★ b.leaf ★ View my profile

Go! Daddy (4)

posted on 15 Aug 2006 11:15 by bleaf-me  in go-daddy

Title: Go! Daddy
Author: *b.leaf*
Paring: YunJae , Impiled YooSu
Type: AU, Multi-chaptered
Genre: Romance, Comedy, Drama
Rate: PG-13 (with some rudely words)

( Part 04/?? )

"ไปก่อนนะจ๊ะยุนนี่ See you then!"

หญิงสาวกล่าวเสียงสลด ก่อนจะโอบแขนรอบต้นคอเด็กหนุ่มแล้วรั้งเข้ามาคุกวงใน กระโดดใส่แบร์ฮัก กอดรัดฟัดกันนัวกลางถนนในยามเช้า ทำเอายุนโฮผู้ซึ่งกำลังงัวเงียได้ที่ตาแทบปลิ้นออกมานอกเบ้า คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากจูบปะเหลาะพลางแยกเขี้ยวขาวๆ ยิ้มเอาใจไก่แก่แม่ปลาช่อน โชคดีที่ใช้ยาสีฟันเดนทิสเต้ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรียในช่องปาก ไม่เช่นนั้นยุนโฮที่ถูกปลุกตื่นมาตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่คงไม่กล้าที่จะอ้าปากแลกสารแล็คโตบาซีลัสกับแม่ทูนหัวทูนเกล้าทูนกระหม่อมเป็นแน่แท้

"โชคดีครับดวอน" โบกไม้โบกมือป้อแป้ นึกยอมรับชะตากรรมตัวเองดี ก่อนที่มิสซาลทิสจะเหยียบคันเร่งออกรถไปด้วยแรงขับเคลื่อนเต็มประสิทธิภาพ 952 แรงม้า ทิ้งให้ยุนโฮอยู่โดดเดี่ยวผู้น่ารักกับลูกชายสองต่อสองอีกครั้ง

เดินกะปลกกะเปลี้ยคล้ายคนใกล้หมดสมรรถภาพกลับเข้าบ้านไป ยุนโฮคว้าผ้าขนหนูมาพาดไหล่เตรียมอาบน้ำไปเรียน เหลือบตามองจุงโฮที่คลานไปคลานมาสำรวจคลังขุมทรัพย์มหาสมบัติในบ้านก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ เมื่อวานยุนโฮไปติดต่อสถานรับเลี้ยงใกล้บ้านมาแล้วเรียบร้อย เป็นเดย์แคร์ที่มีมาตรฐานไอเอสโอรับประกัน แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้หัวอกคนเป็นพ่ออย่างเขาผ่อนคลายลงไปได้ พี่เลี้ยงสาวท่าทางมีภูมิรู้สูง ยัยป้าหน้าโหด กับเกย์เฒ่าเขย่าโลกที่มีสายตามองต่ำเฉพาะกลางลำตัว แถมพยายามจะจับยุนนี่น้อยแต่ไซส์หญ่าย...เพื่อวัดขนาดให้ได้ผู้นั้นจะดูแลลูกเราได้ดีเท่าเราหรือ? ยุนโฮยังคงสับสนทางเพศต่อไป

.
.
.

"อู่แหวะ อู่วววววววแหวะ!"

"เป็นบ้าอะไรของแกวะแจจุง แพ้ท้องหรือไง?"

ลักษณะท่าทางของแจจุงที่ดูคล้ายจะพยายามล้วงคออ้วกมาตั้งแต่ถึงมหา'ลัย ประกอบกับถุงฝรั่งดองที่จุนซูกำลังส่งเข้าปากเคี้ยวจ๊อบแจ๊บอยู่นั้นทำให้ยูชอนอดถามออกมาไม่ได้ หนุ่มนิติเกียรตินิยมถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก วันนี้มีเรียนซะเช้า แถมยังเป็นวิชาที่เกลียดที่สุดในเทอมนี้ กว่าจะหมดชั่วโมงก็เล่นเอาหัวผงกโขกโต๊ะคนข้างหน้าไปหลายโป๊ก ถ่อสังขารง่วงๆ เดินตากแดดตากลมเป็นหมื่นลี้เพื่อที่จะมาพบหน้าหวานใจที่คณะอักษรศาสตร์แห่งนี้ แต่พอมาแล้วกลับเจอคนนั่งอ้วก? วัยรุ่นเซ็ง...

