★ b.leaf ★ View my profile

Demon Authorized (1)

posted on 10 Oct 2007 22:56 by bleaf-me  in demon-authorized

Title: Demon Authorized
Author: b.leaf
Staring: Dong Bang Shin Gi (SM Entertainment) / (C) b.leaf's Original Characters
Pairing: Yoonho/Jaejoong, Yoochun/Junsu
Genre: AU, Mystery, Thrillers, Horror ; !Against religion & beliefs (Christian Beware)
Rate: R

 

- - -

 

1.

 

กระเป๋าสะพายที่ดูคล้ายว่าเคยเป็นสีขาวถูกเหวี่ยงโครมลงบนโต๊ะ สร้างแรงสะเทือนไม่เบาให้กับโต๊ะไม้ขนาดหกคนนั่งที่มีขาตั้งไม่เท่ากัน เรียกให้ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เจ้าของใบหน้าขาวสะอ้านในแบบผู้ดี ละสายตาจากบทละครตรงหน้า

สิ่งแรกที่ยูชอนเห็นทันทีที่เงยหน้าขึ้น คือสีหน้ากระอักกระอ่วนเกินบรรยายของเพื่อนรัก

จองยุนโฮมีท่าทีไม่สบายอกสบายใจนักในยามนี้ ใบหน้ากระชับแลดูตื่นตระหนก กรอบตาเรียวเล็กหมองเศร้า และผิวพรรณที่เคยเป็นสีออกแทนคร้ามไอแดดในยามนี้ซีดเผือด

“อึนนาตายแล้ว” น้ำเสียงเบาหวิวถูกเค้นผ่านลำคอแห้งผากระคายดุจกระดาษทราย

ยูชอนได้ยินแล้ว หากไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

“เหอะ ยัยหนังหนานั่นหรือจะตาย ถึงตายเสียได้ก็ดีสิ ฉันล่ะอยากให้มันตายไปนานแล้ว” เขาสำลักขำ พลางแดกดันอย่างใจร้ายด้วยไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

สีหน้าของยุนโฮไม่ได้ดูดีขึ้น เขาย้ำ “ตายแล้วจริงๆ นะยูชอน ที่โรงละครตอนนี้มีตำรวจเต็มไปหมด”

เมื่อนั้นเองที่ยูชอนเริ่มสำนึกว่าชีวิตของเขาช่างราบรื่นเรียบง่าย และมีเรื่องน่าสนุกเกิดขึ้นมากมายจนเกินไป ปากของเขาเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ ใบหน้าขาวถอดสี

บรรยากาศในโรงอาหารของวิทยาลัยศิลปะอิเดนเบิร์ช วิทยาลัยเอกชนลูกผู้ดีอันเลื่องชื่อระดับประเทศ ณ เวลานี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เนื่องจากเป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียนที่สองประจำปีการศึกษา นักศึกษาต่างสายชั้น ต่างคณะจึงแวะเวียนกันมาจับจองที่นั่งตั้งแต่เช้าตรู่

เสียงพูดคุยซอกแซกสับสน คงจะดีหากเรื่องที่ต่างพูดคุยเป็นกันเสียงเดียวจะไม่ทำให้เช้าอันแสนสดใสหดหู่ ข่าวเหตุการณ์ฆาตกรรมนักศึกษาสาวเอกการละครชั้นปีที่ 3 แพร่สะพัดไปทั่วดั่งไฟลามทุ่ง ทุกคนให้ความสนใจกับเรื่องนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งยุนโฮและยูชอน ผู้ซึ่งรู้จักคุ้นเคยกับผู้ตายเป็นอย่างดี

ขณะกำลังปล่อยให้ความคิดมากมายครอบงำ ลมแผ่วๆ เคล้ากับกลิ่นหอมที่ปลิวผ่านด้านหน้าไปฉุดเรียกสติของยูชอนให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้ง เพียงมองผ่านแวบเดียวก็นึกสนุก จึงสะกิดยุนโฮให้มองตามร่างเพรียวบางของนักศึกษารุ่นน้องปีหนึ่งทันที

เพราะเขารู้ว่ายุนโฮ...ตกหลุมรักและเฝ้ามองคิมแจจุงอยู่ข้างเดียวมานานเพียงใด

เมื่อครั้งพบกันเป็นครั้งแรก เขาคนนั้นมีเส้นผมสีดำสนิทเงางามเหมือนปีกอีกา แต่ตอนนี้สีของมันเปลี่ยนเป็นสีบลอนด์หม่นๆ ดูแปลกตามีเอกลักษณ์ ใบหน้าหวานสวยมากเกินกว่าจะมองเพียงผิวเผินแล้วสามารถระบุได้ว่าหญิงหรือชาย หากมีกริยาท่าทางสง่า แม้ไหล่บอบบางแต่ก็ผึ่งผาย ดวงตากลมโตสีดำสนิทของเขามักฉายแววแข็งกร้าวยโส ทว่า...นั่นล่ะคือสิ่งที่ทำให้ยุนโฮหลงรักตั้งแต่แรกเห็น

ดวงตาเรียวรีจอดสนิทอยู่ที่เจ้าของทรวดทรงอ้อนแอ้นภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อบางสีขาวสะอาด ยิ้มเพ้อฝันอยู่กับตัวเองเช่นนี้ทุกครั้งแม้ไม่ได้สบตา

“เออ ยูชอน เดี๋ยวฉันมานะ” โดยไม่ยอมปล่อยให้ร่างนั้นคลาดสายตา ยุนโฮผุดลุกขึ้นจากที่ที่เคยนั่ง ออกวิ่งตามคิมแจจุงไป ทิ้งให้ปาร์คยูชอน สหายรัก นั่งหัวเราะเบาๆ อย่างนึกขันแกมสังเวชใจอยู่เพียงลำพัง

เขาคบกับยุนโฮมานานตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูล และเขาแน่ใจว่าไม่มีใครรู้จักยุนโฮดีมากไปกว่าเขา ยุนโฮเป็นหนุ่มหล่อที่สาวๆ ใฝ่ฝัน มารยาทดีเพราะการบ่มเพาะปลูกฝังจากครอบครัวที่ค่อนข้างเคร่ง เขาฉลาดรอบรู้คล่องแคล่วไปเสียทุกเรื่อง อ่อนโยนกับเพศหญิงและมีเมตตากับสัตว์ จะมีก็แต่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ร้อยวันพันปีก็สอบตกไม่เป็นท่า

มองแววตาที่แลไม่ต่างไปจากลูกหมามองเครื่องบินของเพื่อนซี้ หนุ่มหล่ออันดับหนึ่งแห่งอิเดนเบิร์ชก็เป็นต้องถอนใจ พลางส่ายหน้า

“ไอ้ลูกหมาเอ้ย...”

 

.

.

.

 

เพราะแจจุงอยู่ใกล้เขาแค่ปลายจมูก กลิ่นหอมหวานรวยรินเป็นเอกลักษณ์จากร่างบางจึงยิ่งเด่นชัด รุนแรง อวลซ่านลึกราวกับกำลังจุมพิตถึงจิตใจของเขา

ท่ามกลางบรรดานักศึกษาชายหญิงที่กำลังต่อแถวเรียงคิวรอซื้ออาหาร ทุกสายตาต่างจับจ้องมองแผ่นป้ายรายการ พลางครุ่นคิดหาของขวัญยามเช้าให้กระเพาะอาหารของตน คงจะมีก็แต่ยุนโฮเพียงคนเดียวที่ไม่ได้คำนึงถึงสิ่งนั้น

เขาไม่ได้มองรายการอาหารเหมือนคนอื่นๆ หากสายตาจรดนิ่งอยู่ที่เจ้าของเส้นผมสีสวีดิชบลอนด์ คลอเคลียลำคอระหงกับผิวแก้มเนียนละเอียด รอยสักรูปปีกนางฟ้าสีดำ ปรากฏให้เห็นได้เพียงเลือนลางเบื้องใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อบางของคนตรงหน้า

กี่เดือนมาแล้วที่เขาไม่ได้พบนางฟ้า...

ถึงแม้สองสามเดือนมานี้ ยุนโฮจะไม่ได้หยุดนิ่ง และแทบกระดิกกระเดี้ยวตัวไปไหนไม่ได้ ด้วยเป็นธรรมดาของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตระเตรียมงานแสดงละครเวทีประจำปีของทางวิทยาลัย ทั้งยังหน้าที่ผู้ช่วยผู้กำกับละครที่เขาต้องแบกรับ ยิ่งทำให้ปิดเทอมที่พ้นผ่านยุ่งยากวุ่นวายขึ้นไปใหญ่

หากในความรู้สึก ทุกๆ วินาทีระหว่างช่วงปิดภาคเรียนช่างแสนยาวนานและผ่านไปช้าเหลือเกินสำหรับเขา

เพราะทุกลมหายใจเข้าออกของเขาคือคิมแจจุง

เมื่อไม่ได้พบหน้าก็ราวกับว่าโลกใบนี้ยังคงไม่ได้รับแรงขับเคลื่อนให้หมุนไป

ไม่...เขาไม่เคยพูดคุยกับคิมแจจุง รุ่นน้องต่างคณะคนนี้นิ่งเงียบเกินไป และเขาเองก็ไม่กล้าพอ

ไม่เคยทำความรู้จักกันเป็นการส่วนตัว โชคดีเหลือเกินที่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของแจจุง สนิทสนมและกำลังคบหาอยู่กับยูชอน ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่มีโอกาสได้รู้แม้แต่ชื่อแซ่

ไม่เลย...ไม่เคยสบตากันตรงๆ ไม่แม้เพียงด้วยความบังเอิญ เพราะแจจุงไม่เคยปรายหางตามาทางเขา

แต่ก็เท่านั้น มันไม่สำคัญมากไปกว่าที่เขารักแจจุง

แม่ครัวร่างอวบท่าทางใจดี ตะโกนโหวกเหวกถามประโยคเดิมๆ ด้วยรอยยิ้ม

“ชุดสองครับ” แจจุงตอบแทบจะในทันที ด้วยมีคำตอบอยู่ในใจนานแล้ว

ยามที่ร่างบางแย้มริมฝีปากเพียงเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างสุภาพกับแม่ครัว ท่อนแขนขาวและเรียวเล็กเหยียดขึ้นชี้รายการอาหารแทนสัญญาณ ทำให้เสื้อเชิ้ตสีขาวยิ่งแนบผิวเนื้อ

ราวกับสติวูบดับไป ยุนโฮรู้สึกตัวอีกครั้งเพราะถ้อยเสียงและคำถามนัยยะเดียวกันนั้นของแม่ครัว

“ทานอะไรดีจ๊ะ ยุนโฮ” หล่อนยิ้มแป้น พลางเอ่ยเสียงดัง แก้มกลมๆ เรื่อสีแดงด้วยความเหนื่อยล้า กระนั้นก็ยังแลดูสดใสสม่ำเสมอ

ไม่มีใครไม่รู้จักจองยุนโฮ...

