★ b.leaf ★ View my profile

약속 -The Promise-

posted on 03 May 2007 00:37 by bleaf-me  in one-shot

약속
-The Promise-

 

* Story by b.leaf *

Paring: Yunho X Jaejoong
Type: AU, One Shot (Sequel to 보름달-Full Moon-)
Genre: Romance, Drama, Period
Rate: R

Warning: Fiction is Fiction. Just for fun. Nothing is real here Thank you ^^

 

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

 

ชายหนุ่มชะลอฝีเท้า ก่อนจะหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากรอบรูปสีทองขนาดใหญ่ที่แขวนไว้บนผนังสีมุกสะท้อนแสงไฟจนดูคล้ายสีทองอร่าม ภาพวาดลายพู่กันเก่าแก่คล้ายมีมนต์ขลัง สะกดสายตาของเขาให้จดจ่ออยู่ที่มัน

รูปพระราชวังที่ตั้งอยู่กลางน้ำอย่างโดดเดี่ยวในภาพ ให้ความรู้สึกว้าเหว่วังเวงและเงียบเหงาอย่างประหลาด แตกต่างจากสถานที่จริงที่เคยผ่านตา ชีวิตและพลังบางอย่างราวกับกำลังเคลื่อนไหว พลอยทำให้มือของเขาเย็นจัดยามเมื่อมองเห็น

ดวงตาเรียวรีฉาบประกายสุขุมเหลือบลงมองแผ่นป้ายโลหะใต้ภาพ

... ‘ตำหนักแห่งคำมั่นสัญญา’ ...

ในขณะที่ช่างภาพหนุ่มกำลังปลดปล่อยจินตนาการไปกับสมบัติของชาติอันทรงคุณค่า เสียงฝีเท้าหลายคู่ซอยกระทบพื้นหินอ่อนก็ยินแว่วมาตามสายลม จากที่เคยห่างไกล ค่อยๆดังยิ่งขึ้นทุกขณะ ดังก้องสะท้อนกับผนังพิพิธภัณฑ์ระงมไปทั่ว

“ตำหนักแห่งคำมั่นสัญญาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยขององค์พระจักรพรรดิจุนซู แห่งราชวงษ์โซจองในปลายศตวรรษที่ 14 หรือก็เกือบ 700 ปีมาแล้วนะครับน้องๆ”

เสียงหวานกังวานที่ดังมาก่อนตัวนั้นเรียกให้ยุนโฮหันไปมองอย่างสนใจใคร่รู้ เขามองเห็นเหล่าเด็กนักเรียนทั้งชายทั้งหญิงต่างวิ่งเข้าไปรุมล้อมร่างเพรียว ใบหน้าหวานสวยกำลังหัวเราะน้อยๆ ให้กับความซุกซนของฝูงทโมนประถมหนึ่ง ใบหน้าที่งดงามไม่ด้อยไปกว่างานศิลปะชั้นเลิศ ภาพอันแสนน่ารักอบอุ่นเบี่ยงเบนความสนใจของเขาออกจากภาพวาดลายพู่กันได้อย่างสิ้นเชิง

“น้องๆรู้มั้ยเอ่ย... ว่าจักรพรรดิจุนซูทรงมีคำสั่งให้สร้างตำหนักแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ และสถานที่ที่ใช้เก็บพระศพขององค์พระเชษฐา หรือองค์รัชทายาทองค์โตแห่งพระมหาจักรพรรดิกยองจู ที่ถูกลอบสังหารโดยพวกกบฏโค่นล้มราชบัลลังก์ ซึ่งนักฆ่ากบฏผู้นั้นก็คือราชองครักษ์มือหนึ่งขององค์พระปิตุลาโจจู ศพของเขาก็ถูกเก็บไว้ที่นี่ด้วยเช่นกันนะครับ

ทุกคนอาจจะสงสัย มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ศพของกบฏจะถูกเก็บไว้ร่วมกับรัชทายาทใช่มั้ยครับ แต่ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่าไว้ว่า ราชองครักษ์ผู้นั้นแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอย่างลับๆ กับองค์รัชทายาท หลังจากลงมือปลิดชีวิตพระโอรสแล้วจึงลงมือฆ่าตัวตายตาม ก่อนจะมีมหาดเล็กมาพบศพของทั้งคู่นอนตายเคียงข้างกันอยู่ในพระราชวังส่วนกลาง ซึ่งเป็นที่พำนักขององค์รัชทายาทนั่นเอง

หลังจากจักรพรรดิจุนซู ที่ในตอนนั้นยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นเพียงรัชทายาทลำดับที่สอง กลับมากอบกู้ราชบัลลังก์ไว้ได้ พระองค์ทรงมีรับสั่งประหารครอบครัวของราชองครักษ์ผู้นั้นหมดเก้าชั่วโคตร ศพพวกกบฏถูกนำไปโยนทิ้งทะเลหมด เหลือไว้แต่ศพของราชองครักษ์ผู้นี้เท่านั้น ที่มีพระประสงค์ให้ฝังไว้เคียงข้างพระศพขององค์รัชทายาทองค์โต

เรื่องราวของพระโอรสและราชองครักษ์ พอถูกทราบถึงหูชาวบ้านในสมัยนั้นก็ต่างประณามความรักของคนทั้งคู่ว่าเป็นความรักที่น่าสาปแช่ง แต่จนสมัยนี้...” ริมฝีปากสีแดงจัดคลี่รอยยิ้มบางๆ ในขณะที่มีแววไหววูบในดวงตาสีดำสนิทนั้น “ความรักของคนทั้งคู่ กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมความรักที่ลึกซึ้งและมีเสน่ห์ที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว”

“องค์รัชทายาทหน้าตาเป็นยังไงฮะพี่ผู้บรรยาย” เด็กชายคนหนึ่งยกมือถามเสียงแจ้วๆ เขาอมลมจนแก้มย้วยๆป่องเหมือนลูกโป่ง คิ้วเล็กๆขมวดผูกกันเป็นโบว์ด้วยความงุนงงสงสัย

“องค์รัชทายาทเหรอครับ... ทรงมีพระสิริโฉมงดงามเหมือนสตรีจนเป็นที่โจษจันเลยล่ะนะ ว่ากันว่าทรงมีผิวพรรณขาวหมดจดเหมือนอาบไว้ด้วยแสงจันทร์ นัยน์ตาสีนิลดำขลับดูลึกล้ำเหมือนอัญมณีน้ำงาม แล้วก็มีริมฝีปากสีแดงจัดเหมือนผลพลับสุก”

“ผมไม่เข้าใจอ่ะคับพี่ผู้บรรยาย...”

พี่ผู้บรรยายที่ว่าหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ให้กับความไม่รู้เดียงสาของเจ้าหนูช่างสงสัย “องค์รัชทายาทก็สวยมากๆเลยล่ะครับ สวยเหมือนผู้หญิงเลย”

“สวยเหมือนพี่ชายมั้ยคะ?” เสียงใสๆของเด็กหญิงในชุดเดรสสีชมพูถามขึ้นมาบ้าง ร่างเพรียวสะดุดกึกไปครู่หนึ่ง ก่อนจะต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียงหัวเราะ

“ไม่หรอกค่ะ พี่ชายเป็นผู้ชาย สวยไม่ได้หรอกนะ แล้วอีกอย่าง... ถ้าเหมือนพี่คงไม่ใครสร้างตำหนักให้หรอก”

“เหรอคะ” เด็กหญิงคราง เอามือจับชายกระโปรงพลางบิดไปบิดมา สีหน้าบูดบึ้งหมดความสดใสลงไปราวกับไม่เชื่อคำพูดของผู้บรรยาย “มีรูปให้หนูดูมั้ยคะ?”

“ไม่มีหรอกค่ะ รูปวาดถูกพวกกบฏทำลายหมดแล้ว”

ว้า...แย่จัง เด็กหญิงบ่นงึมงำ ยกมือเล็กๆขึ้นเกี่ยวมือของพี่ผู้บรรยายหน้าสวยแล้วแกว่งไปมา

นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกซึ่งเห็นยืนก้มๆเงยๆ จดอะไรบางอย่างลงสมุดเล่มเล็กอยู่พักใหญ่สบโอกาสยกมือขึ้นถามบ้าง “Would you tell me the prince name please?”

“His royal highness prince Jaejoong…”


เหตุการณ์และบทสนทนาทุกถ้อยคำนั้นอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด ยุนโฮหันกลับไปให้ความสนใจกับภาพวาดลายพู่กัน ‘ตำหนักแห่งคำมั่นสัญญา’ นั้นอีกครั้ง ก่อนจะกระตุกริมฝีปากยิ้มอย่างพึงใจ ทำงานเป็นช่างภาพให้นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังมาหลายต่อหลายปี ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าประเทศของเขามีประวัติศาสตร์หรือเรื่องเล่าอะไรทำนองนี้ด้วย

มือเรียวกระชับกล้องดิจิตอลในมือ ก่อนจะยกขึ้นเทียบระดับสายตา แสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วบริเวณยามที่เขาลงมือกดชัตเตอร์ เก็บภาพความงดงามของราชตำหนักแห่งความรักซึ่งยังคงหายใจอยู่บนแผ่นกระดาษราวกับมีชีวิต

“ขอโทษนะครับคุณ ด้านนั้นห้ามถ่ายภาพครับ” เป็นเสียงหวานและนุ่มนวลที่เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนดังขึ้นด้านหลังชายหนุ่ม ยุนโฮค่อยๆลดกล้องคู่ใจลง พลางเหลือบมองป้ายพลาสติกแข็งสีขาวที่แขวนติดไว้กับเชือกกำมะหยี่สีแดงซึ่งใช้กั้นภาพไว้ให้ห่างมือ

“อ่ะ...ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ” ชายค้อมตัวคำนับปลกๆ เมื่อพบว่ามีสัญลักษณ์ห้ามถ่ายภาพอยู่จริงๆ และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น สายตาก็ประสานเข้ากับนัยน์ตากลมโตสีดำสนิทดูลึกล้ำที่กำลังมองตรงมาทางเขาอย่างขำๆ

‘พี่ผู้บรรยายคนสวย’ คนนั้นนั่นเอง

“คุณลบภาพได้มั้ย?” เจ้าของดวงตาคู่นั้นเอ่ยถาม แต่พอเข้าหูซ้าย คำถามนั้นก็ทะลุหูขวา ยุนโฮเอาแต่จ้องมองดวงหน้าขาวใส เส้นผมสีเดียวกับดวงตาเงางามดั่งแพรไหม และริมฝีปากที่ขยับน้อยๆอย่างนุ่มนวลนั้นอย่างพิศวง

“อ...อะไรนะครับ?”