"มันเป็นบ้าอะไรของมัน จุนซู?" เมื่อไม่ได้รับสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก ยูชอนก็เลยเปลี่ยนไปสอบสวนจุนซูแทน เอ่อ...รายนี้ถึงไม่อ้วกแต่ก็ซัดของดองไม่ยอมหยุด มองแล้วชวนให้ทึ่งในความสามารถของสิ่งมีชีวิตเพศนี้จริงเชียว

"ก็แจจุงบอกว่าเมื่อเช้าดันตื่นมาเจอภาพน่าสะอิดสะเอียนน่ะสิ" จุนซูตอบหน้าตาเฉย ปากว่ามือก็จิ้มจวกมะดันดองเข้าปาก

"อ๋อ ภาพหมาถูกรถทับที่ขึ้นหน้าหนึ่งวันนี้น่ะเหรอ?" ยูชอนยังคงสันนิษฐานต่อไปตามนิสัยผู้พิพากษา แต่หลังจากตัดสินใจเลิกล้มความคิดที่จะรับรู้ต้นตอของอาการคลื่นเหียรอาเจียนวิงเวียนศีรษะของแจจุง แล้วหยิบยื่นเพียงแค่ยาดมตราท่านเจ้าคุณให้ไปสูดซักปื้ดสองปื้ด ทั้งยูชอนและจุนซูก็ต้องสะดุ้งโหยงขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน เมื่อแม่นางแจจุงวาดมือเข้าฟาดโต๊ะม้าหินผู้โชคร้าย ที่ถ้าหากมันมีเสียงคงจะร้องตะโกนเรียกร้องความเป็นธรรมออกมาว่า 'เลิกตบตูซักทีเซ่'

"ไม่ใช่! หมาโดนรถทับน่ะน่าสงสาร แต่แมงดาบางตัวเห็นแล้วชวนอ้วก!" แจจุงเริ่มท้าวความ "ก็เมื่อเช้าก่อนออกมาเรียน เห็นไอ้ยุนโฮนั่นมันยืนกระซวกปากกับมิสซาลทิสหน้าบ้านแบบไม่มียางอายเลยนะ เห็นแล้ว...แหวะ..."

"โธ่ว้อย...เอาอีกแล้วไอ้นี่ อิจฉาอ่ะดิ๊" ยูชอนตอกทันควันแบบไม่ต้องคิด พลางอ้าปากรับของดองที่จุนซูป้อนเข้าปากให้

"ไม่ใช่ซักหน่อย! ไม่เห็นอยากจะมีเลย ฟงแฟนอะไรอ่ะ ฮึก ฮึก โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ" ดูจะเป็นประโยคที่ขัดกับอารมณ์เสียเหลือเกิน แจจุงจู่ๆก็ปล่อยโฮออกมาให้เพื่อนร่วมคณะตกอกตกใจกันยกใหญ่ แต่หาได้ใช่จุนซูกับยูชอนไม่ เพราะทั้งสองคนนี้รู้ดีอยู่เต็มอก

คิม แจจุง คนสวย ที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปกี่ล้านปีแสงก็ยังคงสวยเหมือนเดิมไม่มีเสื่อมคลาย แถมยังมีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ ทุกเมื่อเชื่อวัน ถึงแม้ความสวยระดับโลกที่มีจะเรียกเหล่าภมรให้บินมาตอมไม่เว้นวัน แต่จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีใครอาสาเข้ามาดูแลหัวใจดวงน้อยๆของแจจุงเลยซักที เจ้าตัวนั้นยังคงยืนยันว่าอาจเป็นเพราะความหยิ่งของตน ผิดจากเพื่อนสนิททั้งสองที่ฟันธงฉับๆ ว่ามันเป็นเพราะความดุต่างหากเล่าที่ใครเขาก็ไม่กล้าจะเข้าใกล้คุณเธอ โธ่ถังกะละมังหม้อ จุงจี้ที่น่าสงสาร... ว่าแล้วนี่ก็ครบสี่เดือนแล้วใช่มั้ย มามะ เพื่อนรักจะพาไปฉีดยา

"ช่างเหอะ" ปาดป้ายคราบน้ำตาลงบนกระเป๋าของจุนซู (?) ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองฟ้าสายตามุ่งมั่นอีกครั้ง "อยู่คนเดียวชั้นก็อยู่ได้ ไม่ตายหรอก" ยื่นคำขาดอย่างหนักแน่น จนคำรณ หว่างหวังศรี แทบจะแห่กลองยาวกันเข้ามาล้อมวงเชิดชูความแกร่งกล้าที่สามารถยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเองได้ แม้ว่าภายในหัวใจอันอ่อนไหวของแจจุงจะยังคงร้องไห้กระซิกๆ อยู่ก็ตาม

เกิดมาไม่เคยรักใคร แถมพอเจอคนถูกใจก็ดันมีลูกมีเมียซะแล้ว... เก๊กซิม!!

