★ b.leaf ★ View my profile

Lovefurypassionenergy (12)

posted on 21 Jul 2007 11:59 by bleaf-me  in lovefurypassionenergy

Title: Lovefurypassionenergy
Author: * b.leaf *
Pairing: YunJae , YooSu
Starring: Dong Bang Shin Gi (SM Entertainment) , Hwoarang (Namco) , Virgil (Capcom) , Seifer and Reno (Square-Enix) : ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้เป็นเจ้าของตัวละครใดๆ ยกเว้นแต่บทบาทของพวกเขาเท่านั้น จึงขอขอบคุณบริษัทในวงเล็บเจ้าของลิขสิทธิ์ชื่อ สำหรับตัวละครที่มีชื่อปรากฏอยู่ในฟิคชั่นเรื่องนี้ด้วยค่ะ
Genre: AU , Crossover , Romance , Drama
Rating: R / NC-17 ในคำพูดและการกระทำ

 

- - -

 

12.

 

 

“เก่งมากค่ะคุณปาร์ค”
พยาบาลสาวกล่าวเสียงใส ออกท่าทางราวกับกำลังใช้ขนมหลอกล่อเด็กๆ “วันนี้เอาไว้เท่านี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยมาทำกายภาพกันต่อ”
หล่อนยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มนางงามสุดอ่อนหวาน ก่อนขอตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัด กลิ่นสะอาดชวนคลื่นเหียนของอุปกรณ์พยาบาล และสายลมที่พัดเอื่อยโชยเข้ามาทางหน้าต่าง
คล้อยหลังหญิงสาว ยูชอนค่อยๆเอนกายลงบนพื้นเตียง หนุนศีรษะลงกับหมอน ดวงตาคู่สวยกรอกมองผืนเพดานห้องสีขาว  พยายามกระดิกนิ้วตามจังหวะความคิด หากปลายนิ้วกลับไร้ความรู้สึกราวถูกตัดขาดหายไปอย่างสิ้นเชิง
ตลอดเวลาที่กินเดินนอนนั่งอยู่ในโรงพยาบาลอันแสนเงียบเชียบ มีเพียงเสียงลม เสียงใบไม้ นานๆครั้งถึงจะได้ยินเสียงพูดคุยกันของเหล่าผู้ป่วยที่ให้บรรยากาศหดหู่ยังสวนด้านล่างสักที หากช่วงเวลาเหล่านี้ก็ทำให้เขาได้ไตร่ตรองถึงเหตุผลและการกระทำมากมายของกลุ่มคนที่มีหัวใจอันยากจะหยั่งถึง รวมถึงความจริงจากก้นบึ้งในหัวใจของเขาเอง
ครุ่นคิดเรื่องจุนซู เรื่องชองฮวา ยังมีอะไรอีกมากมายเท่าไหร่กันที่เขายังไม่รู้
ยูชอนระลึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งที่เขาได้มีโอกาสถูกรับเชิญไปงานคอนเสิร์ตใหญ่ของกลุ่มนักร้องรุ่นพี่ บทเพลงมากมายที่ได้ฟังยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ทำนองดนตรีที่ชวนให้เขาน้ำตาไหล
I’ll kill you with love…
เพราะเขารักจุนซูจนหูหนวกตาบอด และเพราะเขาไม่ต้องการจะหาเหตุผลมาประกอบในความรักมากล้นที่ตัวเองมี กับจุนซูที่เขาทำเป็นเข้าอกเข้าใจ ซึ่งแท้ที่จริงเขาไม่เคยมองทะลุจนเห็นความปวดร้าวที่เพาะลามดั่งมะเร็งร้ายข้างในคนตัวเล็กด้วยซ้ำ
เขาไม่กล้าแม้แต่จะสารภาพกับตัวเองว่าทุกครั้งที่มองลึกลงไปในดวงตาของจุนซู แล้วเอ่ยอย่างอบอุ่นว่า ‘ฉันเข้าใจ’ เขาไม่เคยรู้สึกยอมรับและเห็นใจใครเลย นอกจากหัวใจของเขาเอง
อ้อมกอดที่เคยมอบให้อย่างเพื่อนที่ดี ไม่มีเลย...ความรู้สึกต้องการปลอบโยน มากไปกว่าความคิดคอยแต่จะตอกย้ำ ‘มองฉันสิ เห็นฉันไหม ฉันที่รักนายเหลือเกิน’
เหตุผลที่เป็นเพียงข้อแก้ตัวชั้นเลิศให้กับตำหนิเล็กๆในหัวใจของเขา เหตุผลที่ไม่ใช่ต้นเหตุของผลลัพธ์ ทว่ามันคือการกระทำบาปบริสุทธิ์ลงไปอย่างไม่ตั้งใจ
เขาเองก็ไม่ต่างอะไรกับจุนซู…
ยูชอนใช้หลังมือเช็ดที่เปลือกตา ยามที่ความอัดอั้นอย่างประหลาด
แล่นรื้นขึ้นมาให้นัยน์ตาร้อนผ่าว แม้จะสามารถหนีพ้นความตายมาได้อย่างหวุดหวิดเป็นครั้งที่สอง แต่ความกลัวก็ยังคงไม่จางหายไปจากใจ เขาทอดกายนอนมองเพดานสีขาวอันว่างเปล่า
คิดไปได้เรื่อยเปื่อย กระทั่งถอนหายใจออกมาแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบใจตัวเองว่า ‘ช่างมันเถอะ’ ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง เหลียวซ้ายแลขวา ก่อนสายตาจะไปสะดุดอยู่ที่สมุดเล่มบางเล่มหนึ่ง เขาเผยยิ้มออกมาอย่างนึกขอบใจ เพราะถึงแม้สวรรค์จะริดคืนแขนของเขาไปข้าง หากก็มอบสมุดเล่มนี้มาให้
มือข้างที่ยังใช้การได้จับดินสอในท่าเก้ๆกังๆไม่ค่อยถนัด บรรจงลากเป็นตัวอักษรขยุกขยุย เนื้อร้องท่อนสุดท้ายสำหรับบทเพลงแรกในชีวิต เพลงซึ่งเขาตั้งใจใช้หัวใจสีทองคำขาวเป็นผู้ขับขานบรรเลง

 ขณะที่เขากำลังแหงนหน้ามองหลังคากรุกระจกใสรูปโดมของห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในแถบชานเมือง ยุนโฮก็สอดฝ่ามือเข้ามากระชับมั่น บนบันไดเลื่อนซึ่งค่อยๆเคลื่อนสายพานลำเลียงลูกค้าที่มีอยู่เพียงบางตาขึ้นไปยังชั้นสอง
“เฮ้ย! มากไป มีสิทธิ์อะไรมาจับมือถือแขนไม่ทราบ” ร่างเพรียวสะดุ้ง หันมาแฟ่ดๆ แหวใส่ชายหนุ่มรูปหล่อข้างกายอย่างไม่เกรงใจชาวบ้าน แจจุงทำท่ากระฟัดกระเฟียดหัวเสีย ทว่าดวงตาสีดำคู่สวยเปล่งประกายวาววับกว่าทุกวัน แก้มขาวขับสีชมพูระเรื่อ ผิวพรรณเปล่งปลั่งหอมรัญจวนเย้ายวนไปทั้งกาย
“ทำไมจะจับไม่ได้ ก็นายเป็นแฟนฉัน” รายนี่จงใจโต้เสียงดังฟังชัด
ยุนโฮลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หากแต่ยังกุมมือร่างบางแน่น...เหนียวเป็นหนวดปลาหมึกไม่ยอมปล่อย
“ตั้งแต่เมื่อไหร่” คนที่เมื่อคืนนอนครางกระเส่าอยู่ใต้ร่างคู่กรณีเถียงไม่ลดละ
“เมื่อคืน” ยุนโฮแสร้งเบิกดวงตากว้างๆไร้เดียงสา ทั้งที่จริงหางกำลังกระดิกเริงร่า ตอบเสียงดังกว่าเดิมว่า “นายบอกว่ารักฉัน ตอนที่เรากำลัง…”
ประโยคอันตรายยังไม่ทันหลุดออกมาจากปากจนครบกระบวนความ แจจุงกลับตาลีตาลานพุ่งมือมาอุดปากที่ขยับไม่ยอมหยุดของยุนโฮไว้เสียก่อน เล่นเอาใจหายใจคว่ำ เลือดในกายสูบฉีดแรงจนข้างในอกซ้ายรู้สึกได้
มือกีต้าร์สุดฮ็อตคลี่ริมฝีปากเผยรอยยิ้มอบอุ่น นัยน์ตาสดใส เขาจ้องลึกลงไปในลูกแก้วสีนิลที่เขาหลงรัก ก่อนรวบมือเรียวบางอันแสนละเอียดนุ่มมากุมไว้ เสียงทุ้มห้าวเอ่ยหนักแน่น แต่ไม่บีบคั้น
“คบกันนะ...เป็นแฟนกัน”
“.......................”
คนถูกอ้อนวอนไม่ตอบ หากรู้สึกได้ว่าใบหน้ากำลังร้อนผ่าว เขากัดริมฝีปากกลั้นรอยยิ้มและความสุขที่จู่ๆ ก็ทะลักทะลายออกมาจนล้นใจ พยายามสั่งตัวเองให้ดึงมือออกจากการเกาะกุม ทว่าตรงกันข้าม...แจจุงเกี่ยวปลายนิ้วเข้ากับยุนโฮ ประสานฝ่ามือ กระชับแนบแน่นยิ่งขึ้น
เขายิ้มออกมา ทั้งดวงตา ทั้งหัวใจ ยิ้มกว้างจนตาหยี เมื่อยุนโฮโอบแขนกอดคอแล้วเคลียศีรษะเข้าหากัน
พายุแห่งห้วงอารมณ์ที่พรั่งพรู คำว่ารักที่เป็นเพียงลมปาก กับแค่การร่วมรักไม่กี่ครั้งชั่วข้ามคืนคงไม่สำคัญมากพอจะสามารถผูกมัดคนอย่างเขาเอาไว้ได้ แจจุงยังไม่เคยกล้าคิดที่จะเสี่ยง
หาก ณ เวลานี้ วินาทีนี้ กลับเป็นยุนโฮที่กำลังส่งมือที่แสนอบอุ่นมั่นคงคู่นั้นมาให้ ทุกครั้งที่เขาล้ม ทุกครั้งที่เขาต้องการใครสักคนคอยเข้าใจ เพราะอะไร...ยุนโฮถึงได้ยืนอยู่ตรงนั้นตลอดมา คอยแบ่งปันความฝัน คอยเดิน
ร่วมทาง คอยสานสายใยบางๆที่จะนำพาไปสู่จุดหมายปลายทางที่หลังขอบฟ้า
ผืนนั้น
ทุกครั้งที่ยุนโฮมองเขา หัวใจที่แสนเหี่ยวเฉาเต้นแรง เร็ว และหนักหน่วง เป็นความรู้สึกที่อยากผลักไสให้ไกลตัวเพราะกลัวว่าทั้งร่างกายและจิตใจจะถูกหลอมรวมเป็นของยุนโฮ ทุกครั้งที่ยุนโฮโอบกอดเขาเอาไว้...ชิดใกล้...จนต้องใช้ลมหายใจเดียวกัน ทุกครั้งที่เขาหลั่งน้ำตา...เผยความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็น แทนที่จะดูถูกถากถาง ยุนโฮกลับใช้บ่ารองรับความเศร้าโศกเสียใจมากมายเหล่านั้น
ที่ผ่านมา...เขากลัวจะต้องพ่ายแพ้...
แต่ตอนนี้ เมื่อได้ไตร่ตรองและตัดสินใจลงไปอย่างเป็นผู้ใหญ่ แจจุงก็กลับค้นเจอคำตอบที่แม้แต่เขาเองยังอายที่จะยอมรับ
เขายอมแพ้...ยอมแพ้ไอ้ผู้ชายครึ่งคนครึ่งจิ้งจอกนี่เข้าแล้วจริงๆ
ท่อนแขนบอบบางโอบเข้ากับเอวหนาของคนข้างกาย ซบศีรษะลงกับไหล่อุ่นๆที่ทำให้เขารู้สึกมั่นใจทุกครั้งที่ได้ซุกกายเข้าหาว่าการเดิมพันครั้งนี้จะไม่ทำให้เขาเสียใจ
แม้สายตาหลายต่อหลายคู่ที่จับจ้องมองมาจะระคนไปด้วยความพิศวงสงสัย แต่เขามองไม่เห็นใครอีกแล้วนอกจากผู้ชายที่ชื่อจองยุนโฮ
“ฉันเกลียดนายชะมัดเลย ยุนโฮ”
“พูดได้พูดไปเถอะ ฉันไม่เชื่อนายหรอก”

