★ b.leaf ★ View my profile

Lovefurypassionenergy (16)

posted on 28 Sep 2007 10:30 by bleaf-me  in lovefurypassionenergy

Title: Lovefurypassionenergy
Author: * b.leaf *
Pairing: YunJae , YooSu
Starring: Dong Bang Shin Gi (SM Entertainment) , Hwoarang (Namco) , Virgil (Capcom) , Seifer and Reno (Square-Enix) : ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้เป็นเจ้าของตัวละครใดๆ ยกเว้นแต่บทบาทของพวกเขาเท่านั้น จึงขอขอบคุณบริษัทในวงเล็บเจ้าของลิขสิทธิ์ชื่อ สำหรับตัวละครที่มีชื่อปรากฏอยู่ในฟิคชั่นเรื่องนี้ด้วยค่ะ
Genre: AU , Crossover , Romance , Drama
Rating: R / NC-17 ในคำพูดและการกระทำ

 

- - -

 

16.

 

 แดดอ่อนๆยามเช้าสะท้อนบานกระจกใสเป็นประกายวาววับ เสียงนกร้องแว่วมาในสายลมพัดเย็น เทซกยกถ้วยกาแฟขึ้นสูด
กลิ่นหอมละมุนละไมเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟแท้ยี่ห้อโปรดที่อวลขึ้นพร้อมกับเกลียวควันอ้อยอิ่ง ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มบางๆมีความสุขท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและความสุขแบบเรียบง่ายอย่างสมกับเป็นชองเทซกที่สุด
 ทุกคนเคยชินกับภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่นั่งไขว่ห้างสบายๆบนโซฟาเดี่ยวสีขาว รูปหน้ากระชับคมคาย แลดูสมบูรณ์แบบไปทุกส่วนจดจ่อสมาธิอยู่กับหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้ จิบกาแฟไปพลาง ฟังเสียงธรรมชาติเคลื่อนไหวไปพลาง มักมีท่าทีสบายอกสบายใจโดยไม่ระส่ำระส่ายไปกับ
ข่าวฆาตกรรมชำแหละศพ หรือกระทั่งภาพร่างมนุษย์นอนจมกองเลือดอยู่ใต้
รถบรรทุกคันใหญ่ สมองไหลนองพื้นถนนชวนสยอง
 แม้จะดูเหมือนคนใจแคบ ไม่เคยอินังขังขอบกับความเป็นไป แต่ใน
ยุคสมัยที่โลกห่วยๆกำลังแปรผันไปในทางตกต่ำ เทซกกลับเป็นเสมือนแกนโลกที่ไม่เคยคิดหมุนตามวงจรย่ำแย่ รุ่งเช้าของทุกวันจึงแสนสดใสสำหรับเขา
 ทว่าทันทีที่เทซกละสายตาจากคอลัมน์ข่าวอาชญากรรม อารมณ์และ
สีหน้าของบุคคลที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้เขาหดหู่จนจำต้องโคลงศีรษะ พลางถอนใจยาวด้วยความไม่สบายใจ
 ชายหนุ่มที่อายุมากกว่าร่วมห้าปีพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะ ก่อนเอ่ยทักเพื่อนรุ่นน้องที่เอาแต่นั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่พูดไม่จากับใคร ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเท้าเข้ามาในบ้านบรรยากาศแสนอบอุ่นคุ้นเคยหลังนี้
 “ไง ยุนโฮ มีอะไรไม่สบายใจงั้นเหรอ”
 น้ำเสียงเรียบๆ เบาจนจับใจความแทบไม่ได้สไตล์เทซกกลับสามารถฉุดยุนโฮขึ้นจากโลกส่วนตัวได้อย่างอัศจรรย์
 ราวกับลืมความไม่สบายใจไปชั่วครู่ ยุนโฮยิ้มรับความห่วงใยนั่นแทนคำขอบคุณ
 “พี่เทซกรู้ทันเรื่อยเลย”
 “ถ้าฉันไม่คอยสังเกต ป่านนี้พวกนายคงเป็นบ้า โดยเฉพาะเจ้าชองฮวาที่ไม่เคยระบายออกมาซะบ้าง” เจ้าของเส้นผมสีเงินเป็นประกายยามต้องแสงแดดอ่อนๆ กรอกตาไปมา พูดพลางบุ้ยใบ้ไปทางชายหนุ่มผมสีส้มที่เพิ่งเห็นหลังเดินพ้นกรอบประตูครัวไปไวๆ
 ชองฮวาที่คงจะหาที่เปิดฝาขวดไม่เจออีกตามเคย…
 “เอาน่ะ อย่าเปลี่ยนเรื่อง ไม่สบายใจอะไรว่ามา” เทซกยืดหลังตรง
จ้องหน้ายุนโฮด้วยสีหน้าจริงจังราวกับตำรวจในหนังกำลังสอบสวนผู้ร้าย คนถูกคาดคั้นจึงอดไม่ได้ รีบกระโจนจากที่ที่เคยนั่งมาใกล้คู่สนทนา
 “คืออย่างงี้ครับพี่...” ยุนโฮกระซิบกระซาบ เล่าสิ่งที่อยู่ในใจให้เทซกฟังอย่างไม่ปิดบัง

 ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ในห้องนอนที่มืดทึบด้วยเงาผ้าม่านซึ่งถูกปิดเอาไว้มิดชิด เสียงหวานครางเร้าทุรนทุรายจากโทรทัศน์ยังคงดังอึงอลไปทั่วห้อง
 ภาพการทำรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งในจอสี่เหลี่ยมเคลื่อนไหวอย่างไม่มีทีท่าจะยุติ เร่าร้อนยั่วยุอารมณ์นัก หาก ณ เวลาที่มีคนรักอยู่ในอ้อมกอดแล้ว แม้ต่อให้เอาพาเมล่า แอนเดอร์สันตัวเป็นๆมาวางคร่อมหน้าตักก็คงยังไม่อยู่ในสายตา
 อากาศอุ่นกำลังพอดีใต้ผ้าห่ม ร่างเปลือยเปล่าสองร่างกอดก่ายแนบชิดจนแทบไม่เหลือที่ว่างระหว่างกัน ยุนโฮเฝ้ามองใบหน้าขาวกระจ่างกับแก้มใสที่เรื่อสีชมพูจางๆเมื่อถูกหอมซ้ำๆ แทรกปลายจมูกไล้ไปตามแนวเส้นผมดำขลับชุ่มชื้นด้วยเม็ดเหงื่อ รสสัมผัสบนผิวเนียนละเอียดนุ่มติดปลายนิ้วมือ
 นวลเนื้อหลังการทำรักหอมหวนเย้ายวน เขาก้มจูบคนในอ้อมแขนไปทั่วสรรพางค์อย่างไม่อยากจะลืมเลือนช่วงเวลา และความรู้สึกที่มีมากจนแทบล้นออกมาในยามนี้
 แจจุงยังคงทอดกายนอนนิ่งเหมือนตุ๊กตา แม้ร่างกายบอบบางจะถูกกอดรัดจนแทบช้ำ หากก็ยังไม่มีวี่แววจะถอยหนี
 “จะไปจริงๆน่ะเหรอ” เจ้าของดวงตากลมโตสีดำสนิทอดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำถามขึ้นในที่สุด หลังจากปล่อยให้ความเงียบโอบกอดตนเองเอาไว้
น้ำเสียงเบาหวิวที่สั่นเครืออยู่ในที เรียกให้ยุนโฮชะงักการกระทำของเขาเอาไว้เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนคลายอ้อมแขนออกจากร่างบอบบางชวนถนอม
“ทำไงได้” เขาจ้องตา เสียงทุ้มฟังดูไม่สู้ดีนักในยามที่หัวใจยังคงอ่อนแอ “เหตุผลเดียวที่จะอยู่ก็ไม่มีแล้ว ฉันทำมันต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีพวกเขา”
“ฉันเข้าใจ” แจจุงยิ้มให้คำสารภาพอย่างจริงใจนั้น เลื่อนมือขึ้นกุมมือของยุนโฮ ช้อนขึ้นจุมพิตเบาๆ “ขอโทษที่ตอนนั้นฉันใช้อารมณ์กับนาย ทั้งที่ควรจะเห็นใจนายที่สุด”
 “ฉันรักนาย แจจุง” ยุนโฮก้มจูบแจจุงอีกครั้งที่หว่างคิ้ว ยังคงอาลัยอาวรณ์ คนรักที่ทั้งน่ารักและคอยเข้าใจเช่นนี้ ถึงต่อให้มีชาติหน้าเขาก็คงไม่มีวันหาได้อีกเป็นแน่ “ฉันต้องคิดถึงนายมากแน่ๆ”
 เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากเช่นนั้น ริมฝีปากสีแดงจัดจึงคลี่ยิ้มเรียบ แจจุงสัมผัสแก้มคนรักด้วยสองมือ บอกย้ำ “อย่ามีคนอื่นนะยุนโฮ”
 “ฉันจะมีคนอื่นได้ยังไง ตั้งแต่เจอนาย ฉันก็ไม่เคยมองใครอีก”
 “ให้มันจริงเถอะ…”
 เสียงพูดคุยหยอกเย้า เสียงหัวเราะเคล้าคลอกัน คงไม่มีใครได้ยินนอกจากคนสองคน
 ตลอดเวลายาวนานที่ภาวนาให้มันจบ ในที่สุดภาพยนตร์ติดเรทในจอโทรทัศน์ก็ตัดวูบลงเหลือเพียงพื้นที่สีดำว่างเปล่า แจจุงเอนแก้มแนบหมอน นอนมองยุนโฮที่กำลังหัวเราะอารมณ์ดี หัวใจของเขายิ่งเต้นแรง
 “เปิดไว้ก็ไม่ดู ไม่รู้จะเปิดทำไม” แจจุงว่า เล่นเอายุนโฮหัวเราะเสียงดังกว่าเก่าเมื่อจับแววประชดประชันในน้ำเสียงนั่นได้อย่างชัดเจน
 “จะดูทำไม ก็นายน่าสนใจกว่า”
 คนถูกก้อร่อก้อติกเบ้ปากอย่างหมันไส้ “ไม่เข้าใจ ทำไมต้องดู”
 “ไม่ยักกะรู้ว่าผู้ชายต้องมีเหตุผลในการดูหนังโป๊ด้วย” ร่างสูงเหล่หางตาสังเกตสีหน้าคนรักแล้วหัวเราะสนุก ไม่คิดว่าแจจุงจะหึงแม้กระทั่งนางเอกหนังเอวี! “สาวน้อยเอ้ย...”
 “ใครเป็นสาวน้อยไม่ทราบ โอ้ย! เจ็บนะยุนโฮ” แจจุงทำท่าจะแหวใส่ หากไม่วายร้องโอยเพราะกล่องดีวีดีที่ยุนโฮใช้เคาะเบาๆที่ศีรษะ ร่างเพรียวไม่วายหลุดหัวเราะออกมาบ้างจนได้
 คว้ากล่องดีวีดีกล่องนั้นมาพิจารณา ตลกดีที่ชื่อเรื่องถูกเขียนด้วยภาษาญี่ปุ่น แต่คำบรรยายใต้ภาพดันเป็นภาษาอังกฤษถอดความได้
 ตัวหนังสือขนาดเล็กเท่าลูกมด ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับสิบเอ็ดนาทีบนความรักและความลุ่มหลง
มองกล่องดีวีดีสลับกับใบหน้าของยุนโฮแล้ว แจจุงหยุดความคิดของตัวเองไม่ได้... จะเป็นอะไรไหม หากเขาอยากจะยืดระยะเวลาเพียงสิบเอ็ดนาทีให้กลายเป็นชั่วนิรันดร์
“ยุนโฮ...คือฉันมีบางอย่างจะขอร้อง”
ยุนโฮเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ไม่ตอบ แค่เพียงเอียงหูเข้าไปใกล้ๆ ฟังแจจุง
อธิบายบางอย่างที่ว่านั่นได้เพียงไม่นาน...ดวงตาเรียวรีคู่นั้นก็จำต้องเบิกโพลง!
“พอที” แววตาที่เคยเจือประกายสนุกสนานถูกแววโทสะเข้าบดบัง มือกีต้าร์หนุ่มแกะอ้อมแขนที่โอบรอบเอวของเขาออกโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน ผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนทันที “และอย่าพูดเรื่องนี้ให้ฉันได้ยินอีก”
เสียงประตูห้องน้ำกระแทกดังโครมใหญ่ ทิ้งไว้เพียงร่างเพรียวที่นั่งกอดเข่าอย่างเดียวดายบนเตียงนอนสีดำสลับขาว