"เออนี่ อาทิตย์หน้าก็จะสอบปลายภาคแล้วนะ อ่านหนังสือกันบ้างหรือยังเนี่ย?" หลังจากปล่อยให้ความเงียบและความเศร้าสลดครอบคลุมพื้นที่มานานพักใหญ่ ยูชอนจึงได้พูดทำลายมวลความกดอากาศต่ำรอบกายลงในที่สุด

จุนซูส่ายหน้าดิ๊กๆ "อ่านแต่นิยาย โรมีโอจูเลียต มนต์รักเพลงสวรรค์ สะพานรักสารสินธุ์ เพชรพระอุมา อะไรเทือกนั้น"

แจจุงสั่นหัวจนหัวคลอนเห็นภาพราวกับอยู่ในมุมมองของคนขับมอเตอร์ไซค์ไต่ถัง "อ่านแต่นิตยสารซุบซิบดารา ช่วงนี้ซุบซิบดงบังชินกิว่ามีรักกุ๊กกิ๊กอะไรกันเองในวง ชั้นไม่อ่านไม่ได้เดี๋ยวไม่อินเทรนด์" ว่าหน้าตาเฉยอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เหตุบ้านการเมืองเป็นอย่างไรไม่เคยรู้! ยูโน ยุนโฮ หัวหน้าวงดงบังชินกิ เท่านั้นที่อยู่ในสายตา คิม แจจุง

ยูชอนถอนหายใจออกมาอย่างระเหี่ยใจ แล้วพอผลการเรียนออกมาก็มานั่งซึมเศร้า ผิดจากเขาที่ออกจะหลั่นล้าจิงกาเบล ชวนไปเที่ยวไปกินเลี้ยงที่ไหนก็ไม่ยอมไป เซ็งครับเซ็ง!

"อ่ะนะ เริ่มอ่านกันได้แล้ว พวกนายก็รู้ว่าเกรดเฉลี่ยทุกเทอมมันสำคัญสำหรับเรา"

"สำหรับนายคนเดียวล่ะสิไม่ว่า"

แน่ะ!

"ใช่แล้ว ยูชอนจะไม่ต้องมาเครียดทุกๆสิ้นเทอมแบบนี้เลย ถ้าหากว่าระหว่างเทอมไม่มัวแต่แชทกับเพื่อนฝรั่งมันแกวอะไรของตัวน่ะ" จุนซูยังช่วยสนับสนุน ก่อนที่คนตัวเล็กจะนั่งจิ้มแจ่ว กินมันแกวต่อไปอย่างไม่สนใจสิ่งใดรอบข้าง ทิ้งให้เจ้าพ่อปาร์คออกมายืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายลมหวีดหวิว และกลีบใบไม้โปรยปรายราวกับพระเอกหนังซามูไร

และแล้วสุดท้าย ปาร์ค ยูชอน ก็โดนใบแดงถีบออกจากสนามไปในช่วงต่อเวลา

.
.
.

แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะยังคงส่องสว่างให้เห็นภายในห้องนอนบรรยากาศอบอุ่น ท่ามกลางความเงียบงันยามเที่ยงคืน ยุนโฮทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวมข้างชั้นหนังสือโดยยังมีจุงโฮทำตาแป๋วอยู่ในอ้อมแขน ไม่ว่าจะพยายามงัดไม้เด็ดไม้ตายกระบวนท่าไหนจากสำนักใดมาใช้กล่อม เจ้าตัวน้อยก็ดูไม่มีทีท่าจะง่วงนอนเลย แถมยังรังแต่จะงอแงซะด้วยซ้ำหากคุณพ่อวางเขาลงบนเปลเด็ก หรือแม้แต่ห่างตัวซักนิดเจ้าหนูจะก็แผดเสียงร้องไห้ซึ่งมีอานุภาพมากพอจะสามารถปลุกประชากรทุกหลังคาเรือนในหมู่บ้านนี้ให้ตื่นขึ้นได้สบาย

