Title: Still
Paring: YunHo/JaeJoong (Jae's POV)
Rate: PG
Genre: One Shot / RPS / Romance
Author: *b.leaf*

I.
ไอขาวๆพวยพุ่งผ่านลอดกลีบปากสีซีดแห้งแตก เขาแทรกมือหนาที่กำลังเย็นเฉียบเข้ามารับความอบอุ่นจากมือผม บรรยากาศรอบกายเงียบงัน คงจะมีเพียงเสียงลมหวีด เสียงเสียดสีกันของกิ่งไม้ กับเสียงฝีเท้ากระทบพื้นฟุตบาทเป็นจังหวะเอื่อยๆ นี้เท่านั้นกระมัง ที่ช่วยให้สภาพการณ์ในเวลานี้ไม่ชวนให้ผมรู้สึกอึดอัดอย่างที่เคยเป็น
เขาเบียดกายเข้ามาใกล้ กระชับฝ่ามือไว้ เดินไปพร้อมๆกัน ใจผมเริ่มสั่นเพราะสัมผัสและนานาความคิดซึ่งกำลังแล่นพล่านอยู่ในสมอง
ดวงตาเรียวเล็กมองกลับมา ภาพของเขาภายใต้แสงไฟข้างถนน แม้ไม่ชัดเจน แต่ก็สามารถทำให้ผมไม่สามารถละสายตาออกไปได้ทุกครั้ง
"หนาวเนอะ"
น้ำเสียงอ่อนเยาว์เอ่ยขึ้น พร้อมๆกับรอยยิ้มที่ผมได้รับทำให้สมองตื้อชาไปชั่วขณะ ใบหน้าเรียวใต้แสงอับทึบ ทว่ากลับสว่างไสวที่สุดเท่าผมเคยเห็น เส้นผมชี้สั้นสีดำสนิท กับแววตาสุกสกาวมีชีวิตดุจดวงดาวบนฟ้า เขาสมบูรณ์แบบเสียจนผมหลงรัก
...รักเขามากกว่าที่เพื่อนควรรักเพื่อน...
II.
"ราตรีสวัสดิ์ แจจุง"
เขาไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าที่เคย ในขณะที่ผมล้มตัวลงเบียดนอนบนพื้นเตียงหลังเดียวกับเขา แสงไฟสีเหลืองส้มในห้องถูกดับลง ความมืดโรยตัวเข้ามาพร้อมๆกับความเงียบงัน
แม้จะไร้แสง แต่ดวงตาของผมยังคงเบิกกว้าง แม้ลมเย็นจะพัดโชยผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง แต่ร่างกายของผมกลับร้อนรุ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไหล่ของเขากระชั้นใกล้ ผมรู้สึกได้ว่าผิวของเราเสียดสีกันทุกครั้งที่ต่างคนต่างผ่อนลมหายใจเข้าออก
เขาคงไม่รู้สึกรู้สาอะไร คงจะมีแต่ผมที่แทบคลั่งตายเพราะสัมผัสนั้น
ผมผุดกายลุกขึ้นนั่ง พลางเอื้อมไปกดเปิดโคมไฟที่หัวเตียง ก่อนจะหันมาพบกับเขาที่เงยหน้ามองผมอย่างงงๆ
"นอนไม่หลับเหรอ?" เขาถาม บริเวณห้องนอนถูกฉายไล้ด้วยแสงไฟอีกครั้ง
"อื้อ นายก็ไม่หลับเหมือนกันนี่"
"อืม...คงงั้น"
...ใจผมสะท้าน สั่นไหว...
III.
ใบหน้าหล่อเหลาหันมาทางผมอย่างขอคำตอบ ผิดจากผมที่เอาแต่อ้ำอึ้งไม่สามารถควบคุมสติของตัวเองได้ ภาพของเขาที่ถูกวางอย่างพอเหมาะพอเจาะเบื้องหน้าสายตา เขาสวมเสื้อยืดเนื้อบางสีขาว กับกางเกงผ้าขายาวสีเทาอมเขียว ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อผมใช้หลังมือแตะเบาๆที่ข้างแก้ม
นึกถึงเหตุการณ์ในครั้งแรกที่เราพบกัน เป็นเช้าวันอากาศแสนดีที่บริษัท เขาก้าวเข้ามาหาผมอย่างเขินๆ เรียกผมว่า "พี่ครับ..." ทั้งๆที่ถ้านับกันตามจริงแล้ว เขาเป็นรุ่นพี่ผมด้วยซ้ำ
คล้ายว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน แต่บางทีก็เหมือนมากกว่านั้น... เขาดีกับผมมาก มากจนผมคิดไปเองว่าเขาดีกับผมคนเดียว เขาน่ารักมาก น่ารักชนิดที่เพื่อนหลายคนบอกว่าเขายอมทำแบบนี้แค่กับผมเท่านั้น ถึงแม้กระนั้นแล้วผมก็ยังไม่กล้าปักใจ เขาคิดอย่างไร ผมไม่เคยรู้
ในตอนนี้บรรยากาศเป็นใจ - ผม และ เขา - เราเพียงลำพังสองต่อสองในห้องนอนของผม
ผมตัดสินใจที่จะสารภาพกับเขาในค่ำคืนนี้
"แจจุง..."
"ยุนโฮ ฉัน...รักนายนะ"
"แจ..."
"นายล่ะคิดยังไง บอกฉันทีสิ"
IV.