ยุนโฮผ่อนลมหายใจอย่างยากลำบาก หลังจากคำบอกเล่าสุดท้ายจบลง ห้องทั้งห้องก็ถูกครอบคลุมไว้ด้วยความเงียบสงัด
“อย่าเอาคนอื่นมาเป็นตัวตัดสินหนทางของนายเลยนะ ยุนโฮ สุดท้ายมันก็อยู่ที่ตัวนาย” เป็นเสียงเย็นๆของเทซกที่มักดังขึ้นปลอบโยนในเวลาเช่นนี้เสมอ “ฉันรู้ว่าใจจริงนายเองก็คงยังไม่อยากทิ้งมันไป เพราะฉันเองก็รู้สึกอย่างนั้น และถ้านายยังมีโอกาสได้โลดแล่นอยู่บนเส้นทางสายนี้ ฉันก็อยากขอร้องให้นายสานมันต่อแทนทุกๆ คน”
แววความกังวลใจเลือนหายไปจากใบหน้าหล่อเหลายามเมื่อได้ฟัง
ยุนโฮเหลือบสายตาขึ้นสบดวงตาสว่างดูฉลาดเฉลียวของเทซกอย่างไม่เชื่อหู ความรู้สึกฉงนสนเท่ห์ใจกลับกรายเข้ามาแทนที่
เทซกทำเป็นมองข้ามแววตาคาดคั้นนั่น มือหนาเลื่อนขึ้นตบบ่าผู้อ่อนวัยกว่า ใบหน้าขาวสว่างเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่น น้ำเสียงราบเรียบไม่โหวกเหวก แต่หนักแน่นในถ้อยคำทำให้แวบหนึ่งในความรู้สึก ยุนโฮคิดไปเองว่ายิ้มนั้นช่างเหมือนรอยยิ้มของพ่อ
“มีแต่นายเท่านั้นที่เป็นหัวหน้าที่แท้จริงของตัวนายเอง ลองตัดสินใจดูนะ” พี่ใหญ่ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ขยี้เส้นผมของยุนโฮจนยุ่งเหยิง ก่อนผุดลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินหายเข้าไปในครัว
คงจะไปช่วยชองฮวาหาที่เปิดฝาขวดนั่นแหละ...
เขามองเบื้องหลังของผู้ชายที่เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ ซึ่งคอยแผ่ร่มใบปกป้องแดดฝนให้ต้นอ่อนอย่างเขาตั้งแต่ยังเยาว์แล้วอดทึ่งไม่ได้ ไม่รู้ว่าพี่ชายคนละไส้ของเขาเป็นนักดนตรี นักปราชญ์ หรือพ่อมดกันแน่ แค่คำพูดธรรมดาๆ ไม่กี่คำนั้นกลับทำให้ใจที่เคยคิดว่าแข็งพอของเขาโอนอ่อนได้ทุกครั้ง
คิดแล้วขัน...
ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดามันเป็นเช่นนี้นี่เอง !
 หกแสนสี่พันแปดร้อยวินาที เท่ากับ หนึ่งหมื่นแปดสิบนาที
หนึ่งหมื่นแปดสิบนาที เท่ากับ หนึ่งร้อยหกสิบแปดชั่วโมง
หนึ่งร้อยหกสิบแปดชั่วโมง เท่ากับ เจ็ดวัน
และแน่นอนว่า...เจ็ดวัน เท่ากับ หนึ่งสัปดาห์
หนึ่งสัปดาห์ที่ดูคล้ายว่าจะยาวนาน หากในความเป็นจริงนั้นแสนสั้น ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ไม่ต่างจากลมหนาวที่จู่ๆ ก็พัดมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ต้นไม้ใหญ่เคยอุดมไปด้วยใบเขียวก็พลันร่วงโรยเหลือเพียงกิ่งก้านหงิกงอ
ทุกคนพาลสะดุ้งตื่นจากสิ่งที่คิดในใจแทบจะพร้อมเพรียงกัน เมื่อร่างสูงสง่าในชุดเสื้อโค้ชสีน้ำตาลอ่อนหล่อเหลาแบบผู้ดีเริ่มเคลื่อนไหว เทซกตบหลังน้องชายผมสีแดงยาวสยายซึ่งกึ่งกอดกึ่งโหนตัวเขาเหมือนลูกลิงอยู่นานสองนานโดยไม่มีทีท่าจะปล่อย เป็นเชิงให้เรโนคลายกอดเสียที
“เอาล่ะ ฉันคงต้องบอกลาทุกคนแล้ว”
 หนึ่งนาฬิกาเศษ เสียงหวานๆของประชาสัมพันธ์สาวสะท้อนก้องทั่วบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินนานาชาติ ผู้โดยสายเที่ยวบิน
อินชอน - ลอนดอนเริ่มทยอยก้าวสู่เส้นทางลำเลียงผู้โดยสาร
 ที่นี่มีเพียงกลุ่มสหายที่รู้ใจซึ่งอยู่กันเกือบพร้อมหน้า ยองเจ ชองฮวา เรโน ยุนโฮที่มาพร้อมกับแจจุง รวมถึงชางมินที่จูงมือเยอินมาด้วย
 “ไง นักศึกษาใหม่ ย้ายของเข้าหอเมื่อไหร่ล่ะเรา” เทซกยิ้มถามเรโน วางฝ่ามือบนศีรษะน้องชายพลางจับโยกไปมา
 “อีกสองอาทิตย์” คนถูกถามแม้จะหัวสั่นหัวคลอนเพราะแรงมือ ไม่วายเงยหน้าขึ้นอ้อมแอ้มตอบด้วยความรู้สึกหลากหลาย
 เรโนเหลือบมองเครื่องบินลำใหญ่มหึมาที่จอดเชิดหน้าอยู่บนรันเวย์
นอกหน้าต่างบานใหญ่แล้วพาให้ใจหายวาบ ไม่น่าเชื่อว่าอีกเพียงไม่กี่นาทีข้างหน้า นกเหล็กลำยักษ์ลำนั้นจะพาพี่ชายคนตรงหน้าจากไปไกล
 เพราะหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยห่างจากพี่ชายคนนี้...เด็กหนุ่มรักเทซกเหมือนพ่อแท้ๆ ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านกระจกหลังสีขาวตั้งแต่ยังเด็ก และค่อยๆ เติบโตขึ้นในบ้านหลังนั้น ในขณะที่ลูกชายนักธุรกิจค้าหุ้นและนักไวโอลินชื่อก้องอย่างเขา น้อยครั้งน้อยครานักถึงจะมีโอกาสได้พบหน้าพ่อแม่บังเกิดเกล้า หาก
เรโนมีเทซกคอยดูแลตลอดเวลา
 เด็กหนุ่มคิดว่าภาษาอิตาเลี่ยนเป็นภาษาที่นอกจากจะยากและน่าเบื่อแล้ว ยังไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากใช้อ่านกลอนและร้องเพลงโอเปร่า เขาเกลียดเวลาที่ผู้เป็นพ่อพูดภาษาอังกฤษสำเนียงฟังยาก ไม่ชัดถ้อยชัดคำ และชอบอุทานภาษาประหลาดใส่เขาซ้ำๆซากๆ ทว่าเรโนกลับพูดภาษาบ้านเกิดของเทซกได้อย่างชัดเจนคล่องแคล่ว...
 ความผูกพันแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเกลียวเงื่อน ทำให้การลาจากครั้งนี้ยากลำบากเกินกว่าจะสามารถทำใจให้ยอมรับได้ในเร็ววัน
 “ไม่อยากไปอเมริกาแล้ว” วินาทีนี้ เรโนแทบจะลืมความงามของสาวๆ ผมบลอนด์ คณะศิลปะศาสตร์ที่ยูซีแอลเอเสียสนิท “อยากไปอังกฤษ ไปกันทั้งห้าคนนี่เลย”
 “เฮ้ย พูดแบบนั้นไม่ได้ ต้องไปเรียน ได้เอแล้วมาเอาตังค์” เทซกตบกะโหลกหนาๆของเจ้าเรโนน้องเล็กอีกที ก่อนหันมาถามยองเจว่า “แล้วนายล่ะ ยองเจ มีแผนการจะทำอะไรต่อไป”
 “ทำงานครับ ทำงานเก็บเงิน มั่นคงเมื่อไหร่จะขอยูจินแต่งงาน” ยองเจเอ่ยหนักแน่น ท่าทางขึงขังจริงจังของเขาที่ดูเผินๆ เหมือนกำลังจะไปรบมากกว่าขอสาวแต่งงาน ทำให้เทซกระเบิดเสียงหัวเราะสดใส
ทั้งนี้ทั้งนั้น มือกลองหน้าหล่อแห่งดิโอเมเดสยังยืนยันด้วยว่าเป้าหมายการสละโสดในการณ์นี้ จุดประสงค์เพื่อพี่ชายที่ชอบร้องโวยวายอยากอุ้มหลานจนตัวสั่น ตั้งแต่สมัยที่เขาเพิ่งตกลงคบหากับชเวยูจินใหม่ๆ
“ก็พี่เทซกอยากอุ้มหลานไม่ใช่หรือไง ผมจะปั๊มให้เอาบุญซักโขลงสองโขลง” หนุ่มผมทองชี้แจงพลางยักคิ้วกวน เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงได้ไม่เบา
อันที่จริงเทซกอยากจะเตะยองเจด้วยขาขวาสักป้าบด้วยความรักแทนคำบอกลาครั้งสุดท้าย หากคร้านจะเปลืองแรง ตัดสินใจปล่อยว่าที่พ่อช้างเอาไว้ตรงนั้น หันมาให้ความสนใจกับชองฮวาที่ยืนยิ้มเรียบๆอยู่แทน
“ชองฮวา...”
“ครับ” หนุ่มผมส้มรับคำเสียงเนือย
“สบายดีไหม” เทซกใช้สองมือประคองใบหน้าของชองฮวา บิดซ้าย
บิดขวาสำรวจ
“ดีมั้ง”
“แต่หน้าตานายดูไม่ค่อยดี”
“ไม่นะ ใครๆ ก็บอกว่าผมหน้าตาดี”
“ปากยังดีอยู่ใช้ได้”
ชองฮวายกริมฝีปากยิ้มนิดๆ...นิดเดียวเท่านั้น ก่อนจับมือเทซกออกจากใบหน้า นิสัยไม่ชอบให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัวของชองฮวา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังขัดกับนิสัยชอบใช้กายสัมผัสของเทซกอยู่วันยังค่ำ
เทซกจ้องหน้าน้องชายคนเกือบสุดท้องนิ่งนาน ก่อนเอ่ยถาม “เรื่องเรียนจะเอายังไง”
“ผมจะสอบเข้ายูซีแอลเอ” ถึงตรงนี้ ชองฮวาหันไปยิ้มกับเรโน “ขี้เกียจหาเพื่อนใหม่”
“เรียนดนตรีเหรอ”
“ไม่ครับ เรียนธุรกิจ เบื่อดนตรีแล้ว”
เป็นเรื่องน่าเสียดายไม่น้อยที่ชองฮวาพูดเช่นนั้น หากถึงอย่างไร เทซกก็มั่นใจว่าถึงแม้น้องชายของเขาคนนี้จะไม่มุเรียนทางด้านดนตรีโดยตรง เขาก็ยังจะเป็นอัจฉริยะทางด้านดนตรีเหมือนกับที่เป็นมาตั้งแต่เกิด
ก่อนเริ่มต้นเข้าศึกษาต่อในสาขาบริหารธุรกิจเทอมหน้า ชองฮวายังบอกกับเทซกถึงความตั้งใจที่จะใช้เวลาว่างที่เหลือตอนนี้ให้คุ้มค่า ด้วยการสะพายเป้เดินทางไปรอบโลกอย่างที่อยากทำมานาน
 เมื่อชองฮวาบอกลาพี่ชายคนโตของกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยุนโฮรู้ตัวว่าถึงเวลาที่เขาควรเอ่ยคำอำลาบ้าง อันที่จริงเขาคิดหาถ้อยคำสวยๆ มามากจนนับไม่ถ้วน หรือถ้ามีเวลาเพียงพอ แม้จะเสียงไม่ดีนักก็อยากจะร้องเพลงเพราะๆ แทนความรู้สึกเพื่อเทซก แต่พอเอาเข้าจริง...ทุกสิ่งที่ตระเตรียมมาเป็นเวลานานก็อันตรธานหายวับไปหมด
 “ผมไม่รู้จะพูดอะไรครับ” เขาสารภาพ “ผมไม่มีแม้แต่ของขวัญให้พี่ ผมไม่เคยทำอะไรให้พี่เลย น่าแปลกใจนะครับ...ว่าทำไมพี่เทซกถึงมีอะไรให้พวกเรามากมายไม่รู้จักหมด”
ทุกความเคลื่อนไหวราวกับหยุดนิ่งลงตรงนั้น แม้แต่ยองเจซึ่งจ้องแต่จะหาจังหวะขำก็ยังขำต่อไม่ออก
“ผมไม่รู้เหมือนกันว่าพี่เทซกทำได้ยังไง ในความรู้สึกที่เหมือนกับว่า...ในบ้านหลังเล็กๆมีเตียงขนาดคิงไซส์หลังเดียว โต๊ะกินข้าวแค่ห้าที่นั่ง มีพ่อ พี่ชาย น้องชาย มีครอบครัว มีความรักอยู่เต็มไปหมด และคงไม่มีใครคนใดคนหนึ่งอยู่ต่อไปได้แน่ ถ้าไม่มีมัน” ยุนโฮชะงักคำพูดลงชั่วครู่ สูดหายใจเข้าช้าๆ รอจนกว่าจังหวะหัวใจจะประสานกับความรู้สึก ก่อนพูดออกไป “ผมสัญญาครับว่ามันจะไม่จบ หรือถ้าจะมีใครทำให้มันจบ ผมนี่แหละที่จะเป็นคนหยุดเขา”
ทุกสายตาประหวัดขึ้นสบกับนัยน์ตาประกายมุ่งมั่นของยุนโฮ ทั้งคำพูดนั้นยังฉุดแจจุงให้ละสายตาจากฝ่ามือว่างเปล่าของตนที่เอาแต่จ้องมันนิ่งอย่างหมดหวัง ดวงตากลมโตสีนิลแลดูมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ผมจะทำให้โลกรับรู้ความรู้สึกเดียวกันนั้น ความรู้สึกของพี่เทซก
ยองเจ ชองฮวา เรโน ความรู้สึกของผม ของเราทุกคน และผมสัญญาว่าจะไม่มีใครหน้าไหนกล้าลืมชื่อดิโอเมเดส” ใบหน้าเรียวหล่อเหลาสมชายชาตรีหันไปสบตาแจจุง “ฉันตกลงรับข้อเสนอของนาย แจจุง ฉันจะช่วยนายทำเพลง”
ตอนนี้เองที่โลกทั้งโลกได้ประจักษ์ถึงความงดงามแห่งรอยยิ้มของ
พระเจ้า ซึ่งมีค่ามากมายเกินกว่าสิ่งล้ำค่าใดๆในโลกหลอมรวมกัน
โดยไม่เอ่ยคำใด คนทั้งห้าโผเข้ากอดกันเป็นครั้งสุดท้าย น้ำตาแห่งความปีติไม่อาจต้านทานไว้ได้อีกต่อไป แจจุงมองภาพพร่าเลือนนั้นด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเช่นกัน
“พวกผมรักพี่เทซกนะ” เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“อื้ม...ฉันรู้” และเป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงของชองเทซกสั่นเครือ
ช่วงเวลาสุดท้ายกำลังจะหมดลงในอีกไม่ช้า ก่อนไป...เทซกควานหาอะไรบางอย่างจากในกระเป๋าเสื้อโค้ช ก่อนยื่นสิ่งนั้นให้กับยุนโฮ
เป็นกุญแจสองสามดอกร้อยติดกับพวงกุญแจรูปขนนกสีขาว
“ฝากบ้านด้วยนะ ยุนโฮ”
ชายหนุ่มร่างสูงที่ในวันนี้ยิ่งดูสว่างไสวมากกว่าเดิมเป็นทวีคูณหันไปโบกมือ ก่อนโค้งให้บรรดาแฟนเพลงจำนวนหนึ่งที่สู้อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนมาตั้งแถวรอส่งเขาตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืดดีเป็นครั้งสุดท้าย
“ขอบคุณทุกคนมากครับ ลาก่อน”
แผ่นหลังกว้างหันหลับให้กับป้ายผ้าขนาดใหญ่ ซึ่งเขียนข้อความ
‘We Love You, Vergil’ อันสามารถเห็นได้จากระยะไกลนั้น ไม่หันกลับมา โดยไม่ลืมที่จะเก็บความรักของทุกคนใส่กระเป๋าเดินทางติดตัวด้วยไปในทุกๆที่