วางลูกชายไว้บนหน้าอก เหยียดกายบนเก้าอี้นุ่ม พลางค่อยๆหลับตาลง ตำราทฤษฎีกลศาสตร์วิศวกรรมเล่มหนาเตอะถูกวางแบไว้กับหน้าตักอย่างอ่อนล้า อาทิตย์หน้าแล้วที่มหกรรมการสอบปลายภาคหฤโหดกำลังจะมาถึง หลักสูตรของมหาวิทยาลัยแม้ว่าจะไม่ได้แตกต่างจากที่รัทเจอร์ซักเท่าไร แต่ด้วยเหตุที่อาจารย์ผู้สอนนั้นคนละคนกัน วิธีการสอนก็เลยต่างกัน ทำให้ยุนโฮต้องใช้พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะตามให้ทันเพื่อนๆ ที่สำคัญ...ตราบใดที่จุงโฮยังไม่ยอมนอนเช่นนี้ เขาก็คงจะไม่มีสมาธิอ่านหนังสือต่อไปได้อย่างแน่นอน

"จุงโฮ...แด๊ดดี้เหนื่อยแล้วนะ" ชายหนุ่มงึมงำผ่านริมฝีปากที่ไม่ค่อยอยากจะขยับ แม้ว่าจะถูกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนพยายามใช้มือเล็กๆ ดึงแก้ม ดึงปาก ผู้เป็นพ่ออยู่ก็ตาม แต่ดวงตาอันหนักอึ้งก็ยังไม่มีวี่แววจะเปิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย สมองที่เริ่มทำงานเรรวนเรียกร้องหาการนอนหลับพักผ่อนแทบจะทุกลมหายใจเข้าออก

"แด๊ดดี้ต้องสอบนะครับ จุงโฮ..."

"ดาดิ๊ เล่นๆ" เจ้าหนูร้อง พลางทำตาโตตื่นเต้นเลียนแบบยุนโฮที่ชอบทำสีหน้าแบบนี้แล้วหลอกล่อให้เขากินผัก ไม่วายขย่มไปขย่มมาบนตัวคุณพ่อให้ได้จุกเสียดแน่นเฟ้อในท้องอีกระรอกใหญ่

"โอย...เล่นอะไรอีกล่ะครับ เล่นมาทั้งวันแล้วนะ"

"แอ่ แอ๊!"

"จุงโฮ" ถึงตรงนี้ยุนโฮก็พยายามใช้น้ำเสียงที่เข้มขึ้นข่ม "ถ้าจุงโฮดื้อ แด๊ดดี้ก็จะเรียนไม่จบนะ แล้วจุงโฮก็ต้องโดนเอาไปฝากไว้ที่สถานรับเลี้ยงนานขึ้นอีกนะ"

"เล่นๆ ขี่ม้า แอ๊ๆ" แต่ก็ดูเหมือนเสียงเข้มๆนั่นจะไม่มีผลกระทบใดๆ กับเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา เขายังคงเรียกร้องสิ่งบันเทิงจากคุณพ่อต่อไป

ยุนโฮถึงกับถอนหายใจออกมายาวที่สุด ยาว ย๊าว ยาว ราวกับปอดของเขาใหญ่เท่าปอดต่อลาภ นักว่ายน้ำทีมชาติไทย รู้สึกเหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ จนอยากจะตัดทางโลกหนีไปบวชพระซะให้รู้แล้วรู้แรด แต่เมื่อลืมตามองใบหน้าน่ารักสะอาดใสบริสุทธิ์ผุดผ่องของเจ้าหนูจุงโฮ กับรอยยิ้มดวงตะวันสาดแสงนี้แล้ว ก็ราวกับมีเสียงย้ำเตือนดังก้องสะท้อนอยู่ในหัวสมองว่าจะทิ้งเจ้าตัวเล็กนี่ไปไม่ได้

ยุนโฮพยายามสลัดความมึนงงที่เกิดจากสมองแฮ๊งค์ๆ ลืมตาขึ้นมาจดจ่ออยู่กับตำรากลศาสตร์ในมือใหม่อีกครั้ง เข้าหัวไม่เข้าหัวบ้าง อ่านผิดหน้าผิดบรรทัด ตีหลังกาอ่านบ้าง แต่ก็ยังกัดฟันอ่านต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ชายหนุ่มหาได้รู้ไม่ว่าพฤติกรรมของเขานั้นอยู่ในสายตาของเพื่อนบ้านห้องนอนเคียงอย่างแจจุงแทบจะทุกอิริยาบถ

ร่างบางที่ยืนมองภาพนั้นอยู่ห่างๆ อดที่จะเผยรอยยิ้มเศร้าๆ ออกมาไม่ได้

.
.
.