ยุนโฮยิ้มตอบ ดวงตาอ่อนโยนอบอุ่น เขาเพิ่งได้คำตอบที่จะให้กับแม่ครัวที่คุ้นเคยเมื่อครู่นี้เอง

“ชุดสองครับป้า”

อาหารเช้าไม่จำเป็นสำหรับเขามาเป็นเวลาเกือบสิบปี กระนั้นชายหนุ่มก็ยังตั้งหน้าตั้งตาต่อแถวซื้ออาหารเช้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาได้พบเจ้าของรอยสักปีกดำของนางฟ้า

 

.

.

.

 

เมื่อยุนโฮแบกถาดอาหารกลับมาที่โต๊ะ เขาก็พบเด็กหนุ่มอีกคนซึ่งไม่คาดคิดว่าจะได้พบนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขากำลังพูดคุยกับยูชอนอย่างออกรสออกชาติ แต่เมื่อเหลือบสายตามาเจอเขา เด็กหนุ่มคนนั้นก็โบกมือขึ้น ตะโกนทักทาย

“พี่ยุนโฮ!”

“หวัดดีชางมิน”

เด็กหนุ่มวัยละอ่อนที่ถูกเรียกว่าชางมิน เป็นลูกชายคนโตของศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ของวิทยาลัยแห่งนี้ ที่สำคัญ...สาเหตุของความสนิทสนม ชางมินเป็นลูกพี่ลูกน้องทางฝ่ายแม่ของยุนโฮ

ชางมินไม่ได้เรียนศิลปะแขนงใดที่อิเดนเบิร์ช หากในปีนี้ เป็นปีแรกที่เด็กหนุ่มจะได้เข้ารับการศึกษาในฐานะนักศึกษาใหม่ ประจำคณะวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยรัฐด้วยอายุเพียง 18 ปี

ด้วยเหตุนี้...ยุนโฮจึงมักเรียกขานแกมล้อเลียนเขาว่า ‘ไอ้หนูไอสไตน์’

“เออนี่ มีใครรู้เรื่องนักศึกษาปีสามที่เพิ่งถูกฆาตกรรมในโรงละครนั่นบ้างหรือเปล่าครับ” ไอ้หนูไอสไตน์คนที่ว่า เริ่มต้นเช้าที่แสนเหี่ยวเฉาอยู่แล้วด้วยการเปิดประเด็นคดีฆาตกรรมสุดสยองบนโต๊ะอาหารเช้า ดวงตาสีเข้มพราวประกายสนอกสนใจ

ยูชอนถอนใจแทบจะในทันที เขาไม่อยากจะพูดถึงมันนัก ทว่าชางมินทำเป็นมองไม่เห็นท่าทางอยากสำรอกของเก่าของเพื่อนรุ่นพี่ เขาว่าต่อไป

“สภาพศพถูกตรึงไว้กับไม้กางเขนเหนือเวทีละครในสภาพกลับหัวผิดธรรมชาติ ศพโชกไปด้วยเลือด บนตัวมีร่องรอยฟกช้ำดำเขียว กับรอยแผลที่เหมือนถูกของมีคมทำร้าย แต่แปลกตรงปากแผลที่ไม่เรียบ ลักษณะเหมือนถูกขย่ำด้วยกงเล็บของสัตว์ร้าย ไม่ก็อาวุธที่เราคาดไม่ถึงอย่างเช่นกรรไกร”

ถึงตรงนี้ ชางมินนิ่งไปครู่ แม้จะเคยเห็นเพียงผ่านๆ และมีฝูงชนมุงดูที่เกิดเหตุบดบังอยู่บ้าง หากสภาพศพของนักศึกษาสาวก็ยังคงติดตา เมื่อนึกถึง ขนอ่อนที่ลำคอก็ลุกเกรียว

“ที่สำคัญ...ลูกตาของเธอหายไปทั้งสองข้าง และไม่พบชิ้นส่วน ณ ที่เกิดเหตุ”

ยุนโฮกลืนคำโต รู้สึกย่ำแย่เกินบรรยาย ทว่ายูชอนดูจะอาการหนักหนากว่าเขามาก

ริมฝีปากของชายหนุ่มแห้งผากไร้สีสัน ยามเมื่อเอ่ยถ้อยคำขาดๆ หายๆ “ถึงฉันจะไม่ชอบขี้หน้ายัยอึนนา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันอยากให้ยัยนั่นถูกฆ่าตายจริงๆ”

“อะไรกันครับ พวกพี่รู้จักคนตายด้วยหรือ?”

ยุนโฮพยักหน้า ตอบคำถามของชางมินแทนยูชอนที่ในเวลานี้ คงไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะนึกถึงภาพใบหน้าของอึนนาผู้จากไป

“ใช่ อึนนาเป็นเพื่อนร่วมคณะของยูชอน และเป็นเพื่อนร่วมงานของพี่ด้วย”

ชเวอึนนาเป็นนักศึกษาระดับหัวกะทิของคณะการละคร เอกละครเวที ประจำวิทยาลัยศิลปะอิเดนเบิร์ชแห่งนี้ เพราะความที่ร่ำเรียนมาโดยตรงในสาขาละครเวที หล่อนจึงได้รับหน้าที่เป็นโต้โผใหญ่ มอบหมายให้เป็นผู้กำกับละครเวทีที่กำลังจะจัดแสดงขึ้นในงานประจำปีของวิทยาลัย

แม้ยุนโฮจะไม่ได้สนิทสนมกับอึนนามากนัก ด้วยความที่เขาเรียนกำกับภาพยนตร์ต่างจากอึนนา แต่การเสียชีวิตอย่างกระทันหันของหล่อนก็เป็นเรื่องน่าใจหายไม่น้อยเลยสำหรับเขา เพราะถึงอึนนาจะชอบออกคำสั่งกับคนอื่นๆ เห็นเพื่อนร่วมทีมเป็นเสมือนลูกน้องกินเงินเดือน คิดถือแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ และมีรสนิยมที่ห่วยแตกเกินทำใจ กระนั้นก็ยังเป็นคนมีความสามารถ และยุนโฮก็สามารถร่วมงานกับหล่อนได้เป็นอย่างดี

งานนี้คงไม่สามารถเสร็จสมบูรณ์ได้ง่ายดายหากไม่มีอึนนา

ระหว่างนั่งบีบมือตัวเองคลายความตึงเครียด ยุนโฮก็เผอิญเหลือบสายตาไปสบเข้ากับบทละครปึกหนาใต้ฝ่ามือของยูชอน สิ่งนั้นฉุดให้เขาเงยหน้าขึ้นสังเกตความเป็นไปของเพื่อนรัก

หากจะมีใครเสียใจอย่างลึกซึ้งจากการตายของอึนนา ก็คงจะเป็นยูชอนนี่กระมัง

ยูชอนกับอึนนาไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูซึ่งกันและกันเสียทีเดียว ยุนโฮคิดว่าน่าจะเป็นเพราะความสนิทสนมคุ้นเคยกันมากกว่า ที่ทำให้คู่รักคู่แค้นคู่นี้มักมีปากเสียงกันเรื่อยมา

ยูชอนเป็นเพื่อนร่วมชั้น และมักจะได้รับเลือกให้เป็นพระเอกละครเวทีทุกเรื่องที่อึนนากำกับ ขณะที่อึนนาผลักดันให้ยูชอนกลายร่างจากนักศึกษาวิชาการละครธรรมดาๆ แล้วเพิ่มประกายให้เขาเป็นดาวเด่นประจำวิทยาลัย ในเวลาเดียวกัน ยูชอนก็เป็นคนที่ทำให้ชื่อเสียงและความสามารถของอึนนา เข้าตาคณะอาจารย์รวมถึงตลาดธุรกิจบันเทิงของประเทศแล้วตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ

“ฉันไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเลย” ยูชอนยอมปริปากหลังจากที่เงียบไปนานแล้วในที่สุด “คิดดูสิ ใครจะสามารถแบกศพของผู้หญิงขึ้นไปแขวนกับไม้กางเขนที่สูงขนาดนั้น ทั้งที่ไม่มีที่ให้ยึดตัวเองขึ้นไป นอกเสียจากคนที่ทำจะแข็งแรงมากและบินได้ สภาพศพของยัยนั่น มันยากจะทำใจให้เชื่อได้จริงๆ”

“นายกำลังจะบอกว่ามันไม่น่าจะใช่ฝีมือของมนุษย์งั้นสินะ” ยุนโฮเป็นอีกคนที่พยักหน้ากึ่งจะเห็นด้วย หากชางมินขัดขึ้นก่อน

“ตลกน่ะครับพี่ หลักการทางฟิสิกส์ง่ายๆ ขอเพียงแค่คนที่ทำไม่ได้มีคนเดียว ใครก็ทำได้ครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ คิ้วเรียวขมวดชิดกันเล็กน้อย “นี่ก็ลือไปกันใหญ่ว่าเป็นการประกาศสงครามของซาตาน เพียงแค่มีเรื่องไม้กางเขนเข้ามาเกี่ยวแค่นั้น แต่ถึงยังไงผมก็มั่นใจนะว่านี่คือคดีฆาตกรรมอำพรางที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยลที่สุด ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม มันต้องการให้พวกเรากลัว อย่างที่พี่ยุนโฮกำลังเป็นอยู่นี้”

ชางมินยิ้มหยอกล้อ ทั้งที่ยุนโฮไม่ได้คลายความหวาดหวั่นออกไปจากแววตาได้ ชางมินไม่แปลกใจนักที่ญาติของเขาจะลงไปว่านี่คือเรื่องเหนือธรรมชาติ คำสาป หรือเป็นหายนะที่เกิดจากน้ำมือของภูติผีปีศาจ เพราะยุนโฮเติบโตมาในครอบครัวที่ใกล้ชิดศาสนา แต่ทว่าชางมินไม่

เขาเชื่อว่าทุกอย่างในโลกสามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ และถ้าหากมันพิสูจน์ไม่ได้ นั่นก็หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง !

ทั้งๆ ที่ยูชอนไม่ได้ถือศาสนาใดและไม่ใช่คนเคร่งเรื่องพวกนี้นัก น่าเศร้าที่ความคิดของเขาไม่สามารถหว่านล้อมพระเอกละครรูปหล่อให้คล้อยตามได้ ชางมินคิดว่าอาจจะเพราะยูชอนคบกับยุนโฮนานจนเกินไปเลยเริ่มซึมซับ...ความเพี้ยน

“หรือเพราะคำสาป...” สายตาของยูชอนลากลงไปจับจ้องอยู่ที่บทละครใกล้ฝ่ามือ

บทละครเรื่อง The Tragedy of Macbeth

โดยวิลเลียม เช็คสเปียร์ส...

 

 

 

“กินไหม?” ยุนโฮไสถาดอาหารซึ่งยังไม่พร่องลงไปสักนิดนับจากต้นชั่วโมงที่แล้วไปให้คนอื่นๆ ยูชอนกับชางมินซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามหัวเราะเบาๆ เมื่อยุนโฮอ้อนวอนว่า “ช่วยกินหน่อยสิ”

“ถ้านายไม่กิน แล้วจะซื้อมาทำไมวะ?” ยูชอนถามอย่างอยากจะล้อมากกว่าต้องการคำตอบ

ยุนโฮยิ้มเขิน ก่อนกรายสายตาไปทางโต๊ะตัวริมสุด ณ ส่วนกลางของโรงอาหาร ไกลออกไปพอสมควร

แจจุง...รุ่นน้องหน้าสวยกำลังนั่งพูดคุยอยู่กับเพื่อนตัวเล็กที่เขาเองก็รู้จัก

“นายก็รู้อยู่แล้วนี่” เขารำพันออกมาแผ่วเบาราวกับเพ้อไป

ยูชอนหันไปแลกสายตากับชางมิน เบ้ปากน้อยๆ อย่างหมันไส้ เสียทีที่คบกับคาสโนวาอย่างเขามาเนิ่นนาน เห็นทีรักครั้งนี้ของยุนโฮคงจะต้องเหี่ยวเฉาทั้งๆ ที่ยังไม่มีโอกาสได้ผลิบานเสียแล้ว

“ชอบเขาก็เข้าไปคุยกับเขาสิ ไม่ใช่ซื้อข้าวตามเขา” น้ำเสียงของพ่อพระเอกละครสุดหล่อติดจะดุ หากแววตาพราวประกายล้อเลียนด้วยความสนิทสนม “ฉันจะไปหาจุนซูหน่อย ไปด้วยกันไหม?”

จุนซูที่ยูชอนว่าคือเพื่อนชายของเขา หรือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของคิมแจจุงอย่างที่ว่า และในยามนี้ เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองร่างเล็กก็กำลังนั่งทานขนมอย่างอ้อยอิ่งอยู่โต๊ะเดียวกับโต๊ะที่แจจุงนั่ง เขาเองกำลังมองมาทางนี้ด้วยเช่นกัน

ยุนโฮมองแจจุงสักพัก ก่อนก้มศีรษะเป็นเชิงขอบคุณและขอโทษกับจุนซูสำหรับคำเชิญชวน แล้วหันไปสบตายูชอน ยิ้ม พลางส่ายหน้า

“ไม่ล่ะ ขอบใจ”

“โหย...ไอ้หน้าบาง ชาติหน้าก็ไม่ได้แอ้มหรอก!” ยูชอนว่า เขาเอื้อมมือไปตบไหล่ชางมินเบาๆ หอบบทละครแนบสีข้าง สะพายกระเป๋าขึ้นบ่า ก่อนผละออกไป

ยุนโฮได้แต่มองตามแผ่นหลังของเพื่อนสนิท แม้จะเสียดาย แต่เขาก็ชั่งใจและรู้สึกดีกว่า

ถึงยูชอนจะย้ำเพื่อให้ความมั่นใจกับเขาหลายครั้งว่าแจจุงไม่ได้หยิ่ง และทุกครั้งที่ชวนคุย แจจุงก็สนทนาด้วยเป็นอย่างดี ‘ถึงหน้าตาน้องเขาจะตึงๆ ไปหน่อยก็เถอะ’ ยูชอนว่าอย่างนั้น แต่ยุนโฮกลับตระหนักว่านั่นก็ด้วยความเป็นปาร์คยูชอน

ยูชอนที่ใครๆ ก็รู้จัก

ยูชอนที่อัธยาศัยดี

ยูชอนที่เป็นแฟนหนุ่มของจุนซู

หากเป็นเขาบ้าง...ก็ยังไม่เคยแน่ใจ ว่าแจจุงจะอยากเสวนาด้วยหรือเปล่า

 

.

.

.

 

ยูชอนทิ้งยุนโฮไว้เบื้องหลังกับชางมิน เพราะเขาเบื่อจะคิดถึงเรื่องการตายของอึนนาเต็มที หรือถ้าเป็นไปได้ในยามนี้ เขาไม่อยากจะเป็นหนึ่งในรายชื่อคนรู้จักของชเวอึนนาด้วยซ้ำ

เมื่อเดินมาถึงอย่างไม่รีบร้อน ร่างสูงโปร่งจึงทรุดกายนั่งลงเคียงข้างจุนซู แฟนหนุ่มที่แสนน่ารัก

คิมจุนซูเป็นนักศึกษาปี 1 ของคณะจิตรกรรมและประติมากรรม วิทยาลัยศิลปะอิเดนเบิร์ช เป็นเด็กหนุ่มที่สดใสและเปล่งประกาย แม้ว่าจะไม่ใช่ดาวเด่นของคณะทั้งในด้านอัจฉริยภาพหรือการทำกิจกรรม ผลการเรียนวิ่งขึ้นวิ่งลงอยู่ระหว่างกึ่งกลางกราฟ ไม่ย่ำแย่แต่ก็ไม่เลิศเลอ หากจุนซูกลับทำให้เขาตราตรึงอยู่กับรอยยิ้มสว่างไสวนั่นได้อย่างไร้ข้อกังขา

จุนซูแตกต่างจากแจจุงมาก แต่ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันที่สุด เรียกได้ว่าเห็นจุนซูที่ไหนล่ะก็...ลองกวาดสายตาต่อไปอีกสักหน่อยก็จะพบกับแจจุงได้โดยง่าย

ยูชอนยิ้มให้จุนซู และมันก็เป็นไปอย่างที่เขาคิด จุนซูมอบรอยยิ้มและเสียงทักทายที่แสนสดใสตามมา ต่างจากแจจุงที่เพียงยิ้มเรียบๆ ให้เขาแทนคำทักทาย

“ได้ข่าวเรื่องผู้กำกับละครเวทีเพื่อนฉันบ้างแล้วใช่ไหม?”

อันที่จริงเขาตั้งใจจะทำเป็นลืมเรื่องนี้ไปเสีย แต่เมื่อดันเหลือบไปเห็นอุปกรณ์จัดทำฉากเวทีละครที่สองหนุ่มเพื่อนซี้ต่างหอบมา เขาก็อดคิดถึงมันไม่ได้

“ได้ยินแล้วฮะ” จุนซูตอบ ใบหน้าเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับนักศึกษาปีหนึ่งเช่นเขา ในภาคเรียนที่สองของปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมอันเป็นหน้าเป็นตาของวิทยาลัย เริ่มจากงานเล็กๆ น้อยๆ ที่พอทำได้ น่าเสียดายที่ผู้กำกับมาด่วนจากไปอย่างไม่คาดฝันเช่นนี้

“เรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นในรั้ววิทยาลัยได้เลยนะฮะ ที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด กลับทำให้ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาซะเลย”

คำพูดของจุนซูสามารถเรียกรอยยิ้มให้ใบหน้าอันไม่ค่อยจะสู้ดีนักของยูชอนได้ เขาเอื้อมมือไปขยี้เส้นผมนุ่มๆ ที่ถูกซอยสั้นตามสมัยนิยมของคนรักเล่นเบาๆ

“ฉันไม่รู้อะไรเลย ศพก็ยังไม่เห็น แต่เท่าที่ฉันรู้ตอนนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นมันโคตรจะน่าขนลุก”

“มันคงจะเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นสินะฮะ”

“ทำไมนายคิดอย่างนั้นล่ะ?”