 ‘แด่...แฟนสาวคนสวยของนายหน้าหิน จาก...ไซเฟอร์’
 ยองเจถอนปลายปากกาเคมีออกจากหน้าปกซีดีอัลบั้มล่าสุด ซึ่งคงจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายในนามดิโอเมเดส ก่อนส่งมันคืนให้เยอิน เด็กสาวดูจะปลาบปลื้มกับของขวัญชิ้นนี้อยู่มาก ผิดจากนายหน้าหินคนข้างๆที่เอาแต่ยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดบอกบุญไม่รับ
“ได้สุดยอดมือกีต้าร์อย่างยูโนไปแล้วจะมาเล่นกลองก๊อกๆแก๊กๆ เหมือนแต่ก่อนไม่ได้นะเฟ้ย เสียเกียรติดิโอหมด” มือกลองรุ่นพี่บ่นเสียงดัง พลางส่งซีดีที่ถูกเซ็นแล้วให้กับแฟนคลับสวมแว่นนามชิมชางมิน
หลังจากส่งเทซกขึ้นเครื่องเป็นที่เรียบร้อย ยองเจ ชองฮวา ยุนโฮ และเรโน ตกลงกันว่าจะอยู่ทักทาย พร้อมแจกลายเซ็นให้กับกลุ่มแฟนคลับเพื่อตอบแทนความรักความหวังดีที่อุตส่าห์สละเวลาพักผ่อนอันมีค่ามารวมตัวกันในวันนี้
ยุนโฮเพิ่งบอกลาแฟนเพลงคนสุดท้ายไปเพียงไม่นาน ยืนรอจนร่างของเธอคนนั้นลับสายตาไปแล้วค่อยผละจากที่นั่น ทว่าจังหวะที่คิดจะหันกลับ ร่างสูงก็เป็นอันต้องสะดุ้งเมื่อมือบางแสนนุ่มนิ่มจู่ๆก็สอดเข้ากระชับในอุ้งมือ
แค่ได้กลิ่นก็รู้ว่าใคร...
“นายไม่รู้หรอกว่าฉันดีใจแค่ไหนที่นายตอบตกลง” แจจุงเอ่ย พลางก้าวมายืนเคียงข้าง “ถึงจะรู้ดีอยู่หรอกว่าเหตุผลที่ทำให้นายตัดสินใจอย่างนั้น มันไม่ใช่ฉันเลยก็ตาม”
“ไม่ซะทีเดียวหรอก” ยุนโฮกระตุกยิ้ม จ้องนัยน์ตาซึ่งฉาบฉายประกายเว้าวอนอย่างประหลาดของแจจุงนิ่งนาน “เพราะเหตุผลหลักก็คือ...ฉันอยากจะเล่นดนตรีให้คนที่ฉันรักได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกดิโอเมเดส พ่อของฉัน
รวมทั้งนาย”
ยุนโฮคงจะทำให้เขาโรคจิตไปแล้วจริงๆ ทั้งที่เมื่อก่อนเกลียดแสนเกลียดทุกครั้งที่ยุนโฮทำรุ่มร่ามกับเขาในที่สาธารณะ แต่ในเวลาเช่นนี้...ยิ่งแสดงความรักอย่างโจ่งแจ้งมากเท่าไหร่ หัวใจของเขายิ่งสูบฉีดเร็วเท่านั้น
แจจุงยิ้มกว้างเมื่อยุนโฮกอดเขาแน่น ซุกปลายจมูกโด่งรั้งเคลียปรางแก้มขาว
“ฉันรักดนตรี ฉันมีฝัน และฉันจะไม่หยุด เหมือนที่ฉันรักนาย รักคิมแจจุง และฉันจะไม่มีวันไปไหน”
ประกายในตัวของผู้ชายที่ชื่อจองยุนโฮ...ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงเปล่งแสงเจิดจรัส แม้จะโลดแล่นอยู่บนดินหรือเพียงใต้ฝ่าเท้าของเหล่าผู้คนจอมปลอมบนพื้นโลกอย่างเคยๆ กระนั้นแล้วยุนโฮก็จะยังคงเป็นดาวที่แสนพร่างพรายในสายตา
ยุนโฮเป็นคนแรกและคนเดียวที่พร่ำสอนให้คนอย่างเขาตระหนักว่า
จะมีเพียงความรัก ความฝัน และศรัทธาเท่านั้นที่ไม่มีวันตาย