นักร้องนำหน้าสวยลืมตาตื่นเต็มที่แล้ว และกำลังขีดๆเขียนๆอะไรบางอย่างลงในกระดาษ เนื้อกายที่ถูกประทับร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้จนทั่วเปลือยท่อนบน ท่อนล่างยังถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยผ้าห่มสีขาวของโรงแรม
ห้องพักของรีสอร์ตเล็กๆในย่านชนบท แม้จะไม่หรูหราระดับห้าดาวแต่ก็ให้ความรู้สึกเงียบสงบและสดชื่นได้ ในความคิดคนอยู่ง่ายกินง่ายเช่นเขา
เช้าวันใหม่หลังจากที่หัวใจถูกปลดโซ่ตรวนออกเบาสบาย ปรอดโปร่งมากเสียจนยากจะยอมปล่อยให้มันผ่านเลยไปโดยไม่เก็บเกี่ยวเอาไว้ในความทรงจำ แจจุงหัวเราะกับตัวเองเบาๆ เมื่อนึกย้อนไปถึงใบหน้าของยุนโฮที่ร้องกระจองงอแง ทำอย่างกับว่าหากไม่ได้แอ้มเขาเมื่อคืนนั้นคงหัวใจขาดรอน
ร่างบางโน้มกายลงจุมพิตเขาเบาๆที่แก้มตอบกำลังพอดี รับกับ
โหนกแก้มสูงนูนกระชับ ยุนโฮที่นอนตื่นสายหลับสนิทลึกไม่สนใจเสียงนกร้องและอากาศดีๆ ในยามเช้า
แจจุงยอมรับว่าในตอนนี้เขามีความสุขเกินบรรยาย ความไม่สบายใจที่เคยสุมอกคลี่คลายหายไปหมด เมื่อความเดียวดายที่เคยพบเจอมาแทบจะทั้งชีวิตถูกเติมเต็มด้วยคำว่า ‘รัก’ สิ่งที่เขาไม่เคยคิดฝันว่าสักวันจะได้ครอบครอง
เขาอยู่ใกล้ชิดยุนโฮไม่ยอมห่าง ทำรักกันหลายต่อหลายครั้ง รักกันทุกเวลา ทุกนาที ยุนโฮบอกเขาว่าอยากจะทำแบบนี้ด้วยกันไปจนตาย
และเมื่อแรกของวันที่เปลือกตาของเขากระพริบเปิด คนแรกที่พบเจอก็คือยุนโฮ
ความฝัน และจุดมุ่งหมายอันใหม่ของเขา...
กระเป๋ากีต้าร์ของยุนโฮถูกเปิดอ้าเอาไว้ ส่วนของสวยๆคุณภาพดี แถมแพงแสนแพง กำลังนอนตะแคงข้างอยู่ในอ้อมกอดของแจจุง นิ้วเรียวดีดเส้นสายสีเงินวาววับไล่เสียงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเป็นสุข
เนื้อเพลงสั้นๆปรากฏอยู่บนเนื้อกระดาษ ใช้เวลาไม่นานใน
การเรียบเรียงขึ้นจากท่วงทำนองของหัวใจ
เวอร์สวัน...คอรัส...ซ้ำเวอร์สวัน...คอรัส...บริดจ์...และคอรัสอีกสองครั้ง...
เท่านี้ก็ไพเราะเพียงพอ แม้ความหมายจะไม่ลึกซึ้งอะไรมากและซ้ำ
ท่อนเดิมหลายครั้ง แต่มันก็สามารถบรรยายความรู้สึกของเขาได้มากเกินพอสำหรับความฝันและปลายทางสว่างไสวที่เปล่งประกายขึ้นใหม่
เพลงรักเพลงแรกที่เขาแต่ง ไม่ใช่เพลงสำหรับการประกวด แต่เป็นเพลงของยุนโฮ แจจุงจรดปลายดินสอ ก่อนลากเป็นตัวเขียนภาษาอังกฤษที่
หัวกระดาษ...
‘U (Already) Know’

เสียงกริ่งร้องบอกเวลาเปลี่ยนคาบเรียน ไม่ได้ช่วยให้ความวุ่นวายในห้องเรียนด้านในสุด บนชั้นสี่ของตึกเก่าๆสงบลงได้ เพราะเด็กๆต่างรู้ดีอยู่ว่าอาจารย์สุดเฮี๊ยบมีสภาพร่างกายไม่พร้อมสอนในวันนี้
ท่ามกลางบรรยากาศแสนชุลมุนยามบ่ายใกล้เวลากลับบ้าน บอกได้ถึงช่วงวัยที่สดใสและพลังงานอันเหลือเฟือของกลุ่มเด็กวัยรุ่น แปรงลบกระดานขนาดเหมาะมือร่อนกระทบพื้นกระดานดำลั่นเสียงดังปัง ก่อนฝุ่นขาวๆจะลอยโขมงตลบอบอวลไปทั่วห้อง เด็กหนุ่มสาวพูดคุยข้ามหัวกันระเบ็งเซ็งแซ่ ถกกันเรื่องฟุตบอลนัดเดือดที่กำลังจะระเบิดศึกค่ำคืนนี้ บ้างวิจารณ์ข่าวซุบซิบดารา
ในชณะที่ชางมินซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะเรียนส่วนกลางค่อนไปทางด้านหลังห้อง กำลังก้มหน้าก้มตาเพ่งสมาธิทั้งหมดลงไปยังหนังสือการ์ตูนผู้ชายซึ่งเพื่อนให้ยืมมา และกำหนดเดธไลน์ว่าต้องคืนให้ทันก่อนกลับบ้านเย็นนี้อย่างขมีขมันนั้น เสียงสูงปรี๊ดเสียดเพดานก็แผดเรียกชื่อเขาจากหลังห้อง
“ชางมิ๊น”
ความถี่เสียงระดับโซปราโนเสียดกระแทกเข้ามาในรูหูจนชางมินสะดุ้งเฮือก เด็กหนุ่มโคลงศีรษะ พลางถอนหายใจโล่งอก ยามเมื่อเห็นเพื่อนสาวร่วมชั้นซอยฝีเท้าถี่ๆ ตรงเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสนิทอีกสี่ห้าคน หาได้ใช่
นางปีศาจร้ายซึ่งกำลังหมายชีวิตพระเอกเหมือนในการ์ตูนที่กำลังอ่านไม่
เด็กหนุ่มร่างสูงเอามือป้องหู นิ่วหน้าไม่สบอารมณ์ หากแต่ยังไม่ทันได้ขยับปากพูดอะไร แม่สาวมินิสเกิร์ตที่บัญญัตินิคเนมให้ตัวเองจนเพื่อนๆ จำเป็นต้องเรียกตามว่า ‘เยอิน’ ก็ยื่นภาพถ่ายใบหนึ่งให้ พร้อมยิงคำถาม
“ชางมิน คนในรูปนี่น่ะ นายใช่ไหม”
คนถูกถามคอแทบย่น รู้สึกว่าตัวโตๆของตนหดเหลือสั้นสองนิ้ว เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางสายตาแดงๆแกมอาฆาต ส่งรังสีร้อนผ่าวตรงมาแผดเผาอย่างไม่ปราณีปราศรัย
ชางมินค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปตรวจสอบของกลางชิ้นนั้นอย่างกลัวๆกล้าๆ สมองที่เคยฉลาดเฉลียวประมวลไม่ทันถึงเรื่องที่พวกสาวๆกำลังหยิบยกมาเป็นประเด็นในการพิฆาตเขาให้แหลกล่มจมดิน
สิ่งแรกที่ปรากฏต่อหน้าสายตาอันพร่ามัวของเขาคือผู้ชายผมสีส้ม ใบหน้าขาวผ่องลอยเด่นออกมาจากรูปเพราะยืนอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง ชางมินใช้หลังมือขยี้เปลือกตาอันเมื่อยล้าจากการอ่านของเขา ก่อนเบิกดวงตาคมเข้มคู่นั้นขึ้นมองใหม่
“รูปอะไรวะ” เด็กหนุ่มพึมพำได้เพียงเท่านั้น ก่อนหน้าจะถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเขากล่าว “เฮ้ย พวกเธอไปเอารูปนี้มาจากไหนเนี่ย”
“จะมาจากไหนล่ะยะ ก็เว็บแฟนคลับดิโอเมเดสน่ะสิ” เยอินกระแทกเสียง หล่อนเบ้กลีบปากสีชมพูมันวาวนั้นอย่างเอาแต่ใจ บวกหมันไส้สุดฤทธิ์กับท่าทางไขสือของเพื่อนตัวสูง “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะชางมิน นายไปถ่ายรูปกับพี่ไซเฟอร์ของฉันได้ยังไง”
“พี่เวอร์จิลของฉันด้วย”
“ส่วนเรโนน่ะของฉัน”
“พี่ยูโนก็ของฉันย่ะ”
“และพี่ฮัวหลาง...ของฉัน!”
ชางมินได้แต่อึ้ง ทั้งทึ่ง ทั้งเสียวสันหลังวาบในเวลาเดียวกัน มองรูปที่เจ้าหล่อนใช้มือขาวๆโบกไปมาอยู่ตรงหน้า สลับกับกลุ่มเพื่อนสาวที่เคยเห็นแม่เจ้าประคุณทั้งห้าร้องวี้ดๆกรี๊ดบอยแบนด์กันแทบคลั่งแล้วยิ่งแปลกใจจนอดถามไม่ได้ “พวกเธอฟังเพลงใต้ดินกันด้วยเหรอ”
“ไม่ได้ฟังหรอก” เยอิน ตัวแทนกลุ่มตอบเสียงดังฟังชัด ยกคอเสียสูงไม่หลุดคอนเซ็พท์ สวย เริด เชิด หยิ่ง “ก็เพิ่งมารู้จักจากโฆษณาทีวีนั่นแหละ หล่ออ่ะ ชอบ”
“อ้อ...ตามกระแส เขามีอะไรให้ดูอีกตั้งเยอะ ดันชอบเพราะหล่อได้เนี่ย”
“เพราะงั้นฉันถึงไม่ชอบนายไง ไอ้คนไม่หล่อแถมสวนกระแส อย่าเปลี่ยนเรื่องเลยชางมิน ตอบมาเดี๋ยวนี้นะว่าทำไมนายถึงได้ถ่ายรูปกับดิโอเมเดสแบบนี้”
หนุ่มแว่นหน้าใสได้ทีก็เถือกไป ชางมินใช้สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด หลังจากถามหยั่งเชิงไปแล้วประมาณหนึ่ง อย่างน้อยก็มั่นใจว่าเพื่อนร่วมชั้นคงไม่รับรู้อะไรไปมากกว่าที่เห็นอยู่ตอนนี้
ถึงเยอินจะไม่ใช่อารมณ์ ‘เพื่อนสนิท’ ของเขาแต่ประการใด เพราะตั้งแต่เรียนในโรงเรียนนี้มา ชางมินไม่เคยถูกตาต้องใจใครเลยนอกเสียจาก
ครูสาวฝึกสอนวิชาสุขศึกษาตอนปีสอง ผู้ที่ทำให้เขาได้รู้จักกับวิธีการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกหลัก หากแต่เยอินนั้นเรียกได้ว่าเป็นนางในฝันของหนุ่มๆ ทั้งโรงเรียน หล่อนน่ารัก สวยใส คุยเก่ง คล่องแคล่วไปทุกเรื่อง ไม่ว่าใครก็ต้องใจเต้นทั้งนั้นถ้ามีโอกาสได้อยู่ใกล้
เทียบกับเยอินคนดัง ตัวเขาเปรียบเสมือนฝุ่นไรเล็กๆที่ปลิวว่อนอยู่ในสนามบอล จริงอยู่ที่ใครๆก็ต่างรู้จักชื่อชิมชางมิน นักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่นมาตลอดสามปีการศึกษาซ้อนในโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ แต่เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครสนใจที่จะจดจำใบหน้าแข็งเป็นหินไม่มีเสน่ห์ของเขาได้ แม้แต่คุณครูที่ปรึกษาเองก็เถอะ ทุกครั้งที่ถึงคาบโฮมรูม ท่านไม่เคยถามไถ่หรือแนะนำอะไรเขาไปมากกว่า ‘ตั้งใจอ่านหนังสือนะ คุณชิม’ โดยที่ยังไม่ทันมองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นเรื่องที่ชางมินมีความสนอกสนใจทางด้านดนตรี และเป็นหนึ่งในสมาชิกวงร็อคใต้ดิน จึงถูกเก็บงำไว้เป็นความลับซึ่งไม่เคยแพร่งพรายออกไปให้ใครรับรู้ แน่นอนล่ะว่าเพราะอะไร....ถึงวันนั้นเขาคงไม่ได้รับอนุญาตให้กระดิกตัวไปทางไหนนอกจากห้องสมุดโรงเรียน!
“เอ่อ...พอดีว่าลูกพี่ลูกน้องมีเส้นน่ะ เลยพาไปคอนเสิร์ตครบรอบสี่ปี”
“จริงดิ!” เยอินอุทาน หันไปดี๊ด๊ากับเพื่อนข้างกาย ดวงตาหวานฉ่ำของหล่อนเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที “คราวหน้าอย่าลืมพาพวกฉันไปด้วยนะ
นะ น้า ชางมินสุดหล่อน้า...ฉันชอบพี่ไซเฟอร์มือกลองที่หล่อกว่านายนิดนึงมากๆ เลย”
“จริงใจมาก” ชางมินย่นหน้า กรอกตาไปมา หัวสั่นหัวคลอนไปตามแรงกระตุกของเยอิน ในใจได้แต่คิดหมันไส้ อยากตอกกลับไปสุดใจว่าไม่มีวันเสียหรอก หากแต่เมื่อเหลือบมองใบหน้าหวานใสของสาวน้อยสุดป๊อบแล้วก็ให้
อ่อนใจ
ชางมินได้แต่ไหวไหล่  ไม่ได้ตัดรอนหรือตอบตกลงอะไร
แฟนคลับไซเฟอร์คนนี้น่ารักเกินไปที่จะปฏิเสธจริงๆ

