★ b.leaf ★ View my profile

Lovefurypassionenergy (14)

posted on 18 Aug 2007 09:12 by bleaf-me  in lovefurypassionenergy

Title: Lovefurypassionenergy
Author: * b.leaf *
Pairing: YunJae , YooSu
Starring: Dong Bang Shin Gi (SM Entertainment) , Hwoarang (Namco) , Virgil (Capcom) , Seifer and Reno (Square-Enix) : ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้เป็นเจ้าของตัวละครใดๆ ยกเว้นแต่บทบาทของพวกเขาเท่านั้น จึงขอขอบคุณบริษัทในวงเล็บเจ้าของลิขสิทธิ์ชื่อ สำหรับตัวละครที่มีชื่อปรากฏอยู่ในฟิคชั่นเรื่องนี้ด้วยค่ะ
Genre: AU , Crossover , Romance , Drama
Rating: R / NC-17 ในคำพูดและการกระทำ

 

- - -

 

14.

 

ยุนโฮยืนสงบอยู่ที่มุมทางเดินก่อนถึงกรอบประตูกรุกระจกสีขาว ฟังความเป็นไปภายในบ้าน ยินเสียงกีต้าร์ของเทซก
“ทำไมยุนโฮมาสายจังนะ” เจ้าของกีต้าร์บ่นอุบ ยุนโฮเห็นคิ้วเรียวได้รูปขมวดชิดกันจากภาพสะท้อนเลือนลางในกระจก
“ขึ้นชื่อคุณชายสายเสมอซะอย่าง ถ้ามาเร็วสิแปลก”
“เมาค้างรึเปล่านะ เมื่อวานบอกให้มาค้างด้วยกันก็ไม่เชื่อ”
เบสของเรโนโซโล่นำขึ้นมาก่อน เป็นดนตรีป๊อบทำนองคลาสสิค เมโลดี้ติดหูของเพลงฮิตยุค 80 ดังขึ้นในสายลมยามเช้า
ด้วยเนื้อเสียงเท่ๆของชองฮวาช่วยเสริมให้เนื้อเพลงความหมายน่ารักยิ่งน่าหยิกในแบบผู้ชาย เสียงกลองของยองเจหนักแน่นกระชั้นจังหวะ เสียงกีต้าร์หวานๆ ของเทซกที่เล่นแบบสบายๆไม่จริงจัง และลีลาการตบเบสของเรโนสร้างความแตกต่างระหว่างต้นฉบับเดิมลิบลับ
รอยยิ้มเป็นสุขเจือไว้ด้วยความเศร้าผุดขึ้นบนใบหน้าเรียวหล่อเหลาของร่างสูง ซึ่งกำลังยืนพิงอีกด้านหนึ่งของฝาผนัง ไม่มีใครได้ยินว่าเบื้องใต้ใบหน้าเรียบสนิทกำลังกู่ร้องว่าอย่างไร หากนัยน์ตาคมวาววับสีเข้มทอประกายร้าวราน
ท่อนฮุคที่ผู้รักดนตรีทุกคนต้องฮัมตามได้ถูกชองฮวาเปลี่ยนเนื้อร้องภาษาอังกฤษล้อเลียน ตั้งแต่แรกจนจบประโยคสุดท้าย
“ยูโนหายหัวไปไหน มันไม่รู้หรือไงว่าวงซ้อมไม่ได้ ถ้าไม่มีมัน”
ทุกคนหัวเราะเบาๆด้วยความสามารถในการเล่นคำ ไม่เว้นแม้แต่ตัวผู้ถูกกล่าวพาดพิงถึง
ร้อนผ่าวขึ้นมาถึงคลองตา ความอัดอั้นรื้นขึ้นมาถึงจมูก หากแต่เขาพยายามกักกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ ยุนโฮสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ใช้หลังมือขยี้ตาลวกๆ ก่อนผลักประตูสีขาวเข้าไปแสร้งยิ้มทักทาย
หวัดดีทุกคน เริ่มซ้อมกันเถอะ...
คือสิ่งที่จิตใต้สำนึกของเขาต้องการจะกล่าว หากผลลัพธ์คือความเงียบงัน
ทุกคนพลอยหน้าเสีย เมื่อยุนโฮยังคงยิ้ม แต่บรรยากาศของเขาแสนเศร้า ประกายไหววูบสะท้อนนัยน์ตาพราว ปรากฏภาพของบุคคลทั้งสี่ตรงหน้า ซึ่งมีความหมายมากเหลือเกินในชีวิต
คืนนั้น แผ่นหลังของพ่อย้อนแสงไฟสลัวจากทางเดิน เบื้องหลังบานประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อยบานนั้น บ้านทั้งหลังกว้างขวางโอ่อ่า ทว่าเงียบเหงาว่างเปล่า ยุนโฮไม่ได้ยินเสียงใครนอกจากเสียงสูดลมหายใจของพ่อ
และหากว่าเขาไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป เขาได้ยินพ่อกำลังร้องไห้...
เสื้อสูทซึ่งถูกตัดเย็บอย่างประณีตยับย่น เน็คไทเส้นสวยปลดออกหลุดลุ่ย พ่อนั่งทอดอาลัยอยู่บนเก้าอี้สำนักงานตัวเดิม ใบหน้าเรียวฉาบประกายความเหนื่อยล้า ดวงตาวาววับเรืองพลังมอดหมดแสงไฟ ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดอยู่ที่ไหน
ยุนโฮยกมือขึ้นหวังเคาะประตู แต่กลับชั่งใจ เขามองภาพพ่อจากเงาสะท้อนของกระจกสีชาเบื้องหน้า พึมพำคำสารภาพที่พ่อไม่มีวันได้ยิน
เพราะเขาไม่มีความกล้ามากพอที่จะถ่ายทอดความรู้สึกให้ผู้เป็นพ่อรับรู้ในตอนนี้ ท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบเชียบ และเสียงจักจั่นระงมร้อง เสียงของพ่อดังกังวานในหัวใจที่กำลังบิดเบี้ยว
“พ่อรักลูกมากพอหรือเปล่า…”
“เฮ้ย เป็นอะไรไป”
“พี่ยุนโฮ”
“เกิดอะไรขึ้น”
“ยุนโฮ...”
“คือว่าฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอกให้ทุกคนรู้เอาไว้” เสียงที่เปล่งออกไปเบาหวิวและแห้งผาก ยุนโฮหลุบดวงตา ยิ้มขมขื่น “ขอโทษถ้าสิ่งที่ฉันจะพูด อาจต้องทำให้ทุกคนลำบากมาก แต่ฉันจำเป็นต้องพูดตอนนี้ ทุกคนจะได้มีเวลาเตรียมตัว”
“นายพูดเรื่องอะไร” เสียงของยองเจพลอยสั่น ยอมรับว่าหัวใจของเขาเริ่มสั่นคลอนไปตามน้ำเสียง
ยุนโฮเงยหน้าขึ้นสบตาเทซกที่เพียงมองตรงมาด้วยสายตาว่างเปล่า หากในส่วนลึก เขากำลังหวาดหวั่นกับคำพูดต่อไป
“ผมอยากรบกวนให้ทุกคนช่วยหามือกีต้าร์คนใหม่ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกเล่นดนตรี พี่เทซก ผมขอถอนตัวจากดิโอเมเดสนะครับ”
“...............................”
ความเงียบคืบคลานเข้ามากดดันความรู้สึกของคนทั้งห้าอย่างไม่รู้ตัว หากแต่ในความเงียบงัน เสียงเดียวที่ยังสามารถได้ยิน คือเสียงหัวใจที่ถูกขึงจนขาดสะบั้น เลือดซึ่งไหลเวียนในร่างกายแข็งยะเยือก
“พี่โกหกใช่ไหม” คนเป็นน้องเล็กกัดฟันเอ่ย ขณะมือเรียวกำแน่นจนสั่นรัว “ผมไม่เชื่อหรอกว่าปัญหาไหนจะใหญ่เกินกว่าที่พวกเราจะช่วยกันแก้ ที่แล้วๆมา เราก็ผ่านมันมาได้พร้อมๆกัน”
“ฉันขอโทษ เรโน”
“พี่ไม่ต้องขอโทษผม พี่บอกขอโทษหัวใจตัวเองเถอะ พูดออกมาแบบ
ไร้พลังอย่างนั้น มันไม่เหมือนตัวพี่เลย”
“นายก็รู้ว่าฉันลำบากใจ” น้ำเสียงที่ไร้พลังอย่างนั้น ไม่เหมือนตัวตนของยุนโฮเลยแม้แต่น้อย
“พี่ยุนโฮ เราทุกคนเข้าใจปัญหาของพี่นะ แล้วที่ผ่านมาเราก็ฝ่าฟันมันมาได้ด้วยกัน”
เรโนพูดไม่ผิด ทว่า ณ เวลานี้ยุนโฮสับสนเกินกว่าจะตัดสินใจ
เพราะว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อที่แสนดี เพราะว่าเขากล้าคิดกล้าทำทุกอย่างยกเว้นการทำให้ผู้เป็นพ่อเสียใจ กับความจริงที่ทุกคนต่างรู้ดีอยู่ตั้งแต่ต้นว่าแท้จริงท่านกงสุลจองไม่เคยอยากให้ลูกชายดำเนินชีวิตมาในเส้นทางสายนี้ ไม่เคยอยากให้เขาเอาดีด้านดนตรี หากพ่อของยุนโฮรักลูกมากเกินกว่าจะใช้วิธีบังคับฝืนใจ
หลังจากยุนโฮมอบตัวเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ เด็กหนุ่มในยามนั้นยังจำใบหน้าที่แย้มยิ้มอย่างยินดีของผู้เป็นพ่อได้แม่นยำ เพื่อนร่วมวงก็ให้กำลังใจว่าเขาต้องประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้ทั้งสองอย่าง ผิดแต่เขาเองที่ไม่เข้มแข็งพอจะทำให้เป้าหมายนั้นบรรลุ
เป็นเขาเองที่หลงใหลแสงสีอันไร้ตัวตนจนโงหัวไม่ขึ้น
ทุกอย่างมันผิดที่ตัวเขา ดังนั้น...ก็สมควรจะเป็นเขาแต่เพียงผู้เดียวที่ต้องยืดอกเผชิญกับปัญหา
“ฉันคงทนไม่ได้อีก ถ้าทุกคนจะต้องมาลำบากเพราะฉัน พวกนายไม่ใช่คนชอบเสแสร้ง แต่ก็ช่วยโกหกเรื่องฉันมาตลอด ฉันรู้สึกว่ามันเป็นการ
เอาเปรียบอย่างร้ายแรง และเพื่อนไม่ควรทำอย่างนี้กับเพื่อน ฉันเสียใจ”
“โธ่พี่...”
“พอเถอะ เรโน” ก่อนที่เรโนจะทันได้อ้าปากว่าอะไรมากไปกว่านั้น กลับเป็นเสียงของเทซกที่หยุดเขา สุ้มเสียงเรียบนิ่งทว่ามีพลัง ตรึงทุกคนเอาไว้ในน้ำคำสวยหรู หากพาใจให้เจ็บร้าวได้ราวกับมีคมมีดนับพันมาทิ่มแทง “ถ้าไม่มียุนโฮ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาก็ไม่มีความหมายอีกแล้ว ดิโอเมเดสในวันนี้ก็คงจะไม่ใช่ดิโอเมเดสอีก  และถ้าหากยุนโฮมีความจำเป็นต้องเลิกเล่นดนตรี ก็ไม่มีใครก็ตามในวงต้องการสมาชิกใหม่มาแทนที่ แม้ว่าคนคนนั้นจะมีฝีมือดีกว่าร้อยเท่าพันเท่าก็ตาม เราคือครอบครัวไม่ใช่หรือ”
ยองเจเลื่อนฝ่ามือขึ้นทาบบ่าเรโน พลางตบเบาๆ ในขณะที่ชองฮวาจำต้องเบือนหน้าหนีความเป็นไปตรงหน้าในที่สุด
ในตอนนี้ ความสังหรณ์ใจบดบังความเป็นจริงที่ทุกคนต่างรู้อยู่เต็มอกว่าสักวันก็ต้องมาถึง
“วันนี้ ดิโอเมเดสคือสุดยอดแล้วในวงการใต้ดิน ถึงแม้แสงสว่างจะยังส่องไม่ถึงเรา แต่เราก็ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมืดๆ ใบนี้”
เทซกพูดต่ออย่างเข้มแข็ง ไม่มีประกายความอ่อนแอบนใบหน้า
เกลี้ยงเกลานั่นแม้แต่น้อย
“ดังนั้น...ยุบวงเถอะ”
เคร้ง!
ยองเจไม่อาจคว้าไม้กลองที่ร่วงหลุดลงจากมือได้ทัน
เทซกยิ้มให้น้องชายคนรองของ ‘ครอบครัว’ อย่างอบอุ่น
“เรามาไกลกว่าที่คิดไว้มากเลยนะ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับผู้ชายธรรมดาๆอย่างเรา ไม่ใช่แค่ยุนโฮ แต่ทุกคนก็ต่างมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ พวกนายโตเป็นหนุ่มกันแล้ว ไม่ใช่เด็กๆที่จะทำอะไรตามใจตัวเองอยู่ได้ตลอดไป และฉันเชื่อว่าพวกนายรู้และเข้าใจว่าฉันหวังดีกับพวกนายจริงๆ”
ชองฮวาเม้มกัดริมฝีปากของตนเองแน่น จิกฝ่ามือจนไหล่ไหวเบาๆ ความรู้สึกที่เอ่อล้นในใจตอนนั้น มันมากมายเสียยิ่งกว่าการยืนมองบ้านทั้งหลังที่ช่วยกันก่อร่างสร้างขึ้นมากับมือ มอดไหม้จนสลายไปต่อหน้าต่อตา มากมายเกินกว่าที่เขาจะต้านทานน้ำตาอันมีค่าหยดหนึ่งไว้ได้
“อย่าร้องไห้” มือที่ขาวเหมือนสำลียกขึ้นปาดหยดน้ำใสๆนั่นแรงๆ
เทซกยิ้มให้น้องชายผมสีส้ม ก่อนคนทั้งห้าจะโผเข้ากอดกันแน่น พร้อมหลั่งน้ำตาอย่างลูกผู้ชาย
ยุนโฮยังคงได้ยินสุ้มเสียงที่แว่วสะท้อนอยู่ในโสตประสาท เสียงหัวเราะ เสียงดนตรี ท่วงทำนองของมิตรภาพที่ก่อตัวจนพอกพูนสุมแน่นปกป้องจิตใจ จนสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเลือดทุกหยดที่ไหลรวมอยู่ในกายของเขาคือเลือดของดิโอเมเดส ศาสนาที่นับถือ เขาเรียกมันว่าศาสนาดิโอเมเดส โดยมีผู้ชายชื่อฮัวหลางเป็นศาสดา พระเจ้าองค์เดียวที่กราบไหว้บูชาคือเทพเจ้าดิโอเมเดส
ทุกวันเขามีความสุขกับมุขตลกของลียองเจ เขามีน้องชายนอกไส้ที่รักและห่วงใยมากชื่อเรโน คอยเรียนรู้และร่วมแบ่งปันความคิดกับฮัวชองฮวา ซุกหัวนอนในบ้านของชองเทซก ซึ่งมักจะคอยรับฟังเรื่องอัดอั้นตันใจจนต้องระบายออกมาบ้างอย่างตั้งใจ
กินข้าวร่วมโต๊ะ ดื่มน้ำร่วมแก้ว ขึ้นเล่นดนตรีตามความฝัน ทำงานแลกเศษเงินจนหมดแรง ก่อนเบียดตัวโตๆนอนร่วมเสื่อกันมา ตลอดเวลากว่า
ครึ่งชีวิตที่ได้ร่วมใช้กับกลุ่มคนตรงหน้า ยุนโฮซื่อสัตย์กับตัวเองมากพอที่จะยอมรับว่าดิโอเมเดสคือชีวิตและตัวตนของเขา และคนกลุ่มนี้คือคนกลุ่มเล็กๆ ที่เขาสามารถเรียกได้อย่างสนิทใจว่า ‘เพื่อน’ ซึ่งเขายินดีตายแทนได้
“รัก...นะว้อย” เสียงอู้อี้ของใครคนหนึ่งดังขึ้นในวงล้อมของอ้อมกอดที่ยังคงอบอุ่น