สภาพห้องเช่าที่เคยรกรุงไม่เป็นระเบียบของยูชอนในยามนี้กว้างโล่ง ข้าวของส่วนใหญ่ถูกเก็บไปกองไว้ด้านข้างพร้อมแพ็คพลาสติกอย่างดี
อีกไม่นานเขาก็จำต้องย้ายออกจากที่นี่ ตามข้อตกลงที่ระบุเอาไว้ในสัญญาของโซเนียมิวสิค เมื่อถึงวันนั้น ห้องชุดเก่าๆ รวมถึงผับร้างกลางย่านชุมชนแออัดคงหลงเหลืออยู่เพียงภาพร่างแห่งวันวานให้จดจำ
เดอะไนธ์เกตปิดตัวลงแล้วโดยสมบูรณ์ ตึกเล็กๆแลดูทรุดโทรมกำลังจะถูกแทนที่ด้วยบ่อนและสถานเริงรมย์หรูหราในอีกไม่ช้า ไม่มีใครเหยียบย่างไปที่นั่นอีกหลังจากทางร้านตัดขาดทุกอย่างจากอีวิล-โอเวอร์ลอร์ดโดยปราศจากค่าจ้างงวดสุดท้าย
ความทรงจำบางอย่างแม้จะเลวร้าย แต่ก็ไม่ถึงกับไร้ค่าเกินแก่การจดจำ หากทุกคนล้วนเข้าใจวัฏจักรของโลกและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าเป็นอย่างดี
สิ่งที่ทำได้...คือเพียงทิ้งเงาแห่งอดีตไว้เบื้องหลัง...
กรอบรูปบานเล็กถูกจัดวางลงบนโต๊ะโล่งๆตรงหัวเตียง ภาพซึ่งถูกตัดแบ่งออกมาอย่างพิถีพิถันปรากฏใบหน้าขาวสะอาดของชายหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีส้มสะดุดตา กำลังเหยียดริมฝีปากยิ้มเท่บาดใจ แขนของเขาข้างหนึ่งกอดคอชายหนุ่มร่างสูงโปร่งอีกคน ซึ่งยืนทำหน้าบ่งบอกอารมณ์ได้ยาก ส่วนอีกข้างโอบไหล่เล็กๆ ของหนุ่มหน้าสวยไว้แนบชิดกาย
“เวลาผ่านไปเร็วจังนะ” จุนซูที่กำลังนอนเหยียดยาวบนเตียง ยกแขนขึ้นท้าวคาง พลางพิจารณากรอบรูปบานใหม่ที่เพิ่งถูกนำมาจัดไว้ “ฉันยังรู้สึกเหมือนกับว่ามันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวาน เผลอแป๊บเดียว ชองฮวาก็อยู่ไกลซะแล้ว”
ยูชอนหันมาสบตากับจุนซูวูบหนึ่ง ก่อนเหลือบมองภาพถ่ายนั้นบ้าง แล้วถึงเอ่ยถาม
“ยังรักเขาอยู่ใช่ไหม”
จุนซูยิ้มเล็กน้อย หยัดกายลุกขึ้นนั่งเคียงข้างยูชอน “ไม่ว่ายังไง ฉันก็จะยังรักเขา”
รอยยิ้มละมุนละไมบนใบหน้าหวานของร่างเล็กมีอำนาจพอที่จะทำให้ยูชอนชะงักงัน แสงแดดส่องลอดแพรผ้าม่านซึ่งปลิวไสวตามแรงลมกระทบผิวขาว ทำให้ภาพเบื้องหน้าแลดูคล้ายกำลังเปล่งแสง
“ฉันจะหยุดรักคนที่ทำอะไรเพื่อฉันมากมายได้ยังไง เขาแต่งเพลงให้ฉัน สอนฉันเล่นกีต้าร์ ช่วยฉันวาดฝัน สอนให้ฉันได้เรียนรู้ความรัก ความเจ็บปวด และถึงแม้เขาจะทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่ตอนนี้เขาได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับฉัน”
เสียงเล็กๆ ฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองทุ่งดอกทานตะวันที่กำลังแหงนหน้ารับแสงอาทิตย์ยามเช้า มือบางเลื่อนมาวางบนหน้าตักคนด้านข้าง
“ตลอดเวลาฉันอยากเรียนรู้ความรัก แล้วบทแรกของการเรียนรู้ก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”
ริมฝีปากอิ่มเผยรอยยิ้มบางๆ ยูชอนกระชับวางฝ่ามือทาบมือเล็กๆของจุนซู มือเล็กที่แสนบอบบางจนให้ความรู้สึกอยากปกป้อง
ปากต่อปากสัมผัสกันแผ่วเบา นุ่มนวล หากหนักแน่นไปด้วยความรัก ส่งผ่านไออุ่นให้ซ่านลึกลงในหัวใจดวงเดิมที่ในยามนี้รอยแผลบอบช้ำถูกผสานจนสนิท จูบอันแสนลึกซึ้งราวกับเพื่อแทนคำมั่นสัญญาว่ารักนี้จะไม่มีวันทำให้บอบช้ำซ้ำอีก
ท่ามกลางความเงียบสงบ จุนซูบอกขอบคุณผู้ชายสองคนในใจ...
แด่คนหนึ่งที่ปิดตายหัวใจของเขา กับอีกหนึ่งคนตรงหน้าที่ไขเปิดมันออกจนสำเร็จ
“เมื่อก่อนฉันเคยคิด คิดจนนอนไม่หลับว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร”
ยูชอนเอ่ย ในขณะรั้งตัวคนที่ในยามนี้กล้าเรียกได้อย่างสนิทปากสนิทใจว่า ‘คนรัก’ มาหอมเบาๆที่แก้มซ้ายขวา แววตาขี้เล่นคู่นั้นวาววับ “แต่ตอนนี้ ฉันว่ามันไม่สำคัญ ตราบใดที่ปัจจุบัน เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราจะตายเพื่อมัน”

ณ อีกฟากหนึ่งของกรุงโซล อพาร์ตเม้นต์หรูบนตึกสูงเสียดฟ้ากลางมหานครมีข้าวของส่วนหนึ่งถูกขนย้ายมาไว้ ห้องโล่งรับสายลมโชยพัดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกเลื่อนซึ่งถูกเปิดอ้าเอาไว้ ทำให้มองเห็นภาพความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เมื่อมองในมุมนี้รถราแต่ละคันบนถนนแลดูเล็กนิดเดียว
ก่อนที่แจจุงจะชวนยุนโฮให้มาดูอพาร์ตเม้นต์ที่เขากำลังจะย้ายเข้ามาอาศัยในอีกไม่ช้า วันนี้เป็นวันแรกที่ร่างบางได้ลองเข้าไปขอบคุณผู้ใหญ่ รวมถึงพบปะพูดคุยกับทีมงานในบริษัท แน่นอนว่าใครๆต้องทั้งรักและเอ็นดูนักร้องในสังกัดที่มีรางวัลชนะเลิศการประกวดเป็นใบเบิกทาง บรรยากาศโดยรวมจึงเป็นกันเองมากกว่าที่คิดไว้ เท่านี้ก็พอจะอุ่นใจได้บ้างว่าการทำงานในอนาคตคงจะเป็นเรื่องง่ายดายขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เสียดายก็แต่ผู้จัดการวงคนใหม่เท่านั้นที่แจจุงยังรู้สึกติดค้างอยู่ในใจ
“ฉันไม่ค่อยชอบผู้จัดการวงคนนี้เลย” แจจุงเริ่ม พลางทรุดตัวลงนั่งบนเตียงคู่เปล่าเปลือยกลางห้อง เคียงข้างยุนโฮที่เอาแต่นอนเอกเขนกไม่คิดจะสนใจชื่นชมวิวทิวทัศน์ใดๆ
“ทำไมล่ะ” ยุนโฮเงยหน้าที่ซุกอยู่กับฟูกเตียงขึ้นสบตา
“ไม่รู้สิ ไม่ถูกชะตา ฉันรู้สึกเหมือนว่าเคยเจอหน้าเขาที่ไหนมาก่อน”
“ที่แบล็คโฮลหรือเปล่า” ยุนโฮตอบแทบจะในทันที
แจจุงนิ่งคิดไปสักพัก ก่อนทำตาโต “เออ...ใช่ อีตาเกย์แก่คนนี้นี่แหละที่มันสัมภาษณ์ฉัน นายรู้ได้ยังไงน่ะยุนโฮ”
ยุนโฮหัวเราะลงคอหึๆ “ลุงคนนี้น่ะเป็นโปรดิวเซอร์มือฉมังของ
แบล็คโฮลเชียวนะ แต่ก่อนเคยทำหน้าที่แมวมอง คอยไปด้อมๆมองๆวงดนตรีใต้ดิน พาขึ้นบนดินจนโด่งดังมาหลายวงแล้ว แต่ได้ข่าวว่าไม่กี่เดือนที่แล้วดันไปผิดใจกับผู้บริหารระดับสูงเข้า เลยโดนเด้งอย่างที่เห็น โซเนียเห็นฝีมือเลยทาบทามมาร่วมงาน”
“อ๋อ” แจจุงทำเสียงอือออในลำคอ พยักหน้ารับรู้ หากใบหน้าหวานสวยยังไม่คลายความไม่สบายใจ
“อย่าคิดมากน่า ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ต่อไปนี้เขาก็จะมาเป็นเจเนอร์รอลเบ๊ให้นาย นายก็ถือโอกาสแก้แค้นโทษฐานมองข้ามแววความขาว สวย หมวย เอ็กซ์ ของนายเลยเป็นไง ฮ่าๆๆ อะ..อะ...โอ๊ย!”
หัวเราะยังไม่ทันสะอกสะใจ มือกีต้าร์สุดฮ็อตก็จำต้องร้องเสียงหลง เมื่อแจจุงตะปบเล็บลงบนท้องแขนซ้ายเต็มแรง
“ทำเป็นพูดไป ฉันเห็นตาเกย์เฒ่าเขย่าโลกนั่นจ้องนายตาเป็นมัน”
“บรื๋อ... เอามีดมาแทงเหอะ ฉันยอมตายดีกว่าเสียประตูให้เกย์เฒ่า!”
ร่างบางหัวเราะคิกคัก ชำเลืองมองท้องแขนซ้ายสีแดงช้ำของยุนโฮที่เขาเพิ่งกระทำการชำเรามันไปเมื่อครู่อย่างสนใจ แผลสักใหม่ยังคงไม่แห้งดี
รอยสักสีดำลายตัวอักษรกราฟฟิค สลักคำว่า ‘ดิโอเมเดส’ เป็นภาษาอังกฤษขนาดใหญ่เต็มท้องแขน
“เจ็บเป็นบ้าเลย” ยุนโฮลูบแขนปอยๆ ปรายหางตามองค้อนแจจุงอย่างน่าหมันไส้
“สมน้ำหน้า อยากหาเรื่องไปสักเองทำไม” เขาว่า ทั้งที่ใจจริงนั้นเข้าใจเหตุผลความอยากหาเรื่องไปสักของยุนโฮเป็นอย่างดี เพราะเขาเองก็เป็นหนึ่งใน
ผู้ชื่นชอบการสักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร
แต่สำหรับยุนโฮ มันไม่ใช่เพียงการสักเพื่อแสดงความเป็นปัจเจกชน ความเป็นเอกลักษณ์ สักเพื่อเตือนสติ หรือเพียงการสักเพื่อให้จดจำตนเองในยามเจ็บปวด แต่การลงทุนสักครั้งแรกในชีวิตครั้งนี้ ทั้งหมดทั้งมวลมีจุดประสงค์เพื่อตอกย้ำความทรงจำ
‘ดิโอเมเดส’ สั้นๆบนท้องแขน บ่งบอกความหมาย นัยยะ และความรู้สึกต่างๆ ได้อีกนับล้าน
แจจุงเฝ้ามองยุนโฮที่ขะมักเขม้นเป่าลมประโลมท่อนแขนตัวเองแล้ว
หุบยิ้มไม่ได้ ยิ่งมองยุนโฮให้นานเท่าไหร่ รอยยิ้มสดใสของชายหนุ่มก็ยิ่งติดตา
ความโกรธเกรี้ยวและเกลียดชัง...
จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในแบบฉบับนี้ ไม่น่าเชื่อว่าในที่สุดจะจับตัวกันจนตกผลึกกลายเป็นความรักบริสุทธิ์ แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานที่จะพาเขามุ่งไปยังเส้นทางความฝันเบื้องหน้า
“แจจุง...” ร่างสูงไม่ยอมผุดลุกขึ้นด้วยบรรยากาศรอบกายสบายจนห้ามใจไม่ไหว เขาเคลื่อนกายเข้าไปใกล้คนรัก เอนศีรษะหนุนหน้าตักอันแสนนุ่มนิ่ม “นายรักฉันไหม”
หากไม่ได้ตาฝาด ยุนโฮเห็นพวงแก้มขาวนวลเนียนของแจจุงถูกคุมคามด้วยความแดงซ่าน
“ถามโง่ๆ รักสิวะ”
“อ้าว ทีเมื่อก่อนคำก็เกลียด สองคำก็เกลียด”
ดวงหน้าหวานสวยเหมือนกับกำลังมองอะไรบางอย่าง แต่ในคราเดียวกันก็ราวกับว่าไม่ได้มองอะไรเลย มือบางลูบเบาๆบนแนวกรามกระชับได้สัดส่วนของชายหนุ่ม แจจุงนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจู่ๆจะสำลักขำกับตัวเอง
“ฉันไม่เคยเข้าใจตัวเองว่าเพราะอะไร ทั้งๆที่เกลียดนายแทบตาย และทั้งๆที่รู้ตัวดีว่าทุกครั้งที่มองนาย ฉันก็เป็นต้องหนีความหงุดหงิดไม่พ้น แต่ฉันก็จะยังมองแต่นาย ไม่เคยละสายตา ไม่เคยมองคนอื่น” แจจุงสารภาพ “ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันไม่เคยเกลียดนายตั้งแต่ต้น”
เพราะด้านมืดของความรัก...คือความเกลียดชัง...
ยาชนิดเดียวที่จะสามารถรักษาอาการนี้ได้...คือความรัก
รักให้มาก มากขึ้น และมากขึ้น
ความรู้สึกโกรธเกลียดที่เคยแล่นเข้ามารบกวนจิตใจ ความรู้สึกขัดแย้งทุกครั้งที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบ เขายังจำความรู้สึกเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี…
เพราะตลอดมา เขาไม่เคยละสายตาจากผู้ชายคนนี้ ไม่เคยมองใครนอกจากผู้ชายคนนี้
ผู้ชายที่ชื่อจองยุนโฮ...