ถึงแม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้อยู่แต่เพียงลำพัง หากยูชอนรู้สึกได้ว่าภายในห้องพักฟื้นเงียบเหงาวังเวงยิ่งกว่า จุนซูที่กำลังนั่งปอกเปลือกผลไม้ด้วยท่าทีไม่ชำนิชำนาญยังไม่พูดกับเขาสักคำตั้งแต่เข้ามา ชางมินนอนอ่านหนังสือนิยายแนวไซไฟอยู่บนโซฟาเฝ้าไข้ ส่วนแจจุงพี่ใหญ่ เอาแต่ยืนเหม่ออยู่ริมหน้าต่างราวกับรอคอยใครสักคน
ยูชอนค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆอย่างไม่ให้ใครทันสังเกตว่าเขากำลังอึดอัดเพียงใด
กระทั่งเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เรียกสติสัมปชัญญะของคนสี่คนที่หลุดลอยไปยังที่ต่างๆกันให้หันไปรวมไว้ ณ จุดเดียว ไม่นาน ประตูสีครีมสะอาดตาบานนั้นก็ถูกผลักให้เปิดออก ชายร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าหล่อแบบเจ้าชาย กับเส้นผมสีเงินเป็นเอกลักษณ์มอบรอยยิ้มละลายใจเข้ามาก่อนตัวเสียอีก
“สวัสดีครับ ขอเข้าไปนะครับ” เทซกทักทายเป็นอันดับแรก ก่อนก้าวเข้ามาในตัวห้อง ตามด้วยยองเจ ยุนโฮ และชองฮวา ในมือถือของเยี่ยมพะรุงพะรัง ห้องทั้งห้องจึงแคบลงไปขนัดตา
ยูชอนยิ้มให้ทุกคนอย่างนึกขอบคุณ ทั้งในแง่ที่กลุ่มนักร้องรุ่นพี่มาเยี่ยมเยียนด้วยมิตรไมตรี และในแง่ที่ช่วยมาขจัดปัดเป่าบรรยากาศมาคุในห้องพักของเขาออกไปด้วย
ชางมินผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมมาช่วยรับของเยี่ยม ส่วนแจจุงจากที่ใบหน้าเคยหม่นหมองไม่สดใสก็กลับเปล่งประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้เจอยุนโฮ คงจะมีแต่จุนซูเท่านั้นที่เอาแต่มองชองฮวาด้วยแววตายากเกินอธิบาย เขายิ้มให้ทุกคน หากแต่ช่างเป็นรอยยิ้มที่แห้งผากไม่สดใสราวกับไม่ใช่จุนซู
“พอดีวันนี้อยู่กันว่างๆเลยถือโอกาสมาเยี่ยม หวังว่าจะไม่เป็นการรบกวนนะครับ” น้ำเสียงนุ่มๆของเทซกอบอุ่นราวกำลังอมยิ้ม
“ไม่เลยครับ ขอบคุณมากๆ ผมจะได้ถือโอกาสขอบคุณพี่เทซกด้วยที่ช่วยเหลือมาตลอด” ยูชอนเอ่ยอย่างจริงใจ
“อ้าว แล้วเรโนล่ะครับ” แจจุงทักขึ้นเมื่อสังเกตเห็น เรียกให้ทุกคนหันมองรอบกายพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“อ๋อ” เป็นเสียงกวนๆของยองเจที่ให้คำตอบ “ช่วงนี้เพลงแนวเร็กเก้ กับร็อคเก๊กำลังมา ไอ้พวกร็อคใต้ดินอย่างเราไม่มีแผ่นดินจะอยู่ เรโนมันเลยหนีออกนอกประเทศไปแล้ว”
ทุกชีวิตติดจะอึ้งๆตามมุกไม่ทัน แต่ก็ไม่สามารถกักกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ได้ ยุนโฮเมื่อเห็นว่าคำพูดของเพื่อนไม่ได้ช่วยไขข้อข้องใจ จึงช่วยเสริมทั้งที่ยังไม่หยุดหัวเราะ “เรโนไปสอบข้อเขียนที่ยูซีแอลเอ”
“โห...”
“อืม อวยพรให้ไอ้เด็กบ้านั่นด้วยแล้วกันนะ”
เสียงหัวเราะดังสะท้อนผนังสีขาว แว่วไปจนถึงด้านนอกทางเดินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คนทั้งแปดพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ถามไถ่
ความเป็นมาเป็นไปราวกับว่าเคยรู้จักกันมาแล้วเป็นสิบๆปี
เทซกทำสีหน้าตกใจเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนที่พี่ใหญ่จะก้มลงควานหาอะไรบางอย่างจากกระเป๋าสะพายของยุนโฮ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมกับแผ่นซีดีสีเงินเกลี้ยงในมือ
“เกือบลืมไป ฉันเอานี่มาฝากยูชอนด้วย ไว้ฟังเวลาเหงาๆ”
สมาชิกอีวิล-โอเวอร์ลอร์ดทุกคนแสดงท่าทีสนอกสนใจอย่างเห็นได้ชัด ผิดจากสมาชิกดิโอเมเดสที่พอเห็นปุ๊บก็ระลึกได้ ปล่อยก๊ากออกมากันทันที
“เพลงใหม่ล่าสุดของพวกเราเลยนะ เพิ่งอัพโหลดขึ้นมายสเปซเมื่อวานสดๆร้อนๆ”
ยูชอนรับแผ่นซีดีนั้นมาผลิกดู เห็นลายปากกาสีแดงเขียนประโยคหนึ่งเอาไว้จึงอ่านออกเสียง “My Mom Is Dead”
งงเต้ก...
“เฮ้ย อย่ามองอย่างนั้น แม่ฉันยังไม่ตาย” เทซกรีบโบกมือโบกไม้ปฏิเสธ ก่อนชี้ไปทางชองฮวาซึ่งยืนเงียบอยู่นานพักใหญ่ “โน่น คนแต่งเพลง ที่เห็นมันยืนเก๊กไม่พูดไม่จาเนี่ย ไม่ใช่มันไม่อยากพูดนะ แต่สูญเสียพลังงานไปมากจากการแหกปาก ‘แม่ผมตายแล้ว แม่ผมตายแล้ว’ อยู่เกือบสามเดือน มันเลยเจ็บคอ” หนุ่มหล่อราดน้ำมันก๊าซจุดไฟเผาเพื่อนรุ่นน้อง พลางออกท่าทางประกอบ
“เปล่าเจ็บซักหน่อย” ชองฮวาเถียง หากไม่วายหัวเราะตาม ทุกคนต่างมีสีหน้าระคนความสุขอย่างล้นเหลือ ไม่เว้นแต่จุนซูที่พอเห็นชองฮวายิ้มเขาก็พลอยยิ้มไปด้วย
บ่ายแก่ๆ สมาชิกดิโอเมเดสทั้งสี่ก็ขอตัวกลับไปพร้อมกับแจจุง ด้วยต่างก็สัมผัสได้กับบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างยุนโฮกับแจจุง ก่อนกล่าวคำอำลากัน ชองฮวาจึงเอ่ยทิ้งท้ายไว้ลับหลังคนสองคนที่โอบคอพากันเดินนำออกไป
“เห็นทีจะได้คู่ขวัญคู่ใหม่มาแข่งกับมิกกี้-ซีอาซะแล้ว”
ชางมินหัวเราะชอบอกชอบใจ ผิดจากมิกกี้และซีอาตัวจริงที่หันมองกันเลิกลั่ก
ชองฮวาจุดรอยยิ้มที่มุมปาก ใบหน้าหล่อเหลาแลดูครุ่นคิด หากแววตาว่างเปล่าเกินเข้าใจ เขามองจุนซูสลับกับยูชอน อ้าปากเหมือนกำลังจะพูดอะไร แต่กลับยักไหล่ กลืนถ้อยคำเหล่านั้นลงไปโดยไม่เอ่ยออกมา
“ดูเอาเถอะ เขาคุยกับทุกคนแต่ไม่พูดกับฉันซักคำ” จุนซูกล่าวลอยๆ หลังจากชองฮวาเดินลับสายตาไปเบื้องหลังประตูบานนั้น
“แล้วนายล่ะ พูดกับใครซักคำหรือยัง” ยูชอนย้อนโดยที่ไม่มองหน้า ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาพิจารณาแผ่นซีดีในมือต่อไป โดยไม่ใส่ใจอาการฮึดฮัดเคืองใจของคิมจุนซู

