Lovefurypassionenergy (6)
posted on 29 Sep 2006 01:13 by bleaf-me in lovefurypassionenergy
Title: Lovefurypassionenergy
Author: * b.leaf *
Pairing: YunJae , YooSu
Starring: Dong Bang Shin Gi (SM Entertainment) , Hwoarang (Namco) , Virgil (Capcom) , Seifer and Reno (Square-Enix) : ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้เป็นเจ้าของตัวละครใดๆ ยกเว้นแต่บทบาทของพวกเขาเท่านั้น จึงขอขอบคุณบริษัทในวงเล็บเจ้าของลิขสิทธิ์ชื่อ สำหรับตัวละครที่มีชื่อปรากฏอยู่ในฟิคชั่นเรื่องนี้ด้วยค่ะ
Genre: AU , Crossover , Romance , Drama
Rating: R / NC-17 ในคำพูดและการกระทำ
6.
แจจุงเดาะปาก ใบหน้าสวยงอง้ำทันทีที่เงยหน้าขึ้นสบสายตากวนโมโหของร่างสูงซึ่งยืนยิ้มกริ่มอยู่ตรงหน้า ประตูเมอร์ซีเดส-เบนซ์ เอสยูวี คันงามใหม่เอี่ยมอ่องอ้าแขนรอรับเขาอย่างเต็มใจไม่แพ้เจ้าของของมัน ทว่าผู้ถูกเชื้อเชิญกลับทำหน้าเหม็นพิกลนัก
“เชิญครับ” ยุนโฮว่า พลางผายมือเชิญอย่างภาคภูมิใจ
ท่าทางทะเล้นไม่รู้กาลเทศะนั้นทำเอาแจจุงคิ้วขมวด กระหวัดสายตาจ้องอีกฝ่ายเขม็งอย่างไม่พอใจ “ฉันเป็นผู้ชายนะ ไม่ใช่สาวน้อยที่จะต้องให้นายมาคอยดูแลเอาใจ ถึงบ้านฉันจะยากจนข้นแค้น ไม่เคยนั่งรถคันละเป็นล้านก็เหอะ แค่เปิดประตูรถแค่นี้ ฉันเปิดเองก็ได้”
คนรวยยิ้มค้าง ได้แต่มองคนจนสะบัดหน้าหนีไม่ใยดี...
ทั้งคู่เงียบไปสักพัก ยุนโฮจึงยักไหล่ ชายหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะผลักบานประตูรถสีดำเงาให้ปิดโครมลงแรงๆ แล้วกดรีโมตคอนโทรลล็อคประตู
แจจุงเลิกคิ้วด้วยความมึนตึง ไม่รู้ว่าเป็นเขาที่งงหรือเป็นยุนโฮที่บ้าไปแล้วกันแน่
ยุนโฮคนดังเดินดุ่มๆกลับไปยังประตูฝั่งที่นั่งคนขับ เขาเหลือบมองแจจุงแวบหนึ่งแล้วจึงกดรีโมตปลดล็อคประตูใหม่ “เชิญบริการตัวเองเลยครับคุณผู้ชาย” ไม่รีรอให้ทันได้อ้าปากด่า พ่อสารถีอาสามุดตัวหายเข้าไปในห้องโดยสารอย่างรวดเร็วทันทีที่พูดจบ
แจจุงกระแทกกระทั้นกระชากเปิดประตูด้วยความโมโห อดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายอย่าง จองยุนโฮ มีอะไรให้น่าหลงใหลตรงไหนกัน
ยุนโฮผงะ พลางคว้ามือรับกระป๋องเบียร์เย็นเจี๊ยบซึ่งจู่ๆก็ลอยละล่องมาจากทิศตรงข้ามกันได้อย่างฉิวเฉียด ความเย็นจนเกิดไอขาวๆโชยฟุ้งจากเนื้อโลหะนั้นทำให้จำต้องโยนมันสลับมือไปมาเพื่อปรับอุณหภูมิก่อน ดวงตาเรียวเล็กเหลือบขึ้นมองหน้ามือสังหารที่ในยามนี้ยืนกอดอกพิงตู้เย็น แก้มสีชมพูระเรื่ออมลมจนป่องอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“รีบกินแล้วก็รีบกลับไปซะ” แจจุงเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตากลมโตสีดำสนิทกรอกไปกรอกมา ไม่ใส่ใจแม้แต่จะเหลียวแลสีหน้าสลดของคู่สนทนาเสียด้วยซ้ำ
ยุนโฮถอนหายใจยาว เหยียดกายให้นั่งได้สบายยิ่งขึ้นบนโซฟาตัวเก่ากลางห้องเช่าสภาพมอซอ มองตามแผ่นหลังบางที่สะบัดบั้นท้ายเดินหายเข้าไปในห้อง พลางงับบานประตูลงไม่สนิทนักราวกับต้องการจะขีดเส้นกั้น แบ่งแยกแกมขับไล่เขาให้ออกจากโลกส่วนตัว