และแล้วก็ถึงวันหยุด วันหยุดที่นักศึกษาส่วนใหญ่รอคอยด้วยใจที่ไม่ยินดีปรีดานัก เพราะเป็นวันหยุดที่ทางมหาวิทยาลัยหยุดให้อ่านหนังสือเตรียมสอบ เสียงกริ่งย้ำๆ ที่ดังอยู่นั่นเรียกให้แจจุงซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการหาข้าวเช้ารับประทานในเวลาเกือบเที่ยงอยู่ที่ห้องครัวต้องเดินกระแทกกระทั้นออกมาเปิดประตูด้วยอารมณ์ไม่โสภานัก ยูชอนกับจุนซูไปร้านหนังสือกันตั้งแต่เช้า ส่วนสำหรับเขานี่เป็นวันแรกตั้งแต่เพื่อนบ้านใหม่ย้ายเข้ามาที่ได้นอนหลับเต็มตื่น ใบหน้าโทรมมะลั่กกั่กราวกับแจจุงเวอร์ชั่นยาอีดีซีสจึงค่อยๆ มลายหาย เหลือแค่แจจุงที่แสนสดใสตามเดิม

ยิ่งใกล้ประตูเข้ามามากขึ้น เสียงร้องไห้ของเด็กก็ยิ่งทวีความดังขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งกระชากปราการด่านหน้าให้เปิดออกก็พบกับร่างสูงๆ ที่ตัวเปียกมะล่อกมะแล่กอุ้มลูกชายตัวน้อยไว้กับอก แจจุงถึงกับผวาวาบนึกว่าเจอผีทะเลเข้าให้กลางวันแสกๆ ซะแล้ว

แต่ยุนโฮไม่ได้ขำด้วย เขามีสีหน้ากังวลใจอย่างหนักราวกับดัชนีหุ้นนิเคอิหล่นฮวบฮาบ ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงปรู๊ด คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนแทบจะชิดติดเป็นคิ้วเดียวกัน มองมาที่แจจุงอย่างขอความช่วยเหลือ "นี่ จ..แจจุง ช..ช่วยอุ้มจุงโฮให้หน่อยได้มั้ย?" เป็นน้ำเสียงทุ้มห้าวเคล้าเสียงหอบที่พอจะพาให้สติของแจจุงหลุดลอยไปไกล ไม่รีรอคำตอบรับ ยุนโฮส่งจุงโฮให้แจจุงทันที

"เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?" แม้ว่าจะยังงงๆ แต่ก็รับจุงโฮที่กำลังร้องไห้จนหน้าดำหน้าแดงมาอุ้มเอาไว้ แล้วยังไม่วายสวมบทบาทเพื่อนบ้านที่ดีถามความเป็นไป ทั้งที่ความจริงจะแค่อยากรู้เรื่องชาวบ้านเฉยๆ ก็เหอะนะ

ยุนโฮตาลีตาลานเดินเร็วๆ กลับไปที่บ้านโดยมีแจจุงวิ่งตามมาติดๆ พ่อหนุ่มหันมายิ้มแหยๆ ให้แจจุงอย่างอายๆ "คือท่อน้ำมันรั่วน่ะครับ แต่พอจะไปซ่อมท่อ จุงโฮก็ร้องโวยวายให้ผมอุ้ม ไม่อุ้มก็ไม่หยุดร้อง ก็เลย...แหะ..."