ริมฝีปากชุ่มชื่นที่หากสัมผัสดูคงนุ่มเหมือนเจลลี่คลี่ยิ้มจางๆ “ลบภาพเมื่อครู่ออกได้มั้ยครับ?”

“อ่อ...เออ...คือว่า...” ยุนโฮปั้นหน้าลำบากใจทันทีที่จับใจความได้ ชายหนุ่มแสยะยิ้มแหยๆ ก้มมองกล้องถ่ายภาพในมือ “หยวนๆไม่ได้เหรอครับ?”

คนถูกถามทำได้เพียงส่ายหน้าเบาๆ ตาคู่สวยจ้องมองยุนโฮไม่วาง ราวกับกำลังละเลียดพิจารณาเก็บรายละเอียดเอาไว้จนยุนโฮแทบทำอะไรไม่ถูก สายตาแบบนั้น...ทำอย่างกับเขาเป็นโจรปล้นฆ่าอย่างนั้นล่ะ ร่างสูงย่นหน้าผากพลันถอนใจยาว ในที่สุดก็ยอมกดลบภาพออกแต่โดยดี

“ได้ครับ...ลบแล้ว...เรียบร้อย” บอกพลางยกกล้อง โชว์ผลงานให้ดู

“ขอบคุณครับ” รายนี้ค้อมตัวน้อยๆ ก่อนส่งยิ้มหวานให้เป็นการตอบแทน

ยุนโฮกระชับสายสะพายกล้องถ่ายรูปแสนรักแสนหวง อุปกรณ์เลี้ยงชีพที่ใช้ทำมาหากินมากว่าสองปีเข้ากับไหล่ หันกลับไปให้ความสนใจ เดินสำรวจของโบราณชิ้นต่างๆซึ่งถูกจัดไว้บนแท่นอย่างดีดูสูงราคา เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์คนเดิมยังคงจดจ้องเขาอยู่ราวกับจับผิด ยุนโฮรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติเอาก็ตอนนี้

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ” ช่างภาพหนุ่มเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการชวนคุย “ทำงานที่นี่มานานหรือยัง?”

ร่างเพรียวที่ยืนมองเขาเหม่อๆ ราวกับสติหลุดลอยไปไกลสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเรียก หน้าหวานเผยรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ทำต่อหน้าเด็กๆ ตอบเสียงเรียบ “ไม่นานครับ เพิ่งเริ่มงานสัปดาห์นี้สัปดาห์แรกเอง ที่จริงแล้วผมอยู่ในช่วงฝึกงาน”

“อ้าว งั้นเหรอ เรียนอะไร ที่ไหนครับเนี่ย”

“เรียนประวัติศาสตร์อยู่มหา’ลัยโซลครับ”

“เจ๋ง... เพื่อนผมที่เรียนไฮสคูลมาด้วยกันก็จบม.โซลเหมือนกัน”

“จริงเหรอครับ ดีจัง”

ไม่มีหรอก... ไม่มีเพื่อนเรียนที่มหา’ลัยโซลซักคน ยุนโฮสารภาพผิดอยู่ในใจ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เมื่อเพิ่งรู้ว่าการชวนผู้บรรยายพิพิธภัณฑ์คุยมันยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้ ร่างเพรียวที่เคยส่งเสียงพูดแจ้วๆ เกี่ยวกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ คนที่มีแววตาเป็นประกายสดใสเมื่อครู่ ในเวลานี้กลับพูดน้อยและดูขี้อายเหลือเกิน

“เอ่อ...คุยกับมาตั้งนาน ผมยังไม่รู้เลยว่าคุณชื่ออะไร?”

“เอ๋?”

“ผมมองดูแล้ว ที่ตัวคุณไม่ได้ติดป้ายห้ามคุยด้วยไว้ ผมถามได้ใช่มั้ยครับ?”

คำถามของชายหนุ่มทำให้แก้มใสๆของร่างสวยระบายไปด้วยสีชมพูระเรื่อ คนถูกถามยกมือขึ้นจับปลายจมูก เขาหัวเราะน้อยๆ นัยน์ตาลึกล้ำเปี่ยมสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เขาหัวเราะนั้น เขาน่ารักมากแค่ไหน

“คุยได้สิครับ ผมเป็นคนนะ ไม่ใช่แจกันล้านปี... ผมแจจุงครับ... คิม แจจุง”

“แจจุง...” ยุนโฮทวนคำ ก่อนจะเบิกดวงตากว้างขึ้นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “แจจุง... เชื่อเหมือนเจ้าชายเลย... His royal highness prince Jaejoong”

องค์ชายแจจุงคนตรงหน้านิ่งไปราวเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มแห้งๆออกมา เสียงหวานตอบอ้อมแอ้มด้วยความขวยเขิน “ที่จริงแม่ผมตั้งชื่อตามชื่อองค์ชายน่ะครับ แม่ผมเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์”

“ให้ตายเหอะ”

“อื้อ...”

“ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมคุณเก่งจัง บรรยายเหมือนในเทปเลย อัดเสียงไว้รึเปล่าเนี่ย”

“เปล่านะครับ ผมไม่ได้ลิปซิงค์”

“ล้อเล่นน่ะครับ ผม...จองยุนโฮครับ เป็นช่างภาพกิ๊กก๊อก” ยุนโฮแนะนำตัว พลางควักกระเป๋ายื่นนามบัตรให้เสร็จสรรพ แจจุงรับมาพินิจดูด้วยรอยยิ้ม... รอยยิ้มที่เหมือนกับไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าหวานนี้

รอยยิ้มที่ยุนโฮรู้สึกราวกับว่า...เขาเคยเห็นมัน และยังคงเห็นอยู่ตลอดเวลา...

“ไม่กิ๊กก๊อกแล้วมั้งครับ เล่มนี้ผมอ่านบ่อยเลย” แจจุงพึมพำข้อความในกระดาษใบเล็กที่ติดกลิ่นหอมจางๆ ไม่ใช่กลิ่นหอมจากกระดาษ แต่เป็นกลิ่นหอมของดอกบ๊วยแดงหรืออาจจะเป็นอะไรที่คล้ายกันนี้

กลิ่นหอมกรุ่นติดจมูกทำเอาสมองของแจจุงสั่งงานช้าไปนิด “เอ่อ...เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณชื่ออะไรนะครับ” เขาถามซ้ำ ทั้งที่สายตายังคงลากอ่านข้อความในกระดาษต่อไป

“จองยุนโฮครับ”

“คุณชื่อเหมือน...ราชองครักษ์จอง”

“ใครนะครับ?”

“อ..อ่อ... เปล่าครับ ไม่มีอะไร ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” แจจุงส่ายศีรษะไปมาเบาๆ จนดูคล้ายว่าเขากำลังพยายามสลัดข้อมูลในสมองที่มีมากจากเกินงามออกไปเสียมากกว่า เส้นผมเส้นเล็กๆนุ่มสลวยพลิ้วกระดิกไปมา คลอเคลียแก้มขาวและลำคอเชิดงามระหงส์

“ครับ ผมก็เหมือนกัน ระยะนี้ผมต้องทำเรื่องเกี่ยวกับตำหนักนี้ซะด้วย อาจจะต้องรบกวนคุณให้ช่วยแนะนำ...หวังว่าคงจะไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปนะครับ”

“ได้เลยครับ ยินดี แต่ต้องนอกเวลางานนะครับ”

“ไม่มีปัญหาครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วย”

ทันทีที่แจจุงตกปากรับคำ ยุนโฮรู้สึกราวกับได้ชีวิตใหม่ คนทั้งสองพากันเดินชมรอบบริเวณตำหนักเก่าแก่ คุยกันต่อไปได้สักพักอย่างถูกคอ กระทั่งเวลาผ่านไป... พอตะวันเริ่มคล้อย... ยุนโฮได้ยินเสียงนกร้องกลับรังแว่วมากับสายลมเย็น ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนพบว่าถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะลากลับ

“แจจุง... ผมคงต้องไปแล้ว” ช่างภาพหนุ่มทำปากยื่น พลางครางเหมือนเด็กๆ

“เหรอครับ เสียดายจัง” น้ำเสียงหวานรื่นหูมีแววเสียดายโดยสัจจริง “แล้วมาใหม่นะ ผมจะรอ”

“สัญญาแล้วนะว่าจะช่วยผม” ก่อนไป...ยุนโฮยกนิ้วก้อยขึ้น ไม่วายย้ำคำสัญญา

“อื้อ...จนกว่าจะได้พบกันใหม่” แจจุงยอมเกี่ยวก้อยตอบอย่างไม่มีบิดพลิ้ว ร่างบางบอกกับตัวเองว่า...อาจจะแค่เพราะถูกคอกันมากถึงสามารถสนิทสนมกันได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว หากทุกความอบอุ่นที่โอบกอดร่างกายเขาในตอนนี้ สุ้มเสียงนุ่มละมุนของยุนโฮ เขาสามารถสัมผัสมันได้ทุกอณู... อย่างคุ้นเคย... ความรู้สึกของเขาบอกเอาไว้เช่นนั้น

“จนกว่าจะได้พบกันใหม่... บ๊ายบายครับ...”