รุ่งเช้าของอีกวัน ยูชอนก็จำต้องกลับมาอยู่อย่างเดียวดายอีกครั้ง หลังจากชางมินผู้อาสาเฝ้าไข้ได้เวลาไปเรียนตามปกติ
แจจุงไม่มาเยี่ยมเขาวันนี้เพราะติดงานที่ร้านขายซีดี ส่วนจุนซู...คนเป็นพี่ชายในไส้เล่าให้ฟังว่ารายนั้นเอาแต่หมกตัวอยู่กับบ้าน นอนเป็นเวลานานๆ และตื่นสาย งานบ้านไม่แตะ โทรทัศน์ไม่ดู ไม่อยากรับรู้ข่าวสารใดๆเหมือนที่เคยเป็น
เมื่อเป็นเช่นนั้น ยูชอนรู้ดีว่าวันนี้เขาต้องทนต่อสู้อยู่กับความเบื่อหน่ายแต่เพียงลำพังในห้องแคบๆห้องเดิมห้องนี้ จนกว่าชางมินจะเลิกเรียนและกลับมาเฝ้าไข้เขาในช่วงหัวค่ำ
หลังจากฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ และเข้ารับการทำกายภาพบำบัดไปได้สักระยะ หากแขนข้างที่เจ็บก็ยังไร้เรี่ยวแรงและความรู้สึก ในเมื่อมันเป็นแขนข้างถนัดของเขา ยูชอนจึงสังหรณ์ได้และคงต้องทำใจยอมรับหากมันจะไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม
สายลมที่พัดหอบเอาไอเย็นและกลิ่นฝนมาด้วยชวนให้รู้สึกวังเวงอ้างว้าง ถึงเขาจะทำใจได้เรื่องแขนข้างที่เสียไปนั้นก็ตาม ทว่าบทเพลงที่สู้อุตส่าห์ตั้งอกตั้งใจรวบรวมความรู้สึกแล้วเขียนขึ้นมาใหม่นั้น คงน่าเสียดายหากจุนซูจะไม่มีวันรับรู้ถึงความรู้สึกในใจเขา
ประตูห้องพยาบาลถูกเคาะจากทางด้านนอก ยูชอนแปลกใจนิดหน่อยที่ผู้มาเยือนคือชองฮวา เมื่อชายหนุ่มผมสีส้มสะดุดตาผลักประตูแล้วเดินหล่อ
เข้ามาพร้อมกับกีต้าร์โปร่งตัวสวย เจ้าของห้องจึงไม่ลังเลที่จะมอบรอยยิ้มต้อนรับ
“สวัสดีครับ” ยูชอนกล่าว ตะกุกตะกักไม่เป็นธรรมชาติเนื่องจากไม่รู้จะสรรคำสรรพนามใดมาใช้เรียก
“ไปไงมาไงครับเนี่ย” เขาถามเมื่อสังเกตเห็นว่านักร้องหนุ่มมาคนเดียวเพียงลำพัง
ชองฮวายิ้มบางๆให้ ไม่ได้ใส่ใจจะตอบคำถาม เขาจัดการลากเก้าอี้ตัวที่ว่างมาไว้ข้างเตียง ก่อนทรุดตัวลงนั่ง แล้วอุ้มกระชับกีต้าร์ตัวนั้นเอาไว้
“พอดีแวะเอากีต้าร์มาให้” ตอบเสียงเรียบ พลางดีดเช็คเสียงกีต้าร์
ไปพลาง
“ให้ผมงั้นหรือครับ”
“กีต้าร์ตัวนี้น่ะเป็นกีต้าร์ตัวแรกของจุนซู ตอนเลิกกันโดนโยนทิ้ง ลอยเท้งเต้งอยู่ในน้ำตั้งสามวัน สุดท้ายฉันทนไม่ได้ต้องไปงมเก็บมาใหม่” เขาเล่า
มือบิดจูนเนอร์สองสามครั้งจนคิดว่าเสียงเพราะแล้วจึงจับมันวางพิงไว้กับพนังใกล้ๆ ชองฮวาสบตายูชอนก่อนยิ้มอีกครั้ง “นายแต่งเพลงอยู่ไม่ใช่เหรอ จะแต่งเพลงก็ต้องใช้กีต้าร์สิ นี่...ฉันวางไว้ตรงนี้ ลุกจากเตียง แล้วเดินมาเอาไป นายไม่มีวันรู้หรอกว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างจนกว่าจะลงมือทำ”
แม้จะไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพราะอะไร หากยูชอนกลับเผยยิ้มกว้างออกมา เขามองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกชื่นชมเหลือเกิน ทั้งๆที่ชองฮวาก็เป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะกินเดินนอนนั่ง จะพูดจะจา จะร้องเพลงเล่นดนตรี ชายหนุ่มคนนี้ก็ดีก็เท่พร้อมสรรพไปเสียทุกด้าน ทั้งรูปร่างหน้าตา ความสามารถ และความคิด
“นายน่ะ ทั้งกล้าทั้งบ้าสุดๆเลยรู้ตัวไหม” ชองฮวาพูด ดวงตาสีน้ำตาลยิ่งอ่อนสียามเมื่อมันสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามเช้าจนแลดูคล้ายสีอำพัน “ฉันเกือบคิดว่านายเจ๋งอยู่แล้วเชียว ติดอยู่ตรงไม่รักตัวเองเอาซะเลย”
“ผมน่ะหรือกล้า” ยูชอนเหยียดยิ้ม เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ราวกับกำลังเย้ยหยันการกระทำของตน “คุณไม่รู้หรอกครับว่าตอนนั้นผมกลัวแค่ไหน”
“แล้วทำทำไม”
“กับครั้งแรก บนถนนนั่น ผมทำลงไปเพราะคิดว่าหากผมตาย จะทำให้เขารู้สึกผิดจนลืมคุณได้”
สุ้มเสียงที่เคยแจ่มใสฟังดูแหบพร่าและขาดห้วงไปเพราะความรู้สึกที่
ทับถมจนท่วมล้นข้างในอก ยูชอนกลืนคำโต นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อว่า
“ผมคิดแค่นั้น คิดแค่ว่าเขาจะรู้สึกผิดต่อผม จำแต่ผม จำแต่ความทรงจำที่มีผม แทนที่ที่คุณเคยอยู่ หรืออย่างมากก็แค่ตายไปพร้อมๆกับคุณ”
“ฟังดูโหดร้ายเหมือนกันนะ” ชองฮวาแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านั้นแล้วไม่ขัดอีก ทั้งที่ใจจริงแล้วอยากจะกล่าวถ้อยคำอะไรดีๆ เพื่อปลอบใจให้มากกว่านี้ เขาทำได้เพียงปล่อยให้ความเงียบค่อยๆบรรเทาความอัดอั้นของคู่สนทนา ไม่คัดค้านไม่คาดคั้น ทำหน้าที่อย่างผู้ฟังที่ดี
“ครับ ผมพลาดไป ถ้ารักเขาแล้วทำไมถึงจ้องจะทำร้ายให้เขาเจ็บปวด มาคิดเอาได้เมื่อสาย คิดได้ตอนที่ตัวเองกำลังจะตายและรู้ว่าไม่สามารถย้อนเวลาให้กลับคืนมาได้อีกแล้ว ได้แต่ภาวนาในใจ อยากให้ทุกอย่างเป็นแค่ฝันร้าย ผมอยากเริ่มต้นทุกอย่างใหม่ แล้วถ้าผมทำได้ คืนนั้นผมจะเดินผ่านเด็กผู้ชาย
ผมสีทองไปอย่างไม่แยแสเลย” สิ้นคำ ยูชอนแสร้งยิ้ม ทำเป็นหัวเราะกับอดีตที่ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน “ทุกวันนี้ผมยังนอนผวาอยู่เลย”
“แล้วครั้งนี้ล่ะ ที่ต้องมานอนเดี้ยงเป็นคนพิการอยู่ตอนนี้ ไม่คิดว่าตัดสินใจอะไรพลาดหรือไง”
“ผมแค่อยากจะชดใช้ให้คุณกับจุนซู” ใบหน้าขาวสะอ้านได้รูปก้มลงมองฝ่ามือตนเอง ปล่อยให้ลมเย็นๆพัดผ่านผิวกายเขาไปช้าๆ ถอนใจเบาๆ ก่อนอ้อนวอนว่า “กลับไปรักเขาได้ไหมครับ กลับไปรักกันเหมือนเมื่อก่อน”
“ไม่มีวัน” ชองฮวากระตุกยิ้มเรียบ เย็นชา เอ่ยประโยคเลือดเย็นอย่างไม่ปราณีหัวใจของคนฟังจนยูชอนชะงักไปทันที เขาหันกลับไปจ้องตาชองฮวาราวกับไม่เชื่อหู
“คุณใจร้ายมากเลยรู้ตัวไหม” ยูชอนผิดหวังสุดใจ “มันยังมีอีกตั้งหลายทางออกระหว่างคุณกับเขา”
“นายไม่รู้จริงๆน่ะเหรอ จุนซูน่ะ ถ้านายบอกให้เขาหยุด เขาจะไม่หยุดจนกว่านายจะตะคอกสั่ง” ชองฮวาขบริมฝีปากตัวเอง ก่อนยกนิ้วขึ้นกัดเล็บ “จุนซูแรงมาอย่างนั้น ไม่มีทางที่เขาจะฟังฉัน แล้วถ้าฉันไม่แรงกลับ ป่านนี้ก็คงไม่รู้จักโตซะที”
“เกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับเขาหรือครับ”
“ระยะหลังๆ เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น นายคงไม่เซ็งถ้าฉันจะพูดประโยคคลาสสิคว่าเราไปกันไม่ค่อยได้”
“ทะเลาะเรื่องอะไรครับ เล่าให้ผมฟังได้ไหม”
ชองฮวาโคลงศีรษะ “เรื่องไร้สาระน่ะ อย่ารู้เลย”
“คุณไม่เคยรักเขาเลยเหรอ”
“เคยสิ ฉันเคยคิดว่าฉันคงรักเขามาก แต่ทุกครั้งที่อยากจะพูดมันก็ติดอยู่ตรงปาก จนเขาถามฉันนั่นแหละ ถามว่าคิดยังไงกับเขา ฉันถึงได้เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ทุกครั้งที่เขาบอกรักฉัน ยิ่งเขารักฉันมากเท่าไหร่ ฉันยิ่งอึดอัดเท่านั้น”
“เพราะคุณไม่แน่ใจว่าคุณจะรักเขา”
“เปล่า แต่เพราะว่าฉันเคยบอกเขาตั้งแต่ก่อนเราคบกันแล้วว่าฉันคงไม่มีวันรักเขาหรือใครมากไปกว่าตัวเอง และเขาเองก็รับรู้”
เขาเงียบไปอีก เพื่อสูดหายใจเข้าลึก พยายามเรียบเรียงความรู้สึกที่ขจัดหายไปจากความทรงจำได้แล้วนานแสนนาน
“นายรู้อะไรไหมปาร์คยูชอน ว่านายกับฉันคล้ายกันตรงไหน นายรักเขามากเกินไป รักจนเกือบจะต้องเสียเขา ส่วนฉันรักเขาน้อยเกินไป น้อยจนต้องยอมปล่อยเขา”
เขาหลุบนัยน์ตาสีน้ำตาลลงต่ำราวกับจงใจซ่อนความในใจ ทว่าแม้ชองฮวาจะสามารถหลบเร้นน้ำเสียงให้เป็นปกติได้ แต่แววตาของเขากลับถ่ายทอดความจริงจากใจออกมามากมายเกินควบคุม
“ถามจริงเถอะยูชอน นายเห็นอะไร ครั้งแรกที่นายเจอจุนซู”
“ผมเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่มีความรักอยู่เต็ม” ยูชอนนิ่งคิดเพียงไม่นานก็ตอบออกมา ประกายหนักแน่นในถ้อยเสียงทำให้คนตั้งคำถามเผยรอยยิ้มพอใจเมื่อได้ฟัง
“ถ้าอย่างนั้นจุนซูของนายกับของฉันก็คนละคนกัน จุนซูของฉันตายไปแล้ว”
“ช..ชองฮวา...”
“ให้มันจบอย่างนี้แหละดีที่สุดแล้ว จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บอีก”
แววตาที่สั่นริกและพร่าไหวยามเมื่อชองฮวาเอ่ยปากนั้นมีอำนาจมากพอที่จะทำให้ยูชอนรู้สึกพลอยปวดลึกข้างในหัวใจ อาจเป็นเพราะความคล้ายที่แสนแตกต่างนั่น หรือหากเป็นความเจ็บร้าวในน้ำเสียงก็ตาม
ถ้า ณ เวลานี้ เขามีสิทธิ์ที่จะพิพากษาให้ความเป็นธรรมกับผู้ชายที่ชื่อฮัวชองฮวา บทเพลงไพเราะที่เขาเคยได้ฟัง ล้วนบอกเหตุผลของการกระทำ มิติที่แสนลึกซึ้งของความรู้สึกในหัวใจ รวมถึงกลิ่นอายของความอ้างว้างเดียวดายคละคลุ้งเจืออยู่ในทุกถ้อยคำในบทเพลง แต่ละคำๆ แตกความหมายออกมาได้อีกนับล้าน
หัวใจอันแสนแห้งผากของผู้ชายคนนี้ที่แม้แต่จุนซูเองก็ไม่เคยมองเห็น ยูชอนอยากถามสวรรค์ ไม่เห็นหรือไงกัน  เขาคนนั้นจะต้องทนเจ็บปวดทรมานสักแค่ไหน เมื่อถูกหัวใจตัวเองสั่งให้รักคมมีดที่กำลังจะทิ่มแทงร่างกายตนอย่างโหดร้าย
ชองฮวาในตอนนั้นที่โดนความรักของจุนซูกัดกร่อนทำลายจนหัวใจยับเยิน คือคนที่น่าเวทนายิ่งกว่าใครๆบนโลกใบนี้ไม่ใช่หรอกหรือ?
“ช่างมันเถอะครับ” ยูชอนตัดสินใจจบมันลงไปในที่สุด เพียงเท่านี้ ไม่ว่าเขาหรือชองฮวาก็เจ็บปวดมามากพอแล้ว “มันอาจจะถูกต้องแล้วก็ได้ที่เรื่องมันดำเนินไปอย่างนี้”
“คิดได้อย่างนั้นก็ดี ฉันดีใจ เพราะเทียบกับฉันหรือใคร คงไม่มีใครให้จุนซูได้เท่ากับนายอีกแล้ว”
“แต่จุนซูไม่ได้รักผม ผมไม่อยากบังคับจิตใจเขาอีกแล้วล่ะครับ เขาเองก็คงเจ็บไม่แพ้ใครๆเหมือนกัน”
“หูย...ประโยคนั้นพระเอกดีชะมัด แต่ไม่...อย่าหาว่าฉันเสือกไม่เข้าเรื่องเลยนะ ใครเขาจะมีเซ็กซ์กับคนที่ตัวเองไม่ได้รักกันวะ”
“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แต่จุนซูเห็นผมเป็นแค่เพื่อน”
“บางครั้งความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมันก็ลวงตา เพื่อนเขาไม่นอนกับเพื่อนกันหรอก”
“ทำไมล่ะครับ ทำไมเพื่อนจะนอนกับเพื่อนไม่ได้”
 “น่าสะอิดสะเอียนจะตาย ให้นอนกับคนแปลกหน้าซะยังจะดีกว่าไม่ใช่หรอกเหรอ อย่างน้อยก็ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง อีกอย่าง...คนอย่างจุนซูน่ะเล่นตัวจะตายชัก ไม่ยอมมีเซ็กซ์กับคนที่ไม่ได้รักหรอก”
ปากของยูชอนคล้ายกับเป็นอัมพาตไปเมื่อชองฮวาทิ้งท้ายเอาไว้ให้
ฉุกคิด แววตาว่างเปล่าสั่นหลุกหลิกราวกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ท่าทีที่แสดงออกมาอย่างนั้นทำให้ชองฮวาอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ความจริงแล้วนายกับฉันไม่มีอะไรเหมือนกันเลยนะ ใครช่างเอาไปพูดว่าเราเหมือน”
“นั่นสินะครับ”
“อย่าไปสนใจเลย ก็แค่เอามาเปรียบเทียบแข่งขันกันไป”
“ไม่หรอกครับ ผมต่างหากที่พยายามจะเป็นคุณ” ถึงตรงนี้เป็นทีของชองฮวาที่จะอึ้งไปบ้าง “คุณเจ๋งมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูดีไปหมด แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมไม่มีวันเป็นคุณได้ ขอบคุณนะครับ ที่ทำให้ผมเห็นคุณค่าของการเป็นตัวของตัวเอง”
“ใช่ เป็นตัวเองสิดีที่สุด”
“ผมนับถือคุณนะ ถ้าไม่รังเกียจกัน ผมเรียกคุณว่าพี่ได้ไหม”
“เกลียดคำนี้จัง” ชองฮวาสบถ แต่ดวงตายิ้มขำ “ก็ตามใจสิ ถ้าไม่กลัวหัวหน้าวงโกรธเอา”
“รายนั้นไม่เห็นน่ายกย่องตรงไหนเลย” ยูชอนสารภาพกลั้วเสียงหัวเราะร่า ด้วยเมฆสีเทาที่เคยเกาะล้อมหัวใจของเขาราวกับคลี่คลายหายไป และทุกครั้งที่สายตาประสานมองผู้ชายคนที่เขาเคยลงว่าเกลียดสุดใจกำลังนั่งยิ้มระรื่นอยู่ตรงหน้า ผู้ชายคนนั้นกลับดูยิ่งใหญ่กว้างขวางดั่งท้องฟ้า และตัวของเขาแลดูเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่กำลังแหงนหน้า มองหาฮีโร่ขวัญใจอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น
พูดคุยกันต่อจากนั้นอีกเกือบครึ่งชั่วโมง โทรศัพท์มือถือของชองฮวาก็ดังขึ้นตามตัว ชายหนุ่มจึงได้โอกาสขอตัวรบกวนคนป่วยแต่เพียงเท่านี้
ก่อนไปชองฮวาให้กำลังใจยูชอนเรื่องเพลงที่กำลังแต่งรวมถึงสุขภาพ เขาย้ำกับเพื่อนรุ่นน้องที่อายุห่างกันไม่มากอย่างสนิทสนมว่า
‘นักแต่งเพลงจะต้องระลึกไว้เสมอ นอกจากเป้าหมายจะอยู่ที่ความสะใจของคนแต่ง หากแต่เป็นความรู้สึกที่คนฟังจะรู้สึกร่วมไปกับเรา’
“เอ้อ! ผมฟังเพลงที่พี่แต่งแล้วนะครับ” ทันทีที่นึกได้ ยูชอนหัวเราะเอิ้กอ้าก เรียกชองฮวาที่กำลังจะเดินพ้นประตูห้องไปให้หยุดฟัง “ผมชอบเสียงพี่
ตอนท่อนสุดท้ายที่ร้องว่า ‘หยุดพล่ามซักทีเถอะพ่อ แม่ผมตายแล้ว’ เจ๋งมากๆ”
ชองฮวาเกือบจะยิ้มตาม แต่กลั้นเอาไว้ ไม่อยากเชื่อว่าคนที่แม่ยังไม่ตายจะเข้าใจหัวอกเด็กมีปัญหากำพร้าแม่อย่างเขา
ก่อนยูชอนบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย กลับคิดขึ้นได้ว่าใบหน้ายามที่ชองฮวาหันมายิ้มให้ หากสาวๆเห็นเข้าคงกรี๊ดสลบ ขนาดเขาเป็นผู้ชายด้วยกันยังยอมรับว่าฮัวหลางแห่งดิโอเมเดสผู้นี้มีบุคลิกที่เท่มาก จนแทบไม่อยากเชื่อว่าในโลกใบนี้จะมีผู้ชายที่ไม่ว่าจะเคลื่อนย้ายไปทางไหนก็มีเสน่ห์ กับตัวตนอันยากเย็นเหลือล้นหากใครจะลองเอื้อมถึงและสัมผัสในส่วนลึกของเขาดูสักตั้ง
นอกจากแนวความคิดในแบบที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น กับการค้นหาคุณค่าในตัวเอง เรื่องราวของชองฮวายังสอนให้เขาประจักษ์ด้วยว่า คนขวาง คนแปลก คนที่ไม่เคยเห็นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีตัวตน คนที่ยึดมั่นและศรัทธาในตัวเองมากจนน่ากลัว หาได้ใช่คนประหลาดและเลวร้ายเสมอไป
ให้ตายเถอะพระเจ้า...
ขอศาสนาฮัวหลางลิซึ่มจงเจริญ !