- - -

“ห้า สี่ สาม สอง”
แสงไฟจากสปอร์ตไลท์สว่างพรึ่บ พร้อมๆกับที่ทีมงานหน้าม้าทำท่าให้สัญญาณ เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของเหล่าเด็กสาวก็ดังกระหน่ำจนทั่วบริเวณห้องส่งของสถานีโทรทัศน์ชื่อดัง ซึ่งกำลังคราคร่ำไปด้วยผู้คน
พิธีกรรายการทอล์คโชว์ร่างท้วมในชุดสูทกล่าวเข้ารายการอย่างคล่องแคล่วไม่มีติดขัด
“วันนี้รายการของเราได้รับเกียรติจากนักร้องกลุ่มที่กำลังมาแรงที่สุดในปีนี้ กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าจอมมารที่ได้รับพรอันศักดิ์สิทธิ์จากพระเจ้า ขอเสียงปรบมือต้อนรับแขกรับเชิญของเราในค่ำคืนนี้ อีวิล-โอเวอร์ลอร์ดครับ!”
คิมแจจุงผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าวงแนะนำตัวอย่างมืออาชีพ เขาไม่มีท่าทีขัดเขินเช่นแต่ก่อน
“สวัสดีครับ พวกเราอีวิล-โอเวอร์ลอร์ด ผม ยองอุง ร้องนำครับ”
“ชเวคัง มือกลองครับ”
“มิกกี้ ตำแหน่งเบสครับ”
“ซีอา มือกีต้าร์ของมือเบสครับ”
เสียงกรี๊ดแผดดังขึ้นจนอื้ออึงอีกครั้ง
“...และผม ยูโน กีต้าร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ”

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เม้นแรกกกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
ขอๆๆๆ ขอเม้น

วิ่งมาเม้น



**คุณตองก้ากระโดดถีบ**





TTwTT หง่า คิดถึงค่ะ ไม่เจอหน้าแรกเอ็กทีนนานแล้ว 555+

#1 By 「 Self + SenSe 」 on 2007-09-28 10:39

โฮกกกกกกกก!! ในที่สุดคุณตองก้อมาอัพครบตอนแว้ว ดีใจน้ำตาไหลพราก -*-

แจบอกรักหมีแล้วเว้ยเฮ้ย !! ปิดซอยเลี้ยงด่วน 55++

ยังรอรายละเอียดรวมเล่มอยู่นะคะ นานแค่ไหนก้อจะรอค่า ^^

#2 By (203.130.159.2 /203.156.32.31) on 2007-09-28 10:54

โอ้ยยยย หอยหลอดค่ะ ขอด่ามือกีตาร์สองคนด้วยความหมั่นไส้~~ไอ้ๆๆๆ
(เสียงแอ๊คโค่ของหมั่นไส้ค่ะไม่ใช่เสียงตั้งท่าด่า)


หูยมิตรภาพและความรัก อิจฉาพระเอกอิ๋บอ๋ายค่ะ อิผู้ชายเพียบพร้อม

TTwTT คีย์เวิดหลายท่อนหลายฮุกโดนใจจึ๊กๆๆๆ

ฮ่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไอม โซ เซ๊กกกเว้ยยยยยยยยยยยยย ฮือ กรี๊ดดดดดดดดดดด

อยากแหกปากให้ดังๆเหมือนเพลงประกอบค่ะตอนนี้



*สั่งเลิฟฟัวรี่ด้วยค่ะ*
คราวที่แล้วลืมสั่ง ^^;; เม้นดีเลย์เป็นเอนทรี่ๆไป


ไว้เจอกันตอนหน้า แล้วก็เม้นยาวโครตๆ ตอนจบนะคะ TwT อยากเม้นค่ะอยากเม้น

#3 By ki-ra (203.153.166.173 /172.16.20.28) on 2007-09-28 11:09

กรี๊ดๆๆๆๆ เห็นเรื่องนี้อัพ ถึงกับกรี๊ดลั่นบ้าน 5555
แล้วเราก็ได้กรี๊ดอีกทีกับตอนจบ อ๊าค.....ทำไมมันช่างมีความสุขเยี่ยงเน้~~~~~(เอคโค่)

#4 By mymj (58.8.133.236) on 2007-09-28 11:47

จบแล้วสินะคะ T.T คุณตอง หงิงๆ
/me กระโดดกอด เอาแก้มด้านซ้ายด้านขวาถู (คุณตองบอก อี๋)
จบแล้ว เศร้านิดหน่อย แต่ประทับใจหลายๆค่ะ
อ่านฟิคเรื่องนี้มาก็เกิดความผูกพันกับคาแรกเตอร์ซะยังงั้น...

คนเราก็มีอนาคตที่ต้องก้าวต่อไปสินะคะ...

ฮึ่ยย โมโหตัวเอง เม้นท์ไม่ออกเท่าที่ควรค่ะ T.T
ยังงไงก็ขอยืนยันว่าชอบฟิคเรื่องนี้มาก เพราะเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย
แล้วก็พออ่านแล้ว ก็รู้สึกอยากเติบโตมากกว่านี้ด้วย

ขอบคุณคุณตองจริงนะคะ~~~

ปล. แพรชอบเพลงที่แปะในเอนทรี่นี้มากเลย~

#5 By Kagetsu on 2007-09-28 11:52

TTT^TTT~
มาต่อครึ่งหลังแล้ว
แทบกรี๊ดไปด้วยกับ กีต้าร์ลีดของนักร้องนำ >///<
หมีเท่ห์ได้อีกเนอะพี่ตอง ~~

เทซกยิ่งใหญ่และอบอุ่นไปจนถึงวินาทีสุดท้ายจิงๆเลยคับ
สุดยอดเลย TT^TT นายเท่ห์มากกก

ชองฮวาเปนอะไรที่ ออกกี่ฉากก็ชอบเนอะ
เปนมนุษย์ที่เจ๋งสุดๆไปเลย บอกไม่ถูก ^^

ยูซูที่รัก กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งแล้ว
อบอุ่นจังเลย

ฮือออ ไม่อยากให้จบ >//<

รักพี่ตอง รักฟิก รักชองฮวา ~~~

#6 By FunkyBoyZ` ♥ YS ! on 2007-09-28 12:01

แค่เห็นว่าเรื่องนี้อัพก็แทบจะกระโดดเข้าติดหน้าจอคอมแล้วค่า
หลงรักฟิคคุณตองจนโงหัวไม่ขึ้นจริงๆ>[]<
ชอบทุกอย่างที่หล่อหลอมเป็นฟิคเรื่องนี้
ชอบความหวานแบบดิบๆของยุนแจชะมัดเลยค่า>///<
เทซกนี่สุดยอดจริงๆค่ะ อยากได้คนแบบนี้มาเป็นพี่ชายไม่ก็พ่อชะมัดเลย
ขนาดจากไปยังทำให้ประทับใจได้ขนาดนี้

#7 By Han_Cin on 2007-09-28 13:58



กร๊ากกกกกกก...ดีใจ ๆ คุณตองมาต่อแร้ววว...สามารถลดความเครียดของเราใตอนนี้ได้เปนอย่างดี เหอ ๆ .
...ชอบประโยคสุดท้าย....อย่างแรง!!
... ว่าแต่...น้องมินอ่ะค่ะ โผล่มานิ๊สสสสนุง เหอ ๆ แถมจูงมือน้องเยอินมาอีกตะหาก...

...
แล้วจะรอตอนต่อไปนะค้าาาาาา....