อะไรบางอย่างเรียกร้องให้ผมค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้าไป ใกล้มากจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของเขา ไม่ได้พูดหรือเรียกร้องอะไรอีก นอกจากปล่อยให้แววตาบอกกับเขา
เขาจะเห็นหรือไม่นะ? ว่าภาพที่ฉายชัดในดวงตาอันแสนว่างเปล่าคู่นี้ของผมมีเพียงเขาคนเดียวเสมอมา
เข็มนาฬิกาส่งเสียงน่ารำคาญดังเป็นจังหวะยามเมื่อมันกระดิกไปข้างหน้าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเดิน ริมฝีปากของเราสัมผัสกันแผ่วเบาครู่หนึ่ง ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายผละออกมาอย่างเนิบช้า ความนุ่มละมุนละไมราวกำมะหยี่ยังคงติดตรึงอยู่ที่ริมฝีปากและหัวใจที่เต้นรัวรุนแรง
...บอกสิว่านายเองก็รักฉัน...
ผมได้แต่ภาวนาในใจ แต่ก็ดูจะเป็นคำขอที่มากเกินไปสำหรับคนอย่างผม เขาไม่ได้ตอบหรือแม้แต่ตั้งคำถาม ดวงตาเรียวรีคู่นั้นเพ่งมองผมด้วยอารมณ์ที่ผมคงไม่มีวันเข้าใจได้
ห้องทั้งห้องถูกความเงียบงันกลืนกินไปจนสิ้น ผมรีบพลิกตัวกลับไปกดปิดโคมไฟจนแสงสว่างที่หลงเหลืออยู่เพียงรำไรดับวูบลง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง นอนหลับตาปี๋ ได้แต่คิดตำหนิตัวเองในใจว่าเพราะอะไรถึงได้บ้าบิ่น ทำไมถึงได้คิดเข้าข้างตัวเองและมั่นใจเช่นนั้นเสมอมา
ผมยังไม่อยากเสียเขาไปไม่ใช่หรอกหรือ?
V.
เสียงเข็มนาฬิกายังคงดังแว่วอยู่ในความมืดดำของช่วงเวลา ผมนอนตะแคงเอาแก้มแนบหมอน ฝ่ามือของผมจิกลงบนฟูกนอนอย่างไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาทั้งสองไม่มีทีท่าจะปิดลงได้ง่ายๆ แสงไฟรถยนต์ที่สาดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างราวกับหยอกเย้าความโง่งี่เง่าของผม
...พลาดไปเสียแล้ว...
เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดกับสีหน้าของเขา ทำให้ผมสามารถจินตนาการอนาคตได้ไม่ยากเย็น ต่อจากนี้ก็คงไม่มีอะไรเหมือนเดิม
ผมพยายามข่มตาให้หลับ หมายใจว่าพรุ่งนี้เช้าจะปฏิบัติทุกอย่างให้เป็นปกติ ทว่าความรู้สึกหนักอึ้งที่พาดมาตรงสีข้างก็ทำให้ผมต้องสะดุ้ง
เสียงหายใจสม่ำเสมอดังผะแผ่วเป่ารดอยู่ที่ริมหู ไออุ่นที่ซ่านพรมอยู่บนแผ่นหลังของผม น่าแปลกที่มันทำให้รู้สึกหนาวจนชาไปถึงขั้วหัวใจ กลิ่นหอมเย็นๆที่ได้จากกายเขาแสนคุ้นจมูก หากแต่ในความรู้สึกมันกลับเปลี่ยนไป แผ่นอกหนาปะทะกับผิวเนื้อใต้เสื้อยืดตัวบางของผม เบียดแนบสนิททุกครั้งที่เขาผ่อนลมหายใจออกมาทางริมฝีปาก
ผมยิ้มน้อยๆ แอบกระชับวงแขนของเขาเข้ารอบเอวตัวเองอย่างเอาแต่ใจ
ผมหวนระลึกไปถึงเหตุการณ์ในวันแรกที่เราพบกันอีกครั้ง ผมยังจำภาพนั้นได้แม่นยำ... ภาพแรกที่ทำให้ผมรักเขา...
...ถึงอย่างไรฉันก็ยังจะรักนาย ยุนโฮ...
ผมบอกกับเขาได้เพียงแค่ในใจ โดยไม่คิดที่จะพยายามคาดคั้นอะไรจากเขาอีกเป็นครั้งที่สอง
เขากำลังนอนหลับสนิท จมอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุข ผมรู้...ว่าตัวเขาเองก็มีบางเรื่องที่คงจะพูดได้แค่เพียงในใจเท่านั้นเหมือนกัน
"แจจุง...ฉันก็รักนาย"
F I N

ซิก ซิก..............น่ารัก น่ารัก (เพ้อแล้วค่ะ) เป็นช็อตสารภาพที่น่ารัก น่ารัก น่ารัก... (ก๊องง)
เป็นอะไรที่สั้นๆ แต่ออกจะได้ใจความนะคะ ^______^
แลดูเป็นความรักที่อ่อนโยนแล้วก็ซึ้งๆ .... ไม่หวือหวา แต่ทำให้ยิ้มได้ไม่หยุดเลยย
*กัดผ้าเช็ดหน้าที่เริ่มโชก*
ชอบจังเลยจ้ะ จากใจจริง >_<!!
อิ่มเอิบครับพี่น้องง อิ่มเอิบบบบบบบบบ พริ้งเพริดดด โฮกกกกกกกก!! ..อักก~!
(พี่ตองเอาผ้าเช็ดหน้าอุดปาก)
#1 By Fai$iaM on 2006-09-20 01:20