Go! Daddy (2)
posted on 15 Aug 2006 11:08 by bleaf-me in go-daddy
Title: Go! Daddy
Author: *b.leaf*
Paring: YunJae , Impiled YooSu
Type: AU, Multi-chaptered
Genre: Romance, Comedy, Drama
Rate: PG-13 (with some rudely words)
( Part 02/?? )
คงจะจริงสินะที่เขาว่ากันว่า... ยิ่งเกลียดจะยิ่งเจอ
แล้วก็คงจะจริงอีกสินะที่เขาว่ากันว่า... ยิ่งพยายามจะวิ่งหนี มันยิ่งจะตามมาหลอกหลอนไม่รู้จักจบสิ้น
ราวกับมีดวงตาเห็นธรรม คิม แจจุง ผู้มีใบหน้าเซ็งทางโลกอย่างสุดชีวิตแทบจะกู่ร้องออกมาเป็นภาษาพรายซินดารินผสมเควนย่าชั้นสูง ร่างบางทึ้งเส้นผมหนานุ่มมือของตัวเองไปมาจนศีรษะคลอน พยายามขจัดภาพสดๆ ที่ไม่ต้องถ่ายทอดผ่านดาวเทียมอันเพิ่งประจักษ์แก่สายตาให้หลุดออกไปจากสมอง อยากจะควักลูกตาตัวเองออกมาแช่แอลกอฮอล์เสียจริงๆ จะได้ไม่ต้องทนเห็นอะไรที่น่าสะอิดสะเอียนขนาดนี้
ไม่แค่ห้องนั่งเล่นเท่านั้นที่อยู่ติดระยะประชิดกับห้องทำงานของเขา แต่กลับเป็นห้องนอนบนชั้นสามของมิสซาลทิสเสียอีกด้วยที่อยู่ในระดับเดียวกับห้องนอนของเขาพอดิบพอดี ท่ามกลางความมืดเพื่อพลางตัวไม่ให้ผู้ที่ถูกแอบมองไหวตัว แจจุงดิ้นไปดิ้นมารับไม่ได้อยู่บนเตียงนอนนุ่มสบายลายปิ๊กกะจูอย่างสุดจะทน หมอนที่ปกติแล้วชาวบ้านใช้หนุนนอนในยามนี้กลับถูกแปรสภาพมาเป็นเครื่องอุดปากแทน แจจุงตะโกนแหกปากปลดปล่อยอารมณ์เครียดใส่หมอนน้อยผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จนเหลือเล็ดลอดออกมาเพียงเสียงอู้อี้ราวกับผู้มาเยือนจากต่างดาวในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ID-4
"โอ้ยยยยย...อุ๊เอ้ดอูกอาโอ้ยยยยยยยยยย" โว้ย...ทุเรศลูกตาโว้ย - คำแปลจากล่ามภาษามือประกอบที่ปรากฏอยู่ด้านล่างขวาของหน้าจอ
ภาพของพ่อรูปหล่อที่เคยเอ่ยชมอยู่แหม่บๆ กำลังขึ้นคร่อมร่างอวบอัดของมิสซาลทิสซึ่งกำลังนอนคว่ำสบายๆ พลางบีบๆนวดๆเอาอกเอาใจบนหัวไหล่ แผ่นหลัง รวมไปถึงบั้นท้ายดินระเบิดของสาวเจ้าเล่นเอาแจจุงถึงกับแทบคลื่นเหียรอาเจียนใส่ ยังไม่นับรวมท่าทางระริกระรี้ของหนุ่มคนนั้นแล้ว แทบจะลากไส้ม้ามตับไตของแจจุงออกมากองรวมอยู่ข้างนอก
"แองอาเอ้ยยยยย อุอาดโอ่ดดดดดด" แมงดาเอ้ย อุบาทว์โคตร - คำแปลจากล่ามภาษามือประกอบที่ยังคงปรากฏอยู่ด้านล่างขวาของหน้าจอ
เห็นทีคืนนี้แจจุงคงจะนอนหลับไม่เต็มอิ่มไปอีกคืนเป็นแน่
.
.
.
เช้าวันอากาศสดใส ณ โต๊ะหินอ่อนตัวเดิมใต้ต้นไม้ใบบังเขียวชะอุ่มหน้าคณะอักษรศาสตร์ ถึงแม้ลมเย็นจะพัดโชยผ่านชวนให้ใจสดชื่น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของใครบางคนสดชื่นตามสภาพดินฟ้าอากาศไปด้วย แจจุงนั่งท้าวคางทำหน้ามู่ทู่ ขอบตาของเขาทั้งบวมคล้ำแถมนัยน์ตาคู่สวยยังดูอิดโรยผิดปกติ ก็แหงล่ะ...เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลยนี่นะ
"นี่เพื่อนๆ มีข่าวล่ามาแรงจะมาบอก" ปาร์ค ยูชอน นักศึกษาคณะวิชานิติศาสตร์โบกมือหยอยๆ วิ่งถลามาแต่ไกลพร้อมเสียงโวยวายปลิ้นไปปลิ้นมาเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะพาร่างสูงโย่งกับหัวโตๆ ประดุจถั่วงอกปลูกในที่มืดของตนมาหยุดลงที่โต๊ะม้าหินซึ่งมีหนุ่มหน้าหวานสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว มือหนาแตะเบาๆ ลงบนไหล่เล็กของจุนซู พลางทิ้งตัวนั่งลงใกล้ๆสุดที่รัก
"แกน่าจะไปเรียนสื่อสารมวลชนให้รู้แล้วรู้รอดซะตั้งแต่ทีแรกนะ ยูชอน" แจจุงค่อนแคะด้วยอารมณ์หงุดหงิดแปรปรวน ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ยูชอนโมโหอะไร คบเป็นเพื่อนกันมาก็หลายปีดีดักแล้ว ยูชอนเข้าใจว่าเพื่อนซี้ของเขานามว่า คิม แจจุง ผู้นี้ หากได้รับการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะมีสภาพไม่ต่างอะไรกับสาวใหญ่ย่างเข้าวัยทองที่ประจำเดือนเริ่มมาไม่ปกติ
"เออน่ะ! จะเรียนอะไรก็ช่างเหอะ แต่รับรองว่าข่าวนี้นายต้องอยากรู้แน่ๆ แจจุง"
"ชั้นไม่อยาก..."