ยกวัตถุในมือขึ้นพิจารณา นี่น่ะหรือ...สิ่งของแทนคำขอบคุณที่เขาต้องการ ทว่ากลับยังไม่เคยได้รับ
ไอเย็นจับตัวกันจนกลั่นกลายเป็นหยดน้ำเกาะพราว ยุนโฮแนบกระป๋องเบียร์นั้นไล้ไปตามลำคอจนถึงข้างใบหน้าคมสัน ความเย็นยะเยียบแผ่ไปถึงภายในจนทำให้รู้สึกเสียวสันหลัง คล้ายการย้ำเตือนสมองอันเคยว่างเปล่า
ขาวโพลนให้ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง
ริมฝีปากหยักยกมุมขึ้นเพียงน้อยนิด
ที่เขาต้องการ ไม่ใช่แค่เบียร์ราคาถูกกระป๋องนี้สักหน่อย
เสื้อยืดแขนยาวลายขวางสีขาวสลับแดงถูกถอดออกจนเหลือให้เห็นอยู่เพียงเสื้อกล้ามสีขาวตัวใน แจจุงทิ้งมันให้หล่นตุบลงกับพื้นข้างลำตัว เขาย่นจมูกเมื่อใช้เท้าเขี่ยๆ ดูแล้วก็พบว่าเสื้อตัวโปรดชื้นเหงื่อไคลและหยาดน้ำค้างที่ประพรมกลางดึก ริมฝีปากสีกุหลาบขยับบ่นถ้อยคำบางอย่าง คิ้วเรียวบางนิ่วขมวดด้วยความหงุดหงิดใจทันทีที่คิดไปถึงเรื่องการซักเสื้อผ้าในเวลาดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้
ตาคู่สวยปิดลงช้าๆ ริมฝีปากพรูลมหายใจบางเบา มือเรียวพลางยกขึ้นดึงเสื้อกล้ามผ้ายืดที่สวมอยู่ออกผ่านศีรษะ ทันทีที่เสื้อบดบังทัศนวิสัยยามเมื่อถอดออกไปได้เพียงครึ่งทาง ความรู้สึกเย็นจัดซ่านไปถึงไขสันหลังก็ประคบมาที่สีข้างโดยไม่ทันตั้งตัว
แจจุงสะดุ้งโหยง รีบสวมเสื้อกลับไปใหม่ แล้วพลิกตัวหันกลับมาอย่างรวดเร็ว เสียงกระป๋องโลหะหล่นกระทบพื้นไม้ปาร์เกต์ดังสะท้อนก้องในสายลม
ไม่ทันไร ร่างกายของเขาก็หายเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้บุกรุก
รูปหน้าเรียวคมคายปรากฏชัดเบื้องหน้าสายตา ใกล้กันเสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกแรงจนผิดปกติ แจจุงรู้สึกว่าใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีที่จ้องเข้าไปภายในดวงตาเรียวสีน้ำตาลคู่นั้น ขยับตัวออกห่างเมื่อยุนโฮเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ มือหนาคว้าเอวบอบบางตรงหน้าไว้ พลางกระชับอุ้งมือแน่นอย่างไม่อยากให้ถอยห่าง
“ทำบ้าอะไร” ร่างที่เล็กกว่าตั้งคำถาม ทั้งที่รู้ดีว่าคงไม่ได้รับคำตอบ
เป็นแน่ มือเล็กทั้งสองข้างวางทาบแผงอกแกร่ง พยายามผลักไส ในขณะที่ยุนโฮยิ่งเพิ่มเรี่ยวแรงในการเกาะกุมหนักข้อยิ่งขึ้นจนรู้สึกเจ็บ
“อ..อือ...” แจจุงครางในลำคอ เมื่อยุนโฮพรมจูบเย้าที่ลำคอขาวระหงส์ ปลายนิ้วเรียวไล้ผิวแก้มขาวละเอียด ก่อนเลื่อนไปรั้งต้นคอของแจจุงให้โน้มเข้ามาประกบริมฝีปากอย่างนุ่มนวล เขาพริ้มดวงตา จูบเพ้อๆ ราวกับคนไม่ได้สติ อ้อมแขนแข็งแรงเหนี่ยวรั้ง ในขณะที่มือซุกซนข้างที่เหลือลูบสัมผัสเอว สะโพก เลยไปจนถึงต้นขาด้านใน ยุนโฮเพียงออกแรงกระตุกเพียงน้อยนิดเท่านั้น ฉับพลัน ร่างทั้งสองร่างก็ล้มลงไปบนพื้นเตียง