จนกว่าดวงจันทร์จะนำพาให้ได้พบกันใหม่...


- - -


ดวงจันทร์ดวงโตลอยอยู่กลางท้องฟ้ามืดดำ สะท้อนเงาในสายน้ำไหวระรอก กลิ่นหอมของละอองน้ำอันเย็นชื้นยิ่งทำให้ความอบอุ่นเพียงน้อยนิดใต้ผ้าห่มผืนเดิมดูมีค่าขึ้นอีกโข

หนังสือประวัติศาสตร์กองพะเนินล้มระเนระนาดกองอยู่ปลายเตียง ส่วนหนึ่งถูกเปิดค้างเอาไว้บนเตียง รูปถ่ายหลายใบวางกระจัดกระจายอยู่ไม่ไกลกัน แสงจากโคมไฟอ่านหนังสือสีเหลืองนวลคล้ายแสงจันทร์ในคืนนี้อาบไล้บริเวณห้อง ความเงียบงันของราตรีโอบกอดร่างสองร่างที่นอนเคียงกันอย่างเป็นสุขใต้ผ้าห่มอุ่นสีขาวสะอาด

แจจุงขยับกาย พลางกระพริบลืมดวงตาที่เคยปิดสนิทเมื่อได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษกรอบๆ ของหนังสือเล่มหนาอายุเกือบร้อยปีที่ข้างหู ร่างบางกระชับอ้อมแขนเล็กโอบรอบเอวหน้าของคนข้างๆ เหมือนลูกแมวอ้อนเจ้าของ

“ยุนโฮ...”

“ไงครับ?” ยุนโฮละสายตาจากหนังสือ เอนร่างที่เคยนั่งหลังพิงพนักเตียงลงนอนเคียงข้าง เขากุมมือแจจุงเอาไว้หลวมๆ บรรจงจูบใบหน้าหวานสวยที่หน้าผาก

สามสัปดาห์แล้ว... นับจากวันนั้น... ที่คนสองคนได้พบ ทำความรู้จัก และรักกัน...

กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นดอกไม้อวลกรุ่นจากร่างกายของแจจุง กลิ่นซึ่งคล้ายกับกลิ่นในห้องแสดงชุดฮันบกเปื้อนเลือดขององค์รัชทายาทแจจุง ซึ่งไม่รู้ว่าอุปทานไปเอง หรือเป็นเขาที่เดินเข้าเดินออกราชตำหนักแห่งคำมั่นสัญญาเป็นว่าเล่นจนบ้าไปแล้วกันแน่

ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังหลงรักกลิ่นหอมของเจ้าชาย... กลิ่นหอมละมุนละไม บริสุทธิ์ และชวนให้หลงใหล...

“ชั้นฝันเห็นยุนโฮใส่ชุดฮันบกโบราณ” เป็นแจจุงที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงง่วงงุน มือขาวยกขึ้นลูบข้างแก้มคนรัก มองชายหนุ่มอย่างรักใคร่

ยุนโฮได้ฟังพลันหัวเราะร่า มองคนตัวเล็กในอ้อมกอดอย่างเอ็นดูในความซื่อใส ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆ “คุณอ่านหนังสือพวกนี้มากเกินไปรู้ตัวมั้ย? ผมเพิ่งจะเริ่มอ่านยังคิดว่าตัวเองกำลังค่อยๆบ้า ไม่อยากจะนึกสภาพคุณเลย โอ้ย! เจ็บนะแจจุง”

มือเล็กตะปบลงบนแผ่นอกแกร่งป้าบเบ้อเริ่มจนอีกฝ่ายร้องโอย “ก็ตีให้เจ็บนะสิ ชั้นแค่รัก ไม่ได้บ้า”

“แต่ผมทั้งบ้าทั้งรักแจจุงเลย”

“แหวะ”

“ไม่ต้องมาแหวะ” ยุนโฮรวบมือเล็กๆที่เริ่มอยู่ไม่สุขนั่นไว้ในอำนาจ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น เขาหอมแจจุงที่แก้ม เรื่อยไปจนถึงขมับ ผิวของแจจุงนุ่มนิ่มเหมือนปุยนุ่น หอมเหมือนดอกไม้ และหวานเหมือนขนม...ขนมอะไรสักอย่างของชาววัง “บอกหน่อยสิว่าแจจุงก็รักผม”

“ยุนโฮก็รู้อยู่แก่ใจ จะให้พูดทำไม”

“ผมไม่รู้...แล้วก็จะเสียใจมากถ้าแจจุงไม่ทำให้ผมรู้”

“อะไรกัน” แจจุงกัดริมฝีปาก รู้สึกว่าตนถูกรุกหนัก เมื่อยุนโฮรบเร้า แจจุงขัดไม่เคยจะได้ แม้ยุนโฮจะอายุมากกว่าเขาไม่เท่าไหร่ และตลอดมาก็เป็นยุนโฮที่มักจะเอาอกเอาใจเขา หากแต่ร่างบางก็ยังรู้สึกเกรงใจและเทิดทูนชายหนุ่มอยู่มาก...ในความรู้สึก “อื้อ...ชั้นรักยุนโฮ...รักมากเหลือเกิน”

มือหนาเลื่อนขึ้นกุมหัวไหล่มนทั้งสองข้าง ก่อนจะประคองร่างของแจจุงเข้ามาประทับริมฝีปาก ความนุ่มละมุนยวนเย้ายังคงติดตรึง รสสัมผัสเร่าร้อนหากในคราเดียวกันก็เย็นฉ่ำชื่นหัวใจ

หากพระจันทร์ยังคงมองดูอยู่...

ยุนโฮย้ำจังหวะระหว่างกายร่างบาง นวลเนื้อขาวผุดผ่องประทับรอยแดงนับไม่ถ้วน เรียวขาขาวกระหวัดรัดรอบเอวร่างเบื้องบน ขยับสะโพกเป็นหนึ่งเดียวกัน รู้สึกรุ่มร้อนไปทั้งในอกและหน้าท้อง แจจุงกรีดร้องเมื่อยุนโฮดันกายเข้าไปลึกและหนักหน่วงยิ่งขึ้น

คิ้วเรียวโก่งได้รูปขมวดมุ่นทว่ารอยยิ้มยังไม่เลือนหายไป เขาพรมจูบบนใบหน้า จูบจนทั่วศีรษะชื้นเหงื่อ กลิ่นดอกบ๊วยแดงกรุ่นติดจมูก...ตรึงอยู่ในความรู้สึก... ริมฝีปากสีแดงสดเผยอรับเรียวลิ้นร้อนซึ่งกำลังละเลียดไล้ เร้าอารมณ์ให้ถึงขีดสุด

ผลัดกันปรนเปรอ มอบความรักให้กันและกัน หลายต่อหลายครั้งในค่ำคืนเดียว

ยุนโฮพริ้มดวงตาให้หลับลง สติของเขาหลุดลอยไปไกล ไปยังอีกที่หนึ่งที่ไกลแสนไกล ไปยังที่เดียวกันแต่ในอีกช่วงเวลา... เขาเร่งจังหวะเร้า หนักแน่นแต่เต็มตื้นไปด้วยความรัก หยาดเหงื่อที่ผุดพราวอยู่บนแผ่นหลัง เสียงครางของแจจุง...

น้ำตา... แสงสะท้อนจากโลหะเนื้อมันวาว... กลิ่นคาวเลือด... และคืนพระจันทร์เต็มดวง...

“....!!!!....”

“ย..ยุนโฮ...”

 

- - -

 

ฝันร้าย... คือฝันร้ายที่เหมือนจริงที่สุดในชีวิต...

แจจุงในชุดฮันบกโบราณเรืองศักดินา ทำไมมองเขาด้วยแววตาเช่นนั้น...


เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆเปิดออก แสงแดดยามเช้าส่องลอดช่องว่างเล็กๆ ของม่านบานเกล็ดเข้ามาทักทาย ยุนโฮครางในลำคอพลางบิดขี้เกียจน้อยๆ ก่อนจะพบว่าแขนขวาของเขาชาไร้ความรู้สึกโดยสมบูรณ์

เป็นแจจุงที่นอนอยู่ในอ้อมกอด เป็นแผ่นอกบางแสนอบอุ่นของแจจุงที่เขาหนุน เป็นแจจุงที่อยู่เคียงข้างเขาตลอดคืน ร่างบอบบางงดงามไม่แพ้เด็กสาววัยแรกแย้มกำลังนอนหลับสบายอยู่เบื้องใต้ผ้าห่มสีขาวบริสุทธิ์ แจจุงเหมือนดอกไม้ของอุทยานในเขตราชตำหนัก เหมือนของล้ำค่าที่เขาอยากจะรักษา

ชายหนุ่มหยัดกายขึ้นจากที่ที่เคยอยู่ เอื้อมมือไปคว้ากล้องถ่ายรูปตัวเดิมมาไว้ในมือ เขากดชัตเตอร์เก็บรูปเหล่านั้นเอาไว้ ทีละภาพ... ทีละภาพ... กระทั่งเปลือกตาสีมุกค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นนัยน์ตาสีดำนิลเงาวับ ยุนโฮยิ้มอรุณสวัสดิ์แจจุงก่อนลงมือถ่ายรูปต่อ

“ถ่ายรูปแบ็คเมล์รึไง” แจจุงว่า ยิ้มระเรื่อย พลางซุกหน้าลงกับผ้าห่ม เผยเพียงเสี้ยวหน้างามงด ทว่าดวงตากลมสวยข้างที่เหลือสามารถจับได้อย่างเด่นชัด

ยุนโฮกดชัตเตอร์อีกครั้ง...