"อะไรเหรอ ยูชอน! เล่าสิๆ" ยังไม่ทันที่แจจุงจะได้พูดจบประโยค จุนซูผู้น่ารักซึ่งนั่งเงียบอยู่นานก็ขัดขึ้นเสียก่อน ดวงกลมดิ๊กวิบๆวับๆของเพื่อนตัวเล็กที่ทอประกายเจิดจ้าอย่างอยากรู้อยากเห็นทำเอาแจจุงขัดไม่ออก ไม่แปลกใจที่ยูชอนกับจุนซูคบหาเป็นแฟนกันมาได้ยาวนานตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
อีกคนชอบเล่า... อีกคนก็ชอบฟัง... รักกันนานๆนะเพื่อน เรียนจบแล้วไปเปิดสำนักข่าวแข่งกับ CNN ซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ฮ่วย...
"ก็... ตอนนี้สาวๆที่คณะชั้นกำลังคลั่งใคล้นักเรียนใหม่คณะวิศวะฯน่ะสิ ป๊อบมากๆชนิดไม่มีใครไม่พูดถึงเชียวล่ะ"
"แล้วมันเกี่ยวกับเราตรงไหน?" แจจุงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดูเหมือนว่าสมองง่วงๆของเขาจะยังไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเท่าไรในยามนี้
"มันเกี่ยวก็ตรงที่ว่า นักศึกษารูปหล่อคนนั้นชื่อ จอง ยุนโฮ..." ถึงตรงนี้ยูชอนรวบต้นคอของจุนซูและแจจุงให้เข้ามาสุมรวมกันเป็นวง ร่างสูงกระซิบกระซาบซะเบาอย่างกับกลัวใครจะมาได้ยินยังไงอย่างงั้น "ยุนโฮ... เด็กเลี้ยงของมิสซาลทิสเพื่อนบ้านใหม่เราไงเล่า"
"ว่าไงนะ!?"
ยิ่งเห็นท่าทีตกอกตกใจของเพื่อน ยูชอนก็ยิ่งได้ใจ เขาเริ่มต้นที่จะร่ายสรรพคุณของพ่อหนุ่มหน้าหล่อเพื่อนบ้านคนใหม่นั้นตามที่สืบรู้มาอย่างถึงพริกถึงขิง "ก็อย่างที่นายได้ยินนั่นล่ะ... จอง ยุนโฮ อายุ 20 ปี โอนหน่วยกิตมาจากคณะวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยรัทเจอร์ มหา'ลัยอันดับหนึ่งในนิวเจอร์ซี่ย์เลยนะ เห็นอาจารย์ที่ภาคบอกว่าผลการเรียนสวยหรูเชียวล่ะ แถมหน้าตาท่าทางก็ดี สาวๆนี่กรี๊ดสลบ ยังไม่พอนะ..."
ป้าบ!
ฝ่ามือเรียววาดตบลงแรงๆลงบนพื้นเย็นยะเยียบของโต๊ะม้าหิน ทำเอาทั้งเพื่อนร่วมโต๊ะและเพื่อนจากโต๊ะข้างเคียงสะดุ้งสุดตัวไปตามๆกัน ดวงหน้าขาวสวยในยามนี้เรื่อสีเลือดแดงจัด แววตาเหี้ยมเกรียมวาวโรจน์ประดุจมีขุมไฟนรกโลกันต์อยู่ในนั้น ฟันขาวกัดข่มริมฝีปากล่างสีสดที่กำลังสั่นระริกของตนอย่างอดกลั้น "กรี๊ดสลบบ้าบออะไรกัน ทุเรศที่สุดเลย!" แจจุงสบถเสียงสั่น "ผู้ชายอะไรเกาะผู้หญิงกิน แมงดาชัดๆ อายุก็ยังน้อย หน้าตาก็ดี ทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับขายตัวนักหรอก เอาเปรียบเพศแม่ ไอ้คนไม่มีศักดิ์ศรี" แจจุงโหมดมูลนิธิพิทักษ์สตรี อูยสยอง
"ใจเย็นๆสิแจจุง ทำไมต้องเครียดขนาดนั้นล่ะ?" จุนซูปราม พลางยื่นมือไปลูบแขนเพื่อนรักอย่างหวาดๆ แต่ก็ดูเหมือนกริยาท่าทางอ่อนโยนของจุนซูจะไม่ได้ช่วยดับความร้อนรุ่มในจิตใจของแจจุงได้
"นั่นสิ บ้าไปแล้วหรือไงห๊ะ? ยุคนี้สมัยนี้กันแล้ว มันก็เป็นเรื่องของรสนิยมเค้า แล้วอีกอย่าง...เมื่อวานชั้นยังเห็นนายกระดี๊กระด๊าบอกว่าเค้าหล่ออยู่เลย" ยูชอนเสริม เขาเองถึงแม้จะปลงตกกับอารมณ์แปรปรวนของเพื่อนได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีตะบะแก่กล้าพอที่จะทำความเข้าใจหัวใจดวงน้อยๆที่แสนยากแท้หยั่งถึงของแจจุงซะทีเดียว
"เฮอะ! จริงสินะ ชั้นก็ลืมคิดไป ผู้ชายดีๆเค้าไม่จำเป็นต้องหล่อพร่ำเพรื่ออย่างนั้นอยู่แล้วนี่" รายนี้ไม่วายพาลไม่เลิก แจจุงปากร้ายกระแทกกระทั้นเก็บหนังสือยัดลงกระเป๋าสะพายสีขาวคู่ใจ ก่อนจะตวัดมันขึ้นพาดไหล่ "ชั้นกลับล่ะ"
"ด..เดี๋ยวสิแจจุง ไหนบอกจะไปหาอะไรกินด้วยกันก่อนไง"
"ขอโทษนะจุนซู นายไปกับยูชอนสองคนละกัน"
"แจจุง! โธ่..." จุนซูเป่ากระพุ้งแก้ม มองตามแผ่นหลังบางของเพื่อนรักที่สะบัดก้นเดินหนีหายไปยังไม่สนใจคำทักท้วง คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันจนผูกเป็นโบว์เล็กๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนม้านั่งตัวเดิมอย่างไม่สบอารมณ์นัก ก็วันนี้หมายมั่นปั้นมือเต็มที่แล้วว่าจะไปหาอะไรทานรองท้องด้วยกัน แล้วจะไปแวะร้านหนังสือหานิยายสนุกๆมาอ่านเหมือนเคย แต่สุดท้ายแผนก็ล่ม... ความผิดใครกันนะเนี่ย?