“ไม่รู้สิฮะ ผมแค่...รู้สึกอย่างนั้น” จุนซูหัวเราะแห้งๆ “ผมคงไม่เป็นสุขแน่ที่ต้องรู้ว่ามีฆาตกรโรคจิตที่ยังจับไม่ได้ว่าใครเดินป้วนเปี้ยนในวิทยาลัยเรา”

จุนซูจะโกรธไหม หากเขาบอกออกไปตามตรงว่าสิ่งที่จุนซูพูดนั้น ทำให้ขนอ่อนของเขาลุกเกรียวยิ่งกว่าคตีฆาตกรรมสุดสยองขวัญที่เพิ่งเกิดขึ้น ยูชอนหน้าถอดสีอีกครั้ง เขาเหลือบมองบทละครที่หอบมาอย่างชั่งใจ ข้อสันนิษฐานที่เพิ่งคุยกับยุนโฮไป แล่นปราดเข้ามาครอบงำเขาอีกครั้ง

“หรือจะเป็นคำสาปจริงๆ” เขารำพัน แต่ก็ไม่เบาเกินกว่าจะสามารถรับรู้ได้

“คำสาปอะไรงั้นหรือครับ?” งวดนี้เป็นแจจุงที่ถามขึ้น

“เอ่อ...ก็คำสาปแม็คเบธผู้ทรยศไงล่ะ” บรรยากาศเงียบเชียบลงไปราวถูกสั่ง “ว่ากันว่าละครเรื่องนี้มีฉากที่เกี่ยวกับแม่มดและคำสาปมนต์ดำ ซึ่งทำให้แม่มดตัวจริงในสมัยนั้นเคืองแค้นที่เช็คสเปียร์สนำความลับของพวกเธอมาเผยแพร่ จึงสาปให้ละครเรื่องนี้มีอันเป็นไปหากใครนำมาแสดง โดยเฉพาะ...เอ่อ...คนที่มารับบทเป็นแม็คเบธ”

“หา?”

“ไม่มีใครนำบทละครเรื่องนี้มาเล่นนานแล้ว และพวกเราก็รู้เรื่องคำสาปดี ติดอยู่ตรงที่ไม่มีใครเชื่อ”

แจจุงยังคงสงสัย ในส่วนของการคัดเลือกตัวแสดง เขาไม่ได้มีส่วนร่วมและรับรู้ด้วย

“แล้วใครเล่นเป็นแม็คเบธล่ะครับ?”

ยูชอนแสยะยิ้มแกนๆ ตอบว่า “ฉันไง”

จุนซูหน้าซีด หันไปสบตาแจจุงที่คงจะกำลังรู้สึกไม่ผิดแผกไปจากกัน หากแจจุงสามารถซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ได้อย่างมิดชิด

ยูชอนจึงได้แต่แค่นหัวเราะ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ยัยอึนนาดันมาตายเอาได้ ไอ้ยุนโฮ เพื่อนของฉัน...” ตรงจุดนี้เขาเงยหน้าขึ้นสบตาแจจุงอย่างจงใจ “ที่เพิ่งถูกขอให้มาช่วยกำกับก็คงถูกเลื่อนให้เป็นผู้กำกับเต็มตัว”

จริงๆ สำหรับยูชอน...นี่เป็นเรื่องน่ายินดีที่สุดในรอบปีสำหรับเขา แม้จะยังคงคลางแคลงใจไม่น้อยเรื่องการตายอย่างกะทันหันของคนที่เขาไม่ค่อยชอบขี้หน้า แต่ก็เป็นเรื่องยากเกินกว่าที่เขาจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้

ที่ทำได้ตอนนี้ก็คงมีเพียงการพยายามทำใจให้สบาย แล้วคิดเสียว่าโชคดีแค่ไหนที่เขาจะได้ร่วมงานกับเพื่อนสนิทที่รู้ใจอย่างยุนโฮ

 

.

.

.

 

ความคืบหน้าในกองละครเวทีของวิทยาลัยยังคงเคลื่อนไหว นักศึกษาที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อหน้าตาสถาบันต่างคณะ และสายชั้นล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แม้จะต้องก้มหน้าก้มตาทำงานโดยพยายามไม่ใส่ใจกับแนวกั้นห้ามเข้าสีเหลืองของตำรวจ กับกลิ่นคาวเลือดชวนคลื่นเหียนอันยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ไม่บรรเทา

โรงละครอิเดนเบิร์ชแห่งนี้เป็นโรงละครเก่าแก่ ตั้งอยู่บริเวณหลังสวนวิทยาลัย มันถูกสร้างขึ้นเนิ่นนานมาแล้วหลายศตวรรษ โดยการสนับสนุนจากนักการเมืองและนักบุญท้องถิ่น อาคารขนาดโอ่โถงกว้างขวางจึงคงไว้ด้วยสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส โกธิคโบราณ มีมนต์ขลัง และมีความเป็นโรงละครเวทีอย่างเต็มตัว

มองลอดผ่านประตูซุ้มโค้งขนาดยักษ์ ประตูไม้แกะสลักเปิดอ้านำสายตา ทางเดินตรงกลางทอดยาวลึกเข้าไปจรดพื้นที่ของเวทีละครขนาดกว้างขวาง ปีกขนาบทางเดินทั้งสองข้างสามารถบรรจุที่นั่งรองรับผู้ชมได้เกือบพันชีวิต นับว่าใหญ่โตมากกว่าโรงละครของวิทยาลัยทั่วไป

เสาทรงกลมสูงเหยียดจรดเพดานเบื้องบน สูงสุดสายตา หลังคาทรงโค้งกรุกระจกสีปกคลุมที่นี่เอาไว้ สามารถให้แสงของดวงอาทิตย์ส่องถึงได้เพียงรำไรในยามกลางวัน

และที่เห็นได้ชัด สถานที่แห่งนี้ถูกตกแต่งไว้ด้วยภาพเขียนจำลองของจิตรกรผู้โด่งดังในสมัยต่างๆ ส่วนใหญ่อิงเน้นไปทางด้านศาสนาและความเชื่อ นักศึกษาส่วนใหญ่คิดว่ามันช่างน่าขนลุก แตกต่างจากนักศึกษาวิชาการละคร โดยเฉพาะผู้เรียนเอกละครเวที ถึงแม้ในส่วนลึกจริงๆ แล้วจะไม่ชอบมันสักเท่าไหร่ หากล้วนทำใจได้จนคุ้นชิน

ทว่าสำหรับยุนโฮ แม้เขาจะไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ‘คุ้นชิน’ กับบรรยากาศของโรงละครที่เพิ่งมีคนถูกฆาตกรรมเพียงไม่นานก่อนเปิดภาคเรียนเช่นนี้ แต่ภายในเมืองที่เขาเกิดและเติบโตก็มีสถาปัตยกรรมในทำนองนี้อยู่มากจนเจนตา

ชายหนุ่มที่เพิ่งได้รับหน้าที่ผู้กำกับคนใหม่ยืนกอดอกมองรุ่นน้องปี 2 สองสามคนบนบันไดอะลูมิเนียมด้วยท่าทีจะล้มแหล่มิล้มแหล่ เพื่อพยายามยกโคมสีแดงสไตล์เอเชียจ๋านั่นออกจากเวที มันคือเศษซากส่วนเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของอึนนา อย่างไรก็ตามเขาก็อดรู้สึกโล่งใจไม่ได้ที่มันถูกกำจัดออกไปในที่สุด

ถ้าแม้นละครเวทีที่จะถูกนำมาจัดแสดงครั้งนี้คืองิ้วปักกิ่ง ไม่ใช่แม็คเบธ ทุกอย่างก็คงจะลงตัวไปนานแล้ว

“นั่นล่ะ ปลดลงมาเลย!” เสียงหนึ่งดังก้องโรงละครจากเบื้องหลัง ยุนโฮหันไปมองตามที่มาของเสียง

เป็นฮันโซลกี หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีด ผู้กำกับศิลป์นั่นเองที่กำลังออกคำสั่งอย่างแข็งขัน หล่อนยกมือขึ้นบังเหนือสายตา ยามแหงนหน้ามองขึ้นไปบนพื้นที่ซึ่งเคยถูกประดับด้วยรูปสัญลักษณ์ไม้กางเขน

หล่อนยักไหล่

“ขอโทษด้วยนะอึนนา แต่รสนิมยมเธอมันห่วย” หล่อนสบถ ใช้ปลายนิ้วปัดปอยผมสีดำสนิทหยักเป็นลอนของหล่อนออกจากแนวไหล่ ไม่สนใจสายตาที่ยุนโฮกระหวัดมองไปที่หล่อนอย่างเคืองใจในคำพูดนั้น

 

.

.

.

 

ร่างเพรียวยืนประคองแผ่นโฟมสีขาวเกลี้ยงขนาดใหญ่ให้ตั้งฉากอยู่กับพื้นหินอ่อนโดยไม่ล้ม แต่เขาก็ไม่ได้ขยับกายไปไหน นัยน์ตากลมผ่องแผ้วเหมือนลูกแก้วสีนิลนิ่งงันอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวที หากมองเพียงผิวเผินแล้ว...ทุกคนคงคิดอย่างนั้น

แต่นั่นไม่ใช่จุนซู

หนุ่มร่างเล็กเจ้าของหน้าตาจิ้มลิ้มเอื้อมมือไปสะกิดไหล่เพื่อนรัก ทำเอาแจจุงที่เอาแต่ยืนเหม่อสะดุ้งสุดตัว

“มองอะไรอยู่?” เขาถาม แต่แจจุงไม่ตอบอะไรมากไปกว่าเสมองไปยังจุดเดิม

จุนซูมองตามแนวสายตาของแจจุงแล้วก็ยิ้มออกมา เป็นอย่างที่เขาคิดไม่มีผิด ในเวลาที่ต่างคนต่างภาระหน้าที่แยกย้ายกันไปรับผิดชอบงานของตนตามมุมต่างๆ มีเพียงผู้ชายคนเดียวที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงส่วนกลางของโรงละครในที่นี้

“นั่นผู้กำกับคนใหม่ของเราไง” โดยไม่ต้องรอให้ไต่ถาม จุนซูชิงพูดขึ้น

“ชื่ออะไร?” แจจุงยังไม่ละสายตาจากเขาคนนั้น

“จองยุนโฮ เป็นผู้ชายที่น่าสนใจมากๆ” จุนซูยิ้มร่า พยายามชะแง้มองเข้าไปในดวงตาของเพื่อนเพื่ออ่านใจ แต่ก็เป็นเรื่องยากเย็น “เข้าไปคุยกับเขาสิ ฝากเนื้อฝากตัวกับเขาซะ อีกหน่อยร่วมงานกันจะได้สะดวกขึ้น”

“บ้าหรือ จู่ๆ จะเข้าไปทักได้ยังไง” แจจุงเกือบจะหลุดหัวเราะ แต่ชั่วเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงจัดนั้นจะคลี่ยิ้ม เขาก็ยกมือขึ้นมาป้องไว้ทัน

“ทำไมจะไม่ได้เล่า เชื่อสิ พี่เขาต้องดีใจมากแน่ๆ ถ้านายเข้าไปทัก”

“ทำไมล่ะ?”