วันเวลาผ่านไปรวดเร็วเสมือนเพียงชั่วอึดใจ และแล้ว...การประกวดวงดนตรีเฟ้นหาศิลปินหน้าใหม่สังกัดค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ในชื่อโครงการโซเนีย ร็อคสตาร์ ชาเลนจ์ก็มาถึง
คลื่นฝูงชนคับคั่งหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ จนภายในอารีนาที่มีขนาดใหญ่ในระดับกลางของประเทศแลดูคับแคบลงขนัด
ชางมินเลิกชายผ้าม่านสีสดขึ้น เยี่ยมหน้าพลางกวาดสายตาไปโดยรอบ ป้ายอักษรมากมายชูสลอน ผู้คนมากหน้าหลายตาเบียดเสียดกันเห็นเป็นเงาดำมืด ที่นั่งทุกชั้นถูกจับจองจนไม่เหลือที่ว่าง เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก พยายามบังคับจังหวะหัวใจซึ่งกำลังเต้นกระหน่ำให้สงบ
“ให้ตายเหอะ คนเยอะมาก!” ทันทีที่เหยียบก้าวแรกพ้นกรอบประตูห้องแต่งตัว ชางมินอุทานทั้งที่ยังหอบฮั่ก เรียกความสนใจจากสมาชิกอีกสามคน ซึ่งกำลังนั่งทำสมาธิอยู่ภายใน
“จริงเหรอ ประมาณเท่าไหร่” แจจุงเบิกดวงตากลมโตที่ถูกมาสคาร่า
สีเข้ม กับแพรขนตายาวงอนล้อมกรอบไว้ กลีบปากพราวประกายฉ่ำสวยติดจะสั่นระริก
“ร่วมเก้าพันคนเห็นจะได้”
“แม่พระ” จุนซูยกยาดมขึ้นมาสูดปื้ด เหงื่อกาฬผุดซึมบนใบหน้าหวาน เลือดในกายไหลพุ่งพล่านจนจำต้องถลกกระโปรงที่สวมใส่ขึ้นกระพือพั่บๆคลายความร้อนรุ่ม
“ต่างชาติเยอะมากๆ ไม่รู้ว่ามันกลายเป็นงานระดับประเทศไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมชักจะเริ่มฝ่อแล้วสิ” ผู้อ่อนวัยที่สุดในที่นี้บ่นไปตามประสา ปอยผมด้านหน้าที่เคยปกปิดรูปหน้ากระชับคมสันในวันนี้ถูกเปิดเสยขึ้นไป ทำให้สามารถแลเห็นแววความกังวลได้อย่างชัดเจน
คำพูดของชางมินไม่ได้ช่วยคลายความว้าวุ่นในใจแจจุงได้เลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันเขากลับกำลังหวาดหวั่นยิ่งกว่า อดคิดไม่ได้ว่าค่ำคืนนี้คงจะวิเศษดีไม่น้อย หากเขาได้เห็นหน้ายุนโฮสักครั้งก่อนการแข่งขันเริ่มต้น
เสียแต่อาจเป็นเรื่องยากเสียแล้ว ในเวลาที่ด้านหลังเวทีอัดแน่นไปด้วยบรรดาผู้เข้าแข่งขัน และแจจุงเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้ยุนโฮเก็บตัวอยู่ที่ไหน
เกือบลืมไปว่ายูโนกับเขายังห่างไกลกัน

ไฟสีแดงระเบิดขึ้นด้านหน้าเวที ก่อนแสงหลากสีจะถูกยิงขึ้นมาอย่างสุดอลังการ เสียงกรีดร้องบ้าคลั่งดังก้องจนพื้นอารีนาสั่นสะเทือน ที่ด้านนอกนั้น การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ในรอบเพลงเร็ว การประกวดดำเนินไปอย่างดุเดือด ผ่านไปแล้วสิบแปดในยี่สิบวงงัดไม้เด็ดออกมาใช้กันจนเป็นที่หนักอกหนักใจของคณะกรรมการ บทเพลงมากมายถูกนำมาถ่ายทอดในสไตล์ที่ต่างกัน
อีวิล-โอเวอร์ลอร์ดขึ้นร้องในลำดับที่สิบสาม ถึงแม้ในรอบแรกจะผ่านไปได้อย่างทุลักทุเลพอสมควรเพราะความประหม่า แววตาของยองอุง นักร้องนำหลุกหลิกราวกับกำลังมองหาใครบางคน หากก็สามารถวาดลวดลายอย่างถึงรส ขายความเร่าร้อนงดงามเรียกเสียงกู่ร้องได้สมกับเป็นอีวิล-โอเวอร์ลอร์ด
ควันบุหรี่ลอยเป็นเกลียวโชยขึ้นดั่งเถาไม้เลื้อย ในขณะที่ยุนโฮนั่งทวนลำดับเพลงอยู่ด้านหน้าจอโทรทัศน์สิบสี่นิ้ว อันกำลังถ่ายทอดสดการแข่งขันซึ่งมีผู้ชมจับตามองมากที่สุดในขณะนี้
สายตาคมกริบจรดนิ่งอยู่บนแผ่นกระดาษยับยู่ยี้ ตั้งใจศึกษาคิวเพลงที่ต้องแสดงคั่นรายการ
จากมุมกล้องที่ตัดต่ออย่างหยาบกระด้างและสั่นไหว นักร้องหนุ่มร่างผอมเกร็งในชุดเสื้อยืดรัดๆกับกางเกงยีนส์ชายรุ่งริ่งที่เจ้าตัวคงคิดว่าดูดี กำลังกระโดดเหยงๆ จับไมค์เอียงๆผิดธรรมชาติสรีระมนุษย์ พลางพูดสำเนียงไม่ชัดคำแทรกบทเพลงที่ยังคงบรรเลงไม่หยุด
“ผมขอขอบคุณโซเนียที่ให้โอกาส...วงพั๊งค์ร็อคใต้ดินอย่างเรา...ได้มายืนอยู่...บนเวทีอันทรงเกียรติ” พูดคำ หยุดสะบัดหัวอีกสองสามครั้ง แล้วพูดต่ออีกคำ เขาเดินกะปลกกะเปลี้ยซวนเซเหมือนโครงกระดูกเมาสุรา
ยองเจที่นั่งดูอยู่ทำคิ้วสูงข้างต่ำข้าง หรี่ตามอง
“พั๊งค์ ใช่ พลั้งพลาดมากๆเลย” เรโนเสริม ไม่วายพาให้ทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมเพรียงกัน
“ขอขอบคุณ...ดิโอเมเดส...ที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ...เป็นแสงสว่าง...คอยนำทาง...”
“ออกแนวประทีปส่องทาง รายการธรรมะยามเช้า” ชองฮวาผู้ซึ่งเงียบอยู่นาน แสดงความคิดเห็น
“สุดท้ายนี้...เราขอขอบคุณ...พระเจ้า...” ถึงตรงนี้ นักร้องหุ่นกุ้งแห้งนัยน์ตาเป็นประกาย “ที่ประทาน...พรสวรรค์อันยิ่งใหญ่...ให้กับเรา”
“หูย ขอกระโถนหน่อยเห๊อะ” เรโนน้องเล็กตบเข่าป้าบๆ หัวเราะน้ำตาร่วง เขาทำท่าล้วงคอไอค่อกไอแค่กขึ้นมาทันที
ไม่นานจนกระทั่งชายในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ มีบัตรสต๊าฟแขวนคอวิ่งมาเคาะประตูเรียกให้เตรียมตัว กลุ่มชายหนุ่มจึงผุดลุกขึ้นจากที่ที่เคยนั่งในที่สุด
“เล่นให้สุดเหวี่ยงเลยนะทุกคน” เสียงนุ่มๆของเทซกดังขึ้นเบื้องหลัง “ถือซะว่าเป็นการส่งท้าย”
“เดี๋ยวก็รู้ว่าหมู่หรือจ่า” ยองเจหักข้อนิ้ว ก่อนรวบคอชองฮวากับเรโน เดินตามสต๊าฟไปอย่างไม่รั้งรอ
“ขอบอกว่าวันนี้ยูจินมาดูฉันด้วยว่ะ” เขาหมายถึงชเวยูจินแฟนสาว
คนสวยที่คบกันมานานกว่าเจ็ดปี
“จริงเหรอ! คิดถึงเจ๊แกว่ะ”
“เออ ฉันก็ไม่ได้เจอยูจินตั้งนาน”
“ฮ้า...พี่ยูจินคนสวย”
“ไอ้ทะลึ่ง”
ยุนโฮหัวเราะ มองยองเจไล่เตะเรโนอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ รู้สึกชุ่มชื่นเหลือเกินที่แม้ในยามยากลำบาก หากรอยยิ้มที่เพื่อนเคยมีให้เพื่อนก็ยังคงไม่จางไป
แว่วสัญญาณความเคลื่อนไหวของสาวกพระเจ้า เสียงปรบมือ
กระทืบเท้าจนทั่วทั้งอารีนาขนาดมหึมาสั่นระงม
เขาหันมองกระจกเงาเป็นครั้งสุดท้าย เอียงใบหน้าสำรวจตัวเองเล็กน้อย ก่อนริมฝีปากอิ่มจะยกยิ้มอย่างพึงใจ
ทุกครั้งที่เขาหันมองภาพสะท้อนบนกระจก เขามักพบกับผู้ชายที่
หล่อเหลาสมบูรณ์แบบแย้มยิ้มให้เขา แววตามุ่งมั่นของผู้ชายคนนั้น ราวกับกำลังตอกย้ำถึงความหมายของทุกย่างก้าวแห่งชีวิต
ชายหนุ่มผละสายตา เบือนหน้ามองตามแผ่นหลังของผู้ชายสี่คนที่กำลังเดินนำออกไป เบื้องหลังที่สูงสง่า กว้างขวาง และยิ่งใหญ่ กับเส้นทางสายยาวเหยียดซึ่งทอดตัวไปยังประตูบานนั้น
นี่กระมัง...เบื้องหลังของพระเจ้า...
ประตูกว้างค่อยๆแง้มเปิด แสงที่สว่างเจิดจ้าแผ่ออกมาจากคนตัวเล็กๆ เป็นแสงที่มีพลัง คำว่าพระเจ้าที่ไม่ใช่แค่เพียงถือวิสาสะสถาปนาตนเองอย่างไม่ละอาย หากแต่เป็นการทำให้โลกทั้งโลกยอมรับความเป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่และมีอยู่จริง
ยุนโฮอดจินตนาการไม่ได้ว่าที่สิ้นสุดเส้นทางอันยาวไกล สถานที่ที่จะพบเมื่อปลายเท้าก้าวข้ามผ่านสู่เบื้องหลังประตูบานนั้น อาจคือสวรรค์ และอาจจะเป็นดินแดนแห่งความเป็นนิจนิรันดร์
ที่ที่ชื่อดิโอเมเดสจะไม่ถูกลืมเลือน...