ยูชอนเห็นคนตัวเล็กนั่งกอดอกทำแก้มป่อง สมองอันชาญฉลาดก็ตระหนักได้ทันทีว่าส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาด้วย ร่างสูงจึงอดไม่ได้ที่จะแอบเข้าไปสวมกอดร่างเล็กจากทางด้านหลัง ก่อนจะฉวยโอกาสแตะริมฝีปากลงบนแก้มใสอวลกลิ่นหอมอ่อนๆนั้นของจุนซู "ช่างมันเหอะน่า เราไปกันสองคนก็ได้...เนอะ"
"แต่แจจุงจะไม่เป็นไรแน่เหรอ?" จุนซูคราง ยังคงห่วงเพื่อนรักที่ปกติแล้วตัวจะติดกันเสมอ เห็นแจจุงที่ไหนเป็นต้องเห็นจุนซูที่นั่น แต่วันนี้กลับ...
"ไม่หรอก รายนั้นน่ะ ก็แค่...อกหัก ฮ่ะๆ"
"ยูชอนก็! อย่าพูดให้แจจุงได้ยินเชียวนะ ดูท่าจะเกลียดคุณคนนั้นเข้าแล้วจริงๆ"
"ล้อเล่นหรอกน่า ฮอร์โมนเพศชายกับเพศหญิงของเจ้านั่นคงจะตีกันยุ่งอยู่ในกระแสเลือดนั่นล่ะ หงุดหงิดกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดานี่หน่า เรื่องแบบนี้มันพิสูจน์กันได้ทางวิทยาศาสตร์นะจ๊ะจุนซู" ชักแม่น้ำทั้งห้าเข้ามาหว่านล้อม พลางกระชับร่างในอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก นานๆทีจะได้อยู่กับจุนซูสองต่อสองโดยปราศจาคมารคอหอย ยูชอนเลยออกจะระริกระรี้เป็นปลากระดี่ได้น้ำไปหน่อยคงไม่แปลก
"งั้นก็ได้" รายนี้ก็ดูจะคล้อยตามได้ง่ายเหลือเกิ๊น... "รีบไปกันเหอะนะ จะได้รีบกลับไปอยู่เป็นเพื่อนแจจุง"
"จ้า ไปกันสองเนอะ อิยะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ"
"หัวเราะน่าเกลียดจังเลย ไปจำใครเค้ามานะ ยูชอนเนี่ย... อิยะฮ่าฮ่าฮ่า" จิกปลายนิ้วเข้าไปหยิกแก้มตอบๆของสุดที่รักอีกซักที พร้อมๆกับที่จุนซูคำรามเสียงหัวเราะอันทรงพลังของตนออกมา ก่อนที่คนทั้งสองจะเดินอิงแอบแนบซบ ประสานเสียงหัวเราะเสนาะโสตหายลับไป
ท่านผู้อ่านคงไม่แปลกใจว่าทำไมสองคนนี้ถึงคบกันมาได้นมนานตาปี หลักการรับสภาพทางพันธุกรรมและลักษณะนิสัยให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของสิ่งมีชีวิตก็สามารถใช้หลักวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้เช่นกันล่ะนะ อี๊ยะฮ่าฮ่าฮ่า!
.
.
.
"เฮ้อ..." แจจุงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะยกหลังมือขึ้นป้ายเหงื่อที่แตกพลั่กจนโทรมใบหน้า ขาทั้งสองย่ำพรวดๆอย่างมุ่งมั่นหมายใจให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุด ผ่านรั้วเตี้ยๆสีขาว... ผ่านสนามหญ้า... ผ่านบ้านหลายต่อหลายหลัง... พลางใช้เวลาสุขสงบระหว่างนั้นไตร่ตรองความคิดตัวเองอยู่นานพักใหญ่ อยากจะกำหมัดแน่นๆแล้วเขกกะโหลกตัวเองซักโป้ก แก้แค้นนิสัยไร้เหตุผลของตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องเดินกลับบ้านอย่างโดดเดี่ยวคนเดียวเช่นนี้
ถ้าไม่บ้าบอทำถือทิฐิสะดีดสะดิ้ง ป่านนี้คงได้นั่งซดโกโก้เย็นในร้านคอฟฟี่ช็อปรับแอร์เย็นสบายไปกับเพื่อนรักทั้งสองแล้ว แจจุงเอ๋ย...