To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี้ดดดดดดดด! คุณตอง!!

เราซุ่มอ่านมาพักใหญ่แล้ว พาร์ทนี้ขอออกจากหลืบมาเม้นท์เหอะ

ชอบเรื่องนี้มากๆ ช่วงแรกอ่านเพราะติดใจบรรยากาศ แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครดี สร้างสรรค์เริ่ดดดด พอช่วงอารมณ์เจ็บปวดก็บาดลึก แต่พาร์ทหลังๆมานี่มันโรแมนติกอย่างร้ายกาจ ไม่ไหวแล้ว อ่านไปก็นอนไหลๆไปกองหน้าคอม

พออ่านพาร์ทนี้แล้วก็พาลให้สงสัย
ตอนจบคงไม่เปลี่ยนใจไปเขียน ชองฮวา/ยูชอนใช่มั้ยคะ? *กร๊ากก*

ไปแระ เม้นท์มากเขิน
คุณตองไฟท์ติ้ง!

#1 By jd459 on 2007-07-21 12:53

ไม่ทันเม้นต์แรก แง *เอามีดจ่อคอ*

พาร์ทนี้มันอารมณ์ลูกผู้ชายจิงๆคับพี่ตอง
แบบว่าลูกผู้ชายเปิดอกคุยกัน
แต่เอาไปเอามาถ้าคิดในแง่ของแปลก
ฮัวชอน ก็โอนะ 555+ *ขนลุก*

รักอาฮัวมากเรยคับ เปน ผช ที่เท่ห์จิงๆ
แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจในความรุ้สึกของฮัวอยู่ดี -*-
(ต้องรอตอน 13 เนอะ ^^)

ยุนแจไปดีแล้ว ยูซูที่รักเมื่อไหร่จะสมหวัง
(เมื่อน้องเซียคิดได้-*- )

อยากอ่านต่อไวๆจัง ~~ ร้ากพี่ตองน้า >///<

P.s. ชอบรูป S mag 4P แบบถูกคู่มากมายเรยเนอะคับ อิอิ


#2 By FunkyBoyZ` ♥ YS ! on 2007-07-21 13:11

ขอศาสนาฮัวหลางลิซึ่มจงเจริญ...มันเซ!!!!!!!
(พี่ตอง...ยะหวังว่าคงจะไม่เปลี่ยนคู่ "ยูซู" เป็น "ยูฮวา" นะ เหอๆๆ แต่ถ้าเปลี่ยนก็หนับหนุนนะ อิอิ)
คู่หลักของเรื่องก็นะ...จะทำให้คนอ่านอิจฉาตาร้อนเป็นไฟกันถึงหน๊ายยยย !!!

*กรี๊ดร้องโหยหวนอย่างเป็นสุข(?)*

แล้วหัวใจของจุนซูจะเป็นยังไงมั่งน้อ...จะเลือกใครดีล่ะ

#3 By YOSHINAKIs on 2007-07-21 13:42

ถึงแม้จาหนักหน่วง แต่ก็ดูจะมีแสงสว่างให้เห็นรำไรแร้วสำหรับคู่ยูซูที่รักยิ่ง

... คนอย่างจุนซูน่ะเล่นตัวจะตายชัก ไม่ยอมมีอะไรกับคนที่ไม่ได้รักหรอก ...

โอ้วววววววววววววววววววว ฮัวหลางที่ร้ากกกกกกกกก ตรงประเด็นสุด ๆ ปาร์คเอ๋ยยยยยยย อย่าได้ถอดใจ หมั่นทำคะแนนเข้าไว้

ส่วนคู่คุณพี่ หวานหยดมดเหนื่อยยยยย วะ โฮะ โฮะ อ่านแร้วมีฟามสุขมากมาย ช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยอกจากคู่น้องได้เป็นอย่างดี

ทางฝั่งนุ้งมินนี่ ผู้หญิงป๊อยนี่จาเข้ามามีบทบาทอะไรหรือไม่ ก็ต้องดูกันต่อปายยยยยยยยยยยยย ไม่รู้จักมือรัวกลองสุดเท่ห์ซะแร้นนนนนนนนนนนน

เป็นกำลังใจให้คุณตองนะค้า มีฟามสุขก็ S Mag เล่มใหม่เหมียนกัลล์คร่า ล่อยลอยขึ้นสวรรค์ ลัลล้าอย่างแรงงงงงงงงง

#4 By JunsuHolic` ♥ YS ! (125.25.90.48 /10.5.50.159) on 2007-07-21 16:20

ค้างตลอด ฮ่าๆๆๆๆ

อ่านแล้วยิ้มหน้าจอคอมคนเดียว เหมือนคนบ้า

ขอบคุณคุณคนแต่ง แต่งฟิกได้สุดยอด อ่านแล้วติดหนึบ

รู้สึกรักฮัวหลางขึ้นมาเล็กส์น้อย แค่นิดหน่อย เหอๆ

ตอนหน้าขอยูซูเยอะๆได้มั้ย แบบยูซูๆ แล้วก็ยูซู ฮ่าๆๆๆๆๆๆ (- -")

ช่างมันเต้อะ มาต่อเร็วๆนะคร้า

#5 By Franc (124.121.122.111) on 2007-07-21 18:46

ซาบซึ้ง TTvTT
ฟิคคุณตองเหมือนของขวัญเลยค่ะ
อิคู้สอบเสร็จพอดี
มาเห็นฟิคคุณตอง
โอ้................
มันเป็นของขวัญญญญ

><~~~~~~~~~~~~~~!!!
(แม้คุณตองจะไม่ได้ตั้งใจ)



เป็นตอนฟ้าหลังฝนจริงๆค่ะ
เรื่องที่เหมือนจะเครียดๆก็เคลียร์ๆกันไปได้แล้วบางส่วน
อ่านแล้วรู้สึกว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์จริงๆ เอิ๊กกกกกก
อ่านแล้วเข้าใจเหตุผลของฮัวหลางค่ะ ^^
ความรักที่มากเกินไปก็ทำร้ายเรา
ในขณะที่น้อยเกินไปก็ทำร้ายอีกฝ่ายเหมือนกัน
หาความพอดียาก แต่มนุษย์ก็ไขว่คว้า
สุดท้าย ตัดมันเลยดีกว่า ><
เอิ๊กกกกก แอบรู้สึกว่าฮัวหลางเท่มากๆ
มีจริงอิคู้จะขอเป็นแฟนคลับนะคะ กร๊ากกกก
ซูฮกคนมีแนวทางชีวิตของตัวเองจริงๆ
นับถือๆ
บางทีฮัวหลางอาจจะเป็นด้านนึงของคนที่เราก็ยังค้นไม่พบก็ได้มั้งคะ (ว่าเข้านั่น อินี่ก็พล่ามมั่ว *-*)


ดูยูชอนโตขึ้นมากเลย เหอๆๆๆๆ
จากความรู้สึกคู้ที่มองว่าเหมือนเด็กๆ ตอนนี้เหมือนโตขึ้นมาอีกหนึ่งขั้น

คุณตองเขียนคาแรคเตอร์ได้ดีจริงๆค่ะ >< คู้ชอบบบบ มันแตกต่างอย่างชัดเจน แล้วก็มองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้
แต่ละตัวก็มีเอกลักษณ์เฉพาะ
งานเขียนคุณตองดูมีมิติดีก๊ะ ^[]^


ส่วนคู่ขวัญคู่ใหม่
บรรยากาศมันดูหวานขึ้นๆ
อ่านแล้วมีความสุขค่ะ ^^
(ถึงแม้ฉากตอนอยู่บนบันไดเลื่อนอิคู้จะอยากถีบอิพ่อลงไปแล้วไปยืนแทนที่ก็ตาม)
กร๊ากกกกกกกกกก


ขอบคุณนะก๊ะคุณตองก้า ^^ สำหรับฟิค
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย
ดูแลสุขภาพด้วยนะก๊ะ
มีทิฟฟี่แผงสีเขียวติดบ้านรึยังคะ *-*

เอิ๊กกกก



สู้ๆค่ะ ^^

ห้ามไม่ให้จิ้น แต่ขอโทษค่ะ จิ้นไปแล้น กรี๊ด ส่งพี่เซียกลับสู่ท้องทะเลด่วน ชองฮวายูชอนจงเจริญ

ลงทุนออกจากที่ซุ่มซ่อนตัว มาเม้นต์ ฮิๆ เพราะว่าคู่นี้โดนใจมักๆ ฮิๆ

ส่วนมิน ....แหมมีอะไรลับลมคมในนะเนี่ย

อัพบ่อยๆ รักคนแต่งจังค่ะ

#7 By PoR~ on 2007-07-21 21:04


ปะ .. . ปาร์คเหมือนจะหวั่นไหวไปกับพี่ฮัวซะเเล้ว .. . อย่ามาเคะตอนนี้นะปาร์ค !! อุตส่าห์พระเอกมาตั้งนาน =[]=



สองคนนี้ต่างกันมากเลยเนอะ .. .
คนนึงรักมากเกินไป ส่วนอีกคนรักน้อยเกินไป บทสรุปสุดท้ายก็ไม่มีใครได้โลมาน้อยไปครอง ( เร้อออ ? )

ไม่จริงหรอกมั้ง .. . เพราะใครจะยอมมีอะไรกับคนที่ไม่ได้รัก 555555555+

ชอบคำนี้อ่ะมาก ๆ เลย มันโดน .. .
ปาร์คคงจะคิดอะไรได้อีกเยอะหลังฟังประโยคนี้เนอะ



อ่านกำลังอิน ๆ อยู่ดันจบซะเเล้ว ใจร้ายชะมัดเลย .. .
T_________________T !!~


รีบ ๆ มาต่อนะค้า ไฟท์ติ้งงงง ~

#8 By hpxiah * .. . ` ♥ YS ! (125.25.84.193) on 2007-07-21 21:38

...ไม่เชื่อหรอกน้า ว่า ชองฮวา ...