“เก็บรูปเจ้าชาย...ผิดด้วยเหรอ?”

 

- - -

 

รูปถ่ายของแจจุงกับผ้าห่มสีขาว... ถูกติดเรียงไว้ที่หน้าโต๊ะทำงานของยุนโฮ...

“เฮ้ย แฟนใหม่แกเหรอวะยุนโฮ”

ยุนโฮสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกทัก เขาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ที่จดจ่อสมาธิอยู่ ก่อนจะเจอใบหน้ารื่นเริงสุดขีดผิดจากพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาๆ พึงมี ชายหนุ่มตอบเพื่อนร่วมงานเสียงเรียบ

“อืม”

อีกหนุ่มทำตาโตตื่นเต้นเมื่อได้รับคำตอบ “แล้วแม่นมตู้มนั่นล่ะ?”

“เลิกกันแล้ว” ยุนโฮตอบเสียงเรียบกว่าเก่า พลางทำหน้าเซ็งขึ้นมาทันใด ชายหนุ่มวางมือจากงานตรงหน้า หันเก้าอี้มานั่งคุยกับเจ้าเพื่อนจอมซักไซ้นี่ให้รู้แล้วรู้รอด

“จุ๊ๆๆ น่ารักเป็นบ้าเลยว่ะคนนี้ ไปเก็บมาจากไหนวะเนี่ย?”

“ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ตำหนักแห่งคำมั่นสัญญา”

“เฮ้ย เดี๋ยวนี้แกฟันนักประวัติศาสตร์เลยเหรอวะ!?”

“ไม่ใช่ซักหน่อย เค้าเป็นนักศึกษาประวัติศาสตร์ มหาลัยโซล ต่างหาก”

“อ่าว...ห่า! ฟันนักศึกษาม.โซล หนักกว่าเก่า” หนุ่มร่างแกร็นอุทานเสียงลั่น มองเพื่อนรูปหล่ออย่างไม่ค่อยไว้วางใจ สายตาแบบนั้นทำให้ยุนโฮอดเถียงไม่ได้

“แต่ชั้นรักเค้านะเว้ย”

“จริงดิ เพิ่งรู้จักกันไม่นานเนี่ยนะ”

“อืม...ไม่รู้สินะ เวลาชั้นอยู่กับเค้าชั้นรู้สึกเหมือนได้รู้จักอีกตัวตนนึงของตัวเอง แล้วทุกครั้งที่ชั้นเห็นแววตาของเค้า แกดูสิ...” ชายหนุ่มคว้ารูปโปรดที่สุดในบรรดารูปทั้งหมดให้เพื่อนดู รูปที่เห็นเฉพาะดวงตาของแจจุง “ชั้นรู้สึกคุ้นเคยกับมัน เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

“งั้นแกก็คงตามรักเค้ามาแต่ชาติปางก่อนล่ะมั้ง”

“ไอ้บ้า พูดเป็นเล่น”

“ฮ่ะๆ เลิกอาร์ตไปมากกว่านี้ได้แล้วไอ้ยุนโฮ หัวหน้าเรียกพบแกอ่ะ”

“เออ รู้แล้ว เดี๋ยวตามไป”

พูดเป็นเล่น... ตามรักมาแต่ชาติปางก่อนหรือ มีที่ไหน... ยุนโฮหัวเราะออกมาเบาๆกับตัวเองในความปัญญาอ่อนไม่มีที่ติของเจ้าเพื่อนยาก หากแต่ภายในใจชายหนุ่มกลับรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างประหลาดทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นของเพื่อน

ภาพความฝันเมื่อคืน... กับภาพซ้อนในความทรงจำยังคงติดตาไม่จางหาย... มันช่างขาดห้วงและปะติดปะต่อไม่ได้ ที่สำคัญ...มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด


- - -

 

อาทิตย์หน้าก็ปิดเล่มแล้ว... ชายหนุ่มบอกตัวเอง ขณะโยนกระเป๋ากล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพขึ้นหลังรถ

ฟ้าหลังฝนมักจะสดชื่นเช่นนี้เสมอ ทำให้อากาศในเช้าวันใหม่สดใสกว่าเมื่อวานอยู่มากโข ยุนโฮสูดหายใจรับละอองบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ นึกโกรธตัวเองอยู่นิดหน่อยที่ไม่รีบตื่นให้เร็วกว่านี้

เช้าวันนี้เป็นวันหยุด ใครหลายคนคงกำลังนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนอุ่น ยกเว้นก็แต่ช่างภาพอาชีพอย่างเขาที่ไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์เหมือนใครๆ ชายหนุ่มอมยิ้มกับตัวเอง พลันกระโดดขึ้นรถ แม้สัปดาห์หน้าก็จะถึงวันปิดเล่มนิตยาสารแล้วก็เถอะ หากแต่หัวใจเอาแต่ตัวของเขามันสามารถโยนเรื่องนี้ทิ้งไปก่อนได้สบายๆ

ก็คนที่กำลังรอคอยอยู่ตอนนี้ต่างหากที่เขาคิดถึง...จับหัวใจ

ยุนโฮหักเลี้ยวรถที่หัวมุมถนนด้านหน้า เหยียบคันเร่งด้วยอัตราที่ไม่มากเกินไป ไม่นาน...รอยยิ้มที่เฝ้าฝันถึงก็ปรากฏ แจจุงในชุดสีฟ้าขาวกำลังโบกมือให้เขา ชายหนุ่มจึงค่อยๆชะลอความเร็ว ก่อนจอดรถเทียบฟุตบาธตรงหน้าวิทยากรส่วนตัว

“หวัดดี รอนานมั้ย?”

“ไม่เท่าไหร่ครับ สบายมาก” แจจุงทิ้งกายลงบนเบาะนั่งด้านข้างคนขับ รัดเข็มขัดนิรภัยจนเรียบร้อยแล้วรถถึงเคลื่อนออก เขาพริ้มหลับ ปิดเปลือกตาคู่สวยซึ่งประดับไว้ด้วยแพรขนตางอนยาว สูดหายใจเข้าเอากลิ่นหอมยวนใจ

กลิ่นดอกบ๊วย...มาจากที่ไหนซักแห่ง...

“ยุนโฮ...” เจ้าของใบหน้าสวยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พยายามสะกดใจ เก็บเรื่องดอกบ๊วยเอาไว้โดยไม่พูดถึง “เรากำลังจะไปไหนกันเหรอ?”

“ฉลองไง ผมอยากจะขอบคุณแจจุงที่ช่วยเหลือผมมาตลอดระยะสามสัปดาห์อันตรายของผมเนี่ย” ริมฝีปากได้รูปจุดรอยยิ้มที่มุมปาก รูปหน้าเรียวหล่อคมคายลอบมองปฏิกิริยางุนงงสงสัยของคนด้านข้าง “อาทิตย์หน้าก็จะปิดเล่มแล้วนะ...รออ่านได้เลย”

“จริงเหรอ!? ดีใจจัง”

“อืม...คนที่ผมอยากขอบคุณที่สุดก็คือแจจุงนะ รู้มั้ย...”

 

กลิ่นเหมือนดอกบ๊วย

กลิ่นดอกบ๊วย...เป็นยังไงเหรอ...

 

ค่ำแล้ว ท้องฟ้าเปิดกว้างจนเห็นดวงจันทร์ซึ่งยังคงแลดูเหมือนเต็มดวง ทั้งที่เราต่างรู้ดี...ว่าคืนนี้จันทร์ถูกความมืดกลืนหายไปเสี้ยวหนึ่ง

ยุนโฮส่งแจจุงลงบนถนนด้านหนึ่งตรงข้ามที่พัก และเนื่องจากเป็นคืนวันศุกร์รถราบนถนนจึงยังคงวิ่งกันขวักไขว่

คืนที่จันทร์อวดโฉม... ไม่จำเป็นต้องเงียบสงัดเสมอไป...


“แจจุง...จำวันแรกที่เราเจอกันได้มั้ย?” ยุนโฮถามทำลายความเงียบ ในขณะที่เดินเลียบมาตามแนวถนนเพื่อส่งแจจุง

“จำได้สิ มีอะไรงั้นเหรอครับ?”

“ตอนคุณได้ยินชื่อผม คุณบอกว่าผมชื่อเหมือนใครสักคน... บอกผมหน่อยได้มั้ยว่าใคร?”

ความเงียบเคลื่อนเข้ามาอีกครั้ง อึดอัด และหนักอึ้ง แจจุงแค่นยิ้มจาง มองยุนโฮด้วยแววตาที่คุ้นเคย “ก็แค่เรื่องบังเอิญ คุณจะอยากรู้ไปทำไม”

“ผมแค่อยากรู้ และคิดว่าผมสมควรจะรู้... แจจุง... เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า? อาจจะตอนที่เรายังเด็กมากๆ หรืออะไรเทือกนั้น”

“ไม่เคย... ชั้นแน่ใจ”

กระทั่งคนทั้งคู่หยุดฝีเท้าลงตรงสัญญาณคนเดินข้ามถนน ยุนโฮคว้าข้อมือของแจจุงมากุมเอาไว้อีกครั้ง สัมผัสอบอุ่นซ่านลึกลงไปถึงข้างใน แจจุงส่งยิ้มให้คนรักอย่างเคยชิน

“ผมส่งแค่นี้นะ” ยุนโฮพูด อากาศกลางคืนที่เหน็บหนาวทำให้มีควันขาวๆ พวยพุ่งออกจากริมฝีปากของเขา

“อื้ม ขอบคุณครับ” แจจุงตอบรับ ก่อนจะก้าวเท้าลงถนน แต่ก่อนจะได้เดินไปไหน เขากลับนึกอะไรขึ้นได้ก่อน ร่างบางหันกลับมาสบตาคนตัวโต มองยุนโฮด้วยแววตาที่มีความหมาย “ยุนโฮ ชั้นไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ชั้นเองอยากถามคุณ แต่ก็รู้ว่าคุณคงให้คำตอบชั้นไม่ได้”

“.............”