นึกตำหนิติเตียนอยู่กับตัวเองไม่ทันไร ก็เป็นอันต้องระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อสายตาจับเข้ากับภาพหลังคาบ้านที่แสนคุ้นตา พลันความเมื่อยล้าที่เคยรุมทำร้ายก็มลายหายไปในทันที
ถึงเวลาของถ้อยคำอมตะตลอดกาล "บ้านคือวิมารของเรา" แจจุงแทบจะสะบัดกระเป๋าสะบัดชะลอม (?) แล้วถลาเข้าไปหาอ่างอาบน้ำกับเตียงนอนนุ่มๆ ที่โหยหา ทว่าทันทีที่ปลายเท้าหยุดอยู่เพียงแค่ซุ้มไม้หน้าบ้านของเพื่อนบ้านคนสวย...มิสซาลทิส เสียงความเคลื่อนไหวบางอย่างซึ่งลอยมาเข้ารูหูอย่างไม่ได้ตั้งใจกลับทำให้แจจุงหยุดชะงัก
ร่างบางค่อยๆชลอฝีเท้าลง พลางใช้วิชานินจา คืบเข้าไปเร้นกายอยู่หลังซุ้มไม้ดัดสีเขียวที่ปลูกไว้ใช้แทนรั้ว เงี่ยหูฟังอย่างเงียบๆ...
ใครว่าสอดรู้? หยาบคายจริงเชียว แบบนี้ขาเรียกว่าสอดแนมต่างหากเล่า ฮี่...
โมบายแก้วที่แขวนติดไว้เรียงรายตามแนวระแนงไม้หน้าบ้านส่งเสียงกรุ้งกริ๊งยามเมื่อลมเย็นพัดผ่าน แดดยามบ่ายแก่ๆอาบไล้ร่างกายอย่างอ่อนโยน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากกว่าแสบร้อน เสียงหัวเราะคิกคักยังคงดังแทรกอยู่ในกระแสลมเงียบเชียบ ใต้ร่มไม้เย็นสดชื่น ใต้ชายคาบ้านหลังใหม่ที่จะใช้มันเป็นที่พักพิงต่อจากนี้
ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอุ้มประคองยกร่างเล็กให้นั่งซ้อนลงบนตัก ก่อนจะแนบริมฝีปากหยักได้รูปแล้วขยี้ปลายจมูกโด่งของเขาลงกับแก้มนิ่มๆเคล้ากลิ่นบริสุทธิ์ เรียกเสียงหัวเราะใสของคนบนตักได้อีกชุดใหญ่
"พูดสิ... รัก" อ้อนเสียงอ่อนเสียงหวานหวังจะได้ยินถ้อยคำจากริมฝีปากเล็กๆ แววตาของเขาฉายแววเว้าวอนนิดๆ บ่งบอกได้ดีว่าอยากได้ยินใจแทบขาด "พูดหน่อยสิครับ... รัก..."
"ระ.."
"รักคร้าบ รัก รัก รัก"
"ร..ระ...รัก"
"เก่งมาก! เอารางวัลไปหนึ่งจุ๊บ"
"คิกๆ"
น้ำเสียงกระเซ้าอ้อนของพ่อหนุ่มรูปงามนามเพราะที่แจจุงเพิ่งรู้มาสดๆ ร้อนๆ ในวันนี้เองว่าชื่อ จอง ยุนโฮ ทำเอาผู้มีภูมิต้านทานพิษสงของสัตว์ทะเลพิษร้าย ลักษณะคล้ายกะละมังคว่ำ หัวโค้งกลม มีเปลือกแข็งห่อหุ้มทั้งตัว แถมยังชอบเกาะหลังตัวเมียในฤดูวางไข่เกยตื้นตามหาด อย่างแจจุงนั้นแทบจะสำรอกเอาของเก่าออกมา
ระริกระรี้น่ากระทืบแบบไม่จำเป็นต้องพูดอ้อมให้มากความ... แมงดาเอ้ย! ไม่ใช่แค่เกาะผู้หญิงกิน แต่แถมยังมารยาสาไถสามพันแปดร้อยเก้าสิบห้าเล่มเกวียนนั่นอีก แมงดาเลเวลอัพ! Horse-shoe Crab ไอ้แมงดาทะเล!! เสียแรงที่เคยชื่นชมในความหล่อเหลาเปล่งประกายรัศมี แถมยังมาดแมนๆ กับกล้ามแขนแสนเซ็กซี่ โธ่...สวรรค์!!
แจจุงเต้นเร่าๆ รับไม่ได้สุดฤทธิ์ พลางคิดกร่นดา จอง ยุนโฮ ผู้นั้นในใจ บรรยากาศรอบข้างแสนสงบ ประจวบกับจุดแฝงตัวที่อยู่ใต้ลมพอดิบพอดี ทำให้ทุกถ้อยคำ ทุกน้ำเสียงของยุนโฮปลิวมาเข้าหูแจจุงได้อย่างชัดเจนแจ๋วแว๋ว เล่นเอาขนลุกชูชันไปทั้งร่างทีเดียวเชียวแล
"อันนั้นท้องฟ้า"
"ฟ...ฟ้า"
...แต่เอ๋? นั่นเสียงเด็กนี่หน่า...