#8 By never on 2007-09-28 15:14

ตระหนักว่าตัวเองเป็นคนโชคดีมากเลย เพราะเพิ่งเข้ามาอ่านเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อวาน
ซึ่งพี่ตอง(ขอเรียกพี่เน้อ)ก็มาอัพไว้ก่อนหน้านั้นนานพอสมควร
พอวันนี้ซินเข้ามาอีก ปรากฏว่าพี่อัพแล้ว >< สงสัยชะตาจะต้องกันนะคะเนี่ย ฮุฮุ

ชอบตที่หนุ่ม ๆ แนะนำตัวกันจังเลย น่ารักชะมัด >< ความรักอบอวล ฮ่าฮ่า
"ซีอา มือกีต้าร์ของมือเบสครับ"
"...และผม ยูโน กีต้าร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ"
ชอบจังไอ้สองบรรทัดข้างบนเนี่ย อิอิ

ปล.เพิ่งทำแบทดสอบ ปรากฏว่าออกมาได้เป็นพี่ใหญ่เวอร์จิลอ่า ฮ่าฮ่า
ไปทำผมสีนั้นมั่งดีมั้ยนะ - -+

#9 By Zinister on 2007-09-28 15:37

ให้ตายเถอะชองฮวา!!
555 ไม่เกี่ยวอะไร แต่อยากอุทานคำนี้

เป็นพาร์ทที่อ่านแล้วมีความสุขเสียเหลือเกิน ทุกทีต้องอ่านไปทึ้งหัวตัวเองไป แต่วันนี้อ่านไปยิ้มไป ปากจะฉีกถึงหู แถมนั่งอ่านที่ทำงาน คนมองว่าอินี่บ้าไปแล้ว

ไม่สน มองก็ช่าง มีความสุขนี่นา แจจ๋า แม่รักนู๋ ก๊ากๆ

ทำดีมากอิหมี ขอถอนคำพูดที่ว่าแกใจร้าย สุดท้ายก็ทิ้งคนสวยไปไม่ลง นึกว่จะไม่พูดอะไรซะแล้ว เราน่ะลุ้นมาตั้งหลายที ทำไม๊ ทำไม นังหมีทำเหมือนไม่เห็นคนสวยในสายตา แต่คำพูดที่ว่า "รักคิมแจจุง และจะไม่มีวันไปไหน" กี๊ดดดด ยกโทษให้ในบัดดล

ยูซูออกมานิด ในฐานะแม่ไก่อิชั้นสุขใจเหลือคณา

ชอบการแนะนำตัวขอวงนี้จิง จิ๊งง

"ซีอามือกีต้าของมือเบส"

"และผม....ยูโน กีด้าร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ"

ให้มันได้ยังงี้เซ่.........

ตองก้าจ๋า ดิโอคุ้มครองจ้ะ
see u

#10 By minjoo (124.121.208.191) on 2007-09-28 18:32

เกิดอาการคันปากคันเท้า อยากจัดการไอ้มือกีต้าร์หน้าหล่อั้นจริงจริ๊งงงง
อ่านแล้วสครีม มันยิ่งกว่าครอบครัวสินะคะ
ในที่สุดยุนโฮก็สานต่อความรู้สึกของทุกคน^^
รักคนแต่งจังคะ>[]<~

#11 By momochan on 2007-09-28 19:42

อกอีแป้นจะแตก...กระอักเป็นสีชมพูว่ะ
555..มาแนวตลาดปนเถื่อน..(ตรงไหน)
ถูกใจกีตาร์ลีดมากมาย..กรี๊ดดดด
"..และผม ยูโน กีตาร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ"
จำเพาะ..นักร้องนำด้วยนะเอ้อ..!!

#12 By เลิฟ... (124.120.51.84) on 2007-09-28 20:19

ฉีกยิ้ม >__________________<

อ้า มาต่อแว้ววววว หุหุ เฝ้ารอมานาน
ได้อ่านเต็มๆ ~~~
งึกๆ เทซกไปแล้วอ่า โฮฮฮฮฮ แอบเส้าเล็กๆ เฮ้อออออ แต่ยุนโคตรแมนเรยอ้า >////<

ที่แท้เรื่องที่ยุนโกดแจก็เรื่องทำเพลงนี่เอง โฮะๆๆ ยุนยังไม่ไปไหน ยังได้อยุ่ด้วยๆกาน อ๊ายยยย คู่นี้หวาน "ถามโง่ๆ รักสิวะ" อ๊ายยยยยยย เขิลวุ๊ยยยยย

คราวนี้อิวิลลฯ จะดังแว้ววววว กรี๊ดดด อยากอ่านตอนต่อปายยยยยย

[ . . เพ้ออะไรมาซะยาว - -" เฮ้ออออ . . ]

***ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ***

จะรอตอนหน้าคะ >.<

.
.
.

#13 By ><* (203.113.76.72) on 2007-09-28 20:39

แจจ๋าสวยเถื่อนมากมาย
ดีใจจังที่ยุนยังไม่จากแจไปไหน
ตอนนี้ก็เป็นดงบังชิยกิแล้วสิ!!

#14 By solo (125.24.22.69) on 2007-09-28 20:49

#15 By A_ay (203.113.50.10) on 2007-09-28 20:55

กรีดร้องกับประโยคสุดท้าย
สุดยอดค่ะพี่น้อง
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ยุนแจน่ารักอ่ะ
พี่ตอง
หนูชอบคำบรรยาย และ ภาษาสำนวนของพี่มากๆ
อัพไวๆนะ
เดือนหน้า เดือนหน้าวันที่ 1 เลยนะค่ะ 5555555+

#16 By (125.26.214.170) on 2007-09-28 21:55

คิดถึงฟิกเรื่องนี้

อ่านทุกตัวอักษรแล้วรู้สึกว่ามีมนต์ขลังค่ะ
ไม่ใช่แค่ฟิก แต่สอนทุกอย่างให้เราเหมือนกับปรัชญาอีกทางหนึ่งนะคะ

ชอบจัง !!

รักฟิกเรื่องนี้ค่ะ จากหัวใจ ^_____^

แจจุงน่ารักค่ะ
เป็นคนที่สะท้อนความเป็นตัวเองได้ชัดเจนมาก
ถึงตรงนี้ รักกันกับยุนโฮดีสุด ๆ
เห็นแล้วปลาบปลื้มไร้ที่ติ >_<
กีต้าร์ลีดคนนี้ทำเอาหลงไปหลายยกเหมือนกัน

เป็นความรักที่แลดูไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น ยอดไปเลยจ้ะ

เทซกจะไปแล้วเหรอคะ T_T โอว.. ผู้ชายคนนี้เป็นคนพิเศษจริง ๆ เลยนะ
ให้ความรู้สึกอบอุ่นสุด ๆ เลยจ้ะ


สำหรับน้องเซีย เริ่มต้นใหม่ได้สักทีเนอะ >3<
ลงเอยกับปาร์คยูชอนเนี่ย เป็นอะไรที่ไม่เสียใจแน่นอนจ้ะ *จุดพลุ*
ดีใจที่ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปในทางที่ดี
ยอดเยี่ยมที่สุด >3<

ทุกคนกำลังใช้ชีวิต ซึ่งดูจะลงตัวและเหมาะกับตัวเองเนอะคะ

ดีใจจังที่ได้อ่านฟิกเรื่องนี้
รู้สึกดี ๆ ๆ ๆ >__<
โฮย สุดยอดเลยจ้าพี่ตอง

ทุกตัวอักษร สุดยอดจริง ๆ

ทั้งมือกีต้าร์ของมือเบส
ทั้งกีต้าร์ลีดของนักร้องนำ
ครอบครัวดิโอมิเดสและอีวิล-โอเวอร์ลอดร์ด
ขอฉลองชัยยย วุกรู้ว

ทุกอย่างกำลังยอดเยี่ยมเลย !




วานคนแต่งรักษาสุขภาพด้วยค่ะ ^_^

#17 By FaiSiaM (58.8.152.85) on 2007-09-29 00:45

เราไม่สามารถบอกได้ว่าชอบประโยคที่ตัวละครตัวไหนพูดมากที่สุด
เพราะเราชอบทุกคำพูดของทุก ๆ คนจริง ๆ >_<

โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายของ"กีต้าร์ลีดของนักร้องนำ"เนี่ยแหล่ะ

แทบกรี๊ดเลย

ตอนนี้น่ารักจังเลยค่ะ

(แต่ก็ยังน้ำตาซึมอยู่ดี ถึงแม้จะเป็นเพราะซาบซึ้งร่วมไปกับทุกตัวละครก็เถอะ)

#18 By ~ Cute Bear Army ~ on 2007-09-29 01:21

สมกะ master pieces ที่รอคอยจริงๆนะคะ ทั้งภาษาถ่ายทอดอารมณ์ออกมาจนน้ำตารื้นเลย สุดยอดจริง ส่วนเรื่องรวมเล่มถ้าออกเมื่อไหร่ก็อุดหนุนทันทีนะคะ

ปล.ขอบคุณมากนะคะ รักษาสุขภาพและก็สู้ๆนะคะ

#19 By m (124.121.114.225) on 2007-09-29 02:02

&#8220;...และผม ยูโน กีต้าร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ&#8221;

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#20 By ์Na_aO (124.120.4.195) on 2007-09-29 05:22

ได้ใจกับประโยคนี้มาก

#21 By loverken (58.64.120.111) on 2007-09-29 09:22

#22 By GMFiez (124.120.70.47) on 2007-09-29 10:28

TvT
ชอบจริงชอบจังคร่า
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก


ในที่สุดเรื่องราวก็ผ่านไปด้วยดี
*ตบเข่าฉาด
ให้มันได้อย่างงี้สิพ่อเมิง เอิ๊กกกกก
เก่งมาก ให้ดาว 3 ดวง
ทำตามความฝันของตัวเองไปนะก๊ะ
ความฝัน ความหวัง ทำให้คนมีชีวิตอยู่ ><
สู้ตายขายเกี๊ยวค่ะ เอิ๊กกกก

รู้สึกว่าตอนนี้อ่านแล้วอบอุ่นดีค่ะ
แม้จะห่างกันแค่ไหนแต่ความรู้สึกก็ยังเคียงบ่าเคียงไหล่กันไปแบบนี้
ที่มันยังเป็นนิรันดร์อยู่จริงๆก็คงจะเป็นความทรงจำสินะคะ
อ่านแล้วแอบรู้สึกว่า
ถ้ามีสิ่งดีๆให้เก็บไว้แบบนี้ก็คงจะดี ^^
อย่างน้อยมันก็ติดตัวเราไป
ว่าครั้งหนึ่งช่วงเวลานี้เคยเกิดขึ้น
^______________^


ขอบคุณมากๆค่ะคุณตองก้าที่อัพฟิกให้อ่านกัน
ช่วงนี้อากาศหนาวๆร้อนๆ ฝนเด๋วตกเด๋วไม่ตก
ทิฟฟี่แผงสีเขียวพกติดไว้ด้วยนะก๊ะ เอิ๊กกกกกก
รักษาสุขภาพกายและใจด้วยนะคะคุณตอง ><


"ซีอา มือกีต้าร์องมือเบสครับ"
"...และผม ยูโน กีต้าร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ"

กรี๊ดดดดดด ประกาศกันให้โลกรู้อย่างงี้กันเลย >O< ปลื้มมมมม

ตอนแรกมาทำซึ้งเลย
เทซกสุดยอดอ่า มิตรภาพของห้าคนนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่เป็นครอบครัว
>O< ชอบอ่า

แล้วตอนนี้มีสวีทหวานของทั้งยุนแจยูซูเลย
ปาร์คพูดถูกใจโคด "รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่จะตายเพื่อมัน"
>________< กรี๊ด เท่ห์อ่าปาร์ค
ยุนแจก็หวานนนน >O<

ในที่สุดยุนก็ยอมมาร่วมวงจนได้เน้อ
ดงบังชินกิครบแล้ววว!! 55

มาต่อเร็วๆน้า จุ๊บๆ

#24 By kook (58.8.62.236) on 2007-09-29 20:24

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆ
โหยหวนนนนนนนนนนนนนนนนๆ
ว้ากกกกกกกกกกกกกกกส์ๆๆ