เขาล็อคขาเรียวข้างหนึ่งไว้ ทันทีที่แจจุงเริ่มต้นที่จะถีบขืน จัดตัวเองให้อยู่ตรงกลางหว่างขา ก่อนจะกดสะโพกเบียดตัวเข้าจนแนบชิด แล้วก้มลงกดจูบ ลามเลียผิวหน้าสวย เรื่อยไปจนถึงลำคอ ทิ้งไว้ซึ่งรอยน้ำลายที่ดูป่าเถื่อนและร้อนแรงเป็นบ้า
จูบนั้นลุ่มลึกและร้อนแรงขึ้นด้วยแรงอารมณ์ ยุนโฮดุนปลายลิ้นร้อนยุ ดูดรั้งและกัดกลืนอย่างหนักหน่วงจนริมฝีปากของแจจุงเจ่อเผยอ หอบเสียงแผ่วเบา ปากแดงช้ำชื้นและจัดสี ผิวแก้มเนียนเรื่อสีเลือดสูบฉีด หัวใจยิ่งเต้นกระหน่ำรุนแรง
“ปล่อยฉัน...” แจจุงขู่ สายตากระหวัดมองคนด้านบนอย่างเหลืออด เมื่อนั้นเองที่ยุนโฮชะงักหยุดการกระทำของเขาลง เขามองแจจุงที่เงยหน้าขึ้นจ้องเขาด้วยลูกแก้วสีนิลดวงโตคู่นั้นราวกับผิดหวัง จึงระบายลมหายใจผ่านริมฝีปากที่เกือบจะปิดสนิท แววตาพราวระยับของเขาฉายแววเว้าวอนอย่างประหลาด
บ่งบอกได้ดีว่ายุนโฮต้องการแจจุงมากแค่ไหน
“ถ้านายอยากให้ฉันปล่อยจริงๆ บอกมา...ฉันจะปล่อย...”
แจจุงมองหน้ายุนโฮนิ่ง แสงสลัวที่ได้จากหลอดไฟติดๆดับๆ สร้างมิติและแสงเงาให้กับใบหน้าหล่อเหลากับร่างกายแมนๆนี้
แสงไฟ...ทำให้เขายิ่งต้องการยุนโฮ
แจจุงเอนศีรษะและแผ่นหลังที่เคยเกร็งขืนราบลงไปบนผืนผ้าปูที่นอนเรียบลื่น เขาปิดเปลือกตาลงแช่มช้า พลางโอบแขนรัดรอบต้นคอของร่างตรงหน้าให้ใกล้กันยิ่งขึ้น ยุนโฮยิ้มบางๆ ก่อนจะปิดช่องว่างซึ่งเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยระหว่างพวกเขา
จูบเปิดทางก่อนเบาๆ ก่อนจะส่งลิ้นเลียกลีบปากนุ่มสีสดตรงหน้า
แผ่นหลังสะท้านสั่นเมื่อแจจุงเริ่มรู้สึกถึงสัมผัสของฝ่ามืออุ่นที่ส่งเข้ามาภายใน
เสื้อยืดเนื้อบาง มือนั้นทาบทา หยอกเย้าผิวลื่น ระไล้แผ่นอกซึ่งกำลังตึงเน้นของเขา แจจุงปลดปล่อยเสียงครางเครือผะแผ่วปะทะภายในโพรงปากร้อนที่ครอบครองอยู่
ซึมซับกลิ่นหอมยวนใจอย่างกระหาย ละเลียดเก็บความหวานละมุนลิ้นไม่รู้หมดจนพอใจแล้ว ยุนโฮจึงผละออกจากปากอิ่มสวย เปลี่ยนไปสาละวนอยู่กับซอกคอและเนิ่นอกเนียนอีกครั้ง แจจุงเงยหน้าขึ้นรับเพื่อให้ยุนโฮจูบได้ถนัด ดวงตากลมโตสีดำสนิทหรี่ปรือ ริมฝีปากอ้าเผยออย่างเย้ายวน พร้อมๆกับที่ร่างบางเริ่มจะขยับสะโพกไปตามแรงเสียดสีที่ร่างสูงมอบให้ รับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างเป็นใจ
ยุนโฮถอนริมฝีปากออก ลากสายตาดื่มด่ำภาพที่ถูกจัดวาง
อย่างพอเหมาะอยู่เบื้องใต้ ผิวละเอียดขาวนวลเนียน ทั้งยังเนื้อนุ่มละมุนนี้ ทำให้แจจุงยิ่งแลดูคล้ายตุ๊กตาที่กุหลาบดอกสวยอาจเหี่ยวเฉาได้หากนำความงามมาเปรียบเทียบกัน เขาลูบเบาๆที่เอวเล็ก เลื่อนใบหน้าต่ำลง จูบเบาๆที่แก้ม เคลื่อนช้าๆลงไปที่ลำคอ ขบเม้มผิวผ่องกรุ่นกลิ่นหอมอ่อนๆ ทิ้งไว้ซึ่งรอยตำหนิสีกุหลาบตีตราเอาไว้ ลมหายใจร้อนเป่ารดร่างกายซ่านลึกลงไปทั่วทุกรูขุมขน ชวนให้แผ่นอกอันไหวสะท้อนขึ้นลงทุกครั้งที่หอบหายใจของแจจุงนี้สั่นระริก