“ชั้นรู้ว่าเรารักกัน คุณรักชั้น แล้วชั้นก็รักคุณ... ซึ่งอย่าถามว่าทำไม ชั้นไม่รู้หรอก... แต่ในความรู้สึกชั้น...... เหมือนชั้นถูกสั่งให้รักคุณ”

ยุนโฮยิ้มรับเมื่อได้ฟัง เขาบีบมือบางๆนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะคลายมือออก “ลาก่อน แจจุง”

“ลาก่อน ยุนโฮ”


ทันใดนั้น... สัญญาณไฟรูปคนข้ามถนนเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง เสียงเครื่องยนต์ที่เร่งมาด้วยความเร่งสูงจู่ๆก็ดังแล่นเข้ามากระทบแก้วหู

“แจจุง!!!”

ไฟหน้ารถสว่างจ้าเสียดแทงเข้าในตา ราวกับแสงสะท้อนของดวงจันทร์บนคมดาบยาวที่ถูกริดออกจากฝัก

 

ไม่... เขาลืมบอกไปว่าเขารักแจจุง...

และเขาลืมบอกด้วยว่า... เขาจะตามรักแจจุงแบบนี้ตลอดไป...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม...

 


โคร้มมมมมมมมมมมม!

 


ลม...ไหววูบผ่านกายเพียงครั้งเดียว แจจุงรู้สึกว่าร่างของเขากระเด็นไปไกลจากที่ที่เคยยืนอยู่ และไหล่ของเขากระทืบพื้นถนนอย่างแรง

และทันทีที่ลืมตาขึ้น มองเห็นสภาพความเป็นไป… กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งกระทบปลายจมูก ความแสบซ่านที่ผิวกายยังไม่ลึกและเจ็บร้าวเท่าหัวใจยามเมื่อเห็นร่างอันคุ้นตานอนแน่นิ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน

“ย..ยุนโฮ...ยุนโฮ!!!!”

 


เพราะฟ้า...กำหนดให้คนสองคน...

พบกัน...

รักกัน...

และพรากจากกัน...

 

 

ทุกชาติไป...

 

 

 

 

--- FIN ---

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนถูกขุนให้อ้วน แล้วถูกสับด้วยปังตอ

เช้าใจคำว่ารักกันทุกชาติ และคำว่าพรากจากกันทุกครั้ง แต่มัน....... โฮก
ถ้าผู้เขียนปราณีเขียนให้แจจุงถูกรถถอยมาทับตายเพิ่มอีกซีน คาดว่าป้าแก่จะมีความสุข
และถูกเติมเต็ม (คิดอะไรของมัน)

ไม่รู้!! มันรักกัน มันล่องลอยด้วยกระแสรักอันไหลบ่า
จนป้าแก่รู้สึกพองฟูด้วยความรัก และน้ำตา

ชอบ แต่เจ็บแค้นฝังหุ่น
ควรได้รับการบำบัด.... ด้วยฟิคอีกซัก เรื่อง 55555
มามะๆ

5555 ล้อเล่นนะน้อง แล้วแต่ผู้เขียนปราณี ตอนนี้นอนตายตาหลับแล้ว
ยุนแจมหากาฬ~~~~ ยิ้มด้วยน้ำตานองหน้า

#1 By Bony Chaos on 2007-05-03 00:38

โอ้...
เห็นในหน้าเอ็กทีน คุณตองอัพฟิกใหม่
เข้าไปดู เรื่องอะไรหว่า
ทำไมเรื่องนี้เราพลาดไปไม่ได้อ่าน
เหลือบตามองเห็นคำว่า 'Rate R'
รีบจดจ้องสายตาอ่านทันที - -" (คู้แอบหื่นมากเลยค่ะช่วงนี้ กรั่กๆ)
แปะโป้งไว้ก่อน
เด๋วกลับมาเม้นท์อีกรอบนะก๊ะคุณตอง
>_<
คนแต่งใจร้ายยยยยยยยย

แงๆๆๆ

เพราะฟ้ากำหนดให้พบกัน

รักกัน

และพรากจากกัน

ทุกชาติไป

โฮกกกกกกกกกกกก

ฟังแล้วหดหู่ใจอิ๊บอ๊าย

แงๆๆๆ

เอาวะ

อย่างน้อยเค้าทั้ง 2 ก็ได้รักและเคียงข้างกัน

ตลอดไป...

#3 By koolpaul on 2007-05-03 01:19

ตายแลวคุณตอง...คุณตองทำยะร้องไห้อีกแล้ว
คุณต้องทำยัพีคคู่นี่อีกแล้ว TTwTT

คุณตองทำให้ยะแต่งคู่มินแจต่อไม่ได้ (โทษเค้าซะงั้นนังนี่)
สงสัยยะคงต้องกลับไปแต่งคู่นี้อีกแล้วล่ะ

คุณตอง...

ยะหยุดร้องไห้ไม่ได้...

ช่วยยะที...ฮืออ ขอทิชชู่ซักกล่องสิคะ...

#4 By YOSHINAKIs on 2007-05-03 01:32

ตั้งแต่ได้อ่านชื่อเรื่อง ก็รู้ทันทีว่าจะต้องเศร้าแน่นอน

ตีความหมายออกมาได้อย่างลึกซึ้งสมเป็นพี่จริงๆ

ให้ความรู้สึก ที่ว่า อย่างน้อยเราก็ได้รักกัน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นก็ตาม

โฮๆๆ อยู่ในโหมดอารมณ์เศร้าน่ะเนี่ย

เพิ่งอกหักแล้วมาฟังเพลง + ฟิคเศร้า

ไปค่าตัวตายเลยดีก่า แต่งมาอีกน่ะค่ะ

#5 By yakusoku(Promise) (124.121.139.84) on 2007-05-03 01:43

เจ็บปวดดีแท้
อ่านแล้วโลกหมองหม่นไปเลยทีเดียว

#6 By jjoppa (124.144.88.134) on 2007-05-03 02:08

แต่งมาได้...ทำร้ายจิตใจมากกก
ซึ้งมาก น้ำ้ตาเล็ดเลยทีเดียว
จบได้แบบ บาดลึก ชอกช้ำระกำจิต
คือเห็นแววมาลางๆว่ามันจะต้องเศร้า
อ่านๆไปก็ เอออาจสมหวังกันชาตินี้ล่ะวะ
ที่ไหนด้ายยยย จบประทับใจจนวันตาย
อยากโฮกกก หดหู่ดีแท้ สะเทือนใจด้วย
แต่ก็ชอบมากกกกกกกกกก

#7 By Eik on 2007-05-03 02:50

....
......
.........
............
ยกผ้านวมซับน้ำตาแล้วบิด
ตอนนี้กะละมังรองน้ำฝนบ้านคู้ เอามารองน้ำตาแทนแล้วค่ะคุณตอง T^T

เพลงในบล๊อกเข้ากันมากค่ะ
พออ่านถึงช่วงแจจุงบรรยายถึงจักรพรรดิจุนซู
จู่ๆในหัวไอ่คู้ก็จิ๊นจุนซูใส่ชุดฮ่องเต้นั่งกระดิกเท้าว่าราชการหน้านอยๆ
*คุณตองตะบันเท้าหมุนเกลียวเตะ 8 ตลบ

โอ้ มันเศร้า
ไม่ไหวแล้วค่ะคุณตอง
ถ้าต้องให้พบกันจากกันแบบนี้ทุกชาติ
คู้ขอเลือกเป็นทางขนานกันดีกว่า T^T
แม้ไม่ได้มาบรรจบกัน
อย่างน้อยก็เดินคู่กันไป
ไม่แหกโค้งลงเหวไปไหน
อยู่ตรงข้ามกัน มองหนทางชีวิตของกันและกันไป อ่ะฮือ

โฮกกกกกกกกก
เป็นฟิคที่เยี่ยมมากๆเลยก๊ะ

เป็นกำลังใจให้คุณตองต่อไป
เผ่าตองก้า ไฟท์ทิ่งค่ะ ><

อ่านแล้วแบบเศร้าอ่ะ ฮืออออ . . .
คนแต่งแอบทำร้ายเราอ่ะ อยากร้องไห้ต่ออีกสัก 10 ตลบ
แต่อยากบอกว่าชอบอ่ะ ชอบมากเลยค่ะ ใช้ภาษาบรรยายได้ดีเหมือนเคยอ่ะ
ดีเหมือนทุกๆครั้ง ไม่เคยตกหล่นเลยสิน่า ^^"
แต่ว่าตอนแรกที่อ่านคิดว่าต้องเศร้าแต่ว่าไม่คิดว่าจะจบ ฉึก !! ขนาดนี้อ่ะ
มาแต่งต่อเหอะนะค่ะ . . . ...... .
แอบอยากรู้อดีตว่าองครักษ์ลงมือฆ่าสุดที่รักจริงหรอ ?
มันน่าจะมีเงื่อนงำอะไร หรือเราคิดไปเอง
แต่อยากบอกอีกครั้งว่าชอบมากอ่านฟิคของบีลีฟทีไรเราแบบว่ารู้สึกดีทุกทีเลยอ่ะ
แต่สัญญาอันนี้แบบเศร้าไปอ่ะ เศ้รามากเลยย ฮือออออ*

เพราะฟ้ากำหนดมาให้เราพรากกัน . . .
รักกัน จากกัน ทุกชาติไปปปป ฉึกกก..... !!!