อยากตะโกนออกมาดังๆ ว่าสีหน้ากับรอยยิ้มแบบนี้ของยุนโฮเป็นหนึ่งในห้าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เขาไม่อยากจะเห็นเลยตอนนี้ หลังจากเห็นภาพคุณพ่อที่แสนทรหดเมื่อคืนนี้เต็มสองตาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ แจจุงพยายามกล่อมจุงโฮให้หยุดร้องไห้ จนกระทั่งเดินมาหยุดอยู่ที่ประตูหน้าบ้านซึ่งเปิดอ้าค้างเอาไว้ เขาหยุดฝีเท้าลง

"เข้ามาก่อนสิครับ" ยุนโฮเชิญ ทว่าแจจุงส่ายหน้าช้าๆ

"ไม่เป็นไร นายเข้าไปจัดการท่อน้ำเหอะ เดี๋ยวน้ำก็ท่วมบ้านกันพอดี"

ใบหน้าหล่อเหลาระบายด้วยรอยยิ้ม แย้มริมฝีปากอย่างจริงใจ ก่อนจะวิ่งกุลีกุจอหายเข้าไปในครัว แจจุงมองตามจนลับสายตาไปแล้วก็ค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งบนขั้นบันไดไม้เตี้ยๆ หน้าสวน ที่ที่เขาพบกับจอง ยุนโฮ รวมถึงจุงโฮเป็นครั้งแรก ลมเย็นๆ โชยพัดมาต้องใบหน้า พร้อมกับที่เสียงร้องไห้ของจุงโฮดูจะบรรเทาลงตามไปด้วย

"นี่ อย่าดื้อนักสิ แด๊ดดี้ของจุงโฮน่ะ เหนื่อยรู้มั้ย?" เปรยออกมา พลางมือก็ตบก้นเด็กที่กำลังเคลิ้มเบาๆ โยกตัวไปมาพร้อมกัน จนเสียงร้องไห้ค่อยๆ เงียบสนิท "ถ้ารักแด๊ดดี้ก็ต้องเป็นเด็กดีนะ สัญญาสิ"

"งึม งึม"

"จุงโฮ..."

"มามะ"

"หืม?"

"มามะ อื้อ..." เจ้าหนูครางงึมงัมอยู่ในอ้อมกอดของแจจุง ดวงตาคู่เล็กปิดสนิทลง ในขณะที่ปากส่งเสียงจ๊อบแจ๊บ จมลงไปในห้วงฝันหวาน ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนพ่อ ขนาดตอนง่วงยังเหมือนพ่อเลย แจจุงมองเด็กชายคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้

"จุงโฮเรียกคุณว่าหม่าม้า"

"เอ๋?"

"จริงๆนะ เค้ายังไม่เคยเรียกดวอนแบบนี้เลย" ยุนโฮพูด พลางทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แจจุง เขายื่นนิ้วชี้ลงไปในกำปั้นน้อยๆของจุงโฮ ก่อนจะปล่อยให้เด็กชายกำมันจนแน่น "คำแรกที่เขาพูดได้คือ ดาด้า แล้วเขาก็เรียกผม"

ออกจะแปลกใจอยู่สักหน่อยที่ได้ฟัง เพราะปกติแล้วเด็กทั่วไปจะออกเสียง m ได้ก่อนเสียง d แน่นอนว่าทุกคนจะพูดคำว่าแม่ได้ก่อนพ่อ แต่นี่ไม่ใช่กรณีศึกษาที่น่าสนุกนักสำหรับแจจุง เขามองแววตาของยุนโฮที่ดูหมองลงในยามนี้ก็แทบอยากจะร้องไห้ จุงโฮไม่ค่อยได้อยู่ใกล้ชิดแม่เพราะหน้าที่การงานของมิสซาลทิส แต่อ้อนแต่ออกก็คงมีผู้ชายคนนี้เท่านั้นสินะที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด สงสารจุงโฮ... สงสารยุนโฮจับขั้วหัวใจ...

"นี่ เมื่อคืนนายคงไม่ได้นอนเลยสินะ"

"ค..คุณรู้ได้ไง?"

"ชั้นเห็นน่ะ ห้องนอนนายเปิดไฟสว่างไว้ทั้งคืนเลย แยงตาชะมัด"

"อ..อ้อ...ครับ" ยอมรับพลางยิ้มออกมาบางๆ เป็นรอยยิ้มที่แจจุงเกลียดที่สุด เพราะแทนที่จะทำให้แจจุงเกลียดยุนโฮ แต่กลับทำให้รู้สึกสงสารมากขึ้นทุกครั้งที่ได้เห็น

"จุงโฮน่ะ ให้ชั้นช่วยเลี้ยงเอามั้ย?" ในที่สุดก็ตัดสินใจเสนอออกไป อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนบ้าน ที่สำคัญเขาชอบจุงโฮมากๆ แจจุงเลยไม่คิดลังเลที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

"ห..เห? อะไรนะครับ?" ยุนโฮเลิกคิ้วสูง เมื่อได้ฟังคำพูดที่ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้ฟังจากแจจุง

"เอามาไว้กับชั้น นายจะได้อ่านหนังสือสอบไง"

"แต่..."