ในความมืดมิดมีเพียงแสงจุดเล็กๆที่ส่ายไหวไปมาในอากาศ แสงของดวงดาวในมือผู้ชมที่กำลังรอคอยวินาทีต่อไปอย่างจดจ่อ ในไม่ช้าเสียงลีดกีต้าร์ไฟฟ้าหวีดร้องแหวกความเงียบงัน ฝีมือการบรรเลงที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร ก่อนที่เสียงนั้นจะเงียบลง
เสียงตบเบสมีลูกเล่นน่าอัศจรรย์ คลอกับการสับกีต้าร์ในจังหวะเนิบนาบหากเร้าใจเกินกว่าที่ใครทั่วไปจะสามารถลอกเลียนได้ ฝีมือที่ถูกกล่าวขานว่า ‘Hands of God’ กระชากให้เลือดในร่างกายของฝูงชนตื่นขึ้นกรีดร้องอย่างบ้าระห่ำ
จนในที่สุดเสียงกลองก็ฟาดกระหน่ำดัง เสียงร้องแหบกร้าวครูดลำคอแสนมีเสน่ห์ ให้เข้าถึงกลิ่นอายของเพลงเมทัลแท้ๆแผดทักทายมาก่อนตัว พร้อมๆแสงสว่างสีขาวสาดกระหน่ำไปทั่วอารีนา ชายในชุดขาวห้าคนปรากฏตัวบนเวทีดูยิ่งใหญ่ ผู้คนนับพันพร้อมใจกันกระโดดแลดูไหวกระเพื่อมเป็นระรอกคลื่น สาวฝ่ามือไขว่คว้า ดุจการรอคอยหัตถ์ของพระเจ้าที่ส่งลงมาฉุดรั้งใน
วันสิ้นโลก
‘The Wreckoning’
ดิโอเมเดสเปิดตัวอย่างสมเกียรติด้วยเพลงที่ทำให้ชื่อของพวกเขาเป็นที่รู้จัก แจ้งเกิดในวงการในฐานะวงดนตรีใต้ดินที่เป็นตำนานในช่วงทศวรรษ สะกดให้ทุกชีวิตตกอยู่ในภวังค์ ลมหายใจขาดห้วงไปในทุกท่วงทำนองดนตรี
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่การแสดงของดิโอเมเดสถูกถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมและฟรีทีวีในประเทศบ้านเกิด ทั้งเพลงที่ถูกแต่งขึ้นใหม่ และเพลงเก่าที่เคยใช้สร้างชื่อถูกนำมาบรรเลงใหม่จนกึกก้อง แฟนคลับร้องตามอื้ออึงราวพายุฝน ต่างชูป้ายเชิดชูความหลงใหลคลั่งไคล้ ปลดปล่อยอารมณ์ร่วมไปกับบทเพลงที่บาดลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ
โดยไม่มีใครคิดสังหรณ์ใจเลยว่า...ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจะได้มีโอกาสเห็นสุดยอดนักดนตรีในดวงใจขับขานบทเพลงในฐานะดิโอเมเดส

แจจุงนั่งท้าวคางกับพนักเก้าอี้เหล็ก ใบหน้าหวานผ่องใสขึ้นเมื่อได้พักทำใจให้สงบก่อนการประกวดรอบหน้า ดวงตากลมโตสีนิลนิ่งงัน ราวกับต้องมนต์ไปเมื่อจับจ้องภาพของผู้ชายร่างสูง เจ้าของใบหน้างดงามราวรูปวาดกับกีต้าร์ตัวสวยของเขาในจอโทรทัศน์
ยามที่กล้องซูมจี้เข้าไปใกล้ผิวเนื้อเนียนสะอาดจนเห็นเม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมสีน้ำตาล พาให้หัวใจของคนดูหวั่นไหว ยูโนคนนั้นสะบัดศีรษะไปตามจังหวะร็อคหนักแน่นรุนแรง รอยยิ้มวาวประกายสาสมใจพราวขึ้น พร้อมกับ
แววตาเรียวรีที่จิกมองทุกคนบนโลกอันกำลังเอื้อมมือไขว่คว้าเขาด้วยหางตา
แจจุงสาบานได้ว่าเขาเคยเกลียดสีหน้าและสายตาแบบนี้ของยูโน มือกีต้าร์ผู้ที่ได้รับขนานนามว่ามีฝีมือยอดเยี่ยมเกินอายุ สีเลือดที่สูบฉีดคร้ามใบหน้าขาวซีด ปากขยับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน และหัวใจที่เต้นถี่กระชั้นทุกครั้งที่มอง ร่างบางตีความว่านั่นคือความเกลียดชัง
ทว่าในบัดนี้ความรู้สึกที่เหมือนกัน แต่ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนั้นกำลังทำให้ในใจของเขาว้าวุ่นเข้าไปทุกขณะ
เขารักผู้ชายคนนี้ เคลิบเคลิ้มไปกับเสียงกีต้าร์ คลั่งไคล้ในรอยยิ้ม
ปักใจรักราวกับว่าชายคนนั้นคือคนที่นำพาเอาพรศักดิ์สิทธิ์มาประทานให้
หลงใหลในตัวยูโน จนอยากรู้เหลือเกินว่าขณะที่มือเรียวยาวของเขา
คนนั้นจับกีต้าร์ จิตวิญญาณของเขาล่องลอยไปยังโลกไหน และแจจุงอยากจะเดินทางไกลไปยังโลกใบนั้นด้วยกัน
ริมฝีปากวาบวับพราวประกายค่อยๆคลี่รอยยิ้มบางๆ นัยน์ตาคู่สวยแลดูหวานหยดดั่งน้ำตาลตกผลึกสะท้อนแสงอาทิตย์
บางที...เขาอาจจะเหมือนกับคนดูนับพันเหล่านั้นก็ได้
ผู้คนที่กำลังโหยหา อยากพูดคุย อยากสัมผัสตัวตนของผู้ชายคนนั้นยิ่งกว่าอะไร เพราะถึงจะไม่อยากยอมรับในวินาทีแรก แต่แจจุงก็เข้าใจตัวเองดีเกินกว่าจะปฏิเสธได้อีกต่อไปว่า ความชิงชังที่เคยรุ่มร้อนดั่งไฟสุมอกได้จางหายไป หลังจากที่เขาได้หัวใจของยูโน-ยุนโฮคนดังมาครอบครอง

 

‘Desperado, why don’t you come to your senses?
Come down from your fences, open the gate
It maybe rainin’, but there’s a rainbow above you
You better let somebody love you
Let somebody love you oh...
You better let somebody love you
Before it’s too late’

ดิโอเมเดสจบมินิคอนเสิร์ตเฉพาะกิจของพวกเขาลงด้วยเพลง Desperado ของวงร็อคอมตะอย่าง The Eagles ได้อย่างงดงามลงตัวในสไตล์ของพวกเขา
สุ้มเสียงที่ราวกับมีมนต์ขลังของฮัวหลางกับแกรนด์เปียโนสีดำมะเมื่อม ทำนองกีต้าร์ Unplugged สามตัวเล่นควบคู่กันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผสมผสานจังหวะกลองเศร้าสร้อยยังคงลอยละล่องอยู่ในพื้นที่ห้องขนาดไม่แคบไม่กว้าง
ยูชอนนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กตัวหนึ่งในพื้นที่กว้างโล่งของห้องแต่งตัว
มือทั้งสองกำกันไว้ ในขณะที่หลับตา เขาพยายามจินตนาการภาพตัวเองท่ามกลางสายตาเกือบสองหมื่นคู่
ปาร์คยูชอนคนนี้ เดินทางมาไกลเกินกว่าที่ปาร์คยูชอนผู้เยาว์วัยคนนั้นเคยคาดเดา และบนเวทีแห่งการพิสูจน์คุณค่าในตัวเองครั้งนี้ คนที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเช่นเขาอยากจะยืนหยัดอย่างสง่างามและสว่างไสว
ในห้วงความคิดเพียงลำพัง สัมผัสแผ่วเบาซึ่งทาบลงบนบ่ากว้างเรียกให้ร่างสูงสะดุ้ง และทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาพราวประกายมุ่งมั่นก็สบเข้ากับดวงหน้าหวานใสที่สวยงามราวกับอยู่ในความฝัน
“Breathing… ฉันคาดไม่ถึงเลยว่านายจะแต่งเพลงแนวนั้นออกมา มันฟังดูป๊อบร็อคหวานแหววมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก” เป็นจุนซูที่มอบรอยยิ้มให้เขา พูดกระเซ้าอย่างสนิทสนม
“ที่จริงก็พยายามให้มันออกมาเป็นแนวดิโอเมเดสอยู่หรอกนะ แต่เขียนยังไงก็ไม่เข้าท่า สุดท้ายกลับมาค้นพบว่าเป็นแนวของตัวเองดีที่สุด ให้คนที่ฉันตั้งใจแต่งเพลงนี้ให้ฟังแล้วคิดถึงแต่ฉัน ไม่ใช่คิดถึงผู้ชายที่อยู่วงดิโอเมเดส” คนถูกหยั่งเชิงทำหน้าเป็น ย้อนกลับได้ไม่สะทกสะท้าน
จุนซูหัวเราะสดใส กลบเกลื่อนความรู้สึกวูบวาบที่ใบหน้ายามสังเกตเห็นความนัยในแววตาของคู่สนทนา ร่างเล็กทรุดตัวลงต่อหน้า พลางแตะฝ่ามือเรียวบางสอดกระชับอุ้งมือใหญ่
“ได้ยินเสียงคนข้างนอกนั่นไหม ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะมีวันนี้”
ยูชอนไม่ตอบ หากเพียงพยักใบหน้าระบายรอยยิ้มเป็นสุขขึ้นลงเนิบช้า
“ไม่อยากเชื่อด้วยว่าถึงวันนี้ นายจะยังคงอยู่กับฉัน”
“ฉันสัญญาแล้วว่าจะไม่มีวันทิ้งนาย อยากอยู่เล่นดนตรีกับนาย”
จุนซูมีความสุขมากเกินกว่าจะอาจห้ามตัวเองไม่ให้ไม่ยิ้มออกมา
แต่บางครั้งในความรู้สึกเขาเองก็อยากจะร้องไห้  ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ประกายความอบอุ่นอาทรจึงไม่เคยลบเลือนไปจากนัยน์ตาแสนอบอุ่นของคนตรงหน้า เขาเลื่อนฝ่ามือขึ้นสัมผัสข้างใบหน้ายูชอน ในหลากหลายห้วงอารมณ์ที่ใจรู้สึก เขาตัดสินใจเอ่ยปาก
“ขอบใจนะยูชอน”
“หืม”
“ขอโทษ ขอบคุณ และฝากตัว”
จุนซูรั้งต้นคอ โน้มร่างสูงลงมารับจุมพิตเบาๆที่หน้าผาก นิ่งนาน เฝ้าฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของยูชอน
คลื่นพลังบางอย่างที่ซึมผ่านลงไปยังผิวหนัง ซ่านลึกจนถึงขั้วหัวใจ สอนเขาให้เข้าใจความหมายของคำกล่าวที่ว่า ‘แท้จริงแล้ว ชีวิตคือการได้ฟังเสียงคนที่รักหายใจ’ เป็นเช่นนี้เอง
“ซาตานคุ้มครอง”