สุดท้ายขอบคุนคนแต่งค่ะที่แต่งฟิคดีดีมากให้อ่าน <3 รัก

#9 By fOne* (58.9.92.138) on 2007-05-03 03:59

อ๊ากกกกกกกกก ม่ายยยยยยยยยยย
T[]T

ได้พบกันแล้วแท้ๆ ฮืออออ
พบกัน
รักกัน
และพรากจากกัน

พออ่านมาถึงจะตบนึกว่าแจจุงจะเป็นผ่านไปเสียอีก อ๊ากก กลายเป็นยุนไปเสีย วิ่งมาผลักแล้วตัวเองรับแทน อืออ เศร้ามากค่ะ

ชอบการผูกเรื่องนะคะ ได้กลิ่นความรักบริสุทธิ์ลอยออกมาเลยค่ะ

เพลงกับฟิคก็เข้ากันมากๆ ยิ่งอ่าน ยิ่งได้ยิน ... ยิ่งอิน โฮกก

คุณตองก้าอ่ะๆๆ จบได้ๆ แบบว่า... T[]T
ทำร้ายคนอ่านมากค่ะ ถึงอย่างนั้นก็ชอบฟิคเรื่องนี้นะคะ

#10 By Oam on 2007-05-03 06:16

อ๊ากกกกกกกกกกก
พรากจากกันทุกชาติไป...
เศร้าๆๆจับจิตมากค่ะ

ทวงแคนไอค่ะ อยากอ่านต่อมากๆ

#11 By mitsuki (124.121.122.3) on 2007-05-03 07:35

ฮืออ สุดๆเลยค่ะเรื่องนี้
รักกันทุกชาติไป....ทำไมต้องมีแบบนี้ด้วยT T
สุดท้ายก็ได้มารักกันแค่แปบเดียว ฮึก สะเทือนอารมณ์

ชอบเรื่องนี้จริงๆค่ะ ไม่ต่ออีกสักชาติหรอคะ? Y Y

#12 By ซานคุง on 2007-05-03 08:10

พึ่งได้อ่านฟิตของคุณ b.leaf เป็นครั้งแรกค่ะ

T^T เศร้ามากมาย เศร้ามากจนถึงมากที่สุด
อยู่ๆก็จบแบบ ฉึกๆ ซะงั้นอ่ะนะคะ

บาดใจมากค่ะ

เหมือนโดนล่อลวงมาตลอดทั้งเรื่อง
แล้วสุดท้ายก็จับเราโยนใส่เหวซะงั้น T^T

#13 By noounka (58.64.88.224) on 2007-05-03 08:58

แง๊~~~~~~~~~~~~
ตองก้าทำกันได้ โฮ~~~~~~~

ยิ้มมาตลอดเรื่องเลย ดันมาเศร้าเอาตอนท้าย
แง๊!!!!!!!!! น้ำตาไหลพรากกกก
เศร้านะเนี่ยยยยย****
ฮือออออออออๆๆ
ไม่เอาๆๆๆ แบบนี้ไม่เอา
มาต่อเด๋วนี้เลยนะค้าบบบบบ แง๊!!!

#14 By GottoV.I.P on 2007-05-03 12:48

โอ๊ยยยยยยยยยยยย


ปวดหัวใจจังค่ะ

เจ็บๆแบบน้ำตาไหลกันดื้อเลยทีเดียว

เพลงก็นะ โอ้ววว เข้ากันขนาดนี้

น้ำตามันไม่ยอมหยุดเลยค่ะ

เอาอีกนะค่ะ เศร้าบีบหัวใจจริงๆ

#15 By *~Archangels on 2007-05-03 13:01

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกส์....มาอีกแล้วฟิคที่ทำให้เราร้องไห้ของพี่เนี้ย

ตอนแรกๆนี่ออกแนวสดใสซาบซ่า อ่านแล้วมีความสุข
แล้วพออ่านตอนจบเหมือนโลกกลายเป็นสีดำเลยค่ะTTATT
ทำไมฟ้าใจร้ายเยี่ยงนี้
ทำไมต้องพรัดพรากเค้าทั้งสองออกจากกันด้วยเนี้ย
อ่านแล้วหดหู่ไปเลยค่ะงานนี้ ทำเด็กร้องไห้เป็นบาปนะคะ
จะรอฟิคทุกเรื่องของพี่บีลีฟนะคะ
แม้ว่ามันจะบีบหัวใจ กระซิกๆๆๆๆ

ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ

#16 By Han_Cin on 2007-05-03 13:21

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เจ็บปวดมากค่ะคุณตอง

พบแล้วพลัดพราก
บางครั้งยังดีกว่าไม่พบใครเลย...

เศร้าอ่ะฮือๆๆๆ.....น้ำตาไหลพราก

ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ

#17 By ღ ajumahღ on 2007-05-03 13:33

เพราะฟ้า...กำหนดให้คน สองคน....

พบกัน...

รักกัน...

และพรากจากกัน...

ทุกชาติไป................

ฮืออออ ไม่ไหวแล้ว เส้ามากๆๆๆ มันเหมือนทุกอย่างจะจบลงด้วยดีไม่เหมือนกับตอนที่แล้วววว แต่ก็..... เหมือนเดิมม ถูกกำหนดให้มาพบกัน เจอกัน รักกัน และพรากจากกันทุกชาติไป มันเจ็บปวดน่ะ อ่านแล้วมันบีบหัวใจสุดๆเลย อุตส่าคดว่าตอนนี้คงได้สมหวัง แต่ว่า...ก็มาทำให้ฝันสลายตอนสุดท้าย มาเฉลยเอาตอนสุดท้ายว่า โชคชะตาฟ้าลิขิตให้มิอาจสมหวังได้........

#18 By ปลายฟ้า (125.27.7.110) on 2007-05-03 20:26


ฟิค ... เศร้า
บีลีฟท่าทางจะถนัดฟิคเรียกน้ำตา ... ทำม๊ายทำไมเรียกน้ำตาเราได้ทุกเรื่องเลย


ฟ้า ... เหตุใดต้องมาทำร้ายกัน ...
สั่งให้พบกัน ให้รัก และการจากลา ...

#19 By mizue (58.9.191.227) on 2007-05-03 21:16

รักกันทุกชาติแล้วต้องพรากจากกันทุกชาติด้วยหรอ TT
ฟ้าใจร้าย ส่งคนมาให้รักแล้วก็พรากเขาจากไป
คนที่อยู่ต่อนี่สิที่ทรมาน เพราะฉะนั้นต้องตายตามกันไป
จะได้ไปอยู่ด้วยกัน (อ้าว!)

โฮกกก โลกที่ไม่มีเธอมันช่างเศร้ายิ่งนัก
ชาติหน้าคงได้รักกันอีก แต่จะต้องพรากจากกันอีกหรอ TT
พบกันแต่ไม่พรากจากกันได้ม้ายยย
เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันช่างสั้นยิ่งนัก แค่3อาทิตย์เอง
แต่เวลาที่ต้องแยกจากกันนี่สิ ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ มันจะเศร้าขนาดไหน

เพลงพี่เจย์เพลงนี้ช่างแบบว่าเข้ากันมาก
ฟังไปอ่านฟิคไปได้อารมณ์มาก อยากร้องไห้ TT

แต่ไม่ว่าจะยังไง ความรักก็จะติดตามคน2คนไปทุกชาติไป
-- จนกว่าจะได้พบกันใหม่ --

*หลั่งน้ำตา*

อ้าวเฮ้ย =[]=

ไหงงั้นละคะพี่ตองก้าขรา ฮือออออออ
ตอนนี้มันเป็นตอนต่อของเรื่องนั้นที่แจจุง
เป็นเจ้าชายแล้วยุนโฮจำเป็นต้องมาฆ่าแจจุง
ใช่มั้ยล่ะค่ะ ไอ่หนูก็อ่านอย่างแฮปปี้มาก
ว่าว๊าวววววววว ในที่สุดก็ตามมารักกัน
ในชาตินี้ ที่ไหนได้ แจจุงดันตายตอน
จบซะงั้นอ่ะค่ะ ฮือออออออออออออ

ขนลุกเลยอ่ะกับตอนจบ
ว่าทั้งสองคนถูกชะตาขีดเอาไว้ให้พบกัน
รักกัน แล้วก็พรากจากกันทุกชาติไป

ไม่เอานะ มันเศร้ามากเกินไปแล้วววววว

#21 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2007-05-03 22:12

ฮ่าๆ โฮะๆTT[]TT
เพิ่งไปเม้นพระจันทร์เต็มดวงไปเองคุณตอง
หงึกๆ คุณตองคุณตองคุณตอง....
จะพูดยังไงดีเนี่ย= =...