มันมีประเด็นก็อีตรงประโยคสุดท้ายนี่แหละ

โฮกกกกกกกกกกกกกก
ดีจายยยยยยยยยย อ่ะฮึกๆๆ
ดีจายค่อดดดดดดดดดดๆ

เสียสติบ้าไปแล้วคับพี่น้อง

พี่เทซกโชคดีน้า~~~

#25 By GottoV.I.P on 2007-09-30 04:28

กรี๊ด.... พี่ตองขา
ตกลงพี่ตั้งใจให้มันเป็นงี้แต่แรกป่าวคะเนี่ย
ในที่สุด 5 คนก็ได้มาอยู่ด้วยกัจนได้
ดีจังเลยน้า

ขอบคุณที่มาอัพนะคะ
อ่านตอนนี้แล้วมีความสุขจริงๆ
หลังจากต้องเศร้ามานาน

Thank you ค่า

#26 By คิมแชยอน on 2007-09-30 12:04

ความจริงอ่านจบตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่ว่าสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนไม่สามารถคอมเม้นได้ ด้วยประโยคนี้ "ซีอา มือกีต้าร์ของมือเบสครับ" กับ "...และผม ยูโน กีต้าร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ"
สุดๆจริงๆค่ะตอนนี้ >.< มีความสุขมากที่ได้อ่านจริงๆ ประทับมากๆก็มิตรภาพของครอบครัวเล็กๆครอบครัวนี้ ^^ น่ารักดี หุหุ เอ็นดูเรโน่มากขึ้นทุกทีๆ ดูกอดพี่เทซกแน่นเชียว ก็นะ พ่อทั้งคน >////< จะไปเรียนที่อเมริกาก็ตั้งใจเรียนนะจ๊ะหนู หึหึ
คุณพ่อชองฮวาก็อีกคน คนนี้ออกแนวเสียดายที่จะทิ้งดนตรีซะงั้น แต่เชื่อได้เลยว่าทิ้งไม่ได้ ฟันธง!!! ผู้มีพรสวรรค์จะทำตัวให้ลำบากไปเพรื่อ??? แต่ว่าก็ตั้งใจเรียนบริหารเข้านะค้า~อวยพรๆ
แจจ๋า ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะคะ? เค้าบอกว่าแจจ๋าสวยเองน้า อิอิ คู่นี้น่ารักอย่างแรงกล้า อ้อนกันทีแรงๆทั้งนั้น >.< แต่ก็อย่างนี้ล่ะ ถ้าท้องได้ก็ลูกหลานวิ่งกันให้วุ่นล่ะ! แอบคิดถึงคุณพ่อของยุนโฮ คุณพ่อรู้รึยังคะว่าลูกสะใภ้เป็นนักร้องใต้ดิน? (แถมยังเป็นผู้ชายน่าสวยที่สุดในโลกอีกด้วย หึหึ)
ยูชอนชอบถามอะไรให้น่าหวาดหวั่น ดูถามเข้าสิ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าหวั่นไปมากกว่าคำตอบหนูเซีย!! เล่นเอาทั้งยูชอนและคนอ่านใจตกไปอยู่ตาตุ่ม - - ดีนะที่มีประโยคต่อมา ถ้าหยุดไว้แค่นั้นเลยนี่ ช็อกจริงๆด้วยล่ะ -*-
ชอบที่สุดก็เห็นจะเป็นฉากสุดท้ายจริงๆ เหตุการณ์ข้างต้นนี้ ผ่านไปกี่ปีหลังจากนั้นนะ? แต่ว่าคงไม่นานหรอก อีวิล-โอเวอร์ลอร์ดออกจะเก่ง อิอิ (อวยกันเข้าไป!)

จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ >.<

#27 By Aphro_dite (58.8.17.206) on 2007-09-30 12:31

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก




แต่งแบบนี้เขียนหนังสือเห๊อะ!!!!


จะเริ่ดเกินไปแร้วววว



ชอบมากๆ เขียนได้ดีสุดยอด สำนวนภาษากินใจมากมาย งี้ดง้าด

#28 By ฟะร้า (124.121.2.105) on 2007-09-30 12:32

และผม ยูโน กีต้าร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ"

ในที่สุด วะฮะฮ่า ~~
พาร์ทนี้มันอบอุ่น .. เเละประทับใจในมิตรภาพของเหล่าเพื่อนพ้องที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมากนานมากมาย

ชอบจังเลย ซึ้ง ๆ .. . ^^
เรื่องรอยสักยุนด้วย โดนมาก !
สักเพื่อให้จดจำตัวเอง เท่ห์มากพี่น้อง


+

มันเเฮปปี้ เเฮปปี้กันเหลือหลาย
๕๕๕๕ ๕

ว่าเเต่ว่า .. . มาอีกทีเดือนหน้าเลยหรอฮ้า T[]T?

เอาเหอะ ยังไงก็สู้ ๆ เนอะ
* ยื่นลิโพให้หนึ่งขวดค่า *

^___________^V

#29 By (125.25.90.217) on 2007-09-30 19:45

อร๊ากกกกกก

ซีอา มือกีต้าของมือเบสครับ

มันโฮกกกกก ป๊าดดดดด น้องพูดได้ใจมาก คุณตองสุดยอด

ยูซูแฮปี้แล้ว ปลื้มๆๆ แจก็บอกรักยุนแล้ว ปลื้มได้อีก

ชองฮวา ออกนิดเดียวก็เท่ เฮือก แอบปันใจ

ในที่สุด ทุกอย่างก็กำลังจะลงเอยด้วยดี

สนุกสุดยอดเลยอ่า เรื่องนี้ ดีใจมากมาย ที่มาต่อแล้ว กร๊ดบ้านแตก(เว่อร์ไปๆๆ)

เป็นกำลังใจให้ตองก้าน้า

#30 By Griffindoor` ♥ YS ! (61.7.150.218) on 2007-09-30 23:31

ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า การเลิกยึดติดกับอดีตแล้วสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้หรอกเนอะ

คุณตองทำให้เรามองเห็นอีกด้านดีๆของชีวิตอีกครั้งแล้วค่ะ รู้สึกดีมากๆ

"ด้านมืดของความรักก้อคือความเกลียด"

ชอบคำนี้จังค่ะ

แต่ที่ชอบที่สุดในพาร์ทนี้คือ ช่วงสุดท้าย ตอนแนะนำตัวออกรายการ

"วาย" ได้อีก ฮ่าๆ

#31 By Natty (58.11.120.111) on 2007-10-01 00:03


#32 By a.while on 2007-10-01 21:51



#33 By a.while on 2007-10-01 21:53

อ๊ากกกก
เพิ่งจะได้เข้า หลังจากไม่ได้เล่นคอมมานาน 55
เพิ่งจะเห็นธีมใหม่พี่ตอง 55
สวยมากก ขาววิ๊งเชียว 55

อ๊ากกกกก
รับรู้ได้ถึงความรักมากก ครอบครัวมากๆ
เทซก ทุกตัวละครของพี่ตองนี่ มีเอกลักษณ์จริงๆค่ะ
ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดามันเป็นเช่นนี้นี่เอง !
จริงๆค่ะ 55

ยูซู ยุนแจ น่ารักมากกก
อ๊ากกกก
><

#34 By JAR (58.9.82.97) on 2007-10-01 23:51

โอ้ ฮาๆๆในที่สุดก็เอาลงมาครบตอน
แอบสงสารบางคนที่รอละเลียดอ่านแบบกลัวจบ ฮาๆๆ

เช่นเดียวกับหลายๆคน
เป็นหนึ่งในฟิคที่ชอบที่สุดที่เคยอ่านนะคะ
love dream and faith never die..
and they keep us alive
at least to feel those of others
such beauty keeps me alive
ขอบคุณที่เขียนฟิคออกมาได้สวยงามแบบนี้
คนเราบางครั้งก็เลือก
ที่จะเรียนรู้ จะมองเห็นอะไรจากอะไรซักอย่าง
จะรู้สึก
จะผูกพัน
โดยไม่จำเป็นที่จะต้องคิด หรือให้ความหมายว่าเพราะอะไร
ฟิคของตองก้าทำให้พี่คิด สัมผัส ประทับใจกับอะไรหลายๆอย่างมากๆเลย
ใจนึงก็ไม่อยากให้จบเลยจริงๆ
แต่อีกใจนึงก็ดีใจที่เรื่องนี้สมบูรณ์
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

เรื่องอ่านหนังสือสอบสู้ๆนะคะ!
จะรอวันที่จะได้เป็นเจ้าของหนังสือนะตองก้า!
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ :D

#35 By mikan on 2007-10-02 06:04

จบมั้ยคะเนี้ย ??

จบไม่จบก็ประทับใจ ...หลายสิ่งหลายอย่าง....เล่นเอาน้ำตาคลอ ตอนเทซกจะไปอะคะ

แล้วก็ตอนแจมันสารภาพรักอะคะ อืมมมม อมยิ้มไปด้วย

ส่วนท้ายยยย ตายไปเลย กับ ซีอามือกีตาร์ของมือเบส กะ กีตาร์ลีดของนักร้องนำ

ชอบมากกกกกกก ^^

ปล.รอรายละเอียดรวมเล่มอยู่คะ เอาให้คอนผ่านไปก่อนได้มั้ย คะ ตอนนี้ยังเก็บตังค์เพื่อหนุ่ม ๆ อยู่ แต่ถ้ามาก่อนหน้านั้นก็ยังไหวนะคะ (แล้วแกจะขอทำมัยเนี้ย) คือที่บ้านก็มีอันที่พริ้นไปอ่านเองอะนะคะ แต่ก็อยากได้รวมเล่มอยู่ดี รอนะคะ ^^

#36 By (125.26.158.249) on 2007-10-02 13:36

สอบเสร็จแล้ววววว อ๊ากกกก มีความสุข
ขอแหกปากตะโกนให้โลกรู้ว่าสอบเสร็จแล้วววววว
(ปล่อยมันบ้าไป)-*-

อ่า ทุกครั้งที่อ่านฟิคตองแล้วรู้สึกว่า
มันเป็นอะไรที่มากกว่าฟิค มากกว่าจริงๆอ่ะ

มันไม่ได้ให้แค่ความสนุกเพียงอย่างเดียว
แต่มันมีมุมมอง ข้อคิด แนวทาง และอะไรอีกเยอะแยะ
รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สุดๆจริงๆอ่ะ

อ่านไปแล้วก็ทึ่งมาก มักจะมีประโยคอะไรมาให้เราทึ่งได้เสมอ
อย่างพาร์ทนี้ก็อีกเช่นกัน เจอประโยคนี้เข้าไป ถึงกับโฮกเลยทีเดียว
'ตราบใดที่ปัจจุบัน เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราจะตายเพื่อมัน'

มันฟังดูแล้วให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่จริงๆอ่ะ
ชอบมากๆเลย มิตรภาพอีก เป็นมากกว่าฟิคจริงๆตอง
รู้สึกแบบนั้นจริงๆ


ยุนโอไม่ได้ทำให้แจจุงโรคจิตคนเดียวหรอก
ยุนโฮทำให้เราโรคจิตไปด้วยอีกคน นายทำได้ยังไง!!!
(แกจิตเองมากกว่าว่ะตาล) กร๊ากๆๆๆ

ปล.น้องมินจูงมือเยอินด้วยด้วย วี๊ดวี๊ดๆๆ *เป่าปาก*
ปล2. ไปดูพี่เบิร์ดแข่งแฟนพันธ์แท้กันมั๊ย อิอิ
ไม่ไหวแล้ว ขอกรี๊ดให้ลั่นโลก ฟิคเรื่องนี้มันเจ๋งๆมากๆเลยอ่ะ ไม่รู้จะบรรยายยังไง เป็นฟิคที่เนื้อหาแหวกแนว แล้วก็ได้อารมณ์มากๆ ตัวละครก็มีบุคลิกโดดเด่นทุกคนเลย ว่าแต่มาให้ให้เราร้องไห้หลายฉากแล้วนะ ประทับใจมากๆเลยค่ะ เรื่องนี้ก็จะจบแบบสวยงามแล้ว จะรอให้มาต่อเรื่องอื่นที่เราก็ชอบเหมือนกันให้จบนะคะ
แถมท้าย แนะนำตัวสมาชิกในวงแบบนี้ ฆ่ากันให้ตายเลยดีกว่ามั้ยนั่น กรี๊ด

#38 By aeh (203.149.47.182) on 2007-10-03 15:58

ตอนแรกก็ว่าอ่านไปแร้วนี่นา มาดูข้างล่างก็ถึงบางอ้อว่ามาอัพเพิ่มนี่เอง

อ่านจนจบตอนนี้แล้วหวิวๆใจหาย มันจะเป็นตอนจบหรือยังมีต่อก็ได้เลยนะเนี่ย แต่ยังไม่อยากให้จบเลย

#39 By 유이 on 2007-10-03 22:43

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


สติแตกอยู่หน้าจอคอม ไหวแล้วค่ะไม่ไหวแล๊ววววววววววววววว ฟิคเรื่องนี้มันเทพเกินไปแล๊ววววววววววววว >[]</// ขอกราบกรานพี่ตองก้าล้านที กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!