ฟันขาวขบกันริมฝีปากของตัวเองแน่น พยายามต้านทานความรู้สึกบางอย่างที่แสนน่าอาย แจจุงแทรกปลายนิ้วเข้าไปใต้กลุ่มผมสีน้ำตาลของยุนโฮ พลางเผลอขยุ้มมันอย่างลืมตัว เขาจิกปลายเท้าลงบนฟูกนอน หวังเพื่อปรนความเสียวซ่านซึ่งแทบทำคลั่งตาย ทว่าเจ้าของริมฝีปากหยักน่าจรดจูบที่เปลี่ยนเป้าหมายลงมาอ้อยอิ่งอยู่บริเวณหน้าท้องของเขานี้ ดูจะยิ่งสนุกกับการกลั่นแกล้งยิ่งขึ้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาอันแสนน่ารัก
หมุดเงินวาววับซึ่งประดับไว้ตรงสะดือสวยเล่นแสงอย่างขี้เล่น
หน้าท้องแบนเขม็งเกลียวเมื่อลมหายใจของยุนโฮปะทะบางๆ ราวกับกำลังลูบไล้ ยุนโฮเหลือบมองสีหน้าของแจจุงครั้งหนึ่ง ก่อนจะกดจูบที่หน้าท้อง กัดที่หมุดเงินนั้นพลางดึงเบาๆหยอกเอิน แจจุงสะดุ้ง ท่อนขาเกี่ยวกระหวัดรัดสะโพกคนตรงหน้า หลุดเสียงครางร่ำแทบไม่เป็นภาษา สะโพกโค้งยกขึ้นรับความตึงเน้นสุดเซ็กซี่อย่างลืมตัว
ทิ้งอารมณ์คุกรุ่นเอาไว้เพียงเท่านั้น ยุนโฮผละออกมาอีกครั้ง แล้วจัดการเปลื้องอาภรณ์ชื้นเหงื่อของแจจุงออกไปให้พ้นทาง นวลเนื้อขาวเหมือนเมล็ดข้าวสวยที่หอมกรุ่นเผยชัด ยอดอกสีชมพูตึงเน้นชูชันรอรับสัมผัส
ยุนโฮก้มลงจูบข้างหนึ่ง ขบเบาๆด้วยฟันคม
แจจุงหอบกระเส่า เมื่อยุนโฮยังคงเล่นสนุกอยู่กับเนื้อหนังของเขา
ผิวแก้มแดงเรื่อด้วยแรงพิศวาส ไม่สามารถปรามร่างกายตนเองซึ่งแอ่นรับสัมผัสนั้นอย่างไม่ต้องรอให้เอ่ยปากขอ เขารู้สึกถึงความร้อนรุ่มอันปะทุอยู่ภายใน บางอย่างภายใต้กางเกงยีนส์เนื้อหนาที่สวมใส่ไว้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเต็มที่แล้ว ตอนนี้เองที่ภาพอดีตที่ฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งแห่งความทรงจำผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ราวกับฟิล์มหนังเก่าๆ
ภาพยุนโฮกับเขาที่กำลังเมามาย...แลกจูบกันอย่างเร่าร้อนในห้องน้ำชายของผับดัง
ราวกับอ่านความคิดนั้นออก ยุนโฮลดมือลงมาคลายกระดุมกางเกงยีนส์เอวต่ำของแจจุงออก รูดซิปลงช้าๆ แจจุงก้มมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ มองร่างเปล่าเปลือยของตนที่นอนนิ่งอยู่เบื้องใต้ร่างกายกำยำนี้แล้วก็ชวนให้สีเลือดฉีดคร้ามใบหน้า
ยุนโฮยิ้มมองผลงานของตัวเองสักพักอย่างพึงใจ แล้วจึงหยัดกายขึ้นมาประกบจูบร้อนแรงที่ริมฝีปากอีกครั้ง เขาแทรกลิ้นเข้าสำรวจ แจจุงอ้าปากต้อนรับ ไม่วายเบียดดุนปลายลิ้นเล็กๆนั้นกวาดรสมินท์เย็นๆจากปากของร่างสูงอย่างถึงใจไม่แพ้กัน มือเล็กจิกแน่นบนเสื้อยืด ขยำมันจนยับยู่ก่อนดึงมันให้หลุดออกไป ริมฝีปากของพวกเขาแยกกันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะประกบกันใหม่อย่างโหยหา แจจุงกระหวัดแขนโอบรัดยุนโฮ กดจูบให้ลึกล้ำยิ่งขึ้น ราวกับหมายใจจะ
สูบวิญญาณของอีกฝ่ายเข้ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียว
กระทั่งยุนโฮปล่อยแจจุงให้นอนราบลงบนพื้นเตียง แจจุงจึงยอมคลายริมฝีปากซึ่งล็อคแน่น และท่อนขาที่กระหวัดรัดรอบเอวของชายหนุ่มออกไปอย่างเสียดาย เฝ้ามองยุนโฮค่อยๆปลดกระดุมและซิปกางเกงของเขาลงบ้าง... แจจุงโหยหา ลิ้มเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆปฏิเสธไม่ได้ว่าตนเองก็กำลังกระสันสัมผัสจากยุนโฮมากไม่แพ้กัน