“ผ่านไปแล้วสำหรับรอบเพลงช้านะคะ” พิธีกรสาวมีสีหน้าตื่นเต้นเช่นเดียวกับน้ำเสียง หล่อนหันไปพยักเพยิดกับพิธีกรชายร่างสูงด้านข้าง “ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ยิ่งทวีความดุเดือดขึ้นทุกวินาทีเลย ดิฉันเนี่ย ยืนฟังอยู่ด้านหลัง แทบจะละลายเป็นเนื้อเดียวกับพื้นเลยล่ะค่ะ คุณพอล!”
“ใช่ครับ คุณสเตฟานี ดูท่าตอนนี้คงต้องขอยาพาราเซตตามอลให้คณะกรรมการทุกท่านซะแล้วล่ะครับ เพราะทุกทีมผู้เข้าประกวดมีแต่ระดับขั้นเทพทั้งนั้นเลย แหม...ผมแทบนึกไม่ออกเลยว่า แม่แบบอย่างดิโอเมเดสที่กำลังนั่งชมอยู่ด้านหลังเวทีตอนนี้จะปลาบปลื้มซักแค่ไหน” เสียงเฮดังขึ้นอีกระรอกใหญ่ “หลังจากทุกคนได้ดื่มด่ำไปกับเพลงซึ้งๆ ของเหล่าผู้เข้าประกวดที่ขับเคี่ยวกันมาอย่างไม่มีใครยอมใคร รับรองครับว่ารอบต่อไปท่านผู้ชมจะต้องลืมหายใจกันเลยทีเดียว”
และดูเหมือนว่าหลังจากสิ้นคำพูดของพิธีกรหนุ่ม ผู้ชมในอารีนาก็ราวกับหยุดหายใจ
“เพราะต่อจากนี้ไป คือการแข่งขันนัดชี้ชะตาว่าใครจะได้เป็นผู้ชนะเลิศในการประกวดโครงการโซเนีย ร็อคสตาร์ ชาเลนจ์ กับโจทย์สุดหฤโหด นั่นคือรอบดิโอเมเดส โคฟเวอร์ แบ็ทเทิล!”
ในที่สุดการแข่งขันรอบสุดท้ายก็ระเบิดขึ้นอย่างยากเกินคาดเดาได้ว่าบทเพลงในตำนานเพลงใดของดิโอเมเดสจะถูกนำมาใช้บ้าง เพราะแต่ละเพลง
ของวงร็อคใต้ดินผู้ยิ่งใหญ่วงนี้นั้นล้วนขึ้นชื่อเรื่องต้องเทพทุกตัวโน้ต ทุกเครื่องดนตรี และทุกสำเนียงขับร้อง การคัดเลือกเพลงมาโคฟเวอร์ใหม่จึงเป็นเรื่องยากและต้องระมัดระวังเป็นอันมาก เนื่องจากทุกวงก็ต่างมีสไตล์และจุดขายที่แตกต่าง จึงตีโจทย์ออกมานำเสนอได้หลากหลาย แต่เป็นที่น่าผิดหวังอยู่สักหน่อยที่ไม่มีวงใดเลย หาญกล้านำเพลงซึ่งมีจังหวะเร็วกว่ากลางและช้ามาใช้ หลายวงเล่นเพลงซ้ำกันจนกรรมการเป็นต้องอ้าปากหาว
การแข่งขันดำเนินต่อเนื่องไปกระทั่งถึงผู้เข้าแข่งขันลำดับที่สิบสาม
สมาชิกทั้งสี่แห่งอีวิล-โอเวอร์ลอร์ดค่อยๆ ทยอยกันขึ้นมาประจำตำแหน่งบนเวที เพื่อเช็คเสียงเครื่องดนตรีเบื้องต้น ด้วยความมั่นใจอย่างร้ายกาจว่าทุกชีวิตในที่นี้ต้องประหลาดใจแน่ หากรู้ว่าเพลงต่อไปที่พวกเขาจะได้สดับฟังคือเพลงอะไร ชางมินถูฝ่ามือชุ่มเหงื่อที่ข้างลำตัว สูดหายใจลึก ก่อนกระชับไม้กลองเอาไว้ แววตาของเด็กหนุ่มฉาบแววมุ่งมั่นแทบล้นทะลัก
หากเมื่อร่างสูงโปร่งหย่อนกายลงบนที่นั่งเบื้องหลังกลองชุดยี่ห้อดังแล้ว ทุกอิริยาบถกลับชะงักงันเมื่อสายตาเหลือบไปเห็น
เบื้องหน้าเหล่ามหาชนที่กำลังพยายามเบียดเสียดกระแสความคลั่งไคล้ พาตัวเองมาให้ใกล้ขอบเวทีได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เด็กสาววัยใสในชุดเสื้อผ้าล้ำเทรนด์กำลังยืนชูป้ายพลางกรีดเสียงร้อง
“ฉันรักพี่ไซเฟอร์ พี่ไซเฟอร์ค้า ไอ เลิฟ ยู๊” เป็นเยอินนั่นเองที่ไม่หวั่นแม้ในยามที่ร่างเพรียวบางถูกอัดเป็นปลากระป๋องติดกับรั้วกั้นคนดู
เหล่าเพื่อนสาวของเจ้าหล่อนก็อยู่กันพร้อมหน้า ต่างกำลังชูป้ายแผ่นเบ้อเริ่มแสดงความคลั่งไคล้ในตัวดิโอเมเดส
“มาทำไมกันวะ” ชางมินหายใจขัด หน้าเล็กเหลือสองนิ้ว สบถกับตัวเองงึมงำ ความมั่นใจหายวับไปเป็นกระตัก เขาพยายามหดกายให้เล็กที่สุดด้านหลังเครื่องดนตรีเพื่อหลบหน้า หารู้ไม่ว่ายิ่งพยายามเท่าไหร่ ท่าทางผิดธรรมชาตินั้นยิ่งผิดสังเกต
“เอ๊ะ มือกลองคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ นะ เหมือนอีตาชางมินหน้าหิน
ม๊ากมาก” เพราะชางมินดูถูกสัญชาตญาณหญิงมากเกินไปตามคำบอกเล่า ทันทีที่สายตาประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ เยอินชี้ชัดทันที พร้อมหันไปกระซิบกระซาบกับเพื่อนใกล้ตัว
“แต่ฉันว่าหล่อผิดกันเยอะนะ เยอิน เธอคิดไปเองหรือเปล่า”
“ไม่รู้สิ แววตาแบบนั้นมันสะกิดใจจัง” หล่อนลูบคาง ครุ่นคิดหนัก
ชางมินรู้สึกในทุกขณะจิตว่าหัวใจของเขากำลังจะกระเด็นออกจากอก อีกใจหนึ่งกลัวเพื่อนที่โรงเรียนจะรู้ความลับที่เฝ้าเก็บงำเอาไว้เนิ่นนาน เพราะ
เยอินกับเพื่อนในกลุ่มเปรียบเสมือนหอกระจายข่าวประจำโรงเรียน ทว่าอีกใจ
เด็กหนุ่มเขินอายยิ่งกว่า แทบไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะมีอิทธิพลต่ออะดรีนาลินในร่างกายเขามากเพียงนี้
ท่าทางพิลึกกึกกือของชางมินอยู่ในสายตาลียองเจในคราบไซเฟอร์ที่ยืนกอดอกอยู่ใกล้กับทางขึ้นเวที ชายหนุ่มหน้าหล่อขมวดคิ้วมุ่น ทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ
“เด็กนั่นจะเอาผมเผ้ามาปิดหน้าทำไมนักนะ เป็นถึงมือกลอง ต้องภูมิใจในสถาบันสิวะ” เขาบ่นกับเรโนที่เพียงทำเสียงอืออาในลำคอ
ไม่ทันรอให้อีกฝ่ายตั้งตัว ยองเจป้องปากตะโกนเสียงลั่น “เฮ้ย! ชเวคัง เงยหน้าสิวะ จะทำลับๆล่อๆเหมือนมาขโมยเขาเล่นทำไม แอบกินไส้อยู่เรอะ!”
น่าเศร้าที่คำพูดร้ายกาจนั่นไม่สะเทือนถึงโสตประสาทของชเวคัง-ชางมิน
“เฮ้ย เรโน นายหน้าหินนั่นชื่ออะไรนะ”
“ชิมชางมินครับพี่”
“เออ...เฮ้ย! ชางมิน! ชิมชางมิน! เงยหน้าสิโว้ย!”
น้ำเสียงดุดันของเจ้าของคอนเซ็พท์มีความเข้มมากพอที่จะหยุดความเคลื่อนไหวของทุกสรรพสิ่งในอารีนา รวมทั้งเยอินที่เป็นส่วนหนึ่งในนั้น หล่อนชะงักงันไปราวกับถูกสต๊าฟ เหลือบมองใบหน้าขาวซีดสีเลือดของชางมินอีกครั้งเพียงชั่ววินาที
ก่อนจะ...
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
เด็กสาวกรีดร้องสุดเสียง
“ชางมิน ชางมินจริงๆด้วย! ชางมิ๊น! ฉันเป็นกำลังใจให้น้า ไอ เลิฟ ยู๊”
เปิดฉากด้วยเสียงอันมีเอกลักษณ์ของกลองอินเดียแว่วในละออง
เย็นเยียบของอากาศ ความเงียบเชียบเกิดขึ้นตามมาเพราะทุกโสตประสาทไม่กล้าคาดเดาไปก่อนว่าบทเพลงที่กำลังจะบรรเลงขึ้นต่อไปนี้คือเพลงอะไร
เสียงเกลากีต้าร์หวานหู จังหวะเบสจากช้าค่อยๆเร็วขึ้น ก่อนกระหน่ำแรงขึ้นเมื่อประสานเข้ากับเนื้อเสียงล่องลอย เอื้อนเป็นทำนองที่ทุกคนในที่นี้ต่างคุ้นเคย...
เสียงกรีดร้องหวีดสะท้อนก้องไปทั่วอารีนา
อีวิล-โอเวอร์ลอร์ดกับเพลง Differentiate or Die!
ดูเหมือนทุกอย่างจะพอเหมาะพอเจาะไปโดยทั้งสิ้นกับเนื้อเพลงที่ว่า ‘หากไม่คิดทำตัวเองให้แตกต่างก็ไปตายซะ’ อีวิล-โอเวอร์ลอร์ดบนเวทีกว้างขวางสว่างจ้าไปด้วยแสงและสีเต็มรูปแบบจึงยิ่งเจิดจ้าเพราะความแตกต่าง เพลงที่พวกเขาเลือกมาเล่นยากมหันต์จนไม่มีใครกล้าเสี่ยงนำมาใช้ หากเมื่อถูกปรับเปลี่ยนสไตล์การร้องและทำนองให้เข้ากับพวกเขา Differentiate or Die ที่ดนตรีเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าร่างเดิมเลยนั้นเหมาะกับอีวิล-โอเวอร์ลอร์ดเป็นที่สุด
ชเวคังโชว์ลีลาควงไม้กลองที่แสนยากเย็นได้ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วย จังหวะของวงที่ในวันนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นมือกลองที่สว่างไสวที่สุด ยังคงมี
สีหน้าเรียบนิ่งหากแต่แววตาพราวระยิบกวาดมองผู้ชมเบื้องล่าง ผมหน้าที่ถูกเสยเปิดขึ้นเผยให้เห็นรูปหน้าคมสัน ผิวคร้ามไอแดดหากเกลี้ยงเกลาไม่หยอก
เสียงกลองของเขาดุดันหนักแน่น เหนือฉันกว่าชเวคัง...มือกลองประจำผับกระจอกนามเดอะไนธ์เกตแทบไม่ทิ้งฝุ่น
ช่วงโซโล...เขายืดอก กระหน่ำวาดไม้ท่ามกลางแสงไฟสว่าง เพียงยกริมฝีปากยิ้มเล็กน้อย สาวๆก็แทบสลายกาย ระเบิดหายกลายเป็นหยดน้ำ
มิกกี้ประจำตำแหน่งเบสบนเวทีฟากซ้ายมือของผู้ชม กระตุ้นสายเบสด้วยข้อมือที่ปราศจากเฝือกอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลากระทบไฟเวทีเรืองประกายน่าดูชม เขามาในชุดสีดำกับสีสันโทนมืดบางๆบนใบหน้า เสริมให้นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นยิ่งดูโดดเด่น เส้นผมสีกาแฟถูกตัดให้สั้นลง จัดทรงเพียงเล็กน้อย เท่านี้ก็เท่แบบไม่เหมือนใคร ชายหนุ่มโยกตัวไปพร้อมกับจังหวะเร้าใจ ทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปกับบทเพลงสุดท้ายที่จะใช้พิสูจน์ตัวเองในค่ำคืนนี้
ซีอาไม่ทิ้งความเปรี้ยวเข็ดฟันให้เป็นเพียงคำล่ำลือ เส้นผมสีทองสว่างสะบัดไม่ยั้งทุกครั้งที่เขาปัดมือสับสายกีต้าร์ไฟฟ้าสีชมพูแปร๋นแหรนคู่กาย
ชายเจ้าของร่างเล็กเพรียวบางน่ารักไม่แพ้เด็กสาวในชุดผ้าโปร่งดัดแปลงสีแสบซ่านประดับดิ้นทอง เขาสวมกำไลข้อมือ ข้อเท้า ดูขัดกันแบบสุดขั้วกับเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ทว่าเข้าตาแบบสุดๆ
ส่วนยองอุงไม่รู้ว่าทำไมคนคนนี้ช่างเซ็กซี่ยั่วยวนเกินใครแม้เพียงยามแลบปลายลิ้นเลียนิ้วมือซึ่งลากไล้เบาๆบนริมฝีปากสีสด ดวงตาสีดำสนิทปรอยประกายปรารถนา เสื้อของเขาจงใจเปิดหน้าท้องแบนราบ โชว์หมุดสีทองเล่นแสงตรงสะดือ แพรผ้าผูกเอวพลิ้วสะบัด เครื่องประดับสีทองที่แลดูเหมือนเครื่องประดับของนางระบำโบราณกระทบกันส่งเสียงหวานๆ ยามสะโพกโค้งส่ายเบาๆ ชวนให้อุณหภูมิในกายพุ่งสูง ไม่เว้นแต่ชายชาตรีแท้ๆก็เป็นต้องอ้าปากค้าง ผิวขาวเหมือนมีแสงเปล่งจากในตัว ริมฝีปากอิ่มสวย ดวงตากลมใส กับรูปร่างบอบบางมีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนน่ามอง กำลังสะกดสายตาคนดูไว้ที่เขาได้ดุจร่ายมนต์
คนสี่คนซึ่งกำลังวาดลวดลายของบนเวทีในตอนนี้ ไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะกับการเป็นซุปเปอร์สตาร์
รู้สึกราวกับห่าฝนบนฟ้ากำลังประโปรยจนถ้วนทั่วผืนดินอันแตกระแหง รู้สึกเหมือนทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลก เหมือนคนที่เพิ่งเปิดกล่องของขวัญล้ำค่าที่สวรรค์ประทานให้
ทุกสายตานับหมื่นที่ทอประกายความสุขเบื้องหน้า นี่กระมัง...รางวัลยิ่งใหญ่ที่แท้จริง