"แต่อะไร ไม่ไว้ใจชั้นหรือไง?"

"เปล่าครับ แต่..ผมไม่อยากให้ลูกห่างผม เว้นแต่คุณจะมานอนค้างกับผม"

"เฮ้ย!? ไม่เอา! ชั้นเอากลับไปที่บ้านชั้นเองก็ได้ บ้านใกล้แค่นี้เอง ทำไมต้องมาค้างกับนายด้วยเล่า บ้าหรือเปล่า" แจจุงโวยวาย ใบหน้าฉีดซับสีเลือดแดงแจ๋ สมองอันถนัดแต่คิดเรื่องอกุศลของเขาทำงานนำหน้าไปก่อนสิ่งอื่นใด เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนพร้อมๆ กับที่อุ้มจุงโฮไว้ "ตามใจนายนะ ถ้าไม่ยอมก็เลี้ยงเองเหอะ"

ใบหน้าคมสันฉายแววลังเลใจอย่างสุดชีวิต แต่ในที่สุดก็ต้องยอมหักใจเพื่อผลการเรียนอันจะยอมเสียไปไม่ได้แม้แต่จุดสองจุด อีกอย่างก็จริงอย่างที่แจจุงว่า บ้านใกล้ชายคาแทบจะติดกัน อยากเห็นหน้าลูกเมื่อไร คิดถึงตอนไหนก็สามารถแวะไปเคาะประตูบ้านได้สบายๆ ดั่ง 7-eleven เพื่อนบ้านที่ไม่เคยหลับ ถ้างั้นก็...

"เอ่อ...งั้นก็ต้องรบกวนแล้วนะครับ"

คำตอบจากยุนโฮเรียกรอยยิ้มใสๆ จากแจจุงได้ไม่น้อย ร่างบางกระชับกอดเจ้าตัวน้อยแน่นๆ "ไปอยู่ด้วยกันเนอะ จุงโฮ... อยู่กับหม่าม้า"

หม่าม้า... คิก... ฟังแล้วจั๊กกะเดียมชะมัดเลย

"ทำไมเรียกพี่ว่าหม่าม้านะจุงโฮ?" อุ้มไปอุ้มมา พลางชวนเด็กหลับๆ คุยซะอย่างนั้น ภาพของแจจุงที่ไร้วี่แววความดุอย่างที่เคยพบทำให้ยุนโฮหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

"ว่ากันว่าเด็กเล็กๆ มีเซ้นส์นะครับ"

"ซ..เซ้นส์เหรอ? เซ้นส์อะไร?" หมัดที่แพรวพราวด้วยเทคนิคและแท็คติกของยุนโฮกระทบเข้าแสกหน้าแจจุงเต็มๆ ร่างบางรู้สึกว่าใบหน้าของเขาร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้ สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาซ้ำไปซ้ำมาว่าคงถูกจีบเข้าให้อีกแล้ว

"ซิกซ์เซ้นส์มั้งครับ พวกเด็กเห็นผีอะไรเทือกนั้นน่ะ" ยุนโฮว่าพลางหัวเราะก๊ากๆ ตบเข่าฉาด ทำเอาฟองสบู่สีชมพูที่กำลังลอยละลิ่วพลิ้วลมอยู่รอบกายแจจุงนั้นแตกสลายไม่มีชิ้นดี สาบานว่าตอนนี้ถ้าหากมือว่าง จะพุ่งเข้าไปท้าต่อยกันตัวต่อตัวให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างเลยเชียว

"งั้นชั้นไปล่ะ แล้วเอาของใช้ของจุงโฮตามไปให้ด้วยแล้วกัน" ยักไหล่อย่างมีราคา พลางสั่งงานทิ้งท้ายไว้ให้คุณพ่อสุดหล่อทำ ก่อนที่แจจุงจะสะบัดก้นเดินงอนจากไปปล่อยให้ยุนโฮนั่งฝันค้างอยู่อย่างโดดเดี่ยว แม้ในใจจะหวังอยู่ลึกๆ ให้ยุนโฮตามมาง้อ วิ่งไล่กันข้ามภูเขาสามลูกเหมือนในหนังแขกซักหน่อยพอสนุก แต่ก็ดูไม่มีวี่แววว่ารายนั้นจะตามมาเลย เสียดายนิดๆ แต่ก็ช่างเห๊อะ งอนว้อย...หาว่าเราเป็นผี ถึงเป็นจริงก็เป็นแวมไพร์สุดเซ็กซี่ล่ะว้า ชิๆ

"แจจุง!"

