologueเรยค่ะ

โฮกกก
***********

ครั้งแรกที่เหนชื่อเบกยอง ก้อคิดว่าเอ๊ะ จะมี โบกยองออกมาด้วยรึเปล่า

ปรากดว่ามีด้วย...ฮิๆ แอบดีใจ^^

อ๊ายย ขอให้คุณตองแต่งฟิคสนุกๆอย่างงี้ตลอดไปเรยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ สู้ๆ

#24 By Lolita (124.120.76.147) on 2007-11-02 10:09

เธอเปนใคร ... ปากช่างกล้า

.
.

คาแรกเตอร์ของแต่ละคนออกมาชัดมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

ชอบจังเลย

.
.

รอคอยตอนต่อไปจร้า

#25 By OPEL (202.93.62.124) on 2007-11-02 15:08

อ่านไปใจสั่นระรัว

อย่าให้ยูชอนเป็นอะไรเลย><

โบกยองนั่นดีอ่ะเป่าเนี่ย เห็นนิสัยคนที่คบด้วยชักๆไม่แน่ใจ เหอๆ

รอตอนต่อไปนะคะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆๆๆ

#26 By pawaE (58.8.162.133) on 2007-11-02 17:27

หวัดดีค่ะ เพิ่งเข้ามาอ่านเป็นครั้งเเรก เเล้วก็ชอบมากๆเลย อยากทราบว่าหนังสือLovefurypassionenergyยังมีเหลือมั๊ยคะ? อยากได้มากๆเลย ยังไงติดต่อมาที่kratay_kero_satit@hotmail.comด้วยนะคะ จะรอค่ะ

#27 By ~oO...RabbicH...Oo~ (203.155.225.189) on 2007-11-02 20:45

แจไม่ออกเลยอ้าT^T'' ไม่เปนไรๆ ๆ แอบหลงนายนะปาร์คยูชอน 55 น่ารักไปไหน อิอิ

#28 By eastsea (58.10.15.23) on 2007-11-03 16:09

ยัยปากเสียนี่มันใคร กล้าดีอย่างไรมาว่าคนอื่น แค่มีเงิน ทำมาเป็นวางท่า คนเราน่ะเค้าดูที่คุณภาพเว้ย ไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ แค่ดูเป็นไฮโซวแล้วยังไง? ห๊า!!!!!

ก่อนอื่นต้องขอด่ายัยนั่นก่อน ดีนะที่ไม่มีชื่อ ไม่อย่างนั้นได้ว่าไปถึงบุพการี แย่จริง!
ตอนนี้แอบชอบเบกยอง อิอิ คนตัวเล็กๆ น่ารัก มีโลกส่วนตัว ไม่ชอบพวกไฮโซว ปากไว แต่ใจดีชะมัด คนแบบนี้สิถึงจะได้ใจ
โบกยองไม่ใช่คนไม่ดี น่าจะใช่ แต่เพื่อนเธอน่ะ กลับไปช่วยอบรมหน่อยนะ (ยังเคืองไม่หาย) แต่ตาปาร์คท่าทางจะไม่ชอบโบกยองอย่างแรงเลยแฮะ พอปาร์คพูดแบบนี้แล้วอยากจะเห็นท่าเต้นของคุณเธอยังไงก็ไม่รู้แฮะ ^^

ชิมชางมิน ช่างเป็นคนจริงจัง ไม่น่าเชื่อว่าคนแบบนี้ก็เป็นแค่เด็กผู้ชาย ฮ่าๆ แอบเหล่สาวเหมือนกันหรอจ๊ะ? อิอิ
แต่ว่ามันต้องมีเรื่องให้คุณแม่ชางมินไม่ชอบคุณแม่ยุนโฮแน่ๆเลย เรื่องอะไรเนี่ย? ไม่ชอบกันเพราะอะไร๊? แต่ก็ดีแล้วที่ยุนโฮกับชางมินยังสนิทกัน
คิดเหมือนกันเลย ถึงจะไม่สนใจใครอย่างไร แต่ว่าการให้ความสำคัญกับคนน่าจะสำคัญกว่าการให้ความสำคัญกับชื่อเสียงเนอะ แต่ก็อย่างว่า ชื่อเสียงก็มีผลต่อหน้าตา เพื่อตัวเอง ใครจะไปยอมทำเพื่อคนอื่นกัน โลกเรานี่น้า คนเรานี่น้า~เฮ้อ!!

ตอนนี้ยูชอนกับจุนซูเอาใจไปเลย อ๊างงง น่ารัก!!! เซียจ๋าก็ยังคงเป็นห่วงตาปาร์คไม่เสื่อมคลาย อย่างนี้สิรักจริง
ปาร์คก็รักจุนซูมากมายเหลือเกิน แหมๆ ถึงกับยอมถอดเขี้ยวเล็บ เพื่อนคนนี้เชียวนา โฮะๆ น่ารักจริงๆเลย >.<
ว่าแต่ ได้รึเปล่าจ๊ะ รางวัลน่ะ? ปาร์คยูชอน >//////<

ตอนนี้ มองซ้ายมองขวา มองไปทั่วๆโรงเรียนแล้วก็ยังไม่เห็น คนสวย แจจุงหายไปไหนคะเนี่ย?