เป็นเสียงที่แสนไร้เดียงสาอันไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำอย่างเด็กหัดพูด ไม่ต้องดูก็รู้ว่าฟันน้ำนมยังขึ้นไม่เต็มปากด้วยซ้ำ แจจุงเอามือป้องหู พลางแนบหน้าเข้ากับซุ้มไม้ด้วยความอยากรู้ที่เพิ่มทวีขึ้นอีกหลายสิบเท่าอย่างไม่กลัวมดแมง
"ใช่ครับ ฟ้า... ท้องฟ้า"
"ท..ท้องปลา"
"ฮ่ะๆ ไม่ใช่ลูก ท้องปลาอยู่ในทะเลหรอก นี่ท้องฟ้าต่างหากล่ะครับ"
"ท..ท้องฟ้า"
"อื้อ ใช่ เก่งมาก เอาไปอีกหนึ่งจุ๊บ"
"คิกๆๆ"
น่าแปลก... น้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยนและอบอุ่นของยุนโฮทำให้แจจุงชะงักงัน ร่างบางสูดหายใจลึกๆเข้าเต็มปอด รวบรวมความกล้าอยู่นานก่อนจะค่อยๆลืมตา แหวกแพรกไม้เบื้องหน้าให้เกิดช่องว่างพอที่จะแทรกสายตามองผ่านไปได้ ทันทีที่ภาพเบื้องหน้าปรากฏ แจจุงก็ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ความคิดอกุศลล้านแปดที่เคยผลิตอยู่ในหัวสมองไม่รู้จักหยุดหย่อนก็ราวกับอรรตทานหายไปพร้อมกับคำกร่นด่าเหล่านั้น
ยุนโฮนั่งอยู่ตรงขั้นบันไดไม้เตี้ยหน้าสวนสวย โดยมีเจ้าตัวเล็กเอกเขนกอยู่บนตัก ชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับแจจุงที่มักจะต้องสวมใส่ให้ถูกสมฐานะ ถูกคลายออก ปล่อยชายสบายๆ ใบหน้าหล่อโฉดที่เคยฉายแววร้ายกาจนั่นกลับดูอ่อนโยนและขี้เล่น เสียงหัวเราะคิกคักละล่องอยู่ถ้วนทั่วในทุกอณูของอากาศโดยรอบ ดวงตาเรียวรีฉายประกายวับวาวราวกับลูกกวางน้อยตัวโตๆ สันจมูกโด่งคมได้รูปซุกไซ้แก้มกลมใส ลำคอ กับพุงป่องๆของเจ้าตัวน้อยที่ดูจะมีความสุขส่งเสียงหัวเราะร่วนไม่รู้จักหยุดหย่อน
...ใครมาเห็นก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพตรงหน้าช่างน่ารัก...
"นี่ใครครับ?" ยุนโฮทำตาโต จ้องหน้าเด็กน้อยวัยขวบกว่าๆตรงหน้าอย่างตื่นเต้น เขาจับมือเล็กๆขึ้นมาจิ้มที่ปลายจมูกของเขาเอง พูดด้วยน้ำเสียงหลอกล่อสุดความสามารถ พอจะลดดีกรีนักศึกษาคณะวิศวกรรมไฟฟ้าอย่างเขาให้เหลือเพียงแค่วุฒิอนุบาลหมีน้อย
"ดาดิ๊" แด๊ดดี้ ใช่... เด็กน้อยพูดว่าแด๊ดดี้ ช่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทำเอาผู้เห็นเหตุการณ์อย่างแจจุงเผยยิ้มบางๆออกมาจนได้
"เรียก Appa หน่อยน้า" เด็กเรียกแด๊ดดี้แล้วยังไม่พอใจ ยุนโฮยังพยายามยัดเยียดความรู้ภาษาเกาหลีให้เจ้าตัวน้อยด้วย
"Appa!" เด็กน้อยร้อง ไม่วายยื่นมือเล็กๆไปดึงริมฝีปากล่างของผู้ถูกเรียกว่า คุณพ่อ ซะด้วย
"แล้วนี่ล่ะครับคนเก่ง ใครเอ่ย?" ชายหนุ่มยิ้มระรื่น ไม่ใส่ใจมือซนที่กำลังยื้อยุดปากล่างของเขาอยู่อย่างเมามันในอุรา เขาจับมือร่างน้อยๆตีนเท้าฝาหอยบนหน้าตัก จิ้มไปที่จมูกกระดุมของเจ้าหนู
"จุงโฮ!" ดูจะฉลาดไม่หยอก เจ้าหนูรีบตอบ ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกชุดใหญ่ จนแจจุงชักไม่แน่ใจว่าบ้านนี้เลี้ยงลูกด้วยนมหรือกัญชากันแน่
"แล้วแด๊ดดี้ชื่ออะไร จำได้มั้ย?"
"ยุนนี่!"