จะรักจุนซูน้อย 55


มาพูดถึงคู่หลักดีกว่า ชอบมาก
คาแร็ก ยุนสุดยอด ถ้าลดพาสชั่นดีอีกจะดีมาก 55...

ยุนนะ เรียกเท่ของจริงเลย ..


ยูหลาง ฮ่าลัทธิใหม่ก้สุดยอด




เอาเป็นว่า โคตรชอบเรื่องนี้ 55

ชอบมากเลย


เรียกได้ว่า เป็นแนวในความฝัน

ขอบคุณ สํหรับเรื่องดีๆ ภาษาสวยๆ

นะค่ะ

#9 By Tiddee on 2007-07-21 22:03

แจจุงกะยุนโฮน่ารักจังเลยคะ......ชอบมากกกกกกก...>_______________<

ยุนโฮขอแจจุงเป็นแฟนได้น่ารักมากๆเลย......(ติดด้านหน่อยๆ..........555+)

แจจุงไม่ตอบแต่ท่าทางนี่ตกลงไปแล้วเรียบร้อย..........น่ารักดีอะคะ.......เวลาเขินทีไรจะชอบบอกว่าเกลียดยุนโฮ........555+ (ก็เห็นด้วยที่ยุนโฮไม่เชื่อขาดใจ........บอกว่าเกลียดแต่เข้าไปกอดซะงั้นแหละ.........)

อยากให้ยุนโฮตื่นมาเร็วๆจังคะ........ชื่อเพลงที่แจจุงแต่งให้นี่น่ารักมากๆเลย.......อยากฟังๆ.......^^

#10 By mana-jung (202.28.181.10 /10.90.4.30) on 2007-07-21 22:27

ชอบอ่ะ เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว จุนซู นายเหงาขึ้นมาแล้วใช่มั้ยล่ะ? เวลาคนที่รักนายมากๆอยู่ดีๆก็ทำท่าเหมือนไม่รักมากเท่าเมื่อก่อนน่ะ

แต่เราน่ะ ยังรักแจเหมือนเดิมนะจ๊ะ ฮิ้ว~~~~~~~~

#11 By audrey (58.147.105.243) on 2007-07-21 22:38

เป็นตอนที่อ่านแล้วสบายใจ หลายๆอย่างเริ่มเคลียร์

ชอบบรรยากาศยุนแจที่เริ่มเห็นแจแสดงความรู้สึกออกมา

และยูชอนกับฮัวหลางที่บอกอะไรได้หลายอย่างว่าความคิดความรู้สึกของแต่ละคนเป็นยังไง

ยูชอนก็ความคิดโตขึ้น เหลือแต่จุนซูเนี่ย


#12 By Disk (124.121.92.206) on 2007-07-21 22:53

ให้ตายเถอะพระเจ้า ขอให้ศาสนาลัทธิฮัวหลางลิซึมจงเจริญ !!~~~~

ยูชอน เค้าขอเข้าร่วมลัทธินี้ด้วยคนนะ เจ้าลัทธิเท่ไม่ไหวแล้ว >_<

ตอนนี้อ่านแล้วมีความสุขจังหล่ะคุณตองก้า โดยเฉพาะตอนท้ายที่ยูชอนกับฮัวหลางคุยกัน

มันดูสบาย ผ่อนคลาย เปิดใจ อ่านแล้วมีความสุขไปด้วยเลยหล่ะ

ส่วนยุนโฮแจจุง คู่นี้ทำให้เราลอยได้ >_< มันน่ารัก หวาน อบอุ่น ฟุ้งไปหมดทุกคำพูด สีหน้า และการกระทำเลย

คุณตองก้าจะรู้มั๊ย? ว่าตอน 12 นี้มันช่วยทำให้วันน่าเบื่อของคนกำลังป่วยอย่างเรา สดชื่นขึ้นมา เหมือนมีต้นไม้สีเขียวผุดขึ้นมาทั่วห้องเลยหล่ะ

ขอบคุณนะคะ >_<

#13 By ~ Cute Bear Army ~ on 2007-07-21 23:41

โฮกกกกกกกกกกกกกกก
วันนี้มาค้างบ้านเพื่อนกับอีแพรค่ะ
พอเห็นบลอคอัพจิ้มฉึกแล้วก็กรี๊ดดด
อัพแล้ว~~~~~~~ เร็ว เร็วจริงๆ!


ขอขำก่อน ฮาๆๆๆ
ลัทธิฮัวหลางลิซึมเนี่ยแทนใจคนเขียนสินะคะ ก๊ากกกกกกก
โฮกกกกกกกกก
ตอนแรกที่อ่านบทต้นๆมันเศร้ามันเจ็บหนึบจนพี่คิดว่าชีวิตพ่อคุณยูชอนมันจะเชรี้ยได้อีกไปถึงไหน กร้ากกก
ทำเอาพี่หมั่นไส้คู่หวานไปเลยอะ
ฮา ไหงยังงั้น ไม่ใช่อะไรค่ะตองก้า
พี่หมั่นไส้ตายุนโฮ ฮาๆๆๆ ไม่รู้ทำไม

โฮกกกก ขอยกนิ้วโป้งสองนิ้วให้กับฉากลูกผู้ชายเปิดอกคุยกัน
ทำไมถึงเขียนออกมาได้แสนแมนขนาดนี้หรอก ฮาๆๆ
(ชางมินซึ่งไม่ค่อยมีบทโผล่ออกมาได้น่ารักสมเป็นเด็กชายวัยรุ่นดีด้วย
ก๊ากกกก
ครูสอนเพศศึกษางั้นเหรอออ)
ใครหนอชอบบอกว่าตัวเองเป็นคนไม่มีจินตนาการ
พี่ติดใจสาเหตุการเลิกกันของจุนซูกับชองฮวามาหลายต่อหลายตอนแล้วละ
ถือว่าอ่านตอนนี้จบแล้ว ได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก ทำหน้าตาเหมือนเข้าใจ
แล้วก็พาลคิดไปถึงเพลงน้ำเน่าที่ไม่เคยโดนใจอย่าง เหตุผลของใจอะไรนั่น


ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะตองก้า!!
จะทันใจกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วละ>_<

#14 By mikan on 2007-07-22 00:15

เรียกไม่ได้ว่า ฟ้าหลังฝน ย่อมสดใสเสมอ
แค่พายุหยุดลงชั่วคราว..รอเวลาโหมลงมาอีกครั้ง..

555..มาแบบแปลก ๆ
แต่ก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ..
ยุนโฮกะแจจุงไปได้ดีเกินคาด จนเราใจหาย
กลัวว่า ถ้าก้าวขาเข้าไปเหยียบเต็ม 2 ข้างเมื่อไหร่
ฝนก็จะตกลงมาอีกครั้ง..พายุจะก่อตัวขึ้นอีก
ซึ่งเรา..อยากให้ความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้ *ผิด*

หลงฟิคเรื่องนี้เอามาก ๆ
มาลงเร็วกว่าที่บอกไว้..555
เราเข้ามาดูทุกวัน..เหอ เหอ
เป็นเอามากจริง ๆ นะเนี่ย..

มันใกล้จะจบรึยังอ่ะ ตองก้า..
เราอยากได้รวมเล่มแล้ว..
ทุกวันนี้ยังนั่งอ่านย้อนไปย้อนมาอยู่เลย..55
แล้วก็
..ฮัวหลาง..ยูชอน
หรือยูชอน..ฮัวหลาง...
อย่าได้ริคิดออกมาเชียววววว..ขนลุก
ไม่เหมาะเอาเสียเลย...

สุดท้าย..

ขอศาสนายุนแจจงรุ่งโรจน์...กรี๊ดดดด



#15 By *เลิฟ* (124.120.54.60) on 2007-07-22 00:38

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

พี่ฮัวหลางเท่มากกกกกกกกกกกก

ถึงคนแต่งจะดับฝันชองฮวายูชอนหมดสิ้นแล้ว

เค้าก็ยังคิดว่าพี่เท่มากกกกกกกกกกกก

คนเท่ๆต้องเดียวดาย พี่ทำถูกแล้ว

ถ้าเป็นชีวิตจริง เค้าจะเลือกยุนโฮ ผู้ชายที่อบอุ่นและพึ่งได้ อุปป้า ซารางเฮ

#16 By patty (58.9.146.196) on 2007-07-22 00:39

อะกิ๊ซซซ >.<

ลองพิมพ์เข้ามาด้วยความหวังค่ะ ..เพราะพี่ตองบอกจะต่อเดือนหน้า
มาต่อวันนี้ กรี๊ดแตกเรยทีเดียว อิๆๆ ^^

อ๊าาา ตอนนี้ ..แจจ๋าใจอ่อนกะหมีไปแร้วว
หมั่นไส้หมีตะหงิดๆ อย่างบอกไม่ถูก ..มีแต่งเพลงให้หมีด้วยย แจจ๋าน่ารักไปแระ ..เอาใจมากๆ เดี๋ยวมีเหลิงจนเสียหมีนะ อิๆ

ส่วน ..ยูชอน กับ ฮัวหลาง ..
โอ้ววว คุยกันเท่ห์มากมายค่ะ
ฮัวหลางงง ~~ นายเท่ห์สุดๆ ไปเลยอ่าา ..
เป็นคนดี ที่ดีและหล่อและเท่ห์ กิ๊ซซ >.<
ขอเข้าร่วมลัทธิอีกซักคนนะคะพี่ตอง อิๆ

พระเอกตัวจริงคือฮัว ชองฮวานั่นเองง เอิ๊กกกก

#17 By yolande (58.64.120.15) on 2007-07-22 01:17

สุดยอดเท่จริงๆทั้งเนื้อเรื่อง คำพูดและฮัวหลาง งี้ดดดด เท่ค่อดจนอยากเห็นเรยอ่ะ


แอบเสียดาย ชองฮวา-ยูชอนเหมือนกันนะเนี่ย กร๊ากกกกกกกกกก

#18 By ฟะร้า (124.121.6.44) on 2007-07-22 01:45

ชองฮวา-ตองก้า คล้องจองด้วยแฮะ
จริงๆมีแอบคิดชองฮวา-ยูชอน ชมจังนะว่าเท่ห์
รู้สึกว่าทุกคนจะชอบ เทิดทูน และบูชาชองฮวา
ซึ่งคาแรกเตอร์นี่มันพระเอกชัดๆ แต่ทว่า
พระเอกจริงๆของเรื่องดันเด่นน้อยกว่าซะนี่
เพราะโดนอาฮัวเอาซีนเท่ห์กินขาดไปหมด
แต่เราก็ยังชอบยุนนะ ยุนก็เท่ห์แหมมม
เรื่องนี้นี่จะมีชอตยุนแจ
ให้กรี๊ดดด เป็นช่วงๆ ของเป็นแฟนแบบน่ารักมากกก
กุ๊กกิ๊กสุดๆ หลังจากนี้มันจะหวีดกันตลอดรึเปล่าน้า
บรรยายเหมือนแจอินเลิฟมาก เหมือนเพิ่งเคยมีความรัก
น่ารักมากมายยยย ชอบชื่อเพลงด้วย แหมช่างคิดได้นะแจ

#19 By Eik on 2007-07-22 01:49

จุนซู...มาเฝ้ายูชอนไว้อันตราย ="=

#20 By lovely_sunshine (58.8.110.134) on 2007-07-22 03:21

ฮ่ากกกกกกกกกกกกกก คุณตองอัพฟิคแล้วววว ดีใจ
แพรชอบช่วง comic relief (เอ๊ะ หรือไม่ใช่แต่แพรคิดไปเอง^^!!!) ? My mom is dead เอิ้กกกกกก แล้วคุณครูสุขศึกษากับเอิ่ม ถุงยางอนามัยนั่น กร๊ากกก

ฉากผู้ชายเปิดอกคุยกัน น่าประทับใจมากค่ะ
(ว่าแต่ก็ยังสงสัยอยู่ที่ฮัวหลางบอกว่ารักน้อยไปน่ะ จริงรึคะ? แพรกับคิดว่าอืม ก็รักมากนะ แต่การแสดงออก ความคิดของแต่ละคนมันต่างกัน)

อีกกคู่ อืมมมมมมมมมมมมมม ทำสาวเทื้อแบบแพร หมั่นไส้(ยุนโฮ) อยากจะถีบให้หัวใจกระจายจริงๆ(หลบของที่ขว้างมา) โลกสีชมพูของคนมีคนรัก
(คู่นี้จะมีคลื่นพายุใหญ่ขึ้นมา ทั้งที่ทะเลเรียบสงบอยู่รึเปล่านะ)

รอติดตามตอนต่อไปค่ะ><
คุณตองสู้ๆ>3<

#21 By Kagetsu on 2007-07-22 09:32

เรื่องนี้หนุ่มๆน่าสงสารกันจิงๆ แต่ละคนก็มีปมของตัวเองที่แก้ไม่ตกเน้อ

มีแต่คู่รักหวานแหววนั่นที่ดูจะมีความสุขกันซะจนน่าหมั่นไส้ ในที่สุดก็ U(already) Know ซะทีเน้ ปากแข็งอยู่นานนะเจ๊แจ