และหากนี่คือเส้นชัย การเดินทางก็คงมาถึงจุดสิ้นสุดเสียที
“ในที่สุด...การแข่งขันในชื่อโครงการโซเนีย ร็อคสตาร์ ชาเลนจ์ของเราก็ดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์แล้วนะคะ คุณพอล” ผู้ดำเนินรายการสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ทุกความเคลื่อนไหวทั่วทั้งบริเวณสงบลงทันตาเห็น
แจจุงกระชับฝ่ามือเข้ากับอีกฝ่ามือชุ่มเหงื่อของจุนซู ต่างหลับตาแน่น อดจินตนการ คาดหวัง และหวาดกลัวไม่ได้ว่าความฝันที่พวกเขาบูชา อาจกลับตาละปัดจากฝันดี กลายเป็นฝันร้ายได้ในพริบตา
ขณะนี้เวทีกว้างใหญ่แน่นขนัดไปด้วยสมาชิกวงดนตรีผู้เข้าประกวดครบทุกชีวิต อีวิล-โอเวอร์ลอร์ด เป็นเพียงจุดเล็กๆบนเวทีแห่งนั้น ซึ่งได้แต่มองตัวเก็งที่เพิ่งได้รับตำแหน่งรองอันดับสาม และสองไปหมาดๆตามคาดด้วย
แววตาชื่นชมแกมอิจฉา
เสียงกู่ร้องแสดงความยินดีกับวงดนตรีเหล่านั้นดังกึกก้อง ยิ่งทำให้แจจุงรู้สึกราวกับว่ากำลังยืนอยู่เพียงลำพัง ณ จุดศูนย์กลางของพื้นที่
ที่ไร้จุดสิ้นสุด หัวใจของเขากระหน่ำรัวยิ่งกว่าจังหวะกลองเมทัล ได้แต่หวังอยู่ในส่วนลึกว่า ยุนโฮจะกำลังนั่งเฝ้าอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ด้านหลังเวที เพื่อให้กำลังใจเขา
“ขอพระเจ้าอวยพร” เสียงกระซิบของแจจุงสั่นเทิ้ม
“และผู้ชนะเลิศการประกวดวงดนตรี โครงการโซเนีย ร็อคสตาร์
ชาเลนจ์ว่าที่นักร้องสังกัดโซเนียมิวสิคและเจ้าของรางวัลเงินสดมูลค่าห้าหมื่นเหรียญสหรัฐฯ คือ...”
ปฏิญาณกับตัวเองในใจ หากฝันครั้งนี้เป็นจริง เขาจะมอบมันทั้งหมดให้กับจองยุนโฮ
“ขอพระเจ้าอวยพร”
“ซาตานคุ้มครอง”
“ผู้เข้าประกวดหมายเลขสิบสาม ดิ อีวิล-โอเวอร์ลอร์ดค่า!”
ณ เวลาที่โลกทั้งโลกแทบสะเทือนไปพร้อมๆ กับเสียงเฮของบรรดาผู้ชม หากคนสี่คนยังคงยืนนิ่งแข็งเหมือนหิน กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณห้าวินาที น้ำตาแห่งความปีติยินดีจึงพาลไหล
แจจุง จุนซู ยูชอน และชางมินโผกอดกันกลม เมื่อแน่ใจว่านี่ไม่ใช่เพียงฝันที่พอตื่นขึ้นก็จะสลายหายไป พวกเขาต่างยิ้ม และร้องไห้ออกมาในเวลาเดียวกัน
“ขอบคุณพระเจ้า...ขอบคุณ...”
กว่าพิธีมอบรางวัลจะสิ้นสุด แจจุงก็แทบลืมไปแล้วว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน ร่างบางเดินก้าวลงบันไดจากเวที ตามหลังเพื่อนรุ่นน้องสามคนที่ลิงโลดวิ่งนำไปเสียเร็วจี๋ราวทิ้งโลกไว้เบื้องหลัง
ไม่นาน...เสียงเอ็ดตะโรของพวกเขาก็ห่างไกลออกไป
แจจุงก้มมองฝ่ามือตัวเอง ในขณะที่ย่างฝีเท้าก้าวช้าๆบนทางเดินแคบยาวเรืองแสงไฟจากหลอดนีออน ก่อนพบว่าหยาดเหงื่อที่สูญเสียไปนั้น
แสนคุ้มค่า นัยน์ตาสีดำสนิทสะท้อนเส้นทางอันยาวไกลซึ่งทอดตัวไปเบื้องหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กำแพงที่เคยกั้นขวาง...ภูมิใจที่เขาเพิ่งทำลายมันลงได้เมื่อครู่ด้วยสองมือของตนเอง
เสียงฝีเท้าชะงักลงเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ภาพของชายร่างสูงใหญ่ใน
ชุดลำลองยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า
เป็นยุนโฮนั่นเองที่รออยู่ รูปหน้าเรียวรีที่เคยก้มมองพื้นเหลือบขึ้นประสานสายตา เรียกให้แจจุงเผยรอยยิ้มกว้างอย่างไม่มีปิดบัง
ชั่วพริบตา...เขาก็มียุนโฮอยู่ในอ้อมแขนแล้ว ริมฝีปากสัมผัสกันก่อน แจจุงจูบเบาๆบนกลีบปากที่ยังคงปิดสนิท
“ฉันทำได้แล้ว ยุนโฮ ฉันทำได้จริงๆ” หางเสียงหวานหยด เจ้าของเสียงละล่ำละลักเอ่ย แนบแก้มชมพูระเรื่อบนแผงอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจคนรัก “ฉันทำได้ แล้วซักวัน ฉันจะได้ร้องเพลงบนเวทีเดียวกับนาย นั่นล่ะ...ความฝันของฉัน เราจะทำให้มันเป็นจริงด้วยกันอีกครั้งนะยุนโฮ”
ยุนโฮไม่กอดตอบ เขาปล่อยเวลาให้ผ่านไปสักพัก ก่อนจะผละออกมาเพื่อมองตาในที่สุด แจจุงนิ่งไปเมื่อมองไม่เห็นอะไรเลยในแววตาของยุนโฮ
“ยินดีด้วยนะ แต่ฉันคงช่วยนายไม่ได้”
“ว..ว่าไงนะ”
“ฉันจะเลิกเล่นดนตรี”
“ไม่จริง” แจจุงรำพัน ส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่สามารถทำใจให้เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “บอกฉันทีสิว่านายแค่พูดเล่น ฉันไม่เชื่อ...ยังไงก็ไม่มีทางเชื่อได้ ดนตรีคือชีวิตของนายไม่ใช่เหรอ นายจะทิ้งมันไปได้ยังไง”
“ใครบอก ฉันยังไม่เคยพูดเลยว่ารักดนตรี ฉันเกลียดมันจะตาย
ทั้งเบื่อทั้งหน่ายจนจะแย่อยู่แล้ว”
เทียบกับน้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชา กับแววตาคู่นั้นที่คุ้นเคย แลดูราวกับคนแปลกหน้าที่เขาไม่เคยรู้จัก แจจุงผิดหวังสุดใจกับคำพูดตัดรอนอย่าง
หน้าด้านๆ
รู้สึกเหมือนถูกหลอกให้รักหมดใจ แล้วสุดท้ายก็บอกลาด้วยคำว่า ‘ไปตายซะ แจจุง’
“พูดแบบนี้ชกหน้าฉันเลยง่ายกว่า ยุนโฮ นายบอกฉัน สอนฉัน แต่ตัวเองกลับไม่สู้งั้นเหรอ”
ถึงตรงนี้ ยุนโฮไม่อาจสู้สายตาคู่สนทนาได้อีกต่อไป ร่างสูงถอนใจแผ่วๆ เหนื่อยล้าราวกับว่านั่นคือลมหายใจเฮือกสุดท้าย ก่อนเอ่ย
“ขอโทษด้วยนะ ยองอุง”
โดยไม่สามารถกักกลั้นความเสียใจไว้ได้ ณ ตอนนี้ใจทั้งใจแสบร้าวราวกับถูกหักหารอย่างไร้ความปราณี แจจุงเหลืออด โพล่งออกไปทั้งน้ำตา
คราบเครื่องสำอางถูกน้ำอุ่นๆจากตาชะออกจนเปรอะเปื้อน มือบางยกขึ้นถูแรงๆที่ริมฝีปาก อยากจะสลัดคราบของยองอุงคนนั้นออกไปจากความคิดของผู้ชายซึ่งเป็นคนรัก
“ฉันไม่ใช่ยองอุงที่รักของนาย ฉันคือคิมแจจุง...คิมแจจุงที่รักจองยุนโฮ ฉันต้องการนายนะยุนโฮ ไม่ใช่ไอ้ยูโนบ้าบออะไรนั่น”
“ยุนโฮไม่มีอะไรที่นายต้องการหรอก”
“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น เท่าที่รู้...ฉันรู้แต่ว่ายุนโฮรักฉัน และนี่!” บนแผ่นกระดาษที่เขาชูขึ้นต่อหน้า แสดงรายละเอียดและข้อตกลงของสัญญาการเป็นศิลปินสังกัดค่ายโซเนียมิวสิคซึ่งถูกลงลายมือชื่อแล้วเป็นที่เรียบร้อย “นี่ก็เพื่อยุนโฮ ฉันทำได้แล้ว เราจะมีคอนเสิร์ตด้วยกัน วงนาย กับวงฉัน คอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่กว่าคอนเสิร์ตครบรอบสี่ปี นั่นฝันของนายไม่ใช่เหรอ”
“ฝันเหรอ หน้าตาเป็นยังไงล่ะ ฉันเคยมีฝันด้วยเหรอ”
“ฝันของเราไง”
 ขณะที่แจจุงกำลังร้องไห้จนตัวโยน ยุนโฮอดไม่ได้ที่จะรวบร่างกายบอบบางนั้นมากอดเอาไว้ เสียงร่ำไห้ที่เขาคิดว่าเคยคุ้น หากในวันนี้มันหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าทุกครั้งจนนัยน์ตาของเขาพลอยรื้นน้ำ ยิ่งไม่เคยคาดฝันว่าในวันหนึ่ง เขาจะได้เห็นคนอย่างคิมแจจุงร้องไห้ออกมามากมายเพียงนี้
น้ำตาของแจจุงมีอำนาจมากเท่าๆกับน้ำตาของพ่อ เพียงเลิกเล่นดนตรี แล้วตามพ่อไปเรียนต่อที่เยอรมัน มันฟังดูง่ายดายเพียงนั้น แต่เขาจะทำได้อย่างไรหากยังมีแจจุงอยู่ และเพราะแท้จริงแล้วหัวใจของเขายังคงไม่สามารถปฏิเสธแจจุงได้เลยสักวินาที
ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าทำไม...เสียงของเพื่อนรักจึงยังคงก้องอยู่ในหัว
‘ชองฮวา นายคิดดีแล้วหรือเรื่องจุนซู ปล่อยเขาให้คนอื่นคาบไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้น เขารักนายนะเว้ย’
‘ไม่หรอก บางครั้งคนเราก็แยกแยะไม่ออกระหว่างความรักกับความ
ลุ่มหลง เขาคลั่งไคล้ฉันเหมือนเด็กบ้าดารา และเชื่อว่าถ้าหากวันนึงฉันไม่เหลืออะไรแล้ว ฉันคงทำให้เขาเสียใจ’
แล้วเขาล่ะ...ยังจะเหลืออะไรให้แจจุงได้ยึดมั่นอีก หากแม้แต่เขาเองยังไร้ฝัน
“ขอโทษ...ขอโทษ...”

To be continued...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านจบตอนนี้บอกได้คำเดียวว่า...

ค้างงง ง

--*

ยุนโฮจะเลือกอะไร
มันเปนอะไรที่ยากลำบากมากๆ
TT^TT

รอตอนต่อไปด้วยใจจดจ่อค่ะ
^^

#1 By :: T-Kanon:: on 2007-08-18 10:41

มาน......ปลื้ม ><

แต่แอบเศร้าง่ะ

อยากให้ยุนสู้น๊า แจเป็นกำลังใจให้อยู่แล้ววววว

#2 By Piggie (124.120.193.160) on 2007-08-18 10:44

มันไม่มีพลัง มันส่งมาไม่ถึง ความเจ็บปวดที่มีมากมายนั้น ยังอยู่ไกลเกินไปในตอนที่ 14 นี้ อยากร่วมเศร้าโศกและผิดหวังไปพร้อมกับเธอ แต่ว่าทำไมหัวใจไม่เต้นถี่เหมือนเคย หรือว่าเรื่องนี้ยังไม่มีทางออกให้กับชั้น T^T มาต่อเร็วๆนะคะ รู้สึกเหมือนไร้ชีวิตชีวาในตัวเองยังไงไม่รู้

#3 By So Far (222.123.50.28) on 2007-08-18 11:18

ง่า! ไม่จริงอ่ะ เป็นไปไม่ได้

ดิโอแยกวงอ่ะ เคืองนะเนี่ย อุตส่าห์ทำใจได้เพราะว่าอีวิลชนะ

แต่ทำไมยุนถึงตี้องพูดแบบนั้นเล่า ไม่ยอมๆ

สู้ๆนะคุณหมี เอาใจช่วย เป็นกำลังใจให้นะ

มาต่อเร็วนะคะ

#4 By Ai Shiyorin ^^ on 2007-08-18 12:00

สิ่งที่คุณชายฮัวพูดมันก็ถูก...ไม่โกรธที่ยุนโฮตัดสินใจทำอย่างนั้น แต่สงสารแจจังเน้อ

ตอนนี้แจเหมือนกับจุนซูเมื่อสมัยก่อนเลย ขอให้ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นพลัง โอม!

รอตอนต่อไปด้วยใจมุ่งมั่นงับ

#5 By 유이 on 2007-08-18 14:10

จบได้ค้างอย่างแรงเลยค่ะTTATT
เครียดมากกกกกกกกกก
ทุกคนล้วนมีเหตุผล แต่มันก็ทำให้คนอื่นเจ็บปวดเช่นกัน
ยุนก็ทำเพื่อพ่อ แต่ก็ทำให้แจเจ็บปวดTTATT
อ้ากกกกกกกกกส์...สงสารแจค่ะ
เหมือนยุนจะไม่มีทางเลือกเลยซักนิด
ทั้งๆที่ไม่ว่ายุนจะเป็นยังไงแจก็รักทั้งนั้นแหละ
ยุนเวอร์ชั่นสิ้นหวังแบบนี้เพิ่งเคยเจอ
รีบๆมาต่อด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า
ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ

#6 By Han_Cin on 2007-08-18 14:38

จบได้ค้างอย่างแรงเลยค่ะTTATT
เครียดมากกกกกกกกกก
ทุกคนล้วนมีเหตุผล แต่มันก็ทำให้คนอื่นเจ็บปวดเช่นกัน
ยุนก็ทำเพื่อพ่อ แต่ก็ทำให้แจเจ็บปวดTTATT
อ้ากกกกกกกกกส์...สงสารแจค่ะ
เหมือนยุนจะไม่มีทางเลือกเลยซักนิด
ทั้งๆที่ไม่ว่ายุนจะเป็นยังไงแจก็รักทั้งนั้นแหละ
ยุนเวอร์ชั่นสิ้นหวังแบบนี้เพิ่งเคยเจอ
รีบๆมาต่อด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า
ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ

#7 By Han_Cin on 2007-08-18 14:38



โอ้โว้ยยยยยยยยยยย

เรียนด้วย ทําสิ่งที่รักด้วย

มันจะตายรึไง ยุนโฮ !!!!!!


#8 By Tiddee on 2007-08-18 14:42

มาต่อแล้วววววววววววว ดีใจจัง><
...แต่ดีใจแป๊บเดียวเองอ่า ไม่ตอนนี้มานเศร้าขนาดเน้พี่น้องงงงงงงงง แง้ๆ
ยุนจ๋าน่าสงสาร ดูเหมือนจะไม่มีทางเลิอกให้เค้าเลยนะเนี่ย คนนึงก็พ่อคนนึงก็แฟน โหหหหหหห เศร้ามากT_T
ตอนนี้เครียดอ่ะ =="สงสารทุกคนเลย

ยุนสู้เค้าเน่อ ชีวิตต้องมีทางออกที่ดีเสมอล่ะ เชียอยู่จ้า

#9 By teddy-yunyun (125.25.86.72) on 2007-08-18 15:00

>< ชนะแร้นนนนน ~~~

ปลื้มใจๆ อิอิ

ยุนโฮจะทำไงต่อไปอ่า แยกวงจริงหรอเนี่ย เส้าเรยงะ
T^T

เปงกำลังใจให้ยุ๊นๆ สู้ๆๆๆ

อย่าทิ้งแจไปน้า

เฝ้ารอตอนหน้า มาต่อไวๆนะคะ

^^

#10 By 9iif (203.113.76.7) on 2007-08-18 15:05

รู้สึกว่าเพลงของlife houseกินใจจริงๆค่ะ เพราะมากๆ
อ่านตรงของจุนซูยูชอน รู้สึกสุขสมหวัง
อ่านตรงของยุนโฮแจจุง เพลงนี้ก็พาลทำใจแหกยังไงพิกล

ทุกครั้งที่เขียนเรื่องของวงทั้งสองวง
โดยเฉพาะ DIOMEDES
อ่านแล้วคิดว่าความหลงใหลในวงร็อกของตองก้ามันชัดดีจัง
เวลาเราเสพย์การแสดงสดเราสัมผัสถึงอะไรกันนะ เราคิดว่าเราเห็นอะไร
ความรู้สึกที่ท่วมท้น ความพยายาม ความอดทน... ความฝันรึเปล่า
อุบ๊ะ นี่มันไม่เกี่ยวกับฟิคนี่^^!


พี่ชอบเรื่องของยุนโฮในตอนนี้กับตอนที่แล้วมากเลย
มันโดนจิตโดนใจคนที่กำลังไขว่คว้าหาฝันยังไงพิกล
เรื่องระหว่างเพื่อนเขียนออกมาได้อบอุ่น
ไม่ว่าจะตัดสินใจแบบไหนไป เพื่อน ก็ยังอยู่ข้างๆสินะTTvTT

ส่วนของแจจุง อ่านแล้วเจ็บจี๊ดๆตรงมือ
เหมือนว่าก่อนหน้านี้แจจุงกลัวที่จะรัก
กลัวที่จะให้หัวใจ กลัวที่จะเจ็บ
เอิ้ก ตอนที่บอกว่าความฝันของเราไงนี่มัน..
เอานะ นี่แหละที่เขาบอกให้รักตัวเองเข้าไว้มากๆ


อ๊ะ แต่เรื่องแม่สาวคนนั้นกำชางมิน
ตอนบรรทัดจบขำพรูดออกมาเลยค่ะ
น่ารักสกัดดาวรุ่งมากเลย

ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ!