แผ่นอกแน่นไปด้วยมัดกล้ามและหน้าท้องเซ็กซี่ของยุนโฮมีเหงื่อซึมจนเปียกชุ่ม แจจุงลากสายตาตามหยดน้ำซึ่งไหลระกล้ามเนื้อเหล่านั้นลงไปด้านล่างอย่างสนอกสนใจ การกระทำทุกขั้นตอนเหล่านี้เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเขา
ไหล่บางกระตุกสั่นเมื่อมือหนาเอื้อมมารั้งข้อเท้าเขาไว้ จูบเบาๆที่น่องขา เรื่อยไปจนถึงเนื้ออ่อนที่ต้นขาด้านใน ก่อนจะกระชับให้เรียวขาเนียนสะอาดคู่สวยขึ้นพาดบนบ่า
แจจุงกลั้นหายใจเฮือก ขืนสะโพกเกร็งตามสัญชาตญาณ ทำเอายุนโฮแอบหัวเราะออกมาเบาๆเพราะความน่ารักที่คนร่างบางไม่รู้จักบริหารให้ดี ที่ผ่านมาแจจุงร้อนแรงกับเขามาก แม้จะผิดคาดอยู่สักหน่อยที่รับรู้ว่ายองอุง-แจจุง
คนนี้ ไม่เจนจัดเรื่องอย่างว่า หากกลับทำให้เขายิ่งคลั่งไคล้
เขาเงยหน้าขึ้นสบตา “ต่อจากนี้ ถ้าเจ็บ บอกฉันนะ”
น่าเศร้าที่แจจุงไม่เคยริจะหยิบแฟนฟิคชั่นที่ชางมินชอบอ่านมาลองศึกษาดูบ้าง
“ห๊ะ เจ็บ ไม่ ฉันไม่เจ็บ”
ยุนโฮยิ้มอ่อนโยน เขาก้มลงจูบเบาๆที่ริมฝีปากคู่สวยนั้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แจจุงลืมตาโพลงมองยุนโฮอย่างหวาดๆ ก่อนจะต้องหลับตาปี๋ กัดปากล่างสกัดเสียงร้องเมื่อยุนโฮส่งกายเข้าไปเต็มแรง
“อ๊า! อ..อ…อือ...”
หยาดน้ำใสรื้นขึ้นมาเกาะพราวบนแพรขนตางอน ทำเอาภาพเบื้องหน้าพร่ามัวลงอย่างน่าเสียดาย ยุนโฮแทรกกายเข้ามาช้าๆนิดหนึ่งแล้วขยับออก... กดเข้าไปให้ลึกขึ้นอีกนิด แล้วขยับออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป แจจุงทรมานราวกับร่างกายจะฉีกขาด ร้องเครืออยู่ในลำคอแต่พยายามกลั้นเสียงเอาไว้ จนกระทั่งแทรกกายเข้าไปได้จนสุด ยุนโฮจึงก้มลงมาจูบแจจุงอีกครั้งที่ขมับ
ช่องทางคับแคบและรุ่มร้อนนั้นตอบสนองเขาเป็นอย่างดี ชายหนุ่มจึงเริ่มต้นที่จะขยับสะโพกเป็นจังหวะเนิบช้า เบียดกายเข้าไปให้ล้ำลึกยิ่งขึ้นข้างในกายแจจุง ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยเจ็บปวด ปลายเล็บทั้งสิบจิกลงบนแผ่นหลังของร่างสูงลึกมากเท่าที่จะลึกได้ ยุนโฮเม้มริมฝีปาก กระชับเรียวขาคู่สวยที่ในยามนี้สั่นระริกจนแทบไม่มีเรี่ยวแรง
เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิท รอกระทั่งแจจุงพยักหน้าอนุญาต จึงกระทั้นกายหนักหน่วงขึ้น เร่งจังหวะให้เร็วยิ่งขึ้นทีละน้อย
แจจุงสะอื้นด้วยทรมานจากความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน ความเจ็บปวดมากมายมหาศาลมากเกินกว่าจะพรรณนา ที่เขารู้สึกควบคู่ไปกับความเสกสมทุกท่วงทำนองร้อนที่ยุนโฮปรนเปรอให้ มันยังคงเจ็บ...แต่เขากลับแสนพึงใจ ยินดีน้อมรับความเจ็บปวดที่อัดแน่นไปด้วยความสุขเหล่านี้
สะโพกผายขยับตาม ประสานจังหวะรักอันแสนเร่าร้อนเป็นหนึ่งเดียว แจจุงแอ่นหน้าอก สะโพกบิดเร่าเชิญชวน ยุนโฮแทบคลั่งเพราะอดใจไม่ไหว
“อื้อ...”
ยุนโฮเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นอีกทีละขั้น ทุกครั้งที่ส่งกายเข้าไป กระทั่งเสียงเตียงเหล็กเก่าๆตัวนี้ลั่นอาด ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไม่หยุดหย่อน น้ำตาไหลอาบปรางค์แก้มสีแดงจัด เหงื่อกาฬเกาะพราวสะท้อนประกายระยับ แจจุงยกฝ่ามือขึ้นทาบปิดใบหน้า ร้องอืออาในลำคอ ทั้งคู่หอบหายใจดังขึ้น อุณหภูมิในกายเดือดพล่านอย่างห้ามไม่อยู่
ยุนโฮก้มจูบบนฝ่ามือขาวนวลของแจจุงเบาๆ เขากระซิบเสียงพร่า
“ร้องออกมาเถอะ”
แจจุงลดฝ่ามือลง ยังคงกัดปากล่างตนเองแน่น เขามองหน้าท้องของยุนโฮที่สะท้อนหายใจยามเมื่อยุนโฮกระแทกสะโพกเข้ามาไม่ยั้ง เสียงทุ้มต่ำ
ครางหนัก แจจุงจึงค่อยอ้าปากปลดปล่อยเสียงครางคละเคล้าเสียงหอบหายใจแรง เสียงครางเครือแหบพร่าของแจจุง ฟังยังไงก็เป็นเสียงห้าวในแบบผู้ชาย ทว่าในโสตประสาทการรับรู้ของยุนโฮที่เหมือนจะเลือนลางไร้สติเต็มทีนั้น สุ้มเสียงของแจจุงช่างหวานนัก
ร่างกายของพวกเขาขยับเคลื่อนเป็นจังหวะเดียว ยุนโฮส่งกายเข้าไป แจจุงหายใจแทบไม่ทัน เขาครางหนัก เขาร่ำรำพัน สะอื้นไห้ จนกระทั่งกลายเป็นร้องเรียกชื่อยุนโฮออกมาสุดเสียง
“อ๊า...ย..ยุนโฮ! ยุนโฮ! อ๊า!”
บทรักดำเนินมาถึงขีดสุด หน้าอกของแจจุงบิดส่าย แผ่นหลังเกร็งโค้งสุดกำลัง สะโพกสะท้อนและรัดรึงอย่างสมบูรณ์ เสียงครางร้อนแรงครูดผ่านลำคอแห้งผากราวกระดาษทราย จนกระทั่งกลายเป็นกรีดร้องในที่สุด
ไม่ผิดจากยุนโฮที่ไฟในหัวอกแทบจะดันอุณหภูมิสูงลิ่วนั้นให้สำรอกออกมาเป็นไอร้อน เขาเอื้อมมือไปกระชับเหล็กโครงที่ขอบเตียง
“แจจุง...อ่า...แจจุง…”
“อ๊า!”