ชะอุ้ย! อย่าบอกนะว่าจะตามมาง้อ? แจจุงเพ้ออยู่ในใจ ยังเดินมาได้ไม่ทันไรพ่อหนุ่มก็เรียกไว้ซะแล้ว ร่างบางค่อยๆหันกลับไปอย่างสโลว์โมชั่นสุดชีวิต เพื่อให้ภาพที่ปรากฏออกมาคล้ายกับภาพยนตร์รักโรแมนติกฉบับฮอลิวู้ด ให้ความรู้สึกราวกับตนเองเป็นจูเลีย โรเบิร์ต และยุนโฮเป็นฮิวช์ แกร๊นท์ ยังไงอย่างงั้นทีเดียว

ยุนโฮยืนเคอะๆ เขินๆ อยู่ที่เดิม "เอ่อ...คือ...เวลาคุณโมโห กรุณาอย่าเข้าใกล้ลูกผมนะครับ"

ผ่าง!

ไอ้ผู้ชายเฮงซวย

แจจุงฝันสลาย รีบติดเทอร์โบปั่นฝีเท้ากลับบ้านไปโดยไม่เหลียวหลัง คงไม่ใช่จูเลียในหนังรัก Notting Hill แล้วล่ะ แต่เป็ยจูเลียใน Runaway Bride แทนต่างหาก โฮฮฮฮฮฮฮฮ ชีช้ำ!

 

////////////////////////////////////// TBC...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โห โดนมาก เกิดมาไม่เคยรักใคร พอเจอคนถูกใจก้อมีแฟนแล้ว อ๊ากก โดนตลอด
เด็กหนอเด็ก ช่างไร้เดียงสาจิงๆ อยากเปนเดกบ้างจัง อิอิ

#1 By Chocolate (124.120.185.3) on 2006-08-15 20:53

รู้สึกตอนนี้เริ่มเข้มข้น ด้วยเนื้อหาน่าสงสารนิดๆ (นิดเดียวคุณตอง คิยังขำเอาตายเหมือนเดิม)

TwwwwwwwwwwwwT โอ้ยยย น่าสงสารจริงนะพ่อคุณ เลี้ยงลูกไปด้วยเรียนไปด้วย ....
แหม่อ้างว่าลูกมีซิกเซนส์ ... ไอ้ตัวดีหน่ะพ่อมานนนนน TvT
ช่วยเถอะค่ะ TwwwwwwT อะไรมันจะหว่านเสน่ห์เทกระจาด หล่อระยะขจัดเช่นนี้ TwwwT มีเมียมีลุกแล้วอย่าหาเรื่องหลีแจจุงชั้นเลยเธอ อาป๊ะลูกอ่อนเอ้ยยยย TwwwwwT ชีช้ำจริงๆ

#2 By คิระ นาค๊ะ TwT (203.188.44.253) on 2006-08-25 21:30

....................................
.............................
..................
สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
โอ้ย เราขำจนจะบ้าตาย จนน้องมันงง เอาผ้ามากัด แล้วกรี๊ดดดดดดดดดดด
โอ้ย คิดได้ไงอ่ะ เก่งมั่กมาก



ปล ตั้งแต่อ่านนิยายมาเม้นให้เธอคนแรกเลยนะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกก คืออ่านมาเป็นร้อยๆเรื่อง ไม่เคยเม้นเลยอ่ะ (กรูมานเลวววว) สนุกมากๆจ้า

#3 By K_mE (125.26.141.121) on 2007-06-15 22:24

กร๊าก ยังกัดกันไม่เลิก กร๊ากๆๆ

#4 By stolenmysoul on 2008-01-24 21:58

a~ i love junghooooooooo!!!!!!!!!!!
so much!!!!!!!!!!!!!!!
yunho had to work so hard.. a~
jaejoung begin to appreciat yunho..
oh.. so good!!
heu.. when i think that he has a wife.. i want to die and die!!!!!!
screammmmmmmmmmmmmmm
T-T


kiss kiss
love love

#5 By suppa (85.27.37.136) on 2008-06-16 19:31