ฟ้าชื่อตองก้า SM entertainmentสิ้นดี
TTvTT..........หึ
คนเขียนซาดิสม์คนอ่านมาโซ
ส้มรู้สึกเย็นๆ อึ้งๆ แต่น้ำตาไม่ไหลซักกะหยด
รู้สึก ... ชอบ ก๊าก
รู้สึกว่ามันหนักไปทางโรแมนติกมากๆ
ในความคิดส้มน่ะนะคะ

เศร้า เจ็บปวด แต่ก็โรแมนติกมากๆ
ถ้าเรื่องมีต่อไปจากนี้อีก คงค่อยตายจริงๆ
อย่ารู้ดีกว่าเนอะว่าแจจุงจะอยู่ต่อไปได้มั้ย ไม่ได้หรือยังไง


ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะคุณตอง
จริงๆส้มเคยวาดแฟนอาร์ทแคนไอเก็บไว้ดูเองมานานแล้ว
Full moonเป็นอีกเรื่องนึงที่อ่านจบแล้วแอบวาดเก็บไว้ดูคนเดียว
แล้วจะบอกตรงนี้เพื้อออ

ไว้ส้มว่างๆจะแสกนมาให้ดูนะคะ^^~

#22 By mikan on 2007-05-03 23:13

TTT^TTT

จอช็อต น้ำตาท่วมห้อง ซับจนทิชชู่เปื่อยยยยทีเดียวววววว อ่านแล้วจะขาดใจตายยยยยยยย โอววววววววววววว

เศร้า หวาน ซึ้ง ตรึงหัวใจ (ไม่ได้เว่อร์นะเนียะ) ยิ่งอ่านตอนแรกก่อนแร้วมาต่ออันนี้ก็เหมือนตัวเองตายแล้วตายอีก ตอนแรกนึกว่าไม่สมหวังตอนโน้นแร้วมาสมหวังตอนนี้ บรรยากาศหอมหวานบริสุทธิ์แต่แฝงกลิ่นการพลัดพรากจากลา จะตายจริง ๆ นะเนี่ย ใครตายก็ขาดใจทั้งนั้น คุณตองฝีมือเด็ดขาดยิ่งนัก ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบ ถึงจะตายอีกกี่รอบก็ต้องมาอ่านซ้ำแน่นอน และจะติดตามผลงานต่อไป คร่า

เอ่อ Can I Love You? ตอนต่อไปขอความกล้าหาญจงมีแก่เมะทั้งสองด้วยเทอญ หลังจากคนนึงอ่อนแอ แร้วยิ่งทำให้เรื่องยุ่งยาก อีกคนก็ guilty จนนุ้งโลมาเข้าใจไปอีกทางแร้ว ม่ายอาวววววววววววว (อินไปนี้ดส์มั้ย) ติดตามรอคอยคร่า คุณตอง Fighting!!!

#23 By matini_p (125.25.76.177 /10.5.50.159, 192.168.1.100) on 2007-05-04 12:07

ครายเป็นคนกำหนดเนี่ยให้สองคนนี้ต้องรักกันและพรัดพรากกันทุกชาติ คุณตองก้าละสิ *บีบคอๆๆ*

ล้อเล่นน่า เราไม่ทำร้ายตองก้าหรอก ไม่งั้นใครจะแต่งฟิกให้อ่านเล่าเน้อ แต่ให้สองคนรักกันทุกชาติโดยที่ไม่จากกันอีกไม่ได้เหยอ ไม่อยากเห็นเลือดเล้ย

จะบอกว่าตั้งแต่อ่านfull moon เราก็คิดอยู่เสมอว่ามันน่าจะมีภาคต่อ แล้วมันก็มาจริงๆด้วย ขอบคุณสำหรับฟิกดีๆค่า

#24 By 유이 on 2007-05-04 20:29

ตอนแรกคิดว่าจะสมหวังชาตินี้ซะอีก
โอ้ยยย คนแต่งใจร้ายที่สุดในโลก

เพราะฟ้า...กำหนดให้คนสองคน...

พบกัน...

รักกัน...

และพรากจากกัน...

ทุกชาติไป..

ซึ้งกินใจ น้ำตาไหล โอ้ยยย ปวดหัวใจจริงๆ

ไม่ไหวแล้วววว ฮือๆๆๆๆ

ชอบบรรยายฉากเอ็นซีจังเลยค่ะ ไม่หวือหวาดี
แสดงถึงความรัก ไม่ได้แสดงถึงความใคร่ดีจังเลย
จะตามอ่านทุกเรื่องให้หมดเลยค่ะ ประทับใจมากๆ^^

#25 By Loveyoochun ^^ on 2007-05-05 02:53


จบหักมุมอย่างเเรงเเบบไม่ทันเตรียมใจ

ตอนเเรกนึกว่าเป็นฟิคยาวซะอีก (เเอบเสียดายนิดๆ)
ชอบมากๆค่ะฟิคที่มีกลิ่นอายเเบบโบราณๆ
อ่านเเล้วรู้สึกว่ามีเสน่ห์ยังไงก็ไม่รู้สินะ

ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆอีกเรื่องค่า

#26 By PaLm (211.19.231.2) on 2007-05-05 16:17

อ่านไปแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องราวความรักที่สวยงามมากๆเลยกั๊บ

เค้าสร้างมาให้คู่กันทุกชาก และพรากจากกันทุกชาติ
อ่านแล้วมันกินใจ

ชอบมากๆเลยคับ
อ่านไปฟังเพลงในบลอคไป ช่างเข้ากัน และได้บรรยากาศเหลือล้น

#27 By adtrapper on 2007-05-05 16:49

ฮือ...ทำไมจบแบบเนี้ยง่า T^T
นึกว่าเป็นตอนต่อแล้วชาตินี้จาได้รักกันจนตายซะอีก ใครเป็นคนขับรถคันนั้นเนี่ย แล่นมาได้ยังไงไม่ดูเล้ย!!!
แต่ก็นะ ยังไงก็จะได้รักกันไปทุกชาติล่ะ (ถึงจะต้องจากกันทุกชาติด้วยก็เหอะ)
จะติดตามต่อไปนะคะ
ปล. ยังอ่าน can I love you? 15 ไม่จบเลยนี่หว่า แหะๆ ^^"

#28 By sanphier (58.8.9.56) on 2007-05-06 19:44

อ่านแล้วมีความสุข (?)
อธิบายไม่ถูกเลยอะค่ะ .. แบบอ่านแล้วรู้สึกว่ามัน .. มันมีความสุขอะ
อ่านไป ฟังเพลงไป ขนลุกไป ..
ยิ่งตอนสุดท้ายของเรื่อง ตอนที่ยุนโฮกับแจจุงบอกลากันอะ ขนนี่ลุกซู่เลย

อยากอ่านฟิคแบบนี้มานานแล้วอะค่ะ
แบบที่ เกิดมาเพื่อรักกัน แล้วก็พรากจากกัน .. ทุกชาติ ..

ชอบคำบรรยายของพี่ตองมากๆ เลยนะค่ะ ^ ^
พี่ตองบรรยายได้ดีเหมือนเดิมเลย ..
ยิ่งฟิคเรื่องนี้เนื้อหาดีมากแล้วด้วย .. พอพี่ตองแต่งมันก็เลยออกมาดีมากเลยหละค่ะ *ยิ้มทั้งน้ำตา*

ตอนเอ็นซีก็ไม่หวือหวา แสดงถึงความรักของทั้งคู่ที่มีต่อกันมากๆ เลยค่ะ
ยิ่งตอนที่ยุนเห็นเลือด .. มีด เทือกอะไรนั่น อ่านถึงตอนนั้นแล้วขนลุกซู่เลย ..

อ่านฟิคเรื่องนี้แล้วหายใจไม่ทั่วท้องด้วยอะ ..
หายใจติดขัดตลอดเลย ( เป็นอะไร ? )
คงเป็นเพราะว่า .. อินมากไปนั่นเอง - -"


รอ Can I Love You อยู่น้าาาค่ะ ..
ไม่ต้องมาต่อเร็วก็ได้ .. แต่ขอให้เรื่องนี้ไม่สมหวังก็พอ (?)

#29 By azue .. * (124.121.126.43) on 2007-05-06 20:36

ทำไมต้องตายด้วยยยยยยยย
แง.....

เนื้อเรื่องแปลกดีอ่ะค่ะ แต่ฟิคพี่ตองก็แปลกๆอยู่แล้วนี่เนอะ เหอะๆๆๆ.. อ่ะ ล้อเล่น

ขอบคุณนะคะ หาอะไรมาให้อ่านฆ่าเวลา
ขอบคุณค่า

#30 By แชยอน (58.8.98.202) on 2007-05-06 21:23

shock สนิทเลย อ่านจบแล้วนิ่งอยู่นาน

อา....จบแล้วจริงๆซินะ โรแมนติกกกก

ปล.ควรจะมีรถคันที่ 2 มาชนอีกคน อีกสักคัน จะได้เท่ากับชาติที่แล้ว

ปล2. เพลงเพราะมากๆๆๆ

#31 By kan-kan (58.8.139.169) on 2007-05-06 22:06

เพิ่งแวะมาครั้งแรก..
ฝากตัวด้วยนะคะ....

อ่านแล้วขนลุกเลยอ่ะ
แต่งดีมากมาย....พบกัน รักกัน และจากกัน
ไมมันเส้าขนาดนี้....ฮือๆ....

ขอบคุณนะคะ แล้วจาแวะมาอีกน้า

#32 By neth (203.130.128.129 /192.168.0.123) on 2007-05-08 20:38

อัพเรื่อง can i love u ด้วยนะคะ
อยากอ่านต่อๆๆ

#33 By cin* (203.113.37.6) on 2007-05-09 18:43

เฮ้ยยยย ต้องพรากจากกันทุกชาติเลยเหรอ?

ม่ายน้าๆๆๆๆ อย่างงั้นใจร้ายเกินไปแล้ว

แจจุงหนูไม่ได้ถูกสั่งให้รักหรอก แต่ใจหนูมันไม่รักดี รักคนอื่นไม่ได้แล้วต่างหาก ฮ่าๆๆๆ

#34 By Natty (150.37.251.162 /150.37.112.116) on 2007-05-15 21:08

กี๊ดดด!!! หมีตรายยย
ม่าเจ๊งงงง T^T
ตอนแรกก้อหวานซะ แต่ตอนจบนี่...
เหมือนฆ่ากันหั้ยตายทั้งเป็น -*-
เศร้ามากมาย ฮือๆๆๆ
เอาหมีคืนมา!!!!!
.....
แต่งเก่งมากๆเลยอ่า ชอบมากๆ
ชอบคำพูดตอนจบมากๆ
เพราะฟ้ากำหนดให้..
พบกัน
รักกัน
และพรากจากกัน
ทุกชาติไป....