ไหล่หนาเกร็งกระชั้น ก่อนจะกระตุกไหวรุนแรงครั้งใหญ่ ของเหลว
สีขาวข้นเขลอะสาดเลอะหน้าท้องคนทั้งคู่ ในขณะที่ส่วนหนึ่งทิ้งไว้ในร่างกายของแจจุง
เสียงเตียงลั่นเสียดหูเงียบลงไปแล้ว เหลือไว้เพียงเสียงหอบหายใจดังเคล้ากันไปในอณูอากาศ ยุนโฮยกมือขึ้นเสยเส้นผมที่ตกลงมาปรกดวงตา
หวานสวย เขายิ้มให้แจจุง ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปาก มอบจูบหวานๆบนกลีบปากนุ่ม
ยุนโฮรั้งฝ่ามือไว้ที่สะโพกโค้งมน ขยับสะโพกหยอกสองสามทีแล้วค่อยผละออกมาช้าๆ แจจุงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปลาบ ก่อนที่คนทั้งสองจะทิ้งกายลงนอนเคียงค้างกัน ยุนโฮโอบแจจุงเข้ามากอดไว้แนบอก กดจูบราตรีสวัสดิ์ที่หน้าผากเนียนเป็นการปิดท้าย
แม้ไม่ค่อยชอบใจ...แต่ร่างบางก็ล้าเสียจนไม่มีแรงแม้แต่จะดันตัวหนีจึงปล่อยไปเลยตามเลย แจจุงขยับเบียดกายเข้าไปในอ้อมกอดอุ่นนั้น ปิดเปลือกตาลง แล้วปล่อยให้ความง่วงงุนครอบงำเขาจนจมลงสู่ห้วงนิทรา
เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆเปิดออก เมื่อแสงสว่างและไอร้อนกระทบใบหน้า เขากระพริบตาช้าๆ พยายามเพ่งมองผ่านม่านไหมเนื้อนุ่มสีดำสนิทซึ่งตกลงมาปรกบังระดับสายตา จนภาพเบื้องหน้าแลดูมัวพร่าให้ชัดเจน เสียงรถราและการจราจรที่แสนวุ่นวายของยามเช้าดังอื้ออึงเพราะประสาทหูที่ตึงตื้อ แจจุงผงกศีรษะขึ้นจากหมอนเล็กน้อย กลิ่นควันบุหรี่ลอยมากระทบปลายจมูก
ยุนโฮกึ่งนอนกึ่งนั่งพิงหมอน เปลือยอก สวมกางเกงยีนส์ไว้หมิ่นเหม่ไม่เรียบร้อย ทอดกายเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนตัวเดียวกัน เขาขยี้ก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ เหล่มองแจจุงเพียงหางตา ก่อนจะคว้ามวนที่สองขึ้นจุดสูบ
“นายสูบบุหรี่ด้วยเหรอ” เขาถามทั้งที่ยังคาบบุหรี่ไว้ในปาก
แจจุงขยับขลุกอยู่ภายใต้ผ้าห่มซึ่งห่อหุ้มร่างกายอันปราศจากอาภรณ์นี้ไว้ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาทั้งแห้งพร่าและแผ่วเบาราวกับคนไม่สบาย
“เปล่า...น้องชายสูบ”
“จุนซู?”
“ยูชอน”
ยุนโฮขมวดคิ้วอย่างคลางแคลงใจ ทว่าเมื่อนึกภาพ มิกกี้ มือเบส กับ
ซีอา มือกีต้าร์ประจำวงอีวิล-โอเวอร์ลอร์ด ส่งลิ้นแลกรสจูบเร่าร้อนบนเวทีใน
ค่ำคืนนั้นแล้ว จึงตัดสินใจไม่ถามซอกแซกให้มากไปกว่านี้
มือเรียวคีบบุหรี่ขึ้นส่งเข้าปาก อัดควันเข้าไปทีเดียวจนหมดมวน
เปลวไฟสีแดงฉายโพล่งขึ้นวาบหนึ่งก่อนจะมอดดับไป
แจจุงมองตามภาพที่ขยับไหวอยู่เบื้องหน้า ไม่ชัดราวกับความฝัน ผิดจากเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงตราตรึงอยู่ในหัวสมองอย่างแจ่มแจ้ง เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยปากถามออกไปในที่สุด
“นายไม่ได้จริงจังใช่ไหม”
“หืม?”
“เรื่องเมื่อคืน นายไม่ได้จริงจังใช่ไหม”
ยุนโฮหัวเราะลงคอเบาๆ เม้มริมฝีปากแล้วสูดลมหายใจที่เพิ่งผ่อนออกมากลับเข้าไปจนเต็มปอด ร่างสูงคืบเข้าไปใกล้ แล้วก้มจูบที่หัวไหล่มนของแจจุง
“ฉันจริงจัง...มาก” เขาตอบ
แจจุงขยับหนี “แต่ฉันไม่หรอกนะ”
“ฉันรู้” ริมฝีปากหยักได้รูปยกมุมขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มกวนโมโหยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของเขาไม่ห่างหาย ยุนโฮยักไหล่ไม่ใส่ใจ ทว่าแจจุงไม่อาจสังเกตเห็นแววความเศร้าจับใจที่ทาบซ้อนอยู่เบื้องใต้รอยยิ้มอารมณ์ดีนั้น