#22 By 유이 on 2007-07-22 10:51

โฮกกกกกกกกก
ดีใจมากมายคุณตองมาต่อก่อนกำหนด กรี๊ดแตกลั่นบ้านไปเลย (เว่อร์ได้อีก)

ชอบมากเลยอะ ชองฮวาเท่มากๆๆๆ เป็นคนดีสุดๆๆไปเลยอ่า ปลาบปลื้ม

ชอบที่ชองฮวาคุยกับปาร์คจัง ดูทั้งสองคนเท่ มากๆเลยเปิดใจลูกผู้ชาย

แอบอิจฉาน้องนะเนี่ย มีคนที่รักมากมายขนาดนี้

ตอนหน้าขอให้จุนซูรักปาร์คซะทีเถ๊อะ สงสารปาร์คอ่า

จะรอตอนต่อไปนะค่า ชอบเรื่องนี้มากๆเลยจ้า

#23 By Griffindoor (124.120.166.211) on 2007-07-22 12:15

โอ้วว้าว มาไวกว่าที่คิด

"ไม่หล่อ แถมสวนกระแส" ก๊ากกก ว่านุ้งมินของป้าไม่หล่อได้ไงเนี่ย ไม่ย๊อมไม่ยอม ดูสิวงแขนกล้ามมเป็นมัดๆขนาดนั้น โฮ๊ะๆ

เอิ่มมม ใครคิดเหรอ ยูชอน-ชองฮวา เนี่ย กี๊ดด ฟ้าจะผ่าเอาเน้

รอนะคะ

#24 By minjoo (202.91.23.1) on 2007-07-22 12:59

ดีใจโฮกกกก เปิดมาเป็นตอนที่ 12
แจกะยุนเป็นแฟนกานแล้วใช่ม้ายยย
แจจ๋านี่เปลี่ยนไปอย่างแรงอ่า~ ดีแระน่ารักๆๆ
งงกะจุนซู ความจริงแกร้ากกคายย

#25 By cin* (203.113.36.9) on 2007-07-22 13:08

'ให้ตายเถอะพระเจ้า... ขอศาสนาฮัวหลางลิซึ่มจงเจริญ...'

โอ้วววววว
ฮัวหลางสุดยอด โคดเท่อ่า
อ่านตอนนี้แล้วนับถือเลย สุดยอดจริง
คนอะไร ดูดีไปหมดซะทุกอย่าง
อ๊ากกกก ฮัวหลางงงงงง >//////<

ตั้งแต่มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นในช่วงหลังๆมานี้ ได้อ่านตอนนี้ แล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ตอนนี้อ่านแล้วไม่เครียดแล้วรู้สึกเศร้าใจ แล้วก็สงสารมิกกี้แบบตอนที่ผ่านๆมา
มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น จนถึงตอนนี้
ปาร์คดูโตขึ้นนะ ยิ่งได้คุยกับชองฮวาแล้ว
ปาร์คยิ่งได้แล้วในหลายๆเรื่อง
ไม่ใช่ปาร์คคนก่อนที่รักหัวปักหัวปำ รักมากจนไม่สนใจอะไร แม้แต่ตัวเอง
นับถือชองฮวาจริง แม้ผู้ชายด้วยกันอย่างปาร์คยังทึ้งในความเป็นผู้ใหญ่ และสุดยอดของชองฮวาเลย
ผู้ชายคนนี้ดีจริงๆคะ

แล้วตอนหลังมีพูดทิ้งท้ายให้ปาร์คมีความหวัง
'คนอย่างจุนซูน่ะเล่นตัวจะตายชัก ไม่ยอมมีเซ็กซ์กับตนที่ไม่ได้รักหรอก'
ชองฮวาพูดอย่างงี้ ปารืคแอบมีความหวังขึ้นมาเลย
สู้ต่อไปน้า เราว่าตอนนี้จุนซูก็ต้องรักปาร์คแล้วแหละ
เพียงแค่ยังชอบจมอยู่กับอดีต แล้วยังไม่ยอมรับใจตัวเองเท่านั้นเอง
พูดถึงตอนนี้ อยากอ่านตอนที่บรรยายความรู้สึกจุนซูจัง ว่าคิดอะไรอยู่ ^^
แล้วมาต่ออีกเร็วๆน้า
ความฝันเรื่องยูซูใกล้เป็นจริงแล้วซินะ 55

#26 By kook (58.8.59.67) on 2007-07-22 13:38

คุณตองมาแล้ว!! รออยู่เลยค่ะ อยากให้มาต่อเร็วๆ แล้วรวมเล่มเร็วๆ อยากได้! คู่เด่นๆ คนอื่นพูดไปหมดแล้ว แต่คนที่เราสนใจมากๆๆๆ กลับเป็นชางมินแฮะ บุคลิกชางมินเรื่องนี้น่าสนใจมากเลย แถมอาจจะมีคู่เป็นหญิงด้วย (หรือเปล่า?) น่าสนๆๆๆๆ อยากอ่านต่อซะแล้ว ยังไงอย่าลืมชางมินนะคะ ไม่อยากให้ตัดชีวิตชางมินทิ้งค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่มาต่อ ไม่งั้นลงแดงแน่ๆ!

#27 By lyll (58.8.182.28) on 2007-07-22 18:29

ฟลุ๊คมั่กๆ นึกว่าต้องรอถึงเดือนหน้าจริงๆ
U(Already)Know.....
เท่มากเลยอ่ะ พี่ตอง
อ่านแล้วกรี๊ด
ตอนนี้มีแต่อะไรให้กรี๊ด
ขอบคุณมากๆนะค้า

แจจ๋ากะยุน รักกันเหลือเกิน
อิจฉาหมี
....555

#28 By แชยอน (58.8.98.26) on 2007-07-22 18:38

U (Already) Know กรี๊ดดด.....ขอโฮกดังๆให้กับเพลงนี้ อยากฟังๆๆๆๆ

ตอนนี้ก็ฮัวหลางอะเกน

#29 By Little_Bambi on 2007-07-22 22:15

อ่านไปกลัวฮัวหลาง-ยูชอนเหมือนกัน เหอๆ
แต่ว่าคุณตองบอกเอาไว้ให้โล่งใจแล้วว่ามันผิดศีล
เพราะงั้นเราก้อเลยโล่งใจ

เริ่มจะเคลียร์แล้วว่าทำไมชองฮวาถึงต้องเลิกกับจุนซู

นิยามความรักของมนุษย์เรามันมีหลากหลายรูปแบบจริงๆเนอะ ถ้าหาความรักรูปแบบที่ไปกันได้ไม่เจอ
ยังงัยมันก้อคงเป็นไปไม่ได้

สำหรับแจจุงพาร์ทนี้รู้สึกว่าเธอมาแนวสวยใส ฮ่าๆ อ่อนหวานผิดมนุษย์ แต่เราก้อชอบแบบนี้นะ ฮะๆ

#30 By Natty (210.226.24.104) on 2007-07-23 00:10

จะรักพี่ฮัวก็ตอนนี้นี่แหละ!!!
โฮกกกกกกกกกกกกกก

ทำไมถึงได้เป็นคนที่เย็นชาได้ขนาดนี้นะ!!
เท่ห์ว้อยยยยยยยยยยยย!!!

ปล.ยุนแจยังน่ารักได้อีกกกกกกกกกกกกกก
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
น่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#31 By GottoV.I.P on 2007-07-23 00:24

เม้นท์งัยดี ......มันได้อรรถรสจนไม่สามารถบรรยายได้ อ่านแล้วไหลลื่นตามเนื้อเรื่อง ตัวละคร การพัฒนาทางอารมณ์ของตัวละคร ทั้งหมดที่เป็นเรื่องนี้ลงตัวจริงๆค่ะ มีความรักหลายแง่ หลายมุมมอง มิตรภาพที่หาได้จากเพื่อน และความจริงใจ

อีกอันยุน แจ มีความลงตัวดีจัง แจที่มองเห็นความตั้งใจจริง ความห่วงใย ความรัก จากยุนโฮที่เพียรส่งมาให้อย่างไม่ได้คิดปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองเลยแม้แต่น้อย มันทำให้เราได้สัมผัสถึงความรู้สึกของแจได้จริง ..................ว่าทำมัยคนนี้ถึงอบอุ่นอย่างนี้น๊า~~~~~

ชอบ ชอบมากๆ เป็นอีกเรื่องที่ประทับใจ ----(รวมเล่ม รวมเล่ม.)..ฮ๊า....รอตอนต่อไปค่ะ สู้สู้นะคะ

#32 By luv_YunJae (124.120.115.160) on 2007-07-23 15:35

อ้ากกกกกกกก
คุงงงตองงงงงงง
มาต่อแล้วววววววว

ตั้งตารอคอยใจจดใจจ่อ รออ่านฟิคเรื่องเน้อย่างแรง!!!

คือไม่รุจะเม้นว่าอาราย
นอกจากอยากบอกว่า
เขียนดีมักๆๆๆๆๆๆๆ

ตอนอารมณ์เศร้าๆ อ่านแล้วบาดอารมณ์ไปถึงจิตใจ
ตอนโรแมนติคก็เขียนได้พอดี ไม่เลี่ยนจนเกินไป

ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆคะ
รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ

ว้า!!จุนซูกับชองฮวาคงไม่มีรีเทิร์นแล้วชิมิ
ยังงัยก็สมหวังกับตาปาร์คละกานนะ จุนซูเอ๊ยยยยยยยยยยย

#33 By MadamKim (124.120.240.96 /10.5.50.123, 192.168.10.100) on 2007-07-23 16:30

ฮัวหลาง เท่ห์มากกกกกก กิ๊ซๆๆ

>//////< ขออยู่ลัทธิชองฮวานลิซึ่มด้วยคนคร๊าบบบบบ

ขอให้โอปายูชอนหายไวๆ *w*

#34 By Yakuza (203.113.50.10) on 2007-07-23 19:12

ดีใจมั่กๆที่พี่มาต่อฟิกเร็วๆ
ชแบฟิคของพี่ทุกเรื่องเลยค่ะ
อ่านแล้วรู้สึกถึงการมีตัวตนของละคร
ตัวละครทุกตัวเหมือนไม่ได้สร้างมันขึ้นมาแต่มันมีชีวิตจริง
แล้วพี่ก็แค่เขียนให้คนอ่าน มันเหมือนอย่างนั้นจริงๆ
อ่านแล้วลื่นมากก
เรื่อง can i love u เรื่องนี้ไม่กล้าอ่านต่อ
กลัวคนแต่งจริงๆ มันแบบว่าล่อแหลมกับความรู้สึกจริงๆ
กลัวแจแจจะเสียใจ
ไม่ชอบที่ยุนยังคงตอบโจทย์ให้ตัวเองไม่ได้ว่าจะเอาไง
อ่านไปก็กลัวจะเลือกยังเอ

#35 By soulmate (203.113.36.12) on 2007-07-23 19:58

พาร์ทนี้ขอกรี๊ดหน่อยเถอะ เท่ได้ใจจริงๆ อธิบายไม่ถูกอ่ะ รู้แต่ทั้งชองฮวา ญุชอน ยุนโฮ แจจุง ชางมิน ทุกคนเท่ในแบบตัวของตัวเองอ่ะ (ยังขาดจุนซูที่ยังสับสนในตัวเองจนไม่เท่...555) ว่าแต่จะตั้งศาสนาอะไรบ้างดีน้า

#36 By aeh (124.121.235.12) on 2007-07-23 23:01

ให้ตายเหอะ.....

ลึกล้ำมากเลยคุณตอง อ่านแล้วอึ้งจริงๆ

ฟิคอะไรสนุกเป็นบ้า ต้องพูดคำนี้อีกแล้ว

ไม่ไหวแล้ว ชองฮวาเท่เป็นบ้า

หวั่นไหวเลยนะเนี่ย ใจสั่นกันเลยทีเดียวเจอคำพูดของชองฮวาแต่ละคำเข้าไป

จุนซูไม่มีบทพูด มีนิดเดียว -*- ...... น้องเซียถูกแบนข้อหาทำปาร์คของเราเจ็บซ้ำเกินไป

เราโคตรชอบคำนี้เลย "ใครเขาจะมีเซ็กซ์กับคนที่ตัวเองไม่ได้รักกันวะ"
โอ้ยยยมันโดนอย่างแรงงงงงง

จุนซูเมื่อไหร่จะมองเห็นปาร์คของเรามีตัวมีตนซะทีเนี่ย?????