"โอ้ เก่งมากลูก เอาไปอีกสามฟอด"
"คิกๆๆ"
แม้จะเกลียดยุนโฮ แต่ความน่ารักใสซื่อของเด็กตัวน้อยๆก็ทำเอาแจจุงถึงกับใบ้รับประทาน เขาถอนหายใจออกมาแรงๆ นึกอยู่ว่าหากไม่ต้องมาเห็นภาพแบบนี้เข้าคงจะดีกว่ามาก อย่างน้อยก็ยังจะสามารถด่าจอง ยุนโฮได้จนน้ำลายแตกฟองอย่างสนิทใจเหมือนแต่ก่อน คิดแล้วก็เห็นสมควรว่าไม่ควรอ้อยอิ่งอยู่แถวนี้ต่อไป แจจุงตัดสินใจหันหลังเดินกลับบ้านดีกว่า
เสียงกรอกแกรกจากหลังพุ่มไม้ เรียกความสนใจจากยุนโฮ เขาชะเง้อคอมองตามต้นเสียง พลางจับร่างของน้องหนูจุงโฮกลับเอาหลังแนบอก ทำให้ในตอนนี้เด็กน้อยหันหน้าไปทางเดียวกับผู้เป็นพ่อ พร้อมๆกับร่างเพรียวบางเจ้าของผิวขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะยุรยาศพาเอาสะโพกโค้งเดินเด๊าะแด๊ะออกมาจากหลังพุ่มไม้ ราวกับมี รอย ออร์บิสัน กระชากกีต้าร์ออกมาร้องเพลงขับกล่อมเป็นซาวด์แทร็คให้ อุโว้ววววว... Pretty woman walkin down the street... Pretty woman, a kind I'd like to meet... คุณพ่อที่แสนน่ารักของลูกชายตัวน้อยๆ ถึงกับอ้าปากค้าง
"จุงโฮดูนั่นสิ" ด้วยดีกรีความเป็นคุณพ่อดีเด่น เห็นของดีอะไรก็อยากจะแบ่งให้ลูกดูด้วย "นั่นเรียก คนสวยลูก คนสวย"
"งื่อ...จ๋วย"
"คนสวย"
"คนจ๋วย!!"
กึก!
แจจุงหันขวับตามเสียงเล็กๆที่แผดขึ้นเรียกเขา คิ้วบางขมวดปมเข้าหากัน พลางจ้องสองพ่อลูกที่กำลังหัวเราะคิกๆคักๆมองมาทางเขาเขม็ง อารมณ์เดือดที่เคยถูกดับลงไปแล้วก็เป็นอันต้องปะทุขึ้นมาใหม่ประดุจภูเขาไฟดันเต้พีค แจจุงกระหวัดสายตาอาฆาต พร้อมกับคำรามเสียงลั่นแทบจะพ่นออกมาเป็นไฟ
"มองอะไร!?"
"เหวอออออออ" ยุนโฮสะดุ้ง ก่อนจะรูดซิปปิดปากเงียบทั้งพ่อทั้งลูก "ป..เปล่าครับ" แยกเขี้ยวยิ้มปะเหลาะโชว์ฟันขาวเรียบนิ๊งประดุจพระเอกโฆษณาดาร์ลี่ ชายหนุ่มหัวเราะแห้งๆ หน้าซีดเผือด หนูน้อยจุงโฮในอ้อมกอดพ่อก็เลยดูจะซูบซีดตามไปด้วย หนูน้อยทำตาแป๋วมองพี่สาวสุดสวย ครางอื้อๆในลำคอราวกับพยายามจะพูด
ในมุมนี้ทำให้แจจุงมองเห็นหน้าค่าตาหนูน้อยได้ถนัดถนี่ขึ้น เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักน่าหยิกทีเดียว อายุราวๆขวบเศษได้ วัยกำลังเริ่มพูดเริ่มคลาน แก้มยุ้ยๆ ผิวขาวค่อนไปทางขาวเหลืองใสสะอาด ปากแดงหยักได้รูป รับกับนัยน์ตากลมโตแบบมิสซาลทิส แต่สีดำสนิทเหมือนยุนโฮ ผมเส้นเล็กๆที่เพิ่งขึ้นสีน้ำตาลอ่อนๆ ในแบบลูกครึ่ง หนูน้อยสวมชุดเอี๊ยมสำหรับเด็กสีเทาอมฟ้ากับเสื้อแขนยาวสีแดงเลือดหมูไว้ด้านใน
...ยิ้มเก่ง หัวเราะเก่ง แถมหน้าเหมือนพ่อแฮะ...
แจจุงแทบกรี๊ดด้วยฮอโมนเพศแม่ในร่างกายกำลังพลุ่งพล่านเมื่อเด็กน้อยแยกฟันที่ไม่ค่อยจะมียิ้มให้เขา สลัดเอาโรคเกลียดแมงดาสวมวิญญาณนางงามรักเด็กแทนในบัดดล ใบหน้าหวานสวยแย้มรอยยิ้มให้เด็กชายอย่างเอ็นดูสุดแรงเกิด ก็น่ารักซะขนาดนี้ น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก... แจจุงกรีดร้องอยู่ภายในดวงใจสะออน
"คนจ๋วย!!"
แน่ะ ยังจะมาชมเรียกสีเลือดไต่คร้ามตามใบหน้าสวยในแบบฉบับ Pretty woman ของแจจุงซะอีก เจ้าหนูคนนี้เอาใจพี่สาวสุดสวยไปเต็มๆ!
"ชื่ออะไรเหรอ?" แจจุงเดินเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะย่อตัวนั่งลงตรงหน้าเด็กชาย
"ตอบพี่เค้าสิลูก" เป็นเสียงทุ้มห้าวของชายผู้เกือบจะตกเป็นอากาศธาตุเพราะถูกแจจุงทำเมิน ยุนโฮคะยั้นคะยอ พลางอุ้มลูกชายที่กำลังเลื้อยไปเลื้อยมาบนตัวพ่อขึ้นมานั่งดีๆ
"แอ๊..."
วิ้วววววววววว...
เมื่อไม่ได้รับเสียงตอบรับใดนอกจากเสียงลมหวิว เด็กน้อยในอ้อมกอดพ่อก็ดูจะกึ่งหลับกึ่งตื่นจนเริ่มงอแง ยุนโฮจึงอาสาตอบให้ "...อ..เอ่อ แหะ เค้าชื่อจุงโฮน่ะครับ จอง จุงโฮ"
แจจุงยักไหล่ ถึงจะไม่ได้อยากมองหน้าเท่าไรด้วยเพราะยังเสียดายข้าวเที่ยงอยู่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นถามเพื่อความแน่ใจ "ลูกนายเหรอ?"