จุนซูทำคิ้วขมวดน้อยๆ ริมฝีปากบางยื่นหน่อยๆ อย่างน่ารัก ทำท่าครุ่นคิด “ไม่บอก แต่ทีหลังหัดหันไปสบตาเขาบ้างเถอะ แล้วนายจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร พ่อจอมหยิ่ง!”

ก่อนจุนซูจะวิ่งจากไปตามเสียงเรียกของยูชอนที่ดังแว่วมา

ใจหนึ่งแจจุงไม่กล้า หากอีกใจเห็นว่าไม่น่าใช่เรื่องเสียหาย จึงหาที่ทางที่ไม่เกะกะเพื่อพิงแผ่นโฟมอันหาประโยชน์มิได้นั่นเอาไว้ ปัดฝ่ามือชุ่มเหงื่อกับสีข้าง แล้วเดินตรงเข้าไปหาอดีตผู้ช่วยผู้กำกับ

“เอ่อ...หวัดดีครับ” ประโยคแรกระหว่างเขากับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้าคงดูดีกว่านี้ ถ้าไม่มีคำว่า เอ่อ... แจจุงก้มศีรษะให้ยุนโฮเล็กน้อย “ผมชื่อคิมแจจุง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

ยุนโฮดูจะอึ้งไปพักใหญ่ แต่ในที่สุดเขาก็ยิ้มออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา “จองยุนโฮครับ ยินดีเช่นกัน”

คำทักทายแบบเป็นพิธีการมากจนเกินความจำเป็นนั้น หากเป็นคนอื่นคงรู้สึกกระดากอยู่ไม่น้อย แต่ยุนโฮรับได้อย่างไม่ขัดเขินด้วยรู้ดีว่าคิมแจจุงถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่เข้มงวดแบบไหน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาขัดเขินมากกว่า คงจะเป็นแววตาที่จ้องตรงมาราวกับกำลังสำรวจ

“คิดอะไรอยู่หรือครับ?” แจจุงเปิดบทสนทนาด้วยคำถามที่ไม่คลาสสิค แถมละลาบละล้วงสุดๆ ทว่าแม้จะเป็นดังนั้นยุนโฮก็ไม่ได้รู้สึกอย่างที่ควรรู้สึก

หัวใจของเขาโลดขึ้น มันเต้นกระชั้นจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกแผ่นอก

“กำลังคิดว่าจะผ่านงานนี้ไปได้ยังไงน่ะครับ”

แจจุงฟังพลันเผยยิ้ม รอยยิ้มที่ปรากฏวูบเดียวเพียงเล็กน้อย ยิ้มที่จะเรียกว่ายิ้มก็ยังกะไรอยู่ เพราะนั่นเป็นเพียงแค่การเหยียดริมฝีปากออกเพียงบางๆ และแน่นอนว่ายุนโฮเห็น เขารู้สึกวูบวาบไปทั่วสรรพางค์กาย

ผิวขาวเหมือนปุยนุ่นเนียนละเอียด ริมฝีปากที่หากสัมผัสดูคงนุ่มนิ่มเหมือนครีมสด แดงสุกปลั่งดั่งผลไม้ชั้นดี ดวงตากลมโตเป็นประกาย ร่างอรชรกว่าผู้ชาย ทั้งดูแข็งแรงกว่าผู้หญิง

แจจุงดูบอบบางเหลือเกินภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ซับเหงื่อน้อยๆ ปล่อยชาย กับกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ผิวบริเวณข้อแขน ข้อมือ เรื่อด้วยสีชมพูจางๆ ดูเปราะบางคล้ายกับหากสัมผัสแรงๆ จะแตกออกเป็นเสี่ยงได้โดยง่าย

ให้ตายเถอะ...เอาคิมแจจุงออกไปจากที่นี่

คนคนนี้กำลังทำให้เขาฟุ้งซ่าน !

“รุ่นพี่ต้องทำได้แน่นอนครับ ผมเชื่ออย่างนั้น”

“ขอบใจนะ”

“มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะครับ ผมอยู่ฝ่ายศิลป์”

ยุนโฮเพียงพยักหน้า ยกยิ้มบางๆ ให้กับความไว้วางใจนั้น แท้จริงเขาอยากจะกล่าวอะไรมากกว่านั้น แต่กลับถูกโซลกีขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

“แจจุง! โฟมอยู่ไหน!?”

“อ้อ! อยู่นี่ครับ”

แจจุงหันมาโค้งให้ยุนโฮอีกครั้งเป็นเชิงขอโทษกึ่งบอกลาอยู่กรายๆ ก่อนร่างเพรียวจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไป

โชคดีจริงๆ ที่เขาเฝ้ารอคอย ถึงมันจะนานสักหน่อยแต่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่แจจุงจะมองมาแล้วเอ่ยทักทายเขา

ต่อไปนี้เขาก็คงจะมีความกล้ามากพอที่จะเอ่ยคำทักทายแจจุงบ้างในยามเช้า หน้าร้านขายอาหารของคุณป้าแม่ครัว

 

.

.

.

 

เวลาล่วงเลยมามากแล้ว แม้การเตรียมงานจะยังไม่มีทีท่าจะเสร็จสิ้นในเร็ววันนี้ แต่หลายอย่างก็คืบหน้ามากกว่าที่คาดเอาไว้ นักศึกษาหลายคนต่างเริ่มทยอยกันกลับบ้าน และแจจุงก็เป็นหนึ่งในนั้น ก่อนขอตัวกลับบ้านของตน เขาบอกลาจุนซูผู้พักอยู่ในหอพักของวิทยาลัยเหมือนยูชอน และยืนยันจะขอช่วยงานต่อไป

ในโรงละครยามนี้ เหลืออยู่เพียงแต่นักศึกษาปี 2 และ 3 นักแสดง กับนักศึกษาปี 1 ที่พักอยู่บริเวณอิเดนเบิร์ช

จากวิทยาลัยถึงบ้านของแจจุงใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินประมาณ 30 นาที เขาอาศัยอยู่กับครอบครัวฐานะมีอันจะกินที่มีพ่อกับแม่ พี่สาวอีกห้าคน และเขาที่เป็นลูกชายคนเล็ก

บ้านของเขาตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนริมแม่น้ำในย่านที่พักอาศัย เป็นบ้านสามชั้นทรงอาคารซึ่งไม่หรูหราศิวิไลซ์แต่ก็เรียบง่ายและสะดวกสบาย ทุกตารางนิ้วถูกใช้อย่างเป็นประโยชน์ เพื่อรองรับกับสมาชิกแปดคนและข้าวของเครื่องใช้ของสาวๆ

ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เดินเท้าเข้าซอยที่แม้จะเงียบเชียบ แต่ไม่เปลี่ยวเพราะเป็นย่านชุมชนที่มียามรักษาความปลอดภัยอย่างแข็งขัน ในที่สุดก็ถึงบ้าน และทันทีที่เปิดประตูเข้าไป กลิ่นหอมเย้ายวนใจของอาหารมื้อค่ำก็ลอยกรุ่นมาแตะจมูก

“พ่อยังไม่กลับหรือ?” เขาเอ่ยถามพี่สาวคนรอง ในขณะจัดแจงถอดรองเท้าก่อนเก็บใส่ตู้

พี่สาวคนสวยไม่ตอบ เพียงพยักหน้าเบาๆ

ไม่ทันขาดคำ เสียงเปิดรั้วบ้านดังขึ้น พร้อมกับเสียงเครื่องรถยนต์แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน

ไม่นาน...ลูกบิดประตูก็ถูกบิดออก ผู้เป็นพ่อผลักมันเข้ามา

“พ่อคะ ทานข้าวค่ะ”

พี่สาวของเขาเอ่ยขึ้น ในขณะที่พ่อยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดถมึงทึง เขาสวมชุดสูทดูภูมิฐาน หอบแฟ้มเอกสารและประคองเสื้อโค้ชยาวไว้กับแขน เส้นผมสีดำถูกแทรกแซมด้วยปอยเส้นไหมสีเงิน ริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าปรากฏขึ้นชัดเจนบนใบหน้า

เขาพยักหน้าให้หล่อนเล็กน้อย ก่อนหันมาให้ความสนใจแจจุงแทน

“เพิ่งกลับหรือ?”

“ครับ” แจจุงตอบตามจริง ระหว่างเดินเคียงข้างพ่อไปสู่ห้องรับประทานอาหาร

“ทีหลังกลับเร็วหน่อย โรงเรียนของแกมันไม่ปลอดภัยอีกแล้ว” ชายที่สูงวัยกว่าให้แจจุงดูแฟ้มปึกหนาในอ้อมแขน มันระบุเอาไว้ว่า ‘แฟ้มคดีตายปริศนา-ชเวอึนนา’ ตามด้วยวันที่ เดือน และปีที่คดีได้รับแจ้ง

ใกล้ๆ กันนั้นคือชื่อของตำรวจเจ้าของคดี

‘สารวัตรคิมฮยอนซุค’

 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตอนแรกมาแล้วว >.< ต่อได้ทันใจจาก Prologue มากเลยค่ะ คุณตอง
เรื่องนี้บรรยากาศดูเย็นๆชอบกล
อ่านไปก็เสียวต้นคอตลอด ฮ่าๆ
(ก็บอกแล้วแพรอยู่สมาคมคนปอดทะลุ แหกยังน้อยไปค่ะ คุณตอง)

เรื่องน่าสนใจดีค่ะ น่าติดตามหลายๆ >.<
จะรอตอนต่อไปนะคะ

คุณตองสู้ๆ

#1 By Kagetsu on 2007-10-10 23:42

อ้ายยยย เข้ามาคุณตองก้ออัพพอดีดีใจมากค่ะ !><

เอ่อ .. ตอนนี้มาแบบเย็นๆเยือกๆ บรื๋ออออ

อ่านไปๆรู้สึกเสียวสันหลังยังไงไม่รู้แฮะ ขนแขนแสตนด์อัพลุกขึ้นมาเต้นกันใหญ่

และยิ่งอ่านตอนกลางคืน โอเคได้อารมณ์ สร้างสรรค์มาก !