เป็นกำลังใจให้คุณตองเสมอนะคะ
แต่งฟิคอะไรก็ไมรู้สนุกเป็นบ้า

แต่งได้เข้าถึงวิญญาณของตัวละครทุกตัวดีจังเลย

รู้สึกเหมือนมีชีวิตอยู่จริงๆ ทึ้งจริงๆ^^

ยูชอน-ชองฮวา ชองฮวา-ยูชอน ///ขนลุกด้วยคน/// ไม่ไหวน้า -*-

^^

ปล. ยุนแจน่ารักแทบคลั่ง โอ้ยยยย ออกมาน้อยแต่ได้ใจสุดๆ
เจ๊แจโหมดน่ารักจริงๆ มิได้แอ๊บ 5555+

#37 By Loveyoochun ^^ on 2007-07-23 23:55

ดีนะที่มีคำเตือนข้างล่างด้วย เกือบคิดไปแล้วว่าเป็น ชองฮวา

#38 By loverken (58.64.126.90) on 2007-07-24 06:07

กระแสฮัวชอนมาแรงงงงง

ฮ่าๆ

อาฮัวแสนแมนมั่กๆ ไม่ค่อยเข้าใจเฮีย รู้อย่างเดียว ฮัวเท่โฮก!

ปาร์คเป็นคนดีอีกเช่นเคย ยังไงๆก็ยูซู จะมีใครรักจุนซูเท่ายูชอนได้อีกไม่มีๆ ดูความรักได้จากเอสแม็ก 4p ฮ่าๆ <-- เม้นนอกเรื่อง

ps.แอบอยากอ่านเอ็นซียูซูในโรงบาล ฮี่ๆ *ยิ้มหื่น* 55

#39 By himitsu (124.120.217.113) on 2007-07-24 11:27

วันนี้ได้เห็นอีกมุมนึงของอาฮัว
ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรมากกว่าที่จะสามารถคิดไว้เยอะเลย
ดูเท่ห์จริงๆ ดูเป็นผู้ใหญ่ ความคิดก็กว้างไกลจนเราอดที่จะนับถือไม่ได้

แต่ก็ยังคงไม่แน่ใจกับความรู้สึกของอาฮัวอยู่ดี
ว่าไม่ได้รักจุนซูจริงอ่ะ หลายครั้งที่เหมือนมันจะมีอะไรมากกว่านั้น
(แกจะะเอาแค่ไหนวะตาล)
อยากรู้ก็ต้องคอยอ่านอยู่เรื่อยๆ อิอิ

เแต่เพลงพลงสุดยอดมาก My mom is dead
'หยุดพล่ามซักทีเถอะพ่อ แม่ผมตายแล้ว' เป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆอ่ะ
เจ๋งๆ ชอบๆ แรงดี แรงได้ใจจริงๆ

คู่ยุนแจดูมีความสุขกันแล้ว อิอิ
แฮปปี้มากเลย เป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการแล้ว อิอิ
แต่งเพลงรักให้ยุนโฮด้วยอ่ะ แจจุงน่ารัก

จุนซูดูเย็นชากับยูชอนจังเลยอ่ะ ไม่มาเฝ้าไข้ด้วย ปล่อยให้เด็กเรียนอย่างน้องมินมาเฝ้าแทน
แถมยังไม่คุยด้วยเลยอ่ะ เป็นอะไรนะ สับสนกับความรู้สึกอยู่หรอ หรือยังเสียใจเรื่องชองฮวา
หรือจะอะไรก็แล้วแต่ แต่แบบนี้ยูชอนรู้สึกแย่แน่ดู อยู่ด้วยกัน แต่ไม่พูดเลยซักคำ

จากที่ชองฮวาพูดไปแบบนั้นแล้ว ยูชอนจะมีความหวังขึ้นมามั๊ยนะ
อยากรู้จังว่าจุนซูคิดยังไงอยู่ในตอนนี้ จะรักยูชอนขึ้นมาบ้างหรือยัง
จะเป็นแบบที่ชองฮวาบอกมั๊ยนะ
ให้ตายเถอะพระเจ้า... ขอศาสนาฮัวหลางลิซึ่มจงเจริญ...





เหนด้วยๆๆๆๆ~!!!

555+ ^O^

#41 By DAIMOND (125.25.188.119) on 2007-07-24 18:35

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณตองก้าเช่นกันที่แต่งฟิคดีๆสนุกๆ มาให้เราทุกคนได้อ่านกัน

แล้วก็ขออภัยที่เพิ่งมาเม้นท์เอาอีป่านนี้
แต่ที่หายไป ห่วงว่าคนแต่งจะเข้าใจ
เพราะก็รู้กันดีว่าหายไปเลี้ยงลูกมา 555

เอาหล่ะเข้าเรื่องดีกว่า
ตอนนี้แม้ว่ายูชอนยังคงสะบักสะบอมได้ที่
แต่ก็เริ่มเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์แห่งความรักแล้ว
(ไม่มีคำพูดที่น่าอ้วกน้อยกว่านี้แล้วใช่มั้ยเนี่ย ^^")
ยูชอนดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ส่งผลให้ปฏิกิริยาจากจุนซูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่ง..... ว่ะฮ่าๆๆ (ในหัวเต็มไปด้วยนายการเรตฉ.ฉิ่ง)

แต่ที่สุดของที่สุด คือการสนทานาของพ่อพระเอกและพ่อพระเอก
กรี๊ด...... กรี๊ดราวกับต้องน้ำมนต์
มันแมนมั่กมาก เหมือนการพูดคุยกันระหว่างศิษย์-อาจารย์จ้าวยุทธภพทั้งสอง

ตอนอ่าน ยอมรับว่าสังหรณ์ใจว่า มันจะต้องมีคนจิ้นอาฮัว-ยูชอนแน่ๆ
เลยเร่งไปเช่าพระดีๆมาคล้องไว้ก่อน
ซึ่งก็ช่วยไว้ได้มาก 55555

เห็นด้วยกับคนแต่ง ว่าไม่มีทางชองฮวา-ยูชอน หรือ ยูชอน-ชองฮวาแน่นอน
แต่ไอ้ที่ว่า ชองฮวา-ตองก้านี่......
ลองคิดดูดีๆมั้ยน้องสาว
นี่ไม่ได้กลัวสาวกฮัวหลางลิซึ่มจะตื้บเอานะ เพราะอันนั้นมันแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง
แต่.... สงสารอาฮัวว่ะ 55555 (โดนคนแต่งถีบจนได้)

ตอนนี้ชางมินน่ารักมากที่สุด
เป็นเด็กที่คิดอะไรในใจโคดแรงเลย แต่เวลาพูดออกมาแล้วแบบ
"น้องขา อย่าให้มันข่มขู่เพียงเพราะมันน่ารักสิ"
ตอนที่เยอิน บอกน้องไม่หล่อ เส้นเลือดในสมองป้าเต้นตึบเลย

โฮะๆ เจ้าเด็กเมื่อวานซืน นอกจากจะไม่รู้เบื้องลึกของชเวคัง แห่งEvil overlordแล้ว
ยังริจะมาชอบเพ่เฟอร์ของกรูอีก แว้ก!!!
"พี่เซย์เฟอร์ของชั้น" มาตบกะกรูเลยดีกว่า มา!!


ส่วนยุนแจ ยังคงหวานหยดมดตอม
แต่...... ก่อนพายุมา ทะเลก็มันจะสงบเยี่ยงนี้แล
(ชะแว้บ วิ่งหลบตีนคนเขีย)

#42 By bonychaos (125.25.176.219) on 2007-07-24 18:37

เม้นอะไรดี?

5555555555555555555+

ไม่รู้จะพิมอะไร

ปลื้มใจ มีความสุข

ได้อ่านฟิคเรื่องโปรดก่อนเริ่มอ่านหนังสือ

กีซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

รักชองฮวาจัง 555+

แล้วยุนแจเนี่ยนะคะ...

หวานได้อีก เอาโล่ไป

ไม่ไหวแล้ว

อ่านแล้วเขิลเว่อ

หุบยิ้มไม่ได้...กรามข้าพเจ้าค้างใครจะรับผิดชอบคะ?

#43 By ayaki-o (125.25.90.238) on 2007-07-24 19:13

เพราะชองฮวา มองเห็นและยอมรับตัวตนจริง ๆ ของตัวเองมาแล้ว ...

ก็เลยสามารถมองเห็นตัวตนของคนรอบข้างได้ ...

... ถึงจะไม่พอใจเท่าไหร่เรื่องของจุนซู .. แต่ก็ต้องยอมรับว่า ..

คราวนี้ชองฮวาเท่ห์ไม่น้อยเลย ที่มาเผชิญหน้า และกล้าที่จะเปิดเผยเรื่องราวให้ยูชอนได้รับรู้ ..

.. ได้แต่หวังว่าคราวนี้ยูชอนคงไม่ท้อเรื่องของจุนซูอีกแล้วนะ ..



#44 By nats (58.10.9.68) on 2007-07-24 22:47

แอบงานเข้ามา...โอ้วววว
ได้อ่านของดี
แอบจิ้นพ่อยอดชายสองหน่อเรียบร้อย
ไปแล้วเคอะ
ก็ดูบรรยากาศเวลาอยู่ด้วยกันจิเคอะ
โอ้วเหมือนเป็นเพื่อนรักกันมานาน
ง่า...อ่านแล้วอบอุ่น
ปราศจากการแสร้งอะ
ทั้งสองรักจุนชูเหมือนกัน
แต่คนหนึ่งเลือกจะถอย
อีกคนหนึ่งเลือกที่จะด้าน 555+
หน้าด้านหน้าทนทุ่มเทความรักแบบไม่ยั้ง
อิจฉาจุนชูอะมีคนรักเขาถึงสองคน
ไม่อยากเชื่อหรอก ว่าพ่อฮัวจะรักจุนชู
น้อยจนเกินไปถึงยอมปล่อยไป
การปล่อยมือจากคนรัก...มันทรมานจะตาย

เฮ้อ...แอบมีใจให้สองคนนี้ 555+
ชองฮวา-ยูชอน
ไม่ใช่แบบกระหนุงหระหนิ๋งนะ
แต่แบบ ทูแมนโมเม้น
แบบคุยกับแบบลูกผู้ชายน่ะ
อ่านแล้วให้ความรู้สึกเปิดเผย

แล้วเราจะมาเยี่ยมใหม่ค่ะ

#45 By ^^FlyingBirth^^ on 2007-07-25 11:04

แหม ๆ กำลังจะจิ้นอยู่พอดี โดนดักทางไว้ตรงประโยคเกือบสุดท้าย แหม ๆ รู้ทัน ไง ๆ ตาปาร์ค ก็ต้องเป็นของจุนซูเค้าเนอะ แต่ตอนนี้ชองฮวา เท่สุดใจขาดดิ้น เล่นเอาหลงไปเลย

^^

#46 By M (125.26.32.195) on 2007-07-25 14:15

theme ใหม่สวยมากเลยค่ะ รูปสวยมากๆ

#47 By คิมแชยอน on 2007-07-26 15:06

อ๊ากกกกก

สอบเสร็จมาเปิดคอมเจอฟิกพี่ตองนี่
55555555 มีความสุข~~ ^^

ชองฮวามีสเน่ห์จริงๆ
อ๊ากกกก
หลงรัก 555555
อ๊ากกก บอกไม่ถูก สเน่ห์ล้ำลึก -..-
55555555

แบ๊กกาวใหม่พี่ตองสวยมากกก
อ๊ากกกกก ชอบมากๆเลย
เข้ามาแล้วแบบ สวยมากกกก
555555555

ชอบยุนแจมากกก
อ๊ากกกกกกก
น่ารักมากกกก ><
55555555
คลั่งตาย 55



คิดถึงพี่ตองจ้ะ ^______^



#48 By JAR (58.9.86.125) on 2007-07-26 17:48

โอมนะโม....

ฮัวหลางยูชอนไม่มีในโลกค่ะ ฝ้ายมั่นใจ หึหึ -__,---
คนอย่างฮัว ชองฮวา ..ไม่มีวันหันหน้ามาหาตาปาร์คอย่างแน่นอน ! (อ้าวเฮ้ย~~!)

ฮัวะ..ฮัวะ...ฮัว..

ศาสนาฮัวหลางลิซึ่มจงเจริญ เห็นด้วยอย่างไร้ข้อกังขาค่ะ
*โค้งหัวกระแทกพื้น*

ช๊อบบบบบบบบบบ ชอบค่ะ
T______T
ชองฮวาเป็นคนที่น่ายกย่อง น่าเจริญรอยตาม
ทำอะไรก็เท่ ความคิดอะไรก็เท่ดูดีสุด ๆ ไปหมดเลย
ไม่แปลกหรอกที่จะมีคนรักคนปลื้มเยอะแยะมากมาย

คำแนะนำที่ให้เฮียปาร์คไป ดีสุดยอดค่ะ
หวังว่าทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดีน้า~!

ยุนแจรักกัน รักกั๊นรักกัน ได้อย่างน่ารัก
อ่า.. อ่านแล้วกระชุ่มกระชวย เหมือนได้กินไอเฟิร์มมม
*หัวเราะเสียงต่ำ*

เมนต์ไม่รู้เรื่อง
ไปเมนต์ตอนต่อไปดีกว่าค่ะ 555

#49 By Sloganz (58.8.162.138) on 2007-07-26 21:38

กลับมาใหม่ โอ้โห bg สวยมากๆๆๆๆๆ!! ชอบจังเลยค่ะ ^o^

#50 By lyll (58.8.183.113) on 2007-07-27 15:39