"ครับ ใช่" ตอบพร้อมยิ้มหวาน
"ชิ..." มองยุนโฮในระยะประชิดเช่นนี้ก็ยิ่งเห็นว่าหล่อมาก แจจุงเลยยิ่งไม่สบอารมณ์ ริมฝีปากอิ่มสีแดงจัดเอ่ยแกมประชด "น่ารักดีนะ เหมือนแม่เค้าเลย"
"คุณคนแรกเลยนะ ที่บอกว่าจุงโฮเหมือนดวอนมากกว่าผม" ยิ้มกว้างกว่าเก่าจนตาปิด ยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจในยีนความหล่อที่ลูกได้รับจากตนไปเต็มๆ ร่างสูงยื่นฝ่ามือให้แจจุงแทนคำทักทายอย่างเป็นมิตร "ผมชื่อยุนโฮครับ"
"ชั้น...แจจุง" แจจุงเบ้ปาก ตอบปัดๆ แถมยังทำเป็นมองไม่เห็นมือใหญ่ๆที่ส่งมาให้เก้อ เขากระแทกกระทั้นลุกขึ้น เจตนาให้รู้ว่าไม่พอใจยุนโฮเท่าไรนัก "ไปดีกว่า แค่แวะมาทักทายจุงโฮเฉยๆ นายก็นะ...อย่าสอนลูกพูดอะไรทะลึ่งนักก็แล้วกัน เดี๋ยวจะโตมาเป็นพวก...เอ่อ...นะ"
สายตาจิกมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของแจจุงทำเอาอารมณ์ยุนโฮขุ่นขึ้นมาได้หนึ่งส่วน "หมายความว่าไง? ผมสอนลูกพูดอะไรทะลึ่งงั้นเหรอ?"
"เปล่า"
"แล้ว...คุณกลัวว่าเขาจะโตมาเป็นแบบไหนไม่ทราบครับ?"
"เปล๊า" แจจุงลอยหน้าลอยตาตอบด้วยเสียงระดับโซปราโน่ กระชับกระเป๋าสะพายที่พาดบ่าเอาไว้เตรียมตัวชิ่ง "ไปล่ะนะจุงโฮ วันหลังพี่มาคุยด้วยใหม่นะคับ" ค้อมตัวลงลูบกะโหลกกลมๆของเด็กน้อย พลางยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มมิสยูนิเวอร์สผู้แสนรักเด็ก ผิดกับปากคอเราะร้ายที่ใช้ฉะกับคนเป็นพ่อซะจริ๊ง
"บั๊บบาย คนจ๋วย" จุงโฮหันมายิ้มแป้น พลางปล่อยประโยคเด็ดออกมา ก่อนจะเขินม้วนต้วนซุกหน้าลงไปกับอกพ่อใหม่ เรียกเสียงหัวเราะสะใจจากยุนโฮได้อีกชุดใหญ่ แจจุงค้างเติ่ง หน้าหวานฉีดสีขึ้นมาอีกรอบ
"แล้วอย่าลืมมาทักทายกันใหม่นะครับ ดูท่าจุงโฮจะชอบใจพี่ชายหน้าสวยเข้าให้แล้ว"
"เชอะ" เข้าขากันดี แถมแท็คทีมกันมารุมเขาเข้าให้นี่ ทำเอาแจจุงสุดสวยอดรนทนไม่ได้อีกต่อไป ร่างบางหันหลังขวับใหญ่โดยไม่ทิ้งไว้ให้แม้แต่คำลาด้วยซ้ำ พลันจ้ำอ้าวๆ ลัดเลาะสนามหญ้าตรงไปยังบ้านตัวเองทันที มือที่ว่างควานลงไปหากุญแจบ้านในกระเป๋าอย่างรีบเร่ง แต่ก็ดูความโมโหเหมือนคนบ้านั่นจะสร้างปัญหาให้เขาไม่ใช่น้อย "โว้ยยยยย" แหกปากลั่นซอยเมื่อมือเรียวพันกับสายแฮนด์ฟรีโทรศัพท์ในกระเป๋าจนยุ่ง แถมยังกระชากหลุดออกมาทั้งยวงอีก โวะ!
"อย่าโตมาเปิ่นนะจุงโฮ แด๊ดดี้คงรับไม่ได้" ยุนโฮส่ายหน้าระอากับความสวยเปิ่นของคนที่เพิ่งจากไป พลางก้มลงกระซิบกับลูกน้อยในอ้อมแขน ที่ดูจะค่อยๆ เคลิ้มหลับไปแล้วเพราะความอบอุ่นจากอกพ่อ ใบหน้าหล่อคมสันฉายรอยยิ้มเรียบๆ ก่อนจะก้มลงจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากโหนกของลูกชายซึ่งกำลังจมลงสู่ห้วงนิทราแสนหวานยามบ่าย "แด๊ดดี้รักจุงโฮนะครับ"
.
.
.
ตีหนึ่งสิบห้า
แจจุงยังคงไม่สามารถข่มดวงตาที่ยังสว่างจ้าตาอ้าค้างราวกับอัดยาม้าเขมรเข้าไปร้อยเม็ดเช่นนี้ได้ เขานอนแผ่หลาอยู่บนเตียงนอนตัวอุ่นนุ่มตัวเดิมของเขา พลางยกหมอนที่สมควรใช้หนุนขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง หวังจะใช้มันทัดทานเสียงแผดร้องหลายสิบเดซิเบลของแม่เจ้าคุณมิสซาลทิสที่ครวญครางระงมมาตั้งแต่หัวค่ำ แต่ก็ดูเหมือนว่าหมอนสองใบในมือจะยังน้อยไปที่จะดูดเสียงอื้ออึงเหล่านั้นไว้ได้ทั้งหมด
"อ๊าาาาาา ยุนนี่... โอ้เยส Thats it! อ..อ๊า..."