ชอบอีกแล้วค่ะมันดูลึกลับ น่าค้นหา น่าสนใจ น่าตืดตามดีค่ะ ><

อยากรู้ว่าฮัวหลางจะได้บทเป็นอะไรในเรื่องนี้ หุ หุ

เอาเป็นว่ามาต่อไวๆนะคะคุณตอง

เป็นกำลังใจให้ค่า !><

#2 By on 2007-10-11 00:09

อา...คราวหลังต้องอ่านเรื่องนี้ตอนกลางวันsad smile
บรรยากาศดูอึมครึมจังค่ะ
จะรออ่านต่อนะคะbig smile

#3 By Step*Lunar on 2007-10-11 00:21

น่าสนใจดีจังคับ
อยากอ่านแนวนี้ดูเหมือนกันแต่ไม่ค่อยมี sad smile เหอๆ
เข้ามาดูก็อัพพอดีเลยคับ
(ลางสังหรดีนะเนี่ย = =)

ยุนช่างโชคดีอะไรอย่างนี้หนอ
คนสวยเข้ามาทักก่อนเลยน่ะ สมกะที่เฝ้าดูห่างๆมานาน ^__^

อยากอ่านต่อมั่กๆ
มาต่อไวๆนะค้าบบบบบบ cry

#4 By KaOruN on 2007-10-11 00:36

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย
สยองงงงงงงงง
ขนลุกเกรียวเลยยยยยยย
โฮกกกกกกกกกก
ยุนน่ารักง่ะ
แบบ อะไรจะน่ารักงี้ค่ะ
แอบรักแจได้ฮาดีๆ
แจก็นะ เริ่มสนใจยุนหล่ะสิ
แอบเดามั่วเองด้วย
พี่ตองค่ะ? แจเป็นปีศาจป่ะ 5555555+
แบบแปลงร่างเป็นนางพญามาฆ่าอึนนาอะไรแบบนี้ (มั่วละ)
ยังไงก็ต่อไวๆ ทันใจแบบนี้อีกนะค่ะ
ตื่นเต้นๆ ชอบง่ะ

#5 By Smile on u Only u ^^ on 2007-10-11 01:15

ไม่น่าเชื่อว่าแจจะไม่เคยเห็นยุนเลย
ไม่อยู่ในสายตาเลยเรอะ แต่ยุนน่ารักแฮะ ไม่แอบชอบเค้า

เรื่องกำลังเรื่อยๆเลย ชอบแนวลึกลับน่ากลัว เลือดสาด(เริ่มจิต)
ลุ้นให้ต่อไวๆ

#6 By Eik on 2007-10-11 01:54

อ่านแล้วก็ชวนสยองดีคะ ออกแนวห่วงยูชอนว่าจะรอดคำสาปอ่ะป่าว แจจ๋าใจกล้าจังเป็นรุ่นพี่ปุ๊บทักปั๊บเลยยยย แต่ก้น่ารักดี

ขอบคุณจะติดตามตอนต่อไปนะคะ
จะเป็นกำลังใจให้นะคะ

#7 By m (124.121.108.76) on 2007-10-11 03:23

สารภาพว่าแนวสยองขวัญ ลึกลับมีปมนี่ไม่ค่อยใช่แนวที่พี่อ่านเท่าไหร่เลย
คือ ไม่ได้ไม่ชอบ โอเค มีกลัวบ้างแต่ไม่ค่อยจะเสาะแสวงหามาอ่าน
เหลือบมอง เฮ้ย แอบมีแอคชั่นด้วยนี่คะ เอาไบโอมาเล่นไปแต่งไปรึเปล่าตองก้า ฮาๆๆ

แอบคิดย้อนไปอืม ...โกโกแด๊ดดี้ แคนไอ
แล้วอันนี้ก็มาแนวนี้
ถึงจะบอกว่าไม่ได้เรียนมาทางสร้างหนังแต่ก็ปั๊กๆเชียว
พี่ละประทับใจจินตนาการการสร้างบทสนธนาของตองก้า
เอ๊ะ นี่อยู่ช่วงโหมอ่านหนังสือสอบแน่เหรอ ฮาๆๆ
ความน่ารักของยุนโฮในตอนนี้ยังพอไถเถือกให้รู้สึกสยองนิดหน่อย หดหู่กระจิตริดพอเป็นพิธีค่ะ

เรื่องสอบสู้ๆนะคะ
จะรออ่านตอนต่อไป

#8 By mikan on 2007-10-11 05:27

เรื่องราวน่าสนใจมากค่ะ ^^

สู้ๆนะคะ ติดตามผลงานๆๆ 555 ตองก้าสู้ตาย


(ยุนแจน่ารักที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)

#9 By MMHAE on 2007-10-11 06:59

สารภาพว่าตอนแรกแอบคิดว่าแจจ๋าเป็นคนทำด้วยล่ะ ฮี่ฮี่
คงไม่ใช่หรอกมั๊ง แต่อยากรู้จังว่ามันเป็นอะไรอ่า คำสาบจริงๆหรอ
ถ้าเป็นคำสาบจริงแล้วทำไมถึงกลายเป็นอึนนาแทนที่ตาย
คนที่รับบทเป็นแม็คแบธอย่างยูชอนล่ะ จะเป็นยังไง

แจจุงไม่เคยเห็นยุนโฮมาก่อนเลยหรอเนี่ย
แต่ยุนโฮแอบมองมานานแล้ว ไม่กล้าเข้าไปทำความรู้จัก
แต่วันนี้แจจุงเข้ามาทักเองเลยอ่า ใจเต้นน่าดู อิอิ

น้องมินชอบพูดอะไรให้คนสมองถั่วอย่างเรางง
'ขอเพียงแค่คนที่ทำไม่ได้มีคนเดียว ใครก็ทำได้ครับ'
น้องมินฉลาดเกินหรือเราโง่เองเนี่ย
ดูเหมือนจะเป็นแบบหลังมากกว่า ฮ่าฮ่า
big smile สวัดีค่ะ คุณตอง

ดีใจมากเรยยยคะ ที่วันี้เข้ามาแล้วเห็นพาร์ทแรกของเดมอน กร๊ากกกกก...
..ชอบแนวนี้มากเรยยค่าาาา ถูกใจ ๆ
...อย่างที่บอกอ่ะค่ะ ว่ายังไงก้อให้ความรู้สึกประมาณ แดน บราวน์ อ่ะค่ะ (ถึงคุณตองจาไม่ยอมรับก้อเหอ เหอ ๆ ..แอบยัดเยียด)question เก่งมากเลยคุณตอง จารอตอนสองอย่างใจจดใจ่นะค้าาาา

พีเอส...ชอบจิง ๆ นะคะ เรื่องนี้ ชอบมากเรยยย
พีเอสสอง..ยังรอเลิฟฟูรี อู่นะค้าาาbig smile

#11 By never on 2007-10-11 10:36

สนุกมากๆ เลยค่ะ
ยุนแจน่าร้ากกกกกกกก
เขิน....
555+
แล้วปีศาจนั่นมาจากคำสาปจริงๆ รึเปล่าเนี่ย
อยากอ่านต่อเร็วๆ

จะรอนะคะ

#12 By คิมแชยอน on 2007-10-11 12:53

เริ่มต้นได้น่าติดตามมากเลยค่ะ อ่านแล้วเย็นหลังหน่อย ๆ ชอบที่เป็น ยุนแจ ด้วย แถมบรรยายความรู้สึกของยุนในแบบที่ชอบด้วย เป็นกำลังใจให้ค่ะ มาอัพอีกไว ๆ น๊า ขอบคุณค่ะ

#13 By yj on 2007-10-11 16:18


แนวในฝันมาอีกแล้ว ..

เนื้อเรื่องเดินไป ควมคิดเดินตามเลยตอนอ่านตลอดเลย
เฮ้ย แจทำป่าว ยุนมันงี้ แจจะฆ่ายุนไหม ยุนจะไง แจเป็นใคร พ่อแจมาจากไหนนน ฯลฯ

น่าติดตามอีกเรื่องแล้ว ^^

อีกอย่างคือ Just Faith จริงๆค่ะ
แต่ละแนวที่แต่ง แหวกกันแบบสุด
Can I , one-shot , Lovefury , Demon - -- ----

ท้าทายสำหรับคนอ่าน และคงสะใจคนแต่งอย่างที่บอก

พาร์ทสอง เนื้อคงออกมาเพิ่มขึ้นเนอะ สนุกกันเลย


ปล. Lovefury ยังรออยู่นะค่ะ ^^

#14 By a.while on 2007-10-11 16:20

มายก็อดดด ฆาตรกรรมปริศนา น่าสนใจมากๆเลยแหะ ที่สำคัญ ลูกอิชั้น กี๊ดๆ เป็นพระเอกละครเวที เท่ห์ค่ะเท่ห์

ตอนแรกอ่านๆเราก็จิ้นไปว่าแจจ๋าเป็นซาตาน บรึ๋ย ลึกละบซับซ้อนซะน่าติดตามเชียว อู้ย ไม่อยากเดา เอาเป็นว่า รอดีกว่า 555

รักษาสุขภาพนะจ๊ะตองก้า

ps. รอ lovefury ด้วยใจจดจ่อ อิยะฮะฮะฮะ

#15 By minjoo (202.91.23.4) on 2007-10-11 18:41

อ่า
พล็อตแปลก
แต่ก็ชอบนะคะเรื่องนี้
อิอิ

#16 By A_ay (203.113.51.137) on 2007-10-11 21:41

อ๊ากกกกกก
หนุกกกกกกกกกกกกกก
แนวโปรดเลยยยยยยยยยย
กิ๊ซซซซซซซซซซซซซซซ
ชอบมากเลยค่า มาต่อไวๆน้า
ปล.รอ lovefuryด้วยคนนะconfused smile

#17 By teddy-yunyun (202.28.180.201) on 2007-10-11 21:46

สนุกมากค่ะ ชอบเรื่องแนวนี้มากเลย แต่ยังเดาไม่ถูกว่าคุณตองจะให้มันไปในแนวฆาตรกรรม หรือว่าสยองขวัญ คำสาป กันแน่ แต่จะรออ่านต่อค่ะ ตัวละครน่าสงสัยโผล่ออกมาให้ใช้สมองบ้างแล้ว ชอบมากๆเลย ต่อไวๆนะคะ

#18 By 유이 on 2007-10-11 22:12

โอ้วโนว... แอบกลัวค่ะ T_T
อ่านแล้วขนพองสยองเกล้า
เมื่อกี๊เพิ่งดูหนังผี ประจวบเหมาะกับเหลือบนาฬิกาก็ตีสองกว่าแล้ว
เสียวสันหลังอยู่วาบ ๆ..