#11 By mikan on 2007-08-18 15:06

ขออีกคอมเม้นนะ

เรื่องนี้จะรวมเล่มมั้ยคะ ...รวมเถอะนะ เราอยากได้อ่ะ ชอบเรื่องนี้มากเลย

ปล.ขอบคุนนะคะที่แต่งฟิกดีๆมาให้อ่านกัน คนแต่งสู้ๆค่ะ

#12 By teddy-yunyun (125.25.86.72) on 2007-08-18 15:06

อุ๊พ
เม้นที่ 8 กระแทกใจ
จุกค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ เด็ดดดดดTT[]TT!

#13 By mikan on 2007-08-18 15:10

ขอบคุณที่มาอัพนะคะ~~
....แล้วสิ่งที่กลัว ก็มาถึง...จนได้...
พาร์ทนี้ซึ้ง เศร้า และบีบหัวใจสุดๆ....
ก็เข้าใจเหตุผลยุนนะ...
แต่แจล่ะ จะทำใจได้มั๊ย...เฮ้อออ
หวังว่าแจจะเข้มแข็ง....
รอตอนต่อไปนะคะ....^O^

ps:รักฟิคเรื่องนี้จังค่ะ อยากให้คุณตองรวมเล่มนะคะ

#14 By peachy (222.123.50.151) on 2007-08-18 16:28

คุณตองมาอัพฟิคแล้ว ฮิ้ววววววววว ดีใจมากมาย
พายุลูกใหญ่มาจนได้สินะคะ T.T
คู่นี้เคลียร์ได้ อีกคู่เจอปัญหาหนักจิต
เป็น Conflict ที่รุนแรงมากๆเลยสำหรับวัยๆแบบพวกเรา(พยายามจะเหมาว่าตัวเองยังวัยรุ่นอยู่) ระหว่างการเลือกตามความฝัน หรือการทำสิ่งที่คนที่เรารักหวัง

ทางออกน่ะมีเสมอแต่ทางเลือกน่ะแหละนะ ที่เป็นปัญหาสินะ
จะติดตามให้กำลังใจยุนโฮต่อไปค่ะ><

ไอ้คำ รัก ...นะว้อยที่คุณตองเขียนมันจับจิตจริงๆค่ะ ไม่ว่าเมื่อไหร่มิตรภาพก็สวยงามเสมอจริงๆ

ตอนนี้แพรชอบแม่สาวเยอินนั่นถูกใจมากค่ะ ฮ่าๆๆ น่ารักสมเป็นวัยใส

จะรอตอนต่อไปนะคะ
คุณตองสู้ๆ

#15 By Kagetsu on 2007-08-18 16:33

ขัดใจเหลือหลายยยย ตอนยุบวงแอบน้ำตาซึม
ยุนอย่ามายอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้นะ
เพื่อนก็เยอะแยะ แถมมีแจอีก จะทิ้งทุกคนเหรอ
แน่ใจว่าทำแบบนี้พ่อจะดีใจ
เศร้าจังตอนนี้ ทุกคนจงอย่าท้อออ
ซาตานคุ้มครอง ชอบคำนี้จริงๆ

#16 By Eik on 2007-08-18 16:40

คุณตองที่ร้ากกกกกกกกกกกกก

พูดไม่ออกเรยทีเดียววววว มันอัดแน่นอยู่ในอก โฮกกกกกกกกกกกกกก

มันเป็นการแตกสลายและจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ในเวลาเดียวกัน อารมณ์มันเลยซ่านกระเซ็นไปโน่นทางนี่ทางบอกไม่ถูก รู้แต่ว่ามันรุนแรงมาก โฮกกกกกกกกกกก แพร่มมมมอะไรอยู่เนี่ยยยยย

ตอนนี้ ผู้จุดไฟ กำลังสับสน แต่ก็น่าจะเห็นแสงไฟที่ปลายทางลิบ ๆ ละ (มั้ง???) ^^''

แต่อารมณ์ทั้งตอนจะยุบวงกับตอนวงปีศาจน้องแสดงนี่แบบว่า สุดยอดดดดดดดดดดดด กระหึ่มเซอร์ราวด์ทีเดียว

คู่ยูซูมานิดหน่อยแต่จี้จุดจี๊ดทีเดียว ซึมซับลมหายใจของผู้เป็นที่รัก

ส่วนคู่หลัก มาถึงอีกสเต็ปของความสัมพันธ์แร้ว

โฮกกกกกกกกกกก อยากอ่านต่ออออออ

สุดยอดค่ะคุณตอง เป็นกำลังใจให้นะค้า รักษาสุขภาพด้วยค่า

#17 By JunsuHolic` ♥ YS ! (125.25.86.84 /10.5.50.159) on 2007-08-18 18:10

หมี แกจะทื้งแจไม่ได้น้า ฮือๆทำงี้ได้ไงอ่า
มาหลอกให้แจรักแล้วทำงี้ได้ไง

สงสารแจอ่ะ ไม่กล้ารักเพราะกลัวเจ็บ
แล้วพอรักก็ต้องเจ็บจริงๆเหรอ ตองอย่าใจร้ายน้า

แต่ยังดีที่คู่มิคเซียเข้าใจกันซักที ไม่งั้นคงเครียดน่าดู เฮ้อ

แต่ขำมินอ่ะ แล้วน้องจะมีคู่ป่าว(กะพี่ดุดันอ่ะ หุหุ)

#18 By yu (58.8.9.11) on 2007-08-18 18:16

Akkkkkkkkkkkkkkkk
What are U doing dear!!!!!!!!!!!!!!!!

พอยูซูแฮบปี้ ยุนแจก็ร้าวฉาน =[]=''

ไม่อยากให้ DIOMEDES ยุบเลย ถึงรู้ว่าต้องมีวันนี้แต่ก็เสียใจอยู่ดี อยากเห็น DIOMEDES กับ Evil overlord ร้องเพลงด้วยกันจังเลย TT^TT

รักน่ะเว้ย~~~~~~~~~*

#19 By Yakuza (203.113.50.10) on 2007-08-18 18:32

โฮๆๆๆ ร้องไห้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ร้องตั้งแต่ต้นจนจบ

มันคืออะไรกัน...ทำไมเป็นแบบนี้

เอายุนโฮที่มีความสุขกับชีวิตใต้ดินคืนมาน๊า!!

อัพๆๆๆๆๆๆ นะคะ

#20 By KimJeIN (202.28.35.1 /192.168.200.15) on 2007-08-18 18:48

อ๊ากก
ไปกันใหญ่แล้ว
ลำบากใจแทนยุนจังเลยเนี่ย
โฮกกกก

แต่อยากให้อยู่กะแจมากว่าอ่า

#21 By A_ay (203.113.51.132) on 2007-08-18 20:19

พี่ตอง อัพแล้ว~
5555

โฮกกกกกกกกกก
ตอนนี้มัน..
ยากจะบรรยาย
โฮฮฮฮ
ยูซูไปได้ดี ยุนแจดัน..
กระซิกๆ TT

เศร้าโว้ย 5555555

ทั้งเพื่อนทั้งคนรัก
ซาบซึ้งค่ะ 55
เวลาบรรยายเรื่อง DIOMEDES เนี่ย
มันให้ความรู้สึกครอบครัวจริงๆค่ะ
55

ความฝันของเราไง
อ๊ากกกกก
เศร้า TT เศร้ามาก TT^TT
555555555

เยอินฮามาก
ก๊ากกกก
น่ารักมากเลย 55555555




คิดถึงพี่ตองจ้ะ ^_______^
ซาตานคุ้มครอง 555555555

#22 By จ๋า (58.9.82.165) on 2007-08-18 20:46

ToT


ถ้าเราเป็นแจจุงคงบอกได้คำเดียวว่า


"ทำไมยุนเป็นคนแบบนี้"

เหมือนหลอกให้รักแล้วจากไปจริงๆ

#23 By *0* (222.123.212.246) on 2007-08-18 21:16

โอว.... พระเจ้า และซาตานเจ้าขา
อยากบอกว่าตอนนี้ได้ใจไปเต็มๆ ทั้งเศร้าใจ สะเทือนใจ และดีใจ

ซีนบ้านดิโอฯนี่สะเทือนเลื่อนลั่นมากๆ
มองเห็นอาการการจากลาแบบแมนที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นมา
ฮือๆๆ โอม..... อันโลกของเรามีเกิดก็ต้องมีดับ

ยุนโฮรักพ่อมาก แม้ว่าจะรักแจจุงมากเหมือนกัน
แต่ความรักก็อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องบุญคุณของคุณพ่อที่ดีอย่างนั้น...
.... มันก็อีกเรื่องหนึ่งหล่ะนะ T__T นับถือๆ

ตอนนี้ยุนโฮที่ยืนอยู่ระหว่างความฝันกับความจริงได้ใจเจ้ไปเต็มๆ

ตัดมาที่ตอนแข่งขัน อยากบอกว่ารู้สึกถึงบรรยากาศได้อย่างลึกซึ้งมากๆ
อีวิลโอเวอร์ลอร์ดให้อารมณ์ลอยลำมากๆเลย
กล่าวคือดูดีมากในทุกๆด้านเป็นด้านตรงข้ามของวงพลั้งพลาดของเรโนอ่ะนะ
(ชอบพ่อคุณคนนี้จริง ขำได้ทุกสถานการณ์ แม้มีปืนจ่อหัวอยู่ก็ตาม)

และผู้เขียนก็จับเราขึ้นรถไฟเหาะดำดิ่งสู่ห้วงมหรรณพออีกครั้ง
เมื่อเจอฉากยุนแจ....... อ๊าก~~~ คำมันฉึกมากเลยน้องเอ๋ย
โดนมากๆเลย มีหลายคำค่อนข้างเป็นคำแรงๆ แต่เมื่ออยู่ตรงนั้น มันเหมาะมากเลยหล่ะ
รู้สึกถึงความผิดหวังสวรรค์ล่มของแจจุง และความอึดอัดฉับฉนของยุนโฮได้ดีโคดๆ
ยกสองนิ้วโป้งให้คงยังไม่พอ เดี๋ยวคงต้องวิ่งไปตัดนิ้วชาวบ้านมารวมด้วย 555
(หัวเราะกลบเกลื่อนความระทมที่เกิดจากฉากรักสลายน้ำตาอาบพื้น)

แต่.... ผู้เขียนยังปราณีกรูเหลือเกินที่ ปล่อยซีนมิกเซียเล็กๆที่น่ารักมโหฬารมาให้เราได้ยิ้มหวาน
นั่นมันน่ารักมากๆเลย สั้นๆนะ แต่ได้ใจความ รู้สึกดีมาก
อ้อๆ ลืมไม่ได้ที่สุด ก็น้องเยอินสาวเปรี้ยวแห่งยุค
แหมๆ มาน่ารักกันขนาดนั้น เดี๋ยวชางมินก็ปาด้วยเบอร์มือถือเลยนิ่ 5555
ชอบๆ พอดีว่าน้องแกเป็นตัวแทนของวัยน่ารัก ที่ช่างห่างไกลกับวัยหน้าหักของเรามากๆเลย

แหม... เม้นท์มาขนาดนี้ จะชอบว่าไม่ชอบคงโกหกคำโต สรุปก็คือ ชอบมั่กมาก
แม้ว่าตอนนี้จะค่อนข้างยาว แต่ก็สมแล้วที่ยาวแล้ว เพราะมันครบถ้วนจริงๆ

เป็นกำลังใจให้คนเขียนที่รักเสมอนะ สู้นะตัวเองเพื่อเป้าหมายของเรา
"เพื่อความฝันของเราไง" (ขโมยเขามาเห็นๆ)
อะไรที่มันเห็นแล้วเคืองใจ เคืองตาก็อย่าไประลึกถึงมันเลย มองตรงไปข้างหน้า
เพื่อแสงไฟที่ปลายอุโมงค์ของเรา เย้!!!! (ส.ต.นะ ส.ต.)


#24 By bonychaos (125.25.236.179) on 2007-08-18 21:23

ไม่เคยคิดหรอกค่ะ ว่าฟิคเรื่องนี้จะทำให้ร้องไห้
แต่เป็นไปแล้วจริงๆ
ทำไมต่างคนต่างเจ็บ
แจจุงเจ็บ แต่ยุนโฮเจ็บยิ่งกว่า
โชคชะตานี่เล่นตลกเนอะ
เราต้องมาเลือกระหว่างพ่อกับคนรัก
ความฝันของตัวเองกับสิ่งที่คนคาดหวัง
ทำไมมันทรมานแบบนี้แหละ
อยากร้องไห้อ่ะ T^T คืออันที่จิงร้องไปแล้วด้วย
โอ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆ
พี่ตองทำแบบนี้ได้ยังไง

#25 By Smile on u Only u ^^ on 2007-08-18 21:43

ฝันของเราเป็นจริง เพราะคุณตองอัพตอนที่ 14

เราฝันค้างเพราะคำว่า To be continued..