"เบาๆสิครับดวอน เดี๋ยวลูกตื่น"
"อ..อ๊ะ...อ๊าาาาาาาาา"
"ด..ดวอน..."
"ยุนนี่อ้ะ! อ๊าาาา"
ร่างบางกัดฟันกรอด พยายามส่ายกะโหลกกลมนั่นแรงๆ สลัดเอาภาพวาบหวิวโปรแกรมเพชรหนังพันล้านที่บังเอิ๊ญ ย้ำว่า บังเอิญ เข้ามากระทบม่านตาเมื่อตอนหัวค่ำให้หลุดออกไป แต่ที่ไหนได้ ก็ราวกับมันยิ่งจะตราตรึงแน่นในสมองราวกับติดกาวตราช้างพรายตัวบิ๊กเบ้ง ยุนโฮที่แสนอบอุ่นเมื่อตอนกลางวัน ในตอนนี้กับหูตั้งหางโผล่กระดิกดิ๊กๆราวกับผีจิ้งจอกเข้าสิงก็ไม่ปาน นึกแล้วอยากจะมอบออสก้าให้ซักสิบห้าตัว ลูกโลกทองคำอีกซักยี่สิบสี่ตัว ที่สามารถสวมบทบาทคุณพ่อผู้แสนดีมาตบตาเขาได้ เอ้อเหอ... อย่านะว้อย นอนไม่พอมาสองสามคืนแล้ว โฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
อัดอั้นตันในทรวง แจจุงหาวิธีระบายอื่นใดไม่ได้แล้ว เขากระชากหมอนใบหนึ่งออกมาจากหู กระชับให้เหมาะมือ ก่อนจะเปลี่ยนทิศแปะโบ๊ะมาโปะที่ปาก พร้อมกับคำรามเสียงลั่นจนคอโก่ง
"โอ้ยยยยยยยยยยยย อุดอั๊กอีอิโอ้ยยยยยยย อูเอียด" โว้ย...หยุดซักทีสิโว้ย ตูเครียด - ล่ามภาษามือว่าเช่นนั้น
"อ้ายแองดาอะเอ ไออายอ๊ะไอ่อั่วววววววว" ไอแมงดาทะเล ไปตายซะไอ้ชั่ว - ล่ามภาษามือผู้ยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขันยังคงวาดลีลาได้อย่างถึงอารมณ์นัก
ดิ้นขลุกขลักอยู่บนเตียงจนเหงื่อโทรมกาย คิดว่าจะสามารถระบายสิ่งที่คั่งค้างในหัวใจได้เปราะหนึ่งแล้ว ประสาทหูที่ดูจะทำงานดีผิดมนุษย์มนาของแจจุงก็จับเข้ากับความถี่เสียงบางอย่างอีกครั้ง แต่ในงวดนี้...คล้ายกับว่ามันจะดังมาจากที่ใกล้ๆ นี้เองนะเนี่ย
ตึ่ง... ตึ่ง... ตึ่ง...
เอ่อ...เสมือนเสียงของแข็งบางอย่างกระทบเข้ากับฝาผนังเป็นจังหวะ
"จ..จุนซู..."
"อ๊ะ! ยูชอน! อ..อ๊ะ อ๊าาาาาาาาา"
เอ่อ...แล้วนี่ก็...เสียงเหมือนเพื่อนตูเอง!
น้ำตาแทบจะร่วงลงมาเป็นธารน้ำตกไนแองการ่า แจจุงผู้น่าสงสารกรีดร้องอย่างไม่อายผีสางเทวดาอีกต่อไปแล้ว
"อูเอียดอึง ไอ่เอี้ยยยยย อ่าาาาาาาาาา อุอาดโอ้ยยย อาดเอ้ย อาวอานออกไอ อ๊ากกกกกกกกกกกกกก" เอ่อ...ตุ๊ดๆ ตี๊ดๆ ตึ้ดๆๆ - ล่ามภาษามือของเราไม่สามารถทำหน้าที่ได้ในส่วนนี้ จึงเป็นหน้าที่ของกบว.แทน โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรบริโภคเกินวันละสองขวด
สรุปว่าในค่ำคืนอันแสนหวานของใครบางคน กลับเป็นค่ำคืนอันแสนทุกข์ระทมของอีกคนหนึ่งได้อย่างไม่มีข้อสงสัย กว่าเสียงครางกระเส่าของเพื่อนบ้านและเพื่อนข้างห้องจะสงบลงได้ก็เล่นเอาตีสองกว่า แจจุงแพนด้าจึงตื่นขึ้นมาอย่างง่วงงุนไม่สดใสเป็นทวีคูณกว่าสองคืนก่อน โธ่โถ...เห็นแล้วน่าส่งไปนอนเลียแผลใจที่สวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นเพื่อนเล่นให้ช่วงช่วงกับหลินฮุ่ยคงดีไม่น้อยนะแจจุงจี้
////////////////////////////////////// TBC...

เด็กน้อยน่ารักกกก
ทำอะไรกันนนน ระวังลูกตื่นนะ 5555
แจไม่ได้นอนเลย ทั้งข้างบ้านทั้งข้างห้อง 5555 อิอิ
#1 By Chocolate (124.120.185.3) on 2006-08-15 20:59