โอย โฮกฮากๆๆๆๆๆๆ ขอรวบรวมสติแป๊บนึง โอ๊ยๆๆๆๆๆๆๆ - - ว๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อร๊ายยยยยยยยย บ้าจริ๊งงงง!!!!!

อ่านแล้วมันอยากจะไปชักดิ้นชักงอบนพื้นเลยอ่ะค่ะ นี่มันอะไรกัน นี่มันอะไรกัน!!! ผม ยูโน กีต้าร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ โอ๊ยยยยยยยยยยย เอาปืนมายิงกันเลยดีกว่ามั้ยคะ!!!! กรี๊ดลั่นบ้านแล้วนะคะเนี่ยยย >{}<!!!! แหกปากให้ดังกว่าเพลงว่าชอบฟิคเรื่องนี้มากเลยค่ะ!!!!!


ไม่รู้จะพูดอะไร อ๊ากกกกกกกก สติหลุดไปแล้ว หนูรักพี่ตองก้าที่แต่งฟิคเรื่องนี้จัง!!!!!

#40 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2007-10-04 14:46

กรี๊ดดดดดดดดด อ่านมาจนถึงตอนนี้ในที่สุด ! มันก้อแฮปปี้เสียที !

ทุกอย่างดูลงตัวดีแท้ ฮี่ๆ

และชอบใจกับประโยคนีเป็นอย่างมาก

#41 By on 2007-10-04 22:50

รัก รัก รัก รักจะบ้าอยู่แล้วคร๊าบ~~~~

ยังงี้เค้าก็ต้องคิดถึง DEOMEDES มากมาย TT^TT

ทำไมทุกคนน่ารักอย่างงี้เนี่ย >w< จะทนไม่ไหวแล้วน่ะคร๊าบ ขอกอดทีจิ รักคนแต่งด้วยเน้อ >///<

#42 By Yakuza_dummy_bear (203.113.50.10) on 2007-10-05 20:55

โอ้ เทซกเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดของน้องๆเสมอเลย
ตอนที่จะออกจากสนามบินเล่นเอาน้ำตาซึมเลยค่ะ
ประทับใจความสัมพันธ์ของพวกเขาจริงๆ
เป็นอะไรที่สวยงามมาก เทซกสุดยอดไปเลย !

#43 By DazzLe`♥ YS ! (203.113.67.103) on 2007-10-06 14:01

พี่ตองคร้าบบบบบบบ ขอบอกก่อนเลยชอบเพลงประกอบมากมาย

บางทีเราอาจจะเป็นคอเดียวกัน ฮ่าๆๆๆ วันหลังเอาเพลงของKORNมาลงก็ดีน๊า แบบว่าเดดเมทัลไรงี้ กร๊ากกก อยากฟังเสียงโหวกเหวกๆ

ยุนแจมิไหวแล้ววววว มันใกล้จบแล้วใช่มั้ยคะ อย่าลืมเรื่องรวมเล่มนะ น้องรออยู่

เหอๆ อ่านตอนร่ำลาแล้วอยากจะร้องไห้แทน รู้สึกถึงความอาลัยอาวรของผู้ชาย ได้ใจดี

โอยยย ชอบเพลง

#44 By Franc (124.121.126.2) on 2007-10-06 14:13

เพราะตลอดมา เขาไม่เคยละสายตาจากผู้ชายคนนี้ ไม่เคยมองใครนอกจากผู้ชายคนนี้

ผู้ชายที่ชื่อจองยุนโฮ...<<<<<ชอบมากเลยประโยคเนี้ย....ในที่สุดความรักก้อชนะทุกอย่าง...ฮิ้ววววว((เลี่ยนตัวเอง..แหวะ))
ตอนนี้รอนะคะว่าเมื่อไหร่จะติดต่อกลับเรื่องฟิกนะ รอค่ะรอๆๆ

#45 By anna_ho (124.120.116.80) on 2007-10-11 21:12

พี่ยุนกล้ามาก

แนะนำตัวได้แร่ดมากๆ

แต่ละคู่ลงเอยด้วยดี

ทำไมเค้ายังเศร้ากะพี่ฮัวหลางอยู่นะ

#46 By P@TTY (58.9.209.222) on 2007-10-11 21:19

สวัสดีครับ พวกเราอีวิล-โอเวอร์ลอร์ด ผม ยองอุง ร้องนำครับ

ชเวคัง มือกลองครับ

มิกกี้ ตำแหน่งเบสครับ

ซีอา มือกีต้าร์ของมือเบสครับ

เสียงกรี๊ดแผดดังขึ้นจนอื้ออึงอีกครั้ง

...ผม ยูโน กีต้าร์ลีดของนักร้องนำอีกทีครับ

.
.
.

และดิฉัน อาย ผู้ติดตามผลงานของยูโน กีตาร์ลีดของของนักร้องนำค่ะ

กีซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ







บอกรักกันมากไปป่ะคะ?

คนนึงก้อมือกีตาร์ของมือเบส

อีกคนก้อกีตาร์ลีดของนักร้องนำ

พี่ตองทำหนูบ้านะคะเนี่ยยย

อ๊ากกกกก**

ปล. มาอ่านช้าเพราะเน็ตเล่นไม่ได้หนึ่งเดือนเต็ม!!!

#47 By aye's (125.25.83.194) on 2007-10-14 03:41

...ทำไมคอมเม้นต์หายน้า...

ได้มาอ่านอีกครั้ง ขอเม้นอีกครั้งนะค่ะ
ชอบตอน ประโยคลงท้าย แต่ละช่วงมากๆ
มันดึงความรู้สึกออกมาได้จริงๆ

ถึงแม้เขาจะทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่ตอนนี้เขาได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับฉัน

จะมีเพียงความรัก ความฝัน และศรัทธาเท่านั้นที่ไม่มีวันตาย


ในบ้านหลังเล็กๆ มีเตียงขนาดคิงไซส์หลังเดียว โต๊ะกินข้าวแค่ห้าที่นั่ง มีพ่อ พี่ชาย น้องชาย มีครอบครัว มีความรักอยู่เต็มไปหมด และคงไม่มีใครคนใดคนหนึ่งอยู่ต่อไปได้แน่

เพราะด้านมืดของความรัก...คือความเกลียดชัง...



คนเราเกิดมาเพื่ออะไร , ฉันว่ามันไม่สำคัญ ตราบใดที่ปัจจุบัน เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราจะตายเพื่อมัน

คือ... จะให้พิมพ์อีกร้อยรอบ
บอกซ้ำๆ จนเบื่อไปข้าง ก็เหมือนเดิม
ว่าคือ แนวในฝันจริงๆ

เม้นต์เกี่ยวกับเนื้อหาก่อน เดี๋ยวนอกเรื่อง ฮ่าๆ ..
จะไรดี คือ คล้ายจะเป็นบทสรุปกลายๆ เหมือนตอนท้ายของหนังสือ ...
ชอบมากที่สุด คือการพัฒนาของตัวละคร (คำดูดีเนอะ ฮ่าๆ) การเปลีย่นของตัวละครนั้นแหละ
พล๊อต ตัวละคร วางได้ สุดยอดมากๆ
เม้นต์ไม่ถูกค่ะ เพราะดีทุกตอน ^^

พี่ตอง(เริ่มลามเรียกพี่ เมื่อก่อน คุณ b.left)

อยากจะเม้นเอาตอนบทส่งท้ายนะ แต่เม้นต์เลยแล้วกัน
ขอบคุณนะค่ะ ^^ ที่แต่งเรื่องดีๆ มาให้อ่าน ถึงมันจะเพื่อความสะใจ เพื่อศรัทธา เพื่อ อะไรก็แล้วแต่ แต่พี่เหมือนชองฮวาเลยค่ะ ^^ ตอนนี้เขาได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับฉัน อารมณ์ประมาณนั้น คิดนะ ว่าแบบ เรื่องไหนนะ ที่เป็นแนวที่เราชอบ รู้แล้วค่ะ แบบนี้แหละใช่เลย ^^ นั่งย้อนอ่าน ไปเรื่อยๆ หลายๆ ตอน ประทับใจกับทุกคำพูดมากๆ ...
เหมือนกระจก สะท้อน surprised smile

ไม่รู้จะเม้นอะไรดี เม้นไม่ออกน่ะ ฮ่าๆ วกนอกเรื่องมากเลยค่ะ !
พอๆไป ปล.

ปล. ถึงจะมาเม้น เพราะเห็นคอมเม้นต์ตัวเองหาย ด้วยเหตุใด นี่ไม่ทราบ T^T , แต่นอกจากนั้นที่สำคัญ อยากให้เม้น เป็นกำลังใจให้พี่ตอง ถึงจะเขียนเพื่ออะไรก็ตาม แต่ก็อยากจะเป็นหนึ่งในแรงบรรดาลที่อยากให้รู้ว่ามีคนรัก และรออ่านเรื่องนี้อยู่นะคะ ^^

ปลล. Lovefury ทั้งบทส่งท้าย และหนังสือ หรือเรื่องอื่นๆที่พี่แต่งใหม่ รอคอยอยู่ทุกเรื่องนะค่ะ


ปลลล. ท้ายสุด... หากจะบอกชอบทั้งเรื่อง คงต้องยกความชอบให้คนแต่ง พี่สุดยอด ^^

#48 By a.while on 2007-10-15 23:34

^ B.left ...-*- ขอโทษค่ะ
B.leaf แก้ๆ

อ๊ายยยยยยยย >//<
เค้าได้รู้หมด ว่าอังกฤษห่วย ฮ่าๆ

a'while

#49 By a.while on 2007-10-15 23:37

เออ จบเเล้วเหรอ อยากให้มีต่ออ่ะ เรื่องนี้มีครบทุกรสชาติเลย สนุกมากๆๆถึงแม้ใจจะอยากให้มีแต่ยุนเเจเยอะก็ตาม ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีมาให้อ่าน เเล้วจะติดตามต่อไป สู้ๆๆน่ะ

#50 By LoveYJ335 (58.136.48.107) on 2007-11-27 22:16