โว๊ะ โฮ๊ๆๆ ยากเกินจะบรรยายได้ มันช่างมากมายเหลือเกิน ยุนโฮก็เป็นมนุษย์ ถึงจะอยู่ในกลุ่มที่เรียกตัวว่าพระเจ้า แต่เค้าก็แค่คนหนึ่งคน ย่อมมีสับสน และว้าวุ่นใจ หมีเล่นปฏิเสธสิ่งที่รักเยี่ยงนี้ทำเอาความศรัทธาของคนสวยหล่นวูบไปเหมือนกัน อาจเป็นช่วงเวลานี้ที่ทั้งสองคนต้องพิสูจน์หัวใจของกันและกัน สู้เค้านะพ่อหมีและคนสวย ความรักชนะทุกสิ่งนะจ๊ะ ยุนโฮยังดึงคนสวยกลับมาหยัดยืนได้ด้วยความรักและเข้าใจ คนสวยของเราก็คงไม่ถอยเพราะคำพูดไม่กี่คำของพ่อหมีหรอกชิมิ สู้ๆนะจ๊ะแจจ๋า ไม่แน่น๊า รายการนี้ถ่ายทอดไปไกลไม่ใช่เหรอ พ่อยุนโฮอาจจะโชคดีได้เห็นตัวตนอีกด้านของลูกชายแล้วเกิดหลงรักในเสียงเพลงเข้าก็ได้ อิยะฮะฮะฮะ (คิดง่ายจริงนะแก)

แต่ว่าในความอึมครึมของแจโฮ ฝั่งยูซูก็มองเห็นประกายรุ้งวิบวับ "ฝากตัว" อยากจะกรีดร้องกับคำนี้ของจุนซูเสียเหลือเกิน ที่ผ่านมาทั้งหมดของปาร์คก็ไม่เสียเปล่าแล้วสินะ

ทั้งซึ้งแล้วก็แอบฮากับครอบครัวดิโอ หวังว่าจะผ่านมรสุมครั้งนี้ไปได้ด้วยกันนะ

น้องมินของเราเจิดจ้าเสียเหลือเกิน โฮ่ๆ

ขอบคุณคุณตองและเป็นกำลังใจให้ รอแบบ paper ด้วยใจจดจ่อค่ะ

*รักปาร์คที่สุดในโลก*

#26 By minjoo (202.91.23.1) on 2007-08-18 21:46

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
>>>O<<<
ก่อนจะไปเครียดเรื่องยุนขอกรี๊ดดังๆกับวงTHE EVIL OVERLOAD ก่อน
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
สำเร็จแล้วน้า แจจุง จุนซู ยูชอน ชางมิน >O< T^T ปลื้มจนอยากจะร้องไห้เลยอ่า
อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่จะทำตามควมฝันของทุกคนจริงๆ แล้วเมื่อฝันเป็นจริง ไม่ก็ไม่มีอะไรที่จะวิเศษไปกว่านี้อีกแล้ว อ่านแล้วตื่นเต้นอ่า แบบว่าลุ้นไปด้วยอะ
ประนึงว่าเข้าไปอยู่ในคอนเลย ตอนที่จะประกาศนะ เราก็ค่อยๆเลื่อนๆๆลงมา
แล้วก็ อ๋ายยยยย เมื่อเห็นชื่อวง อ๊ากกกกกก รู้สึกดีใจ ดีใจจริงๆ ^O^ ปลื้มอ่า เป็นปลื้มแทนทุกคนเลยอะ >O<

แต่ใช่ว่าตอนนี้จะมีแต่เรื่องดี T^T เริ่มตอนมาก็เครียดเชียว อ่านตอนแรกแล้วจะร้องไห้อ่า
มันผูกพันนะ ดนตรีเป็นสิ่งที่ทุกคนรัก มันคือความฝัน เพื่อนในวงเปรียบเสมือนครอบครัว แต่เมื่อมันมาถึงวันที่จะต้องทิ้งมันไป น้ำตาลูกผู้ชายก็หลั่งไหลลงมาอย่างไม่อายใคร
ชอบอ่า ตอนที่ทั้ง 5 หนุ่มกอดกัน แล้วมีคนพูดว่า "รัก...นะว้อย" โอ้ววว มันซึ้งๆ T^T
แล้วต่อจากนี้จะเป็นยังไงหละ ยุนจะไม่สู้แล้วจริงๆหรอ ยุนจะทิ้งแจได้หรอ จะทิ้งเพื่อนๆในวงที่รัก ดนตรีที่รักและเปรียบเสมือนความฝันได้หรอ
ยนอย่าทำอย่างงี้เลยนะ ไปคุณกับพ่อสิ เราคิดว่าพ่อต้องเข้าใจ พ่อยุนใจดีออก
อย่าทิ้งไปอย่างงี้เลยน้า
ที่แจมาถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะยุนไม่ใช่หรอ ยุนเป็นเหมือนจุดหมายที่ต้องเอื้อมไปให้ถึง เป็นเหมือนความฝัน เป็นเหมือนแรงใจ กำลังใจให้แจมาถึงทุกวันนี้
แล้วเมื่อวันนั้นมาถึง แจดีใจมาก ดีใจที่ในที่สุดก็สามารถมายืนจุดเดียวกับคนที่รักได้ มายืนเคีงข้างกันได้ แต่ตอนนี้ยุนกำลังทำให้แจผิดหวัง เสียใจ เพราะคนที่ตัวเองใฝ่ฝันว่าจะเอื้อมให้ถึงกลับท้อแท้แล้วก็ทิ้งทุกอย่างไปง่ายๆอย่างงี้ ทั้งที่ยุนเป็นคนสอนความเข้มแข็งให้แจแล้วทำไมยุนกลับไม่เข้มแข็งเลยหละ TOT
อย่าทำอย่างงี้เลยน้า ยูโนว ยุนโฮ

อ๊ากกก เครียดนะเนี่ยยย
แต่ตอนนี้ก็มียูซูที่รักมาหน่อยนึง ถึงมานิดเดียวก็ทำให้ใจชุ่มชื่นได้ ต่อไปนี้ยูซูจะแฮปปี้แล้วใช่ไหม >O< แต่ยุนแจนี่สิ TT

ออ อีกเรื่องนึง ชอบตอนที่เยจินเพื่อนชางมินตะโกนพอรู้ว่าเป็นชางมินอะ อ๋ายยย เป็นเราๆก็กรี๊ด มีเพื่อนโคดเท่ห์อ่า >O<

มาต่อเร็วๆน้า ค้างอ่า เรื่องจะเป็นไงต่อ

#27 By kook (58.8.57.123) on 2007-08-18 21:48


ค้าง .. . จบเเบบค้างคาทรมานอุราที่สุดเลย ~~


อนาคต .... . กับหัวใจ ... . สำคัญทั้งสองอย่างเลย .. . มันอยู่ที่ยุนโฮเเล้วสิว่าจะเลือกอะไร ?!


น้ำตาของพ่อบังเกิดเกล้า .. . กับน้ำตาของคิมเเจจุงคนที่รักหมดใจ
.... มันมีค่าเท่า ๆ กันเลยเนอะ ....



เครียดมามากพอเเล้ว ถึงจุดลั้นลาบ้าง !
ยูซู .. . ยูซู อ๊ากกกกกกกกกกกกก
ในที่สุด ก็เเฮปปี้เอนดิ้งเเล้วสินะ ??


ขอโทษ ขอบคุณ ฝากตัว
อ่านเเล้วซึ้ง ๆ เขิน ๆ เเฮะ


ชางมินกับเยอิน น่ารักชะมัด
อ่านเเล้วได้อารมณ์รักในวัยเรียน 5555 +


สู้ ๆ นะคะสำหรับพาร์ทต่อไป


ปล : เข้ามาบล๊อกนี้ทุกวันเลย T^T~

#28 By hpxiah * .. . ` ♥ YS ! (125.25.87.33) on 2007-08-18 22:15

โฮกกกกก
จะร้องไห้แล้วละครับ

สงสารทั้งยุนทั้งแจเลย
ทำไมโชคชะตาช่างเล่นตลกอะไรอย่างนี้เนี่ย!!????

ยุนอย่าไปเลยนะ TT_TT
ไม่งั้นคงมีอีกหลายคนต้องเสียใจแน่
(โดยเฉพาะคนสวยอย่างม๊าแจ)

เส้านะเนี่ย
มาต่อไวๆนะคับ ^^
รอน้า~

#29 By KaOruN on 2007-08-18 22:43

การี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ให้คุณตองที่มาต่อฟิคแล้ววววว ดีจัยยยย


การี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ให้ The Evil Overload คร้า

การี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ให้กับคู่ยุนแจ มานทำร้ายจิจัยมักๆเลยอ่า
สงสารทั้งยุน สงสารทั้งแจจจจ ฮือๆๆๆ

ส่วนยูซูเหมือนจะพบทางสว่างแล้ว
เป็นกำลังใจให้สองคนเน้

ตาปาร์คจุนซูเค้าฝากเนื้อฝากตัวกับแกรแล้วนะ หุหุ

คิดถึงชองวา ฮ่าๆๆๆ เกี่ยวมั๊ยยยเนี่ย

#30 By Madam_Kim (203.113.17.157) on 2007-08-18 22:57

บอกตามตรงเลยนะคะ ว่าเห็นคำพูดของหมีแล้ว...จะช็อก - - เกือบปิดหนีอยู่แล้วเชียวนั่น! ตกใจสุดๆเลยอะ หมี รู้ว่าอยากทำให้พ่อไม่เสียใจ แต่ทำให้แฟนฟิกเสียใจนี่ ผิดพอๆกันเลยเว้ย T^T
ตกใจยิ่งกว่าที่ diomedes ยุบวงกันซะอย่างน้าน~ฮือ แฟนเพลงเสียใจยิ่ง (พูดเหมือนเคยฟังเพลงเค้าเนอะ?) อยากรู้จังเลยว่าคนที่พูดว่า รัก..นะเว้ย เนี่ย ใครกันน้า น่ารักจังเลย จะใช่เรโน่รึเปล่า? (เพราะดูเป็นคนที่น่าจะใช่ที่สุดแล้ว = =)
การประกวดท่าทางจะสนุกน่าดูเลย อิอิ แต่ว่าวงพลั้งพลาดนั่นก็สมคำร่ำลือจริงๆ พลาดจริงจังมากๆ ไม่ชอบเลยแฮะอะไรแบบนี้ ยังคงอยากฟังเพลงที่แจจ๋าแต่งอยู่ แต่ว่าเพลงที่มิกกี้แต่งก็น่าฟังอยู่เหมือนกัน >.< จุนซูจ๋า แหมๆ ชอบการฝากตัวของตัวเองจังเลย อย่างงี้ยูชอนก็ปลื้มตาเลยจิ!
อยากเห็นแผ่นหลังของพระเจ้าจังเลย มันคงจะงดงามน่าดู พยายามจะจิ้นแล้ว แต่ถ้าได้เห็นเป็นภาพจริงๆคงจะงดงามน่าดูเลย
ในที่สุด evil overlord ก็ได้เป็นที่หนึ่งแล้ว (ถึงแหมว่าจะมันจะเส้นชัดๆเลยก็เหอะนะ - -) ดีใจด้วยน้าค้า~ แต่ว่าหมีจ๋า เอิ่ม ถ้าบอกแจจ๋าเค้าไปดีๆ มันจะดีกว่ามั้ยอะ? แบบบอกเหตุผลเต็มรูปแบบ พูดกันให้เข้าใจไปเลยทีเดียวอะ เราว่าแจไม่ใช่คนงี้เง่าขนาดจะไม่ฟังอะไรเลยหรอนะ จากไปทั้งที่ไม่เข้าใจน่ะ จะพาลทำให้เกลียดกันไปเปล่าๆ แจจ๋าเค้าก็ยอมรับกับตัวเองแล้วด้วยว่ารักยุนโฮคนนี้เสียนี่กระไร (มันช่างน่าอิจฉานัก!!) เอาว่าเรื่องมันน่าจะง่ายขึ้นแล้วน้า
สุดท้าย ยังคงอยากเข้าศาสนาที่มีชองฮวาเป็นศาสดาเหมือนเดิม มันช่างน่าเข้าจริงๆ
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ >.<

#31 By Aphro_dite (58.8.12.215) on 2007-08-18 23:13

T^T ......

อยากเมนต์ยาวๆ แต่เมนต์ไม่ออก

ฟิกเรื่องนี้นี่ ..... สุดๆ

#32 By Chu bee~ on 2007-08-18 23:22

ฮือออออออออ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ...
แง๊ ~ T^T ..

เศร้าง่าาา ..
เศร้าแรก ..Diomedes ยุบวง ..ยุบจริงหรออ งื๊อออออ ..
ฮัวหลางงง เค้าคิดถึงตัวง่าา >.< (ยุน: แล้วชั้นล่ะ ..ชั้นพระเอกนะเฟร้ยย!!) ไม่เอาง่า ไม่ยุบ งื๊ออ
อ่านไปแล้ว ..คิดสภาพถึงทงบัง ..ม่ายยยย วันนั้นต้องไม่มาถึงงงง ชัวร์ (อ่านแล้วหลอนค่ะ เหอๆๆๆ พี่ตองสามารถชักนำโยได้ขนาดนั้น งื็อ)

เศร้าที่สอง ..อิหมียุนปฏิเสธแจจ๋า ..ทำร้ายจิตใจแจจ๋ารุนแรงงง แง๊ *~ ความฝันของแก ลืมไปแล้วหรอหมี ..
พ่อก็พ่อจิ ..เรียนต่อที่เกาหลีก็ด้ายยย ไม่ต้องไปเยอรมันได้ม๊ายยย แจจ๋าเสียใจน๊าา ร้ัองไห้เรยยน๊าาา หมีบร้าาา งื๊อออ (คนเม้นมันเข้าข้างแจจ๋าค่ะ อิๆ)

แต่ก็ยังดีใจได้ ..ในส่วนของมิกและเซีย ^^
น่ารักจังนิ *~ เข้าใจกันซะที รักกันซะที ดีใจจางงง
ยกความดีความชอบใหัฮัวชองฮวาเด้อออ อิๆ

พี่ตองจ๋าาาาา ถ้าไม่มาต่อในเร็ววัน ..
นังโยคนนี้คงจะดาดิ้นตายยย

#33 By yolande (58.64.121.234) on 2007-08-19 00:16

แกอย่าบังอาจทิ้งแจจุงไปนะเว้ย ไอ้หมีบ้า หมีโง่

อ๊า......มันก้อยากเนอะที่คนเราจะไล่ตามความฝันไผพร้อมๆกับการทำตามความต้องการของพ่อแม่

บางทีมันก้อขัดกันจนเกิ นไป จนไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้

แล้วทางออกมันจะอยู่ที่ไหนเนี่ย?

เราได้แต่หวังว่า ไม่แจจุงก้อต้องพ่อของยุนโฮ ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เสียใจ และยอมรับการตัดสินใจของยุนโฮให้ได้

"ซาตาคุ้มครอง"

#34 By Natty (219.160.137.123) on 2007-08-19 00:18

อ่ายุน

ไหนตอนแรกบอกว่ารักแจนักหนาไง

แล้วนี่จะมาทิ้งแจนี่นะ!!!!