#35 By (124.121.162.157) on 2007-05-16 02:38

ง่า -_- ! อ่านจบแล้วแบบว่าซึ้งกินใจ บรรยายความรู้สึกไม่ออกอ่ะ

ชอบมากเลยค่ะ ถึงแม้ว่าตอนจบจะเศร้า T-T

อยากให้ทั้งสองได้รักกันนานๆกว่านี้หน่อย รู้สึกว่าเวลามันช่างสั้นนักที่ทั้งสองได้รักกัน

ถึงยังไงฟ้าก็กำหนดให้รักกันทุกชาติไปใช่ไหม? โรแมนติกดีจัง

แต่ไม่ค่อยชอบเลยตรงคำที่ว่า..พรากจากกันเนี่ย.....มันเร็วไปนะ

อยากให้แต่งเป็นฟิคสั้นเหมือนภาคต่อของเรื่องนี้ออกมาอีกอ่ะค่ะ

อ่านแล้วมันแปลกดีนะ เหมือนเป็นเรื่องเดียวกันแต่มีหลายภพหลายชาติยังไงยังงั้น

ชาติที่แล้วอยู่ใน full moon เป็นเจ้าชายกับองครักษ์

ชาตินี้ก็ The Promise เป็นนักประวัติศาสตร์กับช่างภาพ

แล้วชาติหน้าจะเป็นอะไรดีล่ะเนี่ย.........อยากให้มีเป็นภาคต่อออกมาอีกอ่ะค่ะ (ย้ำๆ)

ชอบมากเลยค่ะ แล้วแต่งตอนใหม่ออกมาอีกนะคะ สู้ๆ



#36 By Ai Shiyorin ^^ on 2007-05-20 12:11

กรี๊ดดดดดดดดด โหดมาก อ๊ากกกก

แจจ๋าของเราต้องพรากจากหมีอ้วนทุกชาติเลยเหรอ แง๊..สู้ไม่รักกันเลยจะดีกว่า

แต่งดีมากค่ะภาษาดีถูกจิตอย่างแรง

#37 By minjoo (124.120.235.236) on 2007-05-25 13:43

ทำไมใจร้ายจังเลย ใจร้ายที่สุด แต่ก็สนุกดี เสียอย่างเดียวน่าจะแต่งให้ยาวกว่านี้ แล้วให้เค้าสมหวังด้วย

#38 By ผึ้ง (124.120.144.77) on 2007-05-27 22:46

โอ้ว - -

ขนลุก...

สุดยอด

มันจะเป็นอย่างงี้ทุกชาติเลยหรอ

เจ็บปวด

รวดร้าว

ร้าวราน

#39 By อาย [ayaki-o] (125.25.102.204) on 2007-05-28 20:22

อ่านแล้วแทบกรีดร้อง

สนุก ได้อารมณ์ เศร้า สะเทือน

ใช้ภาษาได้สุดยอด ตอนจบแอบกรี๊ดดด
สนุกสุดๆๆๆๆๆ แต่งเรื่องสนุกๆแบบนี้ออกมาเยอะๆนะคร๊า~

#40 By kapomz (125.26.107.229) on 2007-10-02 15:58

เหมือนโดนมีดปักอกเลยค่ะ ฉึก!

ทำกันได้นะคะ 5555 บรรยายสวยดีแล้วว

ชอบค่ะ น่ารักมากๆๆๆ ยุนแจโอเคเลย

สู้ๆๆนะคะ คุณตอง

#41 By MMHAE on 2007-10-02 17:32

โฮกกกกกกกกกกก

ขนลุก

งื๊ออ TT^TT

แต่งดีมากมายค่ะ

เริ่ดสุดๆ

#42 By SUI_YUNJAE* (125.27.28.72) on 2007-11-17 22:27

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนถูกขุนให้อ้วน แล้วถูกสับด้วยปังตอ <<<<โห....เปรียบเปรยได้แหวกแนวมากค่ะ แต่ก็เข้ากับเหตุการณ์นี้จริง ๆ T_T

อ่านถึงตอนท้ายแล้วจิ๊ดเลยค่ะ เห่อ ๆ ๆ ๆ

#43 By ★★★klunatic on 2008-03-10 21:02

กำลังงงอยู่ว่าชั้นไปอยู่ไหนมาทำไมถึงไม่ได้อ่านเรื่องนี้ ทั้งๆที่วันๆเปิดไดคุณตองไม่ต่ำกว่าสามครั้ง แต่ในเมื่อได้อ่านแล้วก็สมกะชื่อเรื่องจริงๆ

เศร้าดี แต่ก็รู้สึกว่าเนื้อเรื่องจบแบบสมหวังนะ ได้รับความรักจากคนที่เราและรอคอยถึงแม้ว่าสุดท้ายความตายจะพรากเราให้จากกันแต่ว่านั้นก็ดีที่ยังได้เจอหัวใจที่เราต่างตามหา และเค้าก็หาเราจนเจอ ได้เจอกัน ได้รักกันอีกครั้งอีกครั้ง และอีกครั้ง เฮ้ออออออออ ความรักนี้ช่างสวยงาม เอิ๊กกกกกกก

#44 By m_econ (124.121.116.93) on 2008-03-10 23:38

โดนหลอกสนิท

#45 By Beam (58.8.37.190) on 2008-03-11 16:22

โอยยยย ~ ~ TT TT

เศร้าจังเลยค่ะ ~ TT TT

ออกแนวสยองหน่อยๆ แต่ชอบอ่ะ ชอบจังเลยย ~ ~

เปนเรื่องแนวย้อนยุคเรื่องแรกที่อ่านจนจบ ฮ่าๆๆๆ

ปกติจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่พอมาอ่านอันนี้ สนุกเวอร์ๆๆ
ชอบมากๆเลยย ~ ~


ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ~ ^ ^

#46 By LHiZG! (124.120.203.85) on 2008-03-11 16:43

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

โอ้ววววววววววววววววววววววววววว

อย่างเเรงอะค่ะ
ชอบจังเลย
ทำไมพี่เเต่งดีอย่างนี้อะ ชอบมากมากเลย

มันรู้สึกอืมๆๆ อย่างนี้ก้ดีนะ.......
สงสารเเจจังเลยยยยยยยยย

ขอบคุนค่า

#47 By vi[p] (58.8.66.91) on 2008-03-11 19:20

ชอบเรื่องนี้มากมเลยอ่ะ รู้สึกดีเวลาอ่าน

นึกว่าจะได้คู่กันซะอีก

ไม่น่าเชื่อเลย

แตอ่านแล้วชอบมาก ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่าง..ประหลาด

เหอะๆ

#48 By white_valentineของยุนโฮ (161.200.255.162) on 2008-03-26 17:39

>_______________<

ไม่รุ้จะพูดไงดี สรุปง่ายๆคือ ชอบค่ะ

ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ^^

แต่งฟิคดีๆแบบนี้ไปเรื่อยๆน้า

จะติดตามอ่านไปทุกเรื่องเรยหุหุ

รักฟิคพี่ตองทุกเรื่องเรยอ่ะ อ๊า ติดงอมแงมแร้วอ่า - -'

#49 By PURE (222.123.182.4) on 2008-04-20 14:16

เศร้าจังเลย
อ่านแล้วซึ้งจับใจเลย แง แง แง

เพิ่งได้เคยเข้ามาอ่าน fic ของคุณตองครั้งแรก
แล้วดันอ่านเรื่อง full moon กับเรื่องนี้ต่อเลย
ทำให้เศร้าแบบรวมมิตรต่อเนื่องกันไปทีเดียว
ปกติไม่เคยอ่าน เรื่องแนวย้อนยุคแบบนี้
เพราะเรื่องแนวนี้ถ้ามันเศร้าแล้วมันจะซึ้งจับใจยังไงบอกไม่ถูก
แต่เพราะภาษาที่สวยงามเหลือเกินของผู้แต่งเลยอดอ่านต่อเนื่องจนจบไม่ได้

ตอนอ่าน full moon แล้วเศร้าพอเจอเรื่องนี้ตอนแรกนึกว่าจะหายเศร้า
ได้คลายกันไปบ้าง กับว่าเจอเข้าไปอีกดอก จุกความรักของยุนกับแจไปเลยทีเดียว
ถึงมันจะเศร้าแต่ผู้แต่งก้อเขียนเนื้อหาได้ทราบซึ้งถึงความรักดีนะคะ
มันละเมียดละไม อบอุ่นดีเหลือเกิน แถมสำนวนหรือคำเปรียบเปรยกับธรรมชาติ
พวกดวงจันทร์ สายลม มันช่างพลิ้วไหว สวยงามอย่างบอกไม่ถูก
ยังไงก้อขอชมผู้แต่งนะคะ ว่าแต่งได้ดีมากกกกกกกกก
อยากขอให้มีภาคต่ออีก เอาแบบ happy นะคะ
(แต่แอบไปดูแล้วว่าเรื่องนี้ก้อแต่งมาตั้งแต่ปี 07 แล้วอ่ะ ผ่านมาตั้งปียังไม่มีภาคต่อเลย
หวังว่าสักวันคุณตองจะจุดประเด็นสำหรับภาคต่อให้เอามาเขียนต่อได้นะคะ)

จนกว่าจะได้พบกันใหม่ค่ะ

#50 By kmunny (61.91.173.40) on 2008-08-13 23:52