ประตูห้องนอนถูกผลักให้เปิดออก พร้อมๆกับที่ร่างกายสูงใหญ่ของมือกีต้าร์ชื่อดังแห่งดิโอเมเดสก้าวออกมา ทิศทางไม่คงที่เพราะยังคงสาละวนอยู่กับการสวมเสื้อยืด ทำให้ยุนโฮเดินเตะโน่นเตะนี่ไปเรื่อย
แจจุงที่ในยามนี้สวมเพียงเสื้อกล้ามกับกางเกงยีนส์ตัวเดิม โยนเสื้อนอกสีเข้มไล่หลังเจ้าของของมันไป ร่างบางอ้าปากหาววอดใหญ่ ผมเผ้ายุ่งเหยิง
เป็นเวลาเดียวกับที่ประตูหน้าบ้านถูกไขเปิดเข้ามาพอดิบพอดี
จุนซูยืนเหวอ มองภาพคนสองคนตรงหน้าด้วยดวงตากลมๆที่เบิกโพลง
“จุนซู...” แจจุงรำพัน มองหน้าน้องชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง
ตื่นตระหนก “หายไปไหนมา”
“ผม...เมื่อคืนผมไปต่อกับยูชอน ก็เลยนอนค้างที่บ้านเขา” จุนซูตอบตามความเป็นจริง สายตาเหลือบมองแขกคนสำคัญที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะพบที่นี่แวบหนึ่ง ก่อนจะสะดุ้งหันกลับมามองตาพี่ชาย เพราะเสียงเข้มๆ ที่คาดคั้นคำตอบ
“เจ้านั่นชวนกินเหล้าอีกล่ะสิ”
“เปล่าฮะ ไม่ได้กิน” เป็นอีกครั้งที่เขาตอบตามจริง ทว่าท่าทางลุกลี้ลุกลนของเขากลับแลดูคล้ายคนร้ายที่กำลังสรรหาคำโกหก
“แล้วใครมาส่ง”
“ยูชอน”
“ไม่สบายหรือเปล่า จมูกแดงๆ” แจจุงวินิจฉัย เดินเข้ามาเอามืออังหน้าผากตรวจไข้น้องชายอย่างเป็นห่วงเป็นใย
จุนซูยิ้มบางๆ เสียงเล็กตอบ “เมื่อคืนแค่นอนไม่หลับฮะ ผมโอเค”
“อืม... งั้นไปอาบน้ำนอนซะ” แจจุงออกคำสั่ง
จุนซูพยักหน้า ก่อนจะถอยฉากออกมาจากห้องนั่งเล่น เขาหันไปยิ้มเรียบๆให้ยุนโฮเมื่อเดินผ่าน แล้วหายเข้าไปในห้องนอนที่คงจะมีสภาพ
ไม่ต่างอะไรจากสนามรบ
ยุนโฮละสายตาจากจุนซูมาสบตาแจจุง เขาทำหน้าละเหี่ยใจ ยกมือขึ้น
ถูแก้ม “น้องชายนายไม่พอใจอะไรฉันหรือเปล่า”
“ไม่หรอก กลับไปได้แล้วไป” คนถูกถามเอ่ยตัดรอน แจจุงโบกมือไล่ พลางรุนหลังยุนโฮออกนอกประตูบ้านไป
ยุนโฮทำปากเบะ ถอนหายใจเซ็งๆ
ก่อนไป เขาหันกลับมามองหน้าแจจุงอีกครั้งหนึ่งก้าวเข้าไปฉวยจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากที่ทั้งนุ่มทั้งหวานดั่งเยลลี่
“ฉันไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอกนะแจจุง”
เป็นอีกครั้งแล้ว...ที่แจจุงได้ยินถ้อยคำที่สื่อความหมายทำนองนี้จากปากยุนโฮ เขามองคนที่เพิ่งเดินผิวปากจากไปงงๆ พลางคิดไม่ตกว่าจุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์อันน่าจะจบลงไปพร้อมๆกับคอนเสิร์ตใหญ่ของวงร็อครุ่นพี่
ชื่อดังอย่างดิโอเมเดสนั้น กลับกลายเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น
เขาปิดประตูลงเบาๆแล้วลงกลอนแน่นหนา กลีบปากสวยเผยอพรูลมหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้ แจจุงส่ายหน้าช้าๆสลัดความคิดมากมายที่วิ่งพล่านอยู่ในหัวทิ้งไป เขานิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อตัดสินใจเดินลากขากลับเข้าไปภายในห้องแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากลำบากในการเดินเหิน มือเล็กยกขึ้นคลำสะโพกปอย
“โอย...”
ผู้ชายอย่างจองยุนโฮ หากจะมีอะไรให้น่าหลงใหล ขอยกให้
เรื่องบนเตียงเรื่องนึงก็แล้วกัน
To be continued...

กร๊าซซซซซซซซ
โฮกกกกกกกกกก
สครีมไม่เป็นภาษา กรี๊ดๆๆๆ รอคอยมานานแสนนาน~~(เว่อ)
บทรักช่างงดงามและเร่าร้อนจริงๆ โอ๊ย ไม่เคยเจอฉากแบบนี้ที่ไหนที่....สุดยอดดดดดดดดขนาดนี้มาก่อนเลยค๊า~!!!!
โถๆแจนะแจ ยังจะใจแข็งอยู่ได้ หลงเค้าไปแล้วแท้ๆ ฮ่าๆ ยุนโฮก็..สุดยอดดด จริงๆค่ะ โหะๆๆๆๆ
อร๊ากกกก ไม่ไหวแล้วว ชอบบบบบ กรี๊ดดดดด~~
*ระเบิดตัวเอง*
#1 By Step*Lunar on 2006-09-29 01:43