ตีสามพรามไทม์เมื่อไหร่ปิดคอมนอนเอกเขนกทันที!โฮกกก


โอ...ปาร์คยูชอน รับบทแม็คเบธนี่คงไม่ได้ใช้แต่ฝีมืออย่างเดียวแล้วล่ะ
เฮียคงต้องพึ่งไสยศาสตร์มาเป็นเกราะกำบังด้วย
ระวังตัว ระวังหน้า ระวังหลังให้ดีเน้อ
บรึ๋ยย ~~ T_T

ยุนโฮกำกับดีๆ น้า..อย่าให้จบเหมือนอึนนา เครียดเลยนะเนี่ย

แจจุงน่ารักค่ะ ชอบอิมเมจนี้จัง ^^ ให้อารมณ์ดีไปอีกแบบ พอกับน้องจุนซูที่น่าร๊าก..
หนูช่วยปกป้องแฟนด้วยนะคะ มีซ้งมีเซนท์อะไรขุดมาใช้ให้หมด !

โอว ขนลุกของจริง
และจริงยิ่งขึ้นเมื่อชางมินปรากฎตัว! (ไม่เกี่ยว!!)
วะฮา..คนอะไรฉลาดได้อีก


ชอบค่ะ
มันส์สุดฉุดไม่อยู่ อยากอ่านตอนต่อไป!

ปล.วานคนแต่งรักษาสุขภาพค่ะ ^^

#19 By * : Zombie No.13 : * on 2007-10-12 02:38

กำลังรู้สึกเศร้าเล็กๆ เพราะ lovefurypassionenergy ใกล้จบแล้ว

เพราะกลัวไม่มีอะไรให้อ่านอีกรึเปล่า เปิดมาเจอเรื่องนี้ โอ้ววว! พระเจ้า แนวที่ชอบเลยค่ะ

ชอบมากกกกกกกก เลิฟฟลูลี่ฯ สนุกแล้วนะมาเจอเรื่องนี้กรี๊ดมากมายค่ะ

เพิ่งแค่เริ่มต้นก็น่าสนใจแล้ว แถมคู่ยุนแจก็น่ารักไม่น้อย ยุนขี้อายหายากนะเนี่ย open-mounthed smile

แจก็ดูน่าสนใจมากค่ะ ดูลึกลับชอบกล (บุคลิก) เนื้อเรื่องก็สนุก อ่านๆ ตอนกลางคืนต้องแอบเหลียวหน้าแลหลังตลอด

ยอมรับว่าแอบกลัวเล็กน้อย 555 แต่ชอบแนวนี้อยู่แล้วเลยสนุกมากกว่า

จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ทั้ง 2 เรื่องเลย ชอบที่สุดเลยค่ะ ที่จริงก็ชอบทุกเรื่องที่คุณตองก้าแต่งนะคะ
confused smile

#20 By sunny (125.26.80.162) on 2007-10-12 09:57

แม้ตองก้าจะบอกว่ายังไงตัวเองก็ไม่ใช่ Dan Brown
แต่ก็ตองก้าก็ไม่สามารถวิ่งหนีตัวเองได้ เพราะตองก้าคือ Damn Bow!!!
...ไม่ได้พิมพ์ผิด ขอย้ำ Damn Bow!!
5555

สำหรับเรื่องนี้ขอไม่คาดเดาใดๆ
เพราะเดี๋ยวน้องจะหาว่าเสร่อ เนื่องจากพอได้รับการบอกเล่าจากเจ้าตัวมาบ้าง
การออกความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับความเป็นเป็นของข้าพเจ้าจึงจะดูเป็นการแอ็บแบ๊วไปซะ
จึงขอปิดปากงีบ และพูดจาไร้สาระตามปกติ
ก่อนที่คนเขียนจะเอาไปเป็นเหยื่อ 555

อยากบอกว่าตอนนี้ได้อารมณ์มาก เนื่องจากผลงานการเขียนของตองก้า
มาบวกกับผลงานเพลงของ Marilyn Manson
.....เอ่อ.... ให้กรูไปนั่งอ่านในห้องพระเถอะ

แจจุงเรื่องนี้ดูลึกลับ น่าค้นหาเหมือนตัวฟิคเลย (น่าค้นหาอ่ะนะฟิค ส่วนน่ารักนี่เก็บไว้ให้แจจุงเหอะ)
เห็นคนเดาว่าฆาตรกรเป็นแจจุงเยอะจัง
ทั้งๆที่แกออกจะน่ารัก .....หรือ คนที่น่ารักและเราคาดไม่ถึงจะเป็นฆาตรกร!!!
เอางี้ ฆาตรกรต้องเป็นจุนซูเลยละกัน ประมาณว่ากำลังเอากรรไกรสาวไส้อึนนา
แล้วหัวเราะดัง อีะยะยะ!!
โคดน่ากลัวเลย (น่ากลัวตรงไหนฟระน้อง เดี๋ยวปั๊ดจับกด)
.....(ดับอนาถคนเม้นท์เนื่องจาก โดนพระเอกละครเวทีถีบด้วยรองเท้าตะปู)

ปล. ดูแลสุขภาพด้วย อย่านอนดึกมาก แม้ว่าตีสามจะเป็นเวลาที่องค์จุติก็ตาม

#21 By bonychaos (125.25.221.177) on 2007-10-12 10:18

แจน่รักมากเลยอ่า น่าติดตามมากเล้ยย ออกแนวมีปมปริศนามากมาย งืมๆ เราก็คิดไปไกลแล้วว่ต้องู้นงี้ 55 ต้องรอคนแต่งว่าเรื่องจะออกมาเปนไง cry

#22 By (58.10.15.125) on 2007-10-12 11:40

กว่าจะอ่านจนจบ ทำใจแล้วทำใจอีก - - อ่านอินโทรไปแล้ว มันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน ฮึกๆ ตอนที่มองตามคุณลุงขึ้นไปที่เพดานโรงละคร ถึงกับสะดุ้งเฮือก! ฮือๆ สภาพศพน่ากลัวเกินไปแล้ว~(พูดเหมือนได้เห็นไปด้วยจริงๆ...แต่ก็ไม่ต่างอะ คิดตามแล้วนอนแทบไม่หลับ)
ยุนโฮตลกอะ ^^ แหม ทำมาเป็นกลัวว่าตัวเองเข้าไปพูดคุยแล้วเคาจะไม่ยอมคุยด้วย ไงล่ะ ไม่ได้รู้เรื่องเล้ย ว่าแจจุงก็สนใจนายอยู่เหมือนกัน (ถึงจะเพิ่งเริ่มก็เถอะนะ)ในที่สุดก็ได้พูดคุยกันแล้ว เรื่องราวคงจะดำเนินไปในทางที่ดีใช่มะ? อิอิ
ยูชอนคิดหนักเรื่องอึนนามากมาย แต่ที่คิดหนักนี่ไม่ใช่ว่าเสียดายเพื่อนรักเพื่อนแค้นที่ตายจากไป แต่คิดหนักเพราะกลัวว่าตัวเองจะเป็นรายต่อไปใช่ปะ? เฮ้อ!ไอ้คาสโนวา!!(โห ด่าเจ็บมากกก) แต่ว่าก็นะ ถ้าเกิดเป็นคำสาปจากบทละครจริงๆ แกคงจะไม่พ้นรายต่อไป หึหึ (เกีลยดอะไรยูชอนรึเปล่าเนี่ย?? - -)
จุนซูน่าร๊ากกกกกกก เหมาะแล้วที่คบกับยูชอน (คบกับคนอื่นเราก็ไม่ยอมหรอกนะ!) ระวังนะ อย่ากลับหอพักดึกๆ ตอนกลางคืนมันไม่ปลอดภัย (ในหลายๆความหมายอะ แหะๆ)
ครอบครัวของแจจุงนี่รักกันดีใช่ปะคะ? ทำไมบรรยากาศมันดูวังเวง -_-" ยังไงแจจ๋าก็กลับบ้านเร็วๆแล้วกันนะคะ เดี๋ยวคุณพ่อจะดุเอา อืม คุณพ่อแจจุงเป็นคนดูแลคดีนี้ เอาล่ะสิ(?)
เรื่องที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ คุณพ่อของแจจุงท่าทางจะดุน่าดู แล้วตอนที่ยุนโฮจะมาขอแจจุง จะยากลำบากขนาดไหนนะ 555
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ^^

#23 By Aphro_dite (58.8.211.210) on 2007-10-13 14:13

แล้วอย่างงี้พ่อพระเอกเค้าจะอยู่รอดปลอดภัยดีรึปล่่าวเนี่ย ... (แอบหวั่น ๆ แฮะ )

ตอนที่พ่อแจจุงออกมา ให้ความรู้สึกเหมือน death note เลยอ่ะ ....

หวังว่าคนร้ายตัวจริง คงไม่ใช่แจจุงหรอกนะ ...