ตอนนี้ยังไม่ค่อยเครียดเนอะ แต่ว่า อย่าให้เครียดนักเลยนะคะ เดี๋ยวหนูจะไม่ไหว ฮ่าๆ (ยังจะมีหน้าไปขอ - -)

จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

#29 By Aphro_dite (58.8.212.81) on 2007-11-03 17:26

ยูชอนหยุดทุกอย่างเอาไว้ที่คิมจุนซู



อ้ากกก ยิ้มแก้มแตกไปเลย ปลื้มมากๆเลย

แม้จะเคยเจ้าชู้ขนาดไหน ถ้ามาเจอน้องก็ต้องยอมสยบที่น้อง อะล้า~!
ตอนนี้ ยูซู เอาใจไปเลยจ้า ^^

ตอนนี้ตัวละครเริ่มออกมาแล้ว สนุกมากเลย

ถึงแม้ปาร์คจะแสดงเป็นตัวร้ายในละครเวที แต่เป็นพระเอกในใจจุนซูนะเออ (เสี่ยวได้อีก)

อ้ากกกก น่าติดตามมากๆเลย แล้วมาต่อเร็วๆนะคะ
เป็นกำลังใจให้คุณตองจ้า

#30 By Griffindoor YS* (203.147.14.72) on 2007-11-03 18:19

อ่า

คิมโบกยอง

สเตฟานี่ป่ะค่ะ

ชอบจังเลย ยูซู มาต่อไวๆๆน่ะค่ะพี่ตอง

Fighting!!!!!

พี่ตอง สู้ๆ เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ

cry

#31 By เนย (124.121.143.55) on 2007-11-04 15:54

โบกยองจ๋า ปากดีแบบนี้เดี๋ยวก็ได้ตายหรอก
.
.
โธ่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ +555+ เพ่มิกกี้ไม่ได้เป็นพระเอก

#32 By loverken (210.213.18.150) on 2007-11-06 14:53




อู........... กลับมาก็ได้อ่านฟิกคุณตองเลยคร่า ><~~~~



แอบลุ้นนะนี่ว่าใครจะตายคนต่อไป เอิ๊กกกกกก



จะรออ่านอย่างใจจดใจจ่อนะก๊ะคุณตอง
แนวลึกลับแบบนี้มีเสน่ห์ไปอีกแบบก๊ะ ><

คุณตองรักษาสุขภาพด้วยนะก๊ะ
เป็นกำลังใจให้เสมอค่า ^^

ตัวละครออกมาอีกเยอะเลย แต่แจหายไปไหนอ่ะ
คิดถึงแจน๊า แอบชอบ เบกกี้ 555

#34 By yj on 2007-11-12 18:29

อ่า
น้องหนูไอสไตน์สุดยอด=w=''
ส่วนยัยผมทองนั้น
ควรจับเอาหน้าไปแถพื้น=[]=!!!

#35 By momochan on 2007-11-14 13:35

>[]< ยูซูน่าร๊ากกกกกกกก >.<
พูดแล้วนะว่าจะหยุดที่คิมจุนซู
ถ้าปาร์คมีนอกใจ ..... ตายแน่!!

หวังว่านังโบกยองคงไม่มายุ่งอะไรกับปาร์คของนู๋เซียนะ

แต่ปาร์คพูดได้สะใจดีอ่า 'นักเต้นระบำรูดเสา' 55+
เบกกี้ก็น่ารัก >O<

ส่วนนังคนสุดท้ายนี่!!! ปากดีจริงๆ

#36 By kook (58.8.64.189) on 2007-11-23 12:43

ยัยผมทองหน้าหนาเตอะนั่นเป็นใครเนี่ย

พูดจะน่าเอาสีกรอกปากที่สุด

แต่ฮาตอนยูชอนพูด ปากเสียได้อีกค่ะ


แอบกลัวนะเนี่ย ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับท่านปาร์ค

ดันเป็นตัวเอกของละครซะด้วยสิ

#37 By Miwa@Micky on 2008-01-04 18:48

เพิ่งอ่านได้แค่พาร์ทสอง

อึ้งไปเลย เพิ่งเคยอ่านฟิคดงบังแนวนี้

ความจริงต้องพูดว่า เพิ่งเคยเห็นคนแต่งฟิคดงบังแนวนี้

สุดยอด ภาษาไฮโซมากพี่ตอง

เรื่องนี้มิคดูเทิดทูนรักจุนนี่ยิ่งชีพ ฮ่าๆ

โฮฮฮฮฮฮ หวังอยู่ลึกๆว่ามิคคงไม่โดนคำสาปอะไรนั่นหรอกนะ ..

หืมม เด๋วมาอ่านต่อค่ะ ^^

#38 By B*Witch (203.153.175.164) on 2008-04-28 11:11

โอ้วว ขอให้ปาร์คกับน้องรักกันตลอดกาล
ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลง = =
ตัวละครชักเยอะละคะ
ฮ่าๆ เดี๋ยวไปอ่านวิกิพีเดียหน่อย ^^

แบบว่า ยูซูน่ารักก อ๋าา ~
พาร์ทนี้เหมือนบอกเล่าความเป้นมาเน้อ
ชิมมินน่ารัก คิกๆ ^^

อ่านตอนต่อไปอย่างว่องง ><

#39 By NUBYE* (125.25.14.111) on 2009-04-27 14:37

อ่า....สำหรับตอนนี้
หวานจริงเชียว ยูซู
แต่ท่าทางงานยุนโฮจะไม่ง่ายซะแล้ว
มีผูหญิงมาทำยุ่งแล้วนั้น
แต่โชคดีไปตอนนี้ไม่มีคนตาย
ติดตามอยู่นะค่ะ

#40 By *TheBellEst* on 2009-07-31 22:15