ไม่ยอมอ่ะยุน สงสารแจมาก สงสารวงแก และสงสารแก เฮ้ออออ

จารอตอนต่อไปค่า

#35 By princessprimmie on 2007-08-19 00:21

...เอิ๊กกกกกกกกกกกกก



>< คุณตองอัพแล้วววววววววว
/me กระโจนกอดคุณตองงงงงงง





เหอๆๆๆๆๆๆๆ
นี่คือการตัดสินใจของยูโนสินะ
อิคู้ไม่ขัดใจ
แต่อิคู้จะขัดขา (เอ๊ะ อินี่ - -")
เหตุผลในการตัดสินใจทำอะไรของคนเราต่างกันจริงๆค่ะ เหอๆๆๆๆๆ
และมันก็ยากที่จะให้อะไรๆลงล็อคตามที่เราต้องการ
หรือให้มันไม่สร้างบาดแผลให้กับใครเลย
.....
อุบ๊ะ...
ทำไมอิคู้รู้สึกว่าเป็นกำลังใจให้อิพ่อ
กรี๊ดดดดดดดด
คงเพราะคู้เคารพในการตัดสินใจมั้งค่ะ อ่ะเหอๆๆๆๆๆๆ
แต่ขอขัดขาอิพ่อก่อนอิพ่อจะไป
ทำทูนหัวของอิคู้ร่ำไห้
สักทีเถอะ พ่อเมิง
เอิ๊กกกกกก


สำหรับความรู้สึกของแจจุง
คู้อ่านแล้วอินคร่า~~~~~~~ เอิ๊กกกกกกกกก
เหมือนเป็นความเสียใจจากการถูกหักหลังทางความรู้สึก อืมมมมมมม
เอิ๊กกก แต่ขนาดความคิดยังต่างกัน วิถีทางเดินของแต่ละคนก็ต้องมีแบบของตัวเอง
การทำสิ่งที่ปรารถนาให้เป็น "ความฝันของเรา" ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ยองอุงก้าวข้ามความยากมากขั้นนั้นมาแล้ว
เป็นอิคู้ อิคู้ก็เสียใจ เอิ๊กกกกกกกกก
แต่ทางเลือกมันก็ไม่ได้มีทางเดียว
สู้ต่อไปนะคะ ทูนหัว เหอๆๆๆๆๆๆ



รอลุ้นเรื่องราวต่อไปก๊ะ ><
เป็นกำลังใจให้คุณตองนะคะ สู้ๆ
ดูแลสุขภาพกายและจิตด้วยคร่า


สงสาร เหนใจ ปวดร้าว

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
พ่อหมี ปล่อยให้ลูกเดินตามทางที่ฝันเถอะ...

เม้นยาวๆมะเปน แง่มๆ..

รุ้แต่ว่า... อ่านแล้วแบบ รอตอนต่อไปอย่างตั้งใจเลยทีเดียว

#37 By Z-rebrum on 2007-08-19 02:38

เศร้าอ่ะ เหมือนที่เฝ้าทำมาทั้งหมดมันไร้ค่าเลย.....
สงสารทั้งคู่เลยอ่ะ
พี่ตองใจร้าย

#38 By คิมแชยอน on 2007-08-19 10:09

เอามีดมาปาดคอกันเลยดีมั้ย..ตองก้า

คนบางคนมีอะไรมากมายให้ต้องเลือก

คนบางคน..ไม่มีแม้สักอยางให้เลือกเลย

เราพร่ำบอกให้คนอื่นเดินไปข้างหน้า..

ในขณะที่เราเองยังก้าวขาออกไปไม่ได้

เราพร่ำบอกให้คนอื่นไปให้ถึงฝัน

ในขณะที่เราทำได้แค่เฝ่ามอง..

พระเจ้าไม่เคยให้อะไรโดยไม่มีข้อแม้..

ความฝันของแจจุง คือ ยุนโฮ

ความฝันของยุนโฮ คือ นักดนตรี
หรือความฝันของยุนโฮคือไม่ทำให้พ่อเสียใจ

เห็นมั้ย..พระเจ้าให้เราเลือกเสมอ..

..........................................
มองดูแจจุงแล้วเศร้าจัง..
มือนึงหยิบได้ถึงความฝัน..
แต่อีกมือนึงก็กำลังคลายความฝันออกไป..

ไม่อยากเดาว่าทั้งสองคนจะเป็นยังไง
แต่เราไม่ชอบความเศร้าเท่าไหร่นัก

............อย่าลงเอยด้วยความเศร้าก็แล้วกันนะ..ขอร้อง

#39 By เลิฟ... (124.120.50.110) on 2007-08-19 13:25

อ่านทั้งน้ำตาอ่ะ เจ็บที่ในอกมากเลย
สงสารทั้งหมด ทางออกจะเป็นแบบไหนอย่าให้เศร้ากว่านี้เลยนะ คุณตอง
มาอัพเร็ว ๆ นะคะ เข้ามาดูทุกวันเลยค่ะ
อย่าให้ยุนทิ้งแจเลยนะ

#40 By yj (124.121.220.249) on 2007-08-19 14:40

ว่าแล้ว พอยุนแจหวาน ก็ต้องเศร้าได้อีก

สงสารทั้งยุนโฮแล้วก็แจจุงจริงๆเลย เฮ้ออออ

เศร้าได้ที่ มาต่อเร็วๆเน้ อย่าลืมคิดเรื่องรวมเล่มนะคะ ฮ่าๆๆๆ

#41 By Franc (124.121.128.132) on 2007-08-19 18:04

ไร้ฝันหรอ เลือกที่จะทิ้งฝันเองหรือเปล่า
เลือกที่จะทำตามฝันของพ่อ โดนการทิ้งฝันของตัวเอง

แล้วพ่อยอมให้ทำแบบนั้นหรอ ในเมื่อพ่อก็รักยุนโฮเกินกว่าที่จะบังคับลูก
แล้วถ้ารู้ว่าลูกไม่ได้ต้องการแบบนั้น จะให้ลูกไปจริงๆหรอ
หรือมันเป็นความต้องการของยุนโฮที่อยากทำเพื่อพ่อบ้าง

จะไปเรียนต่อที่เยอรมัน ไปเรียนต่อเพื่อพ่อ
แล้วรักครั้งนี้ล่ะ จะทิ้งแจจุงไว้จริงๆหรอ ทิ้งทั้งรักทั้งฝัน

บางครั้งคนเราก็ทำตามความต้องการของตัวเองไม่ได้เสมอไปสินะ

ในวันที่แจจุงมั่นใจในความรู้สึกตัวเอง ในวันที่พูดออกไปเต็มปากเต็มคำว่ารักยุนโฮ
แต่วันนั้นกลับเป็นวันที่ดูยุนโฮจะลำบากใจที่จะฟังมากที่สุด
เพราะมีเรื่องที่ลำบากใจที่จะบอกเช่นกัน ความรักกำลังจะไปได้สวยแล้วแท้ๆ
แต่ก็อย่างว่าสินะ ไม่มีอะไรได้มาโดยง่ายดาย

ฉากตอนที่ยุนโฮเดินเข้าไปบอกนี่บีบอารมณ์มาก
การที่ต้องเลิกทำในสิ่งที่รักเป็นเรื่องที่ยาก
และการทำใจให้ยอมรับมันก็เรื่องที่ยากยิ่งกว่า

เป็นการบอกยุบวงที่ลึกซึ้งที่สุดตั้งแต่เคยเจอมา
คำว่ามิตรภาพและครอบครัวมันช่างยิ่งใหญ่นัก

ชอบตอนเยอินตะโกนกรี๊ดให้ชางมินอ่ะ
ตอนแรกยังตะโกนบอกรัพี่เซย์เฟอร์อยู่เลย
พอรู้ว่าเป็นน้องมินล่ะบอกรักน้องมินขึ้นมาทันที
แบบนี้ไปโรงเรียนจะเป็นไงนะ จะแอบมีสวีทวี๊ดวี๊วกันป่ะเนี่ย อิอิ
ดูเธอจะมีอิทธิพลต่อชางมินมากมาย

รักตองก้าเสมอ
เฮือก อ่านตอนนี้แล้วบอกได้คำเดียวว่า ช็อค และเศร้าที่สุดเท่าที่อ่านเรื่องนี้มา ตอนที่เรื่องของจุนซูกับฮัวหลางแล้วก็ยูชอน นั่นว่าเศร้าแล้ว ของยุนโฮนี่เศร้ายิ่งกว่า พ่อกับความฝันแล้วก็คนรัก บางทีมันก็ยากที่จะเลือกจริงๆนะ

ปล.รออ่านตอนต่อไป มันจะเป็นยังไงก็จะอ่าน

#43 By MJ (58.8.141.11) on 2007-08-19 20:47

TT___________TT

ยังเศร้าได้อกีค่ะ T T

อนาคต หรือ คนสำคัญ

นะ จุงยุนโฮ ...

คิดดีๆนะ หมีโง่

#44 By Eternally*JJ (202.44.8.100 /10.7.2.137) on 2007-08-19 21:17

อ่า สำเร็จแล้วนะแจจุงในที่สุดก็ชนะแล้ว
แต่ทำไมหมียนทำแบบนี้หล่ะ
นายจะทิ้งดนตรีและคนรัก เพียงเพื่อการเรียนเชียวรึ
ลองใหม่อีกครั้งสิหมี อย่าทิ้งกันแบบเน้T[]T!
แต่ถูกใจแม่เยจินคนสวยกะประโยคเด็ดของพี่ยองเจจริงๆ=w=b
จะรอตอนต่อไปด้วยใจจดจ่อเช่นเคยคะ^^

#45 By momochan on 2007-08-19 22:58

...คิดถูก...ที่คืนนี้นอนไม่หลับ

ทำให้กระสับกระส่ายอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆกับแอร์เย็นฉ่ำในห้องที่มีเพียงแสงไฟทางหน้าต่างเล็ดลอดมาเท่านั้น

ทำให้ต้องเดินมาเช็คการดาวโหลดcbที่คอมพิวเตอร์

...และพบว่ามันไม่วิ่งเลย...

เหนื่อยใจกับการวิ่งด้วยความทยานสูงของcbจึงตัดสินใจเปิดดูฟิคเรื่องโปรด...

และแล้วพี่ตองก้อไม่เคยทำให้คนคนนี้พบกับคำว่า"ผิดหวัง"

สะใจจิงๆกับน้ำตาที่เสียไป...

ยองอุง ... ผู้ไม่เคยละความพยายามในความตะเกียดตะกายเพื่อจะมองเห็นแสงตะวันบนท้องฟ้า

ยูโน ... ผู้ที่อยู่ใต้ธะรณีแต่ก็ยังมีแสงแดดส่องถึง

แจจุง ... ผู้ที่พยายามที่จะทำทุกๆอย่างที่จะได้อยู่บนพื้นที่เดียวกันกับคนที่ตัวเองรักและปลาบปลื้ม

และยุนโฮ ... คนที่แพ้น้ำตาของพ่อ และต้องยอมพ่ายแพ้กับสิ่งที่ตัวเองรักและเป็นตัวตนของตัวเองทั้งชีวิต มันจะเป็นอะไรที่ดีกว่านี้ ... ถ้ายุนโฮจะลองที่จะพยายามดูบ้าง
.
.
.
ไม่ใช่ตัดสินใจเลิกเล่นโดยที่ยังไม่ลองทำอะไรซักอย่าง

ยอมให้แจจุงเสียน้ำตาเพราะตัวเองเรอะ?

ไอ้โง่~*

ถ้าคิดจะทำแบบนี้... เอามีดมาปาดคอแจจุงลเยไม่ดีกว่าหรอคะ..ยุนโฮ

ปล. ถ้าทำอย่างงี้ ไม่ต้องปาดคอแจจุงหรอก ปาดคอเราด้วยเถอะค่ะ!!!

ปล2. ตอนนี้เครียดสะใจมาก
ปล3. ค่อยยังชั่วบ้างที่มียูซูทำให้หายใจทั่วท้อง... และเพื่อนสาวของชางมินที่แจ่มสุดๆ 555+

#46 By aye's (125.25.73.30) on 2007-08-20 02:56

อ๊า-------------

**ร้องไห้ตามแจจุง**

แอบอึดอัดสับสนแทนยุน ทั้งสองอย่างมันไม่ควรจะเป็นสิ่งที่ต้องเลือกเลยจริงๆน้า

จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ขออนุญาตไปซับน้ำตาก่อน อะฮึกๆ

#47 By ปูกิ๊ *~*뿌기*~* on 2007-08-20 10:47

แอบน้ำตาซึมตอนยุบวง 55 T______T

โอ๊ยยยยยยย ไม่อยากจะเชื่อ จะยุบหรอ ? ม่ายน๊า~~~~~~~~~~~ T[]T

แจจุ๊งงงงงงง น่าสงสารเป็นที่สุดเลย อร๊ากกก ๆๆ


ยูซู กรี๊ดดดดด แฮปปี้แล้วสิน๊า ^^ เอิ้ว ๆ

ชางมินกะเยอินน่ารักอ่า 5555

รอตอนต่อไปน๊าค๊า *-*






จะแยกวงจริง ๆ น่ะหรอ ? *คอตก*

#48 By DAZZLE`♥ YS ! (203.113.67.103) on 2007-08-20 14:35

ไม่รู้จะเม้นท์อะไร จริง ๆนะ
แต่อ่านแล้วกลับจมไปกับอดีตส่วนตัว
ตอนกำลังคลังร็อก 55+
ทุกอย่างมันดูมีชีวิตชีวามากในช่วงนั้นนะ
บอกตรง ๆ ทำใจให้อ่านถึงตอนจบ
ยังไม่ได้
กร๊าก..........
มันบีบใจตัวเองชอบกล
ข้อแป๊ะไว้ก่อนนะ

แต่กลับมาอ่านแน่นอน

อยากซึมซับเรื่อง
โดยไม่อิงประสบการณ์ส่วนตัวอะ

บางครั้งคนเราต้องยอมได้อย่างเสียอย่าง
แม้สิ่งที่ต้องปล่อยไปอาจเป็นสิ่งที่รักมากมาย...ก็ตาม
รู้สึกอินกะอิยุนเป็นพิเศษ

ขอโทษทีนะ อ่านให้จบตอนนี้ยังไม่ได้
แล้วจะกลับมาอ่านใหม่เน้

ปล.เพลงที่เปิดคลออยู่ในบล็อกทำฉานจะครั่งตาย
เค้าชอบอะ อิ อิ

#49 By ^^FlyingBirth^^ on 2007-08-20 18:49

มาอัพแล้ว... เย่

อ่านไปช่วงแรก น้ำตาไหลพรากๆ จะยุบวงจริงเหรอคะพี่เทซก? แต่ก็นะ พี่ก็พูดถูก ต่างคนก็ต่างต้องมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ยังไงก็จะคอยเป็นกำลังใจให้เรื่อยๆนะคะ (อินไปแล้ว)

ช่วงยูซูเนี่ย... โฮกกกก นั่งปลาบปลื้ม หน้าบานเป็นจานดาวเทียม

(ยังอ่านไม่จบ)

เดี๋ยวมาอ่านครึ่งหลังต่อนะคะ ฟิกเรื่องนี้แต่ละตอน หลากหลายอารมณ์ดีจริงๆ

#50 By กิ๊บ* (124.121.225.43) on 2007-08-20 19:34