#24 By nats (58.10.9.166) on 2007-10-13 14:34

เป็นเรื่อนที่อ่านแล้วรู้สึก
ได้ถึงอารมณ์ของตัวละคร
ยิ่งนั่งอ่านตอนดึกๆ
โอ้ววว
นอนไม่หลับเลยทีเดียว
สุดยอดมากครับ
สู้นะครับป๋ม

#25 By ZenShi (125.25.178.182) on 2007-10-15 08:40


เฮือก ! พล๊อตเเปลกเเหวกเเนวดีค่ะ
เเต่งได้เจ๋งไปเลย

อ่านไปนี่เเบบขนลุกเกรียว ปกติเราไม่อ่านเรื่องเเบบนี้อยู่ด้วย เเต่เรื่องนี้นั่งคลิกไปมาหลายรอบอยู่ว่าจะเอาไงดี ... อยากอ่าน เเต่ก็ไม่อยากอ่านเพราะความกลัว เเต่สุดท้ายก็ห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ความอยากมันดันมีมากกว่าความกลัวซะได้

สุดยอดไปเลยอ่ะเรื่องนี้
อ่านตอนที่ปาร์คต้องมารับบทเป็นพระเอกเเล้วอยู่ดี ๆ ใจหายวืบเลย ... ไม่นะพ่อพระเอกต้องไม่เป็นไร -O-;

ตอนเเรกอ่านคาเเรกเตอร์เเจเเล้วเเบบ
นึกว่าเเจเป็นคนฆ่า ๕๕๕๕๕๕๕ ๕ +
คิดไปได้เนอะ ...


เเต่อยากอ่านต่อจังเลยค่ะเรื่องเก่าด้วย ๆๆ
อยากอ่านหมดเลย
เชือ่ในฝีมือพี่ตองก้า ฮี่ ๆๆ ~~

สู้ ๆ นะคะ
ฟิคดี ๆ อย่างนี้มันต้องใช้เวลาในการเเต่งเราเข้าใจ ^^

สู้สุดใจค่า ~~

#26 By hpxiah :: YS (125.25.105.144) on 2007-10-17 00:14

ปลื้มมมมม~*

ชอบมากๆเลยค่ะ ฟิคพี่ตองทำท่าเหมือนจะสะกดคำว่า "ทำให้ผิดหวัง" ไม่เป็นนะคะ

หุหุหุ

ชอบมากมาย ฟิคที่มีอะไรให้คิดตลอดเวลา มีความรู้สึกแปลกๆหลายๆอย่าง แต่ยังไม่กล้าเดา

กัวเดาแล้วพลาด กรั่กๆๆ

พลาดแล้วจะอนาจตนเอง

สู้ๆนะคะพี่ตอง มาต่อเร็วๆนะคะ

อ้อ... อย่าลืมต่อท่านชองฮวาให้ด้วยนะคะ ^^

#27 By aye's (125.25.89.179) on 2007-10-19 00:48

อ่านเรื่องนี้ นึกว่าอ่านเกาะมรณะของอากาธา กลิ่นไอของปมปริศนาในทางวิทยาศาสตร์ซ้อนทับกับความเชื่ออย่างแนบเนียน

นึกไม่ออกเลยว่าถ้านั่งอ่านวันคืนเดือนมืดจะขนลุกขนาดไหน...

รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ

เป็นกำลังให้คนแต่ง

#28 By opel (202.93.62.124) on 2007-10-19 10:43

...อูย...


มันช่าง...
มันช่างถูกใจ ><~~~~~~~~~~


เนื้อเรื่องดำเนินได้น่าติดตามดีก๊ะคุณตอง
อ่านแล้วจากร้อนๆก็เย็นได้
*ป.ล. เสียวสันหลังวาบ
เอิ๊กกกกก
มิกกี้แสดงเป็นแม็คเบธ *0* ด้วย
เรื่องนี้ที่เป็นตำนานกันใช่มั้ยก๊ะว่าใครเล่นแล้วเดี้ยงหมด
อูย... น่ากลัว แต่ก็ชอบ เหอๆๆๆๆ



จะรอติดตามต่อไปนะก๊ะ >< คุณตอง
รักษาสุขภาพกายและใจด้วยนะก๊ะ
สู้ๆค่ะ ><~~

โฮกกกกกกกกกกก
อ่านแล้วขนลุกอ่า เสียวสันหลังชอบกล
บรึ๊ยยยย~~~~~~~
จิ้นตามสภาพอึนนาแล้ว อ๊ากกก จะฝันร้ายไหมเนี่ย
เรื่องดูลึกลับ น่ากลัว อ่านแล้วเย็นๆ เสียวๆ 55+

แต่ยูซูยุนแจน่าร๊ากกก
สุดท้ายแจจ๋าก็เป็นคนเข้าไปคุยกะยุนก่อน ^^
ยุนมันป๊อดอ่า 55+
ยูซูก็น่าร๊ากกกก

แอบกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
กับผู้กำกับคนใหม่และตัวแสดงเอก
โฮกกก น่ากลัวอ่า
ปาร์คยุนอย่าเป็นอะไรน้า พระเจ้าคุ้มครอง >O<

เรื่องนี้น่าติดตามมากๆๆๆค่า
มาต่อเร็วๆน้า
ร๊ากกกกกกกกยูซู

#30 By kook (58.8.57.119) on 2007-10-29 20:45

โอ้ว...เรื่องใหม่มาแล้ว..
ขอโทษนะคะ ไม่ได้เข้ามานานเลย..เค้ามาก็เจอแจ๊คพ๊อตทันที

พิมชอบเรื่องแนวลึกลับซ่อนเงื่อนแบบนนี้มากๆๆเลย
ไม่ค่อยมีใครเขียนแนวนี้แฮะ

ดีใจมากๆๆค่ะ ที่ได้อ่านแนวที่ชอบแบบนี้
จากนักเขียนในดวงใจ ^^

ชอบภาษา คำบรรยายต่างๆ ของพี่มากๆเลย
รู้สึกได้ว่าแจงามจริงๆ(คือตัวจริงก็งามอยู่แล้ว) แต่พออ่านที่พี่ตองบรรยาย...

รู้สึกว่าแจงามกว่าเดิมมากก 55555+
เข้าใจยุนทันที...

แค่เริ่มตอนแรกก้อน่าสนใจซะแล้ววว
สนุกมากๆๆๆเลยค่ะ น่าติดตามสุดๆ
เดี๋ยวจิ้มไปตอน 2 ก่อนนะคะ^^

ปล. รอข่าวรวมเล่า lovefurypassionenergy อย่างใจจดจ่อค่ะ...เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^

#31 By ^^JaEJoonGiE::LoveR^^ on 2007-11-03 13:18

ทำไมคาแรกเตอร์หมีเรื่องนี้มันถึงได้ขี้อยผิดกะพ่อหนุ่มหน้าหนาเรื่องที่แล้วจังopen-mounthed smile
แต่ชอบอิมเมจคนสวยเรื่องนี้ เธอดูลึกลับโดนใจ
สารภาพว่า ไม่ค่อยปลื้มฟิคแนวหลอนๆแบบนี้เท่าไรนัก
แต่ถ้าเป็นของคุณตองก้าก็จะลองอ่านดูนะคะTwTb

#32 By momochan on 2007-11-14 13:04

พึ่งเข้ามาเว็บนี้แบบบังเอิน ฟิกสนุกมากอ่ะภาษาสวยดี
จะเป็นกำลังใจให้นะbig smile

#33 By kaze (202.44.8.100) on 2007-11-19 22:31

เพิ่งมาอ่านค่ะ มาลิ้งค์ของชาวบ้านเค้า

สนุกมากเลย ชอบแนวๆนี้จัง เขียนเก่งสุดๆเลยค่ะ

ชอบบรรยากาศของเรื่องนี้มากๆเลย

อึมครึมดี ได้อารมณ์มากๆ

#34 By Miwa@Micky on 2008-01-04 18:28

เนื้อเรื่องน่าสนใจจังเลยค่ะ ดูลึกลับซับซ้อน น่าติดตามมาก

ยุนแอบมองแจมานานแล้ว แต่ไมแจไม่เคยเห็นยุนเลยล่ะเนี่ย แต่ก็นะ ในที่สุดก็สนใจยุนขึ้นมาจนได้

#35 By muxiang (61.7.131.197) on 2008-01-09 16:27

โอ้วววววววววววว...น่าติดตามมั่กมากกก

อ่านแล้วให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา...
อยากรู้จังว่า...ละครเวทีเรื่องนี้จะมีปริศนาอะไร
และจะมีใครตายอีกหรือป่าว

โอ้ยย...อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว
มาต่อเร็วๆนะคะคุณตอง

สู้ๆ นะคะopen-mounthed smile

#36 By jubjunsu (125.26.41.45) on 2008-01-31 02:08

ออกแนวลึกลับนะเนี่ย

#37 By bojaecute on 2008-02-29 10:38

จะคอยรวมเล่มนน่ะค่ะ

#38 By prielfsii on 2008-12-06 14:58

แหะๆ เห็นพี่ตองอัพตอน 7
แต่บายยังไม่เคยอ่านเลย
ตามมาอ่านย้อนค๊าาา

แบบว่า อ้ากกก
ลึกลับได้อีก
แต่ชอบ ชอบแนวนี้มากๆเลยย
แนวลึกลับ ได้กลิ่นอายความขลัง
อืมมม
เอาละปาร์ค เป้นแม็คเบธ
อืมมมม เดาเรื่องยากมากมายย
ขอตามไปอ่านตอนต่อไปนะค๊าา ^^

#39 By NUBYE* (125.25.14.111) on 2009-04-27 14:05

อ่านแล้ว ชอบมากเลยค่ะ ฟิคแนวนี้
พึ่งเคยเจอ ถูกใจจริงๆ พี่แต่งดีมากๆเลยค่ะ
ก็นะ ใครกันเอ่ย คือผู้ฆ่าอึนนา
ดูช่างโหดดีแท้ คิดวิธีฆ่าแยบยลจริงๆ
ชางมินฉลาดมากดูมีภูมิ อิอิ
ก็เป็นปริศนากันต่อไปเนาะ

#40 By *TheBellEst* on 2009